The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน อ่านออก เขียนได้ ป.2 เทอม1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by junejtt, 2021-09-21 05:49:21

แผนการสอน อ่านออก เขียนได้ ป.2 เทอม1

แผนการสอน อ่านออก เขียนได้ ป.2 เทอม1

แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ อ่านออก เขียนได้ เลม่ ๑
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๒

บทท่ี ๑ ชาวนารอฝน (๑) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอำ่ นสรำ้ งควำมรแู้ ละควำมคดิ เพอื่ นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหำ
ในกำรดำเนินชวี ิต และมีนิสัยรกั กำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๒.๑ ใช้กระบวนกำรเขยี นเขียนสื่อสำร เขียนเรียงควำม ย่อควำม และเขียนเรือ่ งรำว
ในรูปแบบต่ำงๆ เขยี นรำยงำนข้อมลู สำรสนเทศและรำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำ
อยำ่ งมปี ระสิทธิภำพ

๒. ตัวชี้วดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ได้ถูกตอ้ ง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๕ แสดงควำมคิดเห็นและคำดคะเนเหตกุ ำรณจ์ ำกเร่อื งทีอ่ ่ำน
มำตรฐำน ท ๒.๑ ป.๒/๓ เขียนเรอ่ื งสนั้ ๆ ตำมจนิ ตนำกำร

สาระสาคญั

หลงั จำกที่ผ้เู รยี นได้เรยี นกำรสะกดคำมำแล้วในชน้ั ป.๑ เมือ่ ถึงชั้น ป.๒ จะได้เรียนรู้จำกกำรอ่ำนเรื่องส้ันมำกข้นึ
นอกจำกจะไดฝ้ กึ ฝน ทบทวนแลว้ ยังกระตุ้นใหผ้ เู้ รียนมีควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ คดิ ต่อยอด มีจนิ ตนำกำร

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่ำนเนอื้ เรื่องส้ันๆ และแสดงควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เน้ือเร่ืองได้
๒. นกั เรยี นสำมำรถเขียนเร่ืองรำวสั้นๆ โดยโยงกับประสบกำรณ์สว่ นตวั ได้

สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทรอ้ ยกรองง่ำยๆ
๒. กำรเขยี นเรื่องส้นั ๆ ตำมจนิ ตนำกำร
๓. วรรณกรรมรอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรองสำหรับเดก็

กระบวนการจัดการเรียนรู้

๑. ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น

๑.คณุ ครูทักทำยนกั เรยี น
ใหน้ ักเรียนแนะนำตวั เพ่ือทำควำมรู้จกั กัน

๒. คณุ ครใู หน้ กั เรยี นเคลื่อนไหวประกอบบทเพลง “ฝนตกสยุ สุย” ในท่ำทมี่ ี
จังหวะสนุกสนำน

๓. ใหน้ กั เรียนจบั ค่กู ับเพ่ือน แล้วตบมอื เปน็ จงั หวะ คือ ตบโตะ๊ ๒ ครงั้ -
ตบมือ ๒ ครง้ั

๔. คุณครตู ดิ ชำรต์ บทเพลง “ฝนตกสุยสุย” บนกระดำนเคลอื่ นท่ี (หรอื แสดง
บนจอ) ชี้อ่ำนใหน้ ักเรยี นฟัง แลว้ ใหน้ ักเรยี นอำ่ นพรอ้ มกันจนคล่อง

๒. ข้นั นาเสนอความรู้
๑. คุณครูสอนอ่ำนเรือ่ ง “ชำวนำรอฝน” ในหนังสอื เรยี น โดยใหน้ กั เรียนชี้อำ่ นตำมทลี ะวรรค
๒. นกั เรยี นไฮไลต์คำสำคัญในแต่ละย่อหนำ้ แลว้ รว่ มพดู คุยกนั เกี่ยวกับเร่ืองที่อ่ำน
๓. สรปุ คำศัพทน์ ่ำรจู้ ำกเนอื้ เร่ือง เช่น แดดรอ้ น สวรรค์ ฟำงขำ้ ว เปน็ ต้น
๔. นกั เรียนอำ่ นคำศัพท์พร้อมกัน

๓. ขนั้ ลงมือเรียนรู้
๑. คุณครูแบ่งนกั เรยี นเปน็ ๒ ฝำ่ ย ใหน้ ักเรียนอ่ำนเรื่อง ชำวนำรอฝน อีกครง้ั โดยอ่ำนกลมุ่ ละ ๑ วรรค
สลับกันไป
๒. นกั เรียนทำแบบฝึกหัดในหนังสอื เรยี น
๓. คุณครใู หน้ กั เรียนดูคำศัพท์จำกเนื้อหำ ๓ นำที แลว้ เขียนตำมคำบอกจำนวน ๑๐ คำ

๔. ขน้ั สรุปความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงำน “หนงั สือเลม่ เลก็ ชำวนำรอฝน” ให้นักเรียน
๒. นกั เรยี นตัดใบงำน พบั ให้เปน็ หนังสอื เล่มเล็ก แลว้ ระบำยสี
๓. อ่ำนเนือ้ เรื่องในหนงั สือเล่มเล็กพร้อมกนั อีกครัง้
๔. รว่ มกนั พูดคยุ แสดงควำมคิดเห็นเกย่ี วกับเรื่องท่ีอ่ำน เช่น บำ้ นของใครทำนำ แลว้ เจอกับเหตุกำรณ์
เหมอื นลุงมหี รอื ไม่

๕. ขน้ั ประยุกตใ์ ช้ความรู้
๑. คณุ ครูทบทวนช่ือเดือนทั้ง ๑๒ เดอื นใหน้ ักเรียนฟัง
๒. เปิดหนงั สือเรียนในหนำ้ ท่ีมีกิจกรรมเกย่ี วกับเดือนตำ่ งๆ รว่ มพดู คุยกับนักเรียนวำ่ แต่ละเดือนนั้น
มเี หตกุ ำรณ์ หรือ เทศกำลอะไรบำ้ ง
๓. นกั เรียนเลือกเดือนและเหตุกำรณ์ ๑ เหตุกำรณ์ จำกหน้ำ ๑๐ - ๑๑ หรอื ตำมควำมสนใจ เขยี นเรอ่ื งรำว
ส้นั ๆ ลงในสมุด เชน่ อำกำศหนำวในเดือนธันวำคม แห่บงั้ ไฟ ทำนำเดือนกรกฎำคม เปน็ ต้น
จำกน้ันอ่ำนให้เพ่อื นฟัง

เคร่อื งมอื - ส่ือการเรียนรู้

๑. ชำร์ตเพลง "ฝนตกสุยสุย"
๒. กระดำนเคล่อื นท่ี
๓. ใบงำน “หนงั สือเล่มเลก็ ชำวนำรอฝน”

การวัดและประเมนิ ผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝึกหดั ของนักเรยี น

แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ อ่านออก เขยี นได้ เลม่ ๑
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๒

บทที่ ๑ ชาวนารอฝน (๒) จำนวน ๓ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอ่ำนสรำ้ งควำมรู้และควำมคดิ เพือ่ นำไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปญั หำ
ในกำรดำเนนิ ชวี ิต และมีนิสัยรกั กำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๔.๑ เขำ้ ใจธรรมชำติของภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปล่ียนแปลงของภำษำและพลังของ
ภำษำ ภูมปิ ัญญำทำงภำษำ และรกั ษำภำษำไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชำติ

๒. ตวั ช้ีวดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองงำ่ ยๆ ไดถ้ ูกต้อง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๔ บอกลกั ษณะคำคล้องจอง

สาระสาคัญ

คำท่มี ีพยญั ชนะตน้ + สระ + ตวั สะกด ท่ีมีกำรเปล่ียนรปู ลดรูป เปน็ คำทีน่ กั เรยี นเรียนมำแลว้ ในระดับ ป.๑
เมอ่ื ถึงชนั้ ป.๒ ต้องทบทวนเพอ่ื เตรยี มพร้อมสูก่ ำรผันเสียงวรรณยกุ ตใ์ นบทเรียนต่อๆ ไป

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. สำมำรถอำ่ นและเขียนคำทปี่ ระสมสระมตี วั สะกดได้
๒. นกั เรียนสำมำรถอ่ำนและเขำ้ ใจเร่อื งรำวสน้ั ๆ ในบทเรยี นได้
๓. นกั เรยี นสำมำรถต่อคำคล้องจองได้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๑. กำรอ่ำนออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม คำทีม่ ีตวั สะกดตรงตำมมำตรำ
๒. กำรสะกดคำ กำรแจกลูก และกำรอ่ำนเปน็ คำ
๓. คำคลอ้ งจอง

กระบวนการจัดการเรียนรู้

๑. ขน้ั นาเขา้ ส่บู ทเรียน

๑. คณุ ครใู หน้ กั เรียนเคลอ่ื นไหวประกอบบทกลอน “ลูกเป็ด”
(ดังตัวอย่ำง) โดยท่องกลอนว่ำ "ตื่นขึน้ แต่เช้ำ เอำขำ้ วให้เปด็
อย่ำทำองึ เอด็ เปด็ ข้ตี กใจ หำหอยหำปลำ เริงร่ำน้ำใส
เปด็ จงึ ออกไข่ ใหเ้ รำได้กิน"

๒. คณุ ครตู ิดชำรต์ บทกลอน “ลูกเป็ด” บนกระดำนเคล่ือนท่ี
หรอื แสดงเนอ้ื เพลงบนจอ ช้อี ่ำนใหน้ ักเรยี นฟงั แล้วให้นักเรียน
อำ่ นตำมจนคล่อง

๒. ขั้นนาเสนอความรู้
๑. คณุ ครูพำอำ่ นสะกดคำทม่ี ีพยัญชนะตน้ + สระ (ไดแ้ ก่ สระ -ะ , เ-ะ , โ-ะ , เ-อ , -วั , -อ) + ตวั สะกด
โดยใช้กระดำนเคลอื่ นทห่ี รือ power point ประกอบ
๒. ใหน้ กั เรยี นฝกึ อำ่ นเพิ่มเติมพร้อมกัน จำกหนงั สือเรยี น
๓. คณุ ครสู มุ่ แสดงบตั รคำศัพท์ ใหน้ กั เรยี นอ่ำน

๓. ขั้นลงมือเรยี นรู้
๑. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดในหนงั สือเรยี น
๒. คณุ ครูพำอ่ำนเรื่อง “เป็ดพะโล้” จำกหนังสอื เรยี น แลว้ พูดคยุ สรปุ เร่อื งรำวด้วยกัน
๓. ให้นกั เรยี นจบั ค่แู ลว้ ใช้ปำกกำไฮไลต์ ขีดเน้นคำที่มีพยัญชนะตน้ - สระ -ตวั สะกด ในเนื้อเรอ่ื ง
๔. เขยี นคำที่ไฮไลต์ลงในสมดุ ของตัวเอง แลว้ อ่ำนออกเสียงคำศัพทพ์ ร้อมกัน

๔. ขัน้ สรปุ ความรู้
๑. คุณครแู จกใบงำน “คำที่มีตวั สะกด (3D-GO : Windows 6 บำน)” ใหน้ กั เรียน เพื่อให้นักเรียนได้
ฝกึ อำ่ นและเขียนสะกดคำ
๒. นักเรยี นตัดใบงำน ตดิ ลงในสมดุ
๓. เขยี นคำทม่ี ีพยญั ชนะต้น + สระ + ตวั สะกดลงใน GO
๔. จบั คกู่ บั เพ่อื น แลว้ ผลดั กนั อ่ำนคำศพั ท์

๕. ข้นั ประยุกต์ใช้ความรู้
๑. คุณครทู บทวนเรื่องคำคล้องจอง และแจกใบงำน “คำไหนคล้องจองกนั ” ให้นักเรยี น
๒. นักเรียนทำใบงำน โดยตัดคำด้ำนล่ำง ติดในช่องว่ำง ให้คำคล้องจองกนั ถูกตอ้ ง
๓. ระบำยสีใหส้ วยงำมแล้วติดลงในสมดุ
๔. อำ่ นคำคลอ้ งจองในใบงำนพร้อมกัน

เครอื่ งมือ - สอื่ การเรยี นรู้

๑. ชำรต์ บทกลอน “ลูกเปด็ ”
๒. กระดำนเคลือ่ นที่
๓. ใบงำน “คำที่มตี วั สะกด (3D-GO : windows 6 บำน)”
๔. ใบงำน “คำไหนคล้องจองกัน”

การวดั และประเมินผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนักเรยี น
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หัดของนักเรียน
(กำรวดั และกำรประเมินผล คุณครสู ำมำรถปรบั เปล่ยี นได้ตำมควำมเหมำะสม บำงช้ันเรียนอำจมีกำรทดสอบ
ก่อนเรียน - หลังเรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอำ่ น ฯลฯ)

แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ อ่านออก เขยี นได้ เลม่ ๑
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๒

บทท่ี ๒ เป็ดหาย (๑) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้
มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอำ่ นสร้ำงควำมรูแ้ ละควำมคดิ เพือ่ นำไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปัญหำ
ในกำรดำเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ัยรกั กำรอำ่ น
มำตรฐำน ท ๔.๑ เขำ้ ใจธรรมชำตขิ องภำษำและหลักภำษำไทย กำรเปลีย่ นแปลงของภำษำ และพลังของ
ภำษำ ภูมิปัญญำทำงภำษำ และรกั ษำภำษำไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชำติ

๒. ตัวช้ีวัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทรอ้ ยกรองง่ำยๆ ได้ถกู ตอ้ ง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๔ ระบุใจควำมสำคญั และรำยละเอียดจำกเร่ืองทอี่ ่ำน
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๓ เรยี บเรยี งคำเปน็ ประโยคได้ตรงตำมเจตนำของกำรส่อื สำร

สาระสาคญั

เมอ่ื ถึงชั้นประถมศึกษำปีท่ี ๒ นักเรียนจะไดอ้ ่ำนเนอ้ื เรื่องในบทเรียนยำวขึ้น
มีเหตกุ ำรณ์และเร่ืองรำวซับซ้อนมำกขน้ึ จะทำให้นกั เรยี นได้เรียนรูค้ ำศัพท์และประโยคที่หลำกหลำย

จุดประสงค์การเรยี นรู้

๑. อำ่ นเร่อื งรำวจำกบทเรียนได้
๒. สำมำรถจบั ประเด็นสำคญั และวิเครำะหเ์ ร่ืองทอ่ี ่ำนได้
๓. สำมำรถแตง่ ประโยคส้ันๆ จำกคำศัพท์ในบทเรยี น

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสียงและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม คำที่มีตัวสะกดตรงตำมมำตรำ
๒. กำรอ่ำนจบั ใจควำมจำกสื่อต่ำงๆ
๓. กำรแต่งประโยค

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

๑. ขนั้ นาเข้าสู่บทเรยี น

๑. คณุ ครูให้นกั เรียนท่องบทกลอนและเคล่อื นไหวประกอบ
บทร้องเลน่ “กำดำ” ในทำ่ ทีม่ ีจงั หวะสนุกสนำน เช่น
ตัง้ มอื ซ้ำย แบไว้ ใช้มือขวำตบมือซำ้ ย ๑ ครั้ง - ใช้มือขวำ
ตบโตะ๊ ๒ ครงั้ - ใชม้ ือขวำตบบนมือซ้ำยของเพื่อนทน่ี ั่งอยู่
ข้ำงๆ

๒. คุณครูตดิ ชำรต์ บทร้องเลน่ “กำดำ” จำกนน้ั คุณครูช้อี ำ่ น
ให้นักเรียนฟัง แลว้ ให้นกั เรียนรอ้ งอ่ำนตำมทีละประโยค
จนคลอ่ ง

๒. ขนั้ นาเสนอความรู้

๑. คุณครสู อนอ่ำนเรอ่ื ง “เปด็ หำย” ในหนงั สือเรยี น โดยให้นกั เรียนเขยี นหมำยเลข หน้ำขอ้ ควำม
แตล่ ะยอ่ หนำ้

๒. คณุ ครูพำชีอ้ ่ำนทีละวรรค เมือ่ จบแต่ละย่อหน้ำ รว่ มกันพดู คยุ เกี่ยวกบั เนื้อเรอ่ื ง ว่ำใคร ทำอะไร ท่ีไหน
เมอ่ื ไหร่ อย่ำงไร แลว้ ใหน้ กั เรียนไฮไลต์คำสำคญั

๓. หลังจำกท่อี ่ำนเรอ่ื ง “เป็ดหำย” จบแลว้ ให้นกั เรยี นอ่ำนคำศัพท์ คำสำคัญจำกเรื่องพร้อมกันอีกครงั้

๓. ขัน้ ลงมือเรยี นรู้

๑. คณุ ครูให้นกั เรยี นทุกคนนั่งเปน็ วงกลม

๒. นกั เรยี นจะต้องอ่ำนเร่ือง “เปด็ หำย”ต่อกนั คนละวรรค แต่คุณครจู ะสุ่มนักเรียน

ไมอ่ ่ำนตอ่ กนั ตำมลำดับ กำรน่งั ดังน้นั นกั เรียนทุกคนจะต้องดูและอำ่ นในใจไปดว้ ย

แม้จะยงั ไม่ถึงรอบทต่ี วั เองอำ่ น

๓. หลังจำกทอี่ ำ่ นครบทุกคนแล้ว ให้นักเรยี นทำแบบฝกึ หัดในหนังสือเรียน

๔. ขน้ั สรุปความรู้

๑. คณุ ครแู จกใบงำน “GO สรุปเรื่อง” ให้นักเรียน เพื่อฝึกจบั ประเด็นและวเิ ครำะห์เรื่องทอี่ ่ำน
๒. นกั เรียนลงมือทำใบงำน
๓. เฉลยพรอ้ มกนั โดยคุณครูจะถำมคำถำมในใบงำน ให้นักเรียนตอบตำมท่ีตนเองเขียน

๕. ขน้ั ประยกุ ต์ใช้ความรู้

๑. คุณครแู จกใบงำน “ประโยคสรำ้ งสรรค์” ให้นกั เรยี น เพ่ือให้นกั เรยี นฝึกแตง่ ประโยค
๒. นักเรียนทำใบงำน โดยตดั ตำมรอยประ จำกน้นั เขยี นคำศัพท์และแต่งประโยค
๓. ติดใบงำนลงในสมดุ

เครื่องมือ - ส่ือการเรยี นรู้

๑. ชำรต์ บทรอ้ งเลน่ “กำดำ”
๒. กระดำนเคลอ่ื นที่
๓. ใบงำน “GO สรุปเรอื่ ง (GO : Picture)”
๔. ใบงำน “ประโยคสรำ้ งสรรค์”

การวัดและประเมินผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หดั ของนักเรียน
(กำรวดั และกำรประเมนิ ผล คุณครูสำมำรถปรบั เปลยี่ นได้ตำมควำมเหมำะสม บำงชนั้ เรียนอำจมีกำรทดสอบ
กอ่ นเรยี น - หลังเรียน กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒

บทท่ี ๒ เปด็ หาย (๒) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอ่ำนสรำ้ งควำมรแู้ ละควำมคิดเพ่อื นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หำ
ในกำรดำเนนิ ชวี ติ และมนี สิ ยั รักกำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๔.๑ เข้ำใจธรรมชำติของภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปลย่ี นแปลงของภำษำและ
พลังของภำษำ ภูมิปญั ญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไวเ้ ป็นสมบตั ขิ องชำติ

๒. ตัวชวี้ ัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองงำ่ ยๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๑ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ

สาระสาคญั

หลังจำกทีผ่ ูเ้ รยี นได้เรยี นรเู้ รื่องมำตรำตวั สะกดมำแลว้ ในช้นั ป.๑ เม่อื ถึงชัน้ ป.๒
จะตอ้ งเรียนกำรผันเสียงวรรณยุกต์จงึ ต้องทบทวนคำในแต่ละมำตรำ
เพอื่ เปน็ กำรปรับพืน้ ฐำนและเตรยี มควำมพรอ้ มในบทเรยี นนี้

จุดประสงค์การเรยี นรู้

๑. สำมำรถอ่ำนและเขยี นคำในแต่ละมำตรำตัวสะกดได้
๒. อ่ำนและเข้ำใจเรอื่ งรำวจำกสำรคดีในบทเรียนไ้ด้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม คำท่มี ีตวั สะกดตรงตำมมำตรำ
๒. กำรสะกดคำ กำรแจกลูก และกำรอ่ำนเป็นคำ
๓. มำตรำตัวสะกดทีต่ รงตำมมำตรำ

กระบวนการจดั การเรยี นรู้

๑. ขั้นนาเขา้ สู่บทเรยี น

๑. คุณครูให้นกั เรยี นท่อง ทบทวนบทร้องเล่น “กำดำ” จนคลอ่ ง
และเคลื่อนไหวประกอบบทรอ้ งเล่น ในทำ่ ท่ีมีจังหวะสนกุ สนำน
เช่น แตะหวั - แตะไหล่ - ตบมือ

๒. คุณครูติดชำรต์ บทร้องเลน่ “กำดำ” บนกระดำนเคล่ือนที่
ครชู ี้ให้นักเรยี นอำ่ นเอง จำกนน้ั นำแผ่นปำ้ ยหรือกระดำษมำปิด
บำงคำ แลว้ ให้นกั เรยี นตอบวำ่ คำทห่ี ำยไปคือคำว่ำอะไรและนำ
เนือ้ เพลงที่ครเู ตรียมไว้ มำตดิ แทนทีช่ ่องวำ่ ง

๒. ขน้ั นาเสนอความรู้
๑. คุณครทู บทวนมำตรำตัวสะกดทัง้ ๙ มำตรำ
๒. คณุ ครูพำสะกดคำตวั อยำ่ งแตล่ ะมำตรำ ทง้ั ๙ มำตรำ ให้นักเรียนออกเสยี งตำม
๓. ฝึกอำ่ นคำในแต่ละมำตรำ ในหนงั สอื เรียน
๔. คณุ ครูติดแผ่นชำร์ตคำศัพท์ หรอื ชูบตั รคำ ใหน้ กั เรียนอ่ำนและตอบว่ำคำนน้ั อยูใ่ นมำตรำใด

๓. ข้นั ลงมือเรียนรู้
๑. เขยี น หรอื ติดชำรต์ ชอ่ื มำตรำตวั สะกดบนกระดำน
๒. แบง่ นักเรียนเปน็ ๒ กลุม่ แต่ละกลุ่มจะได้กระดำษโพสตอ์ ติ กลมุ่ ละสี
๓. คณุ ครูให้เวลำประมำณ ๑๐ นำที สมำชิกแต่ละกลุม่ ต้องช่วยกันเขียนคำไปตดิ บนกระดำนใหไ้ ด้
มำกทสี่ ดุ และครบทุกมำตรำ
๔. เม่ือหมดเวลำ ให้นบั คะแนนแล้วอำ่ นคำศัพท์พร้อมกัน

๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คุณครแู จกใบงำน “พัดมำตรำตัวสะกด (GO : Fan Diagram)” ให้นักเรียน
๒. นักเรยี นเขยี นคำศัพท์จำกกจิ กรรมในข้นั ที่ ๓ ลงใน ใบงำน GO
๓. นกั เรยี นตัดใบงำน ตดิ ลงในสมดุ

๕. ขนั้ ประยุกต์ใช้ความรู้
๑. คุณครูพำอำ่ นสำรคดเี ร่ือง “งูเหลอื ม” ในหนังสอื เรยี น ทลี ะวรรค และไฮไลตค์ ำสำคัญ
๒. เม่ืออ่ำนจบแลว้ รว่ มพูดกนั เกย่ี วกบั สำรคดเี รื่องนี้ โดยใชค้ ำถำม ใคร ทำอะไร ท่ีไหน อย่ำงไร
๓. แบง่ กลุ่มนักเรียน กลมุ่ ละ ๔-๕ คน แล้วแจกกระดำษปรู๊ฟใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่
๔. นกั เรียนชว่ ยกนั วำดภำพ และเขยี นข้อมลู เกี่ยวกบั งเู หลือมจำกสำรคดีที่อ่ำนลงในกระดำษปร๊ฟู
ขนำดใหญ่
๕. แต่ละกลมุ่ ออกมำนำเสนอขอ้ มลู

เครอื่ งมอื - ส่อื การเรยี นรู้

๑. ชำรต์ บทกลอน “กำดำ” และชำรต์ ทีม่ ีชื่อมำตรำตวั สะกด
๒. บตั รภำพ บัตรคำ
๓. กระดำนเคลือ่ นที่
๔. ใบงำน “พดั มำตรำตวั สะกด (GO : Fan Diagram)”
๕. กระดำษปรู๊ฟ
๖. กระดำษโพสต์อติ

การวดั และประเมินผล

๑. สงั เกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนกั เรียน
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝึกหัดของนักเรียน
(กำรวดั และกำรประเมนิ ผล คุณครูสำมำรถปรับเปลี่ยนได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงช้ันเรียนอำจมีกำรทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ

แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ อ่านออก เขยี นได้ เลม่ ๑
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๒

บทที่ ๓ ชาลเี จอนกแกว้ (๑) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอำ่ นสรำ้ งควำมรู้และควำมคิดเพ่อื นำไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหำในกำร
ดำเนนิ ชวี ิต และมนี สิ ัยรกั กำรอำ่ น

มำตรฐำน ท ๓.๑ สำมำรถเลอื กฟงั และดอู ย่ำงมีวิจำรณญำณ และพดู แสดงควำมรู้ ควำมคดิ และ
ควำมร้สู กึ ในโอกำสต่ำงๆ อย่ำงมีวิจำรณญำณและสร้ำงสรรค์

๒. ตวั ชีว้ ัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสยี งคำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองงำ่ ยๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๕ แสดงควำมคดิ เหน็ และคำดคะเนเหตุกำรณ์จำกเรือ่ งทอี่ ่ำน
มำตรฐำน ท ๓.๑ ป.๒/๖ พูดสอ่ื สำรได้ชัดเจนตรงตำมวตั ถุประสงค์

สาระสาคัญ

กำรอำ่ นเนื้อเรื่องท่มี ีเรอื่ งรำว คำ และประโยคยำวข้นึ และซับซ้อนขึ้น
จะทำให้ผู้เรียนได้เห็นลักษณะของกำรใช้คำ เข้ำใจควำมหมำย และในทสี่ ุดก็จะสำมำรถอ่ำนไดอ้ ย่ำงเขำ้ ใจ
นอกจำกน้ยี งั ต้องเรยี นรู้กำรสรปุ เรือ่ งรำวทอ่ี ่ำนในระดบั เบื้องตน้ ได้ด้วยตนเอง

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่ำนเรื่องรำวและบอกควำมหมำยของคำจำกเรื่องที่อำ่ นได้
๒. สำมำรถคำดคะเนเหตกุ ำรณแ์ ละเรียงลำดบั เหตุกำรณไ์ ด้
๓. สำมำรถเขยี นและพดู สรุปเร่อื งรำวสั้นๆ จำกเรือ่ งท่ีอำ่ น

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑. กำรอ่ำนออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. กำรจับใจควำมและพดู แสดงควำมคิดเห็น
๓. กำรอ่ำนจบั ใจควำมจำกส่อื ตำ่ งๆ

กระบวนการจดั การเรียนรู้

๑. ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

๑. คณุ ครูให้นกั เรยี นเคลอื่ นไหวประกอบบทดอกสร้อย “สักวำ
หวำนอน่ื ” ในทำ่ ทมี่ จี ังหวะสนุกสนำน เช่น ตบมอื - ควำ่ แกว้ -
หงำยแก้ว

๒. คุณครตู ดิ ชำรต์ บทดอกสร้อย“สกั วำหวำนอ่ืน” บนกระดำน
เคล่อื นที่ ช้อี ่ำนให้นักเรยี นฟงั แล้วให้นักเรยี นอ่ำนพร้อมกนั

จนคล่อง

๒. ขั้นนาเสนอความรู้
๑. คุณครสู อนอ่ำนเรือ่ ง “ชำลเี จอนกแกว้ ” ในหนงั สอื เรยี น โดยให้นักเรยี นเขยี นหมำยเลข หนำ้ ข้อควำม
แต่ละย่อหนำ้ คุณครูพำชีอ้ ่ำนทีละวรรค เม่ือจบแต่ละย่อหนำ้ รว่ มกันพดู คยุ เก่ียวกับเนื้อเรอ่ื ง
แลว้ ให้นกั เรยี นไฮไลตค์ ำสำคัญ
๒. หลงั จำกท่ีอ่ำนเรอ่ื ง “ชำลีเจอนกแก้ว” จบแลว้ ให้นกั เรียนอำ่ นคำศัพท์ คำสำคัญจำกเรอื่ งพร้อมกนั
อีกคร้งั แล้วทำแบบฝึกหดั ในหนังสือเรยี น

๓. ข้ันลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครพู ำนักเรยี นอ่ำนนิทำน เรอื่ ง “ทำไมเสือหำงยำว กวำงหำงส้ัน” โดยให้ครูพำอ่ำนทีละวรรค
นักเรียนอำ่ นตำม พรอ้ มไฮไลตค์ ำสำคญั
๒. หลังจำกอ่ำนเนอ้ื เรื่องจบแล้ว นกั เรยี นอำ่ นออกเสียงคำสำคญั ในเรือ่ งพร้อมกนั อีกครัง้
๓. คณุ ครูและนักเรียนพดู คยุ กันวำ่ เคยไดย้ นิ ตำนำนเรอ่ื งอะไรอีกบำ้ ง
๔. ทำแบบฝกึ หดั เพ่ิมเติม ในหนังสือเรยี น

๔. ขนั้ สรุปความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงำน “จกิ ซอวเ์ รื่องรำว (GO : Jigsaw)” ให้นักเรยี น
๒. นกั เรยี นตัดจกิ ซอว์ และระบำยสีภำพใหส้ วยงำม
๓. นักเรยี นดภู ำพ อ่ำนเร่อื งรำวในแตล่ ะ้ช่อง แลว้ จบั คู่ภำพกับข้อควำมใหส้ มั พนั ธ์กัน
๔. ติดใบงำนลงในสมุด โดยเรียงตำมลำดบั เหตุกำรณ์

๕. ขนั้ ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงำน “ฉำกมหำสนกุ ” ใหน้ ักเรียน
๒. นักเรยี นเลือกฉำกจำกนิทำนเร่ือง "ทำไมเสอื หำงยำว กวำงหำงส้ัน" แล้ว ตดั พับ ใบงำน ตกแต่งตำม
เหตกุ ำรณ์หรือฉำกในเร่ืองทเี่ ลือกไว้
๓. เขียนบรรยำยฉำกทต่ี นเองชอบส้ันๆ ประมำณ ๔ - ๖ บรรทดั ในสมุด
๔. นกั เรยี นออกมำพดู หนำ้ ชัน้ เรียนเพอ่ื บรรยำยฉำกที่ชอบ ตำมทเ่ี ขยี นเอำไว้

เครอ่ื งมือ - สื่อการเรยี นรู้

๑. ชำรต์ บทกลอน "สักวำหวำนอ่นื "
๒. ใบงำน “จิกซอว์เรื่องรำว (GO : Jigsaw)”
๓. ใบงำน “ฉำกมหำสนุก”
๔. แก้วพลำสตกิ สำหรับเคำะ

การวัดและประเมินผล

๑. สงั เกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หดั ของนักเรยี น
(กำรวดั และกำรประเมินผล คุณครูสำมำรถปรบั เปลย่ี นได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงช้ันเรยี นอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรยี น - หลังเรียน กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ อ่านออก เขียนได้ เลม่ ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๒

บทท่ี ๓ ชาลีเจอนกแกว้ (๒) จำนวน ๔ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอำ่ นสร้ำงควำมรู้และควำมคิดเพ่ือนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหำ
ในกำรดำเนนิ ชีวติ และมีนสิ ยั รกั กำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๔.๑ เข้ำใจธรรมชำติของภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปลี่ยนแปลงของภำษำและพลงั ของ
ภำษำ ภูมปิ ัญญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชำติ

๒. ตวั ช้วี ัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสยี งคำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองงำ่ ยๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ

สาระสาคัญ

กำรผันวรรณยกุ ตค์ ำในอักษรกลำง เปน็ คำท่สี ำมำรถผนั ได้ครบทง้ั ๕ เสียง
กำรผันวรรณยกุ ตจ์ ะทำให้ผเู้ รียนเข้ำใจควำมสำคญั เพรำะเมอ่ื มวี รรณยุกตจ์ ะทำให้คำน้ัน
มคี วำมหมำยหลำกหลำยและสอื่ สำรได้ดยี ง่ิ ขนึ้

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. อ่ำนออกเสยี งคำและบอกควำมหมำยของคำได้
๒. สำมำรถผนั เสียงวรรณยกุ ตค์ ำอักษรกลำงได้ถูกต้อง

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑. กำรอ่ำนออกเสียงและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. คำทมี่ ีรปู วรรณยกุ ต์
๓. กำรผนั วรรณยุกต์คำอักษรกลำง

กระบวนการจดั การเรียนรู้

๑. ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

๑. คณุ ครูใหน้ ักเรยี นท่อง ทบทวนบทดอกสร้อย“สักวำ
หวำนอ่ืน” หำกนักเรยี นจำไม่ไดใ้ หต้ ิดแผน่ ชำร์ตบนกระดำน

๒. คณุ ครพู ำเคล่ือนไหวประกอบด้วยทำ่ ที่มีจังหวะสนุกสนำน
(ท่ำทำงใหม่ ต่ำงจำกคำบเรียนก่อนหน้ำน)้ี เช่น ให้นักเรยี น
น่งั เป็นวงกลม แล้วหันไปหำเพอื่ นข้ำงๆ จำกนั้น ตบตกั -
ตบมอื - ตบมือเพ่อื น

๒. ขนั้ นาเสนอความรู้
๑. คณุ ครูติดปำ้ ยอักษรกลำงและตำรำงผนั เสียงวรรณยกุ ต์บนกระดำนเคลื่อนที่หรือบอร์ดตะแกรง
๒. คุณครูทบทวนอักษรกลำง พร้อมอธบิ ำยหลกั กำรผนั เสียงของอักษรกลำง
๓. คุณครชู ้ีทีค่ ำตวั อย่ำง แล้วสอนสะกดและผนั เสยี งใหน้ ักเรยี น ผันเสยี งตำม
เช่น บำน บ่ำน บ้ำน บ๊ำน บ๋ำน
๔. ฝึกเพ่มิ เตมิ จำกหนังสือเรยี น ใหน้ ักเรียนลองผนั เสยี งวรรณยกุ ต์พรอ้ มกนั
๕. นกั เรียนทำแบบฝกึ หดั ในหนงั สอื เรียน

๓. ขนั้ ลงมือเรียนรู้
๑. คุณครแู จกใบงำน “พลิกแลว้ ผัน (GO : Flip)” ให้นกั เรยี น
๒. นกั เรียนตดั ใบงำนตำมรอยประ
๓. เตมิ คำทีห่ ำยไปลงในชอ่ งว่ำงใหถ้ ูกตอ้ ง ในขนั้ น้นี ักเรียนจะได้ฝึกกำรผันวรรณยกุ ต์
๔. ติดกำวบนใบงำนให้สำมำรถเปิด-ปิดได้

๔. ขั้นสรุปความรู้
๑. คุณครูแจกใบงำน “ตดั แล้วติด” ใหน้ กั เรยี น
๒. นักเรียนตัดใบงำนตำมรอยประ
๓. นำคำทตี่ ัดแลว้ ไปตดิ ในช่องวำ่ งให้ถูกต้อง เป็นกำรทบทวนกำรผันวรรณยุกตแ์ ละเชอื่ มโยงคำทีม่ เี สยี ง
วรรณยกุ ตก์ บั คำที่ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั
๔. ตดิ ใบงำนในสมุด ระบำยสีใหส้ วยงำม แลว้ อ่ำนออกเสยี งพรอ้ มกนั

๕. ขั้นประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. นักเรียนทกุ คนยนื ขึ้น
๒. คุณครอู อกเสียงคำศัพทค์ นแรก เพื่อให้นักเรียนต่อคำคล้องจอง เช่น ต้นไม้
๓. นักเรียนพดู คำคล้องจองคนละ ๑ คำ ซง่ึ แตล่ ะคำจะตอ้ งเปน็ คำอักษรกลำงทม่ี วี รรณยุกต์
ถำ้ พูดแล้วให้น่งั ลง

เครอื่ งมอื - สอ่ื การเรียนรู้

๑. ชำรต์ บทดอกสร้อย “สักวำหวำนอืน่ ”
๒. ป้ำยอักษรกลำงและตำรำงผันเสียง
๓. ใบงำน “พลกิ แล้วผัน (GO : Flip)”
๔. ใบงำน “ตดั แล้วติด”
๕. กระดำนเคลื่อนท่ี หรอื บอร์ดตะแกรง

การวดั และประเมนิ ผล

๑. สงั เกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หดั ของนักเรยี น
(กำรวดั และกำรประเมินผล คุณครูสำมำรถปรบั เปลย่ี นไดต้ ำมควำมเหมำะสม
บำงชน้ั เรียนอำจมีกำรทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอำ่ น ฯลฯ)

แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๒

บทท่ี ๔ เท่ียวงานวดั (๑) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอ่ำนสรำ้ งควำมรแู้ ละควำมคดิ เพ่ือนำไปใช้ตดั สนิ ใจ
แก้ปญั หำในกำรดำเนินชีวิต และมีนสิ ยั รักกำรอำ่ น

มำตรฐำน ท ๓.๑ สำมำรถเลอื กฟังและดูอย่ำงมีวิจำรณญำณ และพดู แสดงควำมรู้ ควำมคดิ
และควำมร้สู ึกในโอกำสตำ่ งๆ อย่ำงมีวจิ ำรณญำณและสร้ำงสรรค์

๒. ตัวช้ีวดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสยี งคำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ได้ถูกต้อง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๕ แสดงควำมคิดเห็นและคำดคะเนเหตุกำรณ์จำกเรื่องท่ีอ่ำน
มำตรฐำน ท ๓.๑ ป.๒/๖ พดู สือ่ สำรไดช้ ดั เจนตรงตำมวัตถุประสงค์

สาระสาคัญ

เมือ่ ผู้เรยี นได้อำ่ นเร่ืองรำวในบทเรียนมำกข้ึน ต้องเร่ิมฝึกทักษะกำรจบั ใจควำม โดยกำรฝกึ จบั ประเด็น
สรุปใจควำมสำคัญและลำดบั ควำมสำคญั ของเร่ืองท่ีอำ่ น ผ่ำนกำรสนทนำ หรอื กจิ กรรมในหอ้ งเรียน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

๑. อ่ำนออกเสยี งคำและบอกควำมหมำยของคำได้
๒. สำมำรถคำดคะเนเหตุกำรณ์จำกเร่ืองที่อ่ำนได้
๓. สำมำรถเขยี นและพดู นำเสนอเรอ่ื งรำวจำกประสบกำรณ์ของตนเอง

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. กำรจับใจควำมและพดู แสดงควำมคิดเหน็
๓. กำรเล่ำประสบกำรณใ์ นชวี ติ ประจำวนั

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

๑. ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรียน

๑. คุณครูให้นักเรียนเคลอ่ื นไหวประกอบบทเพลง “ยวนยำเหล”
ในทำ่ ทีม่ ีจังหวะสนกุ สนำน เช่น ตบมอื - ตบโตะ๊ - ตบมอื -
ตบวืด

๒. คุณครูติดชำร์ตบทกลอน“ยวนยำเหล” บนกระดำนเคลื่อนท่ี
ช้อี ำ่ นใหน้ ักเรียนฟัง แลว้ ให้นักเรยี นอ่ำนพร้อมกันจนคล่อง

๒. ขั้นนาเสนอความรู้
๑. คุณครสู อนอ่ำนเรอื่ ง “เทย่ี วงำนวดั ” ในหนังสอื เรียน โดยใหน้ กั เรยี นเขยี นหมำยเลข หน้ำข้อควำม
แต่ละยอ่ หนำ้
๒. คุณครพู ำชอ้ี ่ำนทลี ะวรรค เมือ่ จบแตล่ ะย่อหน้ำ ร่วมกันพดู คยุ เกีย่ วกบั เนื้อเรอ่ื ง วำ่ ใคร ทำอะไร ท่ีไหน
เม่ือไหร่ อย่ำงไร แล้วให้นักเรยี นไฮไลตค์ ำสำคญั
๓. หลงั จำกทอ่ี ำ่ นเรอื่ ง “เทีย่ วงำนวดั ” จบแลว้ ใหน้ ักเรียนอ่ำนคำศัพท์ คำสำคัญจำกเรื่องพรอ้ มกันอีกครั้ง

๓. ขน้ั ลงมือเรยี นรู้
๑. นักเรียนทำแบบฝกึ หดั หลงั อ่ำนเรือ่ ง “เท่ียวงำนวัด” ในหนงั สือเรยี น
๒. คุณครูแจกใบงำน “ลำดบั เรื่องรำว” ให้นักเรยี นทกุ คนลงมอื ทำ เพ่ือฝึกกำรคำดคะเน กำรลำดบั
เหตุกำรณจ์ ำกเร่ืองท่ีอำ่ น
๓. คุณครพู ำนักเรียนอ่ำนเร่ืองรำวจำกท่องแดนวรรณคดี เรอ่ื ง “ผีเสื้อสมุทร” โดยให้ครูพำอ่ำนทลี ะวรรค
นกั เรียนอ่ำนตำม พร้อมไฮไลต์คำสำคัญ
๔. หลงั จำกอ่ำนเนอ้ื เร่ืองจบแลว้ นักเรยี นอ่ำนออกเสียงคำสำคัญในเร่อื ง จำกนั้นพรอ้ มสรุป และแลก
เปล่ยี นควำมคดิ เหน็ เกย่ี วกับเนือ้ เรือ่ ง

๔. ข้นั สรุปความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงำน “ฉันคือใคร” ใหน้ กั เรยี น
๒. นักเรียนตดั ภำพตำมตวั ละครรอยประ ติดลงในสมุด ในลักษณะ ๓ มิติ
๓. เขยี นข้อมลู ของตัวละครนั้นประกอบภำพ โดยใช้ข้อมลู จำกหนงั สือเรียนหรือคน้ เพิ่มเติมจำกแหลง่ ข้อมูล
๔. ตกแต่งให้สวยงำมและพูดคยุ สรปุ ข้อมูลหลังกำรทำกิจกรรม

๕. ข้ันประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. คณุ ครูให้นกั เรียนวำดภำพงำนวัดหรือเทศกำลทน่ี ักเรยี นชอบลงในกระดำษเอสี่
๒. นกั เรยี นพูดนำเสนอเกีย่ วกับภำพวำดของตนเองใหเ้ พ่ือนฟัง โดยจบั คกู่ ัน หรือ พูดหนำ้ ช้ันเรียน

เครื่องมือ - สอ่ื การเรยี นรู้

๑. ชำรต์ บทกลอน “ยวนยำเหล”
๒. ใบงำน “ลำดบั เรื่องรำว”
๓. ใบงำน “ฉันคือใคร”

การวัดและประเมินผล

๑. สงั เกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนักเรยี น
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝึกหัดของนักเรียน
(กำรวดั และกำรประเมนิ ผล คุณครูสำมำรถปรบั เปล่ียนไดต้ ำมควำมเหมำะสม
บำงชั้นเรยี นอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรยี น - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอำ่ น ฯลฯ

แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรู้ อ่านออก เขยี นได้ เลม่ ๑
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒

บทท่ี ๔ เท่ยี วงานวดั (๒) จำนวน ๕ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอ่ำนสรำ้ งควำมร้แู ละควำมคิดเพอ่ื นำไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปญั หำ
ในกำรดำเนินชวี ิต และมนี สิ ัยรักกำรอำ่ น

มำตรฐำน ท ๔.๑ เข้ำใจธรรมชำตขิ องภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปล่ียนแปลงของภำษำและ
พลงั ของภำษำ ภมู ปิ ญั ญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชำติ

๒. ตวั ช้วี ดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ได้ถูกต้อง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ

สาระสาคัญ

กำรผันวรรณยุกต์คำในอักษรสงู และต่ำ จะแตกตำ่ งจำกอกั ษรกลำง เพรำะผันไดไ้ ม่ครบท้ัง ๕ เสยี ง
บำงคำมีรูปวรรรณยุกต์ไมต่ รงกับเสยี ง จงึ ตอ้ งเน้นย้ำและอธิบำยใหผ้ ้เู รียนเกิดควำมเข้ำใจ
รวมถึงเช่ือมโยงใหเ้ ห็นควำมสำคัญของวรรณยุกต์ ซ่ึงมีผลต่อควำมหมำยของคำและกำรนำไปใช้

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่ำนออกเสียงคำและบอกควำมหมำยของคำจำกบทเรยี นได้
๒. สำมำรถผนั เสยี งวรรณยกุ ต์คำอักษรสงู และตำ่ ได้ถูกต้อง

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสียงและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. คำทีม่ ีรปู วรรณยกุ ต์และไม่มรี ูปวรรณยกุ ต์
๓. กำรผนั วรรณยุกต์คำอักษรสงู และตำ่

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

๑. ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน

๑. คุณครใู ห้นักเรยี นท่อง ทบทวนบทเพลง“ยวนยำเหล”
หำกนกั เรียนจำไม่ไดใ้ หต้ ิดแผน่ ชำร์ตบนกระดำน

๒. คุณครพู ำเคล่ือนไหวประกอบดว้ ยท่ำที่มีจงั หวะสนุกสนำน
(ท่ำทำงใหม่ ตำ่ งจำกคำบเรียนกอ่ นหน้ำน)ี้ เช่น แตะหัว -
แตะไหล่ - ตบตกั - ตบมอื ตวั เอง - ตบมือเพอ่ื น

๒. ขั้นนาเสนอความรู้
๑. คุณครูตดิ ชำรต์ อักษรสูงและตำรำงผันเสียงวรรณยุกต์บนกระดำนเคล่อื นท่ี
๒. คุณครูทบทวนอักษรสูง พร้อมอธิบำยหลักกำรผันเสียงของอักษรสงู
๓. ยกตวั อย่ำงคำในอกั ษรสงู เชน่ ขำว ข่ำว ข้ำว พร้อมควำมหมำย ให้นักเรยี นสังเกตควำมแตกตำ่ ง
๔. คุณครูช้ีทค่ี ำตวั อย่ำง แล้วสอนสะกดและผันเสยี งให้นักเรยี น ผันเสยี งตำม เชน่ ฝำย ฝำ่ ย ฝ้ำย
๕. เปลยี่ นเปน็ คำอืน่ ๆ ให้นกั เรียนลองผันเสียงวรรณยุกต์พรอ้ มกนั
(ใชว้ ิธีเดียวกนั นีก้ ับกำรผันเสียงวรรณยกุ ตอ์ ักษรตำ่ ด้วย)

๓. ขั้นลงมือเรียนรู้
๑. คุณครูใหน้ ักเรยี นทำบมือลงในสมดุ หรอื กระดำษแล้ววำดรปู มือของตนเอง
๒. เขียนเสยี งวรรณยกุ ตก์ ำกับไวแ้ ตล่ ะนิว้ หัวแมม่ ือ-เสียงสำมัญ นวิ้ ช้ี-เสยี งเอก นิ้วกลำง-เสยี งโท
นิว้ นำง-เสียงตรี นิว้ ก้อย-เสยี งจตั วำ
๓. คุณครวู ำดภำพมือบนกระดำนดว้ ย แลว้ สอนใหผ้ นั อักษรสงู โดยใช้น้วิ มอื (อำจสอนควบคไู่ ปกบั อักษรต่ำ
เพ่ือใหส้ ำมำรถผันได้ครบทุกเสียง)
๔. นกั เรียนใช้ปำกกำเคำะบนรูปนว้ิ มือ ตำมเสยี งท่ีตัวเองผัน หรอื ใช้มอื จริงชนู ิว้ ตำมเสยี งทผี่ นั
๕. ฝกึ ทบทวนซ้ำหลำยๆ คำ หลำยๆ คร้งั

๔. ข้นั สรปุ ความรู้
๑. คุณครแู จกใบงำน “ผนั เสียงแสนสนกุ (GO : Table)” ให้นกั เรยี น
๒. นักเรียนทำใบงำน โดยใช้รูปมือจำกกิจกรรมขน้ั ที่ ๓ มำช่วยผันเสยี ง
๓. นักเรยี นทำแบบฝึกหัดเพ่มิ เติมในหนงั สือเรยี น

๕. ขั้นประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
๑. คุณครูแจกใบงำน “คทำวรรณยกุ ต์” พร้อมไม้ไอศกรมี คนละ ๕ ไม้
๒. นกั เรยี นตัดใบงำนตำมรอยประแล้วติดบนไมไ้ อศกรีม
๓. คุณครพู ดู คำศัพท์ หรอื แสดงคำศัพท์โดยใช้บัตรคำ นักเรยี นจะตอ้ งชูไมค้ ทำ ตำมเสยี งวรรณยกุ ตข์ อง
คำนัน้ หรอื ให้นกั เรยี นจับคู่ สลบั กนั พูดคำศัพท์ ให้อกี ฝ่ำยชูคทำคำศพั ท์ กจิ กรรมนฝี้ ึกได้ทั้งกำรผนั
เสยี งวรรณยกุ ต์อักษรตำ่ และอักษรสูง

เครื่องมอื - สื่อการเรียนรู้

๑. ชำรต์ บทกลอน “ยวนยำเหล”
๒. ชำรต์ อกั ษรสงู / อักษรต่ำ และตำรำงผนั เสียง
๓. ใบงำน “ผนั เสียงแสนสนุก (GO : Table)”
๔. ใบงำน “คทำผันเสยี ง”
๕. ไม้ไอศกรีม

การวดั และประเมินผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝึกหดั ของนักเรียน
(กำรวดั และกำรประเมนิ ผล คุณครสู ำมำรถปรบั เปลีย่ นได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงชัน้ เรียนอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรียน - หลงั เรียน กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอำ่ น ฯลฯ)

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ อ่านออก เขียนได้ เลม่ ๑
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๒

บทที่ ๕ เทยี่ วงานวดั (๑) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอำ่ นสรำ้ งควำมรแู้ ละควำมคดิ เพอ่ื นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหำในกำร
ดำเนนิ ชีวติ และมีนิสยั รักกำรอำ่ น

มำตรฐำน ท ๔.๑ เขำ้ ใจธรรมชำติของภำษำและหลักภำษำไทย กำรเปลย่ี นแปลงของภำษำและ
พลังของภำษำ ภมู ิปญั ญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไว้เป็นสมบตั ิของชำติ

๒. ตัวชว้ี ัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองงำ่ ยๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๕ แสดงควำมคดิ เหน็ และคำดคะเนเหตุกำรณจ์ ำกเร่อื งทอ่ี ่ำน
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๔/๓ เรยี บเรยี งคำเป็นประโยคไดต้ รงตำมเจตนำของกำรสือ่ สำร

สาระสาคญั

กำรฝึกเรยี บเรยี งคำหรือประโยคเป็นเร่อื งรำวส้ันๆ เพอ่ื สรปุ หรือบรรยำย เก่ียวกบั เนื้อเรื่องในบทเรียน
จะช่วยใหผ้ เู้ รียนไดท้ บทวนคำศพั ท์ และฝกึ ฝนทักษะด้ำนกำรเขียนและคิดประมวลผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๑. อ่ำนและบอกควำมหมำยของคำจำกเรอื่ งท่ีอ่ำนได้
๒. สำมำรถคำดคะเน เรียงลำดับเหตุกำรณ์จำกเร่อื งท่ีอ่ำน
๓. แตง่ ประโยคงำ่ ยๆ หรอื เรียบเรยี งประโยคเป็นข้อควำมส้ันๆ ได้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. กำรจบั ใจควำมและพูดแสดงควำมคิดเห็น
๓. กำรเรยี บเรยี งประโยคเปน็ ขอ้ ควำมสนั้ ๆ

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

๑. ขัน้ นาเข้าสูบ่ ทเรียน

๑. คุณครูให้นกั เรียนเคลื่อนไหวประกอบบทกลอน“นกน้อย” ในทำ่ ท่ีมจี งั หวะ
สนุกสนำน

๒. ให้นกั เรยี นจบั ค่กู ับเพือ่ น แลว้ ตบมือกัน โดยมือขำ้ งหนึง่ กำ อีกข้ำงหน่งึ แบ
สลับกนั ไปเร่อื ยๆ จนจบเพลง

๓. คุณครูตดิ ชำร์ตบทกลอน“นกน้อย” บนกระดำนเคลอื่ นที่ ชี้อำ่ นใหน้ กั เรียน
ฟัง แลว้ ใหน้ กั เรยี นอ่ำนพร้อมกันจนคล่อง

๒. ขั้นนาเสนอความรู้
๑. คณุ ครูสอนอ่ำนเรือ่ ง “มำลเี ปน็ ไขห้ วัด” ในหนังสือเรียน โดยให้นกั เรยี นเขียนหมำยเลข หนำ้ ขอ้ ควำม
แต่ละยอ่ หนำ้
๒. คณุ ครพู ำชอี้ ่ำนทีละวรรค เมือ่ จบแตล่ ะยอ่ หน้ำ รว่ มกนั พดู คยุ เกีย่ วกับเน้ือเรอ่ื ง ว่ำใคร ทำอะไร ที่ไหน
เมอ่ื ไหร่ อยำ่ งไร แล้วใหน้ กั เรยี นไฮไลตค์ ำสำคญั
๓. หลังจำกทีอ่ ่ำนเรือ่ ง “มำลีเป็นไขห้ วัด” จบแล้ว ให้นกั เรียนอ่ำนคำศัพท์ คำสำคัญจำกเรื่องพร้อมกัน
อีกครงั้

๓. ข้ันลงมือเรยี นรู้

๑. แบง่ นักเรียนเปน็ ๒ - ๓ กลุ่ม แลว้ อำ่ นเรอื่ ง “มำลีเปน็ ไขห้ วดั ” ทีละกลุ่ม โดยครูจะเป็นผูบ้ อกใหเ้ ร่ิม
และหยดุ นกั เรยี นทกุ กลุ่มแมไ้ ม่ไดอ้ ่ำนอยู่ก็ตอ้ งดูตำม เพ่ือใหส้ ำมำรถอ่ำนต่อจำกเพื่อนไดถ้ ูกวรรค

๒. อ่ำนสลบั กนั ไปแต่ละกลมุ่
๓. เม่ืออ่ำนจบแล้ว ให้นกั เรยี นทำแบบฝกึ หดั เพม่ิ เติมในหนังสือเรยี น

๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงำน “สรปุ เป็นเล่มเล็ก (GO : Flip)” ใหน้ ักเรยี น
๒. นักเรยี นตัดรอยประ ตดิ ใบงำนใหเ้ ปน็ เล่ม
๓. เขยี นบรรยำยภำพ โดยเขยี นสรุปเปน็ ประโยคสนั้ ๆ ตำมลำดบั เหตุกำรณใ์ นเรื่อง “มำลีเป็นไข้หวดั ”

ตำม สำนวนและควำมคดิ ของนักเรยี นเอง
๔. ตกแต่งใหส้ วยงำมและพูดคยุ สรปุ ข้อมูลหลังกำรทำกิจกรรม

๕. ขน้ั ประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงำน “แต่งประโยคกันเถอะ” ใหน้ ักเรยี น
๒. ตดั ใบงำนตำมรอยประ ตดิ ลงในสมุด
๓. ตดั ภำพมำติดดำ้ นบนคำ ให้เปิด - ปิด ได้ แลว้ แตง่ ประโยคจำกคำน้ันในช่องวำ่ ง
๔. ผลัดกนั อ่ำนคำและประโยคของตนเองให้เพื่อนฟงั

เคร่ืองมือ - ส่ือการเรียนรู้

๑. ชำร์ตบทกลอน “นกน้อย”
๒. ใบงำน “สรุปเป็นเล่มเล็ก (GO : Flip)”
๓. ใบงำน “แต่งประโยคกนั เถอะ”

การวดั และประเมนิ ผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หัดของนักเรยี น
(กำรวัดและกำรประเมนิ ผล คุณครสู ำมำรถปรบั เปลี่ยนไดต้ ำมควำมเหมำะสม
บำงชัน้ เรยี นอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรยี น - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ อ่านออก เขียนได้ เลม่ ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒

บทที่ ๕ เทีย่ วงานวดั (๒) จำนวน ๔ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรียนรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอ่ำนสรำ้ งควำมรแู้ ละควำมคดิ เพอื่ นำไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปญั หำ
ในกำรดำเนินชีวติ และมนี สิ ัยรกั กำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๔.๑ เขำ้ ใจธรรมชำติของภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปลย่ี นแปลงของภำษำและ
พลงั ของภำษำ ภมู ปิ ญั ญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชำติ

๒. ตวั ชี้วดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ได้ถูกต้อง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ

สาระสาคัญ

คำใดท่ีมี ห นำ ตัวอักษรต่ำ ง ญ น ม ย ร ล ว คำนนั้ จะออกเสียงสูงขึน้ และเมื่อคำอกั ษรตำ่ มี ห นำ
จะทำให้มคี วำมหมำยหลำกหลำยมำกข้ึนดว้ ย

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

๑. สำมำรถอ่ำนและเขยี นคำอักษรนำไดถ้ ูกตอ้ งและเขำ้ ใจควำมหมำย
๒. อำ่ นเร่อื งรำวในบทเรยี นที่มีคำอักษรนำได้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. คำทม่ี ีอักษรนำ (ห นำ)

กระบวนการจดั การเรยี นรู้

๑. ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรียน

๑. คุณครใู ห้นักเรียนท่อง ทบทวนบทเพลง “นกนอ้ ย”
หำกนักเรียนจำไม่ไดใ้ ห้ติดแผ่นชำรต์ บนกระดำน
๒. คุณครพู ำเคล่ือนไหวประกอบด้วยทำ่ ท่ีมีจังหวะ
สนุกสนำน (ทำ่ ทำงใหม่ ต่ำงจำกคำบเรยี นกอ่ นหน้ำน)้ี
เช่น ตบมือ - ตบวดื -ตบมือ -ตบอก

๒. ข้ันนาเสนอความรู้
๑. คณุ ครูอธบิ ำยลักษณะของคำอักษรนำ (ห นำ) แลว้ ให้ตัวแทนนกั เรยี นสองคนมำยนื หน้ำช้ัน คนหนึ่ง
ถือป้ำยตัว ห อกี คนหน่งึ จะถือคำอกั ษรต่ำ เชน่ มำ คณุ ครูอธิบำยวำ่ เม่ือ “ห” มำอย่ขู ้ำง “มำ” กนั จะ
ทำใหเ้ สยี งคำน้นั สูงขนึ้ เปน็ คำว่ำ “หมำ”
๒. คณุ ครูสอนโดยติดชำรต์ คำอักษรนำบนกระดำนเคล่ือนที่
๓. คุณครูชี้ท่คี ำตวั อย่ำงพำอ่ำน วำ่ หอ ลอ อำ หลำ / หอ มอ อู หมู ใหน้ ักเรยี นอำ่ นตำม
๔. เปลย่ี นเป็นคำอ่นื ๆ ให้นกั เรยี นลองอำ่ นพร้อมกัน
๕. อำ่ นเพิ่มเติมในหนงั สือเรียนและทำแบบฝกึ หดั

๓. ขน้ั ลงมือเรยี นรู้
๑. คุณครูพำนักเรียนอ่ำนสำรคดี เร่อื ง “หม”ู โดยใหค้ รูพำอ่ำนทลี ะวรรค นักเรยี นอ่ำนตำม พร้อมไฮไลต์
คำสำคัญ
๒. หลงั จำกอ่ำนเน้ือเร่ืองจบแล้ว นักเรียนอ่ำนออกเสยี งคำสำคญั ในเร่อื งพร้อมกันอีกครง้ั
๓. คณุ ครูและนักเรยี นพดู คยุ กบั เกีย่ วกับลักษณะของหมู
๔. ทำแบบฝกึ หัดเพ่ิมเตมิ ในหนงั สือเรียน

๔. ขั้นสรุปความรู้
๑. คุณครูแจกใบงำน “คำ ห นำ เรำจำได้ (3D-GO : Windows 8 บำน)” ใหน้ ักเรียน
๒. นักเรียนทำใบงำนโดยตัดตำมรอยประ เขียนคำทีม่ ี ห นำ แลว้ ติดลงในสมดุ
๓. จับคู่กับเพ่อื น ผลดั กนั อ่ำนใหเ้ พ่อื นฟงั

๕. ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นจบั กลมุ่ ๓ - ๔ คน คุณครูแจกใบงำนซึ่งเปน็ กระดำนเกม “พำเจำ้ หมกู ลบั บ้ำน”
ให้กลุ่มละ ๑ แผ่น
๒. นักเรียนเรมิ่ เลน่ เกม ซึ่งมีกติกำ คือ ใหผ้ ูเ้ ลน่ ทอยลกู เต๋ำ แล้วเดินตำมจำนวนทีไ่ ด้ เมื่อหยุดท่ชี อ่ งท่ีมี
คำศัพท์ให้อำ่ นคำนนั้ หำกอำ่ นไมไ่ ด้จะต้องถอยกลบั ไป ๑ ช่อง หำกตกทชี่ ่องหมำป่ำจะต้องออกจำกเกม
และหำกหยดุ ที่ช่องคำสัง่ พิเศษให้ทำตำมคำสัง่ น้ัน
๓. เล่นไปเรอ่ื ยๆ ใครเดินถึงช่องสดุ ทำ้ ย พำเจำ้ หมูถงึ บำ้ นไดก้ ่อน เปน็ ผ้ชู นะ

เครอ่ื งมือ - สื่อการเรียนรู้

๑. ชำร์ตบทกลอน “นกน้อย”
๒. ชำรต์ คำทมี่ ี ห นำ
๓. ใบงำน “คำ ห นำ เรำจำได้ (3D-GO : Windows 8 บำน)”
๔. กระดำนเกม “พำเจำ้ หมกู ลับบ้ำน"
๕. ลูกเต๋ำ

การวดั และประเมินผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หดั ของนักเรียน
(กำรวัดและกำรประเมนิ ผล คุณครสู ำมำรถปรบั เปลยี่ นได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงชนั้ เรียนอำจมีกำรทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

บทท่ี ๖ ขึ้นรถไฟ (๑) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอำ่ นสร้ำงควำมร้แู ละควำมคิดเพื่อนำไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปัญหำ
ในกำรดำเนินชวี ิต และมนี สิ ัยรกั กำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๔.๑ เข้ำใจธรรมชำติของภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปล่ียนแปลงของภำษำและ
พลังของภำษำ ภมู ปิ ญั ญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชำติ

๒. ตัวชีว้ ดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสยี งคำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ไดถ้ ูกต้อง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๕ แสดงควำมคิดเหน็ และคำดคะเนเหตกุ ำรณจ์ ำกเรอ่ื งทีอ่ ่ำน
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ

สาระสาคัญ

กำรฝกึ เรยี บเรียงคำหรอื ประโยคเป็นเร่ืองรำวส้นั ๆ เพอื่ สรุปหรอื บรรยำย เก่ียวกบั เน้ือเร่อื งในบทเรยี น
จะช่วยใหผ้ ู้เรยี นได้ทบทวนคำศพั ท์ และฝกึ ฝนทักษะด้ำนกำรเขยี นและคิดประมวลผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. สำมำรถอำ่ นและแสดงควำมคิดเห็นเก่ียวกบั เรอ่ื งทีอ่ ่ำนได้
๒. สะกดคำและบอกควำมหมำยของคำไดถ้ ูกตอ้ ง

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. กำรจบั ใจควำมและพูดแสดงควำมคดิ เหน็

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

๑. ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรียน

๑. คุณครใู หน้ ักเรียนเคลอื่ นไหวประกอบบทเพลง “จงิ โจ้
โล้สำเภำ” ในท่ำที่มจี งั หวะสนกุ สนำน เช่น ใช้น้วิ ช้ี (มือขวำ)
จิม้ ฝำ่ มอื ซำ้ ย - ใช้นิว้ ช้ี (มือซำ้ ย) จม้ิ ฝำ่ มือขวำ - ใช้กำป้ันขวำ
แตะฝำ่ มอื ซ้ำย - ใชก้ ำปั้นซ้ำยแตะฝำ่ มือขวำ

๒. คุณครูตดิ ชำร์ตบทกลอน“จงิ โจโ้ ล้สำเภำ” บนกระดำน
เคล่ือนท่ี ชอ้ี ำ่ นให้นักเรียนฟัง แล้วใหน้ ักเรยี นอ่ำนพร้อมกัน
จนคล่อง

๒. ข้ันนาเสนอความรู้

๑. คณุ ครสู อนอ่ำนเรอื่ ง “ขนึ้ รถไฟ" ในหนงั สือเรยี น โดยให้นกั เรียนเขยี นหมำยเลข หน้ำขอ้ ควำมแตล่ ะ
ยอ่ หนำ้

๒. คณุ ครพู ำช้ีอ่ำนทลี ะวรรค เมอื่ จบแตล่ ะยอ่ หน้ำ ร่วมกนั พูดคยุ เกย่ี วกับเนื้อเร่อื ง ว่ำใคร ทำอะไร ท่ีไหน
เมื่อไหร่ อย่ำงไร แล้วให้นกั เรียนไฮไลต์คำสำคญั

๓. หลงั จำกทอ่ี ่ำนเร่ือง “ขึน้ รถไฟ”จบแล้ว ให้นักเรียนอำ่ นคำศัพท์ คำสำคัญจำกเรื่องพร้อมกนั อีกคร้งั

๓. ขน้ั ลงมือเรยี นรู้

๑. คณุ ครูใหน้ ักเรยี นนำเกำ้ อี้มำต่อกนั ใหเ้ หมือนขบวนรถไฟ
๒. คณุ ครใู ห้นักเรียนอำ่ นเรื่อง “ข้ึนรถไฟ” โดยครูจะเป็นผ้บู อกใหเ้ ร่ิมและหยดุ นักเรียนทุกคนแม้ไม่ได้

อำ่ นอยูก่ ต็ ้องดตู ำม เพื่อให้สำมำรถอ่ำนต่อจำกเพื่อนได้ถูกวรรค ทุกครั้งที่เพ่อื นอ่ำนจบ ทกุ คนต้อง
ออกเสยี งพรอ้ มกนั วำ่ “ปู๊น ปู๊น”
๓. เมอ่ื อำ่ นจบแล้ว ร่วมพดู คุยกนั เก่ียวกับยำนพำหนะตำ่ งๆ คุณครูใชข้ องเลน่ หรอื บตั รภำพยำนพำหนะ
มำประกอบ
๔. ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝกึ หัดเพิม่ เตมิ ในหนงั สือเรยี น

๔. ขัน้ สรปุ ความรู้

๑. คุณครูแจกใบงำน “รถไฟคำศัพท์ (3D-GO : Flip)” ให้นกั เรยี น เพื่อใหน้ กั เรียนไดฝ้ กึ สะกดคำ และ
เรียนร้คู วำมหมำยของคำ

๒. นักเรียนตัดรอยประ พับ จำกนนั้ ดูภำพแลว้ เขียนคำศัพท์ใหถ้ กู ต้อง
๓. ตดิ ลงในสมุดแล้วอ่ำนออกเสยี งพร้อมกนั

๕. ข้นั ประยุกตใ์ ช้ความรู้

๑. ทำกจิ กรรม “บก นำ้ อำกำศ” นกั เรียนนัง่ เปน็ วงกลม คุณครูใหน้ กั เรียนพูดเปน็ จังหวะพร้อมกัน้ว่ำ

“บก นำ้ อำกำศ” ๓ ครัง้ คุณครูจะชไ้ี ปที่นักเรียน ๑ คน แลว้ พดู ว่ำ “บก”

นกั เรียนคนนน้ั จะต้องพดู ชือ่ สตั วบ์ ก ๑ ตวั หำกพดู ว่ำ “นำ้ ” ใหพ้ ูดชื่อสัตว์นำ้ “อำกำศ”

ให้พดู ชอ่ื สัตว์ทบี่ ินได้

๒. ทกุ ครัง้ ท่ีจะถำมคนต่อไปทุกคนจะพูดพรอ้ มกันเสมอวำ่ “บก น้ำ อำกำศ”๓ ครง้ั

๓. นกั เรยี นหำ้ มตอบซำ้ กัน ใครตอบซ้ำ หรือ ตอบช้ำกว่ำ ๕ วนิ ำที ต้องมำอยตู่ รงกลำง

๔. นักเรียนท่อี ย่กู ลำงวงกลมเป็นฝ่ำยแพ้ อำจจะต้องเต้น หรือทำกิจกรรมตำมข้อตกลง

เครือ่ งมือ - ส่อื การเรียนรู้

๑. ชำร์ตบทกลอน “จิงโจ้โลส้ ำเภำ”
๒. ใบงำน “รถไฟคำศัพท์ (3D-GO : Flip)”

การวัดและประเมนิ ผล

๑. สงั เกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝึกหัดของนักเรยี น
(กำรวดั และกำรประเมนิ ผล คุณครูสำมำรถปรับเปลี่ยนได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงชน้ั เรียนอำจมีกำรทดสอบก่อนเรยี น - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒

บทที่ ๖ ขน้ึ รถไฟ (๒) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอำ่ นสรำ้ งควำมรแู้ ละควำมคิดเพ่อื นำไปใช้ตดั สนิ ใจ แก้ปัญหำในกำร
ดำเนินชีวติ และมนี ิสัยรักกำรอำ่ น

มำตรฐำน ท ๔.๑ เข้ำใจธรรมชำตขิ องภำษำและหลักภำษำไทย กำรเปล่ยี นแปลงของภำษำและ
พลงั ของภำษำ ภมู ปิ ัญญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชำติ

๒. ตวั ชีว้ ดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสียงคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ไดถ้ ูกต้อง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ

สาระสาคัญ

เมือ่ ผเู้ รียน ไดเ้ รยี นรู้ คำทมี่ ี ห นำ ตัวอกั ษรตำ่ ง ญ น ม ย ร ล ว แลว้ จะตอ้ งเรยี นรู้กำรผันวรรณยกุ ต์
คำ ห นำ (ไม่มีตัวสะกด) เพ่ือใหส้ ำมำรถอำ่ นและเขียนคำที่มี ห นำ ได้ รวมถึงเขำ้ ใจควำมหมำยของคำศัพท์

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

๑. อำ่ นและเขียนคำอักษรนำ (ห นำ) ไม่มตี วั สะกด ไดถ้ ูกต้องและเขำ้ ใจควำมหมำย
๒. สำมำรถผนั วรรณยกุ ต์ คำ ห นำ ไมม่ ีตัวสะกด ได้

สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสียงและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. ผันวรรณยกุ ต์คำที่มีอักษรนำ (ห นำ) ไม่มตี ัวสะกด

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

๑. ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน

๑. คุณครใู ห้นกั เรียนเคล่อื นไหวประกอบเพลง “ขับรถตุ๊กๆ” โดยร้องเพลง
วำ่ “ขับรถตกุ๊ ๆ ขับรถต๊กุ ๆ บรรทกุ ถ่ำน บรรทุกถำ่ น รถขึ้นสะพำน
มันชกั กระตกุ มนั ชกั กระตุก กระตุกๆ” สำหรบั กำรเคล่ือนไหว
ประกอบเพลงให้เคลอื่ นไหวทำ่ ทำงตำมเน้ือเพลง เชน่ ขับรถตกุ๊ ๆ
กท็ ำทำ่ ขับรถ เป็นตน้

๒. คุณครูตดิ ชำรต์ บทกลอน “ขบั รถตุ๊กๆ” บนกระดำนเคลื่อนท่ี
หรอื แสดงเนือ้ เพลงบนจอ ช้อี ่ำนใหน้ ักเรียนฟงั แล้วให้นักเรยี นอำ่ นตำม
จนคลอ่ ง

๒. ขั้นนาเสนอความรู้
๑. คุณครตู ดิ ชำร์ตตำรำงผันเสียงวรรณยกุ ตบ์ นกระดำนเคล่ือนที่ และ ยกตวั อยำ่ งคำในอกั ษรสูง
เชน่ ขำ ขำ่ ขำ้ ใหน้ กั เรยี นอ่ำนออกเสยี งเอง
๒. คุณครูเขยี นหรือติดบัตรคำท่ีมี ห นำ ในตำรำงเพื่อเทียบใหเ้ หน็ ว่ำมีลักษณะกำรผนั เหมือนกนั คุณครูให้
นักเรยี นสะกดและออกเสยี งตำม เชน่ หอ-นอ-อำ-หนำ ไม้เอก หนำ่ ไมโ้ ท หน้ำ หนำ - หน่ำ - หนำ้
๓. เปลีย่ นเป็นคำอื่นๆ ให้นักเรยี นลองอำ่ นและสะกดพรอ้ มกนั
๔. อ่ำนเพิม่ เติมในหนังสอื เรยี นและทำแบบฝึกหดั

๓. ขัน้ ลงมือเรียนรู้
๑. คุณครทู บทวนกำรผนั วรรณยกุ ต์บนนิ้วมือ ซ่งึ กำรผนั วรรณยุกต์อกั ษรนำ ห นำ จะผนั ๓ เสยี ง คอื เสยี ง
เอก เสียงโท และ เสยี งจัตวำ บนนิ้ว ช้ี กลำง และ กอ้ ย
๒. คณุ ครูพูดคำศัพท์ ให้นักเรียนผันเสียง พรอ้ มเคำะบนรูปมอื (จำกบทเรยี นกอ่ น) หรือ ชนู ว้ิ มอื จริง
๓. คุณครแู จกใบงำน “ผนั เสียงคำ ห นำ (GO : Flip)” ให้นักเรยี นลงมอื ทำ และอ่ำนออกเสียงพร้อมกัน

๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงำน “เปิดโลก ห นำ (3D - GO : Windows 6 บำน)” ใหน้ ักเรยี น เพื่อทบทวน คำ ห นำ
ท่ีมีเสยี งวรรณยุกต์
๒. นักเรยี นลงมอื ทำใบงำน
๓. อำ่ นออกเสียงโดยพร้อมเพรียงกัน

๕. ขน้ั ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
๑. แบง่ นักเรยี นเป็น ๒ - ๓ กลุม่ เขำ้ แถวตอนลึก ดำ้ นหนำ้ กระดำน
๒. คุณครูจะพูดคำศัพท์ ใหน้ ักเรียนทอี่ ยูห่ ัวแถวเขียนคำศัพท์บนกระดำน เม่ือเขียนเสรจ็ ให้ไปต่อทำ้ ยแถว
เปล่ยี นคนเขยี นไปเรอ่ื ยๆ จนครบทุกคน
๓. เฉลยพร้อมกันบนกระดำน กลุ่มไหนเขียนถูกต้องมำกทส่ี ุดเปน็ ฝำ่ ยชนะ
๔. นกั เรียนทุกคนเขยี นคำศัพทท์ ่ีไดจ้ ำกกิจกรรมลงในสมุดของตนเอง

เคร่อื งมอื - สื่อการเรยี นรู้

๑. ชำร์ตบทเพลง “รถตุ๊กๆ”
๒. ชำรต์ ตำรำงผันเสยี งวรรณยกุ ต์
๓. ใบงำน “ผันเสยี งคำ ห นำ (GO : Flip)”
๔. ใบงำน “เปดิ โลก ห นำ (3D - GO : Windows 6 บำน)”

การวดั และประเมินผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หดั ของนักเรยี น
(กำรวดั และกำรประเมินผล คุณครสู ำมำรถปรบั เปล่ียนได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงช้ันเรยี นอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรียน - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรยี นรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒

บทท่ี ๖ ข้นึ รถไฟ (๓) จำนวน ๓ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอำ่ นสรำ้ งควำมรแู้ ละควำมคดิ เพ่ือนำไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปญั หำ
ในกำรดำเนนิ ชวี ิต และมนี สิ ัยรักกำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๔.๑ เข้ำใจธรรมชำตขิ องภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปลี่ยนแปลงของภำษำและ
พลังของภำษำ ภมู ิปัญญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไว้เป็นสมบัติของชำติ

๒. ตวั ชีว้ ดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองงำ่ ยๆ ได้ถูกตอ้ ง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขียนสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๔/๓ เรียบเรยี งคำเป็นประโยคได้ตรงตำมเจตนำของกำรสื่อสำร

สาระสาคญั

นอกจำกอักษรนำ คือ คำทมี่ ี ห นำ แล้ว อกั ษรนำอีกหนึง่ ชนดิ ที่ผูเ้ รียนต้องทรำบคือ คำท่ีมี อ นำ ได้แก่ อยำ่
อยู่ อย่ำง อยำก โดยเชอื่ มโยงใหเ้ ห็นกำรใช้คำชนิดนใี้ นบริบทต่ำงๆ

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. สำมำรถอ่ำนและเขยี นคำอักษรนำ (อ นำ) ได้ถูกต้องและเข้ำใจควำมหมำย
๒. สำมำรถอ่ำนเรอ่ื งรำวในบทเรยี นไ้ด้
๓. แต่งประโยคงำ่ ยๆ จำกคำทม่ี ี อ นำ ได้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสียงและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. คำท่มี อี กั ษรนำ (อ นำ)
๓. กำรเรียบเรียงประโยคเป็นข้อควำมส้ันๆ

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

๑. ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น

๑. คุณครใู หน้ ักเรียนท่อง ทบทวนบทเพลง “จิงโจ้โล้สำเภำ”
หำกนักเรยี นจำไม่ได้ให้ติดแผน่ ชำรต์ บนกระดำน

๒. คณุ ครูพำเคลอ่ื นไหวประกอบดว้ ยทำ่ ที่มีจงั หวะสนกุ สนำน
(ท่ำทำงใหม่ ต่ำงจำกคำบเรียนก่อนหนำ้ น้)ี เช่น ตบมือ -
ตบโตะ๊ - ตบโตะ๊ แบบไขวม้ ือ

๒. ขนั้ นาเสนอความรู้
๑. คณุ ครูอธบิ ำยลักษณะของคำอักษรนำ (อ นำ)
๒. คุณครูสอนโดยติดบัตรคำ และแถบประโยคคำทมี่ ี อ นำ บนกระดำนเคล่อื นท่ี คณุ ครูอำ่ นนำ
ให้นักเรยี นอำ่ นตำม
๓. นกั เรียนอำ่ นคำและประโยคเพ่ิมเติมพร้อมกนั ในหนังสือเรยี น
๔. คณุ ครเู ขียนตำรำง หรือตดิ ชำรต์ ตำรำงบนกระดำน (ดงั ตัวอย่ำง)
๕. แบ่งนักเรยี นเปน็ ๔ กลุ่ม แบ่งตำมคำว่ำ อยำ่ อยู่ อย่ำง อยำก แต่ละกลุ่มตอ้ งเขียนคำหรอื วลสี ้นั ๆ
ท่ีมีคำว่ำ อยำ่ อยู่ อย่ำง อยำก ตำมท่ีรบั ผิดชอบ เชน่ อย่ำเสยี งดงั ไม่อยู่ อยำกไป
ครใู หเ้ วลำ ๑๐ นำที
๖. อ่ำนคำศัพท์ทงั้ หมดพร้อมกนั

๓. ข้นั ลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครพู ำนักเรยี นอำ่ นเรื่องรำวท่องแดนวรรณคดี เรอื่ ง “ขุนช้ำง” คุณครูพำอ่ำนทลี ะวรรค
นักเรียนอำ่ นตำม พรอ้ มไฮไลตค์ ำสำคญั
๒. หลังจำกอ่ำนเนื้อเรื่องจบแลว้ นักเรียนอ่ำนออกเสียงคำสำคัญในเรื่องพร้อมกันอีกครงั้
๓. คุณครูและนักเรยี นพูดคุยกบั เก่ียวกับเร่ืองรำวของขุนช้ำง
๔. ทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติม ในหนงั สือเรียน

๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คุณครูแจกใบงำน “คำ อ นำจำข้ึนใจ (3D-GO : Flip)” ใหน้ กั เรียนให้นักเรียนลงมอื ทำ เพอ่ื ฝึกและ
ทบทวนกำรอ่ำนและเขยี นคำท่ีมี อ นำ
๒. นกั เรียนทำใบงำนโดยตัดตำมรอยประ พบั เขียนคำท่ีมี อ นำ ลงใน GO (คำหรอื วลจี ำกกจิ กรรม
ในขน้ั ที่ ๒ กไ็ ด)้
๓. ติดใบงำนลงในสมดุ

๕. ขั้นประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. นกั เรียนน่ังเปน็ วงกลม สง่ ตอ่ “ลูกเต๋ำคำ อ นำ” ไปเรื่อยๆ ระหว่ำงนีน้ ักเรยี นร้องเพลงและปรบมือ
ประกอบ
๒. คณุ ครใู ห้สัญญำณหยุด นักเรียนทถ่ี อื ลูกเต๋ำจะต้องทอยลูกเตำ๋ แลว้ แต่งประโยคจำกคำด้ำนบน
ของลกู เต๋ำ หรอื ทำตำมคำสงั่ พิเศษ
๓. เล่นไปเร่ือยๆ ตำมเวลำทคี่ ุณครกู ำหนดิจกรรมนี้จะชว่ ยใหน้ ักเรียนไดฝ้ กึ แต่งประโยคในรปู แบบที่
สนุกสนำน

เคร่อื งมอื - สอ่ื การเรยี นรู้

๑. ชำรต์ บทกลอน “จิงโจ้โล้สำเภำ”
๒. บตั รคำ และแถบประโยค คำทม่ี ี อ นำ
๓. “คำ อ นำจำข้นึ ใจ (3D-GO : Flip)”
๔. ลกู เต๋ำคำ อ นำ

การวัดและประเมนิ ผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนกั เรียน
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หดั ของนักเรยี น
(กำรวดั และกำรประเมินผล คุณครูสำมำรถปรบั เปล่ียนไดต้ ำมควำมเหมำะสม
บำงชนั้ เรียนอำจมีกำรทดสอบก่อนเรยี น - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ อ่านออก เขียนได้ เล่ม ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒

บทที่ ๗ วนั เกดิ มตุ า (๑) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอ่ำนสรำ้ งควำมรแู้ ละควำมคดิ เพอื่ นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปญั หำในกำร
ดำเนนิ ชีวติ และมีนสิ ัยรกั กำรอำ่ น

มำตรฐำน ท ๔.๑ เข้ำใจธรรมชำติของภำษำและหลักภำษำไทย กำรเปลยี่ นแปลงของภำษำและ
พลงั ของภำษำ ภูมิปญั ญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชำติ

๒. ตัวช้วี ดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ได้ถูกต้อง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๔ ระบุใจควำมสำคัญและรำยละเอียดจำกเรอ่ื งท่อี ่ำน
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๔/๓ เรียบเรยี งคำเปน็ ประโยคได้ตรงตำมเจตนำของกำรสือ่ สำร

สาระสาคญั

เม่อื ผู้เรยี นได้อำ่ นเร่ืองรำวในบทเรียนมำกข้นึ ต้องเริ่มฝกึ ทักษะกำรจบั ใจควำม โดยกำรฝึกจับประเด็น
สรุปใจควำมสำคัญและลำดับควำมสำคญั ของเรื่องที่อำ่ น ผ่ำนกำรสนทนำ หรอื กจิ กรรมในหอ้ งเรยี น

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อำ่ นเรอ่ื งรำวและบอกควำมหมำยของคำจำกเรื่องท่ีอ่ำนได้
๒. สำมำรถจบั ประเด็นสำคญั และวเิ ครำะหเ์ ร่ืองทอี่ ำ่ นได้
๓. เขยี นและอ่ำนคำอวยพรงำ่ ยๆ ได้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๑. กำรอ่ำนออกเสียงและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. กำรจบั ใจควำมและพูดแสดงควำมคดิ เห็น
๓. กำรเรียบเรียงประโยคเปน็ ข้อควำมสน้ั ๆ

กระบวนการจดั การเรยี นรู้

๑. ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน

๑. คุณครูให้นกั เรียนเคลอ่ื นไหวประกอบบทเพลง “ปกั เอ๋ยปกั ษิณ” ในท่ำ
ทีม่ จี ังหวะสนุกสนำน เชน่ จีบมือขำ้ งซำ้ ย - ทำมือเปน็ รปู ตวั แอล (L)
ดำ้ นขวำ - จีบมอื ขำ้ งขวำ - ทำมือเปน็ รูปตัวแอล (L) ด้ำนซำ้ ย
ทำสลับข้ำงไปเร่ือยๆ

๒. คุณครูตดิ ชำรต์ บทกลอน “ปักเอย๋ ปักษิณ” บนกระดำนเคล่ือนท่ี ชีอ้ ำ่ น
ใหน้ กั เรียนฟงั แลว้ ใหน้ กั เรยี นอ่ำนพร้อมกันจนคล่อง

๒. ขน้ั นาเสนอความรู้
๑. คณุ ครสู อนอ่ำนเร่ือง “วันเกดิ มุตำ” ในหนังสือเรียน โดยให้นกั เรยี นเขยี นหมำยเลข หนำ้ ขอ้ ควำม
แตล่ ะยอ่ หน้ำ
๒. คณุ ครพู ำชี้อ่ำนทลี ะวรรค เมื่อจบแต่ละยอ่ หน้ำ รว่ มกันพดู คุยเก่ียวกบั เนื้อเรอื่ ง ว่ำใคร ทำอะไร ท่ีไหน
เมื่อไหร่ อย่ำงไร แล้วให้นักเรยี นไฮไลต์คำสำคญั
๓. หลงั จำกทอ่ี ำ่ นเรอ่ื ง “วันเกดิ มุตำ” จบแลว้ ให้นักเรยี นอำ่ นคำศพั ท์ คำสำคัญจำกเรื่องพร้อมกนั อีกครงั้
แล้วทำแบบฝึกหัดในหนังสือเรยี น

๓. ขัน้ ลงมือเรียนรู้
๑. คุณครูพำนักเรยี นอำ่ นเรื่องรำวจำกทอ่ งแดนวรรณคดี เรอื่ ง “ขุนแผน” โดยใหค้ รูพำอำ่ นทลี ะวรรค
นักเรยี นอ่ำนตำม พรอ้ มไฮไลตค์ ำสำคญั
๒. หลังจำกอ่ำนเนื้อเร่ืองจบแล้ว นักเรียนอำ่ นออกเสียงคำสำคญั ในเรอ่ื งพร้อมกนั อีกครงั้
๓. พูดคยุ เกีย่ วกับตวั ละครในเรือ่ ง เช่อื มโยงกับเรอ่ื งของขุนช้ำงในบทเรยี นที่ผ่ำนมำแลว้ ทำแบบฝึกหัดใน
หนังสือเรียน

๔. ขนั้ สรุปความรู้
๑. คุณครูแจกใบงำน “รูจ้ ักขุนแผน (3D-GO : Flip)” ใหน้ ักเรยี น
๒. นกั เรยี นตัดใบงำนตำมรอยประ ติดกำว แลว้ เขียนคำตอบตำมหวั ขอ้ ในใบงำน เพื่อสรุปใจควำมสำคัญ
จำกเนื้อเร่อื ง
๓. ตดิ ใบงำนลงในสมุด
๔. คุณครแู ละนักเรยี นสรปุ เน้ือหำจำกกิจกรรมรว่ มกัน

๕. ข้นั ประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. คณุ ครูพูดคยุ กับนักเรียนในประเดน็ เรอื่ งกำรอวยพรวันเกดิ
๒. คณุ ครูเขียนคำอวยพรง่ำยๆ ลงบนกระดำน คณุ ครูอำ่ นนำใหน้ นกั เรียนอ่ำนตำม
๓. คุณครูแจกกระดำษสำหรับทำกำร์ดอวยพรวันเกดิ ให้นักเรยี นลงมอื ทำกำร์ดอวยพรวันเกิด
(ใหน้ ักเรยี นเลือกเองว่ำจะทำกำรด์ ให้ใคร) พร้อมเขยี นคำอวยพร

เครื่องมือ - สอ่ื การเรียนรู้

๑. ชำรต์ บทกลอน “ปักเอ๋ยปักษณิ ”
๒. ใบงำน “รูจ้ กั ขุนแผน (3D-GO : Flip)”
๓. กระดำษและอปุ กรณ์สำหรับทำกำรด์ อวยพร

การวดั และประเมินผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนักเรยี น
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝึกหดั ของนักเรยี น
(กำรวัดและกำรประเมินผล คุณครสู ำมำรถปรบั เปลยี่ นได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงชั้นเรียนอำจมีกำรทดสอบก่อนเรยี น - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๒

บทท่ี ๗ วนั เกิดมตุ า (๒) จำนวน ๔ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรียนรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอำ่ นสร้ำงควำมร้แู ละควำมคิดเพ่ือนำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หำในกำร
ดำเนนิ ชวี ิต และมีนิสยั รักกำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๔.๑ เข้ำใจธรรมชำติของภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปล่ยี นแปลงของภำษำและพลังของ
ภำษำ ภมู ปิ ญั ญำทำงภำษำ และรกั ษำภำษำไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชำติ

๒. ตวั ชว้ี ัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ได้ถูกตอ้ ง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขียนสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ

สาระสาคญั

หลงั จำกท่ผี ู้เรียนได้รูจ้ ักคำที่มี ห นำ ไมม่ ตี ัวสะกดแลว้ ผู้เรียนจะต้องเรียนรูค้ ำ ห นำท่มี ีตัวสะกด
เพือ่ ให้สำมำรถอ่ำนและเขยี นได้ รวมทั้งทรำบควำมหมำยของคำ ร้จู กั คำมำกขึน้

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๑. สำมำรถอำ่ นและเขยี นคำทีม่ ี ห นำ มตี ัวสะกด ได้ถูกตอ้ ง
๒. เขำ้ ใจควำมหมำยของคำ ห นำ ทมี่ ีตวั สะกด

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. คำทมี่ ีอกั ษรนำ (ห นำ) มีตัวสะกด

กระบวนการจัดการเรียนรู้

๑. ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรียน

๑. คุณครูใหน้ ักเรียนท่อง ทบทวนบทเพลง “ปักเอ๋ยปักษิณ”
หำกนกั เรียนจำไม่ได้ให้ติดแผ่นชำรต์ บนกระดำน
๒. คุณครูพำเคล่ือนไหวประกอบด้วยทำ่ ท่ีมจี ังหวะสนกุ สนำน
(ทำ่ ทำงใหม่ ตำ่ งจำกคำบเรียนกอ่ นหนำ้ น้)ี เชน่ กำมอื สอง
ข้ำงทบุ บนโต๊ะ - ตบโตะ๊ - ตบมือ

๒. ขน้ั นาเสนอความรู้
๑. คณุ ครอู ธบิ ำยลักษณะของคำอักษรนำ (ห นำ) แลว้ ใหต้ วั แทนนักเรยี น ๓ คนมำยืนหน้ำชัน้ คนหนงึ่
ถือปำ้ ยตวั ห อีกคนหนง่ึ จะถือคำอักษรต่ำ เช่น มอ คนสุดท้ำย คือตวั ก คุณครูใหน้ ักเรยี นสะกดตำมวำ่
หอ-มอ-ออ = หมอ หมอ-กอ = หมอก
๒. เปลย่ี นเปน็ คำอื่นๆ ให้นกั เรยี นลองอ่ำนพรอ้ มกัน
๓. คณุ ครสู อนโดยติดชำร์ต คำ ห นำมตี วั สะกด บนกระดำนเคลือ่ นที่ สะกดและอำ่ นพร้อมกนั
๔. อำ่ นเพม่ิ เติมในหนังสอื เรยี น และทำแบบฝึกหัด

๓. ขนั้ ลงมือเรียนรู้
๑. นักเรยี นจบั คู่ หรอื จับกลมุ่ ๓ คน เตรยี มปำกกำคนละสี
๒. คณุ ครูแจกใบงำน “เจอก่อน วงก่อน (Word Race)” แล้วอ่ำนคำในใบงำน
๓. นกั เรียนแย่งกันวงกลมล้อมรอบคำท่คี ุณครูอำ่ น
๔. เม่อื วงกลมครบทุกคำแลว้ ใหน้ บั สีปำกกำ สีปำกกำของใครมำกท่ีสุด เป็นผูช้ นะ

๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คุณครแู จกใบงำน “อักษรซอ่ นคำ (3D-GO : Flip)” ใหน้ ักเรยี น
๒. นักเรยี นทำใบงำนโดยตดั ตำมรอยประ เติมพยญั ชนะทีห่ ำยไปในชอ่ งวำ่ ง แลว้ ตดิ ลงในสมดุ
๓. ระบำยสีใหส้ วยงำม แล้วอำ่ นคำศัพท์พรอ้ มกัน

๕. ขั้นประยุกต์ใชค้ วามรู้
๑. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ - ๔ คน
๒. คณุ ครูใหน้ กั เรยี นค้นคว้ำคำศพั ท์ คำ ห นำ มีตวั สะกด จำกสื่อต่ำงๆ เชน่ นทิ ำน หนงั สือพิมพ์ เป็นตน้
แล้วชว่ ยกนั เขยี นบนกระดำษปรฟู๊ หรือ กระดำษขนำด A3 (๑๐ - ๑๕ นำที) เพ่ือใหน้ ักเรยี นได้ทบทวน
กำร อ่ำน เขยี น คำ ห นำมีตัวสะกด
๓. แตล่ ะกลุ่มนำเสนอคำศัพท์หนำ้ ชัน้ เรียน

เคร่ืองมอื - สอ่ื การเรยี นรู้

๑. ชำรต์ บทกลอน “ปักเอย๋ ปักษิณ”
๒. ชำรต์ คำ ห นำมีตวั สะกด
๓. ใบงำน “เจอก่อน วงก่อน (Word Race)”
๔. ใบงำน “คำ ห นำ หรรษำ (3D-GO : Flip)”

การวัดและประเมนิ ผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนักเรยี น
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หดั ของนักเรยี น
(กำรวัดและกำรประเมนิ ผล คุณครูสำมำรถปรบั เปล่ียนได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงชนั้ เรียนอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรียน - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒

บทท่ี ๘ ขา่ วน่าเศร้า (๑) จำนวน ๔ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอ่ำนสร้ำงควำมรู้และควำมคิดเพอ่ื นำไปใชต้ ดั สินใจ แก้ปญั หำในกำร
ดำเนินชีวิต และมีนสิ ัยรกั กำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๓.๑ สำมำรถเลอื กฟังและดอู ย่ำงมีวิจำรณญำณ และพูดแสดงควำมรู้ ควำมคิด
และควำมร้สู ึกในโอกำสต่ำงๆ อยำ่ งมีวจิ ำรณญำณและสรำ้ งสรรค์

๒. ตวั ชี้วดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสียงคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองงำ่ ยๆ ได้ถูกต้อง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๕ แสดงควำมคดิ เห็นและคำดคะเนเหตกุ ำรณจ์ ำกเรื่องทอี่ ่ำน
มำตรฐำน ท ๓.๑ ป.๓/๕ พดู แสดงควำมคดิ เห็นและควำมรู้สกึ จำกเรือ่ งท่ีฟังและดู

สาระสาคัญ

เมอ่ื ผู้เรยี นได้อำ่ นเร่ืองรำวในบทเรียนมำกขนึ้ ต้องเร่มิ ฝึกทักษะกำรจับใจควำม โดยกำรฝึกจบั ประเด็น
สรุปใจควำมสำคัญและลำดบั ควำมสำคญั ของเร่ืองท่ีอ่ำน ผ่ำนกำรสนทนำ หรือกจิ กรรมในหอ้ งเรียน

จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อ่ำนเร่ืองรำวและบอกควำมหมำยของคำจำกเรื่องท่ีอ่ำนได้
๒. สำมำรถจับประเด็นสำคญั และวเิ ครำะห์เรื่องทอี่ ำ่ นได
๓. สำมำรถแสดงควำมคิดเหน็ และควำมร้สู กึ จำกเร่ืองที่ฟังและดไู ด้

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. กำรจบั ใจควำมและพดู แสดงควำมคดิ เหน็
๓. กำรจบั ใจควำมและพดู แสดงควำมคิดเหน็ ควำมรสู้ ึกจำกเรื่องทฟ่ี งั และดู เชน่ ขำ่ วและเหตกุ ำรณป์ ระจำวนั

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

๑. ข้นั นาเข้าส่บู ทเรยี น

๑. คุณครูใหน้ กั เรยี นเคลอ่ื นไหวร่ำงกำยประกอบบทกลอน
“กบอย่ไู หน” ในท่ำที่มีจังหวะสนุกสนำน เชน่ ตบมือ -
ตบโตะ๊ ดว้ ยมอื ซำ้ ย - ตบโต๊ะดว้ ยมอื ขวำ - ตบมือ

๒. คุณครตู ดิ ชำร์ตบทกลอน “กบอยู่ไหน”บนกระดำน
เคลอ่ื นที่ คณุ ครอู ำ่ นใหน้ ักเรยี นฟงั แลว้ ให้นกั เรียน
รอ้ งตำมจนคล่อง

๒. ข้นั นาเสนอความรู้
๑. คณุ ครูสอนอ่ำนเรื่อง “ข่ำวน่ำเศรำ้ ” ในหนังสือเรยี น โดยใหน้ ักเรียนเขยี นหมำยเลขหน้ำขอ้ ควำม
แตล่ ะยอ่ หนำ้
๒. คณุ ครูพำช้อี ่ำนทลี ะวรรค เม่อื จบแตล่ ะยอ่ หน้ำ รว่ มกนั พดู คุยเก่ียวกับเนื้อเรื่อง วำ่ ใคร ทำอะไร ท่ีไหน
เม่อื ไหร่ อยำ่ งไร แลว้ ใหน้ กั เรยี นไฮไลต์คำสำคญั
๓. หลงั จำกท่ีอำ่ นเรื่อง “ขำ่ วนำ่ เศร้ำ” จบแลว้ ให้นกั เรียนอ่ำนคำศัพท์ คำสำคัญจำกเรื่องพรอ้ มกนั อกี ครั้ง
แลว้ ทำแบบฝึกหดั ในหนังสือเรียน

๓. ขั้นลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครพู ำนักเรยี นอ่ำนนิทำน เรือ่ ง “พรเพยี งประกำรเดยี ว” อำ่ นทลี ะวรรค นักเรียนอำ่ นตำม
พร้อมไฮไลตค์ ำสำคัญ
๒. หลงั จำกอ่ำนเน้ือเร่ืองจบแล้ว พดู คุยสรุปเรอ่ื งรว่ มกนั วำ่ ตอนแรก ต่อมำ และในท่สี ดุ เรื่องรำวเป็น
อย่ำงไร
๓. ทำแบบฝึกหัดในหนังสอื เรียนเพอ่ื ทบทวนควำมเข้ำใจ

๔. ข้ันสรุปความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงำน “สมำร์ทโฟนสรุปเรอื่ ง (3D-GO : Flip)” ให้นักเรยี น
๒. นกั เรยี นทำใบงำน ดูภำพแล้วเขียนเรอื่ งรำวจำกเร่ือง "พรเพียงประกำรเดยี ว" ตำมลำดบั เหตกุ ำรณ์
ตอนแรก - ต่อมำ - ในทสี่ ุด
๓. ตัดภำพตำมรอยประ ตดิ กำวใหเ้ ปดิ -ปดิ ได้
๔. ตกแตง่ ให้สวยงำม

๕. ขน้ั ประยกุ ต์ใช้ความรู้
๑. คุณครเู ปิดคลิปวิดีโอข่ำวสั้นๆ ใหน้ กั เรียนดู
๒. คณุ ครูถำมคำถำม ใคร ทำอะไร ท่ีไหน อย่ำงไร เมอ่ื ไหร่ ให้นักเรยี นรว่ มตอบคำถำมและ
แสดงควำมคิดเหน็ รว่ มกนั

เครอ่ื งมือ - สอ่ื การเรยี นรู้

๑. ชำร์ตบทกลอน “กบอยไู่ หน”
๒. ใบงำน “สมำรต์ โฟนสรปุ เร่ือง (3D-GO : Flip)”
๓. คลิปวดิ ีโอข่ำว

การวดั และประเมนิ ผล

๑. สงั เกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หัดของนักเรียน
(กำรวัดและกำรประเมินผล คุณครสู ำมำรถปรบั เปลี่ยนไดต้ ำมควำมเหมำะสม
บำงชนั้ เรยี นอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรยี น - หลงั เรียน กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ อ่านออก เขียนได้ เลม่ ๑

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๒

บทท่ี ๘ ขา่ วน่าเศร้า (๒) จำนวน ๔ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรียนรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอำ่ นสร้ำงควำมรแู้ ละควำมคดิ เพ่ือนำไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหำในกำร
ดำเนนิ ชวี ิต และมนี สิ ัยรกั กำรอำ่ น

มำตรฐำน ท ๔.๑ เขำ้ ใจธรรมชำติของภำษำและหลกั ภำษำไทย กำรเปลย่ี นแปลงของภำษำและ
พลงั ของภำษำ ภมู ปิ ัญญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชำติ

๒. ตวั ชี้วัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสยี งคำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองงำ่ ยๆ ได้ถูกต้อง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ

สาระสาคญั

เมอื่ นกั เรียน ไดเ้ รียนรู้ คำทมี่ ี ห นำ ตัวอักษรตำ่ ง ญ น ม ย ร ล ว มตี วั สะกดแลว้
จะต้องเรียนรู้กำรผนั วรรณยกุ ต์ คำ ห นำ ทม่ี ตี วั สะกดดว้ ย เพอื่ ให้สำมำรถอำ่ นและเขยี นคำทม่ี ี ห นำ ได้
รวมถึงเข้ำใจควำมหมำยของคำศัพท์

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. นักเรยี นอ่ำนและเขยี นคำอักษรนำ (ห นำ) ท่ีมตี วั สะกดและวรรณยกุ ต์ ได้ถูกต้องและเขำ้ ใจควำมหมำย
๒. นักเรยี นสำมำรถผันวรรณยุกต์ คำ ห นำ ท้่ีมต่ ัวสะกดได้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสียงและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. ผันวรรณยกุ ต์คำที่มอี กั ษรนำ (ห นำ) มีตัวสะกด

กระบวนการจดั การเรยี นรู้

๑. ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน

๑. คุณครใู ห้นกั เรยี นท่อง ทบทวนบทเพลง “กบอยู่ไหน”
หำกนกั เรียนจำไม่ได้ให้ติดแผน่ ชำรต์ บนกระดำน

๒. คณุ ครพู ำเคลื่อนไหวประกอบด้วยท่ำท่ีมีจังหวะสนกุ สนำน
(ท่ำทำงใหม่ ตำ่ งจำกคำบเรียนกอ่ นหนำ้ น)้ี เช่น ตบมือสองคร้งั
- กระทบื เทำ้ ซ้ำย - กระทบื เทำ้ ขวำ

๒. ขัน้ นาเสนอความรู้
๑. คุณครูตดิ ชำรต์ ตำรำงผันเสยี งวรรณยกุ ต์บนกระดำนเคลือ่ นท่ี และยกตวั อย่ำงคำในอักษรสูง เชน่
หำน ห่ำน หำ้ น ให้นกั เรียนอำ่ นออกเสียงเอง
๒. คุณครูเขยี นหรอื ตดิ บัตรคำท่ีมี ห นำ ในตำรำงเพื่อเทยี บใหเ้ หน็ วำ่ มลี ักษณะกำรผันเหมือนกนั คุณครใู ห้
นักเรยี นสะกดและออกเสียงตำม เช่น หอ-วอ-อำ-นอ - หวำน ไมเ้ อก หวำ่ น ไม้โท หวำ้ น หวำน -
หวำ่ น - หวำ้ น
๓. เปล่ียนเป็นคำอื่นๆ ให้นักเรยี นลองอำ่ นและสะกดพรอ้ มกนั
๔. อ่ำนเพ่มิ เติมในหนังสือเรยี น และทำแบบฝึกหดั

๓. ข้นั ลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงำน “ฝกึ ผันเสยี งให้คล่อง (GO : Flip)”
๒. นกั เรยี นลงมอื ทำใบงำน โดนตดั ตำมรอยประ อ่ำนแลว้ เติมคำทห่ี ำยไปในช่องว่ำง ให้ถูกต้อง ทัง้ รูป
และเสียงวรรณยุกต์ เพื่อฝึกและทบทวนกำรเขยี นคำอกั ษรนำ (ห นำ)
๓. นักเรยี นอำ่ นออกเสียงคำศัพทใ์ นใบงำนพร้อมกัน

๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงำน “ลกู บอลปริศนำ” ให้นักเรียน
๒. นักเรยี นลงมือทำใบงำน โดยตดั ตำมรอยประ จบั ค่ภู ำพกับคำให้ถกู ต้อง เพอ่ื ทบทวนกำรอ่ำนคำ
อักษรนำ (ห นำ)
๓. จบั คูก่ ับเพื่อน ผลัดกนั อ่ำนออกเสยี งคำศัพท์

๕. ข้ันประยุกตใ์ ช้ความรู้
๑. นกั เรยี นจบั คู่ หรือ จบั กลมุ่ ๓ - ๔ คน
๒. ผลัดกนั พดู คำที่มี ห นำ ๑ คำ แล้วให้เพ่ือนคนอนื่ ชูคทำวรรณยุกต์ (จำกบทที่ ๔) ให้ถูกตอ้ ง เช่น
คำวำ่ "เหมอื น" ต้องชคู ทำวรรณยกุ ต์ “จัตวำ” เป็นต้น
๓. นกั เรยี นอำจรว่ มกันกำหนดกตกิ ำ เชน่ นบั แต้มที่ตอบผิด ใครตอบผดิ มำกที่สุดจะต้อง ทำกิจกรรมตำมท่ี
ทกุ คนตกลงกนั เช่น ควำมสะอำดห้อง เขยี นคำ ห นำ บนกระดำน เป็นต้น

เคร่ืองมอื - สื่อการเรยี นรู้

๑. ชำร์ตบทเพลง “กบอยูไ่ หน”
๒. ชำรต์ ตำรำงผนั เสยี งวรรณยุกต์
๓. “ฝึกผันเสยี งให้คล่อง (GO : Flip)”
๔. “ลูกบอลปรศิ นำ (GO : Flip)”

การวัดและประเมินผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนักเรยี น
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝึกหดั ของนักเรียน
(กำรวดั และกำรประเมนิ ผล คุณครสู ำมำรถปรับเปล่ยี นได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงชั้นเรยี นอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรียน - หลังเรียน กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ อ่านออก เขียนได้ เลม่ ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒

บทท่ี ๙ แขง่ ขนั กีฬาสี (๑) จำนวน ๔ ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอำ่ นสรำ้ งควำมรแู้ ละควำมคดิ เพอ่ื นำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปญั หำในกำร
ดำเนินชีวติ และมีนสิ ยั รกั กำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๓.๑ สำมำรถเลือกฟงั และดูอยำ่ งมวี ิจำรณญำณ และพดู แสดงควำมรู้ ควำมคิด
และควำมร้สู กึ ในโอกำสต่ำงๆ อย่ำงมวี จิ ำรณญำณและสร้ำงสรรค์

๒. ตัวช้วี ัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ขอ้ ควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆไดถ้ กู ต้อง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๔ ระบใุ จควำมสำคัญและรำยละเอียดจำกเรอ่ื งทอ่ี ่ำน
มำตรฐำน ท ๓.๑ ป.๒/๖ พูดสือ่ สำรได้ชดั เจนตรงตำมวตั ถุประสงค์

สาระสาคัญ

กำรแข่งขนั กีฬำ เป็นเร่ืองรำวทใ่ี กลต้ ัวผเู้ รียน ดงั นั้นผ้เู รยี นจงึ ต้องเรียนรูภ้ ำษำ คำศัพท์ ประโยคท่ีเก่ยี วขอ้ ง
ผ่ำนเน้ือเรอ่ื งทนี่ ำ่ สนใจในบทเรียนน้ี เพ่อื ให้สำมำรถสื่อสำรไดท้ ั้งกำรฟงั พูด อ่ำน และเขียน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

๑. สำมำรถอำ่ นและเข้ำใจเรื่องรำวในบทเรียน
๒. สรปุ ใจควำมสำคญั และรำยละเอียดจำกเรอ่ื งที่อำ่ นได้
๓. สำมำรถเล่ำเรอ่ื งรำวจำกประสบกำรณ์ของตวั เองได้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม คำทม่ี ีตวั สะกดตรงตำมมำตรำ
๒. กำรอ่ำนจบั ใจควำมจำกสอ่ื ตำ่ งๆ
๓. กำรเลำ่ ประสบกำรณ์ในชีวิตประจำวนั

กระบวนการจัดการเรยี นรู้

๑. ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน

๑. คณุ ครูใหน้ ักเรียนท่องบทกลอน “จันทร์เจ้ำ” จนคล่อง และ
เคล่อื นไหวประกอบบทกลอน ในท่ำที่มจี ังหวะสนกุ สนำน
เชน่ ตบอก ๒ คร้งั - ตบมือ - ตบมือเพื่อน"

๒. คุณครตู ดิ ชำร์ตบทกลอน “จนั ทร์เจำ้ ” บนกระดำนเคลอ่ื นที่
หรอื แสดงเนอ้ื เพลงบนจอ ชอ้ี ำ่ นใหน้ ักเรียนฟัง แล้วให้
นักเรยี นอำ่ นตำม

๒. ข้นั นาเสนอความรู้
๑. คณุ ครูสอนอ่ำนเร่อื ง “แข่งขนั กีฬำสี” ในหนงั สอื เรยี น โดยใหน้ ักเรยี นเขียนหมำยเลข
หน้ำข้อควำม แต่ละย่อหน้ำ
๒. คณุ ครพู ำชี้อ่ำนทีละวรรค เมื่อจบแตล่ ะยอ่ หน้ำ ร่วมกันพดู คยุ เก่ยี วกับเน้ือเรื่อง ว่ำใคร ทำอะไร ท่ีไหน
เมอื่ ไหร่ อย่ำงไร แลว้ ให้นกั เรียนไฮไลต์คำสำคญั
๓. หลงั จำกทีอ่ ำ่ นเรอ่ื ง “แข่งขนั กีฬำสี” จบแล้วให้นักเรยี นอ่ำนคำศัพท์ คำสำคัญจำกเรื่องพรอ้ มกันอกี ครง้ั

๓. ข้ันลงมือเรียนรู้
๑. คุณครใู หน้ ักเรียนทุกคนนั่งเป็นวงกลม
๒. นกั เรียนจะต้องอ่ำนเร่ือง “แข่งขนั กฬี ำสี”ตอ่ กนั คนละวรรค แตค่ ณุ ครูจะสุ่มนักเรียน ไมอ่ ่ำนต่อกัน
ตำมลำดับกำรน่งั ดงั นัน้ นักเรยี นทกุ คนจะต้องดูและอ่ำนในใจไปดว้ ย ม้จะยังไม่ถงึ รอบที่ตวั เองอ่ำน
๓. หลังจำกทอ่ี ำ่ นครบทุกคนแล้ว ใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหดั ในหนังสือเรียน

๔. ขน้ั สรุปความรู้
๑. คุณครแู จกใบงำน “ชำลกี ับมำลี” ใหน้ ักเรียน เพ่ือให้ได้ฝึกตอบคำถำมและสรุปข้อมลู จำกเรื่องที่อำ่ น
๒. นกั เรียนลงมือทำใบงำน โดยอำ่ นเนื้อเรอ่ื ง "แข่งขนั กีฬำสี” แลว้ เขียนข้อมูลของมำลแี ละชำลี ลงใน
ช่องวำ่ ง พร้อมระบำยสใี หส้ วยงำม

๕. ข้นั ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
๑. คุณครชู วนนกั เรยี นพดู คุยเกย่ี วกับกีฬำสี
๒. ใหน้ ักเรียนวำดภำพเกีย่ วกับวันกีฬำสี ท่ีนกั เรยี นชน่ื ชอบหรอื ประทบั ใจ เชน่ ขบวนพำเหรด
กำรแข่งกีฬำ เป็นต้น
๓. ระบำยสีผลงำนใหส้ วยงำม แลว้ เลำ่ เรือ่ งสนั้ ๆ เกยี่ วกับภำพท่ตี นเองเลือกวำด

เคร่อื งมือ - สอ่ื การเรยี นรู้

๑. ชำร์ตบทกลอน “จนั ทร์เจ้ำ”
๒. กระดำนเคล่ือนที่
๓. ใบงำน “ชำลีกบั มำลี”

การวัดและประเมินผล

๑. สงั เกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนกั เรียน
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หัดของนักเรียน
(กำรวัดและกำรประเมินผล คุณครูสำมำรถปรบั เปลย่ี นไดต้ ำมควำมเหมำะสม
บำงช้ันเรียนอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรียน - หลังเรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอำ่ น ฯลฯ)

แผนการจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๒

บทท่ี ๙ แข่งขันกีฬาสี (๒) จำนวน ๓ ชั่วโมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอ่ำนสร้ำงควำมรู้และควำมคดิ เพื่อนำไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปัญหำ
ในกำรดำเนนิ ชีวติ และมีนิสยั รักกำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๓.๑ สำมำรถเลอื กฟังและดูอย่ำงมวี จิ ำรณญำณ และพูดแสดงควำมรู้ ควำมคิด
และควำมรู้สึกในโอกำสตำ่ งๆ อย่ำงมวี ิจำรณญำณและสรำ้ งสรรค์

มำตรฐำน ท ๔.๑ เขำ้ ใจธรรมชำตขิ องภำษำและหลักภำษำไทย กำรเปลีย่ นแปลงของภำษำและ
พลังของภำษำ ภมู ิปัญญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชำติ

๒. ตวั ช้วี ัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ไดถ้ ูกต้อง
มำตรฐำน ท ๓.๑ ป.๒/๖ พดู สือ่ สำรไดช้ ัดเจนตรงตำมวตั ถุประสงค์
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำยของคำ
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๓ เรียบเรียงคำเปน็ ประโยคได้ตรงตำมเจตนำของกำรสอื่ สำร

สาระสาคัญ

คำพ้องเสียง คือ คำท่ีออกเสียงเหมอื นกัน แตเ่ ขียนไมเ่ หมือนกัน ควำมหมำยของคำก็ต่ำงกัน

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. สำมำรถอ่ำนและเขยี นคำพอ้ งรูปได้ถูกต้องและเข้ำใจควำมหมำย
๒. สำมำรถอำ่ นและเข้ำใจเร่ืองรำวในบทเรียน
๓. เล่ำเร่ืองรำวเพอื่ สรุปควำมรไู้ ดอ้ ยำ่ งสร้ำงสรรค์
๔. สำมำรถแตง่ ประโยคจำกคำท่กี ำหนดให้ได้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๑. กำรอ่ำนออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. กำรแต่งประโยค

กระบวนการจัดการเรียนรู้

๑. ข้ันนาเข้าสูบ่ ทเรยี น

๑. คณุ ครูใหน้ ักเรยี นท่อง ทบทวนบทรอ้ งเล่น “จันทรเ์ จ้ำ”
หำกนักเรยี นจำไม่ได้ใหต้ ิดแผ่นชำร์ตบนกระดำน

๒. คุณครพู ำเคลือ่ นไหวประกอบดว้ ยทำ่ ท่ีมีจงั หวะสนกุ สนำน
(ท่ำทำงใหม่ ตำ่ งจำกคำบเรียนก่อนหนำ้ นี)้ เช่น แตะหัว -
แตะไหล่ - ตบมอื - กระทืบเท้ำ

๒. ขน้ั นาเสนอความรู้
๑. คุณครูแสดงบตั รภำพ บตั รคำ ที่เป็นคำพ้องเสยี ง บนกระดำนเคลื่อนที่ เชน่ พำน คนพำล ภำรโรง
๒. คณุ ครอู ธบิ ำยลักษณะและกำรใชค้ ำพอ้ งเสียงแลว้ ออกเสียงคำบนกระดำน ใหน้ ักเรียนออกเสียงตำม
๓. คณุ ครูยกตัวอยำ่ งประโยคทมี่ คี ำพ้องเสยี งปรำกฏอยู่
๔. อ่ำนเพ่ิมเติมในหนังสอื เรียน และทำแบบฝึกหดั

๓. ขน้ั ลงมือเรยี นรู้
๑. คณุ ครแู จกใบงำน “คำพ้องเสยี งรอ้ ยเรียงประโยค”
๒. นักเรียนลงมอื ทำใบงำน โดยแตง่ ประโยคจำกคำทีก่ ำหนดให้ และคำทีน่ ักเรยี นเลือกเอง
๓. คุณครูพำนักเรียนอ่ำนเรื่องรำวจำกทอ่ งแดนวรรณคดี เรื่อง “กลั ลเิ วอรผ์ จญภัย” โดยใหค้ รพู ำอำ่ น
ทีละวรรค นกั เรียนอำ่ นตำม พร้อมไฮไลต์คำสำคัญ
๔. หลงั จำกอำ่ นเนอ้ื เรื่องจบแล้ว พดู คุยกันเก่ยี วกบั เร่อื งน้วี ่ำ ใคร ทำอะไร ทีไ่ หน เม่ือไหร่ อยำ่ งไร
๕. ทำแบบฝกึ หดั ในบทเรยี น

๔. ขั้นสรปุ ความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงำน “ผจญภัยไปกับกลั ลเิ วอร์” ใหน้ กั เรียน
๒. นกั เรยี นลงมอื ทำใบงำน โดยตัดตำมรอยประ ระบำยสี และประกอบใบงำนให้กลำยเปน็ ฉำกจำลอง
๓. ตกแตง่ ใหส้ วยงำมตำมจนิ ตนำกำร

๕. ขน้ั ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
นักเรียนจบั ค่กู นั ผลัดกนั เล่ำเรื่อง “กัลลิเวอรผ์ จญภยั ” ในรูปแบบของตนเอง ประกอบฉำกจำลอง
ทน่ี ักเรยี นสร้ำงขึ้น เพื่อฝึกทักษะกำรเลำ่ เรื่องอย่ำงสรำ้ งสรรค์

เครอ่ื งมอื - ส่อื การเรยี นรู้

๑. ชำร์ตบทร้องเลน่ “จนั ทร์เจำ้ ”
๒. บัตรภำพ บัตรคำ คำพ้องเสียง
๓. ใบงำน “คำพ้องเสียงร้อยเรยี งประโยค”
๔. ใบงำน “ผจญภัยไปกับกลั ลิเวอร์”
๕. กระดำนเคลอื่ นที่

การวัดและประเมนิ ผล

๑. สงั เกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนักเรียน
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หดั ของนักเรยี น
(กำรวัดและกำรประเมนิ ผล คุณครูสำมำรถปรับเปลี่ยนได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงชน้ั เรียนอำจมีกำรทดสอบก่อนเรยี น - หลังเรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๒

บทที่ ๑๐ ไปเท่ยี วนา้ ตก (๑) จำนวน ๔ ช่วั โมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอำ่ นสร้ำงควำมรูแ้ ละควำมคดิ เพือ่ นำไปใชต้ ดั สนิ ใจ
แก้ปัญหำในกำรดำเนินชีวิต และมีนสิ ยั รักกำรอำ่ น

มำตรฐำน ท ๓.๑ สำมำรถเลอื กฟังและดอู ยำ่ งมีวจิ ำรณญำณ และพูดแสดงควำมรู้ ควำมคิด
และควำมร้สู กึ ในโอกำสต่ำงๆ อย่ำงมวี จิ ำรณญำณและสร้ำงสรรค์

๒. ตัวชว้ี ัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อ่ำนออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๔ ระบใุ จควำมสำคัญและรำยละเอียดจำกเรอื่ งทีอ่ ่ำน
มำตรฐำน ท ๓.๑ ป.๒/๖ พูดสื่อสำรได้ชัดเจนตรงตำมวัตถุประสงค์

สาระสาคัญ

เมอ่ื ผ้เู รียนได้อำ่ นเรื่องรำวในบทเรียนมำกขน้ึ ต้องเร่มิ ฝกึ ทักษะกำรจับใจควำม โดยกำรฝกึ จบั ประเดน็
สรปุ ใจควำมสำคัญและลำดับควำมสำคัญของเร่ืองที่อ่ำน ผ่ำนกำรสนทนำ หรือกิจกรรมในหอ้ งเรียน

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

๑. สำมำรถอ่ำนเรือ่ งรำวและเข้ำใจควำมหมำยของคำศพั ทใ์ นบทเรยี น
๒. สรปุ ใจควำมสำคญั และรำยละเอยี ดจำกเร่ืองที่อ่ำนได้
๒. สำมำรถเล่ำเร่ืองรำวสน้ั ๆ โดยเช่อื มโยงกบั ประสบกำรณ์สว่ นตัว

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

๑. กำรอำ่ นออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ คำคลอ้ งจอง ขอ้ ควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ
๒. กำรเขียนเร่อื งส้ันๆ ตำมจินตนำกำร
๓. วรรณกรรมรอ้ ยแก้วและร้อยกรองสำหรบั เด็ก

กระบวนการจัดการเรียนรู้

๑. ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรยี น

๑. คุณครูใหน้ ักเรยี นเคล่ือนไหวประกอบบทเพลง “ม้ำวง่ิ กับกับ”

ในทำ่ ที่มีจงั หวะสนกุ สนำน
๒. ให้นกั เรียนจบั คกู่ ับเพื่อน แลว้ ตบมอื เปน็ จังหวะ คือ ตบตัก ๒ คร้งั

- ตบมือตวั เอง - ตบมอื เพื่อน
๓. คณุ ครตู ดิ ชำรต์ บทเพลง “ม้ำว่งิ กบั กบั ” บนกระดำนเคล่ือนที่

(หรือแสดงบนจอ) ชีอ้ ่ำนให้นกั เรยี นฟงั แลว้ ให้นักเรยี น
อ่ำนพรอ้ มกนั จนคล่อง

๒. ขั้นนาเสนอความรู้
๑. คณุ ครสู อนอ่ำนเรอ่ื ง “ไปเทยี่ วนำ้ ตก” ในหนังสือเรียน โดยให้นกั เรยี นเขียนหมำยเลข
หนำ้ ขอ้ ควำมแต่ละย่อหน้ำ
๒. คณุ ครูพำชีอ้ ่ำนทลี ะวรรค เม่อื จบแตล่ ะยอ่ หน้ำ รว่ มกันพดู คุยเกยี่ วกบั เน้ือเรือ่ ง วำ่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน
เมอ่ื ไหร่ อยำ่ งไร แล้วใหน้ ักเรียนไฮไลต์คำสำคญั
๓. หลังจำกท่ีอ่ำนเรื่อง “ไปเที่ยวน้ำตก” จบแล้ว ให้นักเรยี นอำ่ นคำศพั ท์ คำสำคัญจำกเรื่องพร้อมกัน
อีกคร้งั

๓. ขน้ั ลงมือเรียนรู้
๑. แบง่ นักเรยี นเป็น ๒ - ๓ กลุม่ แลว้ อำ่ นเรื่อง “ไปเท่ยี วน้ำตก” ทลี ะกลุม่ โดยครจู ะเป็นผู้บอกใหเ้ ริม่
และหยดุ นักเรียนทุกกลุม่ แมไ้ ม่ไดอ้ ่ำนอยู่กต็ ้องดตู ำม เพื่อใหส้ ำมำรถอำ่ นต่อจำกเพ่ือนไดถ้ ูกวรรค
๒. แต่ละกลุ่มอ่ำนสลบั กนั ไป
๓. เมอื่ อำ่ นจบแล้ว ให้นักเรียนทำแบบฝกึ หดั เพิม่ เติมในหนังสอื เรียน

๔. ขน้ั สรปุ ความรู้
๑. คุณครูแจกใบงำน “กระเป๋ำสรุปเรื่อง” ใหน้ ักเรียน เพื่อฝกึ สรุปใจควำมสำคัญและรำยละเอียด
จำกเรือ่ งที่อำ่ น
๒. นกั เรียนตดั ใบงำนตำมรอยประ
๓. เขียนคำตอบลงในช่องวำ่ งแล้วติดลงในสมุด

๕. ขั้นประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
๑. คุณครแู ละนักเรยี นพูดคยุ กันเก่ยี วกับกำรทัศนศึกษำ
๒. นักเรียนเลำ่ เร่อื งสถำนที่ที่อยำกไป หรือ เคยไปทัศนศึกษำ สน้ั ๆ หนำ้ ชนั้ เรียน โดยเลำ่ รำยละเอยี ด
ขอ้ ดี และเหตผุ ลท่นี ักเรียนอยำกไป หรือเหตผุ ลที่ช่นื ชอบ

เคร่ืองมอื - ส่ือการเรียนรู้

๑. ชำร์ตเพลง “ม้ำวิง่ กับกับ”
๒. กระดำนเคล่อื นที่
๓. ใบงำน “กระเป๋ำสรุปเร่ือง”

การวดั และประเมนิ ผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หัดของนักเรียน
(กำรวัดและกำรประเมินผล คุณครูสำมำรถปรบั เปล่ียนไดต้ ำมควำมเหมำะสม
บำงช้ันเรียนอำจมีกำรทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ อ่านออก เขยี นได้ เลม่ ๑
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๒

บทท่ี ๑๐ ไปเที่ยวน้าตก (๒) จำนวน ๓ ชว่ั โมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรยี นรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนกำรอำ่ นสร้ำงควำมรแู้ ละควำมคดิ เพ่ือนำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหำในกำร
ดำเนนิ ชีวติ และมนี สิ ยั รกั กำรอำ่ น

มำตรฐำน ท ๔.๑ เข้ำใจธรรมชำติของภำษำและหลักภำษำไทย กำรเปลี่ยนแปลงของภำษำและพลงั ของ
ภำษำ ภมู ปิ ัญญำทำงภำษำ และรักษำภำษำไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชำติ

๒. ตัวชีว้ ัด

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ไดถ้ ูกต้อง
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี นสะกดคำและบอกควำมหมำย ของคำ
มำตรฐำน ท ๔.๑ ป.๒/๓ เรียบเรยี งคำเปน็ ประโยคไดต้ รงตำมเจตนำของกำรสอื่ สำร

สาระสาคัญ

คำตรงกันข้ำม คือ คำทม่ี คี วำมหมำยตรงข้ำมกนั กำรเรียนรู้คำทม่ี ีควำมหมำยตรงขำ้ มกัน
จะทำใหผ้ ู้เรยี นมีคลงั คำ สำมำรถใช้ภำษำเพื่อสื่อสำรและเปรียบเทียบได้

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๑. อ่ำนและเขียนคำตรงกนั ขำ้ มได้ถูกต้องและเข้ำใจควำมหมำย
๒. สำมำรถแตง่ ประโยคจำกภำพ เพื่อสรปุ และบรรยำยเร่ืองรำวจำกเรื่องที่อ่ำนได้

สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

๑. กำรอ่ำนออกเสียงและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. ควำมหมำยของคำ

กระบวนการจดั การเรยี นรู้

๑. ขนั้ นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น

๑. คุณครูให้นกั เรียนท่อง ทบทวนบทเพลง “มำ้ ว่งิ กบั กบั ” หำกนักเรียนจำไม่ได้
ให้ตดิ แผน่ ชำรต์ บนกระดำน

๒. คณุ ครูพำเคลอื่ นไหวประกอบด้วยท่ำที่มีจงั หวะสนุกสนำน (ท่ำทำงใหม่
ตำ่ งจำกคำบเรยี นก่อนหนำ้ น้ี) เชน่ จบั คกู่ ับเพ่ือน ตบมือกัน โดย กำมอื ซ้ำย -
แบมอื ขวำ - กำมือขวำ - แบมอื ซ้ำย ทำสลับกนั ไปเรื่อยๆ

๒. ข้นั นาเสนอความรู้
๑. คณุ ครใู ชส้ อื่ จรงิ เชน่ สขี ำว - สีดำ ไม้บรรทัด - ยำงลบ แลว้ ถำมนกั เรยี นวำ่ สิง่ ท่ีนำมำให้ดูนี้ต่ำงกนั
อยำ่ งไร
๒.บัตรคำ ทีเ่ ป็นคำตรงกันขำ้ ม บนกระดำนเคลือ่ นที่ เช่น สงู - ตำ่ ซำ้ ย - ขวำ ขำว - ดำ
๓. คุณครูอธบิ ำยลักษณะและกำรใช้คำตรงกันข้ำม แลว้ ออกเสยี งคำบนกระดำน ให้นกั เรียนออกเสยี งตำม
๔. อำ่ นเพ่ิมเติมในหนังสือเรียน และทำแบบฝึกหดั

๓. ข้นั ลงมือเรยี นรู้
๑. คุณครูพำนักเรยี นอำ่ นนิทำน เรอื่ ง “คนขี้เกียจ” โดยอ่ำนทีละวรรค นกั เรยี นอำ่ นตำม พรอ้ มไฮไลต์
คำสำคัญ
๒. หลังจำกอ่ำนเนอื้ เร่ืองจบแล้ว พูดคุยกนั เกยี่ วกับเรือ่ งนีว้ ่ำ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่ำงไร
๓. ทำแบบฝึกหดั ในบทเรียน

๔. ข้นั สรุปความรู้
๑. คณุ ครูแจกใบงำน “เร่ืองของคนข้เี กยี จ” ให้นักเรยี น
๒. นกั เรียนลงมอื ทำใบงำน โดยตดั ตำมรอยประ ระบำยสี
๓. สรุปเรื่องจำกกำรอ่ำนนทิ ำน โดยดูภำพแล้วเขยี นบรรยำยภำพ ด้วยสำนวนภำษำของนักเรยี นเอง

๕. ขนั้ ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
๑. คณุ ครูเขยี นหรือตดิ คำตรงกนั ข้ำม (ท่ใี ชใ้ นกจิ กรรมน้ี) บนกระดำน
๒. นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ ๓ - ๔ คน คุณครูแจกกำรด์ คำใหน้ ักเรียน กล่มุ ละ ๑ ชุด (๒๔ คำ)
๓. คุณครูอ่ำนคำศัพท์ แล้วให้นกั เรยี นในแต่ละกลุม่ แขง่ กันหยบิ กำรด์ คำตรงกันข้ำมกับคำทค่ี ณุ ครอู ่ำน
ใครหยิบได้มำกที่สดุ เป็นผู้ชนะ

เคร่อื งมือ - สอื่ การเรยี นรู้

๑. ชำร์ตบทเพลง “ม้ำวงิ่ กับ กับ”
๒. บตั รภำพ บัตรคำ คำตรงกันขำ้ ม
๓. ส่อื จรงิ ประกอบขั้นกำรสอน
๔. ใบงำน “เรอื่ งของคนขเ้ี กียจ”
๕. กำร์ดคำตรงกนั ขำ้ ม

การวดั และประเมนิ ผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอ่ำน / กำรสะกดคำ ของนกั เรียน
๒. ประเมินผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หัดของนักเรยี น
(กำรวัดและกำรประเมนิ ผล คุณครูสำมำรถปรับเปล่ยี นได้ตำมควำมเหมำะสม
บำงช้ันเรยี นอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรยี น - หลังเรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ อ่านออก เขยี นได้ เล่ม ๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๒

บทที่ ๑๐ ไปเท่ยี วน้าตก (๓) จำนวน ๒ ชว่ั โมง

มาตรฐานการเรยี นรู้

๑. มาตรฐานการเรียนรู้

มำตรฐำน ท ๑.๑ ใช้กระบวนกำรอ่ำนสร้ำงควำมรู้และควำมคิดเพ่อื นำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปญั หำในกำรดำ
เนินชีวิต และมนี ิสัยรักกำรอ่ำน

มำตรฐำน ท ๕.๑ เข้ำใจและแสดงควำมคดิ เห็น วิจำรณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่ำงเหน็ คุณค่ำและ
นำมำประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ จริง

๒. ตวั ชีว้ ดั

มำตรฐำน ท ๑.๑ ป.๒/๑ อำ่ นออกเสยี งคำ คำคลอ้ งจอง ข้อควำม และบทร้อยกรองง่ำยๆ ได้ถูกต้อง
มำตรฐำน ท ๕.๑ ป.๒/๑ ระบขุ อ้ คิดทไ่ี ดจ้ ำกกำรอำ่ นหรือ กำรฟังวรรณกรรมสำหรับเด็ก เพื่อนำไปใชใ้ น

ชีวิตประจำวัน

สาระสาคัญ

เด็กๆ จะพบว่ำมีเคร่ืองหมำยและสญั ลักษณ์ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั ชีวิตประจำวันมำกมำย
จึงจำเป็นอย่ำงยิ่งทีผ่ เู้ รียนจะต้องเรยี นรเู้ พื่อใหเ้ กิดควำมเข้ำใจและนำไปสู่กำรปฏิบัติตนไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

๑. นกั เรยี นดูและอ่ำน ข้อควำม เครอ่ื งหมำย-สัญลกั ษณไ์ ด้ถูกตอ้ งและเข้ำใจควำมหมำย
๒. นักเรียนรู้จกั เข้ำใจ ปรศิ นำคำทำย สำมำรถใชภ้ ำษำเพ่ือถำมตอบเปน็ ปริศนำคำทำยไ้ด้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๑. กำรอ่ำนออกเสยี งและกำรบอกควำมหมำยของคำ ข้อควำม
๒. ปริศนำคำทำย

กระบวนการจดั การเรียนรู้

๑. ขนั้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น

๑. คณุ ครใู ห้นักเรียนท่อง ทบทวนบทเพลง “มำ้ ว่ิง กับ กับ” หำกนกั เรียนจำไม่ได้
ให้ติดแผ่นชำรต์ บนกระดำน

๒. คุณครพู ำเคลอ่ื นไหวประกอบดว้ ยท่ำที่มจี งั หวะสนกุ สนำน (ทำ่ ทำงใหม่ ตำ่ ง
จำกคำบเรียนก่อนหนำ้ น)ี้ เช่น นักเรียนทกุ คนนง่ั เป็นวงกลม แต่ละคนจะ
ตบมอื - จับแก้ว - ส่งแก้วต่อใหเ้ พ่ือน

๒. ขน้ั นาเสนอความรู้

๑. คณุ ครแสดงบตั รภำพ บตั รคำ เคร่อื งหมำยและสัญลักษณต์ ำ่ งๆ โดยใช้บัตรภำพที่เปิด-ปิดได้

๒. คณุ ครใู หน้ กั เรยี นดูภำพเครือ่ งหมำย - สัญลกั ษณ์บนบตั รภำพ-บตั รคำ แล้วใหน้ กั เรยี นเดำวำ่ คอื

เคร่ืองหมำยหรอื สัญลกั ษณ์อะไร

๓. คุณครเู ฉลย พร้อมอธบิ ำยเกย่ี วกับเครื่องหมำยสัญลักษณ์ต่ำงๆ แลว้ อ่ำนชือ่ เคร่อื งหมำย

ในหนงั สอื เรยี น หนำ้ ๑๗๘ ใหน้ กั เรยี นอำ่ นตำม

๓. ขน้ั ลงมือเรียนรู้

๑. คุณครูพูดปริศนำคำทำยใหน้ ักเรยี นลองตอบ แลว้ ถำมนักเรียนวำ่ ใครเคยเลน่ ทำยปรศิ นำ หรือมีปรศิ นำ
สนกุ ๆ บำ้ ง

๒. คณุ ครเู ตรียมแผงไข่และไข่ทบี่ รรจปุ ริศนำคำทำย และเซียมซีไม้ไอศกรีมเอำไว้
๓. แบ่งนกั เรยี นเป็น ๒ กลมุ่ สลบั กนั ถำม-ตอบ โดยฝ่ำยที่ตอบจะเส่ยี งเซยี มซีไม้ไอศกรีม เส่ยี งเซียมซไี ด้

หมำยเลขใด อกี กลมุ่ หนง่ึ จะเปิดไขต่ ำมหมำยเลขน้นั แล้วถำมคำถำม
๔. ถำ้ กล่มุ ทไ่ี ด้ตอบ ตอบถูกจะไดเ้ ลน่ ต่อ ถ้ำตอบผดิ จะต้องสลบั ใหอ้ กี ฝ่ำยเสี่ยงเซียมซี มีสิทธติ์ อบได้

คำถำมละ ๑ คร้ัง
๕. เล่นจนครบคำถำม หรือ ตำมเวลำที่ครูกำหนด แล้วนบั คะแนน กลุ่มใดตอบถกู มำกที่สุดเป็นฝำ่ ยชนะ

๔. ขัน้ สรปุ ความรู้

๑. คุณครแู จกใบงำน “ปำ้ ยไหนกันแนน่ ะ?” ใหน้ ักเรยี น
๒. นักเรียนลงมอื ทำใบงำน โดยตัดตำมรูป แลว้ นำไปติดลงในช่องวำ่ งใหถ้ ูกต้อง

๕. ข้นั ประยุกต์ใชค้ วามรู้

๑. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ ๓ - ๔ คน
๒. คุณครูพำนักเรยี นไปเดินสำรวจในโรงเรยี น หรอื พืน้ ทีใ่ กลโ้ รงเรยี น แล้วสำรวจว่ำมีปำ้ ยเคร่อื งหมำย

หรือสญั ลกั ษณ์
๓. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั บันทึกว่ำเจอเครอ่ื งหมำยหรือสัญลักษณ์อะไร แลว้ ช่วยกนั วำดและเขยี น

บนกระดำษขนำด A3 หรือ กระดำษปร๊ฟู แล้วนำไปจดั นิทรรศกำรภำยในห้องเรียน

เครือ่ งมือ - สอื่ การเรียนรู้

๑. ชำร์ตบทเพลง “มำ้ วง่ิ กับ กบั ”
๒. บตั รภำพ บตั รคำ (เปดิ ปดิ ได้) เคร่ืองหมำยและสัญลักษณต์ ำ่ งๆ
๓. ใบงำน “ป้ำยไหนกนั แนน่ ะ?”
๔. กระดำษ A3 หรือกระดำษปรฟู๊
๕. แก้วพลำสติกสำหรับกจิ กรรมเคำะ (Brain Gym)

การวดั และประเมินผล

๑. สังเกตพฤติกรรมกำรอำ่ น / กำรสะกดคำ ของนกั เรยี น
๒. ประเมนิ ผลจำกคะแนนกำรทำแบบฝกึ หดั ของนักเรียน
(กำรวัดและกำรประเมนิ ผล คุณครูสำมำรถปรบั เปล่ยี นไดต้ ำมควำมเหมำะสม
บำงชั้นเรยี นอำจมีกำรทดสอบกอ่ นเรียน - หลงั เรยี น กำรเขียนตำมคำบอก กำรทดสอบกำรอ่ำน ฯลฯ)

บันทึกผลหลงั สอน

ผลการสอนการเรียนรู้
............................................................................................................................. .......................................................
....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ปัญหาและอุปสรรค
......................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .......................................................
..................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
............................................................................................................................. .......................................................

ลงชอ่ื .................................................................................
(นางสาวจุฑาทพิ ย์ เจรญิ ยิง่ )

วนั ท.่ี ...........เดือน.......................................พ.ศ. ..............

ความคิดเหน็ /ขอ้ เสนอแนะของผูบ้ ริหารหรอื ผู้ท่ไี ด้รับมอบหมาย
................................................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. .......................................................
..................................................................................................................................... ...............................................

ลงชื่อ............................................................ผู้อานวยการโรงเรียนวดั เกาะกา
(นายวรวฒุ ิ ถนอมทรพั ย์)

วันท.ี่ ...........เดือน.......................................พ.ศ. ............


Click to View FlipBook Version