The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 สกลศักดิ์ มีธรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สกลศักดิ์ มีธรรม, 2024-03-17 04:20:20

วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 สกลศักดิ์ มีธรรม

วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 สกลศักดิ์ มีธรรม

การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โดย นายสกลศักดิ์ มีธรรม ต าแหน่ง : ครูผู้ช่วย วิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


1 การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ผู้วิจัย นางสกลศักดิ์ มีธรรม ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


2 บันทึกการอนุมัติรายงานวิจัยในชั้นเรียน รายละเอียดประกอบรายงานวิจัยในชั้นเรียน ผลการนิเทศและตรวจสอบ รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ลงชื่อ............................................... (นายสกลศักดิ์ มีธรรม) ผู้รายงาน ....................................................................................... ......................................................................................... ......................................................................................... ลงชื่อ................................................. (นางสาวจิรสุตา เมืองอินทร์) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ....................................................... (นางสาวสนธยา นายี) หัวหน้างานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ข้อคิดเห็นและกลั่นกรอง เห็นควรอนุมัติ ไม่เห็นควรอนุมัติ เนื่องจาก ................................................................................. ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ......................................................... (นายธนพัฒน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารงานวิชาการ การพิจารณา / อนุมัติ / สั่งการ อนุมัติให้ใช้ได้ ไม่อนุมัติ เนื่องจาก ............................................................................................ ลงชื่อ....................................................... (นางวิลาวัลย์ สมฤทธิ์) ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา


3 ชื่องานวิจัย การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ผู้วิจัย สกลศักดิ์ มีธรรม บทคัดย่อ การวิจัยเรื่องการวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. ทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังการสอน โดยใช้ทฤษฎี การเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ทักษะปฏิบัติในการใช้เครื่องมือวัด การตัด ของนักเรียน ก่อนการใช้ ELT Cycle จากคะแนนการทดสอบจากประเมินการปฏิบัติงาน เท่ากับ 14.03 แปรผลทักษะปฏิบัติอยู่ในระดับพอใช้ หลังจาการใช้ELT Cycle จากคะแนนการทดสอบจากประเมิน การปฏิบัติงาน 20.80 แปรผลทักษะปฏิบัติอยู่ในระดับดี จะเห็นได้ว่านักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะปฏิบัติการ ใช้งานเครื่องมือวัด การตัด มีค่าคะแนนพัฒนาการ เท่ากับ 55.92 แปรผลคะแนนพัฒนาการอยู่ในระดับสูง โดยทักษะปฏิบัติหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลังการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะปฏิบัติ นักเรียนกมีทักษะปฏิบัติสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน 2. ทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังการสอน โดยใช้ทฤษฎี การเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ทักษะปฏิบัติในการใช้เครื่องมือ เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน ของนักเรียน ก่อนการใช้ ELT Cycle จากคะแนนการทดสอบจากประเมิน การปฏิบัติงาน เท่ากับ 14.15 แปรผลทักษะปฏิบัติอยู่ในระดับพอใช้ หลังจาการใช้ELT Cycle จากคะแนน การทดสอบจากประเมินการปฏิบัติงาน 20.35 แปรผลทักษะปฏิบัติอยู่ในระดับดี จะเห็นได้ว่านักเรียนเกิด การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือวัด การตัด มีค่าคะแนนพัฒนาการ เท่ากับ 52.12 แปรผลคะแนน พัฒนาการอยู่ในระดับสูง โดยทักษะปฏิบัติหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลังการเรียนโดยใช้ แบบฝึกเสริมทักษะปฏิบัตินักเรียนกมีทักษะปฏิบัติสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน ก


4 กิตติกรรมประกาศ รายงานการวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการ เรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะครูจากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ จากกระบวนการชุมชนแห่งการ เรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและผู้เชี่ยวชาญที่กรุณาให้คำปรึกษา ความรู้ ข้อเสนอแนะ และอำนวยความสะดวกในการทำงานวิจัยนี้ ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้วยความละเอียด เพื่อให้รายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ผู้วิจัยจึงขอกราบขอบพระคุณทุก ท่าน มา ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณผู้บริหาร ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือในการจัดเก็บข้อมูลจนทำให้งานวิจัยดำเนินไปได้ด้วยดี คุณค่าและประโยชน์ของรายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนฉบับนี้ ขอมอบแด่ครูอาจารย์ ทุกท่านที่ได้อบรมสั่งสอนให้ความรู้แก่ผู้วิจัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อพัฒนาแก้ปัญหานักเรียนที่ใน โรงเรียนสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สกลศักดิ์ มีธรรม ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ข


5 สารบัญ หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค บทที่ 1 บทนำ 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2 ขอบเขตของการวิจัย 2 นิยามศัพท์เฉพาะ 3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 4 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย 8 บทที่ 4 ผลการศึกษา 17 บทที่ 5 สรุปอภิปรายผล 23 สรุปผลการวิจัย 23 อภิปรายผล 24 บรรณานุกรม 25 ภาคผนวก 26ค


1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การศึกษานั้นเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการ พัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยมุ่งเน้นพัฒนา ด้านการศึกษาตั้งแต่ระดับพื้นฐานขึ้นไป ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐภาคเอกชน นักวิชาการ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้ ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาคนและคุณภาพของคน โดยเห็นว่าเป็นทั้งเหตุปัจจัยและผลลัพธ์ที่สำคัญ ที่สุดของการพัฒนาประเทศจากความสำคัญดังกล่าวรัฐบาลจึงได้ตราไว้เป็นกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ 2542 หมวด 4 มาตรา 22 โดยระบุหลักการไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่า นักเรียนทุกคนมีความสามารถ เรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้ และถือว่านักเรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการ จัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนและเต็มตามศักยภาพ และตามมาตรา 24 ยังได้ระบุไว้ อย่างชัดเจนว่าการจัดการ กระบวนการเรียนรู้สถานศึกษาต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับ ความสนใจและ ความสำคัญของนักเรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา จัดกิจกรรมให้ นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็นทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่าง ต่อเนื่อง จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างสมดุลกันรวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในทุกวิชา (กระทรวงศึกษาธิการ. 2542 :11-12) จากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ นั้นเป็นกลุ่มสาระที่ช่วยพัฒนาให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตการอาชีพและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ใน การทำงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์และแข่งขันในสังคมไทยและสากล เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพรัก การทำงานและมีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุข ประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ได้แก่ 1. การดำรงชีวิตและครอบครัง 2. การอาชีพ ซึ่งสาระที่ 2 การอาชีพ เป็นสาระที่เกี่ยวข้องกับ ทักษะที่จำเป็นต่ออาชีพ เห็นความสำคัญของ คุณธรรม จริยธรรมและเจตคติที่ดีต่ออาชีพ ใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม เห็นคุณค่าของอาชีพสุจริตและเห็น แนวทางในการประกอบอาชีพ ซึ่งทักษะที่จำเป็นต่ออาชีพ นั้นคือทักษะด้านการปฏิบัติงาน จะทำให้ประสบ ผลสำเร็จในการเรียนรู้ในรายวิชาการงานอาชีพต่าง ๆ จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ที่เรียนรายวิชาสมรรถนะ วิชางานไม้ฉลุลาย พบว่า ปัญหาที่สำคัญของนักเรียน คือ นักเรียนขาดทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ทำ ให้ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังนั้นไม่เป็นไปตามจุดประสงค์การเรียนรู้ ดังนั้น ผู้วิจัยจึงเล็งเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนให้น่าสนใจ เพื่อสร้างแรงจูงใจ อีกทั้งยัง สามารถพัฒนาความสามารถด้านทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) เป็นรูปแบบการสอนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมทักษะการ เรียนรู้ สำหรับให้นักเรียนฝึกปฏิบัติด้วยตนเองเพื่อให้มีทักษะและมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากการฝึก ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย น่าสนใจที่จะนำมาใช้ เพื่อให้ได้ฝึกฝนปฏิบัติเพิ่มเติมขึ้น เพื่อจะได้ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การเรียนรู้ให้เกิดความคล่องแคล่ว ความชำนาญ ตลอดจนเกิดความแม่นยำ ซึ่งเป็นไป


2 โดยอัตโนมัติ จากที่กล่าวมาข้างต้นจึงได้นำแนวคิด นักทฤษฎีการศึกษา เดวิด เอ. โคล์บ ได้ทำการพัฒนาและ นำเสนอออกมาเป็น ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ หรือ Experiential Learning Theory (ELT) การ เรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning) คือกระบวนการสร้างความรู้ ทักษะ และเจตคติด้วยการ นำเอา ประสบการณ์เดิมของนักเรียนมาบูรณาการเพื่อสร้างการเรียนรู้ใหม่ ๆ ขึ้น การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ จากแนวคิดดังกล่าวจึงได้จัดการเรียนการสอนโดยใช้การฝึกทักษะการปฏิบัติในการเรียนการสอนที่จะส่งผลให้ นักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการใช้งานเครื่องมือช่าง สูงขึ้น วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1. เพื่อศึกษาการใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) เพื่อ พัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ในรายวิชางานไม้ฉลุลาย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ในรายวิชางานไม้ฉลุลาย ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ของนักเรียนก่อนการใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ และหลัง การใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ คำถามการวิจัย สามารถพัฒนาทักษะปฏิบัติ การใช้งานเครื่องมือช่าง ในรายวิชางานไม้ฉลุลาย ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ได้หรือไม่ สมมติฐานการศึกษา นักเรียนมีทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ดีกว่า หลังจากใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ขอบเขตการวิจัย กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ที่เรียน รายวิชาสมรรถนะ วิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรต้น คือ การฝึกทักษะโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ ตัวแปรตาม คือ ทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ขอบเขตระยะเวลา ระยะเวลาที่ศึกษา คือ เดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 – เดือนกุมภาพันธ์พ.ศ. 2567 จำนวน 12 คาบเรียน คาบเรียนละ 50 นาที


3 นิยามศัพท์เฉพาะ ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ หรือ Experiential Learning Theory (ELT) หมายถึง การเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning) คือกระบวนการสร้างความรู้ ทักษะ และเจตคติด้วย การนำเอา ประสบการณ์เดิมของนักเรียนมาบูรณาการเพื่อสร้างการเรียนรู้ใหม่ ๆ ทักษะกระบวนการปฏิบัติ (performance skills) หมายถึง ความสามารถ ในการกระทำ หรือการ ปฏิบัติงานใดๆ อย่างเป็นลำดับขั้นตอน เพื่อให้งานนั้นสำเร็จตาม วัตถุประสงค์ของการกระทำ ทักษะนี้สามารถ สังเกตเห็นได้โดยตรงจากพฤติกรรมการแสดงออก ของผู้กระทำ เช่น ทักษะการพูด อ่าน เขียน ทักษะการเย็บ ปักถักร้อย ทักษะการทำงานช่าง ทักษะการวาดรูป เป็นต้น เครื่องมืองานช่าง หมายถึง เครื่องมือในการวัด การตัด การฉลุ การแกะ ตัด เฉือน กระบวนการ ELT Cycle หมายถึง การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ผ่าน มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน (Experiential Learning Cycle : EL Cycle) ประกอบไปด้วย 1. การสร้างประสบการณ์ผ่านการเรียนรู้ด้วย ตนเอง (Concrete Experience) 2. การสะท้อนการเรียรู้ หรือ ทบทวนการเรียนรู้ (Reflective Observation) 3. การสรุปองค์ความรู้ (Abstract Conceptualization) 4. การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ได้รับ (Active Experimentation) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. การใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) สมารถพัฒนา ทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ของนักเรียนได้ 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ที่เรียนในรายวิชา สมรรถนะ วิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 มีทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง สูงขึ้น


4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าเอกสาร ตำรา และงานวิจัย ที่ เกี่ยวข้องตามลำดับ ดังต่อไปนี้ 2.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ 2.2 ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) 2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ให้เป็น หลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทาง ในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถ ในการแข่งขันใน เวทีระดับโลก (กระทรวงศึกษาธิการ, 2544) พร้อมกันนี้ได้ปรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรให้มีความ สอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจทางการศึกษาให้ท้องถิ่นและสถานศึกษาได้มีบทบาทและมีส่วนร่วม ในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพ และความต้องการของท้องถิ่น (สำนักนายกรัฐมนตรี, 2542) สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และ ทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำรงชีวิต และครอบครัว สาระที่ 2 การอาชีพ มาตรฐาน ง 2.1 เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้ เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาอาชีพ มีคุณธรรม และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพ


5 2.2 ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ หรือ Experiential Learning Theory (ELT) การเรียนรู้จาก ประสบการณ์ (Experiential Learning) คือกระบวนการสร้างความรู้ ทักษะ และเจตคติด้วยการนำเอา ประสบการณ์เดิมของนักเรียนมาบูรณาการเพื่อสร้างการเรียนรู้ใหม่ ๆ ขึ้น การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ผ่าน โดย เดวิด เอ. โคล์บ นำเสนอว่าการที่จะนำทฤษฎีนี้ไปใช้ให้เกิดการเรียนรู้ จำเป็นต้องผ่านวงจรทั้ง 4 ขั้น (Experiential Learning Cycle : ELT Cycle) ซึ่งประกอบไปด้วย 4 หัวใจหลักส่งเสริมทักษะชีวิต การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ผ่าน มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน (Experiential Learning Cycle : EL Cycle) เป็นหัวใจสำคัญที่ส่งเสริมให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยตนเอง รวมไปถึงการพัฒนา ต่อยอดการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อนำไปสู่ทักษะชีวิตที่มีคุณภาพแบบยั่งยืนประกอบไปด้วย 1. การสร้างประสบการณ์ผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Concrete Experience) ให้นักเรียนได้ลอง เข้าไปอยู่ในประสบการณ์นั้น ๆ ด้วยตนเอง โดยเลือกหัวข้อที่ตนเองสนใจ และลองเข้าไปเรียนรู้และใช้ ประสบการณ์จริง เพื่อนำมาประมวลผลต่อ 2. การสะท้อนการเรียรู้ หรือ ทบทวนการเรียนรู้ (Reflective Observation) เมื่อนักเรียนได้ลอง เรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว ได้นำกลับไปทบทวนและประมวลผลสิ่งที่ได้พบเห็นหรือเรียนรู้ผ่านการวิเคราะห์ด้วย ตนเอง หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักเรียนด้วยกัน เพื่อเป็นการตกผลึกการเรียนรู้ที่ได้รับจาก ประสบการณ์โดยตรง 3. การสรุปองค์ความรู้ (Abstract Conceptualisation) เมื่อนักเรียนได้รับประสบการณ์และได้ลอง ทบทวนองค์ความรู้นั้นกับความเข้าใจเดิมที่ตนมีแล้ว ในขั้นตอนนี้นักเรียนจะได้ฝึกฝนขั้นตอนการตกผลึกองค์ ความรู้โดยการสรุปและนิยามองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ เช่น ผ่านการเขียนภาพมโนทัศน์ (mind mapping) หรือการสรุปการเรียนรู้ผ่าน model หรือ framework เป็นต้น 4. การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ได้รับ (Active Experimentation) เมื่อนักเรียนผ่านขั้นตอนการ เรียนรู้-ทบทวน-ตกผลึกองค์ความรู้ที่ได้รับมาแล้ว ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง นักเรียนจะได้ใช้ทักษะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ รวมไปถึงได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อ พัฒนาต่อยอดโดยใช้กรอบความคิดที่ตนเองได้ตกผลึกจากประสบการณ์จริง


6 อ้างอิงจาก https://thepotential.org/knowledge/experiential-learning-infographic/


7 2.3 เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง Craig (1987: 498) ได้ให้ความหมายว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์ หมายถึง ความรู้ ทักษะหรือ ความสามารถที่ได้รับจากการสังเกตการได้รับการกระตุ้นหรือการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติและดำเนินกิจกรรม การเรียนรู้ โดยเข้าไปร่วมด้วยความสมัครใจ ร่วมปฏิบัติ วิเคราะห์ ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ และน ำไป ประยุกต์ใช้ เป็นการแสวงหาคำตอบและตอบคำถามได้ด้วยตนเอง Evan (1994: 112) กล่าวถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์ว่า หมายถึง ความรู้และทักษะที่ได้รับจาก ประสบการณ์การทำงาน จากการปฏิบัติ และจากการศึกษาที่ไม่เป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็น การเรียนรู้จาก ประสบกาณ์ การเรียนรู้จากหนังสือ จากการบรรยาย การทดลอง การเรียนรู้จากประสบการณ์จึงเป็นวิธีการ เรียนรู้ที่หลากหลาย Kolb (2005: 49) ได้ให้ความหมายว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์ หมายถึง กระบวนการ สร้างความรู้โดยการปรับเปลี่ยนประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง จากการสังเกต การสะท้อนความคิด การสรุป ความคิดรวบยอดนำไปสู่การนำไปปฏิบัติ สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรณ์ (2544: 39- 40) กล่าวว่า การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ หมายถึง การเรียนรู้ จากประสบการณ์หรือการเรียนรู้จากการได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยที่ได้มีโอกาสรับประสบการณ์ แล้วได้รับการ กระตุ้นให้สะท้อนสิ่งต่าง ๆ ที่ได้จากประสบการณ์ออกมาเพื่อพัฒนาทักษะ เจตคติ หรือวิธีการคิดใหม่ ๆ ทิศนา แขมมณี (2545: 131) ให้ความหมายว่า การจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ หมายถึง การ ดำเนินการที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมายโดยให้ได้รับประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในเรื่อง ที่เรียนรู้ก่อน แล้วจึงให้ย้อนไปสังเกต ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นและนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาคิดพิจารณาไตร่ตรองร่วมกัน จนกระทั่งพนักงานสามารถสร้างความคิดรวบยอดหรือสมมติฐานต่าง ๆ ในเรื่องที่เรียนรู้ แล้วจึงนำความคิด หรือสมมติฐานเหล่านั้นไปทดลองหรือประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ใหม่ ๆ ต่อไป ราณี รัชนพงษ์ (2547: 42) กล่าวว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์ คือกระบวนการสร้างความรู้ ทักษะ และเจตคติด้วยการนำเอาประสบการณ์เดิมมาบูรณาการเพื่อสร้างความรู้ใหม่ ๆ ขึ้น กิ่งแก้ว อารีรักษณ์และคณะ (2549: 70) ได้ให้ความหมายของการเรียนรู้จากประสบการณ์ ว่าหมายถึง การเรียนรู้จากประสบการณ์หรือการลงมือด้วยการกระทำ โดยการดึงเอาประสบการณ์แล้ว กระตุ้นให้สะท้อนความคิดเกี่ยวกับประสบการณ์นั้นออกมาเพื่อพัฒนาความคิดใหม่ เจตคติและทักษะใหม่ เพื่อนำไปสู่ความรู้ใหม่ จากความหมายของการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของนักวิชาการต่าง ๆ มีส่วนร่วมที่เหมือนกัน เป็นการ เรียนรู้จากประสบการณ์เดิม เพื่อให้เกิดความรู้ ทักษะและเจตคติ เพื่อให้เกิดความรู้ใหม่ ส่วนที่แตกต่างกันคือ กระบวนการในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลเพื่อให้เกิดความรู้ใหม่ จึงสรุปได้ว่า การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ หมายถึง กระบวนการสร้างความรู้ ทักษะและเจตคติ โดยการดึงเอาประสบการณ์เดิม แล้วกระตุ้นให้สะท้อนความ คิดเกี่ยวกับประสบการณ์นั้น ๆ ออกมาเพื่อเป็น ความรู้ใหม่ ที่มา นัยนา ดอรมาน ประสาร มาลากุล ณ อยุธยา ผ่องพรรณ เกิดพิทักษ์ การเรียนรู้เชิงประสบการณ์และ การสะท้อนคิดเชิงวิพากษ์ จิตวิทยาเพื่อการพัฒนาศักยภาพมนุษย์, มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต


8 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ผู้วิจัยได้ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษา โดยแบ่งเป็น 5 ส่วน ดังนี้ 3.1 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยได้กำหนดขั้นตอนในการวิจัยไว้ดังนี้ 3.1.1 ศึกษาหลักการ ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) 3.1.2 กำหนดกรอบความคิดในการวิจัย เพื่อพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการ เรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 3.1.3 กำหนดวัตถุประสงค์ 3.1.4 กำหนดกลุ่มประชากร ในการวิจัยครั้งนี้ได้กำหนดกลุ่มประชากร คือ นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา ที่เรียนในรายวิชาสมรรถนะ วิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 จำนวน 26 คน 3.1.5 นำแผนการจัดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญและคณะครูจากกลุ่มสาระการ เรียนรู้การงานอาชีพ จากกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC กลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน อาชีพ ช่วยตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม และปรับปรุงแก้ไขตรวจสอบความถูกต้อง ความสอดคล้อง และ ความเหมาะสมของเนื้อหา วัตถุประสงค์ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและการประเมินผล 3.1.6 สร้างเครื่องมือการวิจัย โดยผู้วิจัยศึกษาจากหลักการ ใช้การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน (Experiential Learning Cycle : EL Cycle) ที่ส่งเสริมให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้และ ประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยตนเอง รวมไปถึงการพัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อนำไปสู่ทักษะชีวิตที่มี คุณภาพแบบยั่งยืนประกอบไปด้วยแนวคิด วัตถุประสงค์ เพื่อจําแนกว่า ควรสร้างเครื่องมือวัดด้านใดบ้างให้ เหมาะสมกับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์24 จังหวัดพะเยา ที่เรียนในรายวิชา สมรรถนะ วิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 จำนวน 26 คน 3.1.7 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยนําได้ดำเนินการเก็บข้อมูลดัวยตัวเองโดยการสังเกต และผลการ ปฏิบัติงานจากแบบประเมินทักษะการปฏิบัติงาน 3.1.8 การสรุปผลการวิจัยและนําเสนอผลการวิจัย โดยนําข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลและเขียน สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล


9 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ในการดำเนินการศึกษาครั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 26 คน เป็นนักเรียนที่ต้องพัฒนา ขาดทักษะ หรือเพิ่มทักษะปฏิบัติการใช้เครื่องมือช่าง ซึ่งพิจารณาจากการ สังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียนจากครูผู้สอน และการประเมินจากแบบประเมินทักษะการปฏิบัติงาน และ จากการวิเคราะห์ปัญหาจากกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC กลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน อาชีพ 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย จากรูปที่ 3-1 เป็นแบบประเมินการปฏิบัติงานจากแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากรายการ ประเมินที่ 2 จะเป็นการประเมินทักษะการใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ ในการปฏิบัติงาน จากการทำกิจกรรมใน ใบกิจกรรมเท่านั้น ดังนั้นเพื่อที่จะเพิ่มทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง โดยผู้วิจัยศึกษาจากหลักการ ใช้ การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน (Experiential Learning Cycle : EL Cycle) สร้างเครื่องมือ การวิจัย ดังรูปที่ 3-2 และรูปที่ 3-3 รูปที่ 3-1 แบบประเมินการปฏิบัติงาน


10


11 รูปที่ 3-2 แบบประเมินการปฏิบัติงาน แบบฝึกทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด


12


13 รูปที่ 3-3 แบบประเมินการปฏิบัติงาน แบบฝึกทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน


14 เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ประกอบด้วย 3.3.1 แบบฝึกทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง 3.3.2 แบบประเมินทักษะปฏิบัติงาน ผู้วิจัยจัดทำแบบฝึกทักษะการปฏิบัติงาน มาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา และปรับเปลี่ยนตาม ความเหมาะสม ได้แก่ แบบฝึกทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด แบบฝึกทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน โดยผู้ศึกษาดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอน ดังนี้ ขั้นการเก็บข้อมูลก่อนเรียน ก่อนการใช้แบบฝึกทักษะ ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการ ELT Cycle ที่ผู้วิจัยทดสอบ การปฏิบัติขณะเรียนโดยใช้แบบประเมินทักษะปฏิบัติงาน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ขั้นการทดลองใช้แบบฝึกทักษะ ผู้ศึกษาเป็นผู้สอนด้วยตนเองโดยใช้แบบฝึกทักษะ ควบคู่กับแผนการจัดการเรียนรู้ พร้อมสังเกต พฤติกรรมของกลุ่มตัวอย่าง เริ่มทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 รวม 12 คาบเรียน ดังนี้ คาบเรียนที่ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ เนื้อหา/แบบฝึกที่ใช้ 1 - 4 3 ทดสอบทักษะปฏิบัติงานขณะเรียน และใช้แบบฝึกทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด 4 - 8 3 ทดสอบทักษะปฏิบัติงานขณะเรียน ใช้แบบฝึกทักษะที่ 2 การฉลุ การแกะ ตัด เฉือน 9 - 12 3 สรุปและทำการประเมินทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ขั้นการทดสอบหลังการใช้แบบฝึกทักษะ สรุปและทำการประเมินทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง เพื่อดูพัฒนาการทักษะปฏิบัติการใช้งาน เครื่องมือช่างของนักเรียน ผ่านกระบวนการ ELT Cycle 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4.1 ศึกษาและวิเคราะห์นักเรียน ศึกษาและวิเคราะห์นักเรียน โดยการสร้างเครื่องมือวิเคราะห์นักเรียนในแต่ละชั้น ด้านที่ 1 ด้านความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ด้านที่ 2 ความพร้อมด้านสติปัญญา ด้านที่ 3 ความพร้อมด้านพฤติกรรม ด้านที่ 4 ความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจ ด้านที่ 5 ความพร้อมด้านสังคม


15 เพื่อที่จะใช้แบบรายงานวิเคราะห์นักเรียนรายบุคคลวิเคราะห์นักเรียนเป็นรายบุคคลประกอบการ เรียนการสอนในปีการศึกษา 256๖ 3.4.2 ให้นักเรียนฝึกทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ผ่านกระบวนการ ELT Cycle การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ผ่าน มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน (Experiential Learning Cycle : EL Cycle) เป็นหัวใจสำคัญที่ส่งเสริมให้นักเรียนสร้างองค์ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยตนเอง รวมไปถึงการ พัฒนาต่อยอดการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อนำไปสู่ทักษะชีวิตที่มีคุณภาพแบบยั่งยืนประกอบไปด้วย 1. การสร้างประสบการณ์ผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Concrete Experience) ให้นักเรียนได้ ลองเข้าไปอยู่ในประสบการณ์นั้น ๆ ด้วยตนเองจากนั้นทดลองปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง เพื่อให้ผู้วิจัยได้ สังเกตพฤติกรรมและทักษะการปฏิบัติงานของนักเรียน จากการทำกิจกรรมในใบกิจกรรม 2. การสะท้อนการเรียรู้ หรือ ทบทวนการเรียนรู้ (Reflective Observation) เมื่อนักเรียนได้ ลองเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว ได้นำกลับไปทบทวนเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือช่าง การสังเกตการสาธิตจาก ครูผู้สอน และประมวลผลสิ่งที่ได้พบเห็นหรือเรียนรู้ผ่านการวิเคราะห์และการปฏิบัติด้วยตนเอง หรือการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักเรียนด้วยกัน เพื่อเป็นการตกผลึกการเรียนรู้ที่ได้รับจากประสบการณ์โดยตรง 3. การสรุปองค์ความรู้ (Abstract Conceptualisation) เมื่อนักเรียนได้รับประสบการณ์และได้ ลองทบทวนองค์ความรู้นั้นกับความเข้าใจเดิมที่ตนมีแล้ว ในขั้นตอนนี้นักเรียนจะได้ฝึกฝนขั้นตอน การปฏิบัติ จนเกิดทักษะที่พัฒนาขึ้น จากการทบทวน การทำซ้ำ การตกผลึกองค์ความรู้โดยการสรุปและนิยามองค์ความรู้ ที่ได้จากการเรียนรู้จากการลงมือทำจนเป็นเทคนิค วิธีการที่ถูกต้องตามความถนัดของตัวเอง 4. การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ได้รับ (Active Experimentation) เมื่อนักเรียนผ่านขั้นตอนการ เรียนรู้-ทบทวน-ตกผลึกองค์ความรู้ที่ได้รับมาแล้ว ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง นักเรียนจะได้ใช้ทักษะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ รวมไปถึงได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อ พัฒนาต่อยอดโดยใช้กรอบความคิดที่ตนเองได้ตกผลึกจากประสบการณ์จริง 3.4.3 ประเมินทักษะปฏิบัติงาน หลังจาก ผ่านกระบวนการ ELT Cycle 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.5.1 นำผลคะแนนที่ได้จากการประเมินการปฏิบัติงานเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3.5.2 นำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติเพื่อทดสอบสมมติฐานและเพื่อสรุปผล ทักษะ ปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างของนักเรียน 3.5.3 การเปรียบเทียบทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างของนักเรียน ด้วยการหาคะแนน พัฒนาการ โดยคำนวณคะแนนพัฒนาการ จากแบบฝึกทักษะการใช้งานเครื่องมือช่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สูตรคะแนนพัฒนาการ และแปลผลคะแนนตามเกณฑ์ระดับพัฒนาการ ตามเกณฑ์ของ ศิริชัย กาญจน วาสี (2552: 266-267) ซึ่งใช้สูตร ดังนี้ คะแนนพัฒนาการ = คะแนนหลังเรียน - คะแนนก่อนเรียน X 100 คะแนนเต็ม - คะแนนก่อนเรียน


16 เกณฑ์คะแนนพัฒนาการเทียบระดับพัฒนาการ ดังนี้ คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ ระดับพัฒนาการ 76 - 100 51 - 75 26 - 50 0 - 25 พัฒนาการระดับสูงมาก พัฒนาการระดับสูง พัฒนาการระดับปานกลาง พัฒนาการระดับต้น


17 บทที่ 4 ผลการศึกษา ผลการศึกษา การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) จำนวน 26 คน โดยผู้ศึกษาได้เปรียบเทียบทักษะ ปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ระหว่างก่อน และหลังการใช้แบบฝึกทักษะปฏิบัติ ทั้ง 2 ชุด ซึ่งผู้ศึกษาได้ นำเสนอ ตามลำดับดังนี้ 4.1 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะผ่าน กระบวนการ ELT Cycle รูปที่ 4-1 แบบประเมินการปฏิบัติงาน แบบฝึกทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด


18 รูปที่ 4-2 แบบประเมินการปฏิบัติงาน แบบฝึกทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน จากรูปที่ 4-1 และ 4-2 เป็นแบบแบบฝึกทักษะที่ ใช้ในการประเมินทักษะปฏิบัติงาน หลังจาก ผ่าน กระบวนการ ELT และมีผลการทดลองใช้งานดังตาราง ที่ 4 – 1 ตามรางที่ 4-1 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ผ่านแบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 การ ใช้เครื่องมือวัด การตัด และแบบฝึกทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน เพื่อดูพัฒนาการ ของทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างของนักเรียน ผ่านกระบวนการ ELT Cycle


19 ตามรางที่ 4-1 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง แบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด รายการประเมิน แบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด ร้อยละ คะแนน พัฒนาการ การแปร ผลระดับ คะแนน ที่ ชื่อ สกุล นักเรียน ระดับคุณภาพ ก่อนกระบวนการ ELT Cycle หลังกระบวนการ ELT Cycle ระดับทักษะ แปรผล ระดับทักษะ แปรผล 1 15 ดี 21 ดีมาก 54.55 สูง 2 14 พอใช้ 21 ดีมาก 58.33 สูง 3 20 ดี 22 ดีมาก 33.33 ปานกลาง 4 21 ดีมาก 24 ดีมาก 60.00 สูง 5 11 พอใช้ 20 ดี 60.00 สูง 6 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 7 13 พอใช้ 20 ดี 53.85 สูง 8 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 9 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 10 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 11 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 12 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 13 14 พอใช้ 22 ดีมาก 66.67 สูง 14 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 15 12 พอใช้ 22 ดีมาก 71.43 สูง 16 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 17 16 ดี 21 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 18 8 ปรับปรุง 20 ดี 66.67 สูง 19 9 พอใช้ 18 ดี 52.94 สูง 20 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 21 17 ดี 22 ดีมาก 55.56 สูง 22 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 23 15 ดี 22 ดีมาก 63.64 สูง 24 9 พอใช้ 18 ดี 52.94 สูง 25 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 26 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง รวม 365 541 1453.92 เฉลี่ย 14.03 พอใช้ 20.80 ดี 55.92 สูง


20 จากตารางที่ 4-1 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง แบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 การใช้ เครื่องมือวัด การตัด สามารถสรุปได้ว่า นักเรียน มีทักษะปฏิบัติการใช้เครื่องมือวัด การตัด แปรผลได้ดังนี้ ระดับดีมาก จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 3.84 ระดับดี จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 38.46 ระดับพอใช้ จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 53.84 ระดับปรับปรุง จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 3.84 และหลังจากที่ได้รับการพัฒนาทักษะปฏิบัติ นักเรียน มีทักษะปฏิบัติ แปรผลได้ดังนี้ ระดับดีมาก จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 ระดับดี จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 ระดับพอใช้ จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ระดับปรับปรุง จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 การเปรียบเทียบทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างของนักเรียน ด้วยการหาคะแนนพัฒนาการ โดย คำนวณคะแนนพัฒนาการ จากแบบฝึกทักษะการใช้งานเครื่องมือช่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สูตร คะแนนพัฒนาการ และแปลผลคะแนนตามเกณฑ์ระดับพัฒนาการ ตามเกณฑ์ของ ศิริชัย กาญจนวาสี (2552: 266-267) สามารถแปรผลคะแนนพัฒนาการได้ดังนี้ พัฒนาการระดับสูงมาก จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 พัฒนาการระดับสูง จำนวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 73.07 พัฒนาการระดับปานกลาง จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 26.92 พัฒนาการระดับต้น จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง แบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด สามารถสรุปได้ว่า นักเรียน มีทักษะปฏิบัติการใช้เครื่องมือวัด การตัด นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะ ปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างได้อย่างชัดเจน


21 ตามรางที่ 4-2 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง แบบฝึกเสริมทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน รายการประเมิน แบบฝึกเสริมทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน ร้อยละ คะแนน พัฒนาการ การแปร ผลระดับ ที่ คะแนน ชื่อ สกุล นักเรียน ระดับคุณภาพ ก่อนกระบวนการ ELT Cycle หลังกระบวนการ ELT Cycle ระดับทักษะ แปรผล ระดับทักษะ แปรผล 1 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 2 13 พอใช้ 21 ดีมาก 61.54 สูง 3 15 ดี 21 ดีมาก 54.55 สูง 4 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 5 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 6 13 พอใช้ 20 ดี 53.85 สูง 7 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 8 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 9 13 พอใช้ 20 ดี 53.85 สูง 10 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 11 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 12 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 13 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 14 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 15 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 16 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 17 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 18 11 พอใช้ 18 ดี 46.67 ปานกลาง 19 11 พอใช้ 18 ดี 46.67 ปานกลาง 20 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 21 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 22 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 23 15 ดี 22 ดีมาก 63.64 สูง 24 10 พอใช้ 19 ดี 56.25 สูง 25 11 พอใช้ 19 ดี 53.33 สูง 26 11 พอใช้ 19 ดี 53.33 สูง รวม 368 529 1355.22 เฉลี่ย 14.15 พอใช้ 20.35 ดี 52.12 สูง


22 จากตารางที่ 4-2 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง แบบฝึกเสริมทักษะที่ 2 การใช้ เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน สามารถสรุปได้ว่า นักเรียน มีทักษะปฏิบัติการใช้การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน แปรผลได้ดังนี้ ระดับดีมาก จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ระดับดี จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 ระดับพอใช้ จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 50.00 ระดับปรับปรุง จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 และหลังจากที่ได้รับการพัฒนาทักษะปฏิบัติ นักเรียน มีทักษะปฏิบัติ แปรผลได้ดังนี้ ระดับดีมาก จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 34.61 ระดับดี จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 65.38 ระดับพอใช้ จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ระดับปรับปรุง จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 การเปรียบเทียบทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างของนักเรียน ด้วยการหาคะแนนพัฒนาการ โดย คำนวณคะแนนพัฒนาการ จากแบบฝึกทักษะการใช้งานเครื่องมือช่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สูตร คะแนนพัฒนาการ และแปลผลคะแนนตามเกณฑ์ระดับพัฒนาการ ตามเกณฑ์ของ ศิริชัย กาญจนวาสี (2552: 266-267) สามารถแปรผลคะแนนพัฒนาการได้ดังนี้ พัฒนาการระดับสูงมาก จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 พัฒนาการระดับสูง จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 46.15 พัฒนาการระดับปานกลาง จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 53.84 พัฒนาการระดับต้น จำนวน 0 คน คิดเป็นร้อยละ 0 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง แบบฝึกเสริมทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน สามารถสรุปได้ว่า นักเรียน มีทักษะปฏิบัติการใช้เครื่องมือวัด การตัด นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะ ปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างได้อย่างชัดเจน ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ทั้ง 2 แบบฝึกทักษะ คือ แบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด และ แบบฝึกเสริมทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน สามารถ สรุปได้ว่า นักเรียนมีทักษะปฏิบัติการใช้เครื่องมือช่างเพิ่มขึ้น สามารถพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือ ช่างได้อย่างชัดเจน ผ่านกระบวนการ ELT Cycle ที่ผู้วิจัยทดสอบการปฏิบัติขณะเรียนโดยใช้แบบประเมิน ทักษะปฏิบัติงาน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น


23 บทที่ 5 สรุปอภิปรายผล การวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ เป็นการศึกษา เชิงทดลอง (Experimental Research) โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาการใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) เพื่อพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ใน รายวิชางานไม้ฉลุลาย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะปฏิบัติการใช้งาน เครื่องมือช่าง ในรายวิชางานไม้ฉลุลาย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ของนักเรียนก่อนการใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ และหลัง การใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ ประชากรที่ใช้ในในการวิจัยครั้งนี้ได้ทำการ ทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังวัดพะเยา ที่เรียนในรายวิชา สมรรถนะ รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ที่เรียนรายวิชาสมรรถนะ วิชางานไม้ฉลุ ลาย รหัสวิชา ง20266 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ที่ขาดทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง จำนวน 26 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด และ แบบ พัฒนาการระดับสูง จำนวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ73.07 พัฒนาการระดับปานกลาง จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 26.92 แบบฝึกเสริมทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน พัฒนาการ ระดับสูง จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 46.15 พัฒนาการระดับปานกลาง จำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 53.84 สรุปผลการวิจัย การวิจัยเรื่องการวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. ทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังการสอน โดยใช้ทฤษฎี การเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ทักษะปฏิบัติในการใช้เครื่องมือวัด การตัด ของนักเรียน ก่อนการใช้ ELT Cycle จากคะแนนการทดสอบจากประเมินการปฏิบัติงาน เท่ากับ 14.03 แปรผลทักษะปฏิบัติอยู่ในระดับพอใช้ หลังจาการใช้ELT Cycle จากคะแนนการทดสอบจากประเมิน การปฏิบัติงาน 20.80 แปรผลทักษะปฏิบัติอยู่ในระดับดี จะเห็นได้ว่านักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะปฏิบัติการ ใช้งานเครื่องมือวัด การตัด มีค่าคะแนนพัฒนาการ เท่ากับ 55.92 แปรผลคะแนนพัฒนาการอยู่ในระดับสูง โดยทักษะปฏิบัติหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลังการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะปฏิบัติ นักเรียนกมีทักษะปฏิบัติสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน


24 2. ทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างก่อนและหลังการสอน โดยใช้ทฤษฎี การเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ทักษะปฏิบัติในการใช้เครื่องมือ เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน ของนักเรียน ก่อนการใช้ ELT Cycle จากคะแนนการทดสอบจากประเมิน การปฏิบัติงาน เท่ากับ 14.15 แปรผลทักษะปฏิบัติอยู่ในระดับพอใช้ หลังจาการใช้ELT Cycle จากคะแนน การทดสอบจากประเมินการปฏิบัติงาน 20.35 แปรผลทักษะปฏิบัติอยู่ในระดับดี จะเห็นได้ว่านักเรียนเกิด การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือวัด การตัด มีค่าคะแนนพัฒนาการ เท่ากับ 52.12 แปรผลคะแนน พัฒนาการอยู่ในระดับสูง โดยทักษะปฏิบัติหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลังการเรียนโดยใช้ แบบฝึกเสริมทักษะปฏิบัตินักเรียนกมีทักษะปฏิบัติสูงขึ้นกว่าก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน อภิปรายผลการวิจัย การวิจัยเรื่องการวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการ เรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) ก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริม ทักษะ สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ผลการศึกษาสามารถนำมาอภิปรายได้ ดังนี้ ผลการศึกษาพบว่าผล ทักษะนักเรียนมีการพัฒนาการอยู่ในระดับสูง โดยทักษะปฏิบัติหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลังการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะปฏิบัติ นักเรียนกมีทักษะปฏิบัติ สูงขึ้นกว่าก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน เกิดจากนักเรียนฝึกทักษะปฏิบัติ การใช้งานเครื่องมือช่าง ผ่านกระบวนการ ELT Cycle การเรียนรู้ เชิงประสบการณ์ผ่านตนเอง โดยการสร้างประสบการณ์ผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Concrete Experience) ให้นักเรียนได้ลองเข้าไปอยู่ในประสบการณ์นั้น ๆ ด้วยตนเองจากนั้นทดลองปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง เพื่อให้ผู้วิจัยได้สังเกตพฤติกรรมและทักษะการปฏิบัติงานของนักเรียน จากการทำกิจกรรมในใบกิจกรรม จากนั้น นักเรียนเกิดการการสะท้อนการเรียรู้ หรือ ทบทวนการเรียนรู้ (Reflective Observation) เมื่อ นักเรียนได้ลองเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว ได้นำกลับไปทบทวนเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือช่าง การสังเกตการ สาธิตจากครูผู้สอน และประมวลผลสิ่งที่ได้พบเห็นหรือเรียนรู้ ผ่านการวิเคราะห์ และการปฏิบัติด้วยตนเอง หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักเรียนด้วยกัน เพื่อเป็นการตกผลึกการเรียนรู้ที่ได้รับจากประสบการณ์ โดยตรง มีการสรุปองค์ความรู้ (Abstract Conceptualization) เมื่อนักเรียนได้รับประสบการณ์และได้ลอง ทบทวนองค์ความรู้นั้นกับความเข้าใจเดิมที่ตนมีแล้ว ในขั้นตอนนี้นักเรียนจะได้ฝึกฝน ปฏิบัติจนเกิดทักษะ ที่พัฒนาขึ้น จากการทบทวน การทำซ้ำ การตกผลึกองค์ความรู้โดยการสรุปและนิยามองค์ความรู้ที่ได้จากการ เรียนรู้จากการลงมือทำจนเป็นเทคนิค วิธีการที่ถูกต้องตามความถนัดของตัวเอง และสุดท้ายเกิดการ ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ได้รับ (Active Experimentation) เมื่อนักเรียนผ่านขั้นตอนการเรียนรู้-ทบทวนตกผลึกองค์ความรู้ที่ได้รับมาแล้ว นักเรียนจะได้ใช้ทักษะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ รวมไปถึงได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาต่อยอดโดยใช้กรอบความคิดที่ตนเองได้ตกผลึกจากประสบการณ์ จริง จากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ ELT Cycle และ แบบฝึกเสริมทักษะสามารถพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ของนักเรียนได้ดีกว่าก่อนเรียน


25 บรรณานุกรม กรมวิชาการ. (2544). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : กระทรวงฯ. _________. (2545). แนวทางการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา. กรุงเทพฯ : กรมฯ. _________. (2545). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : กรมฯ. กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : กระทรวงฯ. จำเนียร ศิลปะวานิช. (2538). หลักและวิธีสอน. กรุงเทพฯ : เจริญรุ่งเรืองการพิมพ์. มูลนิธิสยามกัมมาจล. 2563.ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) เข้าถึงได้จาก: https://thepotential.org/knowledge/experiential-learning-infographic/ 25 มกราคม 2565. สพฐ. 2563. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสามาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลังสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaischool1.in.th/site/download-file.php?doc_id=19801. 25 มกราคม 2565.


26 ภาคผนวก


27 แบบประเมินการปฏิบัติงาน แบบฝึกทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด ชิ้นงาน : การวัด การตัดเพื่อแปรรูปไม้ คำชี้แจง ให้ประเมินการภาพวาดงานศิลป์ของนักเรียน ตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องรายการ ประเมิน ให้ตรงกับระดับคุณภาพ ที่ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1 การเตรียมเครื่องมือในการปฏิบัติงาน 2 การใช้งานเครื่องมือวัด ตลับเมตร ไม้บรรทัด 3 การวัดค่าและการอ่านค่าความยาวชิ้นงาน ด้วยตลับเมตร 4 การใช้งานเลื่อยฉลุ การติดตั้ง การประกอบใบเลื่อย 5 การติดชิ้นงานด้วยใบเลื่อยฉลุ 6 การเก็บรักษาเครื่องมือ หลังปฏิบัติงาน สรุปได้ระดับคะแนน ____________ เกณฑ์การประเมิน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21 - 24 คะแนน 4 หมายถึง ดีมาก 15 - 20 คะแนน 3 หมายถึง ดี 9 - 14 คะแนน 2 หมายถึง พอใช้ ต่ำกว่า 8 คะแนน 1 หมายถึง ปรับปรุง สรุปผลการประเมินประเมินผลงาน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน (นายสกลศักดิ์ มีธรรม)


28 เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติงาน ประเด็นที่ประเมิน คะแนน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) การเตรียมเครื่องมือใน การปฏิบัติงาน เตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ได้ครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสม กับงานที่ปฏิบัติ เตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ได้ บางส่วน (ขาด 1 ชิ้น) ถูกต้อง เหมาะสมกับงานที่ ปฏิบัติ เตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ได้ บางส่วน (ขาด 2 ชิ้น) ถูกต้อง เหมาะสมกับงานที่ ปฏิบัติ เตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ได้ บางส่วน (ขาด 3 ชิ้น) ถูกต้อง เหมาะสมกับงานที่ ปฏิบัติ การใช้งานเครื่องมือวัด ตลับเมตร ไม้บรรทัด ดึงตลับเมตรออกจาก ตัวตลับอย่างเต็มมือ ด้านที่ถนัด ถูกต้องมี ความเหมาะสมดีมาก ท่าทางการจับถูกต้อง ดึงตลับเมตรออกจาก ตัวตลับไม่เต็มมือด้าน ที่ถนัด ได้ดีท่าทาง การจับถูกต้อง ดึงตลับเมตรออกจาก ตัวตลับอย่างพอใช้ ท่าทางการจับไม่ ถูกต้อง ดึงตลับเมตรออกจาก ตัวตลับไม่ถูกต้อง ถูกต้อง ท่าทางการ จับไม่ถูกต้อง การวัดค่าและการอ่าน ค่าความยาวชิ้นงาน ด้วยตลับเมตร ทำการวัดและการ อ่านค่าความยาว ชิ้นงานได้ถูกต้อง 4 หน่วย จาก 4 หน่วย คือ มิลลิเมตร เซนติเมตร เมตร และนิ้ว (4 หน่วย) ทำการวัดและการ อ่านค่าความยาว ชิ้นงานได้ถูกต้อง 3 หน่วย จาก 4 หน่วย คือ มิลลิเมตร เซนติเมตร เมตร และนิ้ว ทำการวัดและการ อ่านค่าความยาว ชิ้นงานได้ถูกต้อง 2 หน่วย จาก 4 หน่วย คือ มิลลิเมตร เซนติเมตร เมตร และนิ้ว ทำการวัดและการ อ่านค่าความยาว ชิ้นงานได้ถูกต้อง 1 หน่วย จาก 4 หน่วย คือ มิลลิเมตร เซนติเมตร เมตร และนิ้ว การใช้งานเลื่อยฉลุ การติดตั้ง การ ประกอบใบเลื่อย การติดตั้ง โกร่งเลื่อย ด้ามจับ ถูกต้องตาม ทิศทาง แข็งแรง ตัวล๊อคใบเลื่อยไม่ หลุด การประกอบใบ ฝันใบเลื่อย ตาม ตำแหน่งถูกต้อง ใบมีดตึงพอดี การติดตั้ง โกร่งเลื่อย ด้ามจับ ถูกต้องตาม ทิศทาง แข็งแรง ตัวล๊อคใบเลื่อย พอประมาณ ยังขยับ ได้ การประกอบใบ ฝันใบเลื่อย ตาม ตำแหน่งถูกต้อง แต่ ความสั้นยาวอาจจะ ต้องปรับแก้ไข ใบมีดตึงพอดี การติดตั้ง โกร่งเลื่อย ด้ามจับ ถูกต้องตาม ทิศทาง แข็งแรง ตัวล๊อคใบเลื่อย ยึด ไม่แน่น ยังขยับได้ การประกอบใบฝันใบ เลื่อย สลับตำแหน่ง แต่ความสั้นยาวต้อง ปรับแก้ไขทุกครั้ง ใบมีดหย่อน ไม่ตึง การติดตั้ง โกร่งเลื่อย ด้ามจับ ไม่ถูกต้อง ตามทิศทาง ไม่ แข็งแรง ตัวล๊อคใบ เลื่อยยังขยับหรือหลุด การประกอบใบฝันใบ เลื่อย สลับตำแหน่ง ความสั้นยาวต้อง ปรับแก้ไขตลอด ใบมีดหย่อน ไม่ตึง หรือขาด การติดชิ้นงานด้วย ใบเลื่อยฉลุ ตั้งฉาก 90 องศา ทำการฉลุด้วยจังหวะ พอดี ไม่กดใบเลื่อย ตัดตามชิ้นงานด้วย ความเรียบ สม่ำเสมอ ไม่ตั้งฉาก 90 องศา แต่ยังอยู่ในแบบการ ฉลุมาตรฐาน ( 70 -90 องศา ) แต่ทำการฉลุด้วย เอียงใบเลื่อยฉลุเกิน 50 องศาลงมา (ทำมุมแหลมไม่ตั้ง ฉากกับชิ้นงาน) แต่ทำการฉลุด้วย เอียงใบเลื่อยฉลุเกิน 50 องศาลงมา (ทำมุมแหลมไม่ตั้ง ฉากกับชิ้นงาน) แต่ทำการฉลุด้วย


29 ทั้งหน้าแบบและหลัง แบบ จังหวะเร็วขึ้น ไม่กด ใบเลื่อย ตัดตาม ชิ้นงานด้วยความ เรียบ สม่ำเสมอทั้ง หน้าแบบและหลัง แบบต้องปรับปรุง บ้าง เป็นบางจุด จังหวะเร็ว ช้า สลับกัน กดใบเลื่อย ตัดตามชิ้นงานทั้ง หน้าแบบและหลัง แบบต้องปรับปรุง หลายจุด ใบเลื่อย ขาดจากการ 1 ครั้ง ปฏิบัติงาน จังหวะเร็ว ช้า สลับกัน กดใบเลื่อย ตัดตามชิ้นงานทั้ง หน้าแบบและหลัง แบบต้องแก้ไขทุก ใบ เลื่อยขาดจากการ ปฏิบัติงาน เกิน 2 ครั้ง การเก็บรักษาเครื่องมือ หลังปฏิบัติงาน มีการทำความสะอาด เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์จัดเก็บเป็น ระเบียบ ทำความ สะอาด สถานที่ ปฏิบัติงาน แต่งกายเรียบร้อย มีพฤติกรรมเพียง 3 อย่าง มีพฤติกรรมเพียง 2 อย่าง มีพฤติกรรมเพียง 1 อย่าง


30 แบบประเมินการปฏิบัติงาน แบบฝึกทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุการแกะ ตัด เฉือน ชิ้นงาน : การฉลุและแกะตกแต่งงานไม้ฉลุลาย คำชี้แจง ให้ประเมินการภาพวาดงานศิลป์ของนักเรียน ตามรายการที่กำหนด แล้วขีด ✓ ลงในช่องรายการ ประเมิน ให้ตรงกับระดับคุณภาพ ที่ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1 การเตรียมเครื่องมือในการปฏิบัติงาน 2 การใช้งานเลื่อยฉลุ การติดตั้ง การประกอบใบเลื่อย 3 การติดชิ้นงานด้วยใบเลื่อยฉลุ 4 การใช้งานมีดคัตเตอร์ การติดตั้ง การประกอบใบมีด 5 การกะตกแต่งชิ้นงานด้วยใบมีดคัตเตอร์ 6 การเก็บรักษาเครื่องมือ หลังปฏิบัติงาน สรุปได้ระดับคะแนน ____________ เกณฑ์การประเมิน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21 - 24 คะแนน 4 หมายถึง ดีมาก 15 - 20 คะแนน 3 หมายถึง ดี 9 - 14 คะแนน 2 หมายถึง พอใช้ ต่ำกว่า 8 คะแนน 1 หมายถึง ปรับปรุง สรุปผลการประเมินประเมินผลงาน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง ลงชื่อ ................................................................................. ผู้ประเมิน (นายสกลศักดิ์ มีธรรม)


31 เกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติงาน ประเด็นที่ประเมิน คะแนน 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) การเตรียมเครื่องมือใน การปฏิบัติงาน เตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ได้ครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสม กับงานที่ปฏิบัติ เตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ได้ บางส่วน (ขาด 1 ชิ้น) ถูกต้อง เหมาะสมกับงานที่ ปฏิบัติ เตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ได้ บางส่วน (ขาด 2 ชิ้น) ถูกต้อง เหมาะสมกับงานที่ ปฏิบัติ เตรียมเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ได้ บางส่วน (ขาด 3 ชิ้น) ถูกต้อง เหมาะสมกับงานที่ ปฏิบัติ การใช้งานเลื่อยฉลุ การติดตั้ง การ ประกอบใบเลื่อย การติดตั้ง โกร่งเลื่อย ด้ามจับ ถูกต้องตาม ทิศทาง แข็งแรง ตัวล๊อคใบเลื่อยไม่ หลุด การประกอบใบ ฝันใบเลื่อย ตาม ตำแหน่งถูกต้อง ใบมีดตึงพอดี การติดตั้ง โกร่งเลื่อย ด้ามจับ ถูกต้องตาม ทิศทาง แข็งแรง ตัวล๊อคใบเลื่อย พอประมาณ ยังขยับ ได้ การประกอบใบ ฝันใบเลื่อย ตาม ตำแหน่งถูกต้อง แต่ ความสั้นยาวอาจจะ ต้องปรับแก้ไข ใบมีดตึงพอดี การติดตั้ง โกร่งเลื่อย ด้ามจับ ถูกต้องตาม ทิศทาง แข็งแรง ตัวล๊อคใบเลื่อย ยึด ไม่แน่น ยังขยับได้ การประกอบใบฝันใบ เลื่อย สลับตำแหน่ง แต่ความสั้นยาวต้อง ปรับแก้ไขทุกครั้ง ใบมีดหย่อน ไม่ตึง การติดตั้ง โกร่งเลื่อย ด้ามจับ ไม่ถูกต้อง ตามทิศทาง ไม่ แข็งแรง ตัวล๊อคใบ เลื่อยยังขยับหรือหลุด การประกอบใบฝันใบ เลื่อย สลับตำแหน่ง ความสั้นยาวต้อง ปรับแก้ไขตลอด ใบมีดหย่อน ไม่ตึง หรือขาด การติดชิ้นงานด้วยใบ เลื่อยฉลุ ตั้งฉาก 90 องศา ทำการฉลุด้วยจังหวะ พอดี ไม่กดใบเลื่อย ตัดตามชิ้นงานด้วย ความเรียบ สม่ำเสมอ ทั้งหน้าแบบและหลัง แบบ ไม่ตั้งฉาก 90 องศา แต่ยังอยู่ในแบบการ ฉลุมาตรฐาน ( 70 -90 องศา ) แต่ทำการฉลุด้วย จังหวะเร็วขึ้น ไม่กด ใบเลื่อย ตัดตาม ชิ้นงานด้วยความ เรียบ สม่ำเสมอทั้ง หน้าแบบและหลัง แบบต้องปรับปรุง บ้าง เป็นบางจุด เอียงใบเลื่อยฉลุเกิน 50 องศาลงมา (ทำมุมแหลมไม่ตั้ง ฉากกับชิ้นงาน) แต่ทำการฉลุด้วย จังหวะเร็ว ช้า สลับกัน กดใบเลื่อย ตัดตามชิ้นงานทั้ง หน้าแบบและหลัง แบบต้องปรับปรุง หลายจุด ใบเลื่อย ขาดจากการ 1 ครั้ง ปฏิบัติงาน เอียงใบเลื่อยฉลุเกิน 50 องศาลงมา (ทำมุมแหลมไม่ตั้ง ฉากกับชิ้นงาน) แต่ทำการฉลุด้วย จังหวะเร็ว ช้า สลับกัน กดใบเลื่อย ตัดตามชิ้นงานทั้ง หน้าแบบและหลัง แบบต้องแก้ไขทุก ใบ เลื่อยขาดจากการ ปฏิบัติงาน เกิน 2 ครั้ง การใช้งานมีดคัตเตอร์ การติดตั้ง การ ประกอบใบมีด เตรียมมีดคัดเตอร์ สำหรับแกะชิ้นงาน โดยใช้งาน ใบมีด 30 องศา ปลายใบมีดมี ความคมเสมอ เตรียมมีดคัดเตอร์ สำหรับแกะชิ้นงาน โดยใช้งาน ใบมีด 30 องศา ปลายใบมีดมี เตรียมมีดคัดเตอร์ สำหรับแกะชิ้นงาน โดยใช้งาน ใบมีด 45 องศา ปลายใบมีดมี เตรียมมีดคัดเตอร์ สำหรับแกะชิ้นงาน โดยใช้งาน ใบมีด 45 องศา ปลายใบมีดไม่


32 ความคมพอประมาณ ต้องหักปลายใบมีด ความคมพอประมาณ ต้องหักปลายใบมีด มีความคม ไม่หัก ใบมีดก่อนใช้งาน การกะตกแต่งชิ้นงาน ด้วยใบมีดคัตเตอร์ ใช้ใบมีด 30 องศา กรีดเฉือนตามแนว ของชิ้นงาน ตาม รูปแบบที่กำหนด มี การกรีดเฉือน ลายไม้ อย่างสวยงาม ประณีตชิ้นงาน ออกมาถูกต้อง เหมาะสม ใช้ใบมีด 30 องศา กรีดเฉือนตามแนว ของชิ้นงาน ตาม รูปแบบที่กำหนด มี การกรีดเฉือน ลายไม้ อย่างสวยงาม ต้อง แก้ไขบ้างบางจุด ชิ้นงานออกมา ถูกต้องเหมาะสม ใช้ใบมีด 30 องศา กรีดเฉือนตามแนว ของชิ้นงาน ตาม รูปแบบที่กำหนด มี การกรีดเฉือน ลายไม้ พอใช้ ต้องปรับแก้ หลายจุด ลายกรีดไม่ ชัดเจน หรือไม่ ถูกต้อง ต้องปรับแก้ หลายครั้ง ใช้ใบมีด 30 องศา กรีดเฉือนตามแนว ของชิ้นงาน ตาม รูปแบบที่กำหนด มี การกรีดเฉือน ลายไม้ ต้องแก้ไข ต้อง ปรับแก้ทุกจุด ลาย กรีดไม่ชัดเจน หรือไม่ ถูกต้อง หรือชิ้นงาน เสียหายจากการกรีด เฉือน ต้องปรับแก้ งานใหม่ การเก็บรักษาเครื่องมือ หลังปฏิบัติงาน มีการทำความสะอาด เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์จัดเก็บเป็น ระเบียบ ทำความ สะอาด สถานที่ ปฏิบัติงาน แต่งกายเรียบร้อย มีพฤติกรรมเพียง 3 อย่าง มีพฤติกรรมเพียง 2 อย่าง มีพฤติกรรมเพียง 1 อย่าง


33 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง แบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด รายการประเมิน แบบฝึกเสริมทักษะที่ 1 การใช้เครื่องมือวัด การตัด ร้อยละ คะแนน พัฒนาการ การแปร ผลระดับ คะแนน ที่ ชื่อ สกุล นักเรียน ระดับคุณภาพ ก่อนกระบวนการ ELT Cycle หลังกระบวนการ ELT Cycle ระดับทักษะ แปรผล ระดับทักษะ แปรผล 1 15 ดี 21 ดีมาก 54.55 สูง 2 14 พอใช้ 21 ดีมาก 58.33 สูง 3 20 ดี 22 ดีมาก 33.33 ปานกลาง 4 21 ดีมาก 24 ดีมาก 60.00 สูง 5 11 พอใช้ 20 ดี 60.00 สูง 6 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 7 13 พอใช้ 20 ดี 53.85 สูง 8 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 9 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 10 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 11 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 12 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 13 14 พอใช้ 22 ดีมาก 66.67 สูง 14 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 15 12 พอใช้ 22 ดีมาก 71.43 สูง 16 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 17 16 ดี 21 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 18 8 ปรับปรุง 20 ดี 66.67 สูง 19 9 พอใช้ 18 ดี 52.94 สูง 20 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 21 17 ดี 22 ดีมาก 55.56 สูง 22 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 23 15 ดี 22 ดีมาก 63.64 สูง 24 9 พอใช้ 18 ดี 52.94 สูง 25 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 26 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง รวม 365 541 1453.92 เฉลี่ย 14.03 พอใช้ 20.80 ดี 55.92 สูง


34 ผลการพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง แบบฝึกเสริมทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน รายการประเมิน แบบฝึกเสริมทักษะที่ 2 การใช้เครื่องมือการฉลุ การแกะ ตัด เฉือน ร้อยละ คะแนน พัฒนาการ การแปร ผลระดับ ที่ คะแนน ชื่อ สกุล นักเรียน ระดับคุณภาพ ก่อนกระบวนการ ELT Cycle หลังกระบวนการ ELT Cycle ระดับทักษะ แปรผล ระดับทักษะ แปรผล 1 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 2 13 พอใช้ 21 ดีมาก 61.54 สูง 3 15 ดี 21 ดีมาก 54.55 สูง 4 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 5 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 6 13 พอใช้ 20 ดี 53.85 สูง 7 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 8 12 พอใช้ 20 ดี 57.14 สูง 9 13 พอใช้ 20 ดี 53.85 สูง 10 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 11 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 12 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 13 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 14 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 15 14 พอใช้ 20 ดี 50.00 ปานกลาง 16 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 17 16 ดี 22 ดีมาก 60.00 สูง 18 11 พอใช้ 18 ดี 46.67 ปานกลาง 19 11 พอใช้ 18 ดี 46.67 ปานกลาง 20 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 21 18 ดี 22 ดีมาก 50.00 ปานกลาง 22 15 ดี 20 ดี 45.45 ปานกลาง 23 15 ดี 22 ดีมาก 63.64 สูง 24 10 พอใช้ 19 ดี 56.25 สูง 25 11 พอใช้ 19 ดี 53.33 สูง 26 11 พอใช้ 19 ดี 53.33 สูง รวม 368 529 1355.22 เฉลี่ย 14.15 พอใช้ 20.35 ดี 52.12 สูง


35 นักเรียนกลุ่มเป้าหมายการทำวิจัยในชั้นเรียน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ที่เรียนรายวิชา สมรรถนะ วิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 กลุ่ม A และกลุ่ม B รวมทั้งสิ้น 26 คน รูปที่ 1 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ที่เรียนรายวิชา สมรรถนะ วิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 กลุ่ม A และกลุ่ม B รวมทั้งสิ้น 26 คน เริ่มต้นจากการศึกษา วิเคราะห์ผู้เรียน เพื่อประเมินด้านความรู้ ความสามารถ ทักษะปฏิบัติและ ประสบการณ์ของนักเรียน


36 ให้นักเรียนฝึกทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง ผ่านกระบวนการ ELT Cycle รูปที่ 2 นักเรียนใช้ประสบการณ์เดิมของตนเองทดลองปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างด้วยต้นเอง การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ผ่าน มีทั้งหมด 4 ขั้นตอน (Experiential Learning Cycle : EL Cycle) ดังรูปที่ 2 การสร้างประสบการณ์ผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Concrete Experience) ให้นักเรียนได้ ลองเข้าไปอยู่ในประสบการณ์นั้น ๆ ด้วยตนเองจากนั้นทดลองปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่างด้วยต้นเองจาก การศึกษาจากใบความรู้ที่ครูให้ ด้วยตนเอง ขั้นตอนนี้ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมและทักษะการปฏิบัติงานของ นักเรียน จากการทำกิจกรรมในใบกิจกรรม


37 รูปที่ 3 นักเรียนสะท้อนการเรียรู้ในชั้นเรียนกับเพื่อนนักเรียนและครูผู้สอน รูปที่ 3 การสะท้อนการเรียรู้ หรือ ทบทวนการเรียนรู้ (Reflective Observation) เมื่อนักเรียนได้ ลองเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้ว ได้นำกลับไปทบทวนเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือช่าง การสังเกตการสาธิตจาก ครูผู้สอน และประมวลผลสิ่งที่ได้พบเห็นหรือเรียนรู้ ผ่านการวิเคราะห์ และการปฏิบัติด้วยตนเอง หรือการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักเรียนด้วยกัน เพื่อเป็นการตกผลึกการเรียนรู้ที่ได้รับจากประสบการณ์โดยตรง ในขั้นตอนนี้ ครูผู้สอนจะได้แปรผลคะแนน จากทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง จากการปฏิบัติงานของ นักเรียน เพื่อที่จะวิเคราะห์ทักษะปฏิบัติของนักเรียนว่าอยู่ในระดับใด รูปที่ 4 นักเรียนลงมือปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง โดยมีครูเป็นผู้สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ทักษะปฏิบัติ ขณะนักเรียนทำกิจกรรม และคอยให้คำแนะนำ ปรึกษา และสนับสนุนนักเรียน


38 รูปที่ 5 นักเรียนลงมือปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือการฉลุ แกะ ตัด เฉือน โดยมีครูเป็นผู้สังเกตพฤติกรรมการ ปฏิบัติงาน ทักษะปฏิบัติ ขณะนักเรียนทำกิจกรรม


39 รูปที่ 4 -5 เป็นการการสรุปองค์ความรู้ (Abstract Conceptualization) เมื่อนักเรียนได้รับ ประสบการณ์และได้ลองทบทวนองค์ความรู้นั้นกับความเข้าใจเดิมที่ตนมีแล้ว ในขั้นตอนนี้นักเรียนจะได้ฝึกฝน ขั้นตอน การปฏิบัติจนเกิดทักษะที่พัฒนาขึ้น จากการทบทวน การทำซ้ำ การตกผลึกองค์ความรู้โดยการสรุป และนิยามองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้จากการลงมือทำจนเป็นเทคนิค วิธีการที่ถูกต้องตามความถนัดของ ตัวเอง จนเกิดการพัฒนาทักษะปฏิบัติที่เพิ่มขึ้น ในขั้นตอนนี้ครูผู้สอนสังเกตพฤติกรรมและทักษะการปฏิบัติงาน ของนักเรียน จากการทำกิจกรรมในใบกิจกรรม จากนั้นแปรผลคะแนน จากทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือ ช่าง จากการปฏิบัติงานของนักเรียน หลังผ่านกระบวนการ เพื่อที่จะวิเคราะห์ทักษะปฏิบัติของนักเรียนเกิดการ พัฒนาอยู่ในระดับใด รูปที่ 6 นักเรียนมีทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือการฉลุ แกะ ตัด เฉือน เพิ่มขึ้น สามารถปฏิบัติการใช้งาน เครื่องมือได้เป็นอย่างดีทำให้ได้ชิ้นงานออกมาในสถาพสมบูรณ์สวยงาม ตามมาตรฐาน


40 รูปที่ 7 ผลงานนักเรียนอันเกิดจากทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือการฉลุ แกะ ตัด เฉือน ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ได้ชิ้นงานที่สร้างสรรค์และหลากหลาย ออกมาในสถาพสมบูรณ์สวยงาม ตามมาตรฐาน


41 รูปที่ 8 การสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลาย ของนักเรียน ออกมาในสถาพสมบูรณ์สวยงาม ตามมาตรฐาน รูปที่ 6 - 8 การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ได้รับ (Active Experimentation) เมื่อนักเรียนผ่าน ขั้นตอนการเรียนรู้-ทบทวน-ตกผลึกองค์ความรู้ที่ได้รับมาแล้ว ทำให้นักเรียนมีทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือ การฉลุ แกะ ตัด เฉือน เพิ่มขึ้น สามารถปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือได้เป็นอย่างดีเมื่อนักเรียนมีทักษะปฏิบัติ เพิ่มขึ้น ก็สามารถประยุกต์ใช้และสามารถต่อยอดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ รวมไปถึง ได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาต่อยอดโดยใช้กรอบความคิดที่ตนเองได้ตกผลึกจากประสบการณ์จริง และ เกิด Learning Outcome อย่างแท้จริง


การพัฒนาทักษะปฏิบัติการใช้งานเครื่องมือช่าง หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไม้รายวิชางานไม้ฉลุลาย รหัสวิชา ง20266 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experiential Learning Theory (ELT)) วิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


Click to View FlipBook Version