วรรณคดลี ำนำ บทท่ี ๑
การผจญภยั ของสดุ สาครชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
ชอ่ื ____________________ สกลุ ________________ ชนั้ ______ เลขท่ี _____
ขอบคุณภาพจาก https://loadebookstogo.blogspot.com
ประวตั ผิ แู้ ต่ง
พระสนุ ทรโวหาร นามเดมิ “ภู่” หรือทีเ่ รยี กกันท่วั ไปว่า สนุ ทรภูเ่ ป็นกวคี นสำคัญในสมยั รัตนโกสินทร์ตอนต้น เกิดในรัช
สมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช บิดาและมารดาของสนุ ทรภู่หย่าร้างกันตั้งแต่สนุ ทรภู่ยังเปน็ เดก็ เลก็
สนุ ทรภู่จงึ อาศยั อยู่กับมารดาและตอ่ มามารดาได้พาเขา้ ไปถวายตัวเปน็ ข้าราชบริพารในกรมพระราชวงั หลัง
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนภาลัยทรงโปรดการแต่งกวี สุนทรภู่จึงได้รับพระกรุณาให้ดำ รงตำแหน่ง
ขุนสุนทรโวหาร ในกรมราชบณั ฑิต แต่ไม่นานส้ินรัชกาลท่ี 2 สุนทรภูก่ ็ตกที่นั่งลำบาก สุนทรภู่จึงต้องออกบวชเพือ่ หนรี าชภยั
ไปและได้ออกเดินเรือไปในที่ต่างๆและแต่งวรรณคดีไปพร้อมๆ กันอีกหลายเรื่อง ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัวขึน้ ครองราชย์ สุนทรภไู่ ดร้ บั ราชการอีกครั้งหนง่ึ และได้รบั บรรดาศกั ดิ์เปน็ พระสนุ ทรโวหารจนถงึ แก่กรรม พ.ศ. 2398
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดีและอวยรา่รงณเหกร็นรคมณุ ไทคย่าอแยลา่ ะงนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
เหน็ คุณคา่ และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
เรือ่ งยอ่
ตงั หวายสง่ บทกลอนเรื่อง “สนุ ทรภู่ครขู องฉัน” เข้าประกวด และได้รับรางวัลชนะเลิศ คณะกรรมการ จัดงาน
มอบหนงั สือนทิ านคำกลอนเรื่อง “พระอภัยมณี” ให้เปน็ รางวลั ทั้ง พ่อแมแ่ ละเต้ยซึ่งเปน็ น้องชายต่างพากนั ดีใจ พอ่ ชม
ตังหวายวา่ แต่งกลอนดีมาก มแี ววกวีตงั้ แต่ยังเด็ก นับจากวนั นนั้ เป็นตน้ มา ทุกคนื กอ่ นนอน ตงั หวายกต็ งั้ หน้าต้ังตาอ่าน
หนงั สือนทิ านคำกลอนเรอื่ งพระ อภยั มณี โดยมพี ่อ แม่ และเต้ย คอยฟงั คืนหน่ึงตงั หวายอ่านมาถงึ ตอนกำเนดิ สดุ สาคร
ตังหวายบอกเต้ยว่า สุดสาครเป็นผู้ที่กล้าหาญมาก แต่ก็น่าสงสารเพราะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ มีแม่เป็นนางเงือก และไม่
เคยเห็นหน้าพอ่ สดุ สาครอย่กู บั แม่ และพระฤๅษีที่เกาะแก้วพสิ ดาร แลว้ ตังหวายกอ็ ่านบทกลอนตอนตอ่ ไป
เมื่อนางเงือกท้องใกล้คลอด นางเจ็บท้องมาก เรียกให้พระฤๅษีช่วย จนกระทั่งสลบไป ฝ่ายพระฤๅษีนั่ง
กรรมฐานทราบเหตุจึงมาช่วยทำให้นางปวดน้อยลง และช่วยแก้ไขจนกระทั่งนางคลอดกุมารเป็นมนุษย์ แข็งแรง
หนา้ ตาเหมือนพระอภยั มณี เนื่องจากนางเป็นเงอื ก จงึ ต้องขอให้พระฤๅษชี ว่ ยเลีย้ งดู พระฤๅษมี ีใจสงสารจงึ รบั เล้ียง และ
ตั้งชื่อใหว้ ่า สุดสาคร นางเงอื กและพระฤๅษีช่วยกนั เลี้ยงสดุ สาครด้วยความรักและเอาใจใส่ พระฤๅษี สอนวชิ าตา่ ง ๆ ให้
จนกระทัง่ สดุ สาครมอี ายสุ ามขวบ
วันหนึ่งพระฤๅษีนั่งฌาน สุดสาครแอบไปเล่นน้ำพบม้า หน้าเหมือนมังกร ที่กีบและส่วนร่างกายเป็นม้า
หางเหมือนนาค ทงั้ ตวั เปน็ สีนลิ สุดสาครสูก้ ับตวั ประหลาดอยู่นาน ไมร่ ู้แพ้รูช้ นะจึงตอ้ งหนีกลบั มาหาพระฤๅษี สดุ สาคร
เล่าให้พระฤๅษีฟัง พระฤๅษีเล็กด้วยฌานก็รู้ว่าสัตว์ ประหลาดนั่นคือม้ามังกร ซึ่งเป็นม้าคู่บุญกับสุดสาคร สุดสาครใช้
เป็นพาหนะสำหรับตามหาพอ่ พระฤๅษจี งึ สอนมนตส์ ำหรับบงั คบั ม้ามังกรให้แก่สุดสาคร รุง่ ข้ึนสดุ สาครจึงจับมา้ มังกร
ได้ และใช้มนต์สะกดทำให้ม้าน้ันรักตน ยอมให้บังคบั ได้ สุดสาครกบั ม้ามาหาพระฤๅษี เนื่องจากม้าน้ีมีเข้ียวเป็นเพชร
เกลด็ เป็นนลิ และลนิ้ เป็นปาน พระฤๅษจี ึงต้งั ชื่อให้ว่า ม้านลิ มงั กร หลงั จากสุดสาครได้มา้ คใู่ จแล้ว พระฤๅษีก็เล่าประวัติ
ความเป็นมาของสุดสาครให้ฟังว่า สุดสาครเป็นลูกของพระอภัยมณี ที่พลัดบ้านพลัดเมืองมา และเคยมาอาศัยอยู่บน
เกาะนี้ พร้อมกับบอกวา่ ถงึ เวลาท่สี ุดสาครต้องออกไปตามหาพระอภยั มณี พระฤๅษีบอกบุคลกิ ลกั ษระของพระอภัยมณี
หนทางที่จะไป มอบไม้เท้าทิพย์ไว้ป้องกันตัว และให้ปิ่นทองที่พระอภัยมณีมอบไว้ให้เพื่อเป็นเครื่องยืนยันตัวตน
จากนน้ั กแ็ ตง่ กายสดุ สาครใหเ้ ปน็ ฤๅษี ก่อนออกเดนิ ทางสุดสาครฝากให้พระฤๅษีช่วยดูแลแม่ นางเงือกห่วงอาลัยลูกที่
จะต้องพลดั พรากจากกัน และไม่ร้วู า่ จะพบอันตรายอะไรบ้าง
เมื่อสุดสาครเดินทางไปถึงเมืองผดี ิบเหล่าผีดิบเนรมิตกายและบา้ นเมืองให้สวยงาม สุดสาครจึงขี่ม้าเขา้ ไปใน
เมือง เมื่อเข้าเมืองแล้วเมืองก็ล่ม คนกลายเป็นกองทัพผีดิบกระหายเลือด สุดสาครขี่ม้านิลมังกรและต่อสู้ด้วยไม้เท้า
นานถึง 7 วัน พระฤๅษีมาช่วย สุดสาครจึงได้รอดพ้นอันตราย แล้วเดินทางไปอีกเมืองหนึ่ง เป็นเกาะ มีพราหมณ์แขก
รอดชีวิตจากเรืออับปางมาอาศัยอยู่ พรามหณ์นี้ทำตน เป็นชีเปลือย ไว้หนวดถึงเข่า เคราถึงนม ผมถึงตีน ผู้คนนับถือ
กันมาก เพราะเข้าใจว่าชีเปลือยตัดกิเลสได้ และมีเวทมนต์คาถา สุดสาครจะขออาศัยอยู่ด้วย ชีเปลือยจึงคิดจะลวง
ถามเอาวิชาและของวิเศษ โดยหลอกว่าหนทางที่สุดสาครจะเดินทางไปนั้นเป็นทะเลกรด ผู้มีวิชาแก่กล้าเท่านั้นจึง
สามารถขา้ มไปได้ สดุ สาครเล่าความสามารถของตนทัง้ หมดให้ชเี ปลือยฟัง และบอกวา่ ตนยงั ไม่มีความสามารถในเร่ือง
ข้ามทะเลกรด ขอให้ชีเปลือยสอนให้ด้วย ชีเปลือยจึงหลอกว่าต้องไปสอนมนต์คาถาบนยอดเขา เมื่อไปถึงยอดเขา
ชี เปลือยให้สุดสาครวางไม้เท้าไว้ข้างกาย และนั่งบำเพ็ญพรต จากนั้นชีเปลือกก็ผลักสุดสาครตกเหวทำให้สุดสาคร
บาดเจ็บเพราะตกลงไปกระแทกหิน สลบอยู่ก้นเหวนาน 3 วัน พระฤๅษีจึงมาช่วย และสอนไม่ให้ไว้ใจใครง่าย ๆ แล้ว
พระฤๅษีกใ็ ห้สดุ สาครตดิ ตามไปเอาไมเ้ ทา้ คนื จากชเี ปลอื ย
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://athome-education.blogspot.com
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกรน็ รคมุณไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
เหน็ คุณค่าและนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง
แบบฝกึ หดั ตอนท่ี ๑ คำศัพทจ์ ากบบทเรยี น
คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนโยงเสน้ จับคู่คำศัพท์ให้ตรงกับความหมาย
๑. กรรมฐาน ◘ ◘ เครือ่ งปกปดิ ร่างกายทีท่ ําด้วยหญา้
เช่น ควรหรอื มานงุ่ คากรอง
๒. เขตคนั ◘ ◘ ไปอยใู่ นทท่ี ่ีไมส่ มควร
๓. ผ้าคากรอง ◘ ◘ ทีต่ ง้ั แห่งการงานทางพระพุทธศาสนา
๔. ฟายนำ้ ตา ◘ หมายเอาอบุ ายทางใจ ๒ ประการ คอื อบุ าย
สงบใจ และอบุ ายเรอื งปัญญา
◘ ชือ่ นกในวรรณคดี แปลว่า นกกนิ ลม
๕. ยมทูต ◘ ◘ มากมายจนนับไม่ถ้วน
๖. ระเหจ็ ◘ ◘ เก้อื กลู , อดุ หนนุ , สงเคราะห์
๗. วายุภัส ◘ ◘ ดนิ แดน, อาณาเขต
๘. อนกุ ูล ◘ ◘ ผูน้ ำวญิ ญาณคนตายไปยังบัลลังกพ์ ระยม
๙. อสงไขย ◘ ในนรก เพอ่ื รอคำตดั สนิ
◘ ร่วมพบปะชมุ นมุ กัน
๑๐. สโมสร ◘ ◘ ใช้อ้งุ มอื ปาดนำ้ ตาบนใบหนา้
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง
เหน็ คุณค่าและนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ
แบบฝึกหัด ตอนที่ ๒ พิชติ คำตอบ
คำช้ีแจง ให้นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้ให้ถูกตอ้ ง
๑. เร่ืองราวของสุดสาครในวัยเด็ก มีความเปน็ มาอยา่ งไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๒. มีเหตกุ ารณอ์ ะไรบ้างท่แี สดงว่า สดุ สาครมคี วามกล้าหาญ
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๓. พาหนะของสดุ สาคร คือ อะไร และมลี ักษณะอยา่ งไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
อ่านคำกลอนต่อไปนแี้ ล้วตอบคำถาม ขอ้ ๔
ลกู จะมาลาตามไปถามขา่ ว พอให้ทา้ วเธอรู้จักเสยี สกั หน
ถ้าฉกุ เฉินทกุ ข์ทบั ถึงอับจน จะสทู้ นยากแคน้ แทนบิดา
๔. กลอนขา้ งต้นแสดงให้เหน็ นสิ ยั ใดของสดุ สาคร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๕. นักเรยี นได้ขอ้ คิดใดจากตวั ละครสุดสาคร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกร็นรคมุณไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ
เห็นคณุ คา่ และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง
แบบฝกึ หดั ตอนท่ี ๓ ประลองชยั ชนะ
คำช้ีแจง ให้นักเรยี นเลือกคำตอบทีถ่ ูกตอ้ งที่สุดเพยี งข้อเดยี ว
1. ใครเปน็ ผแู้ ตง่ เรื่องพระอภัยมณี
1.พอ่ ขุนรามคำแหง 2.สนุ ทรภู่ 3.พระยาอุปกติ ศลิ ปสาร 4.พระเจ้าตากสิน
2. โอสรของพระอภัยมณกี ับนางเงือกมชี ื่อวา่ อะไร
1.สินสมุทร 2.สดุ สาคร 3.สนิ สาคร 4.สาครสุด
3. พาหนะของสดุ สาครคอื อะไร
1.นกนลิ มังกร 2.มา้ นลิ มงั กร 3.มงั กรนิล 4.มา้ มงั กร
๔. สดุ สาครออกตามหาพระอภยั มณเี มื่ออายุไดเ้ พยี งเท่าใด
1. ๒ ขวบ 2. ๓ ขวบ 3. ๔ ขวบ 4. ๕ ขวบ
๕. นางเงือกมีลักษณะอย่างไร
๑. ทอ่ นลา่ งเป็นคนท่อนบนเป็นปลา ๒. ทอ่ นบนเปน็ คนท่อนลา่ งเป็นปลา
๓. หวั เปน็ ปลาหนา้ เปน็ คน ๔. หวั เปน็ คนหน้าเป็นปลา
๖. พระโยคมี ีเหตผุ ลอยา่ งไรจึงคดิ จับม้านลิ มังกร
๑. เพราะ ต้องการทดสอบฝีมอื ของสดุ สาคร ๒. เพราะ อยากให้สุดสาครได้ไวเ้ ป็นเพื่อนเลน่
๓. เพราะ เป็นสตั วว์ เิ ศษใช้ขี่ออกไปตามหาพระบดิ า ๔. เพราะ เหน็ วา่ เป็นสัตวป์ ระหลาด
๗. สดุ สาครอยากออกไปตามหาพระอภัยฯ ผู้บิดา เพราะเหตุผลในขอ้ ใด
๑. เพราะ พระโยคีบอกว่าพ่อคอื ใคร ๒. เพราะ นางเงือกผเู้ ป็นแม่บอกว่าพ่อยังมชี ีวิตอยู่
๓. เพราะ ฝันเห็นพ่อ จึงอยากเหน็ หนา้ พ่อมาก ๔. อยากไปตดิ ตามหาพ่อเพราะความกตัญญู
๘. นักเรียนคดิ ว่าสมควรหรือไม่ที่นางเงอื กปล่อยให้สดุ สาครท่ีมีอายุเพียง 3 ปี ออกเดนิ ทางไกลเพียงลำพัง
๑. สมควร เพราะสุดสาครอายุ 10 เดอื น แตร่ ูม้ ากราวเดก็ อายุ 10 ปี
๒. ไมส่ มควร เพราะ สดุ สาครยังเล็กมาก ยงั อ่อนตอ่ โลกมากจงึ ไมป่ ลอดภัย
๓. สมควร เพราะสุดสาครมวี ิชา มไี ม้เท้าวิเศษ และม้านลิ มังกร จงึ เอาตัวรอดได้
๔. ไมส่ มควร เพราะผ้เู ป็นแมต่ อ้ งมคี วามรกั และหว่ งใยในลูกชาย
๙. เพราะเหตุใด สุดสาครจงึ พลัดหลงเขา้ ไปในเมอื งผีดบิ
๑. เพราะ พระโยคบี อกทางผิดพลาด ๒. เพราะ พวกผีดบิ ทำใหเ้ หน็ เปน็ ภาพลวงตา
๓. เพราะ ถกู ชเี ปลือยหลอกใหเ้ ขา้ ไปเพ่อื หวังจะให้ตาย ๔. เพราะ มา้ นลิ มงั กรถูกมนต์สะกดให้พาไป
๑๐. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้อง
๑. นางเงือกและสุดสาครออกตามหาพระอภยั มณี ๒. สุดสาครเดนิ ทางมภี ัยจึงระลึกถึงพระฤๅษีให้ช่วย
๓. สุดสาครเดนิ ทางหาพระอภัยมณโี ดยข้นึ เรือสำเภา ๔. สุดสาคร ไมพ่ บพระอภัยมณจี ึงไดเ้ ดินทางกลับ
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกร็นรคมณุ ไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ
เหน็ คุณคา่ และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
วรรณคดลี ำนำ บทท่ี ๒
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ นำ้ ผงึ้ หยดเดียว
ชอื่ ____________________ สกลุ ________________ ชน้ั ______ เลขท่ี _____
ท่มี าของเรอ่ื ง
เรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวก่อเหตุ อยู่ในหนังสือชุด “นิทานเทียบสุภาษิต” ของพระยาสีหราชฤทธิไกร
นามเดมิ คอื ทองคำ สหี อไุ ร รบั ราชการในพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอย่หู ัว
นิทานเรื่องนี้มีการเริ่มต้นการแต่งด้วยโคลงสี่สุภาพ ๑ บท สรุปสาระสำคัญของเรื่องจากน้ั นจึงแต่งเป็น
นทิ านเพ่ือขยายเรอ่ื งราว
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดีและอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
เห็นคุณคา่ และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ
เรอื่ งยอ่
นักเล่านิทานเรเ่ ล่านทิ านเทยี บสภุ าษิตเรื่อง “น้ำผึ้งหยดเดียวก่อเหตุ” ให้เด็ก ๆ ในหมู่บ้านฟัง ซ่ึง
เป็นนิทานที่ปรากฏอยู่ในหนังสือชุด นิทานเทียบสุภาษิต ของพระยาสีหราชฤทธิไกร (ทองคำ สีหอุไร)
ผู้รับราชการในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นิทานแต่ละเรื่องจะเริ่มต้นด้วยโคลงสี่สุภาพ
1 บท ท่ีสรปุ สาระสำคญั ของเรื่อง จากน้นั จึงแต่งเปน็ เรือ่ งนิทานขยายความจากโคลง
นทิ านเทียบสภุ าษิตเรอ่ื งนี้ กล่าวถงึ เดก็ คนหน่งึ ถอื ขวดน้ำผ้งึ เดนิ มาตามถนนบังเอิญล้มลงน้ำผ้ึงหก
อยทู่ ร่ี มิ ถนน มดและแมลงวันก็มากนิ น้ำผึง้ ทหี่ กนั้น จากนน้ั จ้ิงจกก็มาคอยกินแมลงวนั ในทีน่ ้ัน แมวของ
เดก็ ทีเ่ หน็ เหตกุ ารณ์กเ็ ข้าไปตะครบุ จ้ิงจก หมาของเด็กท่ีอย่บู า้ นใกล้ ๆ ก็มากดั แมว เดก็ เจ้าของแมวจึงเอา
ไม้ลองตีหมาขาหัก เด็กเจ้าของหมาก็ฉวยไม้วิ่งมาตีเด็กเจ้าของแมว เด็กเจ้าของแมวร้องให้พ่อมาช่วย
พ่อของเด็กเจ้าของแมวเอาไม้ตีหัวเด็กเจ้าของหมาจนหัวแตก เด็กเจ้าของหมาวิ่งไปหาพ่อ พ่อของเด็ก
เจา้ ของหมาเอาไม้พลองตี พ่อของเด็กเจา้ ของแมวล้มลงลูกชายคนโตของพ่อเด็กเจ้าของแมวถือดาบวิ่งมา
ฟันแขนพ่อของเด็กเจ้าของหมา พ่อของเด็กเจ้าของหมาทำไม้พลองหลุดจากมือ ต่อของเด็กเจ้าของ
หมาวิ่งกลับบ้าน พบน้องชายกับลูกคนโตถือดาบและถือพลองวิ่งมาเพื่อต่อสู้กับฝ่ายพ่อเด็กเจ้าของแมว
ลูกชายคนโตของพ่อของเด็กเจ้าของแมวเอาพลองป้องกันได้ และตีแขนลูกชายคนโตของพ่อเด็กเจ้าของ
หมาจนดาบหลุดจากมือ อาของเด็กที่ดาบหลุดจากมือจึง เอาพลองตีเด็กหนุ่มเจ้าของแมว เด็กหนุ่ม
เจ้าของแมวก็เอาพลองป้องกันไว้ สว่ นพ่อของเด็กเจ้าของแมวเม่ือหายจากอาการงนุ งง ก็ลกุ ขนึ้ จะฟันพวก
เจ้าของหมา ทั้งสองฝ่ายต่างถือดาบ ไม้ และไม้พลองตีกันชุลมุน และมีพรรคพวกของแต่ละฝ่ายตามเข้า
มาช่วยเหลอื พวกของตน
จนกระท่ัง กำนนั ผ้ใู หญ่บ้านมาห้ามปรามเหตกุ ารณ์จึงสงบลง อำเภอใหก้ ำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยกัน
ทำชันสูตรบาดแผล แล้วอำเภอจึงเรียกทั้งสองฝ่ายมาไต่ สวนทีละคน อำเภอไต่สวนจนได้ความครบถ้วน
แล้วอำเภอจึงกล่าวแกท่ ้งั สองฝ่ายวา่ คนที่อยู่บ้านใกลเ้ รอื น เคยี งกนั เม่อื มีเหตอุ ะไรควรรู้จกั ยบั ย้ังช่ังใจ ไม่
เป็นคนหุนหันพลันแล่น และมีทิฐิมานะจนไม่ยอมฟังเหตุผลกัน และกัน ไม่ควรปล่อยให้เรื่องเล็กกลาย
เปน็ เร่ืองใหญ่ ไมเ่ ชน่ นนั้ อาจเกิดปัญหาว่นุ วานจนถึงแกฆา่ ฟนั กนั จน ได้รบั ความเดอื ดร้อนเชน่ น้ี
ขอบคุณข้อมลู จาก : http://athome-education.blogspot.com
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและอวยรา่รงณเหกร็นรคมณุ ไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ
เหน็ คณุ คา่ และนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจริง
แบบฝกึ หดั ตอนที่ ๑ คำศพั ท์จากบบทเรยี น
คำชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นโยงเส้นจับคู่คำศพั ท์ใหต้ รงกับความหมาย
๑. ฉกรรจ์ ◘ ◘ ตรวจสอบเพ่อื หาขอ้ เท็จจรงิ
๒. ฉุกเฉียว ◘ ◘ เรอ่ื งราวทีเ่ ลา่ สบื ตอ่ กนั มาชา้ นาน
๓. ชนั สตู ร ◘ ◘ มากมายหลายประการ
๔. ต้นสายปลายเหตุ ◘ ◘ รุนแรงอาจถึงตาย
๕. ตอ่ ส้บู ่รู้ความ ◘ ◘ ผู้แปลภาษาพูด
๖. ตำนาน ◘ ◘ เอาความคดิ เห็นของตนเองเป็นใหญ่
๗. ทิฐิ ◘ ◘ ความเปน็ มาของเรอื่ ง
๘. รอ้ ยแปดพันเก้า ◘ ◘ กลา้ อย่างมทุ ะลุ
๙. ลา่ ม ◘ ◘ สกู้ นั โดยไมร่ ูว้ ่าสดู้ ว้ ยเรอ่ื งอะไร
๑๐. ห้าว ◘ ◘ ด่วนโกรธทนั ที
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง
เหน็ คุณค่าและนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจรงิ
แบบฝึกหดั ตอนท่ี ๒ พิชติ คำตอบ
คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใี้ ห้ถูกต้อง
๑. “น้ำผ้งึ หยดเดียวกอ่ เหต”ุ เป็นนิทานทปี่ รากฏอยูใ่ นหนังสอื ชุดใด
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๒. ใครเป็นผแู้ ต่งนิทานเร่ืองนี้
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๓. เล่าเหตุการณท์ ีเ่ ปน็ ตน้ เหตุของความขัดแย้งทะเลาะวิวาท
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๔. ต้นสายปลายเหตุ หมายถงึ
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๕. หากนักเรยี นอยใู่ นเหตกุ ารณ์จะยตุ คิ วามรุนแรงอย่างไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละอวยรา่รงณเหกร็นรคมณุ ไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง
เหน็ คุณค่าและนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง
แบบฝึกหัด ตอนที่ ๓ ประลองชยั ชนะ
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรียนเลอื กคำตอบท่ถี กู ตอ้ งท่ีสดุ เพียงข้อเดียว
๑. ผแู้ ต่งนิทานเร่ืองน้ำผ้งึ หยดเดยี วคือใคร
1.สุนทรภู่ 2.พระยาสหี ราชฤทธไิ กร 3.เจ้าพระยาพระคลงั (หน) 4.ไม่ปรากฎผู้แตง่
๒. ผแู้ ตง่ เริ่มต้นนทิ านสุภาษิตน้ำผง้ึ หยดเดียวด้วยคำประพนั ธช์ นิดใด
1.กาพย์ยานี 11 2.กลอนแปด 3.โคลงส่สี ุภาพ 4.เทศนาโวหาร
๓. นิทานเรอื่ งนผี้ ้แู ต่งประพันธ์ในสมยั ใด
1.รชั กาลที่ 4 2.รชั กาลที่ 5 3.รชั กาลท่ี 6 4.รัชกาลท่ี 7
๔. ผใู้ ดเป็นผ้เู ลา่ นิทานให้เดก็ ๆฟงั
1.นักเลา่ นทิ านเร่ 2.คณุ พอ่ คณุ แม่ 3.คณุ ครทู ่โี รงเรยี น 4.พอ่ คา้ เร่
๕. ผู้ไกล่เกลี่ยใหเ้ รอื่ งยตุ ลิ งคอื ใคร
1.ผูใ้ หญ่บา้ น กำนนั อำเภอ 2. ตำรวจ 3.พอ่ เจา้ หมาและแมว 4.ผู้วา่ ราชการจังหวดั
๖. "นำ้ ผ้ึงหยดเดียว" รวบรวมอยใู่ นหนงั สือชุดใด
1.นิทานเทยี บคำพังเพย 2.นทิ านเทียบสุภาษติ 3.นทิ านอีสป 4.นทิ านพื้นบา้ น
๗. “ฉะ - กนั ” คือคำอ่านในข้อใด
๑. ฉกรรณ์ ๒.ฉกัน ๓. ฉกรรจ์ ๔. ฉกรร
๘. สุภาษติ ใดมคี วามหมายใกล้เคยี งกับความหมายของ "นำ้ ผ้งึ หยดเดียว"
1.ขิงก็ราข่ากแ็ รง 2.ก่อหวอด 3.บานปลาย 4.เด็ดดอกไม้ร่วมต้น
๙. จากเหตกุ ารณ์ในนทิ าน ต้นเหตุของการทะเลาะกนั เป็นเรื่องใหญเ่ กิดจากอะไร
1.น้ำผง้ึ 2.หมา 3.แมว 4.ผู้ใหญ่
๑๐.ช่อื เดมิ ของผูแ้ ตง่ นิทานเรื่องน้คี ือ
1.บญุ มี 2.น้อย 3.สนุ ทรภู่ 4.ทองคำ สีหอุไร
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกรน็ รคมณุ ไทคย่าอแยลา่ ะงนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง
เหน็ คุณค่าและนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
วรรณคดลี ำนำ บทท่ี ๓
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ ระบำสายฟา้
ชอ่ื ____________________ สกลุ ________________ ชน้ั ______ เลขท่ี _____
ขอบคณุ ภาพจาก https://www.pinterest.com
ทม่ี าของเร่ือง
บทเห่กล่อมพระบรรทม เห่เรื่อง จับระบำ เป็นผลงานประพันธ์ของสุนทรภู่ แต่งเป็นบทเห่กล่อม
พระบรรทม คือ เห่กล่อมสำหรับพระราชโอรสหรือพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์หรือเจ้านายชั้นสูง
ได้เค้าโครงเรื่องมาจากตำนานการเกิดฟ้าแลบฟ้าร้อง เป็นเรื่องของนางเมขลาผู้เป็นเทพธิดารักษา
มหาสมทุ ร ถือแกว้ มณีร่ายระบำ แตย่ กั ษ์รามสูรมขี วานผ่านมาจงึ อยากไดด้ วงแก้ววเิ ศษ จึงพยายามไล่แย่งชิง
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกรน็ รคมณุ ไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ
เหน็ คณุ คา่ และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจริง
เรอ่ื งยอ่
เขน พลายแก้ว ศรราม ขิม และน้อยหน่า อยู่ในวัยเดียวกัน บ้านก็อยู่ใกล้วัดจึงพากันมาเล่นที่ลานวัดใน
วันเสาร์ – อาทติ ย์ เมอื่ เหนื่อยกเ็ ขา้ มาน่งั พักในศาลาดูภาพเรื่องราวในอดตี ชาติของพระพุทธเจา้
วันนีข้ า้ งนอกลมแรงฟ้าแลบแปลบใหญ่ เหมอื นสายฟ้าพาดผา่ นหลงั คาวัด หลวงพ่อเลา่ ให้เดก็ ๆ ฟังว่าสาเหตุ
ที่ทำให้เกดิ ฟ้าแลบ คอื นางเมขลาล่อแก้วเอาลูกแกว้ มาแกวง่ เล่นจนเกิดแสง รามสูรเหน็ แล้วขวา้ งขวานออกไป เด็ก ๆ
ไม่เข้าใจในสิ่งท่ีหลวงพ่ออธบิ าย ศรรามแย้งหลวงพ่อวา่ ที่หลวงพ่อพูดตา่ งจากที่ครูสอนวทิ ยาศาสตรบ์ อก ครูบอกว่า
ฟ้าแลบเกดิ จากการท่ีประจุไฟฟา้ จากเมฆก้อนหนึ่งกระโดดไปยังเมฆอีกก้อนหน่งึ โดยกอ้ นหนง่ึ มีขั้วบวก อีกก้อนหนึ่งมี
ข้ัวลบ เมอ่ื ทัง้ สองขวั้ น้ีพบกันทำให้เกิดประกายไปแลบขน้ึ เรยี กว่า ฟา้ แลบ นอ้ ยหน่าเสรมิ ว่า ส่วนฟ้าผ่า เกิดจากการท่ี
ประจุไฟฟ้าบนเมฆก้อนหนึ่งกระโดดไปหาประจุไฟฟ้าบนเมฆอีกก้อนหนึ่ง เมื่อกระโดดพลาดตกลงบนพื้นก็จะระเบิด
เสยี งดงั เรียกว่า ฟา้ ผ่า
หลวงพอ่ อธบิ ายวา่ สง่ิ ท่ีศรรามกบั น้อยหนา่ บอกนัน้ เป็นการอธิบายการเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่าแบบวิทยาศาสตร์ เป็น
ความจริงที่มีการพิสูจนแ์ ล้ว จากนั้นหลวงพ่อลกุ ขึ้นเดนิ ไปหยิบหนังสือในตู้ชื่อหนงั สอื บทเห่ กล่อมพระบรรทม เรื่อง
จับระบำ สุนทรภู่เป็นผู้แต่ง ทุกคนให้ขิมอ่านให้ฟัง เป็นตอนที่กล่าวถึง นางเมขลา เทพธิดาดูแลรักษาท้องทะเล และ
มหาสมุทร ในช่วงวสันตฤดู นางจะออกมาเล่นสนุกสนานกับเหล่าเทวดาและนางฟ้า นางถือดวงแก้วเริงร่าบนท้องฟ้า
แลว้ โยนดวงแก้วไปมาจนเกิดแสงสวา่ งแปลบปลาบ ศรรามชใ้ี ห้เพ่ือน ๆ ดูภาพวาดพระเจ้าสบิ ชาติ ตอน พระมหาชนก
ในกรอบรูปบนผนังศาลา และเล่าเรื่องราวของพระมหาชนกที่เขาอ่านมาจากหนังสือ เรื่องพระมหาชนกฉบับการ์ตูน
บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชให้เพื่อน ๆ ฟังว่า ภาพวาดเหล่านั้นเล่าเรื่องราว
ของพระพุทธเจ้าครั้งเสวยพระชาตเิ ป็นพระมหาชนกพระองค์ทรงนำเรือสำเภาออกเดินทางค้าขาย เมื่อถึงกลางทะเล
เกดิ พายใุ หญ่คล่นื ลูกยักษโ์ หม กระหน่ำจนเรืออับปาง พระมหาชนกลอยคอเคว้งควา้ งอยู่กลางมหาสมทุ ร และพยุงตัว
ว่ายน้ำอย่างไม่ละความพยายามถึง 7 วัน นางเมขลาก็มาปรากฏตัวต่อพระพักตร์ และได้ฟังธรรมจากพระมหาชนก
จากนั้นนางช่วยนำพระมหาชนกไปยังมิถิลานคร เด็ก ๆ อยากรู้เรื่องของรามสูรบ้าง หลวงพ่อให้พลายแก้วอ่านใน
หนังสือ มีใจความว่า รามสูรเป็นเทพ แต่เป็นเทพฝ่ายมารอยู่วิมารมณีนิล หน้าสีเขียวมีเขี้ยวงอก มือถือขวาน เม่ือ
รามสูรเห็นนางเมขลากับเหล่า นางฟ้าเล่นระบำล่อแก้ว รามสูรอยากได้แก้วจึงแกว่งขวานเข้าแย่ง เหล่านางฟ้าวิ่งหนี
เหลือเพียงนางเมขลา ยังคงล่อแก้วให้แสงสว่างเข้าตารามสูร ทำให้รามสูรหน้ามืด รามสูรแค้นขว้างขวานออกไปดัง
เปร้ยี งสะทา้ นทวั่ โลก
หลวงพ่อช้ีแจงต่อไปว่า เรอ่ื งเมขลาล่อแกว้ และรามสูรขว้างขวานน้ีเปน็ ตำนานอธิบายปรากฏการณ์ ธรรมชาติ
สะท้อนความเชื่อของคนไทย สุนทรภู่คงจำเร่ืองนี้มาแล้วแต่งเปน็ บทประพันธ์ให้เด็ก ๆ อ่าน และหากพิจารณาใด้ดจี ะ
เหน็ วา่ เปน็ เรอื่ งทม่ี ีสาระพอสมควร
ขอบคุณข้อมลู จาก : http://athome-education.blogspot.com
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ
เหน็ คุณค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจริง
แบบฝกึ หดั ตอนท่ี ๑ คำศัพทจ์ ากบบทเรยี น
คำสง่ั ให้นกั เรยี นนำคำศพั ทใ์ นบทเรียนทีก่ ำหนดใหต้ ่อไปนี้มาแตง่ ประโยค
กนิ รี ศาลากลางเปรียญ ฤดูรอ้ น ฟา้ ร้อง นางเมขลา
ยักษ์รามสรู หลวงพ่อ ต้นอนิ ทนลิ ลานวัด สะเทือน
๑. กนิ รี _______________________________________
๒. ศาลากลางเปรยี ญ _______________________________________
๓. ฤดูรอ้ น _______________________________________
๔. ฟ้ารอ้ ง _______________________________________
๕. นางเมขลา _______________________________________
๖. ยกั ษ์รามสูร _______________________________________
๗. หลวงพอ่ _______________________________________
๘. ตน้ อนิ ทนลิ _______________________________________
๙. ลานวดั _______________________________________
๑๐. สะเทือน _______________________________________
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและอวยร่ารงณเหกร็นรคมณุ ไทคยา่ อแยลา่ ะงนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ
เห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง
แบบฝกึ หดั ตอนที่ ๒ พชิ ติ คำตอบ
คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี ห้ถูกตอ้ ง
๑. บทเหก่ ลอ่ มพระบรรทม เหเ่ รื่อง จับระบำ เป็นผลงานของใคร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๒. หลวงพ่ออธิบายการเกดิ ฟา้ แลบวา่ อย่างไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๓. อธบิ ายลกั ษณะของนางเมขลา
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๔. “พระมหาชนกฉบบั การต์ นู ” เป็นบทพระราชนพิ นธ์ของพระมหากษัตริย์พระองค์ใด
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
อา่ นคำกลอนต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ขอ้ ๕
เปร้ียงเปร้ยี งเสยี งขวาน ก้องสะทา้ นสากล
ไลน่ างกลางฝน มืดมนในเมฆา
๕. คำวา่ เมฆา หมายถึง
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดีและอวยรา่รงณเหกร็นรคมุณไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ
เห็นคณุ ค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จริง
แบบฝึกหดั ตอนที่ ๓ ประลองชยั ชนะ
คำช้แี จง ใหน้ ักเรยี นเลอื กคำตอบทีถ่ ูกต้องที่สดุ เพียงข้อเดียว
๑. บทเรยี นเรอื่ ง “ระบำสายฟ้า” เปน็ ตำนานของเค้าเรือ่ งอะไร
ก. เห่จบั ระบำ ข. บทเหก่ ลอ่ มพระบรรทม ค. เมขลาล่อแก้ว ง. รามสูรย์
ง. รัชกาลที่ ๒
๒. ใครเปน็ ผ้แู ต่ง บทเหก่ ล่อมพระบรรทม เหเ่ รื่องเห่จับระบำ ง. ถูกทกุ ข้อ
ก. พระยาสหี ราชเดโช ข. ทองคำ สีหอุไร ค. สุนทรภู่ ง. ปจั ฉมิ ฤดู
ง. บคุ คลสามญั ชนทวั่ ไป
๓. ในทางวิทยาศาสตร์ นกั เรียนคดิ ว่าฟ้าแลบเกิดจากอะไร
ง. ดวงมณี
ก. ประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบ ข. ประจุไฟฟ้าทง้ั สองข้ัวมาพบกัน ค. นางเมขลาล่อแก้ว
๔. ในทางวทิ ยาศาสตร์ ฟา้ ผา่ เกดิ จากอะไร
ก. ประจไุ ฟฟ้าขั้วบวกและขัว้ ลบ ข. ประจไุ ฟฟ้าขวั้ หนึง่ กระโดดไปหาอีกขวั้ หน่งึ
ค. รามสรู ย์ขว้างขวาน ง. ถกู ทกุ ขอ้
๕. ขอ้ ใดเปน็ หน้าท่ีของนางเมขลา
ก. รักษามหาสมุทร ข. ตรวจความเรยี บร้อยในท้องฟา้
ค. ควบคมุ พฤติกรรมของรามสูร ง. เฝ้าระวังความปลอดภัยบนสวรรค์
๖. ปรากฏการณฟ์ ้าแลบฟา้ ร้อง มักจะเกดิ ขน้ึ ในฤดกู าลใด
ก. คมิ หนั ตฤดู ข. วสนั ตฤดู ค. เหมันตฤดู
๗. บทเห่กล่อมพระบรรทม ผู้แตง่ มีจดุ ประสงค์เพอ่ื ใชเ้ หก่ ล่อมบคุ คลดังตอ่ ไปน้ี ยกเวน้ ข้อใด
ก. พระราชธดิ า ข. พระราชโอรส ค. เจ้านายชน้ั สงู
๘. เมื่อเกดิ ฝนตก และมฟี า้ แลบ ฟ้ารอ้ ง ฟา้ ผ่า ไม่ควรปฏบิ ัติตนตามขอ้ ใด
ก. หลบฝนอยใู่ ต้ตน้ ไมส้ ูงๆ
ข. หลบอยู่ในบ้านที่มนั่ คงแข็งแรง
ค. ไม่ใช้โทรศัพท์เคล่ือนท่ีขณะมีฟ้าร้อง ฟ้าผา่
ง. ไมส่ วมเครื่องประดับท่ีเป็นทองแดงหรือนาก
๙. คำในข้อใดมคี วามหมายแตกตา่ งจากคำอนื่
ก. เมฆา ข.จนิ ดา ค. แกว้ วเิ ชียร
๑๐.บทเห่กล่อมพระบรรทม เหเ่ ร่ืองจับระบำ ให้ข้อคดิ อยา่ งไร
ก. เราไม่ควรอยากไดข้ องของผู้อื่นมาเปน็ ของตน
ข. เราไม่ควรทำให้ผู้อ่นื โกรธหรือไมพ่ อใจ
ค. เราควรช่วยเหลือผูท้ ่ีเดือดร้อนอยู่เสมอ
ง. เราควรให้ของของเราแกผ่ ู้ทีอ่ ยากได้
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกรน็ รคมณุ ไทคย่าอแยลา่ ะงนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง
เหน็ คณุ ค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ
วรรณคดลี ำนำ บทที่ ๔
เร่ืองเล่าจากพัทลงุชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
ชอื่ ____________________ สกลุ ________________ ชน้ั ______ เลขท่ี _____
ขอบคุณภาพจาก : หนังสือเงาะปา่ ฉบับการ์ตูน
ทีม่ าของเรอื่ ง
เงาะป่า เป็นวรรณคดีไทย ประเภท บทละครร้อยกรอง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่นำมาให้นักเรียนศึกษาเป็นตอนต้นเรื่องที่กล่าวถึงคนังและไม้ไผ่ออก
เทย่ี วลา่ สตั ว์ หาอาหารจากธรรมชาตมิ ารบั ประทานและมีความสุขตามประสาชาวป่า
เงาะปา่ เปน็ บทละครทเ่ี กิดจากคำบอกเล่าของคนงั เด็กชายชาวเงาะจากแขวงเมอื งพทั ลงุ ทีร่ ัชกาลที่ ๕
ทรงนำมาชุบเลยี้ งไว้ในราชสำนัก
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยลา่ ะงนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
เหน็ คุณค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง
เรอ่ื งย่อ
พ่อของฉันเป็นคนจังหวดั พัทลุง คนทั่วไปเรียกย่อ ๆ ว่า “เมืองลุง” ตอนฉันเป็นเด็ก เมื่อถึงช่วงปิด ภาคเรียน
ฤดรู ้อน พ่อจะขับรถพาครอบครัวไปเยี่ยมปูก่ ับย่าทุกปีที่บา้ นเกดิ ของพ่อมีภูเขา ป่าไม้ ทะเล นาขา้ ว และสวนยางพารา
พอ่ พาฉันกบั น้องชายไปดูหนงั ตะลุง มโนราห์ นกน้ำและเล่นน้ำตก พอ่ บอกว่าหากข้ึนไปบนภเู ขาจะเหน็ น้ำตกสวยมาก
และอาจพบชนเผ่าซาไก หรือที่เรียกวา่ “เงาะ” พ่อเล่าเรื่องเงาะให้ฟังวา่ เงาะ คืนชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในป่าทึบทาง
ภาคใต้ของไทย พวกเขาจะทำเพิงพักบนยอดเขาสูงล่าสัตว์และหาผลหมากรากไม้กิน นำของป่า สมุนไพร สัตว์ป่า
มาขายหรอื และเปลยี่ นกนั ในวนั ท่มี ีตลาดนัด
คณุ ปเู่ ล่าเพ่ิมเตมิ ถึงวรรณคดเี ร่ืองเงาะป่าบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เม่ือ
ครั้งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมหัวเมืองปักษ์ใต้มีคนนำเด็กชายชาวเงาะคนหนึ่งจากเมืองพัทลุงไปถวาย
พระองค์ทรงรับไปชุบเลี้ยง พระราชทานชื่อว่า “คนัง” พระองค์โปรดปรานคนังมาก เพราะเป็นคนฉลาด พระองค์
ทรงสอบถามเร่ืองราวเกย่ี วกบั พวกเงาะจากคนงั แล้วนำมาแต่งเปน็ บทละครชื่อว่า “เงาะปา่ ” ซ่ึงในปัจจุบนั ชาวเงาะใน
ประเทศไทยใช้นามสกลุ ว่า ศรีธารโต
เรื่อง “เงาะป่า” เป็นเร่ืองรักสามเส้าระหวา่ งเงาะหนุ่มซมพลากับฮเนา ซ่ึงหลงั รกั เงาะสาวคนเดียวกันคอื ลำหับ
ซมพลากบั ลำหับรักกนั แตล่ ำหับมคี ูห่ มั่นคือฮเนา เมื่อลำหับตอ้ งเขา้ พิธีแต่งงานกบั ฮเนา ซมพลากอ็ อกอุบาย แยง่ ลำหับ
ใหห้ นีไปอยู่กับตน ฮเนาออกตามหาและไดต้ ่อสู้กนั ซมพลาถกู ลูกดอกอาบยาพิษของพ่ชี ายฮเนาตาย ลำหับฆ่าตัวตาย
ตามซมพลา เมื่อฮเนาเห็นดังนั้นก็เสียใจมาก และฆ่าตัวตายตามไปด้วย แม้เรื่องจะจบลงด้วย ความโศกเศร้า แต่ตอน
สนุกสนานในเรอ่ื งเงาะป่ากม็ ีอยู่หลายตอน เช่นตอนทฉี่ ันอา่ นให้น้องชายฟัง คอื ตอนคนงั กบั ไม้ไผ่ไปล่าสัตว์ มีเนื้อเร่ือง
ดังนี้
เด็กชายคนหนึ่งชื่อ คนัง อาศัยอยู่ชายป่าเขตจังหวัดพัทลุง พ่อชื่อดำขาว แม่ชื่อควาก แต่ทั้งพ่อและ แม่ตาย
หมด คนังอยูก่ บั พช่ี ายชื่ออ้ายแค คนงั มีเพ่ือนช่ือไม้ไผ่ ทั้งสองคนเปน็ เพื่อนรักกันมา ตง้ั แต่เม่ือคร้ังที่พ่อ ของท้ังสองคน
ยังมีชีวิตอยู่ วันหนึ่งคนงั คิดถึงไม้ไผ่จงึ ไปหาไม้ไผท่ ีก่ ระท่อม ตั้งใจจะชวนไปเที่ยวเป่านกใหส้ นุกสนาน ไม้ไผ่ดีใจมากวิ่ง
เข้าไปกอดคอคนัง ทั้งสองถามทุกข์สุขกัน ไม้ไผ่รีบไปแต่งตัวและนำกล้องสำหรับเป่านกมาตรวจสอบ คนังและไม้ไผ่
ชวนกันเดินอ้อมหานกในป่า พบนกกาเหว่าจำนวนนบั ร้อย ต่างร้องบอกแก่กันด้วยความดีใจ มือขวาก็ควักดินที่เตรยี ม
มาคลึงบนหนา้ อกจนได้ก้อนกลมขนาดพอเหมาะ จากนน้ั ก็นำดนิ ท่ปี น้ั เป็นลูกกระสุนนี้ใส่เข้าไปในลำกล้อง ยกข้ึนเล็กที่
นก หลิ่วตามองที่เป้าจนแน่ใจแล้วก็เป่ากระสุนทันที กระสุนถูกตัวนกตกลงมา ทั้งสองต่างยิงนกต่อไปอย่างช ำนาญ
เมื่อได้นกหลายสิบตัว ทั้งสองดีใจมาก ช่วยกันดึงเถาวัลย์มาผูกนกที่ยิงได้เข้ากับลำกล้องแทนคานหามนำขึ้นพาดไหล่
แล้วเดินไป เมื่อมาถึงริมลำธารกว้างแห่งหนึ่ง ทั้งสองชวนกันลงเล่นน้ำเมื่อเห็นฝูงปลาจำนวนมากแหวกว่ายทวน
กระแสน้ำมาก็แบมือไล่จับปลาจนเหยียบเอาก้อนหินล้มกลิ้งลงไปนอนทับกัน ต่างหัวเราะด้วยความสนุกสนาน เสร็จ
จากอาบน้ำก็พากันเดินเลียบมาตามริมลำธาร มองหาต้นส้นใหญ่ ที่ให้เงาร่มรื่น ไม้ไผ่ และคนังช่วยกันหากิ่งไม้หักมา
กองไวแ้ ล้วเอาเหล็กไฟออกมาตีกระทบกัน เพ่อื ให้เกิดประกายไฟเหมือนแสงหิ่งห้อย แล้วเปา่ ลมผ่านเข้าไปในกระบอก
ไม้ เพื่อช่วยเพิ่มประกายไฟให้ติดกิ่งไม้ที่กองไว้ ทั้งสองช่วยกันใส่กิ่งไม้เพิ่มเป็นเชื้อเพลิงให้ไฟลุกมากขึ้น จากนั้นก็น ำ
นก ปู และปลาทห่ี าได้มาเอาให้สกุ จน แล้วแบ่งกนั กินอย่างเอร็ดอร่อย นอ้ งชายของฉนั ชอบและอยากเป็นเจ้าเงาะบ้าง
เพราะจะได้เท่ียวเล่นสนุก ไมต่ อ้ งไปโรงเรยี น ไม่ตอ้ งทำการบ้าน แต่คุณป่คู ้านวา่ สงิ่ เหลา่ น้นั เป็นการเรียนรู้ตามประสา
เงาะทตี่ อ้ งอย่ใู นปา่ ส่วนพวกเราเปน็ นกั เรยี น พวกเราจึงตอ้ งเรยี นร้ตู ามประสานกั เรียน
ขอบคณุ ข้อมลู จาก : http://athome-education.blogspot.com
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกรน็ รคมณุ ไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
เหน็ คุณคา่ และนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ
แบบฝกึ หดั ตอนที่ ๑ คำศัพทจ์ ากบบทเรยี น
คำชแ้ี จง นำความหมายต่อไปนี้ เขยี นเติมลงคำศัพทใ์ หถ้ กู ต้อง
• ช่องเว้ิงเข้าไปในภูเขา
• หมู่ , ลำดับ
• ช่อื เดก็ เงาะท่ไี ด้รับการชุบเล้ียงในราชสำนัก
• ปา่ ทบึ
• ในทนี่ ้หี มายถึงดนิ ที่นำมาปั้นเป็นลูกกระสุน
• ใชก้ ลอ้ งแทนไมค้ าน
• ใจ
• ช่นื ชมยินดี
• (ภาษากอ็ ย) ชะนี
• เขตแดน
๑. กระมล
________________________________________________________________________
๒. กอ้ นดิน
________________________________________________________________________
๓. เกษมศานต์
________________________________________________________________________
๔. ขนดั
________________________________________________________________________
๕. ขัณฑ์
________________________________________________________________________
๖. คนัง
________________________________________________________________________
๗. คูหา
________________________________________________________________________
๘. ดงดาน
________________________________________________________________________
๙. กลอ้ งแทนคาน
________________________________________________________________________
๑๐. เตาโว๊ะ
________________________________________________________________________
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและอวยรา่รงณเหกร็นรคมุณไทคยา่ อแยลา่ ะงนำมาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ
เหน็ คุณคา่ และนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง
แบบฝึกหัด ตอนท่ี ๒ พิชติ คำตอบ
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ต้อง
๑. จากเรอื่ ง เร่ืองเล่าจากพัทลุง นกั เรียนคดิ วา่ สง่ิ ที่เปน็ ความรู้ใหม่ มีอะไรบา้ ง
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๒. เรือ่ ง เงาะปา่ มคี วามเปน็ มา อย่างไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๓. นกั เรยี นช่นื ชอบตัวละครใดในเรอ่ื ง เงาะปา่ บอกชอ่ื และเหตผุ ล
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๔. ภาษาของชาวซาไก เรียกชอ่ื เรียกว่าภาษาอะไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๕. ท่จี งั หวดั ของนกั เรยี นมที ที่ ่องเทย่ี วใดบา้ งเขียนเชญิ ชวนใหค้ นไทยมาท่องเท่ยี ว
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดีและอวยรา่รงณเหกร็นรคมุณไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จริง
เห็นคุณค่าและนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ
แบบฝึกหดั ตอนท่ี ๓ ประลองชยั ชนะ
คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นเลอื กคำตอบท่ถี กู ต้องท่ีสดุ เพยี งข้อเดยี ว
๑. บทละครเรอ่ื ง “เงาะป่า” เป็นพระราชนิพนธข์ องท่านผู้ใด
ก. พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั ข. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หวั
ค. พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยู่หวั ง. พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
๒. ประเทศไทยมีชนเผา่ เงาะอยู่ในจงั หวัดอะไร
ก. พัทลงุ สตลู ยะลา ข. ชลบรุ ี สระบุรี เพชรบรุ ี
ค. ยโสธร มกุ ดาหาร นครพนม ง. เชยี งใหม่ เชยี งราย แมฮ่ ่องสอน
๓. ชาวพทั ลงุ ทำไมจึงเรียกชนเผา่ นีว้ ่า “เงาะ หรือเงาะป่า”
ก. เพราะชนเผ่าน้ีมผี มหยิกหยองเหมือนผลเงาะ ข. เพราะชนเผ่านี้ชอบกินผลเงาะ
ค. เพราะชนเผา่ น้ชี อบอย่ใู นสวนเงาะ ง. เพราะชนเผา่ นช้ี อบขายเงาะ
๔. สมัยก่อนชาวเงาะจะนำของปา่ และสมุนไพรลงจากภเู ขามาขายในวันอะไร
ก. ในวนั เสาร์ และวนั อาทิตย์ ข. ในวันท่ีมตี ลาดนัด ค. ในวนั ขนึ้ ปใี หม่ ง. วนั รวมญาติชนเผา่
๕. คนชาวเงาะ หรอื ซาไก มลี ักษณะอย่างไร
ก. ผิวดำ ตาโต จมูกแบนกวา้ ง ข. สงู ประมาณไม่เกิน 150 เซนติเมตร
ค. มคี วามรูเ้ ร่อื งพชื สมนุ ไพร ง. ถกู ต้องทกุ ขอ้
๖. เมื่อครง้ั รัชกาลที่ 5 ทรงรับเด็กชายชาวเงาะจากเมืองพัทลงุ ไปชุบเลี้ยงไว้ในราชสำนัก เด็กน้ันมชี ่อื วา่ อะไร
ก. คะนงึ ข. คนัง ค. คนาง ง. คนลิ
๗. เพ่ือนของคนงั มีช่ือวา่ อะไร
ก.ไม้ไผ่ ข.ซมพลา ค.ฮเนา ง.ดาหลัง
๘. ข้อใดคอื ภาษาของชาวซาไก
ก.ภาษากอ็ ย ข.ภาษาซาไก ค.ภาษาคนัง ง.ภาษามาลายู
๙. ทำไมลำหบั ถึงฆ่าตวั ตาย
ก. ฮเนาหนไี ปเมืองพัทลุง ข.ถกู บงั คบั ใหแ้ ต่งงาน ค.เสยี ใจท่ซี มพลาตาย ง. ฮเนาขดั ขวางพธิ ีแตง่ งาน
๑๐.ปัจจุบันชาวเงาะหรือซาไกในประเทศไทยใชน้ ามสกุลว่าอะไร
ก. ณ พัทลุง ข. ศรีธารโต ค. ศรีนครินทร์ ง. ณ สงขลา
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดแี ละอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยลา่ ะงนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
เห็นคุณคา่ และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง
วรรณคดลี ำนำ บทท่ี ๕
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
ดวงจนั ทรข์ องลำเจยี ก
ชอื่ ____________________ สกลุ ________________ ชน้ั ______ เลขที่ _____
ทม่ี าของเร่อื ง
บทประพนั ธ์ทน่ี ำมาใหศ้ กึ ษาน้ี เป็นส่วนหนึง่ ของวรรณคดีเรื่องนริ าศเดอื น ซง่ึ เปน็ วรรณกรรมชิ้นเอก
ของ นายมีหรือ หมื่นพรหมสมพัตสร กวีในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓
แหง่ กรงุ รตั นโกสินทร์
นิราศ มีความหมายว่า จากไป คำว่านิราศจึงมักมาใช้เรียกวรรณคดีที่มีเรื่องราวกล่าวถึงการจากถ่นิ
การพรากจากนางอันเปน็ ท่ีรัก
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและอวยร่ารงณเหกรน็ รคมุณไทคย่าอแยลา่ ะงนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง
เห็นคุณค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจริง
เรื่องย่อ
บ้านของลำเจียกเป็นบ้านทรงไทย พ่อและแม่ปลูกต้นไม้พันธุ์ไทยไว้รายร่อบ มีทั้งแก้ว นมแมว
ลำดวน กรรณิการ์ ลำเจียกจอใหญ่ ซึ่งพ่อปลูกไว้ตรงชานบันไดบ้าน นับเป็นต้นไม้ประจำตัวลำเจียก
เพราะ ชื่อเหมือนกัน พ่อและแม่ตั้งชื่อบ้านหลังนี้ว่า “บ้านไม้หอม” เพราะมีแต่กลิ่นหอมของดอกไม้
ให้ช่นื ใจอยู่ทุกเวลา หอ้ งนอนของลำเจียกเล็ก นา่ รัก มีเตียงไม้สักเต้ีย ๆ ตู้ไมล้ ายฉลุ โต๊ะเครื่องแป้งเล็ก
และตั่งสำหรบั นั่งทำการบา้ น อา่ นหนงั สอื แม่บอกว่าห้องนอนของลำเจยี ก เหมอื นห้องนอนของนางแกว้
กิริยาในเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แม่มักทักทายลำเจียกเวลาเปิดประตูเข้ามาดูลำเจียกเข้านอน
ด้วยบทกลอนพรรณนาภาพของ นางแก้วกิริยา คืนนี้หลังจากทำการบ้านเสร็จ ลำเจียกนั่งชม
จันทร์เต็มดวง และขอจนั ทร์ให้ตนเองนอนหลับฝันดี ลำเจียกลม้ ตวั ลงบนที่นอนไม่นานก็เคลิ้มไป ในห้วง
ภวังค์ลำเจียกรูส้ ึกเหมือนเธอพลัดหลงเข้าไปยังดินแดนแห่งหนึ่ง เป็นบรรยากาศคืนวันเพ็ญเดอื นสิบสอง
หรือวันลอยกระทง ชาวบ้านชาวเมืองต่างตั้งจิตอธิฐานขอขมาแม่คงคา ลอยทุกข์ลอยโศกใส่กระทง
แล้วลอยกระทงลงน้ำ บ้างก็ปล่อยโคมลอยขึ้นบนฟ้า หนุ่มสาวชี้ชวนกันดูกระทงลอย ทันใดนั้นลำเจียก
แว่วยนิ เสียงขบั กลอนทมุ้ เสนาะได้จังหวะ ลลี าพลิ้วไหวเหมือนระลอกคลืน่ แล้วลมก็กระโชกพัดหน้าต่างที่
เปดิ ท้งิ ไว้ปิดกระแทกเสยี งดงั ลำเจยี กสะด้งุ ตกใจตนื่ ลุกขนึ้ น่งั อยา่ งงง ๆ แลว้ ก็ยม้ิ เมื่อนึกได้ว่าเธอฝันไป
เพราะบทกลอนที่เธอได้ยินในฝันเป็นบทกลอนจากหนังสือนิราศเดือน ของนายมี ที่เพิ่งไปอ่านเมื่อตอน
หวั คำ่ ลำเจยี กได้แต่หวังว่าเธอจะได้กลบั เข้าไปอยใู่ นความฝนั ท่ีมบี รรยากาศรืน่ รมย์น้นั อีก
ขอบคุณขอ้ มูลจาก : http://athome-education.blogspot.com
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดีและอวยรา่รงณเหกร็นรคมณุ ไทคย่าอแยลา่ ะงนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ
เหน็ คุณคา่ และนำมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
แบบฝกึ หดั ตอนที่ ๑ คำศัพทจ์ ากบบทเรยี น
คำช้แี จง นำความหมายตอ่ ไปน้ี เขยี นเตมิ ลงคำศพั ท์ใหถ้ ูกตอ้ ง
• โลก
• อาการท่ีบินผาดโผนวนเวียนไปอยา่ งเร็ว
• สวา่ งไสว
• เพอ่ื นทด่ี ี ในทน่ี ห้ี มายถึงหญิงอนั เป็นทีร่ ัก
• ชาวเมือง
• ชือ่ ตน้ ไม้ขนาดเลก็ ดอกหอม กลีบขาว หลอดดอกสแี สด ใช้ย้อมผา้ ได้
• เดก็ ชาย เปน็ ชอ่ื เรยี กกัณฑท์ ี่ ๘ ใน มหาเวสสันดรชาดก
• กลา่ วขอโทษ การยกโทษให้เมอ่ื อีกฝ่ายยอมรับผิด
• ชอ่ื ดอกไม้ไฟชนดิ หน่งึ เมื่อจุดฉนวนแล้วเหวี่ยงให้พ่งุ ขึ้นสูง ในคำประพันธ์อาจใช้คำว่าตรวจ หรือ
จรวจ ก็มี
• เป็นการเทศนาเร่ืองมหาเวสสันดรชาดก มี ๑๓ กัณฑ์
๑. กรรณิการ์
________________________________________________________________________
๒. กรวด
________________________________________________________________________
๓. กุมาร
________________________________________________________________________
๔. ขมา
________________________________________________________________________
๕. ฉวดั เฉวยี น
________________________________________________________________________
๖. ชาวพารา
________________________________________________________________________
๗. โชติชว่ ง
________________________________________________________________________
๘. เทศนามหาชาติ
________________________________________________________________________
๙. พภิ พ
________________________________________________________________________
๑๐.มติ ร
________________________________________________________________________
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกร็นรคมณุ ไทคย่าอแยลา่ ะงนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จริง
เหน็ คณุ ค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง
แบบฝกึ หดั ตอนที่ ๒ พิชติ คำตอบ
คำชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ต้อง
๑. พ่อและแม่ของลำเจยี ก ต้งั ชือ่ บ้านวา่ อะไร เพราะเหตใุ ดจงึ ตงั้ ชื่อ เช่นน้นั
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๒. เลา่ เรอื่ งราวที่ลำเจียกไดพ้ บ ขณะทเ่ี คลิบเคลิ้มหลับไป
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๓. บทกลอนท่ีลำเจยี กไดย้ ินในฝัน เปน็ บทประพนั ธ์ของใคร จากหนงั สอื เร่อื งอะไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๔. นิราศ หมายถึง อะไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๕. คนไทยมคี วามเช่ือการลอยกระทงเพ่อื อะไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดีและอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยลา่ ะงนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
เห็นคณุ คา่ และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
แบบฝกึ หดั ตอนที่ ๓ ประลองชยั ชนะ
คำช้ีแจง ให้นกั เรยี นเลอื กคำตอบที่ถกู ต้องทีส่ ดุ เพยี งข้อเดยี ว
๑. บ้านของลำเจียก มีชอ่ื ไว้ว่าอยา่ งไร
ก. บา้ นไม้ไทย ข. บ้านไมห้ อม ค. เรอื นคุณลำเจียก ง. เรือนไมห้ อม
๒. ห้องนอนของเธอนา่ รกั เหมอื นหอ้ งนอนของใครนางในวรรณคดี และจากวรรณคดีเรอ่ื งใด
ก. นางสีดา : รามเกียรติ์ ข. นางบุษบา : อเิ หนา
ค. นางพมิ พลิ าไลย : ขนุ ชา้ งขุนแผน ง. นางแก้วกิรยิ า : ขุนช้างขนุ แผน
๓. ลำเจยี กได้อา่ นหนังสอื อะไรก่อนนอน
ก. นิราศเมืองแกลงของสนุ ทรภู่ ข. นริ าศเดอื นของนายมี
ค. นริ าศพระบาทของสุนทรภู่ ง. นิราศพระแทน่ ดงรังของนายมั่น
๔. ระหว่างท่ีลำเจยี กหลบั เธอฝันถึงเทศกาลใด
ก. งานวนั สงกรานต์ ข. งานวนั ขนึ้ ปใี หม่ ค. งานวนั เขา้ พรรษา ง. งานวันลอยกระทง
๕. นิราศเดอื นเปน็ บทประพนั ธข์ องนายมแี ต่งขึน้ ในสมัยใด
ก.รัตนโกสนิ ทร์ ข.อยธุ ยา ค.ธนบรุ ี ง.รัชกาลท่ี ๑
พิจารณาคำประพันธ์ตอ่ ไปน้แี ลว้ ตอบคำถามข้อ ๕ - ๖
พวกมนษุ ย์สดุ สขุ สนุกครนั โอ้ฤดูเดือนหา้ หนา้ คิมหันต์
ท้งั ผู้ดีเข็ญใจใส่องั คาส ไดด้ ูกนั พศิ วงเม่อื สงกรานต์
อภิวาทพุทธรูปในวิหาร
๖. “เดือนหา้ ” คือเดอื นใด
ก. เดอื นมกราคม ข. เดือนเมษายน ค. เดอื นพฤษภาคม ง. เดอื นธันวาคม
๗. “คมิ หนั ต์” หมายถึงฤดูใด
ก. ฤดูฝน ข. ฤดรู อ้ น ค. ฤดูหนาว ง. ฤดูทมี่ งี านสนุกร่นื เริง
๘. คำว่านริ าศ หมายถงึ ข้อใด
ก. การจากไป ข. การรำพงึ รำพนั ค. การอาลยั ง. การพรรณนา
๙. คำว่า พภิ พ หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. แมน่ ำ้ ข. แผ่นดนิ ค. โลก ง.ป่า
๑๐. ใครปฏบิ ัตติ นถูกต้องในประเพณลี อยกระทง
ก.เล็กทำกระทงจากวสั ดุธรรมชาติ ข.กอ้ ยทำกระทงจากโฟม
ค.แกว้ ใสเ่ สอื้ สายเดีย่ วไปลอยกระทง ง.กรเล่นดอกไม้ไฟและประทัดเสียงดงั
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจรงิ
เห็นคณุ คา่ และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง
วรรณคดลี ำนำ บทท่ี ๖
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ ห้องสมดุ ปา่
ชอื่ ____________________ สกลุ ________________ ชนั้ ______ เลขท่ี _____
ท่ีมาของเรอื่ ง
เรอื่ งห้องสมดุ ป่าเป็นการเล่าเรื่องราวการเข้าค่ายธรรมะของนักเรียนภายในวัดป่า ซึ่งวัดแห่งน้ีมีบท
ประพันธแ์ ละคำคมสอนใจ
“พฤษภกาสร” เป็นคำประพันธ์ กาพย์ยานี 11 แต่งโดยสมเด็จมหามมณเจ้า กรมพระปรมานุชิต
ชโิ นรส นำมาจากวรรณคดีเรื่อง กฤษณาสอนน้องคำฉนั ท์ มคี วามไพเราะ เนอ้ื หาโดดเด่น และจดจำไดง้ า่ ย
ท่สี ำคญั มเี น้ือหาและคติเตอื นใจมนษุ ย์ให้ใช้ชีวิตดว้ ยความไม่ประมาทและรจู้ ักการทำดี
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดีและอวยร่ารงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ จรงิ
เหน็ คณุ คา่ และนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจริง
เรอื่ งย่อ
เมื่อปลายเดือนทีแ่ ลว้ โรงเรยี นไดจ้ ัดคา่ ยธรรมสญั จรขนึ้ คุณครูพาเด็ก ๆ ไปเข้าคา่ ยอบรมธรรมะท่ีวัดป่าแห่ง
หนงึ่ ซ่งึ ต้ังอยนู่ อกเมอื ง เมื่อไปถงึ ทุกคนแปลกใจเพราะนอกจากป่าไม้เขียวขจรี ่มร่นื แลว้ ก็ไม่เห็นอะไรอีก ไม่มีสิ่งที่บ่ง
บอกว่าน่ีคอื วัด ไมม่ หี ลังคาโบสถ์ หลังคาวิหาร หรอื ศาลาการเปรียญ เมือ่ เดนิ ไปได้สักครู่ก็เริม่ เห็นวัดซ่อนตัวอยู่ใต้
ร่มไม้ เหน็ ศาลาหลงั ใหญ่ และกฏุ หิ ลงั เลก็ ๆ เหมอื นกระท่อมตั้งอยู่เรยี งรายตามแนวป่า กลมุ่ นกั เรยี นค่อย ๆ รวมกัน
อยู่หน้าศาลาการเปรียญหลังใหญ่ คุณครูบอกให้นักเรียนนั่งรออย่างสงบก่อนไปหา หลวงพ่อในศาลา เพื่อกราบ
นมัสการ และแจง้ กำหนดการของพวกเราให้ทราบ ช่วงจังหวะนเ้ี องฉนั สะดุดตาข้อความทีต่ ิดไว้ตรงโคนต้นตะเคียนซ่ึง
อยู่ไม่ไกลนัก ถัดไปเป็นต้นไม้สูงชะลูดที่มีป้ายบอกชื่อว่าเป็นต้นก่อ ฉันกับปะการังใช้เวลานี้สำรวจสถานที่ดว้ ยความ
สนใจ และสังเกตเห็นว่าตรงต้นไม้ใหญ่แต่ละต้นจะมีป้ายบอกชื่อพรรณไม้ติดอยู่และมีป้ายเขียนข้อความด้วยลายมือ
ประณีตติดอยู่แทบทุกต้นเหมือนป้ายคำขวัญทั่วไป ปะการังและเพื่อน ๆ เริ่มสนุกกับการอ่านป้ายสุภาษิตตามต้นไม้
และจดขอ้ ความไว้ ตัวอย่างเช่น กนิ นอ้ ย พดู น้อย นอนน้อย คือนกั ปฏิบัติ กนิ มาก พูดมาก นอนมาก คอื คนโง่, ตนเป็น
ทพ่ี ่งึ แหง่ ตน้ , ปัญญายอ่ มประเสริฐ กว่าทรพั ย,์ คนโง่ คนพาล ไม่ควรเปน็ ผ้นู ำ, พดู อยา่ งไรทำไดอ้ ย่างน้นั , ความจรงิ เป็น
สิ่งไม่ตาย, การกู้หนี้เป็น ทุกข์ในโลก, บัณฑิตย่อมฝึกตน, ความสุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี, ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา,
อยู่ร่วมกันคนชั่ว ย่อมมีแต่ความชั่ว, คนเกียจคร้าน ย่อมไม่พบความสุข คุณครูเดินกลับมาพร้อมกับภิกษุห่มจีวร
ทา่ ทางสงบ สำรวมน่าเลอ่ื มใส ทุกคนกม้ กราบพร้อมกนั หลวงพอ่ กลา่ วแนะนำสถานที่ กจิ กรรมทนี่ กั เรยี นต้องทำ และ
การปฏิบัติตนขณะเขา้ ค่ายธรรมะ แล้วหลวงพอ่ กข็ อตวั ไปเตรยี มกิจกรรมอบรมธรรมะ สว่ นพวกเรา คุณครูก็นำข้าวของ
ไปเก็บในศาลาที่เป็นเรือนนอน เก็บของเสร็จมีเวลาเหลือเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนถึงกำหนดเข้าฟังการบรรยายธรรมะ
นกั เรยี นจึงแยกยา้ ยกันตามอธั ยาศยั ฉันชวนปะการังเดนิ อา่ นและจุดปา้ ยคำขวญั ต่อ เพราะเหน็ ว่า ท่ีน่ีเหมือนห้องสมุด
ป่าเลยทีเดียว ฉันและปะการังเดินไปพบแผ่นป้ายเขียนข้อความด้วยตัวบรรจง มองเห็นแต่ไกล ข้อความเป็นค ำ
ประพันธ์ กาพยย์ านี 11 ช่อื “พฤษภกาสร” แต่งโดยสมเดจ็ มหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชติ ชิโนรส ดังน้ี
“ พฤษภกาสร อกี กุญชรอนั ปลดปลง
โททนตเ์ สนง่ คง สำคญั หมายในกายมี
มลายส้ินทั้งอินทรีย์
นรชาตวิ างวาย ประดบั ไวใ้ นโลกา”
สถิตทวั่ แตช่ ่ัวดี
คุณครูมาพบเข้าจึงอธิบายให้ทั้งสองเข้าใจเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิต ชิโนรส
เปน็ กวีเอกในสมยั รตั นโกสนิ ทร์ เน้ือหาของบทประพนั ธ์นี้ให้คตสิ อนใจว่า บรรดาช้างม้าววั ควาย เม่ือตายไปแลว้ ยังมเี ขา
และหนังเหลือไว้ให้เป็นประโยชน์ แต่คนเราเมื่อตายไป ส่ิงที่หลงเหลือให้เป็นที่ระลึกก็คือความดี และความชั่วเท่านนั้
พวกเราเดินอ่านข้อความในป้ายถัดไป ซึ่งแต่งด้วยกลอนสุภาพ “ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี ชั่วดีเป็น
ตรา”
ปากเปน็ เอกเหมือนเสกมนตใ์ ช้คนเชือ่ ฉลาดเหลือวาจาปรชี าฉาน
จะกล่าวถ้อยรอ้ ยคำไม่รำคาญ เป็นรากฐานเทดิ ตนพน้ รำเค็ญ
ปากเป็นเอกเหมือนเสกมนตใ์ ช้คนเชอื่ ฉลาดเหลอื วาจาปรีชาฉาน
จะกล่าวถ้อยร้อยคำไมร่ ำคาญ เปน็ รากฐานเทิดตนพน้ รำเค็ญ
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกรน็ รคมุณไทคยา่ อแยลา่ ะงนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง
เหน็ คุณคา่ และนำมาประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จรงิ
เร่อื งยอ่ เร่งสังวรเว่ียไวใ้ ชว้ า่ เล่น
ชว่ ยให้เด่นดีนกั หนาร้คู ่าคน
เลขเปน็ โทโบราณท่านสงั่ สอน
การคำนวณควรชำนาญคูณหารเปน็ เรยี นไปเถดิ รู้ไวไ้ ม่ไรผ้ ล
ได้เลี้ยงตนดว้ ยวิชาหาทรพั ยท์ วี
หนังสอื เปน็ ตรีวชิ าปัญญาเลิศ
ยามยากแค้นแสนคับไม่อบั จน ยามวิโยคชพี ยบั ลบั ร่างหนี
คงท่ีเปน็ ลือทว่ั ชวั่ ฟ้าดนิ
ชวั่ ดเี ป็นตราประทับไว้กับโลก
ทส่ี ูญแทก้ ็แตต่ วั ก็แตต่ ัวสว่ นชวั่ ดี
คุณครูขอให้อ่านเป็นทำนองเสนาะ ซึ่งปะการังบ่ายเบี่ยงว่าให้ดอกแก้วอ่านเพราะดอกแก้วเคย ชนะเลิศการ
แข่งขนั อ่านทำนองเสนาะ เม่อื ฉนั อ่านจบก็มเี สยี งปรบมือกราวใหญ่ แลว้ คณุ ครกู ็ใหอ้ ธิบายความหมายของบทประพันธ์
นี้ ฉันจึงเสนอให้ปะการังอธิบายเพราะปะการังเรียนเก่ง และสอบได้ที่หนึ่งเสมอ ปะการังอธิบายว่า เนื้อหาของบท
ประพันธ์พูดถึงความสำคัญของการพูด การคิด คำนวณ การเรียนหนังสือ และความดีความชั่วว่าสิ่งใดสำคัญสูงสุด
สิ่งใดสำคัญรองลงมา และสิ่งใดที่ทำให้คนจดจำ ซึ่งสิ่งทีท่ ำให้คนจดจำ ก็คือความดีนั่นเอง คุณครูสรุปว่าถา้ คิดให้ดีน่ี
เป็นคติเตือนใจที่เป็นประโยชน์มาก ในป่าแห่งนี้มีบทกลอนสุภาษิตและคติเตือนใจติดไว้ให้อ่านมากมาย น่าชื่นชม
ความคดิ ของหลวงพ่อที่นำเอาสง่ิ ดี ๆ มาใหค้ นอ่าน และถอื เป็นเคร่อื งเตือนใจได้อยา่ งดี
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://athome-education.blogspot.com
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและอวยร่ารงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยลา่ ะงนำมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
เหน็ คณุ ค่าและนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ จรงิ
แบบฝกึ หดั ตอนที่ ๑ คำศพั ท์จากบบทเรยี น
คำสั่ง ใหน้ กั เรียนนำคำศพั ทใ์ นบทเรยี นทีก่ ำหนดให้ตอ่ ไปน้ีมาแตง่ ประโยค
บคุ คล กุญชร ตรา พระนิพนธ์ มนตร์
อัธยาศัย
วิโยค สถติ สุภาพ สังวร
๑. บุคคล ________________________________________
๒. กุญชร ________________________________________
๓. ตรา ________________________________________
๔. พระนิพนธ์ ________________________________________
๕. มนตร์ ________________________________________
๖. วิโยค ________________________________________
๗. สถิต ________________________________________
๘. สุภาพ ________________________________________
๙. สงั วร ________________________________________
๑๐. อธั ยาศยั ________________________________________
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดีและอวยร่ารงณเหกร็นรคมุณไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ
เหน็ คณุ ค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ
แบบฝกึ หดั ตอนท่ี ๒ พชิ ติ คำตอบ
คำชแี้ จง ให้นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ ูกตอ้ ง
๑. ค่ายธรรมสญั จร คอื อะไร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๒. เขียนสุภาษติ ท่นี กั เรยี นชื่นชอบ ๑ สภุ าษติ พรอ้ มบอกเหตุผล
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๓ - ๕
“พฤษภกาสร อีกกุญชรอนั ปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคญั หมายในกายมี
มลายสิ้นทั้งอนิ ทรยี ์
นรชาตวิ างวาย ประดับไว้ในโลกา”
สถิตท่ัวแตช่ ่วั ดี
๓. คำประพันธ์ข้างต้น เปน็ คำประพนั ธป์ ระเภทใด
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๔. ผแู้ ตง่ คำประพันธค์ อื ใคร
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๕. คำประพันธ์ พฤษภกาสร ให้ข้อคิดแก่นักเรยี นบ้าง
________________________________________________________________
_________________________________________________________________
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ
เห็นคณุ ค่าและนำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจรงิ
แบบฝกึ หดั ตอนที่ ๓ ประลองชยั ชนะ
คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบท่ถี กู ตอ้ งท่สี ดุ เพยี งขอ้ เดยี ว
๑. เพราะเหตุใดจงึ เรียกวดั แห่งนีว้ า่ “ห้องสมุดป่า”
ก. มปี ้ายธรรมะสอนเตือนใจ ข. มจี ิตรกรรมฝาผนงั ใหค้ นเข้าชม
ค. มีการจดั อบรมธรรมะอย่างตอ่ เนื่อง ง. มีหนงั สอื ธรรมะมากมาย
๒. โรงเรยี นแหง่ หนึง่ ไดจ้ ดั คา่ ยธรรมะสญั จรขนึ้ ณ ที่ใด
ก. ทีว่ ัดปา่ นอกตวั เมอื ง ข. ที่วัดป่าในเมอื ง ค. ทีค่ า่ ยโพธสิ์ ามตน้ ง. ทค่ี า่ ยพระแทน่ ดงรัง
๓. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของวดั ปา่
ก. พระภิกษุตัง้ ใจศึกษาพระปรยิ ตั ธิ รรม ข. ช่วยอบรมสั่งสอนคนให้ชมุ ชน
ค. อยูใ่ นเขตชมุ ชนเมือง ง. พระภกิ ษตุ ้องการปฏบิ ตั ิธรรม
๔. หลวงพ่อกลา่ วถึงการอยู่วัดป่า ในข้อใดไมถ่ ูกต้อง
ก. เราอย่ใู กล้ชดิ ธรรมชาติ ข. ธรรมชาตเิ ปน็ มติ รกบั เรา
ค. เงยี บสงบมากไม่เหมาะสำหรบั ปฏิบัติธรรม ง. เปน็ สถานที่เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย
๕. ป้ายธรรมะในข้อใดตรงกบั พุทธสุภาษิตที่ว่า “อตั ตาหิ อตั ตาโน นาโถ”
ก. ปัญญายอ่ มประเสริฐกวา่ ทรพั ย์ ข. ฟงั ด้วยดยี ่อมไดป้ ญั ญา
ค. บัณฑิตยอ่ มฝกึ ฝนตนเอง ง. ตนแลเป็นทพ่ี งึ่ แห่งตน
๖. ข้อใดนับเป็นสง่ิ สำคญั อันดับแรก
ก. การพูด ข. การคดิ คำนวณ ค. ความดีงาม ง. การศกึ ษาเลา่ เรยี น
๗. จากบทรอ้ ยกรอง เรอ่ื ง “พฤษภกาสร” อยูใ่ นหนังสอื วรรณคดีไทยเรื่องอะไร
ก. นิทานสภุ าษิต ข. กฤษณาสอนน้องคำฉันท์
ค. นทิ านพน้ื บ้าน ง. บทละครเสภาขนุ ช้างขนุ แผน
๘. บทประพนั ธ์ “พฤษภกาสร” แต่งดว้ ยคำประพันธป์ ระเภทใด
ก. กลอนสุภาพ ข. กาพย์ยานี ๑๑
ค. คลงส่ีสภุ าพ ง. ฉันท์
๙. สาระสำคญั ของบทประพนั ธ์ “พฤษภกาสร” คืออะไร
ก. ช้าง มา้ ข. วัว ควาย
ค. ตายแล้วเหลือเขาหนงั ง. ความดี-ชวั่
๑๐.ปากเปน็ เอก เลขเป็นโท หนงั สอื เป็นตรี ชั่วดเี ป็น…………
ก. ตรา ข. จตั วา ค. ธรรมดา ง. สามัญ
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดีและอวยร่ารงณเหกร็นรคมุณไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง
เห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ
วรรณคดลี ำนำ บทที่ ๗
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
เทย่ี วเมอื งพระร่วง
ชอ่ื ____________________ สกลุ ________________ ชนั้ ______ เลขที่ _____
ที่มาของเรื่อง
บทละครคำพูดกลอนแสดงตำนานเรอื่ ง พระรว่ ง และบทโคลงสุภาษิต สยามานสุ สติ เป็นพระราช
นพิ นธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู ัว รัชกาลที่ ๖
เรื่องพระร่วง ฉบบั ทน่ี ำมาให้ศึกษานีท้ รงพระราชนิพนธ์เปน็ คำกลอน สลับกับร้อยแก้วตำพูดเจรจา
ประกอบ มคี วามสนกุ สนาน น่าตนื่ เตน้ ชวนให้ตดิ ตามและสร้างจติ สำนกึ ให้เราเป็นคนชาติ และแสดงถงึ
ภาวะความเปน็ ผนู้ ำท่ีดี
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกร็นรคมุณไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ จรงิ
เห็นคณุ คา่ และนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จริง
เรื่องยอ่
ครอบครัวของผมได้ไปเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สโุ ขทยั เมือ่ วันที่ 17 มกราคม ปีทีแ่ ลว้ วนั นน้ั เปน็ วันสำคัญวัน
หนึ่งของชาวสุโขทัย เพราะเป็นวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทางราชการจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรสุโขทัยในอดีต ตอนกลางวันมีพิธีบวงสรวง
ดวงพระวิญญาณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กลางคนื มงี านสมโภชเฉลมิ ฉลองอยา่ งย่ิงใหญ่
พวกเรามีโอยทาน ชื่อเล่นน้อยเปน็ นกั เรียนโรงเรียนเมืองเกา่ ซ่ึงอยู่หลังอุทยานเป็นมัคคุเทศก์ นำครอบครัวของ
เราเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ มัคคุเทศก์น้อยเป็นคนนำเที่ยวที่ดี มีความรู้เรื่องสถานที่ต่าง ๆ ในอุทยาน
ประวตั ศิ าสตร์ พ่อกับแม่ของมัคคเุ ทศกน์ ้อยจะขายของทร่ี ะลึกอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ สินค้าแต่ละอย่างส่วนมาก
เป็นฝีมือของพ่อ พ่อของเขาเป็นช่างแกะสลักไม้ฝีมือดี แกะสลักไม้เป็นรูปสัตว์หลายชนิด ส่วนแม่เป็นคนขาย ท้ัง
ครอบครวั ช่วยกันทำมาหากิน พวกเขาภูมิใจทีไ่ ดเ้ กิดเป็นลกู หลานของพ่อขนุ รามคำแหง
มัคคุเทศก์น้อยบอกว่าเขาเกิดที่นี่และโตที่นี่เขาจึงควรจะรู้เรื่องราวของที่นี่ มัคคุเทศก์น้อยนำพวกเราชมวัด
ศรีสวาย วัดตะพังเงิน วัดตระพังทอง วัดศรีชุม และวัดพระพายหลวง และเขาก็เล่าเกร็ดตำนานเกี่ยวกับสถานที่บาง
แห่งให้ฟังด้วย มัคคุเทศก์น้อยบอกว่า คืนนี้มีการแสดงสี สี เสียง และละครพูด เรื่องพระร่วง บทพระราชนิพนธ์ใน
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) พวกเราโชคดีมากที่ ได้มาเที่ยวตรงกับวันสำคัญ ผมจึงชวน
มคั คเุ ทศกน์ อ้ ยชมการแสดงกับพวกเราดว้ ย
การแสดง แสง สี เสียง ในคืนนั้น เป็นการนำเสนอเรื่องราวของอาณาจักรสุโขทัยสมัยพ่อขุนราม ที่มีความ
เจรญิ ร่งุ เรืองและสงบสุข เมื่อการแสดงจบลงกเ็ ป็นการแสดงละครพูดเรื่อง พระรว่ ง ซง่ึ เปน็ ตำนานเกีย่ วกับพระร่วงผู้ทรง
ขับไล่พวกขอมให้พ้นไปจากดนิ แดนไทย และทำให้คนไทยมีอิสรภาพมาจนถึงทุกวนั นี้
ฉากแรกของบทละครพูดเรื่องพระร่วงเริ่มขึ้นที่เมืองละโว้ กล่าวถึงพระร่วงพ่อเมืองละโว้กำลังเป็นทุกข์ เพราะ
ฝนแล้ง และเป็นเวลาที่ตอ้ งส่งสว่ ยไปใหท้ ้าวพันธุมเจ้ากรุงขอมที่นครธม (เมืองขอม) ซึ่งไม่สามารถผดั ผ่อนได้อกี พระร่วง
ขอให้นักคุ้มขนน้ำไปให้แต่นักคุ้มบ่ายเบี่ยง พระร่วงจึงใช้อุบายสานชะลอมตาถี่ แล้วเอาชันยาเป็นภาชนะใส่น้ำแทนตุ่ม
นกั ค้มุ จึงต้องขนน้ำกลับเมืองขอมตามสัญญา นกั ค้มุ กราบทลู ถึงความเฉลยี ว ฉลาด และความสามารถของพระร่วงให้ท้าว
พันธุมทรงทราบ ท้าวพันธุมทรงเกรงว่าพระร่วงจะมีบุญญาธิการ มาเสมอเหมือนพระองค์ และอาจจะตั้งตนขึ้นเป็น
ผู้วิเศษ ก่อการกำเริบขึ้นกับขอม ท้าวพันธุมคิดจะกำจัดพระร่วงเพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม จึงมีรับสั่งให้พญาเดโชคุม
กองทัพไปจบั พระรว่ งจากเมอื งละโวม้ าถวายพระองค์
ฝ่ายพระรว่ งมนั่ ใจวา่ ขอมจะต้องยกกำลังมาโจมตีจึงส่งสาสน์ ไปขอกำลังจากเมืองสโุ ขทยั แตเ่ จา้ เมืองสุโขทัยกำลัง
ประชวรหนัก พระร่วงจึงเตรียมการรับมือเอง นายมั่น ทราบข่าวว่าพระเจ้าแผ่นดินขอมรับสั่งให้พญาเดโชยกทัพมายัง
ละโว้เพื่อจับตัวพระร่วง จึงรีบมาแจ้งข่าวให้พระร่วงทราบล่วงหน้า พระร่วงตัดสินใจว่าจะหนีไปบวชเป็นภิกษุที่สุโขทัย
เพื่อตัดปัญหามิให้ชาวเมืองละโว้ต้องเดือดรอ้ น พระร่วงได้หลบหนีออกจากเมืองละโว้โดยมีนายทหารติดตามไปดว้ ยสอง
คน ส่วนพญาเดโชเมื่อทราบว่าพระร่วงหนีไปสุโขทัยก็ปลอมตัวติดตาม ไป เพื่อจับพระร่วงประหาร พญาเดโชไปถึง
สโุ ขทัย พบพระร่วงแต่ไมร่ ้จู ัก ถึงเขา้ ไปถามหาพระร่วง พระร่วงทราบทนั ทีวา่ เป็นขอมปลอมตวั มา จึงออกอบุ ายให้น่ังรอ
แล้วบอกว่าจะไปตามพระร่วงมาให้ ถึงตอนนี้ มัคคุเทศก์น้อยบอกว่าพญาเดโชเป็นขอมดำดิน เพราะปลอมตัวได้
แนบเนียนจนไม่มใี ครจำได้ และอยู่ ๆ ก็มาโผลท่ วี่ ดั นจี้ ึงเปรยี บกนั ว่ามาเหมือนขอมดำดิน แตใ่ นตำนานเลา่ วา่ ขอมดำดินมา
แลว้ ภายหลงั พระร่วงสาปให้ กลายเป็นหินอยทู่ ่ตี รงน้นั
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดีและอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ
เห็นคณุ คา่ และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง
เรอ่ื งย่อ
การแสดงครึ่งหลังเป็นตอนที่พระร่วงพร้อมด้วยทหารและศิษย์วัดกรูกันเข้าจับพญาเดโชมัดไว้ และส่งตัวคืนให้
ท้าวพันธุม ชาวสุโขทัยต่างสรรเสริญพระร่วงว่าไม่มีความผูกพยาบาทจองเวร จึงปรึกษากันว่า เมืองสุโขทัยว่างกษัตริย์
ต่างกเ็ หน็ สมควรจะเชิญพระร่วงขึน้ เป็นกษัตรยิ ์ครองเมอื งสโุ ขทัย แตห่ ลวงเมืองแห่งละโว้ไม่ยนิ ยอม เพราะพระร่วงยังเป็น
พ่อเมืองละโว้อยู่ พระมหาราชครูจึงเสนอให้รวมทัง้ สองเมืองเข้าเป็นอาณาจักรเดียวกัน ให้พระร่วงเป็นกษัตริยอ์ ยู่ที่กรุง
สโุ ขทัย อาณาจักรไทยจะไดเ้ ป็นปกึ แผน่
ในตอนสุดท้ายของการแสดงละคร นักแสดงทุกคนออกมายืนเข้าแถวด้านหน้าเวทีร้องเพล “ไทยรวม กำลังตั้ง
มน่ั ” และเพลง “สยามมานสุ สต”ิ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ซงึ่ พระองค์ทรงพระราช
นิพนธ์เพ่อื ปลุกใจให้คนไทยรกั ชาติ
พรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันแต่เช้า พวกเราจะไม่ได้พบมัคคุเทศก์น้อยอีกแล้ว คุณแม่ขอบใจ
มัคคุเทศกน์ อ้ ยทพี่ าชมอุทยานประวตั ศิ าสตร์ ส่วนคุณพอ่ ยื่นซองสนี ้ำตาลใส่เงินและให้ของตอบแทนน้ำใจ มัคคุเทศก์น้อย
ใหน้ กคมุ้ ไมแ้ กะสลกั ทพี่ ่อของเขาเปน็ ผู้แกะให้ผม และบอกว่า “นกคุ้มอาจเปน็ เสมือน เพือ่ นชว่ ยคมุ้ รองให้ปลอดภัย” แลว้
เรากโ็ บกมอื ลากัน
ขอบคณุ ข้อมูลจาก : http://athome-education.blogspot.com
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคยา่ อแยล่าะงนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
เหน็ คณุ ค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง
แบบฝึกหัด ตอนที่ ๑ คำศัพทจ์ ากบบทเรยี น
คำชแี้ จง ให้นักเรยี นแต่งเร่ืองตามจนิ ตนาการจากคำทกี่ ำหนดให้ แล้วต้งั ช่อื เรือ่ งพรอ้ ม
วาดภาพระบายสี
มคั คเุ ทศก์ ท่องเท่ียว อนุรักษ์ ความดี เมืองเก่า
เรื่อง__________________________________________
_____________________________________________________
_____________________________________________________
_____________________________________________________
_____________________________________________________
_____________________________________________________
_____________________________________________________
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดีและอวยร่ารงณเหกร็นรคมณุ ไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ
เห็นคุณค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ
แบบฝกึ หดั ตอนท่ี ๒ พชิ ติ คำตอบ
คำชีแ้ จง ให้นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ีใหถ้ กู ตอ้ ง
๑. อทุ ยาน ประวัติศาสตร์ท่กี ล่าวถึงในเร่อื งคืออทุ ยานประวัตศิ าสตรใ์ ด
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๒. วนั พอ่ ขนุ รามคำแหงมหาราช ตรงกบั วันใด
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๓. มคั คเุ ทศก์นอ้ ย คือใครและทำหนา้ ทีใ่ ด
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๔. จากการแสดงเรอื่ ง พระร่วง นกั เรยี นไดข้ ้อคดิ อะไรบ้าง
_________________________________________________________________
_________________________________________________________________
๕. ผ้ใู ดพระราชนิพนธ์ "สยามานสุ สต"ิ
________________________________________________________________
_________________________________________________________________
สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละอวยร่ารงณเหกร็นรคมณุ ไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจริง
เหน็ คุณค่าและนำมาประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จริง
แบบฝึกหัด ตอนท่ี ๓ ประลองชยั ชนะ
คำช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเลือกคำตอบทีถ่ ูกต้องท่ีสุดเพียงขอ้ เดยี ว
๑. “มัคคุเทศก์” หมายถึงใคร
ก. ผูน้ ำเท่ยี ว ข. ผู้นำทาง ค. ผูช้ ี้ทาง ผู้บอกทาง ง. ถกู ทกุ ข้อ
๒. วันพอ่ ขุนรามคำแหงมหาราช ตรงกับวนั ใด
ก. ๑๗ มกราคม ข. ๒๕ มนี าคม ค. ๖ เมษายน ง. ๒๓ ตลุ าคม
๓. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ กู ตอ้ งเกย่ี วกับมคั คุเทศก์น้อย
ก. พอ่ แมข่ ายของทีร่ ะลึก ข. พอ่ เปน็ ชา่ งแกะสลกั ไม้
ค. แมเ่ ปน็ ชา่ งสี ง. มัคคุเทศกน์ ้อยมีความรไู้ ม่แพม้ คั คุเทศกต์ ัวจริง
๔. บทละครพดู เรื่อง พระร่วง เป็นบทพระราชนพิ นธ์ของกษตั รยิ พ์ ระองคใ์ ด
ก. รชั กาลท่ี ๒ ข. รชั กาลที่ ๔ ค. รชั กาลท่ี ๕ ง. รัชกาลท่ี ๖
๕. นักเรียนคดิ วา่ พระรว่ ง มคี ุณสมบัตพิ เิ ศษอย่างไร
ก. มอี านุภาพ ข. มีวาจาสทิ ธ์ิ ค. เกง่ กลา้ สามารถ ง. ไมม่ ีข้อถูก
๖. ทำไมพระรว่ งจงึ รู้ว่าผู้มาถามหาพระร่วง ทแ่ี ทน้ ั้นเป็นศัตรู
ก. สังเกตจากการแต่งกาย ข. สังเกตจากรปู รา่ งหนา้ ตา
ค. สงั เกตจากเสียงพูด ง. ถูกทกุ ขอ้
๗. ขอมดำดนิ หมายถงึ ตัวละครใด
ก.พระภิกษุ ข. พระร่วง ค.พญาเดโช ง.ทหารเมอื งสุโขทัย
๘. เพลงสยามานุสสติ มีเนอ้ื หาเก่ียวกับเร่ืองใด
ก. ปลุกใจใหค้ นไทยรกั ชาติ ข. ปลุกใจให้คนไทยรจู้ กั รับผิดชอบงานตนเอง
ค. สอนให้ประพฤติตนตามหลกั ธรรม ง. สอนให้รกั เพื่อนพอ้ ง
๙. นักเรยี นควรปฏิบตั ติ นอยา่ งไรเม่ือเท่ยี วชมอุทยานประวตั ิศาสตร์
ก. เอามอื ทุบโบราณสถานเพื่อตรวจสอบความแข็งแรง
ข. นำกอ้ นหินเขียนชื่อบนกำแพงโบราณสถาน
ค. ปฏิบัตติ ามขอ้ ควรปฏิบัติของอุทยานประวตั ิศาสตร์
ง. ใช้กล้องถา่ ยภาพเพื่อบอกรายละเอยี ดของโบราณสถาน
๑๐.ขอ้ ใดสะกดถกู ตอ้ ง
ก. มคั คเุ ทศค์ ข.กตญั ญู ค.โบราณวสั ถุ ง.ศตั ตู
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละอวยรา่รงณเหกรน็ รคมณุ ไทคย่าอแยล่าะงนำมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจริง
เหน็ คณุ ค่าและนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง