The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติวิทูรชาดก ม207 เลขที่ 5 9 11 23

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pooms279zx, 2021-03-05 23:02:19

ประวัติวิทูรชาดก ม207 เลขที่ 5 9 11 23

ประวัติวิทูรชาดก ม207 เลขที่ 5 9 11 23

ประวตั ทิ ศชาตชิ าดก
กลุม่ สาระการเรยนรู้ภาษาไทย

ระดบั ชันมธั ยมศึกษาปที 2

เรองวทรู ชาดก

ตวั ละครภายในเรอง
เนือเรอง
ข้อคิดทีได้

คํานํา

รายงานฉบับนจี ะดทําขึนเพอื ประกอบการเรยนวชา
ภาษาไทยโดยมีตดุ ประสงค์เพอื ใหผ้ จู้ ัดทาํ ไดฝ้ กการ
ศึกษาคน้ ควา้ และนําสิงทีได้ศกึ ษาตน้ ควา้ มาสร้างเปน
ชินงานเก็บไวเ้ ปนประโยชน์ต่อการเรยนและการสอน
ของตนเองและครูตอ่ ไปทังนี เนือหาไดร้ วบรวมมาจาก
หนังสือแบบเรยนวรรณคดแี ละจากอนิ เตอร์เน็ตขอ
ขอบพระคณุ ครูนจุ รนทร์อยา่ งสงู ทีกรุณาตรวจ ให้คาํ
แนะนําเพอื แกไ้ ขให้ขอ้ เสนอแนะตลอดการทํางาน ผจู้ ัด
ทําหวงั วา่ รายงานฉบับนีคงมปี ระโยชนต์ ่อผทู้ ีนําไปใช้ให้

เกิดผลตามความคาดหวงั

สารบัญ

ตวั ละคร เนอื เรอง
ภายในเรอง
3
1

ข้อคิดทไี ด้ ผู้จดั ทํา บรรณานกุ รม

18 20 24

1
ตวั ละครภายในเรอื ง

2

ตัวละครเรองวทูรชาดก

1.พระเจา้ ธนญชัยโกรพ
2.ฤาษี ๔ องค์
3.พระอนิ ทร์
4.พญานาค
5.พญาครุฑ
6.โกรพกมุ าร
7.วมาลามเหสี
8.เจ้าวธูร
9.อริ ันทตี
10.ทา้ วกุเวร
11.ทา้ วเวสสุวณั
12.พระเจา้ โกสพ

3
เนอื เรอื ง

เนือเรืองวทิ รู ชาดก 4

ในเมืองอินทปตต์ แควน้ กุรุ พระราชาทรง พระนามวา่
ธนัญชัย ทรงมีนกั ปราชญป์ ระจาํ ราชสาํ นักชือวา่ วธรุ
วธุรเปนผู้มีวาจาฉลาด หลกั แหลม เมอื จะกล่าวถอ้ ยคํา
สิงใด กส็ ามารถ ทาํ ให้ผู้ฟงเกดิ ความเลอื มใสครัทธรา
และ ชืนชมยินดีในถอ้ ยคาํ นนั ในครังนนั มีพราหมณอ์ ยู่
4 คน เคยเปนเพอื น สนทิ กนั มาแตเ่ กา่ กอ่ น ตอ่ มา
พราหมณ์ทงั สี ได้ออกบวช เปนฤษบี าํ เพญ็ พรตอยใู่ นปา
หิมพานต์ และบางครังกเ็ ข้ามาสงั สอนธรรม แกผ่ คู้ นใน
เมืองบา้ ง ครังหนึงมี เศรษฐี 4 คน ไดอ้ ญั เชิญฤาษีทงั สี
ไปทีบา้ นของตน เมอื ฤาษบี รโภคอาหารแล้ว ได้เล่าให้
เศรษฐฟี งถงึ สมบตั ิในเมอื งตา่ งๆทีตนได้เคยไปเยือนมา
ฤาษอี งคห์ นงึ เล่าถงึ สมบตั ขิ องพระอินทร์ องคท์ สี องเลา่
ถงึ สมบัตขิ องพญานาค องคท์ สี าม เลา่ ถึงสมบตั ิพญา
ครุฑ และองคส์ ุดทา้ ยเล่าถงึ สมบตั ขิ องพระราชาธนญั
ชัย แห่งเมอื งอนิ ทปตต์ เศรษฐีทังสไี ดฟ้ งคาํ พรรณนา ก็
เกิดความ เลอื มใสอยากจะไดส้ มบตั ิเช่นนนั บา้ ง ตา่ งก็
พยายามบาํ เพ็ญบญุ ให้ทาน รักษาศีลอธษิ ฐาน ขอให้ได้
ไปเกดิ เปนเจา้ ขอสมบัติทีต้องการ ด้วยอํานาจแห่งบญุ

เนือเรอื งวทิ รู ชาดก 5
(ตอ่ เนือเรือง)

ทาน และศีล เมือสิน อายแุ ล้ว เศรษฐที ังสีก็ไดไ้ ปเกดิ ใน
ทีทีตัง ความปรารถนาไว้ คอื คนหนึงไปเกดิ เปน ทา้ ว
สักกะเทวราช คนทสี องไปเกดิ เปน พญานาคชือวา่ ทา้ ว
วรุณ คนทสี ามไปเกิดเปน พญาครุฑ และคนทสี ไี ปเกิด
เปนโอรสพระเจา้ ธนญั ชัย ครันเมอื พระราชาธนัญชยั
สวรรคตแล้ว ก็ได้ครอง ราชสมบัตใิ นเมอื งอินทปตตต์ ่อ
มา ทังท้าวสกั กะ พญานาค วรุณ พญาครุฑ และ พระ
ราชา ลว้ นมจี ิตใจ ปรารถนาจะรักษาศีล บาํ เพ็ญธรรม
ต่างก็ได้แสวงหาโอกาสทจี ะรักษา ศีลอโุ บสถและบําเพญ็
บญุ ใหท้ าน อยเู่ ปนนติ ย์ วนั หนึงบคุ คลทังสีเผอิญได้มา
พบกนั ทีสระ โบกขรณี ด้วยอาํ นาจแห่งความผูกพนั ทมี ี
มาตงั แต่ครังยังเกิด เปนเศรษฐีสีสหาย ทงั สี คนจึงได้
ทักทายปราศรัยกนั ด้วยไมตร ขณะกาํ ลงั สนทนากไ็ ดเ้ กิด
ถกเถียงกนั ขนึ วา่ ศลี ของใครประเสรฐทีสุด ท้าวสักกะ
กล่าววา่ พระองคท์ รงละทิงสมบัติทพิ ยใ์ นดาวดึงส์ มา
บาํ เพ็ญ พรตอยใู่ นมนษุ ย์โลก ศีลของพระองค์ จึงบร
สทุ ธกิ วา่ ผอู้ นื ฝายพญานาควรุณกลา่ ววา่ ธรรมดาครุฑ
นัน เปนศตั รูตัวร้ายของนาค

เนอื เรืองวิทรู ชาดก 6
(ต่อเนือเรือง)

เมอื ตนได้พบกบั พญาครุฑ กลับสามารถ อดกลนั ความ
โกรธเคืองได้ จงึ นบั วา่ ศลี ของ ตนบรสุทธกิ วา่ ผูอ้ ืน
พญาครุฑกลา่ วแย้งวา่ ธรรมดานาคเปนอาหารของครุฑ
ตนได้พบ นาคแต่ สามารถอดกลนั ความอยากใน อาหาร
ได้ นบั วา่ ศีลของตนประเสรฐทีสุด ส่วนพระราชาทรง
กลา่ ววา่ พระองคไ์ ดท้ รงละ พระราชวงั อนั เปนสถานที
สําราญ พรังพร้อม ด้วยเหล่านารทีเฝาปรนนิบตั ิ มา
บาํ เพญ็ ธรรมแตล่ าํ พังเพือประสงคค์ วามสงบ ดังนันจึง
ควร นับวา่ ศลี ของพระองค์ บรสุทธิทสี ดุ ทังสถี กเถยี ง
กนั เปนเวลานาน แตก่ ไ็ มส่ ามารถ ตกลงกนั ได้ จึงชวนกนั
ไปหาวธุรบณั ฑติ เพอื ให้ ช่วยตดั สิน วธรุ บัณฑติ จงึ ถาม
วา่ "เรองราวเปน มาอย่างไรกนั ขา้ พเจา้ ไม่อาจตดั สิน
ไดห้ ากไม่ ทราบเหตุอนั เปนต้น เรองของปญหาอยา่ ง
ละเอยี ด ชดั เจนเสียกอ่ น" แล้วทงั สกี เ็ ล่าถึงเรองราว

เนอื เรืองวทิ ูรชาดก 7
(ตอ่ เนอื เรอื ง)

ทังหมด วธรุ บณั ฑิตฟงแลว้ ก็ตดั สนิ วา่ "คณุ ธรรมทังสี
ประการนนั ล้วนเปนคณุ ธรรมอนั เลศิ ทังสนิ ต่างอดุ หนุน
เชดิ ชูซงึ กันและกัน ไมม่ ีธรรมข้อไหน ตําตอ้ ยกวา่ กนั
หรอเลศิ กวา่ กัน บุคคลใดตังมนั อยใู่ นคณุ ธรรมทงั สีนี
ถือไดว้ า่ เปนสนั ติชนในโลก" ทงั สเี มอื ได้สดับคาํ ตดั สนิ
นัน กม็ ีความชืนชม ยินดีในปญญาของวธุรบัณฑติ ที
สามารถแก้ ปญหาทเี กดิ ขนึ ได้อย่างมเี หตุมผี ล ต่างคน
ตา่ งก็ไดบ้ ชู าความสามารถของวธุรบณั ฑติ ด้วยของมี
คา่ ทีเปนสมบัติของตน เมอื พญานาควรุณกลับมาถึง
เมืองนาคพิภพ พระนางวมลา มเหสไี ดท้ ลู ถามขนึ วา่
"แก้ว มณที พี ระศอของ พระองค์หายไปไหนเพคะ"
พญานาควรุณตอบวา่ "เราได้ถอดแก้วมณี ออกใหก้ ับ
วธรุ บณั ฑติ ผมู้ สี ติ ปญญาเฉยี บ แหลมมวี าจาอนั
ประกอบด้วยธรรมไพเราะ จับใจเราเปนอยา่ งยงิ และ
ไม่ใช่แตเ่ ราเทา่ นัน ทีได้ใหข้ องอนั มีค่ายงิ แก่วธรุ บณั ฑติ
ทงั ทา้ ว สกั กะเทวราช พญาครุฑ และพระราชา ตา่ งก็
ได้มอบของมีคา่ สงู เพอื บชู าธรรมทีวธรุ บณั ฑติ แสดง
แกเ่ ราทงั หลาย"

เนือเรอื งวทิ รู ชาดก 8
(ต่อเนือเรอื ง)

พระนางวมลาทูลถามวา่ "ธรรมของวธรุ บณั ฑติ นัน
ไพเราะจบั ใจอยา่ งไร" พญานาค ทรงตอบวา่ "วธุ
รบณั ฑิตเปนผ้มู ีปญญา เฉยี บแหลม รู้หลกั คณุ ธรรมอนั
ลกึ ซึง และสามารถแสดงธรรมเหล่านนั ได้อยา่ ง ไพเราะ
จับใจ ทําใหผ้ ู้ฟงเกดิ ความชนื ชม ยนิ ดใี นสัจจะแหง่
ธรรมนนั " พระนางวมลาไดฟ้ งดังนันกเ็ กิดความปราถ
นา จะได้ฟงวธรุ บัณฑิตแสดงธรรมบา้ ง จึงทรงทาํ
อบุ ายวา่ เปนไข้ เมือพญานาควรุณทรงทราบก็ เสด็จไป
เยยี มตรัสถามวา่ พระนางปวยเปนโรค ใดทําอยา่ งไรจึง
จะหาย จากโรคได้ พระนางวมลา ทลู ตอบวา่ "หม่อมฉัน
ไม่สบายอยา่ งยิง ถา้ จะให้ หายจากอาการ ก็ขอได้โปรด
ประทานหวั ใจ วธุรบณั ฑิตใหห้ ม่อมฉันด้วยเถิด"
พญานาคได้ฟงกต็ กพระทัย ตรัสวา่ วธรุ บณั ฑิต เปน
ทรี ักใคร่ของผู้คนทังหลายยิงนัก คงจะไมม่ ี ผู้ใด
สามารถล่วงลําเข้าไปเอาหัวใจวธรุ บณั ฑติ มาได้ พระนาง
วมลาก็แสร้งทาํ เปนอาการปวย กาํ เรบหนกั ขึนอกี
พญานาควรุณก็ทรง กลดั กลมุ้ พระทัยอยา่ งยิง ฝายนาง
อรทันตี ธดิ าพญานาคเหน็ พระบิดา

เนอื เรืองวทิ ูรชาดก 9
(ต่อเนือเรือง)

วตกกงั วลจึงถามถึงเหตทุ ีเกดิ ขึน พญานาควรุณ กเ็ ลา่
ใหน้ าง ฟง นางอรทันตจี งึ ทูลวา่ นางประสงค์ จะชว่ ยให้
พระมารดาไดส้ ิงทีต้องการใหจ้ งได้ นางอรทนั ตจี งึ ปาว
ประกาศให้บรรดาคนธรรพ์ นาค ครุฑ มนษุ ย์ กินนร ทงั
ปวงไดท้ ราบวา่ หากผู้ใด สามารถนาํ หัวใจวธุรบัณฑิตมา
ให้ นางได้ นางจะยอมแตง่ งานดว้ ย ขณะนนั ปณุ ณก
ยักษ์ผ้เู ปนหลานของ ท้าวเวสุวณั มหาราชผ่านมา ได้เหน็
นางกน็ ึก รักอยากจะได้นางเปน ชายา จึงเขา้ ไปหา นาง
และบอกกบั นางวา่ "เราชือปณุ ณกยักษ์ ประสงคจ์ ะได้
นางมาเปนชายา จงบอกแก่ เราเถิดวา่ วธรุ บัณฑติ เปน
ใคร อยทู่ ีไหน เราจะ นาํ หวั ใจของเขามาให้นาง" เมอื
ปณุ ณกยกั ษ์ ไดท้ ราบวา่ วธรุ บัณฑติ เปน มหาราชครูใน
ราชสํานกั พระเจ้าธนัญชัยจงึ ดํารวา่ "หากเรา ตอ้ งการ
ตวั วธุรบณั ฑติ จะไปพามาง่ายๆ นัน คงไม่ได้ ทางทีดี
เราจะ ตอ้ งท้าพนันสกากับพระเจา้ ธนญั ชัยโดยเอาวธู
รบณั ฑติ เปนสงิ เดมิ พัน ดว้ ยวธนี เี ราคง จะเอาตวั วธุ
รบัณฑติ มาได้"

เนอื เรอื งวทิ รู ชาดก 10
(ตอ่ เนอื เรอื ง)

คดิ ดงั นนั แลว้ ปณุ ณกยกั ษก์ ไ็ ปสู่ราชสํานกั ของพระรา
ชาธนัญชัย และทลู พระราชาวา่ "ข้าพระองคม์ าทา้
พนันสกา หากพระองค์ชนะ ขา้ พเจ้า ข้าพเจ้าจะถวาย
แกว้ มณวี เศษอันเปน สมบตั สิ ําหรับพระจักรพรรดิ กับจะ
ถวายมา้ วเศษ คบู่ ญุ จักรพรรดิ" พระราชาธนญั ชยั ทรง
ปรารถนาจะได้แก้วมณี และม้าแก้วอันเปนของคูบ่ ุญ
จักรพรรดิ จงึ ตอบ ปณุ ณกยักษ์ วา่ พระองค์ยินดีจะเลน่
พนนั สกา ดว้ ยปณุ ณกยักษก์ ็ทลู ถามวา่ หากพระราชาแพ้
พนัน จะใหอ้ ะไรเปนเดมิ พนั พระราชากท็ รงตอบวา่
"ยกเวน้ ตวั เรา เศวตฉตั ร และมเหสีแลว้ เจา้ จะเอา อะไร
เปนเดิมพันเราก็ ยนิ ยอมทังสนิ " ปณุ ณกยกั ษ์ พอใจคาํ
ตอบ จงึ ตกลงเรมทอดสกาพนนั ปรากฏวา่ พระราชาทรง
ทอดสกาแพ้ ปณุ ณก ยักษ์จงึ ทวงทรัพยเ์ ดิมพนั โดยทลู
พระราชาวา่ "ขา้ พเจ้าไมป่ รารถนาทรัพยส์ มบตั ใิ ดๆ ทัง
สิน ขอแตว่ ธุรบณั ฑติ แตผ่ ู้เดยี วเปนรางวัลเดมิ พันสกา"

เนอื เรืองวิทรู ชาดก 11
(ตอ่ เนอื เรือง)

พระราชาตกพระทยั ตรัสกับปณุ ณกยกั ษ์วา่ "อันวธุ
รบัณฑติ นนั ก็เปรยบไดก้ ับตวั เราเอง เราบอกแลว้ วา่
ยกเวน้ ตัวเรา เศวตฉัตร และ มเหสีแล้ว เจา้ จะขออะไรก็
จะให้ทงั นัน" ปณุ ณกยักษ์ทลู วา่ "เราอย่ามาโต้เถยี ง
กันเลย ขอให้วธุรบัณฑติ เปนผู้ตัดสนิ ดีกวา่ " เมือ พระ
ราชาใหไ้ ปตามวธรุ บัณฑติ มา ปณุ ณก ยักษ์กถ็ ามวา่
"ทา่ นเปนทาสของพระราชา หรอวา่ ทา่ นเสมอกบั พระ
ราชา หรอสูงกวา่ พระราชา"
วธรุ บณั ฑติ ตอบวา่ "ขา้ พเจา้ เปนทาสของพระราชา พระ
ราชาตรัสสงิ ใด ข้าพเจา้ ก็ จะทาํ ตาม ถงึ แมว้ า่ พระองค์
จะ พระราชทานขา้ พเจา้ เปนคา่ พนนั ข้าพเจ้า กจ็ ะ
ยนิ ยอมโดยด"ี พระราชาไดท้ รงฟงวธรุ บณั ฑิตตอบดงั
นัน กเ็ สียพระทัยวา่ วธรุ บณั ฑิตไม่เห็นแก่ พระองคก์ ลบั
ไปเห็นแก่ ปณุ ณกยักษ์ ซงึ ไม่เคยได้พบกันมาก่อนเลย
วธุรบัณฑติ จงึ ทูลวา่ "ขา้ พระองคจ์ กั พูดในสงิ ทเี ปน
จรง สิงที เปนธรรมเสมอ ข้าพระองค์ จกั ไม่ หลีกเลียง
ความเปนจรงเปนอันขาด วาจา อนั ไพเราะนนั จะมีค่าก็
ต่อ เมือประกอบ ดว้ ยหลกั ธรรม"

เนอื เรอื งวิทรู ชาดก
(ตอ่ เนือเรือง)

พระราชาได้ฟงกท็ รงเข้าพระทยั แตก่ ม็ ี ความโทมนัสที
จะสญู เสยี วธุรบัณฑติ ไป จึงขออนญุ าตปณุ ณกยกั ษ์ ให้
วธุรบณั ฑติ ได้แสดงธรรมแกพ่ ระองค์เปนครังสดุ ท้าย
ปณุ ณกยกั ษ์กย็ นิ ยอม วธุรบัณฑิตจงึ ได้แสดง ธรรมของ
ผคู้ รองเรอนถวายแดพ่ ระราชา ครันเมืองแสดงธรรม
เสร็จแลว้ ปณุ ณกยักษ์ก็ สงั ใหว้ ธรุ บณั ฑติ ไปกบั ตน
เพราะพระราชา ไดย้ กใหเ้ ปนสิน พนันแกต่ นแล้ว
วธุรบัณฑิต จึงกล่าวแกป่ ณุ ณกยกั ษ์วา่ "ขอให้ขา้ พเจา้
มเี วลาสังสอนบุตรและภรรยาสกั สามวันกอ่ น ท่านก็ได้
เห็นแลว้ วา่ ข้าพเจ้าพูดแต่ความเปนจรง พูดโดยธรรม
มิได้เห็นแก่ผูใ้ ดหรอสงิ หนึง สงิ ใด ยงิ ไปกวา่ ธรรม ท่าน
ไดเ้ หน็ แลว้ วา่ ข้าพเจ้า มคี ุณ แก่ทา่ น ในการทที ลู ความ
เปนจรงแก่พระราชา ฉะนนั ขอใหท้ า่ นยินยอมตามความ
ประสงค์ ของข้าพเจา้ เถิด" ปณุ ณกยกั ษ์ได้ฟงดงั นนั ก็
เห็นจรงในถอ้ ยคํา ทีวธุรบณั ฑิตกล่าว จงึ ยนิ ยอมทจี ะพัก
อยเู่ ปน เวลาสามวนั เพอื ให้วธุรบัณฑิตมีเวลาสังสอน
บตุ รภรรยา วธุรบณั ฑิตจึงเรยกบุตรภรรยา มาเล่าให้
ทราบความทีเกดิ ขนึ

เนือเรอื งวทิ ูรชาดก 12
(ตอ่ เนอื เรือง)

แล้วจงึ สอนบุตร ธดิ าวา่ "เมอื พ่อไปจากราชสํานกั พระ
ราชา ธนัญชัยแลว้ พระองคอ์ าจจะทรงไต่ถามเจ้า ทงั
หลายวา่ พอ่ ได้เคยสงั สอนธรรมอันใดไวบ้ ้าง เมอื พวก
เจา้ กราบทลู พระองคไ์ ป หากเปนทีพอ พระทยั ก็ อาจจะ
ตรัสอนุญาตให้เจ้า นงั เสมอ พระราชอาสน์ เจา้ จงจดจํา
ไวว้ า่ ราชสกุลนนั จะมผี ใู้ ดเสมอมไิ ด้เปนอนั ขาด จงทูล
ปฏเิ สธ พระองค์ และนังอยู่ในทีอันควรแกฐ่ านะของตน"
จากนนั วธรุ บัณฑิตก็แสดงธรรมชอื วา่ ราชวสดธี รรมอนั
เปนธรรมสําหรับขา้ ราชการ จะพึงปฏิบัติ เพอื ใหเ้ กิด
ความเจรญกา้ วหนา้ ในหนา้ ทกี ารงานและเพอื เปนหลัก
สําหรับ ยดึ ถือในการปฏิบัตหิ นา้ ทีและการแก้ไข ปญหา
ทอี าจเกดิ ขนึ วธุรบัณฑติ กลา่ วในทสี ดุ วา่ "เปน
ข้าราชการต้องเปนผสู้ ุขมุ รอบคอบ ฉลาดในราชกจิ
สามารถจดั การต่างๆ ให้ดําเนินไปโดยเรยบร้อย รู้จกั
กาล รู้จกั สมยั วา่ ควรปฏิบตั อิ ยา่ งไร" เมอื ได้แสดงรา
ชวสดีธรรมแล้ว วธุรบณั ฑติ จงึ ได้ออกเดนิ ทางไปกบั
ปณุ ณกยักษ์ ในระหวา่ ง ทางปณุ ณยกั ษ์คดิ วา่ เรา
เอาแต่หวั ใจของวธรุ

เนอื เรืองวทิ ูรชาดก 13
(ต่อเนือเรือง)

บณั ฑิตไปคงจะสะดวกกวา่ พาไปทังตัว คดิ แลว้ ก็
พยายามจะ ฆา่ วธรุ บณั ฑิตดว้ ยวธตี ่างๆ แต่ กไ็ ม่เปนผล
ในทีสดุ วธุรบณั ฑิตจึงถามวา่ "ความจรงทา่ นเปนใคร
ท่านต้องการจะฆ่าขา้ พเจา้ ทาํ ไม" ปณุ ณกยกั ษจ์ ึงเลา่
ความเปนมาทังหมด วธุรบณั ฑิตหยังรู้ไดด้ ว้ ยปญญาวา่
ทีแท้นนั พระ นางวมลา ปราถนาจะได้ฟงธรรมอันเปนที
เลืองลือของตนเท่านัน จึงคิดวา่ ควรจะแสดง ธรรมแก่
ปณุ ณกยักษ์ เพือมใิ หห้ ลงผิด กระทํา การอันมิควร
กระทาํ ครันแลว้ วธุรบณั ฑติ จึงไดแ้ สดงธรรมชอื วา่ สาธุ
นรธรรม ธรรม ของคนดี แกป่ ณุ ณกยักษ์ มีใจความวา่
บุคคลทีมอี ปุ การคณุ ชือวา่ เปนเผาฝามอื อันชุ่มเสยี แลัว
ยังไดช้ ือวา่ เปนผู้ประทุษร้าย ตอ่ มิตรด้วย อนึง ไมค่ วร
ตกอยใู่ นอาํ นาจของ สตรทปี ระพฤตกิ ารอันไม่สมควร
ปณุ ณกยักษไ์ ดฟ้ งธรรม กร็ ู้สึกในความผดิ วา่ วธรุ บณั ฑิ
ตมีอปุ การคุณแกต่ น ไม่ควรจะกระทาํ ร้ายหรอแม้ แต่คิด
ร้ายตอ่ วธรุ บณั ฑติ ปณุ ณก ยักษจ์ ึงตดั สินใจวา่ จะพาวธุ
รบัณฑิตกลับ

เนอื เรอื งวทิ ูรชาดก 14
(ตอ่ เนอื เรอื ง)

ไปยงั อนิ ทปตต์ ตนเองจะไม่ตงั ความปรารถนา ในนาง
อรทันตีอกี ต่อไปแล้ว เมือวธรุ บัณฑิต ทราบถงึ การตัดสิน
ใจของปณุ ณกยักษจ์ งึ กล่าววา่ "นาํ ข้าพเจา้ ไปนาค
พิภพเถดิ ข้าพเจ้า ไม่เกรงกลวั อนั ตรายทีจะเกิดขึน
ขา้ พเจ้าไมเ่ คย ทาํ ความชัว ไวใ้ นทใี ด จึงไมเ่ คยรู้สึกกลัว
วา่ ความตายจะมาถงึ เมือไร" ปณุ ณกยกั ษจ์ ึงนาํ วธุ
รบณั ฑิตไปเฝา พญานาควรุณในนาคพภิ พ เมอื อยู่ตอ่
หน้า พญานาควรุณ วธรุ บณั ฑิต ทูลถามวา่ สมบัตใิ น
นาคพภิ พนี พญานาควรุณได้มา อย่างไร พญานาควรุณ
ตรัสตอบวา่ ไดม้ า ดว้ ยผลบุญ เมือครังทีได้บําเพ็ญ
ธรรม รักษาศีลและให้ทานในชาตกิ อ่ นทเี กดิ เปนเศรษฐี
วธรุ บณั ฑติ จึงทูลวา่ ถ้าเช่นนนั ก็แสดงวา่ พญานาควรุณ
ทรงตระหนักถึง กรรม และผลแห่งกรรมดี ขอใหท้ รง
ประกอบ กรรมดีตอ่ ไป แมว้ า่ ในเมืองนาคนีจะไมม่ สี มณ
ชีพราหมณ์ทพี ญานาคจะบาํ เพญ็ ทานได้ ก็ขอให้ทรงมี
เมตตาแก่บุคคล ทงั หลายใน เมืองนาคนี อยา่ ได้
ประทษุ ร้ายแก่ผู้ใดเลย หากกระทาํ ไดด้ ังนนั กจ็ ะไดเ้ สด็จ
ไปสเู่ ทวโลก ทีดยี ิงกวา่ นาคพภิ พนี

เนือเรืองวทิ ูรชาดก 15
(ต่อเนอื เรือง)

พญานาควรุณไดฟ้ งธรรมอันประกอบด้วย วาจาไพเราะ
ของวธุรบัณฑติ ก็มคี วามพอ พระทัยเปนอนั มาก และ
ตรัสใหพ้ าพระนางวมลา มาพบวธุรบณั ฑติ เมือพระนาง
ทอดพระเนตร เหน็ วธุรบัณฑิตก็ไดถ้ ามวา่ "ท่านตกอยู่ใน
อนั ตรายถงึ เพียงนี เหตุใดจึงไมม่ อี าการ เศร้าโศกหรอ
หวาดกลวั แต่อยา่ งใด" วธรุ บัณฑิตทลู ตอบวา่ "ขา้ พเจา้
ไมเ่ คยทําความ ชวั จงึ ไมก่ ลวั ความตาย ขา้ พเจ้ามหี ลกั
ธรรม และมปี ญญา เปนเครองประกอบตัว จงึ ไมห่ วัน
เกรงภัยใดๆ ทังสิน" พญานาควรุณและพระนางวมลา
พอพระทยั ในปญญาและความมนั คงในธรรมของวธู
รบัณฑติ พญานาควรุณจงึ ตรัสวา่ "ปญญานนั แหละคอื
หวั ใจ ของบัณฑิต หาใชห่ ัวใจทีเปนเลือดเนอื ไม"่ จาก
นันพญานาควรุณกไ็ ดย้ กนางอรทันตี ใหแ้ ก่ปณุ ณกยักษ์
ผ้ซู ึงมีดวงตาสวา่ งไสว ขึนดว้ ยธรรมของวธุร บัณฑติ
พน้ จากความหลง ในสตรคอื นางอรทนั ตี แล้วสงั ให้
ปณุ ณกยกั ษ์พา วธุรบัณฑิตไปส่งยังสาํ นักของ พระราชา
ธนัญชยั พระราชาทรงโสมนัสยินดีอยา่ งยงิ

เนือเรืองวทิ ูรชาดก 16
(ต่อเนอื เรือง)

พญานาควรุณไดฟ้ งธรรมอันประกอบด้วย วาจาไพเราะ
ของวธุรบัณฑติ ก็มคี วามพอ พระทัยเปนอนั มาก และ
ตรัสใหพ้ าพระนางวมลา มาพบวธุรบณั ฑติ เมือพระนาง
ทอดพระเนตร เหน็ วธุรบัณฑิตก็ไดถ้ ามวา่ "ท่านตกอย่ใู น
อนั ตรายถงึ เพียงนี เหตุใดจึงไมม่ อี าการ เศร้าโศกหรอ
หวาดกลวั แต่อยา่ งใด" วธรุ บัณฑิตทลู ตอบวา่ "ขา้ พเจา้
ไมเ่ คยทําความ ชวั จงึ ไมก่ ลวั ความตาย ขา้ พเจ้ามหี ลกั
ธรรม และมปี ญญา เปนเครองประกอบตัว จงึ ไมห่ วัน
เกรงภัยใดๆ ทังสิน" พญานาควรุณและพระนางวมลา
พอพระทยั ในปญญาและความมนั คงในธรรมของวธู
รบัณฑติ พญานาควรุณจงึ ตรัสวา่ "ปญญานนั แหละคอื
หวั ใจ ของบัณฑิต หาใชห่ ัวใจทีเปนเลือดเนอื ไม"่ จาก
นันพญานาควรุณกไ็ ดย้ กนางอรทันตี ใหแ้ ก่ปณุ ณกยกั ษ์
ผ้ซู ึงมีดวงตาสวา่ งไสว ขึนดว้ ยธรรมของวธุร บัณฑิต
พน้ จากความหลง ในสตรคอื นางอรทนั ตี แล้วสงั ให้
ปณุ ณกยกั ษ์พา วธุรบัณฑิตไปส่งยังสาํ นักของ พระราชา
ธนัญชยั พระราชาทรงโสมนัสยินดีอยา่ งยงิ

เนือเรืองวิทรู ชาดก 17
(ตอ่ เนอื เรือง)

ตรัสถาม วธรุ บณั ฑติ ถึงความเปนไปทังหลาย วธุ
รบณั ฑิต จงึ ทลู เลา่ เรองราวทังสนิ และกราบทูลในที
สุดทา้ ยวา่ " ธรรมเปนสงิ สงู สุด บคุ คลผมู้ ี ธรรมและ
ปญญายอ่ มไม่หวันเกรงภยนั ตราย ยอ่ มสามารถเอาชนะ
ภยันตรายทังปวงดว้ ย คณุ ธรรมและด้วยปญญาของ
ตน การแสดงธรรม แก่บคุ คล ทงั หลายนันคือการแสดง
ความจรง ใหป้ ระจักษด์ ้วยปญญา "

18
ขอ้ คดิ ทไี ด้

ขอ้ คิดทไี ด้ 19

- บาํ เพญ็ สัจจบารมีเหตุแหง่ ความพบิ ตั ิคือ
การพนัน และการมีเมตตาจติ ย่อมส่งผลให้
ไดร้ ับเมตตาจิตตอบด้วยในทีสดุ

-การพนนั นนั สง่ ผลใหเ้ กิดความพิบตั ิ การ
รักษาคาํ พดู ของตนกส็ าํ คญั และการมี
เมตตาตอ่ ผอู้ ืนกจ็ ะได้รับเมตตานันกลับคนื
มาเชน่ กนั

20
ผ้จู ัดทาํ

ผู้จดั ทาํ 21

นทีทัศน์ ไชยมงคล อรญชย์ ทงุ่ ศรแก้ว
เลขที 5 ม.2/7 เลขที 9 ม.2/7

ธนภัทร อิมสะอาด คณศิ ร จนั ทราภริ มย์
เลขที 11 ม.2/7 เลขที 23 ม.2/7

22

นาํ เสนอ

นาํ เสนอ 23

ครูนุจรนทร์ รัตนนุสรณ์

24
บรรณานุกรม

บรรณานกุ รม 25

http://www.learntripitaka.com/Cha
dok/Chadok09.html สืบคน้ วันที
4/3/2564

26
สนิ สุดเรอื ง วทิ รู ชาดก


Click to View FlipBook Version