The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by poonpracharot, 2022-09-05 00:16:27

รายงานวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยโดยการใช้เกมการศึกษาแบบสื่อดิจิทัล

เรื่อง การพัฒนาความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยโดยการใช้เกมการศึกษา


แบบสื่อดิจิทัล



















ผู้วิจัย


นางสาวอภัสรา ประชาโรจน ์

ตำแหน่ง ครู

















โรงเรียนชุมชนบึงบา

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๒


สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ


ชื่อเรื่องวิจัย : การพัฒนาความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยโดยการใช้เกมการศกษาแบบสื่อดิจิทัล
ผู้วิจัย : นางสาวอภัสรา ประชาโรจน์
หน่วยงาน : โรงเรียนชุมชนบึงบา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2

ี่
ปีทศึกษา : ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

บทที่ 1



บทนำ




ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา




ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid 19) ปัจจุบันมีจำนวนผู้ติดเชื้อ

สะสมและมีผู้ติดเชื้อที่ต่อเนื่อง การแพร่ระบาดสามารถติดต่อกันได้ง่าย และเป็นอันตราย ต่อนักเรียน ครูและ
ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป หากมีกิจกรรมที่รวมกันเป็นกลุ่มหรือรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้

สถานการณ์โรคระบาดรุนแรงมากยิ่งขึ้นรัฐจึงกำหนดให้ มีวิธีการจัดการเรียนการสอน คือ สอนแบบจะไม่กำหนด

รูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพอให้ทุกโรงเรียนจัดการเรียนการสอนเหมือนกันทั้งหมด โดยได้ต่อยอดรูปแบบ การจัดการ
ื่
เรียนการสอนเป็น 5 รูปแบบ เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการรับมือกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่นี้ คือ 1. On-

site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด
เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) 2. On-air เรียนผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์

หรือ DLTV 3. On-demand เรียนผ่าน Applications ต่างๆ 4. On-line การเรียนผ่าน Internet 5. On-hand

เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน ในรูปแบบผสมผสาน
คณะคณะครูและผู้บริหารของโรงเรียนชุมชนบึงบาจึงได้จัดประชุมออนไลน์คณะกรรมการสถานศึกษา

และผู้ปกครองหาแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ให้นักเรียนได้

เรียนอย่างต่อเนื่อง และได้มติเป็นเสียงส่วนใหญ่ ว่าให้จัดการศึกษา แบบ On-air On-demand On-line On-
hand เพื่อความหลากหลายในรูปแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความพร้อมของผู้ปกครองและนักเรียนที่แตกต่าง

กัน ทั้งนี้เพอให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเด็กเมื่ออยู่ที่บ้านให้ได้มากที่สุด เด็กสามารถเรียนที่บ้านด้วยเอกสาร
ื่
เช่น แบบฝึกหัดใบงาน แบบฝึกหัดใบงานอิเล็กทรอนิกส์ และคลิปวิดีโอ ผสมผสานกับการเรียนรู้แบบ On-line
ร่วมกับเพื่อนและครูประจำห้องเรียนตนเอง

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2561) ได้เสนอว่า ปัจจุบันการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนเพียง
อย่างเดียวไม่เพียงพอในการสร้างเสริมความรู้ ความสามารถ หรือทักษะสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนรอบด้าน

ดังนั้น การจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลสำหรับผู้เรียนปฐมวัย จึงต้องมีการส่งเสริมการเรียนรู้ ทั้งในห้องเรียน

และนอกห้องเรียน โดยอาศัยแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งแหล่งการเรียนรู้ทางกายภาพและแหล่งการเรียนรู้
ดิจิทัล แหล่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับผู้เรียนปฐมวัย ควรมีลักษณะเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างเสริม

พัฒนาการและทักษะสำคัญที่จำเป็น โดยเป็นความรู้ที่เข้าใจง่ายเสริมสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย สอดคล้องกับ
ความสนใจของผู้เรียน เช่น โปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นที่มีเนื้อหาเหมาะสม มีผู้นำเสนอเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจ

ของผู้เรียนที่อาจมีช่วงวัยเดียวกันกับผู้เรียน ทั้งนี้ทั้งนั้นการนำสื่อดิจิทัลมาใช้กับเด็กปฐมวัยควรใช้ควบคู่ไปกับการใช้

สื่อทางกายภาพ มีการกำหนดช่วงเวลาการใช้ที่เหมาะสมกับวัย มีครูหรือผู้ปกครองดูแล เพื่อให้สื่อดิจิทัลเกิด

ประโยชน์และสอดคล้องกับการส่งเสริมพัฒนาด้านต่าง ๆ ของเด็กปฐมวัย

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (2560) กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พงประสงค์ มาตรฐานที่ 10 ให้เด็กมี
ความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในด้านการเรียนรู้ มีความสามารถในการคิดรวบยอด บอกลักษณะ

ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง หรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส การจับคู่และ
เปรียบเทียบความแตกต่างและความเหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบ ๒ ลักษณะขึ้นไป การจำแนก

และจัดกลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้ตั้งแต่ ๒ ลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ การเรียงลำดับสิ่งของและเหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ลำ
ดับเปนรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ คนเราอาศัยอยูในโลกของความคิดรวบยอดมากกวาโลกของความเปนจริงตาม

ธรรมชาติ เพราะวาพฤติกรรมดานต่างๆ ของมนุษยไมวาจะเป็นด้านการคิด การสื่อความหมายระหว่างกัน การแกป

ญหา การตัดสินใจลวนแลวแต่ต้องผานเครื่องกรองที่เปนความคิดรวบยอดมาก่อนเสมอ (Ausubel, 2017)
เกมการศึกษาเป็นกิจกรรมการสอนชนิดหนึ่งที่สนับสนุนทฤษฎีการเรียนรู้ของเด็ก คือ จัดให้เด็กได้เรียนรู้

จากการเล่น และเล่นจากสิ่งที่เป็นรูปธรรม เกมการศึกษา จึงเป็นกิจกรรมการเล่นที่ช่วยฝึกทักษะด้านต่างๆ อันเป็น
พื้นฐานการเรียนในระดับประถมศึกษา ซึ่งมุ่งให้เด็กได้ใช้ทักษะการคิดในการสังเกตคิดหาเหตุผล และแก้ปัญหา โดย

ใช้เวลาสั้นที่สุด (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ, 2527) ดังนั้น เกมการศึกษาจึงเป็นกิจกรรมที่มี

ความสำคัญยิ่งต่อการฝึกทักษะ และช่วยให้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียน การเล่นเกมการศึกษา จึงเป็น
วิธีการอย่างหนึ่ง ที่ส่งเสรมให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ รวมทั้งช่วยส่งเสริมกระบวนการในการ

ทำงานและการอยู่ร่วมกันในสังคม (เยาวพา เดชคุปต์, 2528) ซึ่งเกมการศึกษาเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าแก่เด็กทั้ง

ทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียน (วรรณพร ศิลาขาว, 2538) นอกจากนี้
การจัดกิจกรรมเกมการศึกษา ยังช่วยให้เด็กเพลิดเพลินผ่อนคลายความตึงเครียด เร้าความสนใจของเด็กและเรียนรู้

ื้
ื้
พฤติกรรมทางสังคม รู้จักความรับผิดชอบ ส่งเสริมให้เด็กมีความสามัคคี รู้จักการเออเฟอช่วยเหลือ แบ่งปัน ยอมรับ
กันและรู้จักการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (อัจฉรา ชีวพันธ์, 2526)
หลักการดังกล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าการพัฒนาความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยโดยการ


ใช้เกมการศึกษาแบบสื่อดิจิทัลมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก
และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (covid 19) ทําให้ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษา เพื่อ

จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้อย่างเหมาะสมต่อไป


วัตถุประสงค์ของการวิจัย



เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการใช้เกมการศกษา
แบบสื่อดิจิทัล

ขอบเขตการวิจัย


ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้กำหนดขอบเขตการศึกษาดังนี้

กลุ่มเป้าหมาย
เด็กชาย – หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนชุมชนบึงบา อำเภอ

หนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 29 คน


ขอบเขตด้านตัวแปร ได้แก ่

1. ตัวแปรต้น คือ การใช้เกมการศึกษาแบบสื่อดิจิทัล
2. ตัวแปรตาม คือ การพัฒนาความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัย



ขอบเขตด้านระยะเวลา
การศึกษาครั้งนี้ทำการทดลองในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ทดลองจำนวน 8 ครั้ง ครั้งละ 30

นาที


นิยามคำศัพท์เฉพาะ


เกมการศึกษา หมายถึง กิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัย โดยที่เด็กได

เลนด้วยตนเอง มีวิธิีการเลนที่ทำใหเด็กเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน

สื่อดิจิทัล หมายถึง ภาพ เสียง ข้อความและกราฟฟิกที่ผสมผสานให้มีเนื้อหาและกิจกรรมที่ส่งเสริม
ความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัย โดยแสดงผลผ่านทางเว็บไซต์ ประกอบด้วย lifeworksheet และ


Wordwall โดยอาศัยการเชื่อมต่อกับอนเทอร์เน็ต ที่เด็กสามารถทำกิจกรรมได้ด้วยตนเองผ่านสมาร์ทโฟน แทปเลต
คอมพิวเตอร์

ื่
เกมการศึกษาแบบสอดิจิทัล หมายถึง กิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัย

ที่มีวิธิีการเลน และเด็กได้ทำกจกรรมด้วยตนเองจากสมาร์ทโฟน แทปเลต คอมพิวเตอร์ ผ่านเว็บไซต์

lifeworksheet และ Wordwall ที่มีภาพ เสียง ข้อความและกราฟฟก
ความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัย หมายถึง ผลจากการที่เด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆด้วย
ตนเอง สะสมเพิ่มพูน และแสดงออกผ่านการพูด การกระทำ ให้ผู้อื่นรับรู้และเข้าใจ ประกอบไปด้วย

1. การอธิบาย หมายถึง เด็กสามารถบอกลักษณะส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง หรือความสัมพันธ์

ของสิ่งต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส
2. การจับคู่ หมายถึง เด็กสามารถการจับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างและความเหมือนของสิ่ง

ต่างๆ โดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบ ๒ ลักษณะขึ้นไป

3. การจำแนก หมายถึง เด็กสามารถจำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้ตั้งแต่ ๒ ลักษณะขึ้นไปเป็น
เกณฑ์

4. การเรียงลำดับ หมายถึง เด็กสามารถเรียงลำดับสิ่งของและเหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ลำดับ

ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย


1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการใช้เกมการศึกษาแบบสื่อดิจิทัลเกิดการพัฒนาความสามารถในการคิดรวบยอดของ

เด็กปฐมวัย
2. ครูปฐมวัย บุคลากร ผู้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยสามารถนำแนว

ทางการพัฒนาพัฒนาความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยโดยใช้เกมการศึกษาแบบสื่อดิจิทัลไป
ประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมได้

บทที่ 2



เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


ผู้วิจัยจึงศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องโดยเสนอตามลำดับหัวข้อ

1. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสามารถในการคิดรวบยอดของ

เด็กปฐมวัย
- ความหมายของความคิดรวบยอด

- ความสําคัญและประโยชนของความคิดรวบยอด

- ประเภทของความคิดรวบยอด
- กระบวนการสรางและการเกิดความคิดรวบยอด

- หลักการสอนความคดรวบยอด
2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้เกมการศึกษาของเด็กปฐมวัย

- ความหมายของเกมการศึกษา


- ประเภทของเกมการศกษา
- จุดประสงคของการจัดเกมการศึกษา

- หลักในการใชเกมการศกษา

- ประโยชนของเกมการศึกษา

- งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเกมการศึกษา


3. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กปฐมวย
- ความหมายของสื่อดิจิทัล

- แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้สื่อดิจิทัลสำหรับเด็กปฐมวัย

- แนวทางการใช้สื่อดิจิทัลสำหรับเด็กปฐมวัย
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อดิจิทัลสำหรับเด็กปฐมวัย

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสามารถในการคิดรวบยอด

ของเด็กปฐมวัย



ความหมายของความคิดรวบยอด


ความคิดรวบยอด (Concept) เป็นเรื่องของกระบวนการการคิดที่เกิดขึ้นภายในสมองของแต่ละ
คนและมีการค้นพบมานานหลสยปีแล้ว แต่ความหมายของการคิดรอบยอดยังมีความแตกต่างกัน นัก

การศึกษาไทยและนักการศึกษาต่างประเทศได้ให้ความหมายของความคิดรวบยอดไว้ ดังนี้

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (2560) กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พงประสงค์ มาตรฐานที่ 10


ให้เด็กมความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในด้านการเรียนรู้ มีความสามารถในการคิดรวบยอด ดังนี้
1.บอกลักษณะส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง หรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆจากการ
สังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส

2.การจับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างและความเหมือนของสิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะ

ที่สังเกตพบ 2 ลักษณะขึ้นไป
3.การจำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้ตั้งแต่ 2 ลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์

4.การเรียงลำดับสิ่งของและเหตุการณ์อย่างน้อย 5 ลำดับ


นาตยา ปีลันธนานนท์ (2542) กล่าวถึงความคดรวบยอดไว้ว่า เป็นความรู้ความเข้าใจในภาพรวม
ขององค์ความรู้และข้อเท็จจริง

นวลจิตต์ เชาวกีรติพงศ์ (2537) ได้ให้ความหมายของความคิดรวบยอดไว้ว่าเป็นความเข้าใจ

ี่
ทั้งหมดทมีต่อสิ่งของ หรือสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
วิชัย วงษ์ใหญ่ (2531) กล่าวว่า ความคิดรวบยอด หมายถึง ลักษณะร่วมของวัตถุ หรือเหตุการณ ์

ประเภทเดียวกัน
Good (อ้างถึงใน วรยา กาญจนชาติ, 2533) ได้สรุปความหมายของความคิดรวบยอดไว้ 3

ลักษณะ คือ
1. ความคิดรวบยอด คือ สัญลักษณ์ของส่วนประกอบ หรือลักษณะร่วมที่สามารถจำแนก

ออกเป็นกลุ่มเป็นพวกได้

2. ความคิดรวบยอด คือ สัญลักษณ์เชิงความคิดทั่วไป หรือเชิงนามธรรมเกี่ยวกับสถานการณ์
หรือวัตถุ


3. ความคิดรวบยอด คือ ความรู้สึกนึกคด ความเห็น หรือภาพของความคิดรวบยอด
Deese (1990) กล่าวว่า ความคิดรวบยอดเป็นรากฐานอันสำคัญของการเรียน มนุษย์จะคิดได้
อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความคิดรวบยอดเป็นสำคัญ

De Cecco (2544) ให้ความหมายว่าความคิดรวบยอด คือ ประเภทหรือกลุ่มของสิ่งเร้าที่มี

คุณสมบัติบางประการร่วมกัน

ความสําคัญและประโยชนของความคิดรวบยอด


ความคิดรวบยอดมีความสำคัญในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้


เกษม สุริยวงศ์ (2523) กล่าวไว้ว่า ความคิดรวบยอดมความสำคัญสำหรับการเรียนและการดำรง
ชีพของมนุษย์มาก จึงมีนักจิตวิทยาหลายท่านได้ให้ความสนใจและการศึกษาวิจัยเรื่องความคิดรวบยอดไว้
อย่างกว้างขวาง ดังเช่น ออซูเบล (Ausubel) ได้กล่าวไว้ว่า คนเราอาศัยอยู่ในโลกของความคิดรวบยอด

มากกว่าโลกของความเป็นจริงตามธรรมชาติ เพราะว่าพฤติกรรมด้านต่าง ๆ ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นด้าน

การคิด การสื่อความหมายระหว่างกัน การแกปัญหา การตัดสินใจล้วนแล้วแต่ต้องผ่านเครื่องกรองที่เป็น

ความคิดรวบยอดมากอน
ชม ภูริภาค (2525) ได้สรุปความสำคัญของความคิดรวบยอดไว้ ดังนี้
1. ช่วยลดความชับซ้อนของสิ่งแวดล้อม

2. ทำให้รู้จักสิ่งแวดล้อมรอบตัว
3. ทำให้ไม่ต้องเรียนซ้ำอกครั้งหนึ่ง

4. เป็นตัวบ่งชี้ทิศทางให้แก่เราในการปฏิบัติ เพื่อการแก้ปัญหา

5. ช่วยเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ที่สูงขึ้น
นาตยา ปลันธนานนท์ (2542) กล่าวว่า ผู้ที่สามารถสรุป อธิบายสิ่งใด ๆ ได้จากความรู้

ความเข้าใจ เป็นภาษาคำพูดของตัวเขาเองมิใช่ท่องจำ นั่นแสดงว่า บุคคลนั้นเกิดความคิดรวบ

ยอดในเรื่องนั้นในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ทุก 1 ความคิดรวบยอดจะมีชื่อเรียกความคิดรวบยอด
นั้น มีตัวอย่าง และลักษณะที่ใช้เป็นข้อมูลในการทำความเข้าใจในความคิดรวบยอดนั้น ๆ ทำให้

บุคคลสามารถใช้ประโยชน์ในการสรุป อธิบายในระดับที่เป็นความคิดของตนด้วยภาษาของ
ตนเอง

นาตยา ภัทรแสงไทย (2524) ได้กล่าวไว้ว่า ความคิดรวบยอดจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถ

จัดประเภท สรุป และมองสิ่งหนึ่งสิ่งใดในลักษณะร่วมกนมากกว่าที่จะมองแยกออกจากกัน ช่วย

ให้ผู้เรียนสามารถตีความข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยกระบวนการคิด เมื่อผู้เรียนสามารถหาข้อสรุปได้

ข้อสรุปนั้นก็จะกลายเป็นหลักการของความรู้ที่เรียน สามารถนำไปใช้ และเชื่อมโยงกับสิ่งอื่น ๆ
ได้

Russell (2012) เห็นว่าความคิดรวบยอดที่สะสมเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ จากประสบการณ ์

จะช่วยให้ความคิดค่อย ๆ แตกฉานยิ่งขึ้นการแก้ปัญหาของผู้ใหญ่จึงดีกว่าเด็ก เพราะผู้ใหญ่มี
ความคิดรวบยอดกว้างขวางกว่า

Snyder (1990) กล่าวถึงความสำคัญของความคิดรวบยอดว่า การเรียนรู้ในชั้นเรียนต้อง

อาศัยความคิดรวบยอดเป็นรากฐานสำคัญแทบ กล่าวคือ เมื่อนักเรียนเผชิญสื่อใหม่ในการเรียน
นักเรียนจะต้องใช้ความคิดรวบยอดที่มีอยู่เดิมจัดเรียงปัญหาให้เหมาะสมกับความสามารถของตน

และจัดระเบียบประสบการณ์เดิมของตนเข้าไปแก้ปัญหา

เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กปฐมวัย



ความหมายของสื่อดิจิทัล




สื่อดิจิทัล (Digital Media) หรือที่หลายคนเรียกว่า สื่อใหม่ (New Media) เป็นอีกหัวข้อที่สำคัญหัวข้อหนึ่ง

อย่างมากในโลกยุคสารสนเทศปัจจุบัน เพราะในระยะเวลาเพียงไม่กี่สิบปีมีการเกิดขึ้นของนวัตกรรมสื่อดิจิทัล

มากมาย ตั้งแต่โลกแห่งโซเชียลมีเดียที่เป็นสื่อที่ทรงพลังแห่งศตวรรษที่ 21 ไปจนถึงวิทยุออนไลน์ อินเทอร์เน็ต เกม

อิเล็กทรอนิคส์ รวมไปถึงทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปีพ.ศ. 2557 (ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช, 2558) มีดัง

การศึกษาให้ความหมายของสื่อดิจิทัลไว้ดังนี้

Dewdney & Ride (2006) กล่าวว่า สื่อรูปแบบใหม่ หมายถึง สื่อที่เกิดจากแนวคิดของวัฒนธรรมร่วมสมัย

(Contemporary Culture Concept) และบริบทแวดล้อม (Context) ของการนำสื่อมาใช้ ดังนั้น สื่อรูปแบบใหม่

จึงมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็นสื่อเก่าได้เมื่อมีสื่อสำคัญที่ใหม่กว่าเข้ามาแทนที่ ทั้งนี้หากเป็นสื่อที่พัฒนาการขึ้นอยู่กับ


เทคโนโลยีสมัยใหม่ เรียกว่า สื่อดิจิทัล (Digital Media) สื่อรูปแบบใหม่และสื่อดิจิทัลมีคณสมบัติหลักร่วมกัน คือ
ความใหม่ (Newness)

Wertime, & Fenwick (2008) ได้จำแนกสื่อรูปแบบใหม่หรือสื่อดิจิทัลที่มีอยู่อย่างมากมายในปัจจุบันไว้

เป็นหมวดหมู่ ได้แก่ เว็บไซต์ (Website) อินเทอร์เน็ต (Internet)อีเมล (E-mail) อุปกรณ์ สื่อเคลื่อนที่ (Mobile

Device) เกม(Games) และ โทรทัศน์รูปแบบใหม่ (Television Reinvented)


Hall & Baker (2013) กล่าวว่า สื่อดิจิทัล หมายถึง สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการ

ประกอบด้วยข้อความภาพ เสียง และการเคลื่อนไหว ที่แสดงผลผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใดๆ ที่

มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเน้นให้ผู้ใช้ทั้งที่เป็นผู้ส่งสารและผู้รับสารมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์


ไพฑูรย์ (2559) กล่าวว่า สื่อดิจิทัล หมายถึงสื่อที่มีการนำเอาข้อความ กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว เสียง และ
วิดีโอ เป็นต้น โดยอาศัยเทคโนโลยีความเจริญก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยให้ข้อมูลที่เป็นสื่อต่างๆ

ื่
เหล่านั้นมาแปลงสภาพ และเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเพอประโยชน์ในการใช้งาน


สรุปได้ว่า สื่อดิจิทัล หมายถึง การนำข้อความ กราฟก ภาพเคลื่อนไหว เสียง และ วิดีโอ มาพัฒนาใหม่ให้
เท่าทันปัจจุบัน อาศัยการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและแสดงผลผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมต่างๆ และสามารถ

เรียกใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้ผ่านเครื่องมือทางเทคโนโลยี อาทิเช่น สมาร์ทโฟน แทปเลต คอมพิวเตอร์ เป็นต้น


แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้สื่อดิจิทัลสำหรับเด็กปฐมวย



สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2563) ช่วงปฐมวัยถือเป็นช่วงวัยที่สำคัญในการเป็นจุดเริ่มต้นของการ

เรียนรู้และการเจริญเติบโตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมไปพร้อม ๆ กัน สำนักงานเลขาธิการสภา

การศึกษา (2561) ได้เสนอว่า ปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่พัฒนาการด้านสมองและการเรียนรู้เป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุดใน
ชีวิต เป็นช่วงวัยที่ต้องการการปลูกฝังดูแลเป็นพิเศษ เพื่อจะได้เป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนา

ตลอดชีวิตให้เติบโตเป็นเด็กฉลาดและประสบความสำเร็จในชีวิต ช่วงปฐมวัยจึงถือเป็นช่วงวัยที่สำคัญในการเป็น

จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และการเจริญเติบโตทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ไปพร้อม ๆ กัน ตามที่


มาตรฐานการศกษาของชาติ พ.ศ. 2561 ได้กำหนดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของผู้เรียนระดับปฐมวัยว่า ผู้เรียนจะต้องมี
พัฒนาการรอบด้านและสมดุล สนใจเรียนรู้และกำกับตัวเองให้ทำสิ่งต่าง ๆ ที่เหมาะสมตามช่วงวัยได้สำเร็จ ซึ่งการ

ื้
จะทำให้ผลลัพธ์ดังกล่าวบรรลุผล จำเป็นต้องสร้างสิ่งแวดล้อมให้เออต่อการเรียนรู้ผ่านแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มี
คุณภาพและได้มาตรฐานของแหล่งการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ที่กว้างขวางหลากหลาย ปัจจุบันการจัดการเรียนการ

สอนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการสร้างเสริมความรู้ ความสามารถ หรือทักษะสำคัญต่าง ๆ ได้อย่าง

ครบถ้วนรอบด้าน ดังนั้น การจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลสำหรับผู้เรียนปฐมวัยจึงต้องมีการส่งเสริมการเรียนรู้

ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน โดยอาศัยแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งแหล่งการเรียนรู้ทางกายภาพ และ

แหล่งการเรียนรู้ดิจิทัล


1. แหล่งการเรียนรู้ทางกายภาพ
แหล่งข้อมูลข่าวสารสารสนเทศ และประสบการณ์ ที่สนับสนุนส่งเสริมให้ผู้เรียนใฝ่เรียน ใฝ่รู้แสวงหาความรู้

และเรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัย เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้ ประกอบด้วยแหล่งการเรียนรู้ 8

แหล่ง ตามมาตรา 25 ในพระราชบัญญัติการศกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้แก่ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์

สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ


2. แหล่งการเรียนรู้ดิจิทัล

แหล่งข้อมูล สารสนเทศ ประสบการณ์ในรูปแบบของ
(1) แหล่งการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ เนื้อหาการเรียนรู้รูปแบบดิจิทัล ซอฟต์แวร์สถานการณ์จำลอง


ที่ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในเนื้อวิชาการ
(2) ฐานข้อมูลออนไลน์และแหล่งเอกสารชั้นปฐมภูมิ

(3) ข้อมูลและสารสนเทศที่สอดคล้องกับความต้องการส่วนบุคคล

(4) สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความร่วมมือและการสื่อสารระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้เรียนรู้

(5) การเรียนรู้แบบผสมผสานที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาหรือที่บ้าน ผ่านการสอนออนไลน์ ซึ่งผู้เรียน

ควบคุมเวลา สถานที่ ช่องทางการเรียน หรือจังหวะการเรียนรู้ด้วยตนเอง

(6) รายวิชาที่เปิดออนไลน์

ชนิพรรณ จาติเสถียร (2560) สื่ออิเล็กทรอนิกส์มีความสําคัญต่อตัวเด็ก เนื่องจากสามารถนํามาใช้เพื่อช่วย
กระตุ้นความสนใจในการเรียนรู้ ขยายช่องทางการสื่อสาร และขอบเขตในการเรียนรู้ และสร้างพื้นฐานในการพัฒนา

ไปสู่การรู้ดิจิทัล สําหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง สื่ออิเล็กทรอนิกส์มีความสําคัญ เพราะช่วยให้มีสื่อในการพัฒนาและ

ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก รวมทั้งทําให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้

ของเด็ก สําหรับครู สื่ออิเล็กทรอนิกส์มีความสําคัญหลายประการ เพราะช่วยให้มีเครื่องมือในการส่งเสริมการเรียนรู้

ของเด็ก ทําให้ครูสามารถอธิบายเนื้อหาสาระที่ยากและเป็นนามธรรมให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น สามารถส่งเสริมการเรียนรู้

ของเด็กเป็นรายบุคคล รวมทั้งมีแหล่งข้อมูลในการศกษาค้นคว้า เพื่อนํามาใช้ในการพัฒนาเด็กและวิชาชีพ

พนิดา ชาตยาภา (2559) การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์และเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก

ปฐมวัยในยุคที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากเทคโนโลยีได้ จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

กับการพัฒนาเด็กปฐมวัย อันได้แก่ ครู ผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียนต้องร่วมกันยืดหลักการจัดประสบการณ์ให้

ื่
เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยโดยต้องบูรณาการทักษะสำคัญของคนที่อยู่ในศตวรรษที่ 21 เพอสร้างภูมิคุ้มกันรวมทั้งต้อง
ใช้ดุลยพินิจอย่างมากในการนำเทคโนโลยีมาใช้กับเด็กปฐมวัย

สรุปได้ว่า การจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลสำหรับเด็กปฐมวัยต้องมการส่งเสริมการเรียนรู้ ทั้งใน

ห้องเรียนและนอกห้องเรียน อาศัยแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งแหล่งการเรียนรู้ทางกายภาพ เช่น ห้องสมุด

พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศูนย์การกีฬา

และนันทนาการ และแหล่งการเรียนรู้ดิจิทัล เช่น ซอฟต์แวร์สถานการณ์จำลอง ฐานข้อมูลออนไลน์ แอพพลิเคชั่น

ต่าง ๆ เนื่องจากสามารถนํามาใช้เพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจในการเรียนรู้ให้กับเด็กได้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของช่วง

วัย ระดับพัฒนาการและความสนใจของเด็ก และอาศัยความร่วมมือของทั้งผู้ปกครอง โรงเรียน ชุมชนเพื่อส่งเสริมให้
เกิดการเรียนรู้ตามทักษะสำคัญในศตวรราที่ 21 ได้






แนวทางการใช้สื่อดิจิทัลสำหรับเด็กปฐมวย



สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2563) แนวทางการใช้สื่อดิจิทัลสำหรับเด็กปฐมวัยยังคงต้องให้

ความสำคัญกับการส่งเสริมพฒนาการที่สำคัญในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านร่างกาย ได้แก่ สุขอนามัย กล้ามเนื้อใหญ่

กล้ามเนื้อเล็ก อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ดังนี้

แหล่งการเรียนรู้ทางกายภาพ


(1) ควรปรับแหล่งการเรียนรู้ทางกายภาพให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สร้าง

บรรยากาศที่ดึงดูดใจเด็กปฐมวัย มีการจัดกิจกรรมหมุนเวียนภายในแหล่งการเรียนรู้ที่

เหมาะสมกับวัยของเด็กและส่งเสริมพัฒนาการแต่ละด้าน
(2) การจัดกิจกรรมทัศนศึกษาหรือเยี่ยมชุมชน โดยเน้นให้เด็กได้เรียนรู้และสร้างประสบการณ์โดย

ตัวเด็กเองเป็นรายบุคคลและร่วมมือกับเด็กคนอื่น ๆ ในวัยที่ใกล้เคียงกัน และมีปฏิสัมพันธ์ใน


กิจกรรมกับพอแม่ ผู้ปกครอง หรือครู
(3) การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชน และวัดให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

(4) ควรบูรณาการการใช้แหล่งการเรียนรู้เข้ากับกิจกรรมการเรียนรู้หรือจัดแหล่งการเรียนรู้ใน

ห้องเรียนในสถานศึกษาหรือในชุมชน เพื่อลดอุปสรรคในด้านการเดินทางและค่าใช้จ่าย
(5) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือเสริมในการนำเสนอข้อมูลสารสนเทศ เพื่อสร้างความ


น่าสนใจและช่วยให้เด็กเข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แหล่งการเรียนรู้ดิจิทัล


(1) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การพัฒนาเว็บไซต์ และ

แอพพลิเคชั่นที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก เพื่อสร้างประสบการณ์และส่งเสริมการเรียนรู้

ให้เกิดขึ้นกับเด็ก
(2) แหล่งการเรียนรู้ต้องมีลักษณะที่นักเรียนวัยปฐมวัยมีปฏิสัมพันธ์ สามารถโต้ตอบได้ เพื่อพัฒนา


ทักษะสำคัญจำเป็น เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร เป็นต้น
ื่
(3) การให้ความรู้เรื่องการใช้งานและการสร้างสื่อดิจิทัลสำหรับครู นักเรียน และผู้ปกครองเพอให้

ผู้ใช้งานสามารถใช้อย่างมีคณภาพ ปลอดภัย และสร้างสรรค์
(4) การสนับสนุนงบประมาณจากรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีอุปกรณ์ที่เพียงพอกับเด็กใน

การเข้าถึงและใช้งานแหล่งการเรียนรู้ มีความพร้อมทางด้านเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต

รักษ์ทรัพย์ แสนสำแดง (2560) การนำสื่อเทคโนโลยีมาใช้กับเด็กปฐมวัยยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ในแง่ของ
การศึกษา สื่อเทคโนโลยีถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนที่รู้จักกันดีว่าเป็นสื่อการเรียนรู้ หลักในการ

นำสื่อเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กปฐมวัยมี ดังนี้



(1) ความสอดคล้องสื่อเทคโนโลยีที่นำมาใช้ควรมีความสอดคล้องกับพัฒนาการเด็ก หลักสูตร และ

การประเมินผล ครูต้องใช้ดุลยพินิจในการนำมาใช้ให้เหมาะสม คำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง

บุคคล และบริบททางสังคมของเด็ก

(2) การบูรณาการกับเครื่องมืออน ๆการนำสื่อเทคโนโลยีมาใช้ต้องนำมาใช้โดยบูรณาการกับ
ื่
เครื่องมืออื่น ๆ ในลักษณะของการเป็นสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ และใช้สนับสนุนการเรียนรู้

ของเด็ก

(3) ความเหมาะสมของสื่อเทคโนโลยีการพิจารณาด้านความเหมาะสมของสื่อเทคโนโลยีเป็น
สิ่งจำเป็น เพราะสื่อเทคโนโลยีต้องช่วยพัฒนาเด็กทั้งด้านสติปัญญาและทางสังคมควบคู่กันไป

การใช้สื่อเทคโนโลยีกับเด็กปฐมวัยควรใช้ในลักษณะเป็นอุปกรณ์การเรียนรู้หรือเรียนแบบ

ร่วมมือเพื่อลดปัญหาการแยกตัวของเด็ก

(4) ความชัดเจนของการกำหนดวัตถุประสงค์ สื่อเทคโนโลยีมีความซับซ้อนและมีศักยภาพสูง ครู

ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของการนำมาใช้ให้ชัดเจน กล่าวคือ ใช้สื่อเทคโนโลยีเป็นเสมือน
เครื่องมือในการสนับสนุนการเรียนรู้ แต่มิใช่นำมาใช้ในลักษณะของการเป็นบทเรียนหรือสาระ


การเรียนรู้ที่เด็กต้องเรียนอย่างเคร่งเครียดหรือเรียนอย่างเป็นระบบ
(5) การใช้ประโยชน์ตามวัย สื่อเทคโนโลยีควรมุ่งฝึกฝนให้เด็กใช้เพื่อการเรียนรู้ ทักษะและพัฒนา

ความคิดมากกว่าการหัดให้เด็กใช้สื่อเทคโนโลยีแบบผู้ใหญ่

(6) การฝึกฝนทักษะจำเป็น สื่อเทคโนโลยีที่จะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้ควรจะเป็น

ื่
โปรแกรมที่ช่วยฝึกทักษะให้เป็นคนช่างสังเกต ท้าทายความคิดเพอให้คิดอย่างมีระบบ เป็นเหตุ
เป็นผล
Office of Educational Technology (2017) หลักการและแนวการใช้เทคโนโลยีสำหรับเด็กปฐมวัย มี

ดังนี้


(1) เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้

ครูปฐมวัยควรคำนึงถึงระดับพัฒนาการของเด็ก เมื่อใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย ควร

พิจารณาว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างไร จัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ
เทคโนโลยีและใช้ร่วมกับเครื่องมือการเรียนรู้อื่นๆ เช่น สื่อศิลปะ สื่อการเขียน สื่อการเล่น และหนังสือ รวมทั้งควร


เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงออกและได้มีปฏิสัมพนธ์ร่วมกัน

(2) ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้สำหรับเด็กทุกคน

แบบอย่างการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ง่ายขึ้น เช่น เทคโนโลยีสามารถช่วย

ให้เด็กเรียนรู้วัฒนธรรมและสถานที่อื่น ๆ ได้ แม้ว่าเด็กๆ จะสามารถเข้าถงสิ่งเหล่านี้จากห้องสมุดได้ก็ตาม แต่

เทคโนโลยีสามารถเข้าถึงได้ทันทีและสามารถค้นหาข้อคำถามต่าง ๆ ง่ายมากขึ้นได้


(3) ใช้เทคโนโลยีเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ ครอบครัว ครู และเด็ก

ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับโรงเรียน เทคโนโลยีสามารถใช้เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูปฐมวัย

และสมาชิกในครอบครัว ตัวอย่างเช่น แฟ้มสะสมผลงานดิจิทัลผ่านรูปภาพ บันทึกเสียง บันทึกวิดีโอ ซึ่งช่วยให้

ผู้ปกครองติดตามความก้าวหน้าของเด็ก ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้กับเด็ก จาก

การใช้อีเมล ข้อความ และโซเชียลมีเดีย เทคโนโลยีช่วยให้การสื่อสารระหว่างครูและผู้ปกครองง่ายขึ้น รวมทั้ง
ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันซึ่งเป็นผลดีต่อตัวเด็กเอง


การกระชับความสัมพันธ์ภายในบ้าน เทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ปกครอง

ที่อยู่ห่างไกลกัน ผ่านการแชทวิดีโอ(ที่มีผู้ปกครองคอยดูแลแนะนำ)การสนทนาทางวิดีโอไม่ได้จำกัดอยู่แค่การโต้ตอบ

ื่

ระหว่างพ่อแม่กับลูก หรือปู่ย่าตายายกับลูก แต่ยังใช้ได้เมื่อเด็กสื่อสารกับเพอนอกด้วย
(4) เทคโนโลยีมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเด็กได้ตอบโต้มีปฏิสัมพันธ์
งานวิจัยส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่าเด็กที่ใช้สื่อมัลติมีเดียเกิดการเรียนรู้เมื่อผู้ปกครองและเด็กมีปฏิสัมพันธ์

ร่วมกันเพราะเป็นการกระตุ้นให้เด็กสร้างการเชื่อมต่อในโลกแห่งความเป็นจริงกับสิ่งที่พวกเขากำลังดู


สรุปได้ว่า การใช้สื่อดิจิตอลสำหรับเด็กปฐมวัยยังคงมุ่งเน้นและส่งเสริมพัฒนาการด้านสำคัญทั้ง 4 ด้านของ

เด็ก ทั้งทางด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญา โดยการใช้สื่อดิจิทัลควบคู่ไปกับการใช้แหล่งเรียนรู้ทาง

กายภาพ ใช้สื่อดิจิตอลเป็นเสมือนเครื่องมือในการสนับสนุนการเรียนรู้ แต่มิใช่นำมาใช้ในลักษณะของการเป็น

บทเรียนที่ให้เด็กต้องเรียนอย่างเคร่งครัด การนำสื่อดิจิตอลมาใช้กับเด็กปฐมวัยจะต้องกำหนดจุดประสงค์ชัดเจน
คำนึงถึงพัฒนาการของเด็ก และบูรณาการควบคู่ไปกับแนวการจัดการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย เมื่อนำสื่อ

ดิจิทัลมาใช้กับเด็ก ควรมีผู้ใหญ่ดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยปะละเลยให้เด็กใช้เพียงลำพัง รวมทั้งการ

ให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการสนทนาแสดงความคิดเหฝ้น ลงมือกระทำ และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน






งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อดิจิทัลสำหรับเด็กปฐมวย



Bilal Ozçakır Ahmet Sami Konca (2019) การศึกษานี้มุงเนนไปทการพัฒนาความเขาใจในเรขาคณิต
ี่

ของเด็กกอนวัยเรียนผานชุดกิจกรรมดิจิทัล ผลการศกษาพบวาเด็กมีพัฒนาการความเขาใจในรูปทรงเรขาคณิต ซึ่ง
ประกอบดวยกิจกรรมการหมุนรูปเรขาคณิตและการหมุนสิ่งของตางๆ ที่ชวยพัฒนาความเขาใจของเด็ก นอกจากนี้มี

เด็กเพียงคนเดียวที่ไมตองการการเสริมสรางความรูนี้ อยางไรก็ตามเด็กคนอื่นๆ ไดประโยชนจากการเสริมสรางความ

รูเพื่อพัฒนาความเขาใจในกิจกรรมดิจิทัล จากการศึกษานี้ จะเห็นไดวากอนที่เด็กๆ จะเขารวมกิจกรรมนี้เด็กๆ ทุก

คนมีคําอธิบายอยางไมเปนทางการเกี่ยวกับรูปเรขาคณิตพื้นฐาน เชน “รูปนี้ดูเหมือนนาฬิกา” “รูปนี้เหมือนประตู
“รูปนี้เหมือนวงลอ” เปนตน เด็กบางคนมีปญหาในการจดจำรูปรางที่หมุนหรือขยายออก ตัวอยางเชน เด็กไม


สามารถจำสี่เหลี่ยมทั้งหมดในกิจกรรมที่สี่ได้และอกปญหานึงของกิจกรรมที่สี่นี้คือการหาวารูปไหนเปนสี่เหลี่ยมทั้ง
ผืนผาบาง และเมื่อหมุนสี่เหลี่ยมผืนผา 90 องศาจากตำแหนงเดิม มีเด็กบางคนระบุวามันเปนสี่เหลี่ยมจัตุรัส


Jonna B. Salminen (2016) ผลจากการศึกษาการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์
สำหรับเด็กปฐมวัยที่มีพื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยที่เด็กได้เรียนรู้จากคอมพิวเตอร์ที่มีการ

จัดเรียงเนื้อหาตามลำดับความยากง่าย เริ่มต้นจากการสนทนาโต้ตอบแบบตัวต่อตัว การเปรียบเทียบการเรียงลำดับ

แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับตัวเลขและการนับ ผลการศึกษาพบว่าเด็กสามารถนับปากเปล่าและทำแบบทดสอบเกี่ยวกับ

คณิตศาสตร์ได้มากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญบนพื้นฐานความแตกต่างของแต่ละบุคคล การที่เด็กได้เรียนตามลำดับ

ความยากง่ายจากคอมพิวเตอร์สามารถช่วยส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กได้ และควรพัฒนาบทเรียนจาก

คอมพิวเตอร์ให้ตอบสนองตรงตามความแตกต่างของเด็กแต่ละบุคคลเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ดี

Tess Miller (2018) การใช้แอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก

เพิ่มมากขึ้น การที่เด็กมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับการใช้เทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ สนุกสนานช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิด


การเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์ ระดับความยากของแอพพลิเคชั่นเป็นปัจจัยที่สองที่มอิทธิพลต่อการใช้เทคโนโลยีของเด็ก

แต่ถึงยังงั้นหากระดับความยากนั้นยากเกินไป เด็ก ๆ ก็ไม่มแรงจูงใจในการเล่นต่อ

บทที่ 3



วิธีดำเนินการวิจัย


ในการวิจัยในครั้งนี้ มีขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย ดังนี้
1. กลุ่มเป้าหมาย

2. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

3. การเก็บรวบรวมขอมูล

4. การวิเคราะห์ข้อมูล

5. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล


กลุ่มเป้าหมาย

เด็กชาย – หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนชุมชนบึงบา อำเภอหนอง
เสือ จังหวัดปทุมธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 29 คน




เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัย



2. แผนการจัดประสบการณการพัฒนาความสามารถในการคดรวบยอดของเด็กปฐมวัยโดยการใช้เกม
การศึกษาแบบสื่อดิจิทัล


การเก็บรวมรวมข้อมูล
1. นำแบบทดสอบไปใช้กับเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 จำนวน 29 คน โรงเรียนชุมชนบึงบา


2. ครูผู้สอนเก็บรวบรวมขอมูล

การวิเคราะห์ข้อมูล

ร้อยละ คิดจากที่เด็กทำได้และไม่ได้

ระยะเวลาในการดำเนินการวิจัย

ตั้งแต่ วันที่ 1-30 กรกฎาคม 2564 เป็นเวลา 4 สัปดาห์
ื่
สัปดาห์ วัน การพัฒนาความสามารถ เกมการศึกษาแบบสอดิจิทัล
ที่ ในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัย

1 อังคาร การอธิบาย จับคู่ภาพกับเงา
ศุกร์ จับคู่ภาพชิ้นส่วนที่หายไป

2 อังคาร จับคู่ จับคู่ความสัมพันธ์

ศุกร์ จับคู่ความสัมพันธ์
3 อังคาร จำแนก จัดกลุ่มของเล่นของใช้

ศุกร์ หาคำที่ขึ้นต้นด้วย ข.ไข่

4 อังคาร เรียงลำดับ ต่อเติมภาพชิ้นส่วนที่หายไป
ศุกร์ เรียงลำดับเหตุการณ์ 5 ลำดับ

บทที่ 4

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล


การวิเคราะห์ข้อมูล

1. สรุปจากแบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัย


ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
จากการวิจัยพบว่า นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 จำนวน 29 คน พบว่า เด็กที่ได้รับการจัดกิจกรรมการใช้

เกมการศึกษาแบบสื่อดิจิทัลมีความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัย ทางด้านการอธิบาย การจับคู่ การ

ิ่
จำแนก และการเรียงลำดับเพมมากขึ้นกว่าก่อนการทดลอง

แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง

การสังเกตครั้งที่ 1 วันที่ 6 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2564 เวลา 09.30 น. – 10.00 น.

คำชี้แจง ให้ขีดเครื่องหมายในช่อง ✓ ในช่อง มีหรือไม่มี และบันทึกรายละเอียดพฤติกรรมของเด็ก
ตอนที่ 1 ด้านการอธิบาย

1.1 จับคู่ภาพกับเงา

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถบอกลักษณะของภาพที่จับคู่กันได้จากการสังเกต
ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ

มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้
เป็นบางครั้ง

1 ด.ช.เกียรติคุณ โตทอง ✓

2 ด.ช.ณัฐนนท์ เพ็ชรัตน์ ✓

3 ด.ช.ธนากร ธรรมรูปา ✓
4 ด.ช.ธนภัทร ไฝ่เมตตา ✓

5 ด.ช.วีรวิชญ์ จันทร์ดี ✓

6 ด.ช.ศุภวัฒน คงมา ✓

7 ด.ช.สุมงคล นกพึ่ง ✓

8 ด.ช.อรรถสิทธิ์ ศรีพงษ์สุทธิ์ ✓

9 ด.ช.อาทิตย์ แจ่มดวง ✓

10 ด.ช.จอมเดช แซ่ซ่ง ✓
11 ด.ช.กิตติวัฒนา พงษ์สนาม ✓

12 ด.ช.ธาราดล พันธ์ชนะ ✓
13 ด.ช.ปภังกร พิมลนอก ✓

14 ด.ญ.กนกพัชร น่าชม ✓

15 ด.ญ.จันทนิภา อินทรสิงห์ ✓

16 ด.ญ.ชวิศา จันทร์ตระกูล ✓
17 ด.ญ.ณัฐณิชา นิภา ✓

18 ด.ญ.ปริชญา คำยนต์ ✓

19 ด.ญ.ดวงจันทรา นาคจินดา ✓
20 ด.ญ.พราวพิลาส กุลพญา ✓

21 ด.ญ.มนพัทธ์ พาชีเชาว์ ✓

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถบอกลักษณะของภาพที่จับคู่กันได้จากการสังเกต

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ
มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้

เป็นบางครั้ง

22 ด.ญ.โยษิตา เทศขวัญ ✓
23 ด.ญ.วิมลทิพย์ ภูคำ ✓

24 ด.ญ.ศุภัชญา สุขสถาพร ✓

25 ด.ญ.ศุภาพิชญ์ นาคประพันธ์ ✓
26 ด.ญ.สิตามินทร์ ศรีสังวาลย์ ✓

27 ด.ญ.อรณิชา กะฐินเทศ ✓

28 ด.ญ.ดีพร้อม แสนสวาท ✓
29 ด.ญ.สิฤทัย ไกรมิตร ✓

รวม 26 3

แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง

การสังเกตครั้งที่ 2 วันที่ 9 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2564 เวลา 09.30 น. – 10.00 น.

คำชี้แจง ให้ขีดเครื่องหมายในช่อง ✓ ในช่อง มีหรือไม่มี และบันทึกรายละเอียดพฤติกรรมของเด็ก
ตอนที่ 1 ด้านการอธิบาย

1.2 จับคู่ภาพชิ้นส่วนที่หายไป

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถบอกลักษณะของภาพที่จับคู่กันได้จากการสังเกต
ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ

มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้
เป็นบางครั้ง

1 ด.ช.เกียรติคุณ โตทอง ✓

2 ด.ช.ณัฐนนท์ เพ็ชรัตน์ ✓

3 ด.ช.ธนากร ธรรมรูปา ✓
4 ด.ช.ธนภัทร ไฝ่เมตตา ✓

5 ด.ช.วีรวิชญ์ จันทร์ดี ✓

6 ด.ช.ศุภวัฒน คงมา ✓

7 ด.ช.สุมงคล นกพึ่ง ✓

8 ด.ช.อรรถสิทธิ์ ศรีพงษ์สุทธิ์ ✓

9 ด.ช.อาทิตย์ แจ่มดวง ✓

10 ด.ช.จอมเดช แซ่ซ่ง ✓
11 ด.ช.กิตติวัฒนา พงษ์สนาม ✓

12 ด.ช.ธาราดล พันธ์ชนะ ✓
13 ด.ช.ปภังกร พิมลนอก ✓

14 ด.ญ.กนกพัชร น่าชม ✓

15 ด.ญ.จันทนิภา อินทรสิงห์ ✓

16 ด.ญ.ชวิศา จันทร์ตระกูล ✓
17 ด.ญ.ณัฐณิชา นิภา ✓

18 ด.ญ.ปริชญา คำยนต์ ✓

19 ด.ญ.ดวงจันทรา นาคจินดา ✓
20 ด.ญ.พราวพิลาส กุลพญา ✓

21 ด.ญ.มนพัทธ์ พาชีเชาว์ ✓

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถบอกลักษณะของภาพที่จับคู่กันได้จากการสังเกต

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ
มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้

เป็นบางครั้ง

22 ด.ญ.โยษิตา เทศขวัญ ✓
23 ด.ญ.วิมลทิพย์ ภูคำ ✓

24 ด.ญ.ศุภัชญา สุขสถาพร ✓

25 ด.ญ.ศุภาพิชญ์ นาคประพันธ์ ✓
26 ด.ญ.สิตามินทร์ ศรีสังวาลย์ ✓

27 ด.ญ.อรณิชา กะฐินเทศ ✓

28 ด.ญ.ดีพร้อม แสนสวาท ✓
29 ด.ญ.สิฤทัย ไกรมิตร ✓

รวม 27 2

แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง

การสังเกตครั้งที่ 3 วันที่ 13 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2564 เวลา 09.30 น. – 10.00 น.
คำชี้แจง ให้ขีดเครื่องหมายในช่อง ✓ ในช่อง มีหรือไม่มี และบันทึกรายละเอียดพฤติกรรมของเด็ก

ตอนที่ 2 ด้านการจับคู่

2.1 จับคู่ความสัมพันธ์
ที่ ชื่อ - สกุล สามารถจับคู่ภาพความสัมพันธ์ได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ

มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้
เป็นบางครั้ง

1 ด.ช.เกียรติคุณ โตทอง ✓

2 ด.ช.ณัฐนนท์ เพ็ชรัตน์ ✓
3 ด.ช.ธนากร ธรรมรูปา ✓

4 ด.ช.ธนภัทร ไฝ่เมตตา ✓

5 ด.ช.วีรวิชญ์ จันทร์ดี ✓
6 ด.ช.ศุภวัฒน คงมา ✓

7 ด.ช.สุมงคล นกพึ่ง ✓

8 ด.ช.อรรถสิทธิ์ ศรีพงษ์สุทธิ์ ✓
9 ด.ช.อาทิตย์ แจ่มดวง ✓

10 ด.ช.จอมเดช แซ่ซ่ง ✓

11 ด.ช.กิตติวัฒนา พงษ์สนาม ✓

12 ด.ช.ธาราดล พันธ์ชนะ ✓
13 ด.ช.ปภังกร พิมลนอก ✓

14 ด.ญ.กนกพัชร น่าชม ✓

15 ด.ญ.จันทนิภา อินทรสิงห์ ✓
16 ด.ญ.ชวิศา จันทร์ตระกูล ✓

17 ด.ญ.ณัฐณิชา นิภา ✓

18 ด.ญ.ปริชญา คำยนต์ ✓

19 ด.ญ.ดวงจันทรา นาคจินดา ✓
20 ด.ญ.พราวพิลาส กุลพญา ✓
21 ด.ญ.มนพัทธ์ พาชีเชาว์ ✓

22 ด.ญ.โยษิตา เทศขวัญ ✓

23 ด.ญ.วิมลทิพย์ ภูคำ ✓

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถจับคู่ภาพความสัมพันธ์ได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ
มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้

เป็นบางครั้ง

24 ด.ญ.ศุภัชญา สุขสถาพร ✓
25 ด.ญ.ศุภาพิชญ์ นาคประพันธ์ ✓

26 ด.ญ.สิตามินทร์ ศรีสังวาลย์ ✓

27 ด.ญ.อรณิชา กะฐินเทศ ✓
28 ด.ญ.ดีพร้อม แสนสวาท ✓

29 ด.ญ.สิฤทัย ไกรมิตร ✓

รวม 26 3

แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง

การสังเกตครั้งที่ 4 วันที่ 16 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2564 เวลา 09.30 น. – 10.00 น.
คำชี้แจง ให้ขีดเครื่องหมายในช่อง ✓ ในช่อง มีหรือไม่มี และบันทึกรายละเอียดพฤติกรรมของเด็ก

ตอนที่ 2 ด้านการจับคู่

2.2 จับคู่ความสัมพันธ์
ที่ ชื่อ - สกุล สามารถจับคู่ภาพความสัมพันธ์ได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ

มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้
เป็นบางครั้ง

1 ด.ช.เกียรติคุณ โตทอง ✓

2 ด.ช.ณัฐนนท์ เพ็ชรัตน์ ✓
3 ด.ช.ธนากร ธรรมรูปา ✓

4 ด.ช.ธนภัทร ไฝ่เมตตา ✓

5 ด.ช.วีรวิชญ์ จันทร์ดี ✓
6 ด.ช.ศุภวัฒน คงมา ✓

7 ด.ช.สุมงคล นกพึ่ง ✓

8 ด.ช.อรรถสิทธิ์ ศรีพงษ์สุทธิ์ ✓
9 ด.ช.อาทิตย์ แจ่มดวง ✓

10 ด.ช.จอมเดช แซ่ซ่ง ✓

11 ด.ช.กิตติวัฒนา พงษ์สนาม ✓

12 ด.ช.ธาราดล พันธ์ชนะ ✓
13 ด.ช.ปภังกร พิมลนอก ✓

14 ด.ญ.กนกพัชร น่าชม ✓

15 ด.ญ.จันทนิภา อินทรสิงห์ ✓
16 ด.ญ.ชวิศา จันทร์ตระกูล ✓

17 ด.ญ.ณัฐณิชา นิภา ✓

18 ด.ญ.ปริชญา คำยนต์ ✓

19 ด.ญ.ดวงจันทรา นาคจินดา ✓
20 ด.ญ.พราวพิลาส กุลพญา ✓
21 ด.ญ.มนพัทธ์ พาชีเชาว์ ✓

22 ด.ญ.โยษิตา เทศขวัญ ✓

23 ด.ญ.วิมลทิพย์ ภูคำ ✓

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถจับคู่ภาพความสัมพันธ์ได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ
มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้

เป็นบางครั้ง

24 ด.ญ.ศุภัชญา สุขสถาพร ✓
25 ด.ญ.ศุภาพิชญ์ นาคประพันธ์ ✓

26 ด.ญ.สิตามินทร์ ศรีสังวาลย์ ✓

27 ด.ญ.อรณิชา กะฐินเทศ ✓
28 ด.ญ.ดีพร้อม แสนสวาท ✓

29 ด.ญ.สิฤทัย ไกรมิตร ✓

รวม 26 3

แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง
การสังเกตครั้งที่ 5 วันที่ 20 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2564 เวลา 09.30 น. – 10.00 น.

คำชี้แจง ให้ขีดเครื่องหมายในช่อง ✓ ในช่อง มีหรือไม่มี และบันทึกรายละเอียดพฤติกรรมของเด็ก

ตอนที่ 3 ด้านการจำแนก
3.1 จัดกลุ่มของเล่นของใช้

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถจัดกลุ่มของเล่นและของใช้ได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ
มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้

เป็นบางครั้ง

1 ด.ช.เกียรติคุณ โตทอง ✓
2 ด.ช.ณัฐนนท์ เพ็ชรัตน์ ✓

3 ด.ช.ธนากร ธรรมรูปา ✓

4 ด.ช.ธนภัทร ไฝ่เมตตา ✓
5 ด.ช.วีรวิชญ์ จันทร์ดี ✓

6 ด.ช.ศุภวัฒน คงมา ✓

7 ด.ช.สุมงคล นกพึ่ง ✓
8 ด.ช.อรรถสิทธิ์ ศรีพงษ์สุทธิ์ ✓

9 ด.ช.อาทิตย์ แจ่มดวง ✓

10 ด.ช.จอมเดช แซ่ซ่ง ✓

11 ด.ช.กิตติวัฒนา พงษ์สนาม ✓
12 ด.ช.ธาราดล พันธ์ชนะ ✓

13 ด.ช.ปภังกร พิมลนอก ✓

14 ด.ญ.กนกพัชร น่าชม ✓
15 ด.ญ.จันทนิภา อินทรสิงห์ ✓

16 ด.ญ.ชวิศา จันทร์ตระกูล ✓

17 ด.ญ.ณัฐณิชา นิภา ✓
18 ด.ญ.ปริชญา คำยนต์ ✓

19 ด.ญ.ดวงจันทรา นาคจินดา ✓

20 ด.ญ.พราวพิลาส กุลพญา ✓
21 ด.ญ.มนพัทธ์ พาชีเชาว์ ✓

22 ด.ญ.โยษิตา เทศขวัญ ✓

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถจัดกลุ่มของเล่นและของใช้ได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ
มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้

เป็นบางครั้ง

23 ด.ญ.วิมลทิพย์ ภูคำ ✓
24 ด.ญ.ศุภัชญา สุขสถาพร ✓

25 ด.ญ.ศุภาพิชญ์ นาคประพันธ์ ✓

26 ด.ญ.สิตามินทร์ ศรีสังวาลย์ ✓
27 ด.ญ.อรณิชา กะฐินเทศ ✓

28 ด.ญ.ดีพร้อม แสนสวาท ✓

29 ด.ญ.สิฤทัย ไกรมิตร ✓
รวม 27 2

แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง

การสังเกตครั้งที่ 6 วันที่ 23 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2564 เวลา 09.30 น. – 10.00 น.
คำชี้แจง ให้ขีดเครื่องหมายในช่อง ✓ ในช่อง มีหรือไม่มี และบันทึกรายละเอียดพฤติกรรมของเด็ก

ตอนที่ 3 ด้านการจำแนก

3.2 หาคำที่ขึ้นต้นด้วย ข.ไข่
ที่ ชื่อ - สกุล สามารถหาคำที่ขึ้นต้นด้วย ข.ไข่ได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ

มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้
เป็นบางครั้ง

1 ด.ช.เกียรติคุณ โตทอง ✓

2 ด.ช.ณัฐนนท์ เพ็ชรัตน์ ✓
3 ด.ช.ธนากร ธรรมรูปา ✓

4 ด.ช.ธนภัทร ไฝ่เมตตา ✓

5 ด.ช.วีรวิชญ์ จันทร์ดี ✓
6 ด.ช.ศุภวัฒน คงมา ✓

7 ด.ช.สุมงคล นกพึ่ง ✓

8 ด.ช.อรรถสิทธิ์ ศรีพงษ์สุทธิ์ ✓
9 ด.ช.อาทิตย์ แจ่มดวง ✓

10 ด.ช.จอมเดช แซ่ซ่ง ✓

11 ด.ช.กิตติวัฒนา พงษ์สนาม ✓

12 ด.ช.ธาราดล พันธ์ชนะ ✓
13 ด.ช.ปภังกร พิมลนอก ✓

14 ด.ญ.กนกพัชร น่าชม ✓

15 ด.ญ.จันทนิภา อินทรสิงห์ ✓
16 ด.ญ.ชวิศา จันทร์ตระกูล ✓

17 ด.ญ.ณัฐณิชา นิภา ✓

18 ด.ญ.ปริชญา คำยนต์ ✓

19 ด.ญ.ดวงจันทรา นาคจินดา ✓
20 ด.ญ.พราวพิลาส กุลพญา ✓
21 ด.ญ.มนพัทธ์ พาชีเชาว์ ✓

22 ด.ญ.โยษิตา เทศขวัญ ✓

23 ด.ญ.วิมลทิพย์ ภูคำ ✓

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถหาคำที่ขึ้นต้นด้วย ข.ไข่ได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ
มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้

เป็นบางครั้ง

24 ด.ญ.ศุภัชญา สุขสถาพร ✓
25 ด.ญ.ศุภาพิชญ์ นาคประพันธ์ ✓

26 ด.ญ.สิตามินทร์ ศรีสังวาลย์ ✓

27 ด.ญ.อรณิชา กะฐินเทศ ✓
28 ด.ญ.ดีพร้อม แสนสวาท ✓

29 ด.ญ.สิฤทัย ไกรมิตร ✓

รวม 26 3

แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง

การสังเกตครั้งที่ 7 วันที่ 27 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2564 เวลา 09.30 น. – 10.00 น.
คำชี้แจง ให้ขีดเครื่องหมายในช่อง ✓ ในช่อง มีหรือไม่มี และบันทึกรายละเอียดพฤติกรรมของเด็ก

ตอนที่ 4 ด้านการเรียงลำดับ

4.1 ต่อเติมภาพชิ้นส่วนที่หายไป
ที่ ชื่อ - สกุล สามารถต่อเติมภาพชิ้นส่วนที่หายไปได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ

มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้
เป็นบางครั้ง

1 ด.ช.เกียรติคุณ โตทอง ✓

2 ด.ช.ณัฐนนท์ เพ็ชรัตน์ ✓
3 ด.ช.ธนากร ธรรมรูปา ✓

4 ด.ช.ธนภัทร ไฝ่เมตตา ✓

5 ด.ช.วีรวิชญ์ จันทร์ดี ✓
6 ด.ช.ศุภวัฒน คงมา ✓

7 ด.ช.สุมงคล นกพึ่ง ✓

8 ด.ช.อรรถสิทธิ์ ศรีพงษ์สุทธิ์ ✓
9 ด.ช.อาทิตย์ แจ่มดวง ✓

10 ด.ช.จอมเดช แซ่ซ่ง ✓

11 ด.ช.กิตติวัฒนา พงษ์สนาม ✓

12 ด.ช.ธาราดล พันธ์ชนะ ✓
13 ด.ช.ปภังกร พิมลนอก ✓

14 ด.ญ.กนกพัชร น่าชม ✓

15 ด.ญ.จันทนิภา อินทรสิงห์ ✓
16 ด.ญ.ชวิศา จันทร์ตระกูล ✓

17 ด.ญ.ณัฐณิชา นิภา ✓

18 ด.ญ.ปริชญา คำยนต์ ✓

19 ด.ญ.ดวงจันทรา นาคจินดา ✓
20 ด.ญ.พราวพิลาส กุลพญา ✓
21 ด.ญ.มนพัทธ์ พาชีเชาว์ ✓

22 ด.ญ.โยษิตา เทศขวัญ ✓

23 ด.ญ.วิมลทิพย์ ภูคำ ✓

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถต่อเติมภาพชิ้นส่วนที่หายไปได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ
มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้

เป็นบางครั้ง

24 ด.ญ.ศุภัชญา สุขสถาพร ✓
25 ด.ญ.ศุภาพิชญ์ นาคประพันธ์ ✓

26 ด.ญ.สิตามินทร์ ศรีสังวาลย์ ✓

27 ด.ญ.อรณิชา กะฐินเทศ ✓
28 ด.ญ.ดีพร้อม แสนสวาท ✓

29 ด.ญ.สิฤทัย ไกรมิตร ✓

รวม 29

แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถในการคิดรวบยอดของเด็กปฐมวัยสำหรับผู้ปกครอง

การสังเกตครั้งที่ 8 วันที่ 30 เดือน กรกฎาคม พ.ศ.2564 เวลา 09.30 น. – 10.00 น.
คำชี้แจง ให้ขีดเครื่องหมายในช่อง ✓ ในช่อง มีหรือไม่มี และบันทึกรายละเอียดพฤติกรรมของเด็ก

ตอนที่ 4 ด้านการเรียงลำดับ

4.2 การเรียงลำดับภาพเหตุการณ์ 5 ลำดับ
ที่ ชื่อ - สกุล สามารถการเรียงลำดับภาพเหตุการณ์ 5 ลำดับได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ

มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้
เป็นบางครั้ง

1 ด.ช.เกียรติคุณ โตทอง ✓

2 ด.ช.ณัฐนนท์ เพ็ชรัตน์ ✓
3 ด.ช.ธนากร ธรรมรูปา ✓

4 ด.ช.ธนภัทร ไฝ่เมตตา ✓

5 ด.ช.วีรวิชญ์ จันทร์ดี ✓
6 ด.ช.ศุภวัฒน คงมา ✓

7 ด.ช.สุมงคล นกพึ่ง ✓

8 ด.ช.อรรถสิทธิ์ ศรีพงษ์สุทธิ์ ✓
9 ด.ช.อาทิตย์ แจ่มดวง ✓

10 ด.ช.จอมเดช แซ่ซ่ง ✓

11 ด.ช.กิตติวัฒนา พงษ์สนาม ✓

12 ด.ช.ธาราดล พันธ์ชนะ ✓
13 ด.ช.ปภังกร พิมลนอก ✓

14 ด.ญ.กนกพัชร น่าชม ✓

15 ด.ญ.จันทนิภา อินทรสิงห์ ✓
16 ด.ญ.ชวิศา จันทร์ตระกูล ✓

17 ด.ญ.ณัฐณิชา นิภา ✓

18 ด.ญ.ปริชญา คำยนต์ ✓

19 ด.ญ.ดวงจันทรา นาคจินดา ✓
20 ด.ญ.พราวพิลาส กุลพญา ✓
21 ด.ญ.มนพัทธ์ พาชีเชาว์ ✓

22 ด.ญ.โยษิตา เทศขวัญ ✓

23 ด.ญ.วิมลทิพย์ ภูคำ ✓

ที่ ชื่อ - สกุล สามารถการเรียงลำดับภาพเหตุการณ์ 5 ลำดับได้

ทำได้ด้วยตนเอง ทำได้ด้วยตนเองโดย ไม่สามารถทำ
มีผู้ปกครองแนะนำ กิจกรรมได้

เป็นบางครั้ง

24 ด.ญ.ศุภัชญา สุขสถาพร ✓
25 ด.ญ.ศุภาพิชญ์ นาคประพันธ์ ✓

26 ด.ญ.สิตามินทร์ ศรีสังวาลย์ ✓

27 ด.ญ.อรณิชา กะฐินเทศ ✓
28 ด.ญ.ดีพร้อม แสนสวาท ✓

29 ด.ญ.สิฤทัย ไกรมิตร ✓

รวม 26 3


Click to View FlipBook Version