วรรณคดีไดี ทย สสมัมั มั ย มั ยรัรั รั ต รั ตนนโโกกสิสิสิ น สิ นททร์ร์ ร์ ต ร์ ตออนนต้ต้ ต้ น ต้ น รัรั รัรัชกาลที่ที่ ที่ที่ที่ที่ ๒ ยุค ทอง ยุค โกลด์ยุค ทอง ยุค โกลด์
คำ นำ วรรณคดีไดี ทยสมัย มั รัตนโกสินทร์ตอนต้นเล่ม ล่ นี้เป็น ป็ส่วน หนึ่งของรายวิชา ท๓๒๒๐๒ ประวัติวรรณคดีไดี ทยระดับ ดัชั้น มัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปีที่ ๕ โดยภายในหนังสือเล่ม ล่ นี้ประกอบไปด้วย เรื่องราวต่างๆที่สะท้อนให้เห็นถึง ถึสภาพสังคม เเนวคิด ความ เชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี เเละรากเหง้าความเป็น ป็ชาติไทยที่มี ความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งเเต่สมัย มัสุโขทัยเรื่อยมาจนถึง ถึสมัย มั รัตนโกสินทร์ตอนต้น ในสมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้า นภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒ กษัตริย์นักประพันธ์ผู้ ธ์ผู้ ทำ ให้ช่วงเวลานั้น เป็น ป็ ยุค ยุ ทองของวรรณคดีไดี ทย คณะผู้จัดทำ กลุ่ม ลุ่ ที่๒ วันที่ ๑๘ กุม กุ ภาพันธ์ ๒๕๖๗ ก
สารบัญ เรื่อง หน้า คำ นำ สารบัญ พระราชประวัติและเหตุการณ์บ้านเมือ มื ง นักปราชญ์เ ญ์ เละกวีคนสำ คัญ สมัย มั รัตนโกสินทร์ตอนต้น รูปเเบบเเละลัก ลั ษณะสมัย มั รัตนโกสินทร์ตอนต้น วรรณคดีไดี ทยสมัย มั รัตนโกสินทร์ตอนต้น บทละครเรื่องอิเหนา บทละครเรื่องรามเกีย กี รติ์ บทละครนอก กาพย์แห่ชมเครื่องคาวหวาน โคลงนิราศนรินทร์ นิราศเมือ มื งเเกลง นิราศพระบาท นิราศภูเ ภู ขาทอง โคลงนิราศสุพรรณ นิราศวัดเจ้าฟ้่า พระอภัย ภั มณี บรรณานุกรม คณะผู้จัดทำ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั ๒ นายนรินทร์ธิเ ธิ บศร์ (อิน) ๓ พระสุนทรโวหาร (ภู่)ภู่ ข ก ข ๑ ๕ ๖ ๗ ๙ ๑๐ ๒๑ ๒๔ ๒๕ ๒๖ ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐
พระราชประวัติ และเหตุการณ์บ้านเมืองสำ คัญ พระราชประวัติ และเหตุการณ์บ้านเมืองสำ คัญ ยุค ทอง ยุค โกลด์ยุค ทอง ยุค โกลด์
พระราชประวัติ วัติ และเหตุก ตุ ารณ์บ้านเมือง พระราชประวัติ วัติ และเหตุก ตุ ารณ์บ้านเมือง -สมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒- พระราชประวัติ วัติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั ทรงเป็น ป็ พระมหากษัตริย์ไทย องค์ที่ ๒ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงประสูติเมื่อ มื่๒๔ กุม กุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๑๐ ตรงกับ กั วันพุธ ขึ้น ๗ คํ่า เดือ ดื น ๓ ปีกุ ปี น กุ มีพ มี ระนามเดิม ดิ ว่า "ฉิม" พระองค์ ทรงเป็น ป็ พระบรมราชโอรสองค์ที่ ๔ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬ จุ า โลกมหาราชและกรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชชนนีพันปี หลวง ประสูติ ณ บ้านอัมพวา แขวงเมือ มื งสมุท มุ รสงคราม ขณะนั้นพระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬ จุ าโลกมหาราช เป็น ป็ หลวงยกกระบัตรเมือ มื งราชบุรี บุ รี พระบิดาได้ให้เข้าศึกษากับ กัสมเด็จพระวันรัต (ทองอยู่)ยู่ ณ วัดบางหว้าใหญ่ พระองค์ทรงมีพ มี ระชายาเท่าที่ปรากฏ ๑
พระราชประวัติ วัติ และเหตุก ตุ ารณ์บ้านเมือง พระราชประวัติ วัติ และเหตุก ตุ ารณ์บ้านเมือง -สมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒- เหตุก ตุ ารณ์บ้านเมืองที่สำที่สำคัญ คั พ.ศ. 2310 24 กุม กุ ภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั พระ ราชสมภพ ณ ตำ บลอัมพวา เมือ มื งสมุท มุ รสงคราม พระนามเดิม ดิ ฉิม พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬ จุ าโลกมหาราช ทรง ปราบดาภิเ ภิ ษกขึ้นเป็น ป็ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทรงได้รับการ สถาปนาพระยศเป็น ป็สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร พ.ศ. 2352 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬ จุ าโลกมหาราชเสด็จ สวรรคต พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนางกราบบังคมทูลอัญเชิญพระองค์ขึ้น ครองราชสมบัติเป็น ป็ รัชกาลที่ 2 แห่งพระราชวงศ์จักรี เฉลิม ลิ พระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั เจ้าฟ้ากรมขุนกษัตรานุชิตกับ กั พวก คิดกบฏ โปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่น มื่ เจษฎาบดิน ดิ ทร์ชำ ระความสงคราม กับ กั พม่า ม่ ที่เมือ มื งถลาง พ.ศ. 2353โปรดเกล้าฯ ให้ส่งคณะทูตอัญเชิญพระราชสาส์นไปถวาย จักรพรรดิเ ดิ กีย กี เข้งแห่งอาณาจักรจีนราชทูตญวนเข้ามาถวายราชสาส์นและ เครื่องราชบรรณาการ พร้อมทั้งทูลขอเมือ มื งบันทายมาศคืน ซึ่งพระองค์ก็ พระราชทานคืนให้ ๒
พระราชประวัติ วัติ และเหตุก ตุ ารณ์บ้านเมือง พระราชประวัติ วัติ และเหตุก ตุ ารณ์บ้านเมือง -สมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒- เหตุก ตุ ารณ์บ้านเมืองที่สำที่สำคัญ คั พ.ศ. 2354โปรดเกล้าฯ ให้เจ้านายไปกำ กับ กั ราชการตามกระทรวงต่างๆ โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานออก "เดิน ดิสวนเดิน ดิ นา"ออกพระราชกำ หนด ห้ามสูบและซื้อขายฝิ่น ฝิ่ จัดพระราชพิธีถ ธี วายพระเพลิง ลิ พระบรมศพพระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬ จุ าโลกมหาราช เกิด กิ อหิวาตกโรคครั้งใหญ่ โปรด เกล้าฯ ให้มีพ มี ระราชพิธี "อาพาธพินาศ" โปรดเกล้าฯ ให้กองทัพไทย ไป ระงับความวุ่นวายในกัม กั พูชา อิน-จัน แฝดสยามคู่แรกของโลกถือกำ เนิด ขึ้น พ.ศ. 2355 โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระแก้วผลึก ลึ(พระพุทธบุษ บุ ยรัตน์) จากเมือ มื งจำ ปาศักดิ์ม ดิ์ ายังกรุงเทพฯ พ.ศ. 2356 พม่า ม่ ให้ชาวกรุงเก่า ก่ นำ สาส์นจากเจ้าเมือ มื งเมาะตะมะมาขอทำ ไม ตรีกับ กัสยาม พระองค์เจ้าชายทับ (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ หั ว) ได้รับการสถาปนาเป็น ป็ กรมหมื่น มื่ เจษฎาบดิน ดิ ทร์ พ.ศ. 2357 โปรดเกล้าฯ ให้ส่งคณะสมณทูตเดิน ดิ ทางไปศรีลัง ลั กา โปรด เกล้าฯ ให้สร้าง นครเขื่อนขันธ์ ขึ้นที่บริเวณพระประแดง เพื่อสำ หรับรับ ข้าศึกที่มาทางทะเล ก ๓
พระราชประวัติ วัติ และเหตุก ตุ ารณ์บ้านเมือง พระราชประวัติ วัติ และเหตุก ตุ ารณ์บ้านเมือง -สมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒- เหตุก ตุ ารณ์บ้านเมืองที่สำที่สำคัญ คั พ.ศ. 2359 โปรดเกล้าฯ ให้จัดการปรับปรุงการสอบปริยัติธรรมใหม่ กำ หนด ขึ้นเป็น ป็9 ประโยค พ.ศ. 2360 ทรงฟื้นฟูประเพณี วันวิสาขบูช บู า พ.ศ. 2361 ขยายเขตพระบรมมหาราชวังจนจรดวัดพระเชตุพน โดยสร้าง ถนนท้ายวังคั่น โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการออกแบบและสร้างสวนขวาขึ้นใน พระบรมมหาราชวัง คณะสมณทูตที่พระองค์ทรงส่งไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ที่ ประเทศลัง ลั กาเดิน ดิ ทางกลับ ลั เจ้าเมือ มื งมาเก๊า ก๊ ส่งทูตเข้ามาถวายพระราช สาส์นและเครื่องราชบรรณาการเพื่อเจริญทางพระราชไมตรี พ.ศ. 2362 หมอจัสลิสลิ มิชมิชันนารีประจำ ย่างกุ้ง กุ้ หล่อ ล่ ตัวพิมพ์อักษรไทยเป็น ป็ ครั้งแรก พ.ศ. 2363 ฉลองวัดอรุณราชวราราม สังคายนาบทสวดมนต์ภาษาไทยครั้ง แรก ในประเทศไทย โปรตุเกสตั้งสถานกงสุลในกรุงเทพฯ นับเป็น ป็สถานกงสุล ต่างชาติแห่งแรกของสยาม พ.ศ. 2365 เซอร์จอห์น ครอฟอร์ด เป็น ป็ ทูตเข้ามาเจริญพระราชไมตรี พ.ศ. 2367 เสด็จสวรรคต ๔
นักปราชญ์เเละกวีคนสำ คัญ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น นักปราชญ์เเละกวีคนสำ คัญ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น -สมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒- รัรั รัรัชกาลที่ที่๒ที่ที่ที่ที่
นักปราชญ์เเละกวีค วี นสำ คัญ คั สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต้ นักปราชญ์เเละกวีค วี นสำ คัญ คั สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ต้ -สมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒- พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒ นายนรินทร์ธิเ ธิ บศร์ (อิน) พระยาตรังคภูมิ ภู บาล สุนทรโวหาร (ภู่)ภู่ ๕
รูปเเบบเเละลักษณะ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รูปเเบบเเละลักษณะ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น -สมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒- รัรั รัรัชกาลที่ที่๒ที่ที่ที่ที่
รูปเเบบเเละลัก ลั ษณะวรรณคดีไทย สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รูปเเบบเเละลัก ลั ษณะวรรณคดีไทย สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น -สมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒- ๑. เป็น ป็ ยุค ยุ แห่งการปรับปรุงวรรณคดี จะเห็นได้ว่ามีก มี ารนำ บทละครเรื่อง อิเหนาเรื่องรามเกีย กี รติ์ มาแต่งขึ้นใหม่อี ม่ อี กสำ นวนหนึ่ง เพื่อให้เหมาสมกับ กั การเล่น ล่ ละครโดยสอดคล้องกับ กั ท่ารำ และบทเพลง จึงเป็น ป็ การปรับปรุงการ ละครควบคู่กับ กั วรรณคดี ๒. กลอนมีลั มี ก ลั ษณะเฉพาะตัว ได้มีก มี ารเพิ่ม พิ่ คำ สัมผัสใน ทำ ให้กลอนมีค มี วาม ไพเราะมากขึ้น ๓. วรรณคดีมี ดี ทุ มี ทุ กประเภททั้งวรรณคดีปดี ระเภทศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณี ยอพระเกีย กี รติ ๔.เนื้อหาเน้นเกี่ย กี่ วกับ กั ขนบธรรมเนียมประเพณีระเบียบวินัยเพื่อความสงบ สุขของสังคมและความบันเทิงของประชาชน ๕. มีก มี ารแต่งซ่อมวรรณคดีที่ ดีที่ ขาดหายไป เช่น มหาชาติคำ หลวง และขุน ช้างขุนแผน ๖
วรรณคดีไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้น วรรณคดีไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้น -สมัย มั พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั รัชกาลที่ ๒-
พพรระะบบาาททสสมมเเด็ด็จจพพรระะพุ พุททธธเเลิ ลิศศหหล้ ล้าานนภภาาลั ลัยยยุค ทอง ยุค โกลด์ยุค ทอง ยุค โกลด์
บทละครเรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ องอิอิ อิอิ เหนา ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลั เป็น ป็ บทละครที่มีคุ มี คุ ณค่าสมควรรักษาไว้เป็น ป็ มรดกไทย ประกอบด้วยศิลปะในการ แต่งที่ประณีต บทละครมีข มี นาดกะทัดรัด รักษาขนบในการชมเมือ มื งที่ได้แบบอย่าง จากเรื่องรามเกีย กี รติ์แ ติ์ ละเน้น องค์ห้าของละครดี จนกลายเป็น ป็ แบบ แผนของการ แต่งบทละครในสมัย มั หลัง ลัสมเด็จฯเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิตทรงยกย่องว่า บทละครเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ใธ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัยนี้ เป็น ป็ บทละครที่ครบองค์ห้าของละครดี คือ ๑. ตัวละครงาม (หมายถึง ถึ เครื่องแต่งตัวหรือรูปร่าง) ๒. รำ งาม ๓. ร้องเพราะ ๔. พิณพาทย์เพราะ ๕. กลอนเพราะ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย (ครองราชย์ปี พ.ศ ๒๓๕๒ – ๒๓๖๗) เป็น ป็ พระมหากษัตริย์ที่ทรงคุณความดีทั้ ดีทั้ งในด้านการปกครอง การสาธารณสุขและ ศิลปวัฒนธรรมหลายด้าน เช่น ด้านสถาปัต ปั ยกรรม ดนตรี วรรณคดี และการละคร เนื้อเรืีอง : เนื้อเรื่องของบทละครเรื่องอิเหนามาจากพงศาวดารชวา กล่า ล่ วถึง ถึ กษัตริย์วงศ์เทวัญสื่อองค์ซึ่งเป็น ป็ พี่น้องกัน กั และครองนคร ๔ นคร คือ กุเ กุ รปัน ดาหา กาหลัง ลั และสิงหัดส่าหรี อิเหนาแห่งเมือ มื งกุเ กุ ปันได้หมั้นหมายกับบุษบาราช ธิด ธิ าเมือ มื งดาหา ต่อมาได้พบกับ กั จินตะหราก็หลงรักเมื่อ มื่ ถูก ถู บังคับให้เข้าพิธีอภิเษก สมรสกับ กั บุษ บุ บา จึงลอบหนีออกจากเมือ มื งไปหาจินตะหรา จนกระทั่งเมื่อ มื่ อิเหนาไป ช่วยท้าวดาหารบกับ กั ท้าวกะหมัง มั กุห กุ นิงและได้พบบุษ บุ บาก็หลงรัก จึงทำ อุบายเผา เมือ มื งดาหา แล้วลัก ลั พาบุษ บุ บาไป ท้าวอสัญแดหวาโกธรแค้นในการกระทำ อันมิชมิ อบ ของอิเหนา จึงบันดาลให้ลมหอบบุษ บุ บาไปตกที่แคว้นปะมอตันอิเหนาต้องฟันฝ่า ฝ่ อุปสรรคมากมายระหว่างตามหาบุษ บุ บา จนกระทั่งได้เข้าพิธีอ ธี ภิเษกสมรส เรื่องจึง จบลงด้วยความสุข ๗
บทละครเรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ องอิอิ อิอิ เหนา คุณค่าพิเศษของบทละครเรื่องอิเหนา : ซึ่งเป็น ป็ วรรณคดีมรดกนี้คือ ความบันเทิง อย่างสมบูร บู ณ์ที่ได้จากบทละครร้อยกรองประเภทละครรำ ทุกองค์ประกอบของบท ละคร เช่น ท่ารำ และทำ นองเพลงมีค มี วามสัมพันธ์กัน กั อย่างกลมกลืน บทชม โฉมก็ สัมพันธ์กั ธ์ บ กั การทรงเครื่อง ทุกอย่างสามารถกำ หนดได้บนเวทีละครอย่างสมเหตุสม ผล ก่อ ก่ ให้เกิด กิประเพณีการละคร โดยเฉพาะละครใน การดำ เนินเรื่อง การแต่ง บทร้อง ความยาวของบทเข้ากับ กั ลีล ลี าท่ารำ นับเป็น ป็ศิลปะการแสดงที่ประณีต งดงามยิ่ง ยิ่ ของละครไทย ตัวอย่าง : คำ ประพันธ์ที่ ธ์ที่ แสดงให้เห็นลักษณะอาการของตัวละครเมื่อ มื่ เสียใจ หรือ ผิดหวัง ฯ๑๐คำ ฯ (ร่าย)เมื่อ มื่ นั้น โฉมยงองค์ระเด่น ด่ จินตะหรา ค้อนให้ไม่แ ม่ ลดูสารา กัลยาคั่งแค้นแน่นใจ แล้วว่าอนิจจาความรัก พึ่ง พึ่ ประจักษ์ดั่ง ดั่สายน้ำ ไหล ตั้งแต่จะเชี่ยวเป็น ป็ เกลีย ลี วไป ที่ไหนเลยจะไหลคืนมา สตรีใดในพิภพจบแดน ไม่มี ม่ ใมี ครได้แค้นเหมือนอกข้า ด้วยใฝ่รั ฝ่ รั กให้เกิน กิ พักตรา จะมีแ มี ต่เวทนาเป็น ป็ เนืองนิตย์ โอ้ว่าน่าเสียดายตัวนัก เพราะเชื่อลิ้น ลิ้ หลงรักจึงช้ำ จิต จะออกชื่อฦาชั่วไปทั่วทิศ เมื่อพลั้งคิดผิดแล้วจะโทษใคร เสียแรงหวังฝัง ฝัฝากชีวี พระจะมีเ มี มตตาก็หาไม่ วรรณคดีสดีโมสร ซึ่งตั้งขึ้นในสมัย มั พระบาทสมเด็จพระมงกุฎกุ เกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ หั ว รัชกาล ที่๖ ได้ตัดสินเมื่อ มื่ พ.ศ.๒๔๕๙ ให้บทละครเรื่องอิเหนาเป็น ป็“ยอดของกลอนบท ละคร”เพราะเนื้อเรื่องสนุก มีค มี รบทุกรสทั้งบทรัก กล้าหาญ หึงหวง บทบาทของ ตัวละครมีค มี วามเหมาะสมทุกบทบาท ๘
บทละครเรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ องรามเกีกีย กีกี รติ์ติ์ ติ์ติ์ติ์ติ์ ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลั คำ ประพันธ์ : บทละคร ฉันทลัก ลั ษณ์ : โคลงสี่สุภาพ เนื้อเรื่องย่อ : รามเกีย กี รติ์พ ติ์ ระราชนิพนธ์ใธ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็น ป็ บทละครที่มีเ มี นื้อเรื่องแบ่งเป็น ป็สองตอน ตอนแรกตั้งแต่หนุมานไปถวายแหวน จนถึง ถึ ทศกัณ กั ฐ์ล้ ฐ์ล้ ม อีกตอนหนึ่งมีเ มี นื้อความไม่ต่ ม่ ต่ อเนื่องกับ กั ตอนแรก เรื่องเริ่ม ริ่ ตั้งแต่ พระรามประพาสป่า ป่ จนถึง ถึ พระอิศวรอภิเ ภิ ษกพระรามกับนางสีดา รามเกีย กี รติ์พ ติ์ ระราชนิพนธ์ใธ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มุ่งมุ่ จะใช้เป็น ป็ บทแสดงละครรำ จึงเลือ ลื กเฉพาะตอนที่เหมาะสมจะแสดงละครและทรงปรับเนื้อหา และถ้อยคำ ให้ไพเราะและเหมาะสมกับการแสดง รามเกีย กี รติ์พ ติ์ ระราชนิพนธ์ใธ์ นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้รับการ ยกย่องว่าเป็น ป็ บทละครรามเกีย กี รติ์ที่ ติ์ที่ มีค มี วามไพเราะและถือ ถื เป็น ป็ แบบแผนของบท ละครในดัง ดัปรากฏว่า เมื่อ มื่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎกุ เกล้าเจ้าอยู่หั ยู่ หั วจะทรงทำ บุญบุ พระตำ หนักจิตรลดารโหฐานใน พ.ศ. 2456 ได้มีพ มี ระราชดำ ริว่าจะพิมพ์หนังสือดี พระราชทานแก่ผู้ ก่ ผู้ ที่มาช่วยงาน ทรงรำ ลึกถึง ถึ รามเกีย กี รติ์พ ติ์ ระราชนิพนธ์ใธ์ นรัชกาลที่ 2 ว่า “นักเลงหนังสือก็ดี นักเลงดูละครก็ดี ต้องยอมทั้งนั้นว่าเป็น ป็ หนังสืออันดี เป็น ป็ บทกลอนไพเราะ และถ้อยคำ สำ นวนดี เป็น ป็ ตัวอย่างดียิ่ง ยิ่ อันหนึ่งแห่งจินตกวีนิพนธ์ ในภาษาไทยเรา สมควรแล้วที่จะเป็น ป็ หนังสือซึ่งจะรักษาไว้เป็น ป็ แบบแผน” จึงได้ทรง เลือ ลื กบทละครเรื่องรามเกีย กี รติ์พ ติ์ ระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 เป็น ป็ หนังสือที่จะพิมพ์ พระราชทาน วัตถุป ถุ ระสงค์ : เเสดงละคร ๙
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั คำ ประพันธ์ : บทละคร ฉันทลัก ลั ษณ์ : กลอนเเปดสุภาพ เนื้อเรื่องย่อ : เนื้อความตอนที่เป็น ป็ บทพระราชนิพนธ์เ ธ์ ริ่ม ริ่ ตั้งแต่นางสุวิญชาจะถึง ถึ กำ หนดประสูติโอรส นางสนมทั้งเจ็ดคนเกิด กิ ความอิจฉาได้ทำ กลอุบายให้ไชยเชษฐ์ ไปคล้องช้างเผือกในป่า ป่ ครั้นเมื่อ มื่ นางสุวิญชาคลอดโอรส นางสนมทั้งเจ็ดนำ โอรส ใส่หีบไปฝัง ฝัไว้ และทำ อุบายว่านางสุวิญชาคลอดลูกเป็น ป็ ท่อนไม้ เมื่อ มื่ไชยเชษฐ์ก ฐ์ ลับ มาได้ทราบเรื่องจึงพิโรธด้วยหลงเชื่อกลอุบายนางสนม และขับไล่น ล่ างออกจาก เมือ มื งไปพร้อมกับ กั นางแมว นางแมวพานางสุวิญชาไปขุดหีบที่นางสนมใส่โอรสฝัง ฝัไว้ ใต้ต้นไทร และพระอินทร์ให้พระวิษณุกรรมพานางไปส่งยังเมือ มื งสิงหล ต่อมาไชยเชษฐ์คิ ฐ์คิ ดได้ว่าพระองค์นั้นหูเบาหลงเชื่อนางสนม จึงเดิน ดิ ทางไปตามนางสุ วิญชาที่เมือ มื งสิงหล เมื่อ มื่ไปถึง ถึได้พบโอรสคือนารายณ์ธิเ ธิ บศร์แล้วเกิด กิ ต่อสู้กัน นา รายณ์ธิเ ธิ บศร์แผลงศรใส่ไชยเชษฐ์แ ฐ์ ต่กลับ ลั กลายเป็น ป็ ดอกไม้ ไชยเชษฐ์สฐ์ งสัยว่าจะ เป็น ป็โอรสจึงอธิษ ธิฐานว่าถ้าหากเป็น ป็โอรสของพระองค์ เมื่อ มื่ แผลงศรไปขอให้ศรนั้น กลายเป็น ป็ อาหาร และก็เป็น ป็ ดั่ง ดั่ คำ อธิษ ธิฐาน นารายณ์ธิเ ธิ บศร์พาพระบิดาไปเฝ้า ฝ้ ท้าว สิงหลเพื่อขอยกโทษและขอคืนดีกั ดี บ กั นางสุวิญชาแต่นางไม่ย ม่ อม ไชยเชษฐ์เสียใจ มากจนสลบไป ทำ ให้นางสุวิญชาสงสารและยอมคืนดี ท้าวสิงหลให้อภัยและให้ไชย เชษฐ์ไฐ์ปเชิญพระบิดามารดาของพระองค์มาจัดการอภิเ ภิ ษกกับ กั นางสุวิญชาใหม่ วัตถุป ถุ ระสงค์ : เเสดงละคร ๑. ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ ๑๐
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั คำ ประพันธ์ : บทละครนอก ฉันทลัก ลั ษณ์ : กลอนบทละคร เนื้อเรื่องย่อ : กล่า ล่ วถึง ถึ นางจันทรพระมารดาของมณีพิชัยไปสรงน้ำ ยังสระบัว นาง เห็นดอกบัวลอยน้ำ ก็เก็บแซมผม งูในดอกบัวกัด กั นางสิ้นชีวิต พระพิชัยนุราชให้เสนา ไปป่า ป่ วประกาศหาหมอมารักษา พราหมณ์ยอพระกลิ่น ลิ่ รับอาสาแต่มีเ มี งื่อนไขว่าต้อง จัดวอทองออกมารับ มณีพิชัยเห็นพราหมณ์มีรู มี รู ปร่างหน้าตาคล้ายนางยอพระกลิ่น ลิ่ ก็เกิด กิ ความสงสัย จึง พยายามเข้าใกล้เพื่อพิสูจน์ความจริงแต่ไม่เ ม่ป็น ป็ ผล พราหมณ์รักษานางจันทรฟื้น แล้วจึงขู่ถามเรื่องนางยอพระกลิ่น ลิ่ นางกลัว ลั จึงยอมบอกความจริงว่าตนเป็น ป็ ผู้กลั่น ลั่ แกล้ง พระพิชัยนุราชแอบฟังอยู่รู้ ยู่รู้ ความจริงทั้งหมด พระองค์โกรธมากจึงเข้าไล่ ทุบตีนางจันทร พราหมณ์ขอสิ่งตอบแทนค่ารักษาโดยนำ มณีพิชัยไปเป็น ป็ ทาสที่ศาลาในป่า ป่ แล้ว แกล้งลองใจว่าตนจะออกไปหาเครื่องยาในป่า ป่ และจะให้น้องสาวมาอยู่เ ยู่ ป็น ป็ เพื่อน แล้วพราหมณ์ก็แปลงตนเป็น ป็ น้องสาวพราหมณ์มายั่วยวนมณีพิชัย แต่มณีพิชัยไม่ แสดงอาการยินดี ทั้ง ๆ ที่สงสัยว่าเหตุใดน้องสาวพราหมณ์จึงเหมือ มื นกับ กั นางยอ พระกลิ่น ลิ่ เพียงแต่กายไม่มี ม่ ก มี ลิ่น ลิ่ หอมเท่านั้น ครั้นตกเย็นน้องสาวพราหมณ์กลับ ลั ออกไป พราหมณ์กลับ ลั เข้ามาในศาลาและต่อว่ามณีพิชัยว่าเกี้ยวพาราสีน้องสาวตน มณีพิชัยปฏิเ ฏิสธ พราหมณ์ยอมเชื่อ วัตถุป ถุ ระสงค์ : เเสดงละคร ๒. มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย ๑๑
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั คำ ประพันธ์ : บทละครนอก ฉันทลัก ลั ษณ์ : กลอนบทละคร เนื้อเรื่องย่อ : บทละครนอกเรื่องคาวีแต่งเป็น ป็ กลอน เป็น ป็ พระราชนิพนธ์ในพระบาท สมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั มีเ มี พลงประกอบการแสดง และเพลงหน้าพาทย์ กำ หนดไว้ด้วย เพื่อให้ผู้หญิง ญิในวังเล่น ล่ ละคร เรื่องคาวีหรือเสือโคแต่เดิม ดิ เป็น ป็ นิทาน พื้นเมือ มื งที่เล่า ล่ กัน กั แพร่หลาย และยังเป็น ป็ เรื่องหนึ่งที่ปรากฏอยู่ใ ยู่ นปัญ ปั ญาสชาดก คือ พหลาคาวีชาดก ต่อมามีก มี ารนำ เรื่องดัง ดั กล่า ล่ วมาแต่งเป็น ป็ ร้อยกรอง เช่น เสือโคคำ ฉันท์ในสมัย มั อยุธ ยุ ยา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั ทรงนำ เนื้อเรื่องบาง ตอนมาทรงพระราชนิพนธ์เ ธ์ป็น ป็ บทละครนอกเรื่องคาวี แบ่งเป็น ป็4 ตอน ได้แก่ ตอนท้าวสันนุราชหานางผมหอม ตอนท้าวสันนุราชชุบตัว ตอนนางคันธมาลีขึ้ ลีขึ้ นเฝ้า ฝ้ ตอนพระคาวีรบกับ กัไวยทัต บทพระราชนิพนธ์เ ธ์ ริ่ม ริ่ เรื่องตั้งแต่ตอนที่ท้าวสันนุราชเก็บผอบของนางจันท์สุดาได้ พระองค์หลงใหลนางตั้งแต่ยังไม่เ ม่ ห็นหน้า จึงป่า ป่ วประกาศหาเจ้าของผม ยายเฒ่า ฒ่ ทัศประสาท ข้าเก่า ก่ ของนางจันท์สุดารับอาสาพาตัวนางจันท์สุดามาถวายได้สำ เร็จ ด้วยการลวงเผาพระขรรค์ของคาวีขณะที่ทำ พิธีมุ ธี ร มุ ธาภิเ ภิ ษก ท้าวสันนุราชกระทำ ทุก วิถีท ถี างที่จะให้นางจันท์สุดารับรัก แต่ก็ไม่เ ม่ป็น ป็ ผล เมื่อ มื่ เห็นดอกบัวเสี่ยงทายเหี่ยวเฉา ลงหลวิชัยก็รู้ว่าคาวีมีภั มี ย ภั จึงออกติดตามหาคาวีและช่วยชีวิตไว้ได้ แล้วปลอมเป็น ป็ ๓. คาวีวี วีวี ๑๒
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง ฤษีไปรับอาสาท้าวสันนุราชชุบตัวให้เป็น ป็ หนุ่ม ขณะทำ พิธีชุธี ชุ บตัวก็ผลักท้าวสันนุราช ตกลงในกองไฟ และให้คาวีปรากฏตัวแทน นางคันธมาลีเ ลี ข้าใจผิดคิดว่าคาวีคือท้าว สันนุราชองค์ชุบ นางหึงหวงสามีจ มี นทะเลาะวิวาทกับนางจันท์สุดา ภายหลังนาง คันธมาลีท ลี ราบความจริงว่า ท้าวสันนุราชคือคาวีพระสวามีข มี องนางจันท์สุดา นาง จึงส่งสาส์นให้ไวยทัตซึ่งเป็น ป็ หลานมาช่วยรบกับคาวี ไวยทัตแพ้ สุดท้ายนางคันธ มาลี ไวยทัต และยายเฒ่า ฒ่ ทัศประสาทถูก ถู ประหาร บทละครนอกเรื่องคาวี นอกจาก จะสร้างอารมณ์ขันและความสนุกสนานแก่ผู้ ก่ ผู้ อ่านตามจุด จุ มุ่งมุ่ หมายของการแสดง ละครนอกแล้ว ยังแสดงข้อคิดเรื่องโทษของความมัว มั เมาลุ่ม ลุ่ หลงในความรักจนเกิด ภัย ภั แก่ต ก่ นเองด้วย วัตถุป ถุ ระสงค์ : เเสดงละคร ๓. คาวีวี วีวี ๑๓
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั ลัก ลั ษณะคำ ประพันธ์ : ๑.เป็น ป็ กลอนบทละคร บทหนึ่งมี 4 วรรค วรรคละ 6 คำ หนึ่งบทมี 2บาท เรียกว่า บาทเอกและบาทโท 1 บาท เท่ากับ กั1 คำ กลอน ๒.คำ ขึ้นต้นบท กลอนบทละครมีคำ มีคำขึ้นต้นหลายแบบ และคำ ขึ้นต้นนั้นไม่จำ ม่ จำเป็น ป็ ต้อง มีจำ มีจำนวนเท่ากับ กั วรรคสดับ ดั อาจจะมีเ มี พียง 2 คำ ก็ได้ บทละครพระราชนิพนธ์เ ธ์ รื่อง สังข์ทอง มี 9 ตอน คือ 1.กำ เนิดพระสังข์ 2.ถ่ว ถ่ งพระสังข์ 3.นางพันธุรั ธุ รั ตน์เลี้ย ลี้ งพระสังข์ 4.พระสังข์หนีนางพันธุรั ธุ รั ต 5.ท้าวสามนต์ให้นางทั้งเจ็ดเลือ ลื กคู่ 6.พระสังข์ได้นางรจนา 7.ท้าวสามนต์ให้ลูกเขยหาปลาหาเนื้อ 8.พระสังข์ตีคลี 9.ท้าวยศวิมลตามพระสังข์ เรื่องย่อ : กาลปางก่อ ก่ น มีพ มี ระเจ้าพรหมทัต(ท้าวยศวิมล) ครองเมือ มื งพรหม นคร(เมือ มื งยศวิมล) พระเจ้าพรหมทัตมีม มี เหสีสององค์ มเหสีฝ่า ฝ่ ยขวาชื่อพระนาง จันทราเทวี (นางจันเทวี) มเหสีฝ่า ฝ่ ยซ้ายชื่อพระนางสุวรรณจัมปากะ (นางจัน ทา) พระเจ้าพรหมทัตโปรดมเหสีฝ่า ฝ่ ยซ้ายมาก ๔. สัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ๑๔
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง ต่อมามเหสีทั้งสองทรงครรภ์ โหรทำ นายว่าบุต บุ ร ของมเหสีฝ่า ฝ่ ยขวาเป็น ป็ชาย ส่วน มเหสีฝ่า ฝ่ ยซ้ายเป็น ป็ หญิง ญิ พระนางสุวรรณจัมปากะรู้สึกเสียใจที่จะได้ธิด ธิ าแทนจะเป็น ป็ โอรส และเกรงว่าพระนางจันทราเทวีจะได้ดีก ดี ว่า จึงใส่ร้ายพระนางจันทราเทวีจน พระเจ้าพรหมทัตหลงเชื่อ ขับไล่พ ล่ ระนางจันทราเทเวีออกจากพระราชวัง พระนาง จันทราเทวเดิน ดิ ทางด้วยความยากลำ บาก เมื่อ มื่ ถึง ถึชายป่า ป่ นอกเมือ มื ง ยายตาสองคน สงสารจึกชวนให้พักอยู่ด้ ยู่ ด้ วย โอรสในครรภ์ข ภ์ องพระนางจันทราเทวีเห็นความยาก ลำ บากของพระมารดาจึงแปลงกายเป็น ป็ หอยสังข์เพื่อไม่ให้พระมารดาต้องลำ บาก เลี้ย ลี้ งดู เมื่อ มื่ ครบกำ หนดคลอด พระนางจันทราเทวีก็คลอดโอรสออกมาเป็น ป็ หอย สังข์ ซึ่งพระนางก็รักใคร่ เลี้ย ลี้ งดูเหมือ มื นลูกมนุษย์ วันหนึ่งพระนางจันทราเทวีออกจากบ้านไปช่วยตายายเก็บผักหักฟืน ลูก น้อยในหอยสังข์ก็ออกจากรูปหอยสังข์ช่วยปัดกวาดบ้านเรือน และหุงหาอาหารไว้ พอเสร็จก็กลับ ลั เข้าไปในรูปหอยสังข์ตามเดิม ดิ พระนางจันทราเทวีเมื่อ มื่ กลับมาก็แปลก ใจว่าใครมาช่วยทำ งาน และเมื่อ มื่ นางจันทราเทวีออกจากบ้านไป ลูกน้อยในหอยสังข์ ก็จะออกมาทำ งานบ้านให้เรียบร้อยทุกครั้ง พระนางจันทราเทวีอยากรู้ว่าเป็น ป็ใคร วันหนึ่งจึงทำ ทีออกจากบ้านไปป่า ป่ เช่นเคย แต่แล้วก็ย้อยกลับมาที่บ้าน โอรสในหอย สังข์ก็ออกมาทำ งานบ้าน พระนางจันทราเทวีเห็นโอรสเป็น ป็ มนุษย์ก็ดีใดี จ จึงทุบหอย สังข์เสียและกอดโอรสด้วย ความยินดี และตั้งชื่อให้ว่า " สังข์ทอง " ๑๕
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง เมื่อ มื่ พระเจ้าพรหมทัตรู้ข่าวว่าพระนางจันทราเทวีประสูติพระโอรสก็ยินดีจ ดี ะรับ พระนางจันทราเทวีกลับ ลั พระนางสุวรรณจัมปากะเทวีริษยาจึงได้เท็จทูลว่าพระ โอรสเดิม ดิ เป็น ป็ หอยสังข์ พระเจ้าพรหมทัตก็หลงเชื่อเกรงจะเป็น ป็ กาลกิณี กิ ณี ต่อบ้านเมือ มื ง จึงให้อำ มาตย์จับพระนางจันทราเทวีและลูกน้อยสังข์ทองใส่แพลอยไป เมื่อ มื่ แพลอน ออกทะเลเกิด กิ พายุใ ยุ หญ่แ ญ่ พแตก พระนาจันทราเทวีถูก ถู คลื่น ลื่ซัดลอยไปติดที่ชายหาด เมือ มื งมัท มั ราษฎร์ พระนางก็เดิน ดิ ทาซัดเซพเนจรไปอาศัยบ้านเศรษฐีเ ฐี มือ มื งมัท มั ราษฎร์ ชื่อ ธนัญชัยเศรษฐี และทำ หน้าที่เป็น ป็ แม่ค ม่ รัว ฝ่า ฝ่ ยพระสังข์ทองนั้นจมน้ำ ลงไปยังนาคพิภพ พระยานาคมีจิ มีจิ ตสงสารจึงเนรมิต มิ เรือทอง แล้วอุ้มพระสังข์ทองใส่ไว้ในเรือ เรือทองลอยไปถึง ถึ เมือ มื งยักษ์ซึ่งนางยักษ์ พันธุรั ธุ รั ตปกครองอยู่ นางยักษ์เห็นพระสังข์ทองในเรือทองเกิดความรักใคร่เอ็นดู จึง นำ พระสังข์ทองมาเลี้ย ลี้ งดูในปราสาท และให้พี่เลี้ย ลี้ งนางนมแปลงร่างเป็น ป็ คนเพื่อมิ ให้พระสังข์ทองหวาดกลัว ลั พระสังข์ทองก็เติบโตอยู่กั ยู่ บ กั นางยักษ์พันธุรั ธุ รั ต นางยักษ์พันธุรั ธุ รั ตปกติจะต้องออกไปหาสัตว์ป่า ป่ กิน กิ เป็น ป็ อาหาร เมื่อ มื่ นางออกไป ป่า ป่ ก็จะไปครั้งละสามวันหรือเจ็ดวัน ทุกครั้งที่ไปก็จะสั่งพระสังข์ทองว่าอย่าขึ้นไป เล่น ล่ บนปราสาทชั้นบน และในสวน พระสังข์ทองก็เชื่อฟัง แต่เมื่อ มื่โตขึ้นก็เกิด กิ ความ สงสัยอยากรู้ วันหนึ่งเมื่อ มื่ นางยักษ์พันธุรั ธุ รั ตไปป่า ป่ พระสังข์ทองก็แอบไปในสวนส่วน ที่ห้ามไว้ เห็นกระดูกสัตว์และคนเป็น ป็ จำ นวนมากที่นางยักษ์กินเนื้อแล้วทิ้ง ทิ้ กระดูกไว้ เป็น ป็ จำ นวนมาก พระสังข์ทองเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ นึกรู้ว่ามารดาเลี้ย ลี้ งเป็น ป็ ยักษ์ก็รู้สึก หวาดกลัว ลั และเมื่อ มื่ เดิต่ ดิต่ อไปเห็นบ่อเงินบ่อทองสวยงามพอพระสังทองเอานิ้วก้อย จุ่ม จุ่ ลงไปนิ้วก็กลายเป็น ป็สีทอง พระสังข์ทองจึงลงไปอาบทั้งตัว ร่างกายก็กลายเป็น ป็ สีทองงดงาม ๑๖
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง แล้วพระสังข์ทองก็ขึ้นไปบนปราสาทชั้นบน เห็นเกราะรูปเงาะป่า ป่ เกือกทองและพระ ขรรค์ พระสังข์ทองเอาเกราะเงาะป่า ป่ มาสวมก็กลายร่างเป็น ป็ เงาะป่า ป่ พอใส่เกือกทอง ก็รู้สึกว่าลอยได้ พระสังข์ทองจึงหยิบพระขรรค์แล้วเหาะหนีออกจากเมือ มื งยักษ์ และข้ามแม่น้ำ ม่ น้ำไปยังเมือ มื งตักศิลา ตกเย็นจึงพักอยู่ที่ ยู่ ที่ศาลาริมน้ำ ฝ่า ฝ่ ยนางยักษ์กลับ ลั มาไม่เ ม่ ห็นลูก และขึ้นไปที่ปราสาทชั้นบนเห็นเกราะรูปเงาะป่า ป่ เกือ กื กทองและพระขรรค์หายไป ก็รู้ทันทีว่าพระสังข์ทองรู้ว่าตนเป็น ป็ ยักษ์แล้วหลบ หนีไป นางจึงเหาะตามไป เมื่อ มื่ ถึง ถึฝั่ง ฝั่ น้ำ เห็นพระสังข์ทองพักอยู่ นางไม่สามารถ เหาะข้ามไปได้ จึงร้องไห้อ้อนวอนให้พระสังข์ทองกลับ ลัไป พระสังข์ทองยังหวาด กลัว ลั จึงไม่ย ม่ อมกลับ ลั นางพันธุรั ธุ รั ตเสียใจจนหัวใจแตกสลาย แต่ก่อ ก่ นตายนางก็สอน มนต์หาเนื้อหาปลาให้พระสังข์ทองแล้วนางก็สิ้นใจตาย พระสังข์ทองรู้สึกเสียใจ มาก หลัง ลั จากได้จัดเผาศพนางยักษ์แล้ว พระสังข์ทองก็เหาะเดิน ดิ ทางไปเมือ มื งพา ราณสี และได้ไปอาศัชาวบ้านช่วยเลี้ยงโค พระสังข์ทองตอนนี้รูปร่างเป็น ป็ เงาะป่า ป่ พวกเด็กเลี้ย ลี้ งโคก็มาเล่น ล่ สนิทสนมกับพระสังข์ทอง ที่เมือ มื งพาราณสีนี้เจ้าเมือ มื งมีธิ มีธิ ดา 7 องค์ เจ้าเมือ มื งคิดจะให้พระธิดาทั้ง 7 องค์ได้อภิเ ภิ ษกสมรส จึงมีรั มีรั บสั่งให้ประกาศแก่เจ้าผู้ครองนครต่าง ๆ ให้ส่งโอรสมา ให้พระธิด ธิ าเลือ ลื ก พระธิด ธิ าทั้ง 6 องค์ก็เลือ ลื กได้เจ้าชายทที่เหมาะสม แต่พระธิดาองค์ สุดท้องชื่อรจนาไม่ย ม่ อมเลือ ลื กเจ้าชายองค์ใด เจ้าเมืองพาราณสีทรงกริ้วมากจึง ประชดโดยให้อำ มาตย์ไปประกาศให้ชายทุกคนในเมือ มื งให้เข้ามาในวังให้พระราชธิดา เลือ ลื ก พระสังข์ทองในรูปเงาะป่า ป่ ก็ถูก ถู เกณฑ์เข้ามาด้วย เมื่อ มื่ นางรจนาออกมาเลือ ลื กคู่ บุญบุ บันดาลให้เห็นรูปทองของพระสังข์ทองแทนที่จะเป็น ป็ เงาะป่า ป่ นางจึงเลือกเงาะ ป่า ป่ เจ้าเมือ มื งพาราณสีกริ้วมากขับไล่นางรจนาออกไปอยู่น ยู่ อกเมือ มื ง ๑๗
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง เจ้าเมือ มื งพาราณสีมีค มี วามแค้นเคืองเงาะป่า ป่ คิดจะกำ จัดจึงออกคำ สั่งให้เขยทั้งหก และเงาะป่า ป่ ไปหาเนื้อมาคนละตัว ใครหามาไม่ไม่ ด้จะถูก ถู ประหารชีวิต เงาะป่า ป่ เข้าไปใน ป่า ป่ ถอดรูปเงาะออกแล้วร่ายมนต์เรียกเนื้อ เนื้อทั้งหลายก็มาอออยู่ที่ ยู่ ที่ พระสังข์ทอง หกเขยหาเนื้อทั้งวันก็ไม่ไม่ ด้จนกระทั่งมาพบพระสังข์ทอง ซึ่งหกเขยคิดว่าเป็น ป็ เทวดา หกเขยขอเนื้อจากพระสังข์ทอง พระสังข์ทองให้โดยขอตัดใบหูคนละหน่อย หกเขย ก็ยอม ทั้งหมดก็นำ เนื้อไปให้เจ้าเมือ มื งพาราณสี เจ้าเมือ มื งพาราณสียังทำ ร้ายเงาะป่า ป่ ไม่ไม่ ด้ก็แค้นใจจึงมีคำ มีคำ สั่งให้เขยทุกคนหา ปลาไปถวาย พระสังข์ทองก็ถอดรูปเงาะป่า ป่ แล้วร่ายมนต์เรียกปลา ปลาก็มาออ คับคั่งอยู่ที่ ยู่ ที่ พระสังข์ทอง หกเขยหาปลาไม่ไม่ ด้ทั้งวันและเมื่อ มื่ พบปลามาอออยู่ที่ ยู่ ที่ พระ สังข์ทองก็กราบไหว้อ้ออนวอนขอปลา พระสังข์ทองยกให้โดยขอตัดปลายจมูก มู หก เขยคนละหน่อย แล้วหกเขยกับ กั เงาะป่า ป่ นำ ปลาไปถวายเจ้าเมือ มื งพาราณสี เจ้าเมือ มื งพาราณสีขัดแค้นใจที่ทำ อันตรายเงาะป่า ป่ ไม่ไม่ ด้ก็เฝ้า ฝ้ คิดหาวิธีก ธี ารอื่นที่ จะกำ จัดเงาะป่า ป่ พระอินทร์บนสวรรค์ทราบถึงการคิดร้ายของเจ้าเมือ มื งพาราณสีต่อ เงาะป่า ป่ จึงลงมาช่วย โดยเหาะลงมาลอยอยู่ห ยู่ น้าพระที่นั่งของเจ้าเมือ มื งพาราณสี และกล่า ล่ วท้าทายว่าให้เจ้าเมือ มื งพาราณสีหาคนดีมี ดีฝีมี มื ฝี อ มื เหาะขึ้นมาตีคลีกั ลี บ กั พระอินทร์ บนอากาศภายในเจ็ดวัน ถ้าหาไม่ไม่ ด้ก็จะฆ่าเจ้าเมือ มื งพาราณสี เจ้าเมือ มื งพาราณสีตกใจมากให้หกเขยและบรรดาเสนาอำ มาตย์ช่วยกัน กั หาผู้อาสา เหาะไปตีคลี ทุกคนก็จนปัญ ปั ญา เจ้าเมือ มื งพาราณสีจึงให้ป่า ป่ วประกาศว่าผู้ใดที่ สามารถเหาะไปตีคลีกั ลี บ กั พระอินทร์บนอากาศได้จะยกราชสมบัติให้ แต่ก็ยังไม่มี ม่ ผู้ มีผู้ใด มาอาสา นางมณฑาเทวีพระมเหสีของเจ้าเมือ มื งพาราณสีจึงแอบไปหานางรจนา และขอให้นางรจนาอ้อนวอนให้เงาะป่า ป่ ช่วย เงาะป่า ป่ สงสารทั้งสองนางจึงรับปาก และในวันที่เจ็ดเงาะป่า ป่ ก็ถอดรูปเป็น ป็ พระสังข์ทองใส่เกือ กื กแก้วเหาะขึ้นไปตีคลีกับ กั พระอินทร์จนชนะ พระอินทร์ก็กลับ ลัไปบนสวรรค์ ๑๘
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง เจ้าเมือ มื งพาราณสีดีพ ดี ระทัยมากได้ขอโทษพระสังข์ทองและยกราชสมบัติให้ตาม สัญญา พระสังข์ทองขอลาไปตามหาพระนางจันทราเทวีก่อ ก่ น พระสังข์ทองเดิน ดิ ทางไปตามเมือ มื งต่าง ๆ จนกระทั่งมาถึง ถึ เมือ มื งมัท มั ราษฎร์ จึงไปสืบถามที่บ้านธนัญ ชัยเศรษฐีว่ ฐีว่ ารู้จักหญิง ญิ ที่ชื่อจันทราเทวีหรือไม่ ธนัญชัยเศรษฐีบ ฐี อกว่าไม่รู้ ม่ รู้ จัก แต่ก็ เชิญพระสังข์ทองอยู่รั ยู่ รั บประทานอาหาร พระสังข์ทองสังเกตว่าอาหารมีร มีสปราณีต ซึ่งผู้ทำ จะต้องเป็น ป็ ผู้ทำ อาหารถวายพระเจ้าแผ่นดิน ดิ จึงขอพบแม่ค ม่ รัวและซักถาม ประวัติก็ทราบว่าเป็น ป็ พระนางจันทราเทวีจึงดีใดี จมาก และขอธนัญชัยเศรษฐีที่ ฐีที่ จะรับ พระมารดากลับ ลัไป พระสังข์ทองนำ พระมารดากลับ ลัไปอยู่ที่ ยู่ ที่ เมือ มื งพาราณสี พระสังข์ทอง ปกครองเมือ มื งพาราณสีจนเจริญรุ่งเรือง กิติ กิติศัพท์แพร่ไปยังนครอื่น ๆจนถึงเมือ มื ง พรหมนคร ชาวเมือ มื งพรหมนครก็อพยพมาอยู่เ ยู่ มือ มื งพาราณสี เสนาอำ มาตย์เมือ มื ง พรหมนครจึงทูลเสนอพระเจ้าพรหมทัตว่าพระสังข์ทองพระราชโอรสครองเมือ มื ง พาราณสีมีค มี วามสามารถทำ ให้รุ่งเรืองจึงเห็นสมควรที่จะอัญเชิญพระสังข์ทองมา ครองเมือ มื งพรหมนครเพื่อสร้างความเจริญ พระเจ้าพรหมทัตเมื่อ มื่ ทรงทราบว่าพระ โอรสยังมีชีมีชี วิตอยู่แ ยู่ ละมีค มี วามสามารถก็ยินดี และสำ นึกผิดให้อำ มาตย์ผู้ใหญ่ไญ่ ป เมือ มื งพาราณสีและทูลเชิญพระสังข์ทองและพระนางจันทราเทวีกลับ ลั เมือ มื งพรหม นคร พระสังข์ทองสงสารพระบิดาจึงอ้อนวอนพระมารดาให้อภัย ภั พระเจ้าพรหมทัต และเดิน ดิ ทางกลับ ลั เมือ มื งพรหมนคร พระเจ้าพรหมทัตก็มอบราช ๑๙
บทละครนอก ๕ เรื่รื่ รื่รื่รื่รื่ อง ไชยเชษฐ์ฐ์ ฐ์ฐ์ มณีณี ณีณี พิพิ พิพิไชย คาวีวี วีวีสัสัสัสั งข์ข์ ข์ข์ ทอง ไกรทอง ๕. ไกรทอง ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั คำ ประพันธ์ : บทละครนอก ฉันทลัก ลั ษณ์ : กลอนบทละคร เนื้อเรื่องย่อ : เรื่องไกรทอง มีที่ มีที่ มาจากนิทานพื้นเมือ มื งของจังหวัดพิจิตร ซึ่งชาว บ้านเชื่อกัน กั ว่ามีเ มี ค้าจากเรื่องจริง จึงมีก มี ารเรียกชื่อสถานที่ต่างๆ ตามตัวละครใน เรื่อง เช่น ที่เมือ มื งพิจิตรเก่า ก่ มีตำ มีตำบลชื่อวังชาลวันและบ้านดงเศรษฐี และที่จังหวัด นนทบุรี บุ รีซึ่งเป็น ป็ บ้านเกิด กิ ของไกรทองตามเนื้อเรื่องมีตำ มีตำบลบ้านนายไกร เนื้อเรื่องกล่า ล่ วถึง ถึ พญาชาลวัน จระเข้ที่มีค มี าถาอาคมอาศัยอยู่ใ ยู่ นถ้ำ ใต้น้ำ ที่เมือ มื ง พิจิตร มีภ มี รรยาสองคนคือนางวิมาลาและนางเลื่อ ลื่ มลายวรรณ วันหนึ่งพญาชาลวัน ออกจากถ้ำ เพราะอยากกิน กิ เนื้อมนุษย์ เมื่อ มื่ เห็นนางตะเภาแก้วและนางตะเภาทอง กำ ลัง ลั เล่น ล่ น้ำ เกิด กิ ความเสน่หาจึงตรงเข้าไปคาบนางตะเภาทองไปยังถ้ำ ใต้น้ำ สร้าง ความไม่พ ม่ อใจให้ภรรยาทั้งสอง ฝ่า ฝ่ ยเศรษฐืบิดาของนางตะเภาทองคิดว่าลูกสาว เสียชีวิตจึงป่า ป่ วประกาศให้สินบนแก่ผู้ ก่ ผู้ ที่ฆ่าชาลวันได้ แต่ไม่มี ม่ ผู้ มีผู้ใดทำ สำ เร็จ ไกรทอง ซึ่งเป็น ป็ชาวเมือ มื งนนบุรี บุ รี คุมเรือไปค้าขายที่เมือ มื งพิจิตร ทราบข่าวจึงขันอาสาและ สามารถปราบชาลวันได้สำ เร็จและช่วยนางตะเภาทองกลับ ลั มาได้ เศรษฐ๊จึงปูน บำ เหน็จรางวัลและยกลูกสาวทั้งสองให้ไกรทอง ต่อมาไกรทองหวนคิดถึงนางวิ มาลาเพราะหลงใหลความงามของนางจึงได้นางเป็น ป็ ภรรยาอีกคน จากนั้นก็พาขึ้น อาศัยอยู่ด้ ยู่ ด้ วยกัน กั บนบก สร้างความไม่พ ม่ อใจให้นางตะเภาแก้วตะเภาทองทะเลาะตบ ตีจนนางวิมาลาโมโหกลายร่างเป็น ป็ จระเข้กลับลงไปยังถ้ำ ใต้น้ำ ดัง ดั เดิม ดิ ๒๐
กาพย์ย์ ย์ย์ แห่ห่ ห่ห่ชมเครื่รื่ รื่รื่รื่รื่ องคาวหวาน ผู้แต่ง : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลั คำ ประพันธ์ : กาพย์ เนื้อเรื่องย่อ : บทพระราชนิพนธ์ก ธ์ าพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน มีก มี ารจัดแบ่งหมวด หมู่ขมู่ องอาหารไว้เป็น ป็4 หมวด ได้แก่ เห่ชมเครื่องคาว เห่ชมผลไม้ เห่ชมเครื่อง หวาน เห่ครวญเข้ากับ กั นักขัตฤกษ์ การพรรณนาเครื่องคาว เครื่องหวาน และผลไม้เป็น ป็ ลีล ลี าตามขนบของนิราศ ซึ่ง นิยมใช้ชื่อของสถานที่ หรือของต้นไม้ ดอกไม้ มาเป็น ป็สื่อ อ้างอิง สร้างอารมณ์ โศกในการพรรณนาคร่ำ ครวญเมื่อ มื่ จากนาง ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน กวีก็ใช้ ชื่อของอาหารมาเป็น ป็สื่อในการแสดงอารมณ์รัก โศก ยินดี วัตถุป ถุ ระสงค์ : บันทึกเหตุการณ์,บันทึกการเดิน ดิ ทาง ตัวอย่าง เห่ชมเครื่องคาว ๏ แกงไก่มั ก่ สมั มั่น มั่ เนื้อ นพคุณ พี่เอย หอมยี่หร่ารสฉุน เฉียบร้อน ชายใดบริโภคภุญภุ ช์ พิศวาส หวังนา แรงอยากยอหัตถ์ข้ ถ์ข้ อน อกให้หวนแสวง ๚ ๏ มัสมั มั่น มั่ แกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืน ลื แกง แรงอยากให้ใฝ่ น ฝั หา ๏ ยำ ใหญ่ใญ่ ส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา รสดีด้ ดีด้ วยน้ำ ปลา ญี่ปุ่ญี่ ปุ่ น ปุ่ ล้ำ ย้ำ ยวนใจ ๏ ตับเหล็กลวกหล่อ ล่ นต้ม เจือน้ำ ส้มโรยพริกไทย โอชาจะหาไหน ไม่มี ม่ เ มี ทียบเปรียบมือ มื นาง ๏ หมูแ มู นมแหลมเลิศลิ รส พร้อมพริกสดใบทองหลาง พิศห่อเห็นรางชาง ห่างห่อหวนป่ว ป่ นใจโหย ๒๑
กาพย์ย์ ย์ย์ แห่ห่ ห่ห่ชมเครื่รื่ รื่รื่รื่รื่ องคาวหวาน เห่ชมผลไม้ ๏ ผลชิดแช่อิ่ม อิ่ โอ้ เอมใจ หอมชื่นกลืน ลื หวานใน อกชู้ รื่นรื่นรสรมย์ใด ฤๅดุจ นี้แม หวานเลิศลิ เหลือ ลื รู้รู้ แต่เนื้อนงพาล ๚ ๏ ผลชิดแช่อิ่ม อิ่ อบ หอมตรลบล้ำ เหลือ ลื หวาน รสไหนไม่เ ม่ปรียบปาน หวานเหลือ ลื แล้วแก้วกลอยใจ ๏ ตาลเฉาะเหมาะใจจริง รสเย็นยิ่ง ยิ่ ยิ่ง ยิ่ เย็นใจ คิดความยามพิสมัย มั หมายเหมือ มื นจริงยิ่ง ยิ่ อยากเห็น ๏ ผลจากเจ้าลอยแก้ว บอกความแล้วจากจำ เป็น ป็ จากช้ำ น้ำ ตากระเด็น เป็น ป็ ทุกข์ท่าหน้านวลแตง ๏ หมากปรางนางปอกแล้ว ใส่โถแก้วแพร้วพรายแสง ยามชื่นรื่นโรยแรง ปรางอิ่ม อิ่ อาบซาบนาสา ๏ หวนห่วงม่ว ม่ งหมอนทอง อีกอกร่องรสโอชา คิดความยามนิทรา อุราแนบแอบอกอร ๏ ลิ้น ลิ้ จี่มีค มี รุ่นครุ่น เรียกส้มฉุนใช้นามกร หวนถวิลลิ้น ลิ้ ลมงอน ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน ๏ พลับ ลั จีนจักด้วยมีด มี ทำ ประณีตน้ำ ตาลกวน คิดโอษฐ์อ่ ฐ์อ่ อนยิ้มยวน ยลยิ่ง ยิ่ พลับยับยับพรรณ ๏ น้อยหน่านำ เมล็ดออก ปล้อนเปลือกปอกเป็น ป็ อัศจรรย มือ มืใครไหนจักทัน เทียบเทียมที่ฝีมื ฝี อ มื นาง ๏ ผลเกดพิเศษสด โอชารสล้ำ เลิศลิปาง คำ นึงถึง ถึ เอวบาง สางเกศเส้นขนเม่น ม่ สอย ๏ ทับทิมพริ้มตาตรู ใส่จานดูดุจเม็ดพลอย สุกแสงแดงจักย้อย อย่างแหวนก้อยแก้วตาชาย ๒๒
กาพย์ย์ ย์ย์ แห่ห่ ห่ห่ชมเครื่รื่ รื่รื่รื่รื่ องคาวหวาน เห่ชมเครื่องคาวหวาน ๏ สังขยาหน้าไข่คุ้น เคยมี แกมกับ กั ข้าวเหนียวสี โศกย้อม เป็น ป็ นัยนำ วาที สมรแม่ มาแม แถลงว่าโศกเสมอพ้อม เพียบแอ้อกอร ๚ ๏ สังขยาหน้าตั้งไข่ ข้าวเหนียวใส่สีโศกแสดง เป็น ป็ นัยไม่เ ม่ คลือ ลื บแคลง แจ้งว่าเจ้าเศร้าโศกเหลือ ๏ ซ่าหริ่ม ริ่ ลิ้ม ลิ้ หวานล้ำ แทรกใส่น้ำ กะทิเจือ วิตกอกแห้งเครือ ได้เสพหริ่ม ริ่ พิมเสนโรย ๏ ลำ เจียกชื่อขนม นึกโฉมฉมหอมชวยโชย ไกลกลิ่น ลิ่ ดิ้น ดิ้ แดโดย โหยไห้หาบุหงางาม ๏ มัศมั กอดกอดอย่างไร น่าสงสัยใคร่ขอถาม กอดเคล้นจะเห็นความ ขนมนามนี้ยังแคลง ๏ ลุดตี่นี้น่าชม แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง โอชาหน้าไก่แ ก่ กง แคลงของแขกแปลกกลิ่น ลิ่ อาย ๏ ขนมจีบเจ้าจีบห่อ งามสมส่อประพิมพ์ประพาย นึกน้องนุ่งจีบกราย ชายพกจีบกลีบแนบเนียน ๏ รสรักยักลำ นำ ประดิษ ดิฐ์ทำ ฐ์ทำขนมเทียน คำ นึงนิ้วนางเจียน เทียนหล่อ ล่ เหลาเกลากลึง ลึ กลม ๏ ทองหยิบทิพย์เทียมทัด สามหยิบชัดน่าเชยชม หลงหยิบว่ายาดม ก้มหน้าเมิน มิ เขินขวยใจ ๏ ขนมผิงผิงผ่าวร้อน เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน ร้อนนักรักแรมไกล เมื่อ มื่ไรเห็นจะเย็นทรวง ๏ รังไรโรงด้วยแป้ง ป้ เหมือ มื นนกแกล้วทำ รังรวง โอ้อกนกทั้งปวง ยังยินดีด้ ดีด้ วยมีรั มีรั ง ๒๓
นนาายยนนริริ ริ น ริ นททร์ร์ ร์ ธิ ร์ ธิธิเธิเบบศศร์ร์ ร์ร์(อิอิ อิ น อิ น) ยุค ทอง ยุค โกลด์ยุค ทอง ยุค โกลด์
โคลงนินิ นินิ ราศนริริ ริริ นทร์ร์ ร์ร์ ผู้แต่ง : นายนรินทร์ธิเ ธิ บศร์ (อิน) คำ ประพันธ์ : นิราศ ฉันทลัก ลั ษณ์ : ร่ายยาว,โคลงสี่สุภาพ เนื้อเรื่องย่อ : นายนรินทร์ธิเ ธิ บศร์แต่งโคลงนิราศนรินทร์ในคราวตามเสด็จกรม พระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ไปปราบพม่า ม่ ที่ยกมาตีเมือ มื งถลางและชุมพร ในปี มะเส็ง พ.ศ. 2352 คราวเดีย ดี วกับ กั ที่พระยาตรัง กวีในสมัย มั รัชกาลที่ 2 อีกคนหนึ่ง เดิน ดิ ทางไปทัพและแต่งนิราศถลางไว้ นายนรินทร์ธิเ ธิ บศร์มีผ มี ลงานไม่ม ม่ ากนัก มีเ มี พียงโคลงนิราศนรินทร์ และเพลงยาว แสดงความรักอีกบทหนึ่ง แต่ผลงานของนายนรินทร์โดยเฉพาะโคลงนิราศนรินทร์ ได้รับการยกย่องมากว่าเป็น ป็ วรรณคดีชั้ดีชั้ นยอด เป็น ป็ งานประพันธ์ที่แสดงให้เห็น คุณค่าทางวรรณศิลป์อ ป์ ย่างสูง และมีอิ มีอิ ทธิพ ธิ ลต่อผู้แต่งนิราศในรุ่นต่อมา วัตถุป ถุ ระสงค์ : บักทึกการเดิน ดิ ทาง,บันทึกเหตุการณ์ ตัวอย่าง ร่าย ๏ ศรีสิทธิ์พิ ธิ์พิศาลภพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกว่ากว้าง แผนแผ่นผ้าง[๑]เมือ มื งเมรุ ศรีอยุธ ยุ เยนทร์แย้มฟ้า แจกแสงจ้า เจิดจันทร์ เพียงรพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้าวแหนบาท สระ ทุกข์ราษฎร์รอนเสี้ยน ส่ายเศิกเหลี้ย ลี้ น[๒]ล่งหล้า ราญราบหน้า เภริน เข็ญข่าวยินยอบตัว ควบค้อมหัวไหว้ละล้าว ทุกไทน้าว มาลย์น้อม ขอออกอ้อมมาอ่อน ผ่อนแผ่นดิน ดิให้ผาย ขยายแผ่น ฟ้าให้แผ้ว เลี้ย ลี้ งทแกล้วให้กล้า พระยศไท้เทิดฟ้า เฟื่องฟุ้งทศ ธรรม ท่านแฮ ๒๔
พพรระะสุสุ สุนสุนททรรโโววหหาารร (ภู่ภู่ภู่)ภู่ ยุค ทอง ยุค โกลด์ยุค ทอง ยุค โกลด์
นินิ นินิ ราศเมืมื มืมื องเเกลง ผู้แต่ง : สุนทรภู่ คำ ประพันธ์ : นิราศ ฉันทลัก ลั ษณ์ : กลอนนิราศ เนื้อเรื่องย่อ : นิราศเมือ มื งแกลงเป็น ป็ นิราศคำ กลอนเรื่องแรกของสุนทรภู่ มีความยาว 248 บท เล่า ล่ เรื่องการเดิน ดิ ทางไปหาบิดาที่วัดป่า ป่ ตำ บลบ้านกร่ำ อำ เภอแกลง จังหวัดระยอง เมื่อ มื่ กลางเดือ ดื น 7 พ.ศ. 2350 สุนทรภู่แ ภู่ ต่งนิราศเรื่องนี้เมื่อ มื่ อายุย่ ยุ ย่ าง 22 ปี ขณะนั้นยังเป็น ป็โสดแต่ลอบรักอยู่กั ยู่ กั บแม่จั ม่ จั น เมื่อความทราบถึง ถึ กรมพระราชวัง หลัง ลั จึงถูก ถู ลงโทษจำ คุกทั้งสองคน เมื่อ มื่ พ้นโทษสุนทรภู่อ ภู่ อกเดิน ดิ ทางไปเยี่ยมบิดาที่ บวชอยู่ที่ ยู่ ที่ เมือ มื งแกลง และอาจตั้งใจที่จะบวชด้วยเพราะอายุค ยุ รบบวชอีกทั้งเป็น ป็ การ ล้างอัปมงคลที่ถูก ถู จองจำ แต่บังเอิญป่ว ป่ ย วัตถุป ถุ ระสงค์ : คร่ำ ควรญถึง ถึ นางอันเป็น ป็ ที่รัก,บันทึกการเดินทาง ๒๕
นินิ นินิ ราศพระบาท ผู้แต่ง : สุนทรภู่ คำ ประพันธ์ : นิราศ ฉันทลัก ลั ษณ์ : กลอนนิราศ เนื้อเรื่องย่อ : นิราศพระบาทมีทั้ มีทั้ งเรื่องราวชีวิต และอุปนิสัยส่วนตัวของสุนทรภู่ โดยเน้นความรักที่มีต่ มีต่ อนางจันภรรยา ซึ่งสุนทรภู่สภู่ ามารถเชื่อมโยงความรู้สึกที่มีต่ มีต่ อ นางกับ กัสถานที่ที่เดิน ดิ ทางผ่านได้อย่างกลมกลืน ลื บางตอนสะท้อนอุปนิสัยบาง ประการของสุนทรภู่ ความมีอ มี ารมณ์อ่อนไหวดัง ดั ตอนที่พรรณนาถึงความสะเทือนใจ ที่เห็นซากปรักหักพังของกรุงศรีอยุธ ยุ ยา บางตอนสะท้อนชีวิตสาวชาววังและชาว บ้าน ตลอดจนวิถีชีถีชี วิตของคนในสังคมไว้ด้วย เช่น การแต่งกายของสาวชาววังที่ ร่วมขบวนเสด็จ การแต่งกายของสาวมอญที่สามโคก และลัก ลั ษณะบ้านของชาว มอญในสังคมไทย สิ่งที่กล่า ล่ วถึง ถึ วิถีชีถีชี วิตในสังคมได้ชัดเจนที่สุดคืองานวัด พระพุทธบาทอันเป็น ป็ งานสำ คัญและยิ่ง ยิ่ ใหญ่ กวีบรรยายภาพงานรื่นเริงที่มีก มี ารละ เล่น ล่ ต่าง ๆ และการประดับ ดั ตกแต่งสถานที่อย่างสวยงามสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมี อุปนิสัยชอบความสนุกสนาน วัตถุป ถุ ระสงค์ : บันทึกเหตุการณ์,บันทึกการเดิน ดิ ทาง ๒๖
นินิ นินิ ราศภูภูเ ภูภู ขาทอง ผู้แต่ง : สุนทรภู่ คำ ประพันธ์ : นิราศ ฉันทลัก ลั ษณ์ : กลอนนิราศ เนื้อเรื่องย่อ : สุนทรภู่เ ภู่ ดิน ดิ ทางเพื่อไปนมัสมั การพระเจดีย์ ดีย์ ภูเ ภู ขาทอง วัดภูเ ภู ขา ที่อยุธ ยุ ยา โดยเดิน ดิ ทางทางเรือพร้อมกับ กั พัดบุต บุ รชายที่เกิดจากนางจันภรรยาคนแรกของสุนทร ภู่ ในเดือ ดื น 11 ช่วงออกพรรษาและรับกฐินแล้ว จากวัดราชบูร บู ณะล่องเรือผ่าน สถานที่ต่าง ๆ จนถึง ถึสถานที่ปลายทางคือพระเจดีย์ ดีย์ ภูเ ภู ขาทอง วัดภูเ ภู ขาทอง จังหวัด พระนครศรีอยุธ ยุ ยา สุนทรภู่ไภู่ ด้ไปกราบนมัสมั การพระบรมธาตุที่บรรจุใ จุ นพระเจดีย์ ดีย์ ภูเ ภู ขาทอง ณ ที่นี้สุนทรภู่พ ภู่ บพระธาตุในเกสรดอกบัวจึงอัญเชิญใส่ขวดแก้วนำ มา วางไว้ที่หัวนอนเพื่อบูช บู า แต่เมื่อ มื่ ถึง ถึ รุ่งเช้าพระธาตุกลับหายไป ทำ ให้สุนทรภู่เ ภู่สียใจ มาก หลัง ลั จากนั้นจึงเดิน ดิ ทางกลับ ลั กรุงเทพฯ และขึ้นบกที่ท่าน้ำ วัดอรุณราชวราราม วัตถุป ถุ ระสงค์ : คร่ำ ครวญถึง ถึ นางอันเป็น ป็ ที่รัก,บันทึกเหตุการณ์ ๒๗
โคลงนินิ นินิ ราศสุสุ สุสุ พรรณ ผู้แต่ง : สุนทรภู่ คำ ประพันธ์ : นิราศ ฉันทลัก ลั ษณ์ : โคลงสี่สุภาพ เนื้อเรื่องย่อ : เนื้อหาส่วนใหญ่ข ญ่ องนิราศสุพรรณพรรณนาสภาพภูมิ ภู มิประเทศและ สถานที่ต่างๆ ตามเส้นทางที่ผ่านไป โดยแทรกบทคร่ำ ครวญและชีวิตความเป็น ป็ มา ของกวีตลอดจนนิทานชาวบ้านและตำ นานสถานที่ไว้ด้วย จุด จุ มุ่งหมายการเดิน ดิ ทาง ครั้งนี้เพื่อไปค้นหาแร่ปรอทในป่า ป่ แต่พบอุปสรรคต่างๆ มากมาย ในที่สุดกวีต้อง เดิน ดิ ทางกลับ ลัโดยไม่ไม่ ด้แร่ปรอทและยาอายุวั ยุ วั ฒนะตามที่ต้องการ วัตถุป ถุ ระสงค์ : บันทึกการเดิน ดิ ทาง,บันทึกเหตุการณ์ ๒๘
นินิ นินิ ราศวัวัด วัวั เจ้จ้ จ้จ้ าฟ้่ฟ้่ฟ้่ฟ้่ า ฟ้่ฟ้่ ผู้แต่ง : สุนทรภู่ คำ ประพันธ์ : นิราศ ฉันทลัก ลั ษณ์ : กลอนเเปดสุภาพ เนื้อเรื่องย่อ : กวีเดิน ดิ ทางพร้อมน้อง บิดา และศิษย์ของบิดา รวม 4 คน ออกจาก วัดพระเชตุพนวิมลมัง มั คลารามในตอนเย็น ระหว่างทางกวีบรรยายสถานที่ที่ผ่าน เช่น วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ปากง่ามบางกอกน้อย บางขุนพรหม บางจาก บางพลู บางอ้อ บางซ่อน บางแก้ว ฯลฯ จากนั้นเข้าสู่ปากเกร็ด จังหวัด นนทบุรี บุ รี กวีเล่า ล่ ว่ามีชมี าวมอญตั้งบ้านเรือนอยู่จำ ยู่จำนวนมาก ครั้นไปถึงบ้านลาว เห็น ชาวลาวเจาะหูยานใหญ่ต่ ญ่ ต่ างกับ กั พวกลาวในกรุงเทพฯ ที่สวมซิ่นและสำ อางมากกว่า ในคืนแรกกวีพักที่วัดมอญเชิงรากซึ่งมีบ มี รรยากาศน่ากลัว ลั รุ่งเช้าจึงเดินทางต่อ เมื่อ มื่ ไปถึง ถึสามโคก จังหวัดปทุมธานี บิดาได้เล่านิทานบอกที่มาของเมือ มื งสามโคก เมื่อ มื่ ถึง ถึ วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธ ยุ ยา บิดาเล่า ล่ ว่าพระใหญ่ซึ่ญ่ ซึ่ งเป็น ป็ ที่ นับถือ ถื ของชาวไทยและชาวจีนบริเวณนั้นมีค มี วามศักดิ์สิดิ์สิ ทธิ์ม ธิ์ าก หากบ้านเมือ มื งเดือ ดื ด ร้อนองค์พระจะพังทรุด หากบ้านเมือ มื งร่มเย็นพระพักตร์จะอิ่ม อิ่ งาม จากนั้นกวีขึ้นฝั่ง ฝั่ ที่ศาลาท่าน้ำ วัดโสมนัสเพื่อหาดอกไม้บูช บู าพระแล้วลงเรือเข้าสู่คลองสวนพลูซึ่ง ร่มรื่นมาก ทั้งหมดค้างคืนที่วัดใหญ่ชัญ่ ชั ยมงคล ในคืนนั้นมีการทำ พิธีจับแร่ปรอทโดย ใช้น้ำ ผึ้ง บิดาสามารถจับแร่ปรอทได้ 3 องค์ แต่ครั้นรุ่งสางแร่ปรอททั้งสามก็หนีไป บิดาจึงเดิน ดิ ทางตามลายแทงไปหายาอายุวั ยุ วั ฒนะที่วัดเจ้าฟ้าอากาศนาถนรินทร์ ยา นั้นอยู่ใ ยู่ นตุ่มฝั่ง ฝั่ไว้ใต้ฐานพระในโบสถ์ เมื่อ มื่ ถึง ถึ วัดในยามค่ำ บิดาเริ่ม ริ่ ทำ พิธีเพื่อขุดยา อายุวั ยุ วั ฒนะ เกิด กิ ลมพัดแรง ฝนตกหนัก ไม่สม่ ามารถทำ พิธีต่อไปได้ ครั้นรุ่งสางย่าม ผ้าห่ม และตำ ราถูก ถู ลมพัดหายไป บิดาจึงเลิก ลิ คิดจะขุดยาอายุวั ยุ วั ฒนะเพราะเกรง อาเพศ ทั้งหมดเดิน ดิ ทางกลับ ลั กรุงเทพฯ วัตถุป ถุ ระสงค์ : บันทึกการเดิน ดิ ทาง,บันทึกเหตุการณ์ ๒๙
พระอภัภั ภัภั ยมณีณี ณีณี ผู้แต่ง : สุนทรภู่ คำ ประพันธ์ : กลอน ฉันทลัก ลั ษณ์ : กลอนเเปดสุภาพ เนื้อเรื่องย่อ : ท้าวสุทัศน์และนางปทุมเกสรกษัตริย์เมือ มื งรัตนา มีโมี อรส 2 องค์ชื่อ พระอภัย ภั มณีและศรีสุวรรณ เมื่อ มื่ ทั้งสองเจริญวัยเป็น ป็ หนุ่ม ท้าวสุทัศน์ก็ให้ไปศึกษา วิชาสำ หรับกษัตริย์ใช้ประโยชน์ในการครองเมือ มื ง แต่พระอภัยมณีและศรีสุวรรณ กลับ ลัไปเรียนวิชาที่ท้าวสุทัศน์เห็นว่าไม่ใม่ ช่วิชาสำ หรับกษัตริย์ คือวิชาปี่แ ปี่ ละกระบี่ กระบอง ท้าวสุทัศน์จึงไล่โล่ อรสทั้งสองออกจากเมือง สองพี่น้องต้องพเนจรไปตาม ยถากรรม จนมาวันหนึ่งได้พบกับ กั พราหมณ์หนุ่มสามคน คือ โมรา สานน และ วิเชียร ซึ่งต่างมีวิ มีวิชาดีปดี ระจำ ตัว คือโมราสามารถมัดฟางแล้วเสกให้เป็น ป็ เรือแล่นไป มาได้ สานนสามารถเรียกลมฝนได้ ส่วนวิเชียรสามารถยิงธนูได้คราวละ 7 ดอก พราหมณ์ทั้งสามไม่เ ม่ ชื่อว่าเพลงปี่ข ปี่ องพระอภัยมณีจะมีปมี ระโยชน์ได้จริง พระอภัย มณีจึงพิสูจน์ฤทธิ์ข ธิ์ องปี่ โดยเป่า ป่ ให้ฟังจนศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสามเคลิ้ม ลิ้ หลับ ลัไป นางผีเสื้อสมุท มุ รซึ่งเป็น ป็ใหญ่ใญ่ นท้องทะเลอโนมานได้ยินเสียงปี่ จึงตามมาจนได้เห็น พระอภัย ภั มณี เกิด กิ หลงรักจึงเอาตัวพระอภัย ภั มณีไปไว้ในถ้ำ พระอภัยมณีจำ ใจอยู่กั ยู่ บ กั นาง มีโมี อรสคือสินสมุท มุ ร เมื่อ มื่สินสมุท มุ รอายุไ ยุ ด้ 8 ปีไปี ด้จับเงือกมาให้พระอภัย ภั มณีดู พระอภัย ภั มณีจึงให้เงือกพาหนีจากนางยักษ์ เงือกพาพระอภัยมณีและสินสมุท มุ รหนี ไปอาศัยอยู่กั ยู่ บ กั พระฤาษีที่เกาะแก้วพิสดาร พระอภัยมณีได้นางเงือกเป็น ป็ชายา นาง ยักษ์ติดตามมาแต่ไม่สม่ ามารถเอาตัวพระอภัย ภั มณีกลับไปได้ ๓๐
พระอภัภั ภัภั ยมณีณี ณีณี ฝ่า ฝ่ ยศรีสุวรรณและสามพราหมณ์ ครั้นตื่นขึ้นไม่เ ม่ ห็นพระอภัยมณีจึงออกตามหา โดยอาศัยเรือฟางของพราหมณ์โมราเป็น ป็ พาหนะ ทั้งหมดหลงทางไปถึงเมือ มื งรม จักรจึงปลอมตัวเป็น ป็ พราหมณ์เข้าไปอาศัยอยู่กั ยู่ บ กั นายด่านตรวจเมืองรมจักร ศรี สุวรรณจึงมีโมี อกาสรู้จักนางแก้วเกษราพระราชธิดาของท้าวทศวงศ์ ต่อมาเมือ มื งรม จักรมีสมี งครามเนื่องจากท้าวอุเทนกษัตริย์ชวายกทัพมาล้อมเมือ มื งเพราะโกรธที่ท้าว ทศวงศ์ไม่ย ม่ อมยกนางแก้วเกษราให้ ศรีสุวรรณและสามพราหมณ์อาสาศึกได้รับ ชัยชนะ ศรีสุวรรณจึงได้อภิเ ภิ ษกกับ กั นางแก้วเกษราและได้ครองเมือ มื งรมจักร มีธิดา คือนางอรุณรัศมี กล่า ล่ วถึง ถึ ท้าวสิลราชเจ้าเมือ มื งผลึก ลึ มีธิ มีธิ ดาชื่อนางสุวรรณมาลีซึ่ลีซึ่ งเป็น ป็ คู่หมั้น มั้ ขอ งอุศเรน โอรสเจ้ากรุงลัง ลั กา เมื่อ มื่ใกล้จะถึงการอภิเ ภิ ษกสมรส ท้าวสิลราชได้พานาง สุวรรณมาลีอ ลี อกไปเที่ยวทะเล เกิด กิ พายุใ ยุ หญ่เ ญ่ รือท้าวสิลราชไปเกยติดฝั่ง ฝั่ ที่เกาะแก้ว พิสดาร ท้าวสิลราชและนางสุวรรณมาลีได้รู้จักกับพระอภัย ภั มณีและสินสมุท มุ ร สิน สมุท มุ รฝากตัวเป็น ป็ ลูกของนางสุวรรณมาลี เมื่อ มื่ ท้าวสิลราชและนางสุวรรณมาลีเดิน ดิ ทางกลับ ลั เมือ มื ง พระฤาษีจึงฝากพระอภัย ภั มณี สินสมุท มุ รและผู้คนที่ติดเกาะจำ นวน หนึ่งให้โดยสารเรือกลับ ลั มาด้วย นางผีเสื้อสมุท มุ รที่คอยเฝ้า ฝ้ พระอภัยมณีจึงล่มเรือ ท้าวสิลราช ท้าวสิลราชจมน้ำ ตาย พระอภัย ภั มณีและบริวารหนีนางผีเสื้อมาจนถึง ถึ เกาะมหิงษะ พระอภัย ภั มณีจึงเป่า ป่ ปี่จ ปี่ นนางยักษ์ขาดใจตาย ฝ่า ฝ่ ยสินสมุท มุ รอุ้มนางสุวรรณมาลีว่ ลีว่ ายน้ำ มาพบเรือของโจรสุหรั่ง โจรสุหรั่งอยากได้ นางเป็น ป็ ภรรยา ๓๑
พระอภัภั ภัภั ยมณีณี ณีณี แต่สินสมุท มุ รไม่ย ม่ อมจึงเกิด กิ การต่อสู้กัน กัสินสมุท มุ รฆ่าโจรสุหรั่งตายและได้เป็น ป็ ผู้ ครอบครองเรือนั้นแทน สินสมุท มุ รเดิน ดิ เรือรอนแรมมาจนเข้าเขตแดนเมืองรมจักร เสบียงอาหารในเรือร่อยหรอจึงเข้าตีเมือ มื งรมจักรเพื่อแย่งชิงอาหาร ศรีสุวรรณออก ต่อสู้ป้อ ป้ งกัน กั เมือ มื ง เมื่อ มื่ รู้ว่าสินสมุท มุ รเป็น ป็ หลาน ศรีสุวรรณก็ตกลงใจพาสินสมุทร เดิน ดิ ทางตามหาพระอภัย ภั มณีโดยนางอรุณรัศมีร่ มีร่ วมเดินทางด้วย อุศเรนคู่หมั้น มั้ ของนางสุวรรณมาลี เดิน ดิ ทางมาเมือ มื งผลึก ลึ ตามกำ หนดวันอภิเษก สมรส ครั้นได้ทราบว่านางสุวรรณมาลีหายไปก็ออกตามหา มาจนถึงเกาะมหิงษะ พบพระอภัย ภั มณีและบริวารจึงรับขึ้นเรือมาด้วย เรืออุศเรนพบเรือของสินสมุท มุ รที่ กลางทะเล สินสมุท มุ รและศรีสุวรรณได้พบพระอภัย ภั มณี อุศเรนขอนางสุวรรณมาลี คืน สินสมุท มุ รไม่ย ม่ อมให้จึงเกิด กิ การต่อสู้กัน กั อุศเรนถูก ถู สินสมุท มุ รจับได้แต่พระอภัยมณี ของดโทษอุศเรนไว้ อุศเรนจึงกลับ ลัไปกรุงลังกา ส่วนพระอภัยมณีไปกับสินสมุท มุ ร เมื่อ มื่ กลับ ลัไปถึง ถึ เมือ มื งผลึก ลึ นางมณฑาแม่ข ม่ องนางสุวรรณมาลีเ ลีชิญให้พระอภัยมณี ครองเมือ มื ง ส่วนนางสุวรรณมาลี สินสมุท มุ รและนางอรุณรัศมีออกบวช เมื่อ มื่ พระอภัย ภั มณีได้ครองเมือ มื งผลึก ลึ ก็จัดการทำ นุบำ รุงบ้านเมือ มื ง รับผู้มีค มี วามรู้ความ สามารถเข้ามารับราชการ นางวาลีซึ่งเป็น ป็ คนที่ฉลาดมีค มี วามรู้ได้เข้ามาถวายตัวเป็น ป็ นางสนม แล้วช่วยคิดอุบายให้นางสุวรรณมาลีสึกมาเข้าพิธีอ ธี ภิเษกสมรส พระอภัย มณีจึงได้ครองเมือ มื งผลึก ลึ กับ กั นางสุวรรณมาลีอย่างมีค มี วามสุข มีธิ มีธิ ดาฝาแฝดชื่อ สร้อยสุวรรณกับ กั จันทร์สุดา ฝ่า ฝ่ ยนางเงือกคลอดลูกเป็น ป็ชายชื่อสุดสาคร พระฤาษีช่วยเลี้ยงดูสุดสาครจนอายุไ ยุ ด้ 3 ปี วันหนึ่งสุดสาครได้พบม้านิลมังกร พระฤาษีสอนให้จับม้านิลมัง มั กร ได้ม้านิล มัง มั กรแล้วสุดสาครจึงออกเดิน ดิ ทางตามหาพ่อ ระหว่างทางสุดสาครพบชีเปลือ ลื ย ถูก ถู ชีเปลือ ลื ยหลอกผลัก ลั ตกเหวชิงไม้เท้าวิเศษหนีไปยังเมือ มื งการะเวก พระฤาษีมา ช่วยให้ขึ้นจากเหวได้ สุดสาครติดตามไปเอาไม้เท้าและม้านิลมัง มั กรคืน เจ้าเมือ มื งการะ เวกรับสุดสาครเป็น ป็โอรสบุญบุ ธรรมให้เป็น ป็ เพื่อนเล่นกับธิดาและโอรสคือนาง เสาวคนธ์แ ธ์ ละหัสไชย ๓๒
พระอภัภั ภัภั ยมณีณี ณีณี อุศเรนคิดแก้แค้นที่รบแพ้สินสมุท มุ ร จึงยกทัพมาแก้แค้นแต่พ่ายแพ้ถูก ถู จับได้ นางวา ลีใลีช้อุบายพูดยั่วจนอุศเรนกระอักเลือ ลื ดตายกลายเป็น ป็ปีศปี าจเข้าสิงนางวาลีจนตาย ตกตามกัน กั เจ้ากรุงลัง ลั กาเสียใจเรื่องอุศเรนจนตรอมใจตาย นางละเวงวัณฬาน้องสาวของอุศเรนได้ครองราชย์เป็น ป็ กษัตริย์กรุงลัง ลั กาต่อ นาง คิดแก้แค้นให้พ่อและพี่ชาย จึงปรึกษากับบาทหลวงใช้อุบายทำ เสน่ห์ใส่รูปวาดแจก จ่ายแก่เ ก่ จ้าเมือ มื งต่าง ๆ เพื่อให้ช่วยยกทัพมาตีเมืองผลึก ลึ เจ้าละมานหลงเสน่ห์รูป นางละเวงจึงยกทัพมาตีเมือ มื งผลึก ลึ พระอภัยมณีเป่า ป่ ปี่จั ปี่จั บเจ้าละมานได้ พอเห็นรูป นางละเวงก็พลอยหลงเสน่ห์ไปด้วย ฝ่า ฝ่ ยสุดสาครซึ่งอยู่ ณ เมือ มื งการะเวกออกเดิน ดิ ทางพร้อมด้วยนางเสาวคนธ์และหัส ไชย เพื่อตามหาพระอภัย ภั มณี ระหว่างทางนั้นได้ต่อสู้กับ กั ผีเสื้อกินคน ได้ของวิเศษ คือตาผีเสื้อสำ หรับป้อ ป้ งกัน กั ตน ทั้งสามรอนแรมมาจนถึงเมือ มื งผลึกซึ่งขณะนั้นกำ ลัง มีสมี งครามเก้าทัพติดพันอยู่ สุดสาครจึงเข้าช่วยทำ สงครามจนชนะ สุดสาครเข้า เมือ มื งผลึก ลึได้พบพ่อและญาติ ๆ และแก้เสน่ห์นางละเวงได้ ทั้งสองฝ่า ฝ่ ยยังสู้รบกัน อยู่ พระอภัย ภั มณีจึงเป่า ป่ ปี่ห้ ปี่ห้ ามทัพทหารหลับหมด และถือโอกาสเกี้ยวนางละเวง แต่ นางหนีไป ระหว่างทางนางละเวงหนีได้ดิน ดิ ถนันซึ่งเป็น ป็ ยาวิเศษ และมาถึงบ้านสิงคารนำ ได้ นางยุพ ยุ าผกาและสุลาลีวั ลีวั นชาวบ้านสิงคารนำ เป็น ป็ บุต บุ รีบุญบุ ธรรม ขณะเดินทางกลับ ลั เมือ มื งลัง ลั กานางพักที่ถ้ำ กลำ พัน ได้พบย่องตอดซึ่งยอมเป็น ป็ ทาสรับใช้ เพราะเกรง อำ นาจตราราหู ๓๓
พระอภัภั ภัภั ยมณีณี ณีณี ศรีสุวรรณและสินสมุท มุ รนำ กองทัพตีด่า ด่ นดงตาลฆ่าอิเรนนายด่านตาย นางรำ ภาสะ หรีลูกสาวอิเรนออกรบได้พบศรีสุวรรณ นางสู้ไม่ไม่ ด้จึงหนีไปเฝ้า ฝ้ นางละเวง นาง ละเวงให้นางยุพ ยุ าผกา นางสุลาลีวั ลีวั นและนางรำ ภาสะหรีมารักษาด่า ด่ นเขาเจ้าประจัญ ย่องตอดออกช่วยทำ ศึกสะกดทัพจับสามพราหมณ์แต่พราหมณ์หนีไปได้ นาง ละเวงเห็นว่าเป็น ป็ศึกหนักจึงคิดหย่าทัพ คิดอุบายพาตัวพระอภัยมณีเข้าเมือ มื งลัง ลั กา พระอภัย ภั มณีจึงได้นางละเวงและยอมเข้ารีตฝรั่ง ศรีสุวรรณและสินสมุท มุ รตามพระ อภัย ภั มณีเข้าเมือ มื งลัง ลั กาถูก ถู เสน่ห์นางรำ ภาสะหรีและนางยุพ ยุ าผกาจึงไม่ก ม่ ลับ ลั นาง สุวรรณมาลีแ ลี ละสุดสาครจึงยกทัพไปกรุงลัง ลั กา สุดสาครถูก ถู เสน่ห์นางสุลาลีวั ลีวั นอีก คน ทัพเมือ มื งผลึก ลึ จึงมีแ มี ต่นางสุวรรณมาลีกับหัสไชยเป็น ป็ นายทัพ นางสุวรรณมาลี แจ้งข่าวไปยังเมือ มื งรมจักรและเมือ มื งการะเวก ท้าวทศวงศ์จึงพานางแก้วเกษราและ นางอรุณรัศมีม มี ายังเมือ มื งลัง ลั กา ส่วนเจ้าเมือ มื งการะเวกให้นางเสาวคนธ์และทิศา ปาโมกข์โลกเชษฐ์ม ฐ์ าช่วยทำ ศึกรบกับ กั ทัพนางละเวง นางละเวงขอให้พระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุท มุ ร และสุดสาครออกไปสู้กับทัพเมือ มื งผลึก ทิศาปาโมกข์โลก เชษฐ์จึ ฐ์จึ งทำ พิธีเ ธีชิญพระฤาษีเกาะแก้วพิสดารมาช่วยเทศน์โปรดกองทัพทั้งสองฝ่า ฝ่ ย สงครามยุติ ยุ ติ นางละเวงเชิญทุกคนเข้าเมือ มื งลังกา นางเสาวคนธ์ได้โอกาสขอขุดโคตร เพชรไปได้ เมื่อ มื่สงครามสงบพระอภัย ภั มณีจึงจัดการอภิเ ภิ ษกสินสมุท มุ รกับ กั นางอรุณรัศมี สุดสาครกับ กั เสาวคนธ์ แต่นางเสาวคนธ์น้อยใจหนีพิธีอภิเษกปลอมตัวเป็น ป็ ฤาษีชื่อ พระอัคนีไปเมือ มื งวาหุโลมทำ สงครามกับเจ้าเมือ มื งชนะได้ครองเมือ มื งวาหุโลม สุดสาครออกตามหาจนพบและได้นางเสาวคนธ์เป็น ป็ชายาด้วยอุบายแล้วจึงพากลับ เมือ มื ง ทางเมือ มื งลัง ลั กาสี่นางต่างให้กำ เนิดโอรสคือ นางละเวงให้กำ เนิดมัง มั คลา นางรำ ภาสะ หรีให้กำ เนิดวลายุด ยุ า นางยุพ ยุ าให้กำ เนิดวายุพั ยุ พั ฒน์ และนางสุลาลีวั ลีวั นให้กำ เนิดหัสกัน เมื่อ มื่โอรสเจริญวัยนางละเวงจึงอภิเ ภิ ษกให้มัง มั คลาครองเมือ มื งลัง ลั กาได้นางสุนีเป็น ป็ ชายา บาทหลวงยุใ ยุ ห้มัง มั คลาไปชิงโคตรเพชรคืน ๓๔
พระอภัภั ภัภั ยมณีณี ณีณี วายุพั ยุ พั ฒน์กับ กั หัสกัน กั อาสายกทัพไปชิงโคตรเพชรจากเมือ มื งการะเวกมาถวายมัง มั คลา ท้าวสุริโยทัยส่งข่าวถึง ถึ นางสุวรรณมาลี นางสุวรรณมาลีจึงส่งหัสไชยกลับเมือ มื งกา ระเวกและมีสมี ารถึง ถึ นางละเวง แต่ทหารฝ่า ฝ่ ยมัง มั คลาจับคนเดิน ดิสารได้ มัง มั คลาจึงให้ วายุพั ยุ พั ฒน์กับ กั หัสกัน กัไปจับนางสุวรรณมาลี นางสร้อยสุวรรณ จันทร์สุดาไปขังไว้ที่ ด่า ด่ นดงตาล ส่วนวลายุด ยุ าไปตีเมือ มื งรมจักรจับท้าวทศวงศ์และมเหสีไปได้ นางเสาวคนธ์แ ธ์ ละสุดสาครทราบข่าวศึกจึงขอกำ ลังเมือ มื งวาหุโลมมาสมทบกับ กั ทัพ หัสไชยซึ่งยกไปจากเมือ มื งการะเวกช่วยกัน กั ตีกองทัพฝ่า ฝ่ ยลัง ลั กา เมื่อนางละเวงทราบ ว่ามัง มั คลาจับท้าวทศวงศ์ นางสุวรรณมาลี และพระราชธิด ธิ ามาขังไว้ที่ด่า ด่ นดงตาล จึงมาช่วยแก้ไขพาคนทั้งหมดไปอยู่ใ ยู่ นวังเมือ มื งลัง ลั กา ระหว่างนั้นพระอภัย ภั มณีและศรีสุวรรณซึ่งไปปลงพระศพท้าวสุทัศน์ ณ เมือ มื งรัตนา ทราบข่าวศึกจึงยกทัพมาช่วย นางละเวงร่วมมือ มื กับ กั พระอภัยมณีทำ สงครามกับ กัฝ่า ฝ่ ยมัง มั คลาจับวลายุด ยุ า วายุพั ยุ พั ฒน์และหัสกันได้ แต่ผู้วิเศษซึ่งเป็น ป็ อาจารย์ของคนทั้ง สามมาช่วยพาหนีไป พระอภัย ภั มณีจึงเข้าเมือ มื งลังกา เมื่อ มื่สงครามสงบ พระอภัย ภั มณีออกบวช ณ เขาสิงคุตร์ สองนางคือนางสุวรรณ มาลีแ ลี ละนางละเวงจึงบวชตาม มีน มี างรำ ภาสะหรี ยุพ ยุ าผกาและสุลาลีวันคอย ปรนนิบัติรับใช้ สุดสาครกับ กั นางเสาวคนธ์จึ ธ์จึ งได้ครองเมือ มื งลัง ลั กา หัสไชยครองเมือ มื ง การะเวก สินสมุท มุ รครองเมือ มื งผลึก ลึศรีสุวรรณกลับ ลัไปเมือ มื งรมจักร ๓๕
บรรณานุกรม เจือ สตะเวทิน. สุนทรภู่.ภู่ พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : คุรุสภา, 2530. ชลดา เรืองรักษ์ลิขิ ลิขิ ต. ชีวประวัติและผลงานของสุนทรภู่.ภู่ พิมพ์ครั้งที่ 3. โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการร่วมกับ กัศูนย์ภาษาและวรรณคดี ไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬ จุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลั , 2548. ดำ รงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. ชีวิตและ ผลงานของสุนทรภู่.ภู่ พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : คุรุสภา, 2543. พุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั , พระบาทสมเด็จพระ. บทละครนอก พระราช นิพนธ์รั ธ์รัชกาลที่ 2 รวม 5 เรื่อง ฉบับหอพระสมุด มุ พระวชิรญาณ. พระนคร : กรมศิลปากร, 2497. พุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั , พระบาทสมเด็จพระ. บทละครนอก. พิมพ์ครั้ง ที่ 5. กรุงเทพฯ : ศิลปาบรรณาคาร, 2513. พุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั , พระบาทสมเด็จพระ. บทละครนอกเรื่องมณี พิชัย พระราชนิพนธ์ใธ์ นรัชกาลที่ 6 และกรมหลวงภูว ภู เนตรนรินทร ฤทธิ์.ธิ์ พระนคร : กรมศิลปากร, 2498.
บรรณานุกรม พุทธเลิศลิ หล้านภาลัย ลั , พระบาทสมเด็จพระ. บทละครนอกเรื่องมณี พิชัย พระราชนิพนธ์ใธ์ นรัชกาลที่ 6 และกรมหลวงภูว ภู เนตรนรินทร ฤทธิ์.ธิ์ พระนคร : กรมศิลปากร, 2498. ศิลปากร, กรม. ชีวประวัติและผลงานของสุนทรภู่.ภู่ กรุงเทพฯ : องค์การค้าคุรุสภา, 2542. สุนทรภู่.ภู่ “นิราศวัดเจ้าฟ้า.” ใน ประชุมนิราศสุทรภู่, ภู่ หน้า 53-70. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2556. (พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิง ลิ ศพ นายเวชชภัณ ภั ฑ์ ศุขสุเมฆ วันที่ 22 ธัน ธั วาคม 2555)
คณะผู้จัดทำ นายอำ นาจ นายรัฐพล นายสรวิศ นางสาวรดามณี นางสาวศลิษ ลิ า นางสาววรัญญา นางสาวกานต์รวี นางสาวพรรพษา นางสาวสิตานัน นางสาวชิรดา นางสาวปวีณ์ธิด ธิ า นางสาวนราธิปธิ นางสาวนัฐภากัญ กั ญ์ นางสาวพัขราภา โลม รัตนพันธ์ ไชยมณี ดิสดิสระ บุญบุ ทอง หมุด มุ แหล๊ะ ล๊ ฉายซุ่ย โทบุรี บุ รี จันทรัตน์ จุล จุ วรรณโณ แสงแก้ว บุญบุ ยอด เตชะพิมานวงศ์ ชูสุวรรณ นักเรียนชั้นมัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปีที่ ๕/๕