พระราชบัญญตั สิ หกรณ์
ฉบบั สมบูรณ์
(รวมฉบบั ที่ 1 พ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบบั ท่ี 2 พ.ศ. ๒๕๕๓)
-------------------------------------
( พระราชบัญญตั สิ หกรณ์ทน่ี าเสนอนีเ้ ป็ นพระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ฉบบั สมบูรณ์ คือ รวมฉบบั ปี
๒๕๔๒ (ฉบบั ท่ี ๑) และผลจากการแก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ ทง้ั น้ีบทบัญญตั ิทใ่ี ช้ตัวอักษรตัว
เอนสีน้ำเงิน คอื ส่วนทม่ี ีกำรแก้ไขเพมิ่ เติมคร้ังล่ำสุดในปี พ.ศ.๒๕๕๓ และข้อความตัวเอนท่ีมี
เคร่ืองหมาย ** นาหน้า เป็ นส่วนของการขยายความ)
---------------------------------------
พระราชบญั ญตั ิสหกรณ์
พ.ศ. 2542
----------------
ภมู ิพลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 12 เมษายน พ.ศ.2542
เป็นปี ท่ี 54 ในรัชกาลปัจจุบนั
----------------------------------------
พระราชบัญญตั สิ หกรณ์ (ฉบับที่2)
พ.ศ. 2553
---------------
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ 9 เมษายน พ.ศ.2553
เป็นปี ท่ี 65 ในรัชกาลปัจจุบนั
1
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศวา่
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายวา่ ดว้ ยสหกรณ์
พระราชบญั ญตั ิมีบทบญั ญตั ิบางประการเกี่ยวกบั การจากดั สิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซ่ึงมาตรา
๒๙ ประกอบกบั ตามมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ิใหก้ ระทาได้ โดยอาศยั
อานาจตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย
มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั ิน้ีเรียกวา่ "พระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ ...“ ** (ฉบบั ท่ี ๑) พ.ศ.๒๕๔๒
(ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
มาตรา ๒ พระ ราชบญั ญตั ิน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แต่วนั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป **
(ฉบบั แกไ้ ขปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวนั ที่ 21 เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓)
มาตรา ๓ ใหย้ กเลิก
(๑) พระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๑๑
(๒) ประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบบั ที่ ๑๔๐ ลงวนั ที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๕
(๓) ประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบบั ท่ี ๒๔๗ ลงวนั ท่ี ๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๕
(๔) พระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๒๔
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ิน้ี
"สหกรณ์" หมายความวา่ คณะบุคคลซ่ึงร่วมกนั ดาเนินกิจการเพ่ือประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม โดย
ช่วยตนเองและช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั และไดจ้ ดทะเบียนตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
"สมาชิก" หมายความวา่ สมาชิกของสหกรณ์ หรือสมาชิกกลุ่มเกษตรกร
"พนกั งาน เจา้ หนา้ ที่" หมายความวา่ ผซู้ ่ึงรัฐมนตรีแตง่ ต้งั ใหป้ ฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
"รัฐมนตรี" หมายความวา่ รัฐมนตรีผรู้ ักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๕ ใหร้ ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี และใหม้ ี
อานาจแต่งต้งั พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี กบั ออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
กฎกระทรวงน้นั เม่ือไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้
2
หมวด ๑
บททวั่ ไป
มาตรา ๖ ถา้ สหกรณ์เก่ียวขอ้ งในกิจการใดที่กฎหมายกาหนดใหจ้ ดทะเบียนสาหรับการไดม้ า การ
จาหน่าย การยกข้ึนเป็ นขอ้ ต่อสู้ หรือการยดึ หน่วงซ่ึงกรรมสิทธ์ิในอสังหาริมทรัพยห์ รือทรัพยสิทธิ อนั เกี่ยว
กบั อสังหาริมทรัพย์ การจดทะเบียนเช่นวา่ น้นั ใหไ้ ดร้ ับยกเวน้ ไม่ตอ้ งเสียคา่ ธรรมเนียม
มาตรา ๗ หา้ มมิใหผ้ ใู้ ดนอกจากสหกรณ์และสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ใชค้ าวา่ "สหกรณ์"
เป็ นชื่อหรื อส่วนหน่ึงของช่ือในทางธุรกิจ
มาตรา ๘ ทุนกลางของบรรดาสหกรณ์ไมจ่ ากดั ตามมาตรา ๖๑(๒) แห่งพระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ พ.ศ.
๒๕๑๑ ใหก้ ระทรวงเกษตรและสหกรณ์จดั การฝากไวท้ ี่ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จากดั (มหาชน)
หรือธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือฝากไวท้ ี่สถาบนั การเงินอื่นใด โดยไดร้ ับความ
เห็นชอบจากคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติ หรือลงทุนตามระเบียบที่กระทรวง เกษตรและ
สหกรณ์กาหนด ดอกผลท่ีเกิดข้ึนจากทุนกลางใหก้ ระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีอานาจจา่ ยขาดใหแ้ ก่
สนั นิบาตสหกรณ์ แห่งประเทศไทย เพอื่ ใชจ้ ่ายในกิจการตามที่กาหนดไวใ้ นมาตรา ๑๑๐
หมวด ๒
การกากบั และส่งเสริมสหกรณ์
----------------------------
ส่วนท่ี ๑
คณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติ
มาตรา ๙ ใหม้ ีคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติ ประกอบดว้ ย รัฐมนตรี เป็นประธาน
กรรมการ ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลดั กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมนั่ คงของมนษุ ย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมตรวจบญั ชีสหกรณ์ ผ้อู านวยการ
สานักงบประมาณ ผ้อู านวยการสานักงานเศรษฐกิจการคลงั ผ้จู ัดการใหญ่ธนาคารเพ่ือการเกษตรและ
สหกรณ์การเกษตร ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ผแู้ ทนสันนิบาตสหกรณ์แห่ง
ประเทศไทยซึ่งเป็นกรรมการดาเนินการ ประธานกรรมการดาเนินการชุมนุมสหกรณ์ระดบั ประเทศประเภท
ละหน่ึงคน ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดบั ประเทศหน่ึงคน เป็ นกรรมการโดยตาแหน่ง
และผทู้ รงคุณวฒุ ิซ่ึงรัฐมนตรีแตง่ ต้งั ไม่เกินหา้ คนเป็นกรรมการ
3
ใหอ้ ธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็ นกรรมการและเลขานุการ ผอู้ านวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่ง
ประเทศไทย เป็นผชู้ ่วยเลขานุการ
ผทู้ รงคุณวฒุ ิตามวรรคหน่ึง ใหค้ ณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติซ่ึงเป็นกรรมการโดย
ตาแหน่ง คดั เลือกผทู้ ่ีมีความเชี่ยวชาญเป็นท่ีประจกั ษด์ า้ นการบริหารสหกรณ์
มาตรา ๑๐ คณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติ มีอานาจหนา้ ที่ดงั ต่อไปน้ี
(๑) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในเร่ืองนโยบายและแนวทางในการพฒั นาการสหกรณ์ ใหส้ อดคลอ้ ง
กบั ภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
(๒) กาหนดนโยบายและแผนพฒั นาการสหกรณ์ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ระยะเวลาของแผนพฒั นาเศรษฐกิจและ
สังคมแห่งชาติ
(๓) กาหนดแนวทางในการส่งเสริมและสนบั สนุนการขยายธุรกิจและกิจการของสหกรณ์ รวมท้งั การ
ร่วมมือกบั ภาคเอกชนใหม้ ีส่วนในการพฒั นาการสหกรณ์
(๔) กาหนดแนวทางในการประสานงานระหวา่ งส่วนราชการ รัฐวสิ าหกิจหรือภาคเอกชน เพ่อื ใหก้ าร
ส่งเสริมสนบั สนุนกิจการของสหกรณ์
(๕) พิจารณาแกไ้ ขปัญหาและอุปสรรคตลอดจนขอ้ ขดั ขอ้ งที่ทาใหน้ โยบายและแผนการพฒั นาการสหกรณ์
ไม่อาจบรรลุเป้ าหมาย
(๖) พจิ ารณาเรื่องอ่ืนใดท่ีเกี่ยวกบั สหกรณ์ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
(๗) มีอานาจและหนา้ ที่ตามที่บญั ญตั ิไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๑๑ ใหก้ รรมการซ่ึงรัฐมนตรีแตง่ ต้งั อยใู่ นตาแหน่งคราวละสองปี
ในกรณีมีการแต่งต้งั กรรมการในระหวา่ งที่กรรมการซ่ึงแต่งต้งั ไวแ้ ลว้ ยงั มี วาระอยใู่ นตาแหน่ง ไม่วา่
จะเป็นการแตง่ ต้งั เพม่ิ ข้ึนหรือแตง่ ต้งั ซ่อม ใหผ้ ไู้ ดร้ ับแต่งต้งั น้นั อยใู่ นตาแหน่งเท่ากบั วาระท่ีเหลืออยขู่ อง
กรรมการ ซ่ึงไดแ้ ต่งต้งั ไวแ้ ลว้ น้นั
มาตรา ๑๒ นอกจากการพน้ จากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๑ กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิพน้ จาก
ตาแหน่งเมื่อ
4
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีใหอ้ อก
(๔) เป็ นบุคคลลม้ ละลาย
(๕) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ไดร้ ับโทษจาคุกโดยคา พิพากษาถึงท่ีสุดใหจ้ าคุก เวน้ แต่เป็ นโทษสาหรับความผิดที่ไดก้ ระทา
โดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ
มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติ ตอ้ งมีกรรมการมาประชุมไม่นอ้ ย
กวา่ ก่ึงหน่ึงของจานวนกรรมการท้งั หมด จึงจะเป็นองคป์ ระชุม
ในการประชุมคร้ังใดถา้ ประธานกรรมการไมม่ าประชุมหรือ ไม่อาจปฏิบตั ิหนา้ ที่ได้ ใหร้ องประธาน
กรรมการเป็นประธานในท่ีประชุม ในกรณีท่ีประธานกรรมการ และรองประธานกรรมการไม่มาประชุม
หรือไม่อาจปฏิบตั ิหนา้ ที่ได้ ใหก้ รรมการท่ีมาประชุมเลือกกรรมการคนหน่ึงเป็นประธานในที่ประชุม
การวนิ ิจฉยั ช้ีขาดของที่ประชุมใหถ้ ือเสียงขา้ งมาก กรรมการคนหน่ึงใหม้ ีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน
ถา้ คะแนนเสียงเทา่ กนั ใหป้ ระธานในท่ีประชุมออกเสียงเพิ่มข้ึนอีกเสียงหน่ึงเป็ นเสียงช้ีขาด
ในกรณีที่ประธานออกเสียงช้ีขาด ตอ้ งใหม้ ีบนั ทึกเหตุผลท้งั สองฝ่ ายไวด้ ว้ ย
มาตรา ๑๔ คณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติอาจแต่งต้งั คณะอนุกรรมการเพอื่ พิจารณาหรือ
ปฏิบตั ิการตามที่คณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติมอบหมายได้
การประชุมของคณะอนุกรรมการตามวรรคหน่ึงใหน้ ามาตรา ๑๓ มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
ส่วนที่ ๒
นายทะเบยี นสหกรณ์
มาตรา ๑๕ ใหอ้ ธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นนายทะเบียนสหกรณ์
ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์แต่งต้งั ขา้ ราชการในสงั กดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซ่ึงมีตาแหน่งไมต่ ่า
กวา่ ผอู้ านวยการกองหรือเทียบเทา่ เป็นรองนายทะเบียน สหกรณ์ มีอานาจหนา้ ที่ตามที่บญั ญตั ิไวใ้ น
พระราชบญั ญตั ิน้ี หรือตามที่นายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย
การแต่งต้งั ตามวรรคสองใหป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษา
5
มาตรา ๑๖ ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์มีอานาจหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) รับจดทะเบียน ส่งเสริม ช่วยเหลือ แนะนา และกากบั ดูแลสหกรณ์ใหเ้ ป็ นไปตามบทแห่งพระราชบญั ญตั ิ
น้ีและกฎหมายอ่ืน
(๒) กาหนดระบบบญั ชีและมาตรฐานการสอบบญั ชีตลอดจนสมุดและแบบรายงานตา่ ง ๆท่ีสหกรณ์ตอ้ งยน่ื
ต่อนายทะเบียนสหกรณ์ รวมท้งั แบบพมิ พอ์ ื่น ๆ ท่ีตอ้ งใชใ้ นการปฏิบตั ิตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
(๓) แต่งต้งั ผสู้ อบบญั ชี ผตู้ รวจการสหกรณ์ และผชู้ าระบญั ชี
(๔) ออกคาสั่งใหม้ ีการตรวจสอบ หรือไต่สวนเกี่ยวกบั การจดั ต้งั การดาเนินงาน หรือฐานะการเงินของ
สหกรณ์
(๕) สง่ั ใหร้ ะงบั การดาเนินงานท้งั หมด หรือบางส่วนของสหกรณ์ หรือใหเ้ ลิกสหกรณ์ ถา้ เห็นวา่ สหกรณ์
กระทาการ หรืองดเวน้ กระทาการอนั อาจจะก่อใหเ้ กิดความเสียหายแก่สหกรณ์หรือสมาชิก
(๖) ถอนชื่อสหกรณ์ออกจาก ทะเบียนสหกรณ์
(๗) จดั ทารายงานประจาปี แยก ตามประเภทสหกรณ์เสนอต่อคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติ
(๘) ออกระเบียบ หรือคาส่งั เพอ่ื ใหม้ ีการปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี และเพือ่ ประโยชน์ในการดาเนิน
กิจการของสหกรณ์
(๙) กระทาการอ่ืนใดตามท่ี พระราชบญั ญตั ิน้ีกาหนดใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ที่ของนายทะเบียนสหกรณ์ หรือ
ตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
บรรดาอานาจของนายทะเบียนสหกรณ์ในการส่ัง การอนุญาต การอนุมตั ิหรือการดาเนินการอื่นใดตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ี นายทะเบียนสหกรณ์อาจมอบอานาจใหร้ องนายทะเบียนสหกรณ์ ผตู้ รวจการสหกรณ์ หรือ
พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีซ่ึงนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมายใหป้ ฏิบตั ิการแทนได้
การมอบอานาจตามวรรคสองใหป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษา
6
ส่วนที่ ๓
การกากบั ดูแลสหกรณ์
มาตรา ๑๗ นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์ ผตู้ รวจการสหกรณ์ ผสู้ อบบญั ชี หรือ
พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีซ่ึงนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย มีอานาจออกคาส่ังเป็นหนงั สือใหค้ ณะกรรมการ
ดาเนินการสหกรณ์ ผตู้ รวจสอบกิจการ ผจู้ ดั การ เจา้ หนา้ ท่ีหรือเชิญสมาชิกของสหกรณ์มาช้ีแจงขอ้ เทจ็ จริง
เกี่ยวกบั กิจการของ สหกรณ์ หรือใหส้ ่งเอกสารเก่ียวกบั การดาเนินงาน หรือรายงานการประชุมของสหกรณ์
ได้
มาตรา ๑๘ เพอื่ ปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์
ผตู้ รวจการสหกรณ์ ผสู้ อบบญั ชี หรือพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ซ่ึงนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมาย มีอานาจเขา้ ไป
ตรวจสอบในสานกั งานของสหกรณ์ในระหวา่ งเวลาทางานของสหกรณ์ได้ และใหผ้ ซู้ ่ึงเกี่ยวขอ้ งอานวย
ความสะดวกหรือช่วยเหลือ หรือใหค้ าช้ีแจงแก่ผปู้ ฏิบตั ิการตามสมควร
ใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิการตามวรรคหน่ึง แสดงบตั รประจาตวั ต่อผซู้ ่ึงเก่ียวขอ้ ง
บตั รประจาตวั ตามวรรคสอง ใหเ้ ป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกาหนด
มาตรา ๑๙ ใหผ้ ตู้ รวจการสหกรณ์มีอานาจหนา้ ท่ีตรวจสอบกิจการและฐานะการเงินของสหกรณ์ ตามท่ี
นายทะเบียนสหกรณ์กาหนด เม่ือตรวจสอบแลว้ ใหเ้ สนอรายงานการตรวจสอบต่อนายทะเบียนสหกรณ์
มาตรา ๒๐ ถา้ ที่ประชุมใหญห่ รือที่ประชุมคณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์ลงมติอนั เป็นการ ฝ่ าฝื น
กฎหมาย ขอ้ บงั คบั ระเบียบของสหกรณ์ ระเบียบหรือคาสัง่ ของนายทะเบียนสหกรณ์ ใหน้ ายทะเบียน
สหกรณ์หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์มีอานาจส่งั ยบั ย้งั หรือเพกิ ถอน มติน้นั ได้
มาตรา ๒๑ ในกรณีท่ีกรรมการ ผจู้ ดั การ หรือเจา้ หนา้ ท่ีของสหกรณ์ทาใหส้ หกรณ์เสียหาย ถา้ สหกรณ์
ไม่ร้องทุกขห์ รือฟ้ องคดี ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์หรือรองนายทะเบียนสหกรณ์ร้องทุกขห์ รือฟ้ องคดีแทน
สหกรณ์ ได้ และใหพ้ นกั งานอยั การรับวา่ ต่างใหส้ หกรณ์ โดยใหส้ หกรณ์เป็ นผอู้ อกค่าใชจ้ ่ายที่เกี่ยวกบั การ
ร้องทุกข์ ฟ้ องคดีหรือการวา่ ตา่ งแก่นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์ หรือพนกั งานอยั การ
แลว้ แต่กรณี
มาตรา ๒๒ ในกรณีท่ีคณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์กระทาการ หรืองดเวน้ กระทาการในการ
ปฏิบตั ิหนา้ ที่ของตน จนทาใหเ้ สื่อมเสียผลประโยชน์ของสหกรณ์หรือสมาชิก หรือสหกรณ์มีขอ้ บกพร่อง
เกี่ยวกบั การเงิน การบญั ชี หรือกิจการหรือฐานะการเงิน ตามรายงานการสอบบญั ชี หรือตามรายงานการ
ตรวจสอบ ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์มีอานาจออกคาสั่งเป็นหนงั สือใหป้ ฏิบตั ิการ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์แกไ้ ขขอ้ บกพร่องตามวธิ ีการและระยะเวลาที่นายทะเบียน
สหกรณ์กาหนด
7
(๒) ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์ระงบั การปฏิบตั ิบางส่วนที่เป็นเหตุใหเ้ กิดขอ้ บกพร่อง
หรือเสื่อมเสียผลประโยชนข์ องสหกรณ์หรือสมาชิก
(๓) ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์หยดุ ปฏิบตั ิหนา้ ที่เป็นการชวั่ คราว เพื่อแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง
น้นั ใหแ้ ลว้ เสร็จตามวธิ ีการและภายในระยะเวลาท่ีนาย ทะเบียนสหกรณ์กาหนด
(๔) ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์พน้ จากตาแหน่งท้งั คณะ หรือใหก้ รรมการซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกบั
การน้นั พน้ จากตาแหน่งกรรมการ
มาตรา ๒๓ สหกรณ์ใดจดทะเบียนจดั ต้งั ข้ึนยงั ไม่เกินสามปี หรือมีผลการดาเนินงานขาดทุน ติดต่อกนั
เกินสองปี เม่ือสหกรณ์ร้องขอ หรือนายทะเบียนสหกรณ์ หรือคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติเห็น
วา่ จาเป็นตอ้ งแกไ้ ข นายทะเบียนสหกรณ์จะสัง่ ใหผ้ ตู้ รวจการสหกรณ์หรือพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีซ่ึงนาย
ทะเบียนสหกรณ์มอบหมายเขา้ ช่วยเหลือดาเนินกิจการของสหกรณ์น้นั ท้งั หมด หรือบางส่วนก็ได้
การช่วยเหลือดาเนินกิจการของสหกรณ์ใหเ้ ป็นไปตามระเบียบท่ีนายทะเบียนสหกรณ์ กาหนด โดย
ความเห็นชอบของคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติ
มาตรา ๒๔ ในกรณีที่นายทะเบียนสหกรณ์สง่ั ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์พน้ จากตาแหน่ง ท้งั
คณะ ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์ต้งั คณะกรรมการชว่ั คราว มีอานาจหนา้ ที่และสิทธิเช่นเดียวกบั คณะกรรมการ
ดาเนินการสหกรณ์ และใหอ้ ยใู่ นตาแหน่งไมเ่ กินหน่ึงร้อยแปดสิบวนั นบั แตว่ นั ท่ีแตง่ ต้งั
ก่อนท่ีจะพน้ จากตาแหน่งใหค้ ณะกรรมการชว่ั คราวจดั ใหม้ ีการประชุมใหญ่ เพือ่ เลือกต้งั กรรมการข้ึน
ใหมท่ ้งั คณะตามวธิ ีการที่กาหนดในขอ้ บงั คบั
มาตรา ๒๕ ในกรณีที่นายทะเบียนสหกรณ์สงั่ ใหก้ รรมการบางคนพน้ จากตาแหน่ง ใหค้ ณะกรรมการ
ส่วนที่เหลือเรียกประชุมใหญ่เลือกต้งั ผเู้ ป็ นกรรมการแทนภายในเวลาสามสิบวนั นบั แต่วนั ท่ีกรรมการพน้
จากตาแหน่ง ถา้ มิไดเ้ ลือกต้งั หรือเลือกต้งั ผเู้ ป็นกรรมการไมไ่ ดต้ ามกาหนดเวลาใหน้ าย ทะเบียนสหกรณ์ต้งั
สมาชิกเป็นกรรมการแทนในการน้ีใหผ้ ซู้ ่ึงไดร้ ับเลือกต้งั หรือแต่งต้งั น้นั อยใู่ นตาแหน่งกรรกมารเท่ากบั วาระ
ที่เหลืออยขู่ องผซู้ ่ึงตน แทน
มาตรา ๒๖ คาสงั่ ใด ๆ ตามมาตรา ๒๐ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕ ใหผ้ มู้ ีส่วนไดเ้ สีย
อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติไดภ้ ายในสาม สิบวนั นบั แตว่ นั ท่ีไดร้ ับทราบคาส่งั
คาวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติใหเ้ ป็นท่ีสุด
8
ส่วนที่ ๔
กองทุนพฒั นาสหกรณ์
มาตรา ๒๗ ใหจ้ ดั ต้งั กองทุนพฒั นาสหกรณ์ข้ึนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียกโดยยอ่ วา่ "กพส."
เพอื่ เป็ นทุนส่งเสริมกิจการของสหกรณ์ ประกอบดว้ ยเงินและทรัพยส์ ินตามมาตรา ๒๘
มาตรา ๒๘ กพส. ประกอบดว้ ย
(๑) เงินอุดหนุนท่ีไดร้ ับจากงบประมาณแผน่ ดิน
(๒) เงินและทรัพยส์ ินที่มีผมู้ อบให้
(๓) เงินและทรัพยส์ ินท่ีตกเป็ นของ กพส.
(๔) เงินที่ไดจ้ ากการจาหน่ายทรัพยส์ ินที่ไดร้ ับมาตาม (๒) และ (๓)
(๕) ดอกผล รายได้ หรือประโยชนอ์ ่ืนใดของ กพส.
เงินและทรัพยส์ ินของ กพส. ตามวรรคหน่ึงใหน้ าส่งเขา้ บญั ชี กพส. โดยไมต่ อ้ งนาส่งคลงั เป็นรายได้
แผน่ ดิน
มาตรา ๒๙ การรับเงิน การจ่ายเงิน การเกบ็ รักษาเงิน การจดั หาผลประโยชน์ การจดั การ และการ
จาหน่ายทรัพยส์ ินของ กพส. ใหเ้ ป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
พฒั นาการ สหกรณ์แห่งชาติ
มาตรา ๓๐ ใหม้ ีคณะกรรมการบริหาร กพส. ประกอบดว้ ย อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็น ประธาน
กรรมการ อธิบดีกรมตรวจบญั ชีสหกรณ์ อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
ผแู้ ทนกรมบญั ชีกลาง ผแู้ ทนสานกั งบประมาณ เป็นกรรมการโดยตาแหน่ง กรรมการอ่ืนซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้งั
จากผแู้ ทนของสหกรณ์ประเภทละหน่ึงคนและผู้ แทนกลุ่มเกษตรกรหน่ึงคน เป็นกรรมการ
ใหร้ องอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ซ่ึงอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์มอบหมาย เป็นกรรมการและ
เลขานุการ
การเลือกผแู้ ทนของสหกรณ์และผ้แู ทนกล่มุ เกษตรกรเพ่ือใหร้ ัฐมนตรีแต่งต้งั ตามวรรคหน่ึง ให้เป็นไป
ตามหลกั เกณฑท์ ่ีคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติกาหนด
ใหค้ ณะกรรมการบริหาร กพส. มีอานาจหนา้ ที่บริหาร กพส. ตลอดจนตรวจสอบ ติดตามและ
ประเมินผลงานของสหกรณ์ที่ไดร้ ับการส่งเสริมกิจการจาก กพส. ตามหลกั เกณฑท์ ี่กาหนดในระเบียบกรม
ส่ งเสริ มสหกรณ์
9
มาตรา ๓๑ ใหน้ าความในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใชบ้ งั คบั แก่การดารงตาแหน่งของ
กรรมการบริหาร กพส. ซ่ึงรัฐมนตรีแตง่ ต้งั จากผแู้ ทนของสหกรณ์และผ้แู ทนกล่มุ เกษตรกร โดยอนุโลม
มาตรา ๓๒ ใหน้ าความในมาตรา ๑๓ มาใชบ้ งั คบั แก่การประชุมของคณะกรรมการบริหาร กพส. โดย
อนุโลม
หมวด ๓
สหกรณ์
ส่วนท่ี ๑
การจัดต้งั และการจดทะเบยี นสหกรณ์
มาตรา ๓๓ สหกรณ์จะต้งั ข้ึนไดโ้ ดยการจดทะเบียนตามพระราชบญั ญตั ิน้ี และตอ้ งมีวตั ถุประสงค์ เพอื่
ส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดา สมาชิก โดยวธิ ีช่วยตนเองและช่วยเหลือ ซ่ึงกนั
และกนั ตามหลกั การสหกรณ์ และตอ้ ง
(๑) มีกิจการร่วมกนั ตามประเภทของสหกรณ์ท่ีขอจดทะเบียน
(๒) มีสมาชิกเป็นบุคคลธรรมดาและบรรลุนิติภาวะ
(๓) มีทุนซ่ึงแบง่ เป็ นหุน้ มีมูลคา่ เทา่ ๆ กนั และสมาชิกแตล่ ะคนจะตอ้ งถือหุน้ อยา่ งนอ้ ยหน่ึงหุน้ แต่ไมเ่ กิน
หน่ึงในหา้ ของหุน้ ที่ชาระแลว้ ท้งั หมด
(๔) มีสมาชิกซ่ึงมีคุณสมบตั ิตามที่กาหนดในขอ้ บงั คบั ภายใตบ้ ทบญั ญตั ิมาตรา ๔๓(๗)
ประเภทของสหกรณ์ท่ีจะรับจดทะเบียนใหก้ าหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๓๔ ผซู้ ่ึงประสงคจ์ ะเป็นสมาชิกของสหกรณ์ท่ีจะขอจดั ต้งั ข้ึนตอ้ งประชุมกนั เพอ่ื คดั เลือกผู้
ท่ีมาประชุมใหเ้ ป็นคณะผจู้ ดั ต้งั สหกรณ์จานวนไมน่ อ้ ยกวา่ สิบคน เพ่ือดาเนินการจดั ต้งั สหกรณ์ โดยใหค้ ณะ
ผจู้ ดั ต้งั สหกรณ์ดาเนินการ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) พิจารณาเลือกประเภทของสหกรณ์ท่ีจะจดั ต้งั ตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวงและพิจารณากาหนด
วตั ถุประสงคข์ องสหกรณ์ที่จะจดั ต้งั น้นั
(๒) กาหนดแผนดาเนินการเก่ียวกบั ธุรกิจหรือกิจกรรมของสหกรณ์ท่ีจะจดั ต้งั ข้ึนตามหลกั เกณฑ์ และวธิ ีการ
ท่ีนายทะเบียนสหกรณ์กาหนด
10
(๓) ทาบญั ชีรายชื่อผซู้ ่ึงจะเป็ นสมาชิกพร้อมดว้ ยจานวนหุน้ ที่แตล่ ะคนจะถือเม่ือจดั ต้งั สหกรณ์แลว้
(๔) ดาเนินการร่างขอ้ บงั คบั ภายใตบ้ งั คบั บทบญั ญตั ิมาตรา ๔๓ และเสนอใหท้ ี่ประชุมผซู้ ่ึงจะเป็นสมาชิก
พจิ ารณากาหนดเป็นขอ้ บงั คบั ของสหกรณ์ ที่จะจดั ต้งั ข้ึน
มาตรา ๓๕ การขอจดทะเบียนสหกรณ์ ใหค้ ณะผจู้ ดั ต้งั สหกรณ์ลงลายมือช่ือในคาขอจดทะเบียนตาม
แบบที่นายทะเบียน สหกรณ์กาหนด ยนื่ ต่อนายทะเบียนสหกรณ์พร้อมเอกสาร ดงั ต่อไปน้ี
(๑) สาเนารายงานการประชุมตามมาตรา ๓๔ จานวนสองชุด
(๒) แผนดาเนินการตามมาตรา ๓๔(๒) จานวนสองชุด
(๓) บญั ชีรายช่ือผซู้ ่ึงจะเป็ นสมาชิกพร้อมลายมือชื่อและจานวนหุน้ ที่แตล่ ะคนจะถือเม่ือจดั ต้งั สหกรณ์แลว้
จานวนสองชุด
(๔) ขอ้ บงั คบั ตามมาตรา ๓๔(๔) จานวนส่ีชุด
มาตรา ๓๖ นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์ หรือพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีซ่ึงนายทะเบียน
สหกรณ์มอบหมาย มีอานาจออกคาสั่งเป็นหนงั สือใหบ้ ุคคลใด ๆ ซ่ึงเกี่ยวขอ้ งมาช้ีแจงขอ้ เทจ็ จริง หรือใหส้ ่ง
เอกสารมาเพ่ือประกอบการพิจารณาเกี่ยวกบั การรับจดทะเบียนสหกรณ์ได้
ในการพจิ ารณารายการที่เก่ียวกบั คาขอ หรือรายการในขอ้ บงั คบั ของสหกรณ์ท่ีจะจดั ต้งั ข้ึน ถา้ นาย
ทะเบียนสหกรณ์เห็นวา่ รายการดงั กล่าวไม่ถูกตอ้ ง หรือยงั มิไดด้ าเนินการตามมาตรา ๓๔ นายทะเบียน
สหกรณ์มีอานาจสัง่ ใหค้ ณะผจู้ ดั ต้งั สหกรณ์แกไ้ ข หรือดาเนินการใหถ้ ูกตอ้ งได้
มาตรา ๓๗ เม่ือนายทะเบียนสหกรณ์พจิ ารณาแลว้ เห็นวา่ สหกรณ์ตามที่ขอจดทะเบียน มีวตั ถุประสงค์
ตามมาตรา ๓๓ คาขอจดทะเบียนมีเอกสารครบถว้ นถูกตอ้ งตามมาตรา ๓๕ และการจดั ต้งั สหกรณ์ตามท่ีขอ
จดทะเบียนจะไมเ่ สียหายแก่ระบบสหกรณ์ใหน้ าย ทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนและออกใบสาคญั รับจด
ทะเบียนใหแ้ ก่สหกรณ์น้นั
ใหส้ หกรณ์ที่ไดจ้ ดทะเบียนแลว้ มีฐานะเป็นนิติบุคคล
มาตรา ๓๘ ในกรณีที่นายทะเบียนสหกรณ์มีคาสัง่ ไมร่ ับจดทะเบียนใหแ้ จง้ คาสัง่ พร้อมดว้ ยเหตุผลเป็น
หนงั สือไปยงั คณะผจู้ ดั ต้งั สหกรณ์โดยไม่ชกั ชา้
คณะผจู้ ดั ต้งั สหกรณ์มีสิทธิยน่ื คาอุทธรณ์คาสง่ั ไมร่ ับจดทะเบียนต่อคณะ กรรมการพฒั นาการสหกรณ์
แห่งชาติโดยยน่ื คาอุทธรณ์ต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายในหก สิบวนั นบั แตว่ นั ท่ีไดร้ ับแจง้ คาสง่ั
11
คาวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติใหเ้ ป็นท่ีสุด
มาตรา ๓๙ เม่ือนายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนสหกรณ์แลว้ ใหค้ ณะผจู้ ดั ต้งั สหกรณ์ มีอานาจ
หนา้ ที่และสิทธิเช่นเดียวกบั คณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์น้นั จนกวา่ จะ มีการเลือกต้งั คณะกรรมการ
ดาเนินการสหกรณ์ตามมาตรา ๔๐
ใหผ้ ซู้ ่ึงมีชื่ออยใู่ นบญั ชีรายช่ือผจู้ ะเป็นสมาชิกตามมาตรา ๓๔(๓) เป็ นสมาชิกสหกรณ์ต้งั แต่วนั ท่ีนาย
ทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนสหกรณ์และได้ ชาระค่าหุน้ ตามจานวนที่จะถือครบถว้ นแลว้
ในกรณีท่ีมีผขู้ อเขา้ เป็ นสมาชิกสหกรณ์ภายหลงั วนั ที่นายทะเบียนสหกรณ์ รับจดทะเบียนสหกรณ์ ให้
ถือวา่ เป็นสมาชิกเม่ือไดช้ าระค่าหุน้ ตามจานวนที่จะถือครบถว้ นแลว้
มาตรา ๔๐ ใหค้ ณะผจู้ ดั ต้งั สหกรณ์นดั สมาชิกมาประชุมกนั เป็นการประชุมใหญ่สามญั คร้ังแรก ภายใน
เกา้ สิบวนั นบั แต่วนั ท่ีจดทะเบียนสหกรณ์ เพ่ือต้งั คณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์และมอบหมายการท้งั ปวง
ใหแ้ ก่คณะกรรมการ ดาเนินการสหกรณ์
มาตรา ๔๑ ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์ประกาศกาหนดประเภทของสหกรณ์ที่สามารถรับสมาชิกสมทบ
ได้
คุณสมบตั ิ วธิ ีรับสมคั ร และการขาดจากสมาชิกภาพ ตลอดจนสิทธิและหนา้ ท่ีของสมาชิกสมทบ ให้
เป็นไปตามท่ีกาหนดไวใ้ นขอ้ บงั คบั
หา้ มมิใหส้ หกรณ์ใหส้ ิทธิแก่สมาชิกสมทบในการนบั ช่ือของสมาชิกสมทบเขา้ เป็ น องคป์ ระชุม ในการ
ประชุมใหญ่ การออกเสียงในเรื่องใด ๆ หรือเป็ นกรรมการดาเนินการ
มาตรา ๔๒ ในการชาระค่าหุน้ สมาชิกจะนาคา่ หุ้นหกั กลบลบหน้ีกบั สหกรณ์ไมไ่ ดแ้ ละสมาชิกมี
ความรับผดิ เพยี ง ไมเ่ กินจานวนเงินค่าหุน้ ท่ียงั ส่งใชไ้ ม่ครบมลู ค่าหุน้ ท่ีตนถือ
ในระหวา่ งท่ีสมาชิกภาพของสมาชิกยงั ไมส่ ิ้นสุดลง หา้ มมิใหเ้ จา้ หน้ีของสมาชิกใชส้ ิทธิเรียกร้องหรือ
อายดั ค่าหุน้ ของสมาชิกผนู้ ้นั และ เม่ือสมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง สหกรณ์มีสิทธ์ินาเงินตามมลู ค่าหุ้น
ท่ีสมาชิกมีอย่มู าหักกลบลบหนีท้ ่ีสมาชิก ผกู พันต้องชาระหนีแ้ ก่สหกรณ์ได้ และให้สหกรณ์มีสถานะเป็ น
เจ้าหนีบ้ ุริมสิทธิพิเศษเหนือเงินค่าหุ้นน้ัน
มำตรำ ๔๒/๑ เม่ือสมาชิกได้ทาความยินยอมเป็นหนงั สือไว้กบั สหกรณ์ ให้ผ้บู งั คับบัญชาใน
หน่วยงานของรัฐ หรือนายจ้างในสถานประกอบการ หรือหน่วยงานอื่นใดที่สมาชิกปฏิบตั ิหน้าที่อย่หู ัก
เงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือเงินอ่ืนใด ท่ีถึงกาหนดจ่ายแก่สมาชิกนั้น เพื่อชาระหนีห้ รือภาระผกู พันอื่นที่มีต่อ
สหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์ตามจานวนท่ีสหกรณ์แจ้งไป ให้หน่วยงานน้ันหักเงินดงั กล่าวและส่งเงินที่หักไว้นนั้
ให้ แก่ สมาชิ กโดยพลนั
12
การแสดงเจตนายินยอมตามวรรคหน่ึง มิอาจจะถอนคืนได้ เว้นแต่สหกรณ์จะให้ความยินยอม
การ หักเงินตามวรรคหน่ึง ต้องหักให้สหกรณ์เป็นลาดับแรก ถดั จากหนีภ้ าษีอากรและการหักเงินเข้ากองทุน
ท่ีสมาชิกต้องถกู หักตามกฎหมายว่า ด้วยกองทุนบาเหนจ็ บานาญข้าราชการ กฎหมายว่าด้วยกองทุนสารอง
เลีย้ งชีพ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม
มำตรำ ๔๒/๒ สมาชิกอาจทาหนังสือตัง้ บุคคลหน่ึงหรือหลายคนเป็นผ้รู ับโอนประโยชน์ในเงินค่า
หุ้น เงินฝาก หรือเงินอ่ืนใดจากสหกรณ์เมื่อตนถึงแก่ความตาย โดยมอบไว้ให้แก่สหกรณ์เป็นหลักฐาน
ส่วนที่ ๒
ข้อบงั คับและการแก้ไขเพม่ิ เติม
มาตรา ๔๓ ขอ้ บงั คบั ของสหกรณ์อยา่ งนอ้ ยตอ้ งมีรายการ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ช่ือสหกรณ์ ซ่ึงตอ้ งมีคาวา่ "จากดั " อยทู่ า้ ยชื่อ
(๒) ประเภทของสหกรณ์
(๓) วตั ถุประสงค์
(๔) ท่ีต้งั สานกั งานใหญแ่ ละที่ต้งั สานกั งานสาขา
(๕) ทุนซ่ึงแบง่ เป็นหุ้น มูลคา่ ของหุน้ การชาระคา่ หุ้นดว้ ยเงินหรือทรัพยส์ ินอื่น การขาย และการโอนหุน้
ตลอดจนการจ่ายคืนค่าหุน้
(๖) ขอ้ กาหนดเกี่ยวกบั การดาเนินงาน การบญั ชี และการเงินของสหกรณ์
(๗) คุณสมบตั ิของสมาชิก วิธีรับสมาชิก การขาดจากสมาชิกภาพ ตลอดจนสิทธิหนา้ ท่ีของสมาชิก
(๘) ขอ้ กาหนดเกี่ยวกบั การประชุมใหญ่
(๙) การเลือกต้งั การดารงตาแหน่ง การพน้ จากตาแหน่งและการประชุมของคณะกรรมการดาเนินการ
สหกรณ์
(๑๐) การแตง่ ต้งั การดารงตาแหน่ง การพน้ จากตาแหน่ง การกาหนดอานาจหนา้ ที่และความรับผดิ ชอบของ
ผจู้ ดั การ
13
มาตรา ๔๔ การแกไ้ ขเพ่ิมเติมขอ้ บงั คบั จะกระทาไดก้ แ็ ต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และตอ้ งนา
ขอ้ บงั คบั ที่ไดแ้ กไ้ ขเพิ่มเติมไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภาย ในสามสิบวนั นบั แตว่ นั ที่ท่ีประชุม
ใหญ่ลงมติ เม่ือนายทะเบียนสหกรณ์ไดจ้ ดทะเบียนแลว้ ใหม้ ีผลใชบ้ งั คบั ได้
ในกรณีท่ีมีการแกไ้ ขเพม่ิ เติมขอ้ บงั คบั โดยการเปล่ียนช่ือสหกรณ์ ใหส้ หกรณ์คืนใบสาคญั รับจด
ทะเบียน และใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์ออกใบสาคญั รับจดทะเบียนการเปล่ียนชื่อใหแ้ ก่สหกรณ์ ดว้ ย
การแกไ้ ขเพิม่ เติมขอ้ บงั คบั และการเปล่ียนชื่อของสหกรณ์น้นั ยอ่ มไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิ หรือ
ความรับผดิ ใด ๆ ของสหกรณ์
ใหน้ าความในมาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๓๘ มาใชบ้ งั คบั แก่การแกไ้ ขเพิ่มเติมขอ้ บงั คบั โดย
อนุโลม
มาตรา ๔๕ ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกบั การตีความในขอ้ บงั คบั ใหส้ หกรณ์ขอคาวนิ ิจฉยั จากนายทะเบียน
สหกรณ์ และใหส้ หกรณ์ถือปฏิบตั ิตามคาวนิ ิจฉยั น้นั
ส่วนที่ ๓
การดาเนินงานของสหกรณ์
มาตรา ๔๖ เพอ่ื ปฏิบตั ิใหเ้ ป็นไปตามวตั ถุประสงค์ ใหส้ หกรณ์มีอานาจกระทาการ ดงั ต่อไปน้ีได้
(๑) ดาเนินธุรกิจ การผลิต การคา้ การบริการ และอุตสาหกรรม เพื่อประโยชนข์ องสมาชิก
(๒) ใหส้ วสั ดิการหรือการสงเคราะห์ตามสมควรแก่สมาชิกและครอบครัว
(๓) ใหค้ วามช่วยเหลือทางวิชาการแก่สมาชิก
(๔) ขอหรือรับความช่วยเหลือทางวชิ าการจากทางราชการ หน่วยงานของตา่ งประเทศ หรือบุคคลอ่ืนใด
(๕) รับฝากเงินประเภทออมทรัพยห์ รือประเภทประจาจากสมาชิกหรือสหกรณ์อื่น หรือสมาคมฌาปนกิจ
สงเคราะห์ซ่ึงมีสมาชิกของสมาคมน้ันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ผ้รู ับฝากเงิน ท้งั น้ีตาม
ระเบียบของสหกรณ์ท่ีไดร้ ับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์
(๖) ใหก้ ู้ ใหส้ ินเชื่อ ใหย้ มื ใหเ้ ช่า ใหเ้ ช่าซ้ือ โอน รับจานองหรือรับจานา ซ่ึงทรัพยส์ ินแก่สมาชิกหรือของ
สมาชิก
(๗) จดั ใหไ้ ดม้ า ซ้ือ ถือกรรมสิทธ์ิหรือทรัพยสิทธิ ครอบครอง กู้ ยมื เช่า เช่าซ้ือ รับโอนสิทธิการเช่าหรือ
สิทธิการเช่าซ้ือ จานอง หรือจานา ขาย หรือจาหน่ายดว้ ยวิธีอื่นใดซ่ึงทรัพยส์ ิน
14
(๘) ใหส้ หกรณ์อื่นกยู้ มื เงินไดต้ ามระเบียบของสหกรณ์ที่ไดร้ ับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์
(๙) ดาเนินกิจการอยา่ งอื่นบรรดาที่เก่ียวกบั หรือเน่ืองในการจดั ใหส้ าเร็จตามวตั ถุประสงคข์ องสหกรณ์
มาตรา ๔๗ การกยู้ มื เงินหรือการค้าประกนั ของสหกรณ์ จะตอ้ งจากดั อยภู่ ายในวงเงินท่ีนายทะเบียน
สหกรณ์เห็นชอบ
มาตรา ๔๘ ใหส้ หกรณ์ดารงสินทรัพยส์ ภาพคล่องตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการที่กาหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๙ การรับเงินอุดหนุน หรือทรัพยส์ ินจากทางราชการ หน่วยงานของตา่ งประเทศหรือบุคคล
อ่ืนใด ถา้ การให้เงินอุดหนุนหรือทรัพยส์ ินน้นั กาหนดไวเ้ พ่อื การใดใหใ้ ชเ้ พ่ือการน้นั แต่ถา้ มิไดก้ าหนดไว้
ใหจ้ ดั สรรเงินอุดหนุนหรือทรัพยส์ ินน้นั เป็ นทุนสารองของสหกรณ์
มาตรา ๕๐ ใหส้ หกรณ์มีคณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์ ประกอบดว้ ย ประธานกรรมการหน่ึงคน
และกรรมการอ่ืนอีกไม่เกินสิบสี่คนซ่ึงท่ีประชุมใหญ่เลือกต้งั จากสมาชิก
คณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์ มีวาระอยใู่ นตาแหน่งคราวละสองปี นบั แต่วนั เลือกต้งั ในวาระ
เริ่มแรกเมื่อครบหน่ึงปี นบั แต่วนั เลือกต้งั ใหก้ รรมการดาเนินการสหกรณ์ออกจากตาแหน่งเป็นจานวนหน่ึง
ในสองของกรรมการ ดาเนินการสหกรณ์ท้งั หมดโดยวธิ ีจบั ฉลาก และใหถ้ ือวา่ เป็นการพน้ จากตาแหน่งตาม
วาระ
กรรมการดาเนินการสหกรณ์ ซ่ึงพน้ จากตาแหน่งอาจไดร้ ับเลือกต้งั อีกได้ แต่ตอ้ งไม่เกินสองวาระ
ติดต่อกนั
ใน กรณีที่มีการเลือกต้งั กรรมการดาเนินการสหกรณ์แทนตาแหน่งท่ีวา่ งให้ กรรมการ ดาเนินการสหกรณ์ท่ี
ไดร้ ับเลือกต้งั อยใู่ นตาแหน่งเทา่ กบั วาระท่ีเหลืออยขู่ อง ผทู้ ่ีตนแทน
มาตรา ๕๑ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์เป็ นผดู้ าเนินกิจการ และเป็นผแู้ ทนสหกรณ์ในกิจการ
อนั เก่ียวกบั บุคคลภายนอก เพื่อการน้ีคณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์จะมอบหมายใหก้ รรมการคนหน่ึง
หรือหลายคน หรือผจู้ ดั การทาการแทนกไ็ ด้
มาตรา ๕๒ หา้ มมิใหบ้ ุคคลซ่ึงมีลกั ษณะดงั ต่อไปน้ีเป็นหรือทาหนา้ ท่ีกรรมการหรือผจู้ ดั การ
(๑) เคยไดร้ ับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดใหจ้ าคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดท่ีได้กระทาโดย
ประมาทหรื อความผิดลหุโทษ
(๒) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือใหอ้ อกจากราชการ องคก์ ารหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ฐานทุจริต
ตอ่ หนา้ ท่ี
15
(๓) เคยถูกใหพ้ น้ จากตาแหน่งกรรมการหรือมีคาวนิ ิจฉยั เป็นท่ีสุดใหพ้ น้ จากตาแหน่งกรรมการตามมาตรา
๒๒(๔)
(๔) เคยถูกที่ประชุมใหญ่มีมติใหถ้ อดถอนออกจากตาแหน่งกรรมการเพราะเหตุทุจริตต่อหนา้ ที่
มาตรา ๕๓ ใหส้ หกรณ์มีผตู้ รวจสอบกิจการ ซ่ึงที่ประชุมใหญ่เลือกต้งั จากสมาชิกหรือบุคคลภายนอก
เพื่อดาเนินการตรวจสอบกิจการของสหกรณ์แลว้ ทารายงานเสนอต่อท่ีประชุมใหญ่
จานวนผตู้ รวจสอบกิจการตามวรรคหน่ึง ใหเ้ ป็ นไปตามที่นายทะเบียนสหกรณ์กาหนด
มาตรา ๕๔ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์เรียกประชุมใหญ่สามญั ปี ละหน่ึงคร้ังภายในหน่ึงร้อย
หา้ สิบวนั นบั แต่วนั สิ้นปี ทางบญั ชีของสหกรณ์น้นั
มาตรา ๕๖ สหกรณ์ใดมีสมาชิกเกินกวา่ หา้ ร้อยคน จะกาหนดในขอ้ บงั คบั ใหม้ ีการประชุมใหญ่โดย
ผแู้ ทนสมาชิกกไ็ ด้ จานวนผแู้ ทนสมาชิกจะมีนอ้ ยกวา่ หน่ึงร้อยคนไม่ได้
วธิ ีการเลือกต้งั ผแู้ ทนสมาชิก จานวนผแู้ ทนสมาชิกและการดารงตาแหน่งให้เป็นไปตามที่กาหนดใน
ขอ้ บงั คบั
มาตรา ๕๗ การประชุมใหญ่ของสหกรณ์ตอ้ งมีสมาชิกมาประชุมไมน่ อ้ ยกวา่ ก่ึงหน่ึงของจานวน
สมาชิกท้งั หมดหรือไม่นอ้ ยกวา่ หน่ึงร้อยคนในกรณีเป็ นการประชุมใหญโ่ ดยผแู้ ทน สมาชิก ตอ้ งมีผแู้ ทน
สมาชิกมาประชุมไมน่ อ้ ยกวา่ ก่ึงหน่ึงของจานวนผแู้ ทนสมาชิกท้งั หมดหรือไมน่ อ้ ยกวา่ หน่ึงร้อยคน จึงจะ
เป็นองคป์ ระชุม
ในการประชุมใหญ่ สมาชิกหรือผแู้ ทนสมาชิกจะมอบอานาจใหผ้ อู้ ื่นมาประชุมแทนตนไม่ได้
มาตรา ๕๘ ในการประชุมใหญ่ของสหกรณ์ ถา้ สมาชิกหรือผแู้ ทนสมาชิกแลว้ แต่กรณี มาประชุมไม่
ครบองคป์ ระชุม ใหน้ ดั ประชุมใหญ่อีกคร้ังหน่ึงภายในสิบส่ีวนั นบั แต่วนั ที่นดั ประชุมใหญ่ คร้ังแรก ในการ
ประชุมคร้ังหลงั น้ี ถา้ มิใช่การประชุมใหญว่ สิ ามญั ท่ีสมาชิกหรือผแู้ ทนสมาชิกร้องขอใหเ้ รียก ประชุมแลว้
เม่ือมีสมาชิกหรือผแู้ ทนสมาชิก แลว้ แตก่ รณีมาประชุมไมน่ อ้ ยกวา่ หน่ึงในสิบของจานวนสมาชิกหรือผแู้ ทน
สมาชิก ท้งั หมด หรือไม่นอ้ ยกวา่ สามสิบคน ก็ใหถ้ ือวา่ เป็นองคป์ ระชุม
มาตรา ๕๙ สมาชิกหรือผแู้ ทนสมาชิกคนหน่ึงใหม้ ีเสียงหน่ึงในการลงคะแนน ถา้ คะแนนเสียงเทา่ กนั
ใหป้ ระธานในท่ีประชุมออกเสียงเพ่มิ ข้ึนอีกเสียงหน่ึงเป็ นเสียงช้ีขาด การวนิ ิจฉยั ช้ีขาดของท่ีประชุมใหญ่ให้
ถือเสียงขา้ งมาก เวน้ แต่ในกรณีดงั ต่อไปน้ี ใหถ้ ือเสียงไม่นอ้ ยกวา่ สองในสามของจานวนสมาชิกหรือผแู้ ทน
สมาชิกซ่ึงมาประชุม
16
(๑) การแกไ้ ขเพม่ิ เติมขอ้ บงั คบั
(๒) การควบสหกรณ์
(๓) การแยกสหกรณ์
(๔) การเลิกสหกรณ์
(๕) การอ่ืนใดท่ีขอ้ บงั คบั กาหนดใหใ้ ชเ้ สียงไม่นอ้ ยกวา่ สองในสามของจานวนสมาชิกหรือผแู้ ทนสมาชิกซ่ึง
มาประชุม
มาตรา ๖๐ ในการจดั สรรกาไรสุทธิประจาปี ของสหกรณ์ ใหจ้ ดั สรรเป็นทุนสารองไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ
สิบของกาไรสุทธิ และเป็นค่าบารุงสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยตามอัตราท่ีกาหนดใน
กฎกระทรวง แตต่ อ้ งไม่เกินร้อยละหา้ ของกาไรสุทธิ
กาไรสุทธิประจาปี ท่ีเหลือจากการจดั สรรเป็นทุนสารองและค่าบารุงสนั นิบาต สหกรณ์แห่งประเทศ
ไทย ที่ประชุมใหญ่อาจจดั สรรไดภ้ ายใตข้ อ้ บงั คบั ดงั ต่อไปน้ี
(๑) จ่ายเป็นเงินปันผลตามหุน้ ท่ีชาระแลว้ แตต่ อ้ งไมเ่ กินอตั ราท่ีกาหนดในกฎกระทรวง สาหรับสหกรณ์แต่
ละประเภท
(๒) จา่ ยเป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนธุรกิจที่สมาชิกไดท้ าไวก้ บั สหกรณ์ในระหวา่ งปี
(๓) จา่ ยเป็ นเงินโบนสั แก่กรรมการและเจา้ หนา้ ที่ของสหกรณ์ไมเ่ กินร้อยละสิบของกาไรสุทธิ
(๔) จา่ ยเป็ นทุนสะสมไว้ เพื่อดาเนินการอยา่ งหน่ึงอยา่ งใดของสหกรณ์ตามที่กาหนดในขอ้ บงั คบั
มาตรา ๖๑ ทุนสารองตามมาตรา ๖๐ วรรคหน่ึง จะถอนจากบญั ชีทุนสารองไดเ้ พ่ือชดเชยการขาดทุน
หรือเพือ่ จดั สรรเขา้ บญั ชีเงิน สารองใหแ้ ก่สหกรณ์ใหมท่ ่ีไดจ้ ดทะเบียนแบง่ แยกจากสหกรณ์เดิมตามมาตรา
๑๐๐
มาตรา ๖๒ เงินของสหกรณ์น้นั สหกรณ์อาจฝากหรือลงทุนได้ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ฝากในชุมนุมสหกรณ์หรือสหกรณ์อื่น
(๒) ฝากในธนาคาร หรือฝากในสถาบนั การเงินท่ีมีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ ใหค้ วามช่วยเหลือทางการเงินแก่
สหกรณ์
17
(๓) ซ้ือหลกั ทรัพยข์ องรัฐบาลหรือรัฐวสิ าหกิจ
(๔) ซ้ือหุน้ ของธนาคารที่วตั ถุประสงคเ์ พื่อใหค้ วามช่วยเหลือทางการเงินแก่สหกรณ์
(๕) ซ้ือหุน้ ของชุมนุมสหกรณ์หรือสหกรณ์อ่ืน
(๖) ซ้ือหุน้ ของสถาบนั ท่ีประกอบธุรกิจอนั ทาใหเ้ กิดความสะดวกหรือส่งเสริมความ เจริญแก่กิจการของ
สหกรณ์โดยไดร้ ับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์
(๗) ฝากหรือลงทุนอยา่ งอื่นตามท่ีคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติกาหนด
มาตรา ๖๓ ใหส้ หกรณ์ที่มีวตั ถุประสงคเ์ พอ่ื การขายหรือแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรที่ สมาชิกผลิต
ข้ึน พจิ ารณาซ้ือหรือรวบรวมผลิตผลจากสมาชิกก่อนผอู้ ื่น
มาตรา ๖๔ ใหส้ หกรณ์จดั ทาทะเบียน ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ทะเบียนสมาชิกซ่ึงอยา่ งนอ้ ยตอ้ งมีรายการ
(ก) ชื่อ ประเภท และท่ีต้งั สานกั งานของสหกรณ์
(ข) ช่ือ สัญชาติ และท่ีอยขู่ องสมาชิก
(ค) วนั ท่ีเขา้ เป็นสมาชิก
(๒) ทะเบียนหุน้ ซ่ึงอยา่ งนอ้ ยตอ้ งมีรายการ
(ก) ช่ือ ประเภท และที่ต้งั สานกั งานของสหกรณ์
(ข) ชื่อของสมาชิกซ่ึงถือหุน้ มลู คา่ หุน้ จานวนหุน้ และเงินค่าหุน้ ท่ีชาระแลว้
(ค) วนั ท่ีถือหุน้
ใหส้ หกรณ์เก็บรักษาทะเบียนตาม (๑) และ (๒) ไวท้ ี่สานกั งานของสหกรณ์และใหส้ ่งสาเนาทะเบียน
น้นั แก่นายทะเบียนสหกรณ์ภายใน เกา้ สิบวนั นบั แต่วนั ท่ีจดทะเบียน
ใหส้ หกรณ์รายงานการเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวนั นบั
แตว่ นั สิ้นปี ทางบญั ชีของสหกรณ์
18
มาตรา ๖๕ ใหส้ หกรณ์จดั ใหม้ ีการทาบญั ชีตามแบบและรายการท่ีนายทะเบียนสหกรณ์กาหนดใหถ้ ูก
ตอ้ งตามความเป็นจริง และเกบ็ รักษาบญั ชีและเอกสารประกอบการลงบญั ชีไวท้ ี่สานกั งานสหกรณ์ภายใน
ระยะ เวลาท่ีนายทะเบียนสหกรณ์กาหนด
เมื่อมีเหตุตอ้ งบนั ทึกรายการในบญั ชีเก่ียวกบั กระแสเงินสดของสหกรณ์ใหบ้ นั ทึก รายการในวนั ที่เกิด
เหตุน้นั สาหรับเหตุอื่นท่ีไม่เก่ียวกบั กระแสเงินสด ใหบ้ นั ทึกรายการในสมุดบญั ชีภายในสามวนั นบั แต่วนั ที่
มีเหตุอนั จะตอ้ งบนั ทึก รายการน้นั
การลงรายการบญั ชีตอ้ งมีเอกสารประกอบการลงบญั ชีที่สมบรู ณ์โดยครบถว้ น
มาตรา ๖๖ ใหส้ หกรณ์จดั ทางบดุลอยา่ งนอ้ ยคร้ังหน่ึงทุกรอบสิบสองเดือนอนั จดั วา่ เป็นรอบปี ทางบญั ชี
ของสหกรณ์
งบดุลน้นั ตอ้ งมีรายการแสดงสินทรัพย์ หน้ีสิน และทุนของสหกรณ์ กบั ท้งั บญั ชีกาไรขาดทุนตามแบบ
ท่ีนายทะเบียนสหกรณ์กาหนด
งบดุลน้นั ตอ้ งทาใหแ้ ลว้ เสร็จและใหผ้ สู้ อบบญั ชีตรวจสอบแลว้ นาเสนอเพ่อื อนุมตั ิในที่ประชุมใหญ่
ของสหกรณ์ภายในหน่ึงร้อยหา้ สิบวนั นบั แต่วนั สิ้นปี ทาง บญั ชี
มาตรา ๖๗ ใหส้ หกรณ์จดั ทารายงานประจาปี แสดงผลการดาเนินงานของสหกรณ์เสนอตอ่ ที่ประชุม
ใหญใ่ นคราวที่เสนองบดุล และใหส้ ่งสาเนารายงานประจาปี กบั งบดุลไปยงั นายทะเบียนสหกรณ์ภายใน
สามสิบวนั นบั แต่วนั ที่มีการประชุม
มาตรา ๖๘ ใหส้ หกรณ์เก็บรักษารายงานประจาปี แสดงผลการดาเนินงานของสหกรณ์และงบดุล
พร้อมท้งั ขอ้ บงั คบั และกฎหมายวา่ ดว้ ยสหกรณ์ไวท้ ี่สานกั งานของสหกรณ์เพือ่ ให้ สมาชิกขอตรวจดูได้
ส่ วนท๔ี่
การสอบบญั ชี
มาตรา๖๙ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์แต่งต้งั ผสู้ อบบญั ชี เพือ่ ตรวจสอบบญั ชีของสหกรณ์
การตรวจสอบบญั ชีน้นั ใหป้ ฏิบตั ิตามมาตรฐานการสอบบญั ชีที่รับรองทวั่ ไปและตามระเบียบท่ีนาย
ทะเบียนสหกรณ์กาหนด
19
ส่วนที่ ๕
การเลกิ สหกรณ์
มาตรา ๗๐ สหกรณ์ยอ่ มเลิกดว้ ยเหตุหน่ึงเหตุใด ดงั ต่อไปน้ี
(๑) มีเหตุตามท่ีกาหนดในขอ้ บงั คบั
(๒) สหกรณ์มีจานวนสมาชิกนอ้ ยกวา่ สิบคน
(๓) ท่ีประชุมใหญ่ลงมติใหเ้ ลิก
(๔) ลม้ ละลาย
(๕) นายทะเบียนสหกรณ์สัง่ ใหเ้ ลิกตามมาตรา ๗๑
ใหส้ หกรณ์ท่ีเลิกตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) แจง้ ให้นายทะเบียนสหกรณ์ทราบภายในสิบหา้ วนั นบั แต่
วนั ท่ีเลิก
ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์ปิ ดประกาศการเลิกสหกรณ์ไวท้ ่ีสานกั งานของสหกรณ์ท่ีทาการ สหกรณ์
อาเภอ หรือหน่วยส่งเสริมสหกรณ์ และที่วา่ การอาเภอหรือสานกั งานเขตแห่งทอ้ งที่ท่ีสหกรณ์น้นั ต้งั อยู่
มาตรา ๗๑ นายทะเบียนสหกรณ์มีอานาจส่งั เลิกสหกรณ์ไดเ้ ม่ือปรากฏวา่
(๑) สหกรณ์ไมเ่ ร่ิมดาเนินกิจการภายในหน่ึงปี นบั แตว่ นั ที่จดทะเบียน หรือหยดุ ดาเนินกิจการติดต่อกนั เป็น
เวลาสองปี นบั แตว่ นั ที่หยดุ ดาเนินกิจการ
(๒) สหกรณ์ไมส่ ่งสาเนางบดุลและรายงานประจาปี ต่อนายทะเบียนสหกรณ์เป็นเวลาสามปี ติดต่อกนั
(๓) สหกรณ์ไม่อาจดาเนินกิจการใหเ้ ป็ นผลดี หรือการดาเนินกิจการของสหกรณ์ก่อใหเ้ กิดความเสียหายแก่
สหกรณ์ หรือประโยชน์ส่วนรวม
มาตรา ๗๒ สหกรณ์ท่ีถูกส่ังเลิกตามมาตรา ๗๑ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์
แห่งชาติ โดยทาเป็นหนงั สือยน่ื ตอ่ นายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวนั นบั แต่วนั ที่ไดร้ ับ คาสง่ั และให้
นายทะเบียนสหกรณ์ส่งคาอุทธรณ์ตอ่ ไปยงั คณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่ง ชาติโดยไม่ชกั ชา้
คาวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติใหเ้ ป็นที่สุด
มาตรา ๗๓ เมื่อสหกรณ์ใดเลิกไปดว้ ยเหตุหน่ึงเหตุใดตามที่ระบุไวใ้ นมาตรา ๗๐ ใหจ้ ดั การชาระบญั ชี
ตามบทบญั ญตั ิในหมวด ๔ วา่ ดว้ ยการชาระบญั ชี
20
หมวด ๔
การชาระบญั ชี
มาตรา ๗๔ การชาระบญั ชีสหกรณ์ท่ีลม้ ละลายน้นั ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายวา่ ดว้ ยลม้ ละลาย
มาตรา ๗๕ การชาระบญั ชีสหกรณ์ท่ีเลิกเพราะเหตุอื่น นอกจากลม้ ละลายใหท้ ่ีประชุมใหญ่เลือกต้งั ผู้
ชาระบญั ชีโดยไดร้ ับความเห็นชอบ จากนายทะเบียนสหกรณ์ข้ึนทาการชาระบญั ชีสหกรณ์ภายในสามสิบวนั
นบั แต่วนั ที่ เลิกสหกรณ์ หรือนบั แต่วนั ท่ีคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติมีคาส่งั ใหย้ กอุทธรณ์แลว้
แต่กรณี
ในกรณีท่ีท่ีประชุมใหญ่ไม่เลือกต้งั ผชู้ าระบญั ชีภายในกาหนดเวลาดงั กล่าว หรือนายทะเบียนสหกรณ์
ไม่ใหค้ วามเห็นชอบในการเลือกต้งั ผชู้ าระบญั ชี ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์ต้งั ผชู้ าระบญั ชีข้ึนทาการชาระบญั ชี
สหกรณ์ได้
เม่ือนายทะเบียนสหกรณ์เห็นสมควรหรือเม่ือสมาชิกมีจานวนไม่นอ้ ยกวา่ สองในสาม ของสมาชิก
ท้งั หมดร้องขอตอ่ นายทะเบียนสหกรณ์ นายทะเบียนสหกรณ์จะแตง่ ต้งั ผชู้ าระบญั ชีคนใหม่แทนผชู้ าระบญั ชี
ซ่ึงไดร้ ับ เลือกต้งั หรือซ่ึงไดต้ ้งั ไวก้ ็ได้
ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์จดทะเบียนผชู้ าระบญั ชีซ่ึงนายทะเบียนสหกรณ์ใหค้ วามเห็น ชอบตามวรรค
หน่ึง หรือผชู้ าระบญั ชีซ่ึงไดร้ ับแต่งต้งั ตามวรรคสองหรือวรรคสาม และใหป้ ิ ดประกาศช่ือผชู้ าระบญั ชีไวท้ ี่
สานกั งานของสหกรณ์น้นั สานกั งานสหกรณ์อาเภอหรือหน่วยส่งเสริมสหกรณ์ และท่ีวา่ การอาเภอหรือ
สานกั งานเขตแห่งทอ้ งที่ท่ีสหกรณ์น้นั ต้งั อยภู่ ายในสิบ สี่วนั นบั แต่วนั ที่จดทะเบียนผชู้ าระบญั ชี
ผชู้ าระบญั ชีอาจไดร้ ับค่าตอบแทนตามท่ีนายทะเบียนสหกรณ์กาหนด
มาตรา ๗๖ สหกรณ์น้นั แมจ้ ะไดเ้ ลิกไปแลว้ ก็ใหพ้ ึงถือวา่ ยงั คงดารงอยตู่ ราบเท่าเวลาท่ีจาเป็นเพ่ือการ
ชาระบญั ชี
มาตรา ๗๗ ใหผ้ ชู้ าระบญั ชีมีหนา้ ที่ชาระสะสางกิจการของสหกรณ์ จดั การชาระหน้ีและจาหน่าย
ทรัพยส์ ินของสหกรณ์น้นั ให้เสร็จไป
มาตรา ๗๘ เมื่อสหกรณ์เลิก ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์และเจา้ หนา้ ท่ีของสหกรณ์มีหนา้ ที่
จดั การรักษา ทรัพยส์ ินท้งั หมดของสหกรณ์ไวจ้ นกวา่ ผชู้ าระบญั ชีจะเรียกใหส้ ่งมอบ
ผชู้ าระบญั ชีจะเรียกใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์หรือเจา้ หนา้ ท่ีของสหกรณ์ ส่งมอบทรัพยส์ ิน
ตามวรรคหน่ึงพร้อมดว้ ยสมุดบญั ชี เอกสาร และสิ่งอื่นเม่ือใดกไ็ ด้
มาตรา ๗๙ ภายในสามสิบวนั นบั แตว่ นั ท่ีนายทะเบียนสหกรณ์จดทะเบียนผชู้ าระบญั ชีใหผ้ ู้ ชาระบญั ชี
ประกาศโฆษณาทางหนงั สือพมิ พร์ ายวนั อยา่ งนอ้ ยสองวนั ติดต่อกนั หรือประกาศโฆษณาทางอื่นวา่ สหกรณ์
21
ไดเ้ ลิก และแจง้ เป็นหนงั สือไปยงั เจา้ หน้ีทุกคน ซ่ึงมีช่ือปรากฏในสมุดบญั ชี เอกสารของสหกรณ์หรือปรากฏ
จากทางอื่น เพ่ือใหท้ ราบวา่ สหกรณ์น้นั เลิก และใหเ้ จา้ หน้ียนื่ คาทวงหน้ีแก่ผชู้ าระบญั ชี
มาตรา ๘๐ ผชู้ าระบญั ชีตอ้ งทางบดุลของสหกรณ์โดยไมช่ กั ชา้ และใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์ต้งั ผสู้ อบ
บญั ชีเพือ่ ตรวจสอบงบดุลน้นั
เม่ือผสู้ อบบญั ชีรับรองงบดุลแลว้ ใหผ้ ชู้ าระบญั ชีเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญเ่ พ่ืออนุมตั ิแลว้ เสนองบ
ดุลน้นั ต่อนายทะเบียนสหกรณ์
ในกรณีท่ีการประชุมใหญไ่ ม่ครบองคป์ ระชุม ใหผ้ ชู้ าระบญั ชีเสนองบดุลต่อนายทะเบียนสหกรณ์เพ่ือ
อนุมตั ิ
มาตรา ๘๑ ผชู้ าระบญั ชีมีอานาจหนา้ ที่ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ดาเนินกิจการของสหกรณ์เทา่ ที่จาเป็ นเพอ่ื ระวงั รักษาผลประโยชน์ของสหกรณ์ในระหวา่ งท่ียงั ชาระ
บญั ชีไมเ่ สร็จ
(๒) ดาเนินกิจการของสหกรณ์เทา่ ท่ีจาเป็ นเพือ่ ชาระสะสางกิจการใหเ้ สร็จไปดว้ ยดี
(๓) เรียกประชุมใหญ่
(๔) ดาเนินการท้งั ปวงเก่ียวกบั คดีแพง่ หรือคดีอาญา และประนีประนอมยอมความในเรื่องใด ๆในนามของ
สหกรณ์
(๕) จาหน่ายทรัพยส์ ินของสหกรณ์
(๖) เรียกใหส้ มาชิกหรือทายาทของสมาชิกผตู้ ายชาระคา่ หุน้ ที่ยงั ชาระไม่ครบมลู ค่าของหุน้ ท้งั หมด
(๗) ร้องขอต่อศาลเพอื่ สั่งใหส้ หกรณ์ลม้ ละลายในกรณีท่ีเงินค่าหุน้ หรือเงินลงทุน ไดใ้ ชเ้ สร็จแลว้ แต่
ทรัพยส์ ินก็ยงั ไมเ่ พียงพอแก่การชาระหน้ีสิน
(๘) ดาเนินการอยา่ งอื่นเทา่ ที่จาเป็นเพื่อใหก้ ารชาระบญั ชีเสร็จสิ้น
มาตรา ๘๒ ขอ้ จากดั อานาจของผชู้ าระบญั ชีอยา่ งใด ๆ หา้ มมิใหย้ กข้ึนเป็นขอ้ ตอ่ สู้บุคคลภายนอก
ผกู้ ระทาการโดยสุจริต
มาตรา ๘๓ คา่ ธรรมเนียม คา่ ภาระติดพนั และคา่ ใชจ้ า่ ยที่ตอ้ งเสียตามสมควรในการชาระบญั ชีน้นั ผู้
ชาระบญั ชีตอ้ งจดั การชาระก่อนหน้ีรายอื่น
22
มาตรา ๘๔ ถา้ เจา้ หน้ีคนใดมิไดท้ วงถามใหช้ าระหน้ี ผชู้ าระบญั ชีตอ้ งวางเงินสาหรับจานวนหน้ีน้นั ไว้
ตอ่ นายทะเบียนสหกรณ์เพ่ือ ประโยชน์แก่เจา้ หน้ี และใหผ้ ชู้ าระบญั ชีมีหนงั สือแจง้ การท่ีไดว้ างเงินไปยงั
เจา้ หน้ีโดยไม่ชกั ชา้
ถา้ เจา้ หน้ีไมร่ ับเงินไปจนพน้ กาหนดสองปี นบั แตว่ นั ที่ผชู้ าระบญั ชีวางเงินไว้ ต่อนายทะเบียนสหกรณ์
เจา้ หน้ียอ่ มหมดสิทธิในเงินจานวนน้นั และใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์จดั ส่งเป็นรายไดข้ องสนั นิบาตสหกรณ์
แห่งประเทศไทยให้ เสร็จภายในเวลาอนั สมควร
มาตรา ๘๕ ใหผ้ ชู้ าระบญั ชีเสนอรายงานต่อนายทะเบียนสหกรณ์ทุกระยะหกเดือนวา่ ไดจ้ ดั การไป
อยา่ งใดบา้ งและแสดงใหเ้ ห็นความเป็นไปของบญั ชีที่ชาระอยนู่ ้นั รายงานดงั กล่าว น้ีใหท้ าตามแบบที่นาย
ทะเบียนสหกรณ์กาหนด
รายงานตามวรรคหน่ึงใหส้ มาชิก ทายาทของสมาชิกผตู้ าย และเจา้ หน้ีท้งั หลายของสหกรณ์ตรวจดูได้
โดยไม่ตอ้ งเสียค่าธรรมเนียม
ถา้ ปรากฏขอ้ บกพร่องในการชาระบญั ชี นายทะเบียนสหกรณ์มีอานาจส่งั ใหผ้ ชู้ าระบญั ชีแกไ้ ข
ขอ้ บกพร่อง และรายงานต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายในเวลาท่ีกาหนด
มาตรา ๘๖ เม่ือไดช้ าระหน้ีของสหกรณ์แลว้ ถา้ มีทรัพยส์ ินเหลืออยเู่ ทา่ ใดให้ผชู้ าระบญั ชีจา่ ยตามลาดบั
ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) จา่ ยคืนเงินค่าหุน้ ใหแ้ ก่สมาชิกไมเ่ กินมลู คา่ หุน้ ที่ชาระแลว้
(๒) จ่ายเป็นเงินปันผลตามหุ้นท่ีชาระแลว้ แต่ตอ้ งไม่เกินอตั ราท่ีนายทะเบียน สหกรณ์กาหนดตามความ
เห็นชอบของคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติสาหรับสหกรณ์ แต่ละประเภท
(๓) จา่ ยเป็ นเงินเฉล่ียคืนใหแ้ ก่สมาชิกตามส่วนธุรกิจที่สมาชิกไดท้ าไวก้ บั สหกรณ์ในระหวา่ งปี ตามที่
กาหนดในขอ้ บงั คบั
ถา้ ยงั มีทรัพยส์ ินเหลืออยอู่ ีก ใหผ้ ชู้ าระบญั ชีโอนใหแ้ ก่สหกรณ์อ่ืน หรือสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศ
ไทย ตามมติของท่ีประชุมใหญ่ หรือดว้ ยความเห็นชอบของนายทะเบียนสหกรณ์ในกรณีที่ไมอ่ าจเรียก
ประชุมใหญไ่ ด้ ภายในสามเดือนนบั แตว่ นั ที่ชาระบญั ชีเสร็จ
มาตรา ๘๗ เมื่อไดช้ าระบญั ชีกิจการของสหกรณ์เสร็จแลว้ ใหผ้ ชู้ าระบญั ชีทารายงานการชาระบญั ชี
พร้อมท้งั รายการยอ่ ของบญั ชีที่ชาระน้นั แสดงวา่ ไดด้ าเนินการชาระบญั ชีและจดั การทรัพยส์ ินของสหกรณ์
ไปอยา่ งใด รวมท้งั ค่าใชจ้ า่ ยในการชาระบญั ชี และจานวนทรัพยส์ ินที่จ่ายตามมาตรา ๘๖ เสนอต่อผสู้ อบ
บญั ชี
23
เมื่อผสู้ อบบญั ชีตรวจสอบและรับรองบญั ชีท่ีชาระน้นั แลว้ ใหผ้ ชู้ าระบญั ชีเสนอต่อนายทะเบียน
สหกรณ์ภายในสามสิบวนั นบั แต่วนั ที่ผสู้ อบ บญั ชีรับรองบญั ชีท่ีชาระน้นั เม่ือนายทะเบียนสหกรณ์เห็นชอบ
ดว้ ยแลว้ ใหถ้ ือวา่ เป็ นที่สุดแห่งการชาระบญั ชี และใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์ถอนชื่อสหกรณ์ออกจากทะเบียน
มาตรา ๘๘ เม่ือนายทะเบียนสหกรณ์ใหค้ วามเห็นชอบในการชาระบญั ชีตามมาตรา ๘๗ แลว้ ใหผ้ ู้
ชาระบญั ชีมอบบรรดาสมุดบญั ชีและเอกสารท้งั หลายของสหกรณ์ท่ีไดช้ าระ บญั ชีเสร็จแลว้ น้นั แก่นาย
ทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวนั นบั แต่วนั ที่นาย ทะเบียนสหกรณ์ใหค้ วามเห็นชอบ
ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์รักษาสมุดบญั ชีและเอกสารเหล่าน้ีไวอ้ ีกสองปี นบั แตว่ นั ท่ีถอนชื่อสหกรณ์น้นั
ออกจากทะเบียน
สมุดบญั ชีและเอกสารตามวรรคหน่ึง ใหผ้ มู้ ีส่วนไดเ้ สียตรวจดูไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเสียคา่ ธรรมเนียม
มาตรา ๘๙ ในคดีฟ้ องเรียกหน้ีสินที่สหกรณ์ สมาชิก หรือผชู้ าระบญั ชีเป็นลูกหน้ีอยใู่ นฐานะเช่นน้นั
หา้ มมิใหฟ้ ้ องเมื่อพน้ กาหนดสองปี นบั แตว่ นั ที่นายทะเบียนสหกรณ์ถอนช่ือสหกรณ์ ออกจากทะเบียน
หมวด ๕
การควบสหกรณ์เข้ากัน
มาตรา ๙๐ สหกรณ์ต้งั แต่สองสหกรณ์อาจควบเขา้ กนั เป็นสหกรณ์เดียวได้ โดยมติแห่งที่ประชุมใหญ่
ของแต่ละสหกรณ์ และตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากนายทะเบียนสหกรณ์
ในการขอความเห็นชอบของนายทะเบียนสหกรณ์ใหส้ ่งสาเนารายงานการประชุมใหญ่ของสหกรณ์ท่ี
ลงมติใหค้ วบเขา้ กนั ไปดว้ ย
มาตรา ๙๑ เม่ือนายทะเบียนสหกรณ์ใหค้ วามเห็นชอบตามมาตรา ๙๐ แลว้ ใหส้ หกรณ์แจง้ เป็นหนงั สือ
ไปยงั เจา้ หน้ีท้งั ปวงของสหกรณ์เพื่อใหท้ ราบรายการ ท่ีประสงคจ์ ะควบสหกรณ์เขา้ กนั และขอใหเ้ จา้ หน้ีผมู้ ี
ขอ้ คดั คา้ นในการควบสหกรณ์เขา้ กนั น้นั ส่งคาคดั คา้ นไป ยงั สหกรณ์ภายในหกสิบวนั นบั แต่วนั ที่ไดร้ ับแจง้
ถา้ ไมม่ ีเจา้ หน้ีคดั คา้ นภายในกาหนดเวลาดงั กล่าวน้นั ใหถ้ ือวา่ ไมม่ ีคาคดั คา้ น
ถา้ มีเจา้ หน้ีคดั คา้ น สหกรณ์จะควบเขา้ กนั มิได้ จนกวา่ จะไดช้ าระหน้ีแลว้ ไดใ้ หป้ ระกนั เพอ่ื หน้ีรายน้นั
มาตรา ๙๒ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์ของแตล่ ะสหกรณ์ที่ควบเขา้ กนั ต้งั ผแู้ ทนข้ึน สหกรณ์
ละไมเ่ กินสามคนเพ่อื ดาเนินการจดทะเบียนตามมาตรา ๙๓
24
มาตรา ๙๓ สหกรณ์ที่ต้งั ข้ึนใหม่โดยควบเขา้ กนั น้นั ตอ้ งจดทะเบียนเป็ นสหกรณ์ใหม่ โดยยน่ื คาขอจด
ทะเบียนตอ่ นายทะเบียนสหกรณ์ตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กาหนด
ในคาขอจดทะเบียนสหกรณ์ใหม่ ตอ้ งมีผแู้ ทนของสหกรณ์ท่ีควบเขา้ กนั ลงลายมือชื่ออยา่ งนอ้ ยสหกรณ์
ละสองคนทุกสหกรณ์
คาขอจดทะเบียนสหกรณ์ใหม่ ตอ้ งมีเอกสารดงั ต่อไปน้ียน่ื พร้อมกบั คาขอดว้ ย
(๑) หนงั สือของทุกสหกรณ์ที่ควบเขา้ กนั น้นั รับรองวา่ ไดแ้ จง้ ไปยงั เจา้ หน้ีท้งั ปวง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหน่ึง
และไม่มีเจา้ หน้ีคดั คา้ นภายในกาหนด หรือในกรณีท่ีมีเจา้ หน้ีคดั คา้ นสหกรณ์ไดช้ าระหน้ี หรือไดใ้ หป้ ระกนั
เพ่อื หน้ีรายน้นั แลว้
(๒) ขอ้ บงั คบั ของสหกรณ์ใหมท่ ี่ขอจดทะเบียนส่ีฉบบั
(๓) สาเนารายงานการประชุมผแู้ ทนของสหกรณ์ที่ควบเขา้ กนั หน่ึงฉบบั
เอกสารตาม (๒) และ (๓) น้นั ผแู้ ทนของสหกรณ์ตอ้ งลงลายมือช่ือรับรองสองคน
มาตรา ๙๔ เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนสหกรณ์ท่ีควบเขา้ กนั เป็นสหกรณ์ใหมแ่ ลว้ ใหน้ าย
ทะเบียนสหกรณ์ถอนชื่อสหกรณ์เดิมท่ีไดค้ วบเขา้ กนั น้นั ออกจากทะเบียน
ใหผ้ แู้ ทนของสหกรณ์ท่ีควบเขา้ กนั มีอานาจหนา้ ที่และสิทธิเช่นเดียวกบั คณะ กรรมการดาเนินการ
สหกรณ์จนกวา่ จะมีการเลือกต้งั คณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์ตาม มาตรา ๔๐
มาตรา ๙๕ สหกรณ์ใหมน่ ้ียอ่ มไดไ้ ปท้งั ทรัพยส์ ิน หน้ีสิน สิทธิ และความรับผดิ ของสหกรณ์เดิมที่ได้
ควบเขา้ กนั น้นั ท้งั สิ้น
หมวด ๖
การแยกสหกรณ์
มาตรา ๙๖ การแยกสหกรณ์จะกระทามิได้ แตถ่ า้ มีการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองทอ้ งที่ หรือแบ่ง
หน่วยงาน หรือสถานประกอบการ จะแยกสหกรณ์กไ็ ดห้ ากมีความจาเป็นหรือมีเหตุใหไ้ ม่สะดวกแก่การ
ดาเนินงาน
25
การแยกสหกรณ์ตามวรรคหน่ึงจะกระทาไดโ้ ดยสมาชิกของสหกรณ์น้นั จานวนไม่นอ้ ยกวา่ หน่ึงในหา้
ของจานวนสมาชิกท้งั หมด หรือไมน่ อ้ ยกวา่ หา้ ร้อยคนลงลายมือช่ือทาหนงั สือร้องขอแยกสหกรณ์ตอ่ คณะ
กรรมการดาเนินการสหกรณ์
ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์เรียกประชุมใหญภ่ ายในสามสิบวนั นบั แต่วนั ที่ได้ รับคาร้องขอ
ตามวรรคสอง เพอ่ื พิจารณาเร่ืองการแยกสหกรณ์ ถา้ ท่ีประชุมใหญไ่ ดม้ ีมติเห็นชอบใหแ้ ยกสหกรณ์ให้
พจิ ารณาแบง่ แยกทรัพยส์ ิน ทุน ทุนสารอง หน้ีสิน สิทธิ และความรับผดิ ของสหกรณ์ตามวธิ ีการท่ีนาย
ทะเบียนสหกรณ์กาหนด
การวนิ ิจฉยั ช้ีขาดในเรื่องต่าง ๆ ของท่ีประชุมใหญต่ ามวรรคสาม ใหถ้ ือเสียงไม่นอ้ ยกวา่ สองในสาม
ของจานวนสมาชิกหรือผแู้ ทนสมาชิกที่มาประชุม
ถา้ คณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์ไม่เรียกประชุมใหญ่ภายในกาหนดเวลาตามวรรคสาม ให้นาย
ทะเบียนสหกรณ์มีอานาจเรียกประชุมใหญภ่ ายในระยะเวลาตามที่เห็นสมควร
มาตรา ๙๗ ในกรณีที่ที่ประชุมใหญไ่ ดม้ ีมติไมเ่ ห็นชอบใหแ้ ยกสหกรณ์ ถา้ สมาชิกซ่ึงลงลายมือชื่อ ทา
หนงั สือร้องขอแยกสหกรณ์ตามมาตรา ๙๖ วรรคสอง พิจารณาแลว้ ไมเ่ ห็นดว้ ยกบั มติท่ีประชุมใหญ่น้นั ให้
สมาชิกดงั กล่าวทุกคนลงลายมือช่ือทาหนงั สือถึงนายทะเบียนสหกรณ์ภายในกาหนด เวลาสามสิบวนั นบั แต่
วนั ที่ท่ีประชุมใหญล่ งมติเพ่อื ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์พิจารณาวนิ ิจฉยั ช้ี ขาดวา่ สมควรแยกสหกรณ์หรือไม่
และเมื่อนายทะเบียนสหกรณ์วนิ ิจฉยั ช้ีขาดเป็ นอยา่ งไรแลว้ ใหแ้ จง้ คาวนิ ิจฉยั ใหส้ หกรณ์ทราบ
คาวนิ ิจฉยั ของนายทะเบียนสหกรณ์ใหเ้ ป็นท่ีสุด
มาตรา ๙๘ เม่ือที่ประชุมใหญไ่ ดม้ ีมติเห็นชอบตามมาตรา ๙๖ หรือนายทะเบียนสหกรณ์วนิ ิจฉยั ช้ีขาด
ใหแ้ ยกสหกรณ์ตามมาตรา ๙๗ แลว้ ใหส้ หกรณ์แจง้ มติที่ประชุมใหญ่ หรือคาวนิ ิจฉยั ของนายทะเบียน
สหกรณ์เป็นหนงั สือไปยงั เจา้ หน้ีท้งั ปวงของ สหกรณ์ เพื่อใหท้ ราบรายการที่ประสงคจ์ ะแยกสหกรณ์ และให้
เจา้ หน้ีผมู้ ีขอ้ คดั คา้ นในการแยกสหกรณ์น้นั ส่งคาคดั คา้ นไปยงั สหกรณ์ ภายในหกสิบวนั นบั แต่วนั ที่ไดร้ ับ
แจง้
มาตรา ๙๙ สหกรณ์ที่จะจดั ต้งั ข้ึนใหม่โดยการแยกจากสหกรณ์เดิมน้นั ใหน้ าบทบญั ญตั ิในหมวด ๓
ส่วนท่ี ๑ วา่ ดว้ ยการจดทะเบียนสหกรณ์มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
คาขอจดทะเบียนสหกรณ์ใหม่ ตอ้ งยนื่ พร้อมเอกสาร ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) สาเนาหนงั สือร้องขอแยกสหกรณ์ และสาเนารายงานการประชุมใหญท่ ี่ไดม้ ีมติเห็นชอบใหแ้ ยกสหกรณ์
ตามมาตรา ๙๖ วรรคส่ี หรือสาเนาหนงั สือนายทะเบียนสหกรณ์ซ่ึงวนิ ิจฉยั ช้ีขาดใหแ้ ยกสหกรณ์ตามมาตรา
๙๗ แลว้ แต่กรณี
26
(๒) สาเนาหนงั สือของสหกรณ์ทุกฉบบั ท่ีแจง้ ไปยงั เจา้ หน้ีท้งั ปวงของสหกรณ์ตามมาตรา ๙๘
(๓) หนงั สือของสหกรณ์ท่ีรับรองวา่ ไม่มีเจา้ หน้ีคดั คา้ นภายในกาหนด หรือสาเนาคาคดั คา้ นของเจา้ หน้ี
พร้อมท้งั หลกั ฐานท่ีแสดงวา่ สหกรณ์ไดช้ าระหน้ี หรือไดใ้ หป้ ระกนั เพื่อหน้ีรายน้นั แลว้
มาตรา ๑๐๐ บรรดาทรัพยส์ ิน ทุน ทุนสารอง หน้ีสิน สิทธิ และความรับผดิ ของสหกรณ์เดิมท่ีท่ีประชุม
ใหญ่ไดม้ ีมติให้แบ่งแยกตามมาตรา ๙๖ หรือนายทะเบียนสหกรณ์ไดม้ ีคาวนิ ิจฉยั ช้ีขาดใหแ้ บ่งแยกตามมาตรา
๙๗ แลว้ แต่กรณี ยอ่ มโอนไปใหแ้ ก่สหกรณ์ใหม่ต้งั แต่วนั ที่นายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียน
หมวด ๗
ชุมนุมสหกรณ์
มาตรา ๑๐๑ สหกรณ์ต้งั แตห่ า้ สหกรณ์ข้ึนไปที่ประสงคจ์ ะร่วมกนั ดาเนินกิจการ เพ่ือใหเ้ กิดประโยชน์
ตามวตั ถุประสงคข์ องสหกรณ์ท่ีเขา้ ร่วมกนั น้นั อาจรวมกนั จดั ต้งั เป็นชุมนุมสหกรณ์ได้
ชุมนุมสหกรณ์ใดจะมีฐานะเป็นชุมนุมสหกรณ์ระดบั ภูมิภาคหรือระดบั ประเทศจะตอ้ ง ต้งั ข้ึนโดยมี
วตั ถุประสงคเ์ พอื่ อานวยประโยชน์แก่บรรดาสหกรณ์ในภูมิภาคหรือ ทว่ั ประเทศท่ีเป็นสหกรณ์ประเภท
เดียวกนั หรือประกอบธุรกิจการผลิต การคา้ อุตสาหกรรม หรือบริการอยา่ งเดียวกนั ท้งั น้ี ตามหลกั เกณฑ์
และเง่ือนไขที่คณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติกาหนด
มาตรา ๑๐๒ การจดั ต้งั ชุมนุมสหกรณ์จะกระทาไดต้ ่อเม่ือที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์แตล่ ะสหกรณ์ได้
มีมติใหเ้ ขา้ ร่วมในการจดั ต้งั ชุมนุมสหกรณ์น้นั ได้
มาตรา ๑๐๓ ในการดาเนินการจดั ต้งั ชุมนุมสหกรณ์ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการของแต่ละสหกรณ์ต้งั
ผแู้ ทนข้ึนสหกรณ์ละหน่ึงคน ประกอบเป็นคณะผจู้ ดั ต้งั ชุมนุมสหกรณ์เพื่อดาเนินการจดั ต้งั ชุมนุมสหกรณ์
การจดั ต้งั และการจดทะเบียนชุมนุมสหกรณ์ใหน้ าบทบญั ญตั ิในหมวด ๓ วา่ ดว้ ยสหกรณ์มาใชบ้ งั คบั
โดยอนุโลม
มาตรา ๑๐๔ การขอจดทะเบียนชุมนุมสหกรณ์น้นั ใหค้ ณะผจู้ ดั ต้งั ชุมนุมสหกรณ์อยา่ งนอ้ ยหา้ คนลง
ลายมือชื่อยน่ื คาขอตอ่ นายทะเบียนสหกรณ์
มาตรา ๑๐๕ ใหช้ ุมนุมสหกรณ์ท่ีไดจ้ ดทะเบียนแลว้ เป็นนิติบุคคลและเป็นสหกรณ์ตามพระราชบญั ญตั ิ
น้ี
เพือ่ ใหเ้ ป็ นไปตามวตั ถุประสงคใ์ หช้ ุมนุมสหกรณ์มีอานาจกระทาการไดต้ ามมาตรา ๔๖ และตามท่ี
กาหนดไวใ้ นกฎกระทรวง
27
ใหน้ าบทบญั ญตั ิในหมวด ๓ หมวด ๔ หมวด ๕ และหมวด ๖ มาใชบ้ งั คบั กบั ชุมนุมสหกรณ์โดย
อนุโลม
มาตรา ๑๐๖ การประชุมใหญ่ชุมนุมสหกรณ์ใหป้ ระกอบดว้ ยผแู้ ทนสหกรณ์ท่ีเป็ นสมาชิกของชุมนุม
สหกรณ์ ซ่ึงคณะกรรมการดาเนินการของแต่ละสหกรณ์เลือกต้งั ข้ึนสหกรณ์ละหน่ึงคน ตามท่ีกาหนดใน
ขอ้ บงั คบั ของชุมนุมสหกรณ์ ในการประชุมตอ้ งมีผแู้ ทนสหกรณ์มาประชุมไม่นอ้ ยกวา่ ก่ึงหน่ึงของจานวน
ผแู้ ทน สหกรณ์ท้งั หมด หรือไมน่ อ้ ยกวา่ หน่ึงร้อยคนแลว้ แต่กรณี จึงจะเป็นองคป์ ระชุม
ผแู้ ทนสหกรณ์คนหน่ึงใหม้ ีเสียงในการลงคะแนนหน่ึงเสียง หรือจะใหม้ ีเสียงเพ่ิมข้ึนตามระบบ
สดั ส่วน ตามที่กาหนดในขอ้ บงั คบั ของชุมนุมสหกรณ์น้นั กไ็ ด้
มาตรา ๑๐๗ ในการเลือกต้งั คณะกรรมการดาเนินการชุมนุมสหกรณ์ใหท้ ี่ประชุมใหญ่ชุมนุม สหกรณ์
เลือกต้งั จากผแู้ ทนสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกของชุมนุมสหกรณ์เป็นกรรมการ ตามจานวนหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการ
ท่ีกาหนดในขอ้ บงั คบั ของชุมนุมสหกรณ์
หมวด ๘
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
มาตรา ๑๐๘ ใหม้ ี "สนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย" ประกอบดว้ ยสมาชิกที่เป็นสหกรณ์ มี
วตั ถุประสงคเ์ พอื่ ส่งเสริมกิจการสหกรณ์ทุกประเภททวั่ ราชอาณาจกั ร ใหม้ ีความเจริญกา้ วหนา้ อนั มิใช่เป็น
การหาผลกาไร หรือรายไดม้ าแบง่ ปันกนั
มาตรา ๑๐๙ ใหส้ นั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเป็นนิติบุคคล
สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยมีสานกั งานใหญใ่ นกรุงเทพมหานคร และจะต้งั สานกั งานสาขาข้ึน ณ ท่ี
อ่ืนใดก็ได้
มาตรา ๑๑๐ สนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย มีอานาจกระทาการต่าง ๆ ภายในขอบวตั ถุประสงค์
ตามที่ระบุไวใ้ นมาตรา ๑๐๘ และอานาจเช่นวา่ น้ีให้รวมถึง
(๑) ส่งเสริมและเผยแพร่กิจการสหกรณ์ ตลอดจนทาการวจิ ยั และรวบรวมสถิติเก่ียวกบั กิจการสหกรณ์
(๒) แนะนาช่วยเหลือทางวชิ าการแก่สหกรณ์ และอานวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานระหวา่ ง
สหกรณ์กบั ส่วนราชการหรือบุคคลอ่ืน
(๓) ใหก้ ารศึกษาฝึกอบรมวิชาการเกี่ยวกบั กิจการของสหกรณ์
28
(๔) ส่งเสริมสมั พนั ธภาพระหวา่ งสหกรณ์ ท้งั ภายในประเทศและต่างประเทศ หรือสนั นิบาตสหกรณ์ของ
ตา่ งประเทศ หรือองคก์ ารต่างประเทศ หรือองคก์ ารระหวา่ งประเทศท่ีมีวตั ถุประสงคท์ านองเดียวกนั
(๕) ซ้ือ จดั หา จาหน่าย ถือกรรมสิทธ์ิ ครอบครอง หรือทานิติกรรมเกี่ยวกบั ทรัพยส์ ินใด ๆ
(๖) ส่งเสริมธุรกิจการคา้ อุตสาหกรรม หรือบริการของสหกรณ์
(๗) สนบั สนุนและช่วยเหลือสหกรณ์เพอื่ แกไ้ ขอุปสรรคขอ้ ขดั ขอ้ งท่ีเก่ียวกบั กิจการของสหกรณ์ ซ่ึงเป็นการ
กระทาเพ่อื ประโยชน์ส่วนรวม
(๘) เป็นตวั แทนของสหกรณ์ เพื่อรักษาผลประโยชน์อนั พึงมีพึงไดจ้ ากการสนบั สนุนของรัฐ องคก์ าร
ระหวา่ งประเทศ หรือภาคเอกชนอ่ืน
(๙) ร่วมมือกบั รัฐบาลในการส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อใหเ้ กิดประโยชนแ์ ก่บรรดาสหกรณ์อยา่ งแทจ้ ริง
(๑๐) ดาเนินการอื่นเพ่ือใหเ้ ป็ นไปตามวตั ถุประสงค์ หรือตามท่ีคณะกรรมการพฒั นาการสหกรณ์แห่งชาติ
มอบหมาย
มาตรา ๑๑๑ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยอาจมีรายได้ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ค่าบารุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
(๒) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
(๓) ดอกผลท่ีเกิดจากทุนกลางของสหกรณ์ไมจ่ ากดั ตามมาตรา ๘
(๔) เงินหรือทรัพยส์ ินท่ีมีผอู้ ุทิศให้
(๕) เงินหรือทรัพยส์ ินท่ีเหลือจากการชาระบญั ชีสหกรณ์ตามมาตรา ๘๔ และมาตรา ๘๖ วรรคสอง
(๖) เงินท่ีไดจ้ ากการจาหน่ายหนงั สือวชิ าการ เอกสาร หรือส่ิงอื่น
(๗) เงินหรือทรัพยส์ ินที่ไดร้ ับเป็นค่าตอบแทนในการใหบ้ ริการ
(๘) ผลประโยชน์ท่ีไดจ้ ากทรัพยส์ ินของสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
29
มาตรา ๑๑๒ ใหม้ ีคณะกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ประกอบดว้ ย ประธาน ดาเนินการชุมนุม สหกรณ์ระดับประเทศประเภทละหน่ึงคน ในกรณีท่ีสหกรณ์
ประเภทใดไม่มีชุมนุมสหกรณ์ระดบั ประเทศ ให้มีผ้แู ทนสหกรณ์ประเภทนนั้ จานวนหน่ึงคน เป็นกรรมการ
โดยตาแหน่ง และกรรมการอื่นซึ่งท่ีประชุมใหญ่ของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเลือกตงั้ จากผ้แู ทน
ของสหกรณ์ซึ่งเป็ นกรรมการดาเนินการ มีจานวนเท่ากบั กรรมการโดยตาแหน่ง เป็นกรรมการ
ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเลือกต้งั กรรมการ เป็นประธาน
กรรมการคนหน่ึง และรองประธานกรรมการคนหน่ึงหรือหลายคน
ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยแตง่ ต้งั ผอู้ านวยการ สนั นิบาตสหกรณ์
แห่งประเทศไทย และใหผ้ อู้ านวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเป็นเลขานุการของคณะกรรมการ
ดาเนินการสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผ้แู ทนสหกรณ์ท่ีไม่มีชุมนุมสหกรณ์ระดบั ประเทศ ให้เป็นไปตาม
ระเบียบของสันนิบาตสหกรณ์ แห่ งประเทศไทย
การกาหนดสัดส่วนผ้แู ทนสหกรณ์ท่ีจะได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการอ่ืนให้เป็ นไปตามระเบียบใน
มาตรา ๑๑๓ (๓)
ใหน้ าบทบญั ญตั ิในมาตรา ๕๒ มาใชบ้ งั คบั แก่คณะกรรมการดาเนินการสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศ
ไทย และผอู้ านวยการสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย โดยอนุโลม
มาตรา ๑๑๓ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย มีหนา้ ที่บริหารกิจการ
ตลอดจนมีอานาจออกระเบียบเพ่ือปฏิบตั ิการตามวตั ถุประสงคข์ องสนั นิบาตสหกรณ์ แห่งประเทศไทย
การออกระเบียบเกี่ยวกบั เรื่องดงั ต่อไปน้ี ตอ้ งไดร้ ับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญข่ องสันนิบาต
สหกรณ์แห่งประเทศไทยก่อน จึงใชบ้ งั คบั ได้
(๑) ระเบียบวา่ ดว้ ยการใชจ้ า่ ยและการเกบ็ รักษาเงิน
(๒) ระเบียบวา่ ดว้ ยการประชุมใหญ่ของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และหลกั เกณฑก์ ารจดั ส่งผแู้ ทน
ของสหกรณ์เขา้ ร่วมประชุมใหญ่
(๓) ระเบียบวา่ ดว้ ยการเลือกต้งั การประชุม และการดาเนินกิจการของคณะกรรมการดาเนินการสันนิบาต
สหกรณ์แห่งประเทศไทย
30
มาตรา ๑๑๔ ใหก้ รรมการดาเนินการสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยอยใู่ นตาแหน่งคราวละสี่ปี
เมื่อครบวาระดงั กล่าวตามวรรคหน่ึง หากยงั มิไดม้ ีการเลือกต้งั กรรมการข้ึนใหม่ ใหก้ รรมการซ่ึงพน้
จากตาแหน่งตามวาระน้นั อยใู่ นตาแหน่งเพ่อื ดาเนินงานต่อไปจน กวา่ กรรมการซ่ึงไดร้ ับเลือกต้งั ใหม่เขา้
รับหนา้ ท่ี
กรรมการซ่ึงพน้ จากตาแหน่งอาจไดร้ ับเลือกต้งั อีกได้ แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกนั
มาตรา ๑๑๕ นอกจากการพน้ จากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๑๔ กรรมการสันนิบาตสหกรณ์แห่ง
ประเทศไทยพน้ จากตาแหน่ง เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลลม้ ละลาย
(๔) เป็ นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไดร้ ับโทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงที่สุดใหจ้ าคุก เวน้ แต่เป็ นโทษสาหรับความผดิ ท่ีไดก้ ระทาโดย
ประมาท หรือความผดิ ลหุโทษ
(๖) พน้ จากการเป็นสมาชิกของสหกรณ์
ภาย ใต้บังคับตามวรรคหนึ่ง กรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยซึ่งท่ีประชุมใหญ่
เลือกตั้งพ้น จากตาแหน่งเมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอดถอนออกจากตาแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่ น้อยกว่า
สองในสามของจานวนผ้แู ทนสหกรณ์ซึ่งมาประชุม
เมื่อ มีกรณีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้กรรมการเท่าท่ีเหลืออย่ปู ฏิบตั ิหน้าท่ีต่อไปได้ และให้ถือ
ว่าคณะกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยประกอบด้วย กรรมการเท่าท่ีมีอยู่ เว้นแต่มี
กรรมการเหลืออย่ไู ม่ถึงสองในสาม
ในกรณีท่ีกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยซ่ึงที่ประชุมใหญ่เลือกต้ังพน้ จาก
ตาแหน่งก่อนวาระ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเลือกตวั แทนของ
สหกรณ์ เป็นกรรมการแทน เว้นแต่วาระของกรรมการท่ีพ้นจากตาแหน่งเหลืออย่ไู ม่ถึงเก้าสิบวนั จะไม่
ดาเนินการเลือกต้งั กรรมการแทนตาแหน่งที่ว่างกไ็ ด้ และใหผ้ ไู้ ดร้ ับเลือกแทนน้นั อยใู่ นตาแหน่งเทา่ กบั วาระ
ที่เหลืออยขู่ องกรรมการซ่ึงตนแทน
31
มาตรา ๑๑๖ ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยจดั ใหม้ ีการประชุมใหญ่
สามญั ปี ละหน่ึงคร้ังภายในเกา้ สิบวนั นบั แต่วนั สิ้นปี ทางบญั ชีของสันนิบาต สหกรณ์แห่งประเทศไทย
เม่ือมีเหตุอนั สมควร คณะกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยจะเรียกประชุมใหญ่
วสิ ามญั เม่ือใดก็ได้ หรือเมื่อสมาชิกจานวนไม่นอ้ ยกวา่ หน่ึงในสิบของจานวนสมาชิกท้งั หมดทาหนงั สือ ร้อง
ขอต่อคณะกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยใหเ้ รียกประชุม ใหญ่วสิ ามญั ในหนงั สือ
ร้องขอน้นั ตอ้ งระบุวา่ ประสงคใ์ หเ้ รียกประชุมเพื่อการใด
ในกรณีท่ีสมาชิกเป็นผรู้ ้องขอใหเ้ รียกประชุมใหญ่วสิ ามญั ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสนั นิบาต
สหกรณ์แห่งประเทศไทยเรียกประชุมใหญว่ สิ ามญั ภายในสามสิบวนั นบั แต่วนั ท่ีไดร้ ับหนงั สือร้องขอ
ในกรณีท่ีคณะกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยไม่เรียกประชุม ใหญ่วิสามญั
ตามวรรคสาม สมาชิกจานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจานวนสมาชิกทั้งหมดอาจทาหนงั สือร้ องขอ
ภายในหกสิบวนั นบั แต่วนั พ้นกาหนดเวลาตามวรรคสาม เพ่ือให้รัฐมนตรีเรียกประชุมใหญ่วิสามญั ได้ ใน
กรณีเช่นนีใ้ ห้รัฐมนตรีเรียกประชุมใหญ่วิสามญั ภายในสามสิบวนั นับแต่วันที่ ได้รับหนงั สือร้ องขอ
มาตรา ๑๑๗ ใหผ้ อู้ านวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยมีหนา้ ท่ีบริหารกิจการของ สนั นิบาต
สหกรณ์แห่งประเทศไทยตามระเบียบและนโยบายท่ีคณะกรรมการดาเนินการ สันนิบาตสหกรณ์แห่ง
ประเทศไทยกาหนด และมีอานาจบงั คบั บญั ชาเจา้ หนา้ ท่ีของสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
ในส่วนกิจการท่ีเกี่ยวกบั บุคคลภายนอก ใหผ้ อู้ านวยการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเป็น
ตวั แทนสันนิบาตสหกรณ์แห่ง ประเทศไทย เพ่อื การน้ีผอู้ านวยการสนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยจะ
มอบอานาจใหบ้ ุคคลใด กระทากิจการเฉพาะอยา่ งแทนตามระเบียบท่ีคณะกรรมการดาเนินการสนั นิบาต
สหกรณ์ แห่งประเทศไทยกาหนดกไ็ ด้
มำตรำ ๑๑๗/๑ ในกรณีที่มีปัญหาเก่ียวกบั การดาเนินการของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ให้
ประธานดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย หรือกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่ง
ประเทศไทยจานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งใน สามของกรรมการดาเนินการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย
หรือสหกรณ์ที่เป็ นสมาชิกไม่น้อยกว่าหน่ึงร้อยสหกรณ์ ร้ องขอให้คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ
วินิจฉัยได้
คาวินิจฉัยของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์ แห่ งชาติให้ เป็ นท่ีสุด
มาตรา ๑๑๘ ใหน้ าบทบญั ญตั ิในหมวด ๓ ส่วนท่ี ๔ วา่ ดว้ ยการสอบบญั ชีมาใชบ้ งั คบั แก่สนั นิบาต
สหกรณ์แห่งประเทศไทยโดยอนุโลม
32
หมวด ๙
กล่มุ เกษตรกร
มาตรา ๑๑๙ ในกรณีท่ีคณะบุคคลผปู้ ระกอบอาชีพเกษตรกรรม ซ่ึงร่วมกนั ดาเนินกิจการ โดยมี
วตั ถุประสงคเ์ พอื่ ช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม แตย่ งั ไม่อาจรวมกนั จดั ต้งั เป็น
สหกรณ์ตามพระราชบญั ญตั ิน้ีได้ จะจดั ต้งั เป็นกลุ่มเกษตรกรข้ึนตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการที่กาหนดโดยพระ
ราช กฤษฎีกาก็ได้
พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหน่ึง ใหก้ าหนดการดาเนินการของกลุ่มเกษตรกร การกากบั กลุ่มเกษตรกร
การเลิกกลุ่มเกษตรกร และการควบกลุ่มเกษตรกรเขา้ กนั ท้งั น้ี ตามความเหมาะสมแก่ประเภทของกลุ่ม
เกษตรกรดว้ ย
มาตรา ๑๒๐ กลุ่มเกษตรกรท่ีจดั ต้งั ข้ึนตามมาตรา ๑๑๙ ใหม้ ีฐานะเป็ นนิติบุคคล
มาตรา ๑๒๑ ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์เป็ นนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร และมีอานาจหนา้ ที่ตามที่บญั ญตั ิ
ไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิน้ี และมีรองนายทะเบียนสหกรณ์เป็ นผชู้ ่วย มีอานาจหนา้ ท่ีตามที่นายทะเบียนสหกรณ์
มอบหมาย
ใหเ้ กษตรและสหกรณ์จงั หวดั เป็นนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจาจงั หวดั ท่ีกลุ่มเกษตรกรต้งั อยู่ และ
มีอานาจหนา้ ท่ีตามระเบียบท่ีนายทะเบียนสหกรณ์กาหนดโดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษา
สาหรับกรุงเทพมหานครใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์เป็ นนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๑๒๒ ในกรณีที่กลุ่มเกษตรกร โดยมติของท่ีประชุมใหญ่ไมน่ อ้ ยกวา่ ก่ึงหน่ึงของจานวนสมาชิก
ที่มาประชุม แสดงความจานงขอเปล่ียนฐานะเป็นสหกรณ์ เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์พิจารณาเห็นวา่ ขอ้ บงั คบั
ของกลุ่มเกษตรกรมีรายการถูก ตอ้ งตามมาตรา ๔๓ ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียน และดาเนินการ
ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๑๒๓ เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกรเป็นสหกรณ์ใหค้ ณะ กรรมการ
กลุ่มเกษตรกรมีฐานะเป็นคณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์จนกวา่ จะมีคณะ กรรมการดาเนินการสหกรณ์
ซ่ึงที่ประชุมใหญ่ไดเ้ ลือกต้งั ข้ึนใหมต่ ามบทแห่งพระราชบญั ญตั ิน้ี
สหกรณ์ตามวรรคหน่ึงยอ่ มไดไ้ ปท้งั ทรัพยส์ ิน หน้ีสิน สิทธิ และความรับผดิ ของกลุ่มเกษตรกรเดิม
มาตรา ๑๒๔ เพ่อื ปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ใหน้ ายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร และพนกั งาน
เจา้ หนา้ ท่ีซ่ึงนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรมอบหมายมีอานาจเขา้ ไปตรวจ สอบในสานกั งานของกลุ่มเกษตรกร
ในเวลาทางานของกลุ่มเกษตรกร ใหผ้ ซู้ ่ึงเก่ียวขอ้ งอานวยความสะดวก ช่วยเหลือ และใหค้ าช้ีแจงแก่ผเู้ ขา้ ไป
ตรวจสอบตามสมควร
ใหผ้ เู้ ขา้ ไปตรวจสอบตามวรรคหน่ึง แสดงบตั รประจาตวั ต่อผซู้ ่ึงเก่ียวขอ้ ง
33
บตั รประจาตวั ตามวรรคสอง ใหเ้ ป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกาหนด
มาตรา ๑๒๕ ในคดีฟ้ องเรียกหน้ีที่กลุ่มเกษตรกร สมาชิก หรือผชู้ าระบญั ชีเป็นลูกหน้ีอยใู่ นฐานะ
เช่นน้นั หา้ มมิใหฟ้ ้ องเมื่อพน้ กาหนดสองปี นบั แตว่ นั ท่ีนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรถอนชื่อ กลุ่มเกษตรกร
ออกจากทะเบียน
มาตรา ๑๒๖ ถา้ กลุ่มเกษตรกรเก่ียวขอ้ งในกิจการใดที่กฎหมายกาหนดใหจ้ ดทะเบียนสาหรับการ ไดม้ า
การจาหน่าย การยกข้ึนเป็นขอ้ ต่อสู้ หรือการยดึ หน่วง ซ่ึงกรรมสิทธ์ิในอสงั หาริมทรัพยห์ รือทรัพยสิทธิอนั
เก่ียวกบั อสังหาริมทรัพย์ ในการจดทะเบียนเช่นวา่ น้นั ให้กลุ่มเกษตรกรไดร้ ับยกเวน้ ไม่ตอ้ งเสียคา่ ธรรมเนียม
มาตรา ๑๒๗ หา้ มมิใหผ้ ใู้ ดใชค้ าวา่ "กลุ่มเกษตรกร" เป็นช่ือหรือส่วนหน่ึงของชื่อในทางธุรกิจ เวน้ แต่
กลุ่มเกษตรกรที่ไดจ้ ดทะเบียนตามพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามมาตรา ๑๑๙
มาตรา ๑๒๘ ใหน้ ายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรและพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ ซ่ึงนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร
มอบหมาย มีอานาจออกคาส่ังเป็นหนงั สือใหก้ รรมการ สมาชิกและเจา้ หนา้ ท่ีของกลุ่มเกษตรกรมาช้ีแจง
ขอ้ เทจ็ จริงเกี่ยวกบั กิจการของ กลุ่มเกษตรกร หรือใหส้ ่งเอกสารเกี่ยวกบั การดาเนินกิจการ หรือรายงานการ
ประชุมของกลุ่มเกษตรกร
หมวด ๑๐
บทกาหนดโทษ
มาตรา ๑๒๙ ผใู้ ดใชค้ าวา่ "สหกรณ์" หรือ "กลุ่มเกษตรกร" ประกอบกบั ช่ือหรือส่วนหน่ึงของชื่อ
ในทางธุรกิจ โดยดเ้ ป็นสหกรณ์ หรือกลุ่มเกษตรกรที่ไดจ้ ดทะเบียนตามพระราชบญั ญตั ิน้ี ตอ้ งระวางโทษ
จาคุกไมเ่ กินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหม่ืนบาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ และปรับอีกต้งั แต่วนั ละหา้ ร้อยถึง
หน่ึงพนั บาทจนกวา่ จะไดเ้ ลิกใช้
มาตรา ๑๓๐ ผใู้ ดไม่มาช้ีแจงขอ้ เทจ็ จริงหรือไมส่ ่งเอกสารเกี่ยวกบั การดาเนินงาน หรือรายงานการ
ประชุมของสหกรณ์หรือชุมนุมสหกรณ์ตามคาส่ังของนายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์
ผตู้ รวจการสหกรณ์ ผสู้ อบบญั ชี หรือพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ซ่ึงนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมายซ่ึงส่งั การตาม
มาตรา ๑๗ หรือไมม่ าช้ีแจงขอ้ เทจ็ จริง หรือไมส่ ่งเอกสารเก่ียวกบั การดาเนินงานหรือรายงานประชุมของ
กลุ่มเกษตรกรตาม คาสง่ั ของนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกร หรือพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีซ่ึงนายทะเบียนกลุ่ม
เกษตรกรมอบหมายตามมาตรา ๑๒๘ แลว้ แต่กรณี ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท
มาตรา ๑๓๑ ผใู้ ดขดั ขวาง หรือไมใ่ หค้ าช้ีแจงแก่นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียนสหกรณ์
ผตู้ รวจการสหกรณ์ ผสู้ อบบญั ชี หรือพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ ซ่ึงนายทะเบียนสหกรณ์มอบหมายตามมาตรา ๑๘
หรือขดั ขวางหรือไม่ใหค้ าช้ีแจงแก่นายทะเบียน กลุ่มเกษตรกรหรือพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ีซ่ึงนายทะเบียนกลุ่ม
เกษตรกรมอบหมายตาม มาตรา ๑๒๔ ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท
34
มาตรา ๑๓๒ ผใู้ ดฝ่ าฝื นไมจ่ ดั การรักษาทรัพยส์ ินของสหกรณ์ หรือไม่ส่งมอบทรัพยส์ ิน สมุดบญั ชี
เอกสารและสิ่งอื่นของสหกรณ์ใหแ้ ก่ผชู้ าระบญั ชีตามมาตรา ๗๘ ตอ้ งระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท
มาตรา ๑๓๓ ผใู้ ดฝ่ าฝืนไม่แกไ้ ขขอ้ บกพร่องตามท่ีนายทะเบียนสหกรณ์ส่ังการตามมาตรา ๒๒(๑) ตอ้ ง
ระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๑๓๔ ใหถ้ ือวา่ บรรดาสหกรณ์จากดั ชุมนุมสหกรณ์ สนั นิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และ
กลุ่มเกษตรกรตามพระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ พ.ศ.๒๕๑๑ ท่ีมีอยใู่ นวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั เป็น
สหกรณ์ ชุมนุมสหกรณ์ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และกลุ่มเกษตรกร ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
ใหโ้ อนเงินทุนหมุนเวยี นส่งเสริมการสหกรณ์มาเป็นของกองทุนพฒั นาสหกรณ์ตามมาตรา ๒๗
มาตรา ๑๓๕ ชุมนุมสหกรณ์ท่ีมีอยใู่ นวนั ที่พระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั แตม่ ีจานวนสหกรณ์เป็นสมาชิก
ต่ากวา่ อตั ราที่กาหนดไวใ้ นมาตรา ๑๐๑ ใหเ้ ป็นชุมนุมสหกรณ์ต่อไปได้
มาตรา ๑๓๖ ขอ้ บงั คบั ของสหกรณ์ท่ีใชบ้ งั คบั อยใู่ นวนั ที่พระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ยงั คงใชบ้ งั คบั
ตอ่ ไปเท่าที่ไม่ขดั หรือแยง้ กบั พระราชบญั ญตั ิน้ี
ใหค้ ณะกรรมการดาเนินการสหกรณ์ คงดารงตาแหน่งต่อไปจนกวา่ จะครบวาระตามท่ีกาหนดไวใ้ น
ขอ้ บงั คบั ของสหกรณ์น้นั โดยใหถ้ ือวา่ เป็นการดารงตาแหน่งในวาระแรก
มาตรา ๑๓๗ สหกรณ์ไมจ่ ากดั ตามพระราชบญั ญตั ิสหกรณ์ พ.ศ.๒๕๑๑ ท่ีมีอยใู่ นวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิ
สหกรณ์ พ.ศ.๒๕๑๑ ท่ีมีอยใู่ นวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ถา้ ประสงคจ์ ะจดั ต้งั เป็ นสหกรณ์ตาม
พระราชบญั ญตั ิน้ีตอ้ งยน่ื คาขอจดทะเบียนตาม หมวด ๓ ส่วนท่ี ๑ วา่ ดว้ ยการจดั ต้งั และการจดทะเบียน
สหกรณ์ภายในหน่ึงร้อยแปดสิบวนั นบั แต่วนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั
ถา้ ไม่มกี ารจดทะเบียนตามวรรคหน่ึง ใหน้ ายทะเบียนสหกรณ์ส่ังเลิกสหกรณ์ไมจ่ ากดั น้นั และต้งั ผชู้ าระ
บญั ชีข้ึนทาการชาระบญั ชี โดยใหน้ าบทบญั ญตั ิในหมวด ๔ วา่ ดว้ ยการชาระบญั ชีมาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
มาตรา ๑๓๘ ใหบ้ รรดาพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศ ระเบียบ หรือคาสั่งที่อออกตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยสหกรณ์ ท่ีใชบ้ งั คบั อยใู่ นวนั ท่ีพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั ยงั คงใชบ้ งั คบั ต่อไปเท่าท่ีไมข่ ดั
หรือแยง้ กบั บทแห่งพระราชบญั ญตั ิน้ี จนกวา่ จะมีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศระเบียบ หรือ
คาสงั่ ท่ีออกตามพระราชบญั ญตั ิน้ีใชบ้ งั คบั
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายอภิสิทธ์ิ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
35