ภาวะสมองเสื่อม ( DEMENTIA ) ภาคการศึกษาที่ 2 ปีกปีารศึกษา 2566 คณะพยาบาลศาสตร์แมคคอร์มิค มหาวิทยาลัยพายัพ ผลงานในรายวิชวิา SN.111
ภาวะสมองเสื่อม (DEMENTIA) จัดทำ โดย นางสาวธนพร ใจเหิม 6501210200 นางสาวธันยพร ใจเมือง 6501210262 นางสาวนภัสรพี อินทรองพล 6501210361 นางสาวธัญชนก เชยสวรรค์ 6501211191 นางสาวธารารัตน์ โปร่งจิต 6501211221 อาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์แมคคอร์มิคชั้นปีที่ปี ที่1 กลุ่มที่ 7 Sec C อาจารย์ Dr. กาญจนา ใจจ้อย
คำ นำ หนังสือออนไลน์ (E-book) ผู้จัดทำ จัดขึ้นเพื่อเป็นส่วน หนึ่งของวิชาพยาบาล111 พยาธิสรีรวิทยาทางการพยาบาล จัดทำ ขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับภาวะโรคสมอง เสื่อม เช่น สาเหตุของการเกิดโรค กลไกลในการเกิดโรค อาการและอาการแสดงของโรค การป้องกัน การรักษาและ การพยาบาลของโรค เป็นต้น เพื่อให้นักศึกษา และผู้ที่สนใจ ศึกษาค้นคว้ามีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม มากยิ่งขึ้น ผู้จัดทำ คาดหวังอย่างยิ่งหนังสือออนไลน์ (E-book) เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับภาวะสมอง เสื่อม หากมีข้อเสนอแนะและข้อแนะนำ คณะผู้จัดทำ ขอน้อมรับ คณะผู้จัดทำ ก
สารบัญ ข คำ นำ สารบัญ บทนำ สาเหตุภาวะสมองเสื่อม ผู้ที่มีความเสี่ยงและสถิติ อาการเเละอาการเเสดง การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม การรักษาภาวะสมองเสื่อม การป้องกันภาวะสมองเสื่อม การพยาบาลภาวะสมองเสื่อม บรรณานุกรม ก ข ค 1 8 11 16 19 26 31 หน้า
บทนำ ภาวะสมองเสื่อมเป็นสาเหตุการตายอันดับ 5 ของสาเหตุ การตายในกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป จากข้อมูลสถิติ ผู้สูงอายุของประเทศไทย ณ ปี พ.ศ.2563 พบว่ามีจำ นวนผู้สูงอายุ รวมทั้งสิ้น 11,627,130 คน คิดเป็นร้อยละ 17.57 ของประชากร ท้ังหมด จึงคาดการณ์ว่า ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมใน ประเทศไทยอาจมีจำ นวนสูงถึงกว่าล้านคน โดยพบในเพศหญิง มากกว่าเพศชาย นอกจากนี้ความชุกของภาวะสมองเสื่อมจะเพิ่ม ขึ้น ตามลำ ดับ ร้อยละ 7.10 ในช่วงอายุ 60-69 ปี ได้เพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 14.70 ในช่วงอายุ 70-79 ปี และเมื่อถึงอายุ 80 ปีขึ้นไป ความชุกของภาวะสมองเสื่อมก้าวกระโดดขึ้นไปมากกว่าเท่าตัว ถึงร้อยละ 32.50 ซึ่งเป็นปัญหาสำ คัญ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ของประชากรทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยทั้งด้านการสาธารณสุข การเมือง เศรษฐกิจและสังคม ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) สาเหตุจะจำ เเนกตามสาเหตุพยาธิสภาพ วิธีการรักษา การป้องกัน เเละจำ เเนกตามลักษณะทางคลินิก เป็นต้น ค
บทนำ การพยาบาลภาวะสมองเสื่อม จะมีการส่งเสริมสุขภาพหรือ ป้อป้งกันโรคที่ทำ ให้เกิดโรคภาวะสมองเสื่อม ส่งเสริมทุกคนให้ เกิดความตระหนักถึงความสำ คัญ ผลกระทบต่อภาวะสมอง เสื่อม และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลโดยมีการจัด บริการให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุในแต่ละชุมชน การรักษาภาวะ สมองเสื่อมสามารถรักษาโดยการใช้ยาเเละไม่ใช้ยา ในการ วินิจฉัยภาวะสมองเสื่อมเเพทย์จะทำ การทดสอบเเละประเมิน หลายชุด การป้อป้งกันของภาวะสมองเสื่อม คือ ลดปัจปัจัยที่ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อม อาการเเละการเเสดงของ ภาวะสมองเสื่อมจะเเบ่ง 3 ระยะ ขึ้นกับตำ แหน่งที่เกิดพยาธิ สภาพของโรค ความรุนแรงของโรค ชนิดของโรค หรือ ระดับการศึกษาของผู้ป่วป่ยเอง
สาเหตุ ภาวะสมองเสื่อม 1
สาเหตุของภาวะสมองเสื่อม 1. การจำ แนกตามสาเหตุ พยาธิสภาพ วิธีการรักษาและการป้องกัน 1.1 Primary Dementia พยาธิสภาพที่ทำ ให้เกิดภาวะสมองเสื่อมเกิดขึ้น จากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาท ที่ผ่านมาโรคในกลุ่มนี้มักไม่ทราบ สาเหตุ จึงไม่สามารถที่จะทำ การรักษาให้หายขาดหรือป้องกันได้ จึงเรียกกลุ่มอาการสมองเสื่อมกลุ่มนี้ว่า ภาวะสมองเสื่อมชนิดที่ไม่ สามารถรักษาให้หายขาดได้ (Non – Treatable Dementia) พบมากประมาณร้อยละ 60 – 70 ของกลุ่มอาการสมองเสื่อมทั้งหมด โรคที่ทำ ให้เกิดหรือเป็นสาเหตุของกลุ่มอาการสมองเสื่อม ได้แก่ Dementia of Alzheimers Type (Alzheimer’s disease) ทั้งชนิด Presenile Dementia และ Senile Dementia, Pick’s disease, Huntington’s chorea, Dementia in Parkinson’s disease, Dementia in Wilson’s disease, Dementia in Spinocerebellar Degeneration, Dementia in Down’s syndrome และ Dementia in Supranuclear Palsy จำ แนกได้ 2 แบบ Parkinson’s disease Down’s syndrome 2
1.2 Secondary Dementia หมายถึง กลุ่มอาการสมองเสื่อมที่มีต้น เหตุมาจากความบกพร่องในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ที่มีผลกระทบต่อ สมอง เช่น การติดเชื้อ การได้รับสารพิษ ภาวะสมองเสื่อมในกลุ่มโรคนี้ มักจะมี อาการดีขึ้น หรือสามารถรักษาและป้องกันได้ จึงเรียกผู้ป่วยสมองเสื่อมกลุ่มนี้ว่ากลุ่มอาการสมองเสื่อมที่ สามารถ บำ บัดรักษาได้ (Treatable Dementia) โรคที่ทำ ให้เกิดหรือสาเหตุอาการสมองเสื่อมกลุ่มนี้ ได้แก่ Alcoholic Dementia, Syphilis (ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันพบน้อยมาก), Cysticcercosis (ตัวอ่อนของพยาธิตัวตืด หมูที่ฝังตัวอยู่ในสมอง), Nutritional Dementia (การขาดอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มวิตามินบี ได้แก่ วิตามิน B1, B12, Niacin และ Folate), Brain tumor (การมีเนื้องอกในสมอง) Alcoholic Dementia Brain tumor (การมีเนื้องอกในสมอง) 3
2.1 Cortical Dementia กลุ่มนี้จะมีอาการคล้ายกับรอยโรคในเปลือก สมอง (Cerebral Cortex) ที่เที่ป็นเฉพาะที่ไที่ม่กระจัดกระจาย 2.จำ แนกตามลักษณะคลีนิก โดยเฉพาะในระยะแรกๆของโรคมักมีความผิดปกติเกี่ยวกับ -การใช้ภาษา (Aphasia) -ความผิดปกติในการเรียกชื่อสิ่งของ (Anomia) -ความผิดปกติของการรับรู้ของการใช้ประสาทสัมผัส (Agnosia) -ความผิดปกติของการกระทำ กิจกรรมที่มีเป้าหมาย (Apraxia) อาการที่แสดงออก เช่น ระงับอารมณ์ไม่ได้ ไม่สามารถต่อภาพ ตามแบบได้ ความจำ เสื่อมทั้งการเรียนรู้ใหม่ๆ และความจำ ในอดีต การแต่งตัวเสียไป 4
ผู้ป่วยกลุ่มนี้แม้จะมีอาการดังกล่าวเด่นชัด แต่การตรวจร่างกายทั่วไป มักไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ใต่นระยะสุดท้ายของโรคอาจพบความผิดปกติ ของความตึงตัวของกล้ามเนื้อการเคลื่อนไหว เดินลำ บาก พูดไม่ชัดหรือ พูดไม่ได้ และความผิดปกติอื่นๆ ทางระบบประสาท โรคในกลุ่มนี้ ได้แก่ Pick's Disease Alzheimer’s Disease 2.2 Subcortical Dementia กลุ่มนี้จะมีลักษณะการสูญเสียการทำ งาน ของเปลือกสมองที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย และไม่รุนแรงเท่าในสมองเสื่อมชนิด Cortical อาการที่แสดงออก เช่น อาการซึมเศร้า มีการเสื่อมของความ เฉลียวฉลาด 5
ลักษณะเด่นของสมองเสื่อมชนิด Subcortical Dementia คือ ความผิดปกติเกี่ยวกับระบบการเคลื่อนไหว ซึ่งมักจะตรวจพบ ในระยะแรกๆ ของโรค เช่น การเคลื่อนไหวช้าลง (Bradykinesia) พูดช้าลง (Slowing of Speech) พูดไม่ชัด (Dysarthria) การเคลื่อนบิดไปมา โดยควบคุมไม่ได้ (Choreoathetosis) โรคในกลุ่มนี้ ได้แก่ Parkinson’s Disease, Wilson’s Disease, Huntington’s Disease และ Hydrocephalus ซึ่งโรคเหล่านี้มีอาการแสดงอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ การเคลื่อนไหวผิดปกติ 6
ภาวะสมองเสื่อมคือภาวะที่สมมรรถภาพของสมองทำ งานถดถอยลง ซึ่งสมรรถภาพของมีอยุ่หลายด้าน เช่น สมาธิ การวางแผน การตัดสินใจ การจำ มิติสัมพันธ์ เมื่อหนึ่งในสมรรถภาพของสมองมีการถดถอยลงเราจะ เรียกภาวะนี้ได้ว่าภาวะสมองเสื่อมซึ่งอัลไซเมอรที่มีอาการของโรคที่สำ คัญ คือความจำ ถดถอยจำ เรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นไม่ได้ ขี้หลงขี้ลืม จึงถือว่าเป็นกลุ่ม ย่อยของภาวะสมองเสื่อมนี้เอง ภาวะสมองเสื่อม กับ โรคอัลไซเมอร์ เหมือนกันไหม ? ไม่เหมือนกัน เเต่อัลไซเมอร์คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำ ให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้ หรืออัลไซเมอร์ถือเป็นโรคกลุ่มย่อยในภาวะสมองเสื่อม อธิบายเพิ่มเติม 7
สถิติ และ ผู้ที่มีความเสี่ยง 8
ภาวะสมองเสื่อมเป็นสาเหตุการตายอันดับ 5 ของ สาเหตุการตายในกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปจาก ข้อมูลสถิติผู้สูงอายุของประเทศไทย ณ ปีพ.ศ. 2563 พบว่ามีจำ นวนผู้สูงอายุรวมทั้งสิ้น 11,627,130 คน คิดเป็นร้อยละ 17.57 ของประชากรทั้งหมด จึงคาดการณ์ว่าผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมใน ประเทศไทยอาจมีจำ นวนสูงถึงกว่าล้านคน ซึ่งเป็นปัญหา สำ คัญที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรทั่วโลกรวม ถึงประเทศไทยทั้งด้านการสาธารณสุขการเมืองเศรษฐกิจ และสังคม สถิติ 9
เมื่อถึงอายุ 80 ปีขึ้ปี ขึ้ นไปความชุกของ ภาวะสมองเสื่อมก้าวกระโดดขึ้นไป มากกว่าเท่าตัวถึงร้อยละ 32.50 โดยพบมากในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ตามลำ ดับ ร้อยละ 7.10 ร้อยละ 7.10 ในช่วงอายุ 70 ถึง 79 ปี ในช่วงอายุ 60 ถึง 69 ปีไปีด้ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 14.70 10
อาการแสดง อาการและ 11
อาการและอาการแสดงของภาวะสมองเสื่อมที่เกิดใน ผู้ป่วยนั้นค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นกับตำ แหน่งที่เกิด พยาธิสภาพของโรค ความรุนแรงของโรค ชนิดของ โรค หรือระดับการศึกษาของผู้ป่วยเอง ก็ส่งผลต่อ อาการที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน โดยทางองค์การอนามัย โลก(WHO)ได้แบ่งระยะของภาวะสมองเสื่อมไว้เป็น 3 ระยะ ได้แก่ 12 อาการและอาการแสดง
ระยะต้น อาการมีเพียงเล็กน้อย คือ เริ่มมีอาการหลงลืม เสียความจําระยะสั้น ลืมสถานที่ที่คุ้นเคย เช่น จำ ไม่ได้ว่า วางของไว้ที่ใด ไม่สามารถจำ ชื่อสถานที่ที่คุ้นเคยได้ ไม่ค่อย มีสมาธิ เหลือเพียงความจำ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอดีตที่ยังดี เริ่มมีความบกพร่องในการทำ กิจกรรมต่างๆ และการใช้ ชีวิตในสังคม แต่ยังสามารถอยู่คนเดียวได้ ช่วยเหลือ ตนเองได้ และยังมีการตัดสินใจที่ค่อนข้างดี 13
ระยะกลาง เริ่มหลงลืมเหตูการณ์ที่สำ คัญช่วงที่ผ่านมา ลืมชื่อคน จําทางกลับบ้านไม่ถูก มีปัญหาด้านการสื่อสารกับคนรอบข้าง มีความบกพร่องในเรื่องความเข้าใจ ความสามารถในการเรียน รู้ การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ เช่น ความสามารถในการ คำ นวณ การวัดระยะทาง ไม่สามารถใช้เครี่องใช้ไฟฟ้าฟ้บาง ชนิดได้ทั้งที่เคยทำ ได้มาก่อน ลืมชื่อสมาชิกในครอบครัว ช่วงท้ายระยะนี้อาจมี อาการทางจิต เช่น ประสาทหลอน หนีออกจากบ้าน ถามคําถามเดิมซ้ำ ๆ ในระยะนี้ความจำ เริ่ม เสื่อมลงมากขึ้น ดังนั้นการปล่อยให้ผู้มีอาการเหล่านี้อยู่ตาม ลำ พังอาจเป็นอันตราย จึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด 14
ในระยะนี้ผู้สูงอายุอาจเริ่มมีภาวะพึ่งพิงโดยสมบูรณ์ เนื่องจากมีการบกพร่องในการรู้คิดชัดเจนมากขึ้น อาการใน ระยะนี้ ได้แก่ สูญเสียความจำ อย่างรุนแรง จําชื่อคนใกล้ตัวหรือ เพื่อนไม่ได้ จำ ญาติพี่น้องไม่ได้ หรือแม้แต่ตนเอง มักเดินหลง ทางในบ้านมีความผิดปกติต่างๆ เช่น บุคลิกภาพเปลี่ยนไป เคลื่อนไหวช้า เดินช้า ไม่ทราบและไม่สนใจเวลาและสถานที่ พฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เช่น พฤติกรรมก้าวร้าว ด่าทอ ไม่ทราบอารมณ์ความรู้สึกของคู่สนทนา และอาจเกิด อาการแทรกซ้อน ที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ระยะท้าย 15
การวินิจฉัย ภาวะสมองเสื่อม 16
• บันทึกอาการปัจจุบัน สัญญาณชีพ และยาปัจจุบัน • รวบรวมประวัติการเจ็บป่วยหรือโรคประจำ ตัวของบุคคล และ ครอบครัว • การตรวจร่างกาย และการทดสอบในห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับ เลือด ของเหลวอื่นๆ ระดับสารเคมีและฮอร์โมนต่างๆ ของบุคคลนั้น เพื่อช่วยในการระบุหรือตัดเงื่อนไขต่างๆ ที่อาจนำ ไปสู่ภาวะสมองเสื่อม • การประเมินระบบประสาทเพื่อประเมินการทรงตัว การตอบสนองทางประสาทสัมผัส ปฏิกิริยาตอบสนอง การทำ งานอื่นๆ และการบันทึกกิจกรรมทางไฟฟ้าฟ้ในสมอง การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม แพทย์อาจทำ การ ทดสอบและประเมินหลายชุด ในหลายกรณี ได้เเก่ 17
•การสแกนสมองเพื่อค้นหาความผิดปกติทางโครงสร้าง amyloid plaques และ tau tangles และรูปแบบการทำ งานของ สมองที่เปลี่ยนแปลงซึ่งพบได้บ่อยในภาวะสมองเสื่อม • การทดสอบความรู้ความเข้าใจ ทดสอบความจำ เพื่อประเมินความจำ ทักษะทางภาษา ทักษะทางคณิตศาสตร์ การแก้ปัญหา และความสามารถอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ งานของสมอง • การทดสอบทางพันธุกรรมเพื่อระบุความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม จากการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม • การประเมินทางจิตเวชเพื่อช่วยระบุว่าภาวะซึมเศร้าหรือภาวะ สุขภาพจิตอื่นเป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำ ให้เกิดอาการของบุคคลหรือไม่ การวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม แพทย์อาจทำ การ ทดสอบและประเมินหลายชุด ในหลายกรณี ได้เเก่ 18
การรักษา ภาวะสมองเสื่อม 19
ปัจจุบันยาหลักที่ใช้ในการรักษาภาวะสมองเสื่อม ได้แก่ ยาต้านการทําลาย สารสื่อประสาท (Cholinesterse inhibitors: ChEIs) และยายับยั้งการทํางาน ของสารสื่อประสาทชนิดกลูตาเมท (NMDA Receptor Antagonist) สําหรับ ผู้ป่วยในระดับอาการรุนแรงปานกลางถึงมาก (moderate to severe ) ยาที่ ใช้รักษาปัญหาด้านพฤติกรรม และอาการทางจิตที่ผิดปกติ ยาต้านอารมณ์ซึม เศร้า (Antidepressants) ยาต้านอาการทางจิต (Antipsychotics) และ ยาระงับชัก (Antiepileptic Drugs) และยาอื่นๆ ดังนี้ การรักษาโดยการใช้ยา (Pharmacological Treatment) ยาทําให้การเรียนรู้ ความจําดีขึ้น ผู้ป่วยสามารถประกอบกิจวัตร ประจําวันและเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ในทางที่ดีขึ้น • Donepezil • Rivastigmine ยามีผลทําให้การเรียนรู้ ความจํา อาการทางจิตของผู้ป่วยและ การแสดงออกทางด้านพฤติกรรมดีขึ้น • Galantamine ออกฤทธิ์ยับยั้งอย่างจําเพาะต่อ AChE อาการข้างเคียงที่เกิด ขึ้นเป็นอาการ เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร • Memantine สามารถป้องกันเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกทําลาย และส่งผลให้การ เรียนรู้และความจําของผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมดีขึ้น 20
1.1 Cognitive training : reality orientation อาจทําได้หลายรูป แบบโดยใช้สถานการณ์เณ์หตุการณ์ประจําวัน เช่น หนังสือพิมพ์ รายการ ทีวี ปฏิทิน บุคคล ผู้รักษาอาจใช้วิธีรักษาเป็นกลุ่มหรือตัวต่อตัว ญาติ หรือบุคคลรอบข้างอาจใช้การพูดคุยเหตุการณ์ประจําวัน เพื่อให้เกิดการ รับรู้ที่ถูกต้อง เช่น การอ่านหนังสือ การเล่นเกม เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้ วัน เวลา สถานที่ บุคคล รวมทั้งพฤติกรรมการแสดงออกของตนเอง การรักษาโดยไม่ใช้ยามีอยู่หลาย รูปแบบ ควรเลือกให้เหมาะสม กับความรุนแรงของภาวะสมองเสื่อม ขีดความสามารถในการเรียนรู้ ประสบการณ์ ในอดีต ความสนใจ ความชอบส่วนบุคคล มีรายละเอียด ดังนี้ การรักษาโดยไม่ใช้ยา (NON-PHARMACOLOGICAL TREATMENTS) 1. การรักษาที่เน้น cognition (cognition-oriented) 21
1.3 Skill training โดยการเรียนรู้และฝึกทักษะ ด้วยวิธีการใหม่ๆ ที่ง่ายๆ เช่น การวาดภาพ การปั้นดินน้ํามัน การเต้นรํา การแต่งตัว เพื่อรักษาระดับความรู้ความสามารถให้อยู่ในระดับเดิมให้มากที่สุด และเพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ที่ผู้ป่วยสามารถเรียนรู้ได้ 1.2 Memory training ใช้ในกรณีผู้ป่วยที่มีคมีวามจํายังใช้ได้โดยให้ทำ กิจกรรมที่ฝึกการจำ ให้อยู่ในระดับเดิมมากที่สุดช่น การฝึกจําหน้าคน เล่นเกมหลับตาทายสิ่งของ มักใช้ได้ผลในผู้ที่มีอาการสมองเสื่อมไม่มาก มีการได้ยินปกติและสายตาดี ข้อควรระวังการฝึกมากเกินไปอาจทําให้ผู้ ป่วยไม่สบายใจ เกิดการแยกตัวออกจากสังคม และเป็นซึมเศร้าได้ 22
2.2 วิธีการอื่นๆ ได้แก่ การทําจิตบําบัดแบบประคับประคอง (supportive psychotherapy) การใช้เทคนิคหลายๆ อย่าง เพื่อ สื่อสารกับผู้ป่วย (validation therapy) การผสมผสานการรับรู้เพื่อให้ มีการ แสดงอารมณ์ต่อผู้อื่น (sensory integration) 2.การรักษาที่เน้นเรื่องอารมณ์ (emotion-oriented) 2.1 Reminiscence therapy เป็นการกระตุ้นความจําและอารมณ์ โดยใช้ประสบการณ์ชีวิตในอดีต ของผู้ป่วย รูปแบบอาจทําเป็นกลุ่มควรจะมีญาติร่วมด้วยโดยใช้ อุปกรณ์ เช่น รูปภาพ ดนตรี หรือบุคคลที่ เกี่ยวข้องกับอดีตของ ผู้ป่วย นําไปสู่การฟื้นฟื้ความจํา เป็นการช่วยปรับพฤติกรรมอารมณ์และ ความจําให้ดีขึ้น 23
2.3 การรักษาที่เน้นการกระตุ้น (stimulation-oriented) การรักษากิจกรรมสันทนาการ (recreation therapy) 2.4 การรักษาที่เน้นพฤติกรรม (behavior-oriented) เช่น การเล่นเกม เกมไพ่ เต้นรํา วาดรูป ดนตรีบําบัด เเละการเขียนบันทึก ประจําวัน ช่วยทําใหอารมณ์ผู้ป่วยดีขึ้น เช่น การทําให้ดูเป็นตัวอย่าง การให้แรงจูงใจ การให้รางวัล การชื่นชมใน เวลาที่ผู้ป่วยทําพฤติกรรมที่เหมาะสม ควรค้นหาสาเหตุเเละผลกระทบของ ปัญหา และกำ จัดตัวกระตุ้นเพื่อลดปัญหาเหล่านั้น เพื่อทําให้พฤติกรรม หรือทักษะที่หายไปกลับคืนมา และลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น พฤติกรรม ก้าวร้าว ตะโกน เป็นต้น 24
2.5 การรักษาที่เน้นผู้ดูแล (caregiver-oriented) เมื่อผู้ดูแลมีสุขภาพกาย จิต และอารมณ์ที่ดีจะทําให้พฤติกรรมและอารมณ์ ของผู้ป่วยดีด้วย วิธีการช่วยเหลือผู้ดูแล เช่น การทําจิตบําบัดแบบประคับ ประคอง การให้กําลังใจ โดยส่งผู้ป่วยไปอยู่สถานบริบาลระยะสั้น เพื่อช่วยเหลือผู้ดูแลให้มีสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดีทําให้พฤติกรรม และอารมณ์ของผู้ป่วยดีได้เช่นเดียวกัน 25
การป้องกัน ภาวะสมองเสื่อม 26
การป้อป้งกันระดับปฐมภูมิ (PRIMARY PREVENTION) การป้องกันโรคก่อนที่จะเริ่มการเปลี่ยนแปลง ในระดับชีวภาพหรือ การป้องกันปัจจัยเสี่ยง ของโรคสำ หรับปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม ภาวะอ้วน 2 การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ขาดวิตามินซี ขาดการออกกำ ลังกาย 6โรคความดันโลหิตสูง สัมผัสสารพิษ ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันเเละเปลี่ยนแปลงได้ 1 3 4 5 7 โรคเบาหวาน 8 ภาวะไขมันใน เลือดผิดปกติ 9 การรักษาโดยให้ ฮอร์โมนทดแทน 10ระดับการศึกษาต่ำ 11 อุบัติเหตุที่ศีรษะ 12 ภาวะขาดออกซิเจน ในโลหิตขณะคลอด 13 14 ภาวะซึมเศร้า 27
การป้อป้งกันระดับปฐมภูมิ (PRIMARY PREVENTION) การป้องกันโรคก่อนที่จะเริ่มการเปลี่ยนแปลง ในระดับชีวภาพหรือ การป้องกันปัจจัยเสี่ยง ของโรคสำ หรับปัจจัยเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อม อายุ 2 พันธุกรรม ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันเเละเปลี่ยนแปลงไม่ได้ 1 4 5 โรคพาร์กินสัน MUTATION ของยีน APP,PRESENILIN 1 เเละ PRESENILIN 2 GENOTYPE EPSILON 4/4 DOWN SYNDROME โรคที่เกิดจากความเสื่อม ของระบบประสาท 2 3 28
การป้อป้งกันโรคระดับทุติยภูมิ (Secondary prevention) หมายถึง การตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่ผู้ป่วยยังไม่แสดงอาการรุนแรง เพื่อที่จะแก้ไขตั้งแต่ระยะแรก แม้ในปัจจุบันมีความพยายามที่จะตรวจคัด กรองหาผู้ป่วยที่มีการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (mind cognitive impairment: MCI) เพื่อที่จะชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ออกไป เนื่องจากผู้ป่วย MCI มีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมโดยเฉพาะ โรคอัลไซเมอร์สูงกว่าประชากรทั่วไป คือ โอกาสเปลี่ยนแปลงเป็น โรคอัลไซเมอร์ร้อยละ 4.2 ต่อปี เทียบกับร้อยละ 1-2 ต่อปี ในประชากร ทั่วไป แต่ผต่ลจากการให้ยาเพื่อชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ พบว่าจะได้ผลเฉพาะในปีแรกเท่านั้น นอกจากนั้นในปัจจุบันยังมี ความพยายามที่จะใช้ตัวทำ นายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจขึ้นแม่เหล็ก ไฟฟ้าฟ้หรือการตรวจน้ำ ไขสันหลัง เพื่อทำ นายโอกาสการเกิด โรคภาวะสมองเสื่อมในอนาคต ปัจจุบันยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะ บอกให้รู้ว่าผู้ป่วยรายใดมีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมในอนาคต ยกเว้นในผู้ที่มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อาจ เป็นสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมได้ 29
การป้อป้งกันระดับตติยภูมิ (Tertiary prevention) หมายถึง การชะลอการดำ เนินโรค เมื่อผู้ป่วยมีอาการแสดงของโรค ชัดเจนแล้ว ปัจจุบันมียาหลายชนิดที่สามารถชะลอการดำ เนินโรคได้ เช่น choline sterase inhibitor เเละ memantine เป็นต้น การป้องกันการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองซ้ำ ซ้อน หรือปัจจัยต่างๆที่อาจ ซ้ำ เติมให้การทำ งานของสมองของผู้ป่วยเลวลงก็เป็นกลวิธีของ การป้องกันโรคในระดับนี้ นอกจากนั้นยังรวมถึงการแก้ไขปัญหา ทางจิตเวช และพฤติกรรมที่เกิดในผู้ป่วยที่มีสมองเสื่อม รวมถึงการทำ กายภาพบำ บัด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วย และผู้ดูแลผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้ระดับหนึ่ง การเพิ่มคุณภาพระบบการดูแลผู้ป่วยไม่ว่าในระดับครอบครัวระดับ ประเทศชาติ เช่น การตั้งสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม การฝึกทักษะการดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ ก็เป็นการช่วยชะลอปัญหาของผู้ที่เกิดสมองเสื่อมวิธีหนึ่ง 30
การพยาบาล ภาวะสมองเสื่อม 31
ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักอาศัยใน บริเวณที่มีอากาศดี พักผ่อนเพียงพอ หลีกเลี่ยงการทำ ให้ สมองได้รับการบาดเจ็บหรือกระทบกระเทือน เข้าร่วม กิจกรรมทางสังคม เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ •ส่งเสริมทุกคนเกิดความตระหนักถึงความสำ คัญ ผลกระทบ ต่อภาวะสมองเสื่อม และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งข้อมูล โดยมีการจัดบริการให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุในแต่ละชุมชน ผู้ดูแลควรมีความเข้าใจ ให้กำ ลังใจผู้ป่วยและ แนะนำ วิธีการพัฒนาสมอง เพื่อให้คงความจำ ไว้ได้ นานที่สุด เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นสมอง 1.เมื่อมีภาวะสมองเสื่อม ระยะแรก ส่งเสริมสุขภาพหรือป้องกัน โรคที่ทำ ให้เกิดภาวะสมองเสื่อม 32
ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะนอนติดเตียง ผู้ดูแลจำ เป็นต้องให้การ ดูแลแบบสมบูรณ์แก่ผู้ป่วย และระมัดระวังเรื่องภาวะ แทรกซ้อนจากการนอนนาน เช่น แผลกดทับ การสำ ลักอาหาร 2.เมื่อมีภาวะสมองเสื่อม ระยะกลาง ผู้ป่วยจะลืมขั้นตอนการทำ กิจวัตรประจำ วัน ดังนั้น ควรปฏิบัติเป็นลำ ดับสั้นๆ ง่ายๆ หรือทำ ให้ดูเป็นตัวอย่าง หรือ หากผู้ป่วยมีอาหารลืมมากขึ้นควรมีการป้องกันการพลัดหลง โดยทำ ป้ายชื่อและเขียนที่อยู่ที่ติดตัวกับผู้ป่วย 3.เมื่อมีภาวะสมองเสื่อม ระยะสุดท้าย 33
ชลิต เชาว์วิไลย, แนวทางป้องกันผู้สูงอายุจากภาวะสมองเสื่อม, ( ภาควิชาพลศึกษาและกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2022) สืบค้นวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 จากhttps://he02.tcithaijo.org/index.php/ajcph/article/download/255207/175518/953768 อโนทัย ผลิตนนท์เกียรติ, ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุในตำ บล บางหญ้าแพรก อำ เภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ, ( คณะสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 2562 ) สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2566 จากhttps://apheit.bu.ac.th/jounal/science-Jul-Dec-2562/.pdf ภรัญวิทย์ อนันต์ดิลกฤทธิ์, ภาวะสมองเสื่อม, ( วว.ประสาทวิทยา นายแพทย์ชำ นาญการ ศุนย์อนามัย9 นครราช ศรีมา, 2564 ) สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2566 จากhttps://he02.tcithaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/download/251394/170769 สุทิศา ปิติญาณ, คู่มือการพยาบาลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่มีปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์, ( คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, 2562 ) สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2566 จากhttps://www2.si.mahidol.ac.th/division/nursing/sins/attachments/article/701/Nursing%20 Guide%20Dementia%20patients%20with%20behavioral%20and%20emotional%20problems. pdf ศิริกุล การุณเจริญพานิชย์, ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมและการพยาบาล : บทบาทที่ท้าทายของพยาบาล, ( พยาบาลวิชาชีพชำ นาญการ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชนนี จักรีรัช, 2562 ) สืบค้นหเมื่อ 4 พฤษภาคม 2566 จากhttps://he02.tcithaijo.org/index.php/tnaph/article/download/36148/29999/82161 กรมสุขภาพจิต. ประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข;2563 สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2566 บรรณานุกรม
บรรณานุกรม ภญ.อำ ไพ พิมพ์ไกร, ต้นทุนทางตรงและต้นทุนทางอ้อมในการรักษาโรคสมองเสื่อมในเขตจังหวัดเชียงใหม่, ( โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่, 2563 ) สืบค้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2566 จากhttps://www.cmneuro.go.th/TH/research/63-Full%20Paper- %E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99- %E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%9E%20%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B 8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A3.pdf อภิวรรณ ณัฐมนวรกุล, การศึกษาการจัดบริการและต้นทุนบริการดูแลระยะยาวสำ หรับผู้สูงอายุสมองเสื่อมใน สถานบริการและที่บ้าน, ( สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, 2562 ) สืบค้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2566 จากhttps://www.dms.go.th/backend//Content/Content_File/Research/Attach/2564070609 0130AM_%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E 0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A1% E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A D%E0%B8%A1%20%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0 %B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C.pdf National lnstitute of health, THE DEMENTIAS Hope Thougeh Research, ( National lnstitute of Neurological Disorders and Stroke, 2021 ) สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2566 จากhttps://cdn.fbsbx.com/v/t59.2708- 21/332179071_530480472300874_3350505217949293623_n.pdf/dementia-hope-throughresearch.pdf?_nc_cat=108&ccb=1-7&_nc_sid=0cab14&_nc_ohc=vROL7vfjZMYAXsyZCw&_nc_ฅoc=AQmG86AnMEDI0UflGuYX1jqENUa6H9H2EnbEhEffJm67fEzPUVFKC6kgei2 ve_dtpmgoOeUu0BHnbWgE7oYJLv&_nc_ht=cdn.fbsbx.com&oh=03_AdSdSMwbGEtC2FbkK NpgbUx6NZWzi6_nCMehQeAF-BophQ&oe=64541B8B&dl=1 Gianluigi Forloni, The diagnosis burden and prognosis of dementia : A record-linkage cohort study in England, ( Istituto Di Ricerche Farmacologiche Mario Negri, ITALY 2018 ) สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2566 จากhttps://journals.plos.org/plosone/article/filetype=printable&id=10.1371/journal.pone.019 9026