47
การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นกระบวนการแสวงหาความรู้หรือค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่ผู้เรียนอยากรู้
หรือสงสัยด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างหลากหลายเป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้เลือกตามความสนใจของตนเอง
หรือของกลุ่ม การตัดสินใจร่วมกันโดยใช้วิธีการและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายทำให้ได้ชิ้นงานที่สามารถนำผล
การศกึ ษาไปใช้ในชีวติ จรงิ ได้
ชโลธร ใจหาญ (2558) กล่าวว่า การเรียนรู้โดยใช้โครงงาน เป็นการสอนที่สามารถใช้เทคนิคหลาย ๆ
รูปแบบมาผสมผสานกันระหว่าง การสอนคิด การสอนแก้ปัญหากระบวนการกลุ่ม ร่วมกันคิดร่วมกันทำงานเพ่ือ
เป้าหมายของความสำเร็จ ทั้งนี้มุ่งหวงั ให้ผู้เรียนรูเ้ รื่องใดเรื่องหนึ่งจากความสนใจอยากรู้อยากเรียนของผู้เรียนเอง
โดยใช้กระบวนและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อค้นหาคำตอบด้วย
ตนเอง เป็นการสอนท่มี ุ่งเน้นใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รยี นรจู้ ากประสบการณ์ตรงกบั แหลง่ ความรเู้ บ้ืองตน้ ผ้เู รยี นสามารถสรุป
ความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งความรู้ทีผ่ ู้เรียนได้มาไม่จำเป็นต้องตรงกบั ตำรา แต่ผู้สอนจะต้องสนบั สนุนให้ผู้เรียนศกึ ษา
ค้นคว้าเพิ่มเติม โดยจัดแหล่งการเรียนรู้ให้แล้วปรับปรุงความรู้ที่ได้ให้สมบูรณ์และเป็นที่ปรึกษาให้ข้อแนะน ำ
จนทำให้เกดิ ผลผลติ หรือผลงานได้
อภิรักษ์ กุลชุตินธร (2559) กล่าวว่า กลวิธีการสอนแบบโครงงาน เป็นกระบวนการที่เริ่มตั้งแต่การ
ออกแบบการทำงานแบบรว่ มมือของกล่มุ นำเสนอปญั หาทมี่ ีในชีวิตจริงของนกั เรยี น การกำหนดตวั แปรให้สมบูรณ์
สำหรับการทำโครงงาน การทำงานจะมีครูเป็นที่ปรึกษาให้ข้อแนะนำและสะท้อนกลับแต่ละกลุ่มสามารถสร้าง
ผลผลิตที่เกิดจากการทำงานและนำเสนอผลผลิตของงานน้ัน ๆ และจากกลวิธีดงั กล่าว สามารถจัดเป็นขั้นตอนได้
ดงั นี้
ขั้นตอนการจัดกระบวนการเรียนร้โู ดยใช้โครงงาน
1. ขั้นนำเสนอ หมายถึง ขั้นที่ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้กำหนดสถานการณ์ศึกษาสถานการณ์
เกมส์รูปแบบ หรือการใช้เทคนิคการตั้งคำถามเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผน
เช่น สาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรและสาระการเรียนรู้ที่เป็นขั้นตอนของโครงงานเพื่อใช้เป็นแนวทางในการวาง
แผนการเรียนรู้
2. ขน้ั วางแผน หมายถงึ ขัน้ ท่ีนักเรยี นร่วมกันวางแผน โดยการระดมความคิด อภปิ รายหารือข้อสรุป
ของกล่มุ เพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางในการปฏิบตั ิ
3. ขั้นปฏิบัติหมายถึง ขั้นที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม เขียนสรุปรายงานผลที่เกิดขึ้นจากการวางแผน
รว่ มกัน
4. ขั้นประเมนิ ผล หมายถงึ ขน้ั การวดั และประเมนิ ผลตามสภาพจริง โดยใหบ้ รรลจุ ดุ ประสงค์การเรียนรู้ที่
กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรโู้ ดยมีครูนกั เรยี น และเพื่อนรว่ มประเมนิ
สรุปได้วา่ การเรียนรู้โดยใช้โครงงานน้ันเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะกับนักเรียนทุกระดับชั้นเกือบทุกวชิ า
ข้ึนอยูก่ ับการวางแผนของผสู้ อนวา่ จะให้ทำโครงงานประเภทไหนและจะให้ทำอย่างไรบางวิชามีผู้สอนหลายคนอาจ
ตอ้ งวางแผนรว่ มกันเพือ่ ประโยชน์แกผ่ เู้ รยี น
48
สุชาดา แก้วพิกุล (2555:12) กล่าวว่า การสอนอย่างกระตือรือร้น (Active learning) เป็นการสอน
โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมเพื่อทำความเข้าใจด้วยตนเองหรือร่วมกันกับเพื่อน ผู้เรียนจะได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรม
ตา่ ง ๆ อนั จะนำไปสกู่ ารสรา้ งความร้จู ากสิ่งทปี่ ฏบิ ัติในระหว่างการเรียนการสอนโดยการพูด และการฟงั การเขียน
การอ่าน และการสะท้อนความคดิ
เดชดนัย จุ้ยชุม และคณะ (2559:7) กล่าวว่า Active learning คือกระบวนการในการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้มีโอกาสลงมือกระทำมากกว่าการฟังอย่างเดียว ต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยการอ่าน
การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา อึกทั้งให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ การวิเคราะห์
การสงั เคราะห์ การประเมนิ คา่
ฟาตือฮะห์ อุตส่าห์ราชการ (2558:10-11) กล่าวถึง การเรียนรู้เชิงรุก เป็นแนวการจัดการเรียนรู้ที่เนน้
ผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างศักยภาพสูงสุดแก่ผู้เรียน ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และพัฒนาความเชื่อม่ันในตนเอง
ผู้เรยี นเป็นผู้ลงมือกระทำโดยการพูดคุย การเขียน การอ่าน การสะท้อน หรือการต้ังคำถาม หรอื การเรียนการสอนที่มี
ความเคล่อื นไหว ใชไ้ ด้ทง้ั กล่มุ เล็ก และห้องเรยี นใหญ่ ๆ ผ้เู รียนอาจทำงานคนเดียวหรอื ทำเป็นกลุ่มกไ็ ด้
ปรียานุช พรหมภาษิต (2559) การจัดการเรียนรู้แบบใฝ่รู้ (Active learning) คือกระบวนการเรียนการสอน
ที่เน้นการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิควิธีที่หลากหลาย โดยให้ความสำคัญกับผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้เข้ามามีส่วนร่วม
ในกระบวนการเพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธร์ ะหว่างผู้สอนกับผู้เรียนด้วยกันเอง เน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง
และใชก้ ารสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นสามารถสร้างองค์ความรู้ข้ึนได้ด้วยตนเอง และสามารถนำไปใช้
ในสถานการณ์อื่น ๆ ได้ โดยผู้สอนมีบทบาทเพียงเป็นผู้อำนวยความสะดวกและเป็นผู้วางแผนในการจัดกิจกรรม
ในชัน้ เรียน
จากความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า การเรียนการสอนแบบ Active learning เป็นการจัดการเรียนรู้ที่
ผสู้ อนจดั กจิ กรรมใหผ้ ู้เรยี นได้เรียนรู้ และสร้างความรจู้ ากสิ่งท่ีไดล้ งมือปฏิบตั ิในระหว่างการเรียนการสอนโดยผ่าน
การพูด การฟงั การเขียน การอ่าน และการสะทอ้ นความคดิ
49
เชงเคอร์ กอส และเบิร์นสไตน์ (Shenker,Goss;& Bernstein.1996) กล่าวถึงหลักการของการจัดการเรียนรู้
อยา่ งกระตือรือร้น ดงั นี้
1. เป็นการเรียนรู้แบบมุ่งลดการถ่ายทอดความรู้จากผู้สอนสู่ผู้เรียนให้น้อยลง และพัฒนาทักษะให้เกิด
กบั ผเู้ รียน
2. ผูเ้ รียนมีสว่ นรว่ มในชั้นเรียนโดยลงมอื กระท ามากกว่านง่ั ฟังอย่างเดยี ว
3. ผู้เรียนมีสว่ นในกจิ กรรม เชน่ อ่าน อภปิ ราย และเขยี น
4. เนน้ การสำรวจเจตคตแิ ละคณุ ค่าทม่ี อี ยใู่ นผเู้ รยี น
5. ผเู้ รยี นได้พฒั นาการคิดระดบั สงู ในการวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ และประเมินผลการนำไปใช้
6. ท้งั ผูเ้ รียนและผู้สอนรับข้อมูลป้อนกลับจากการสะท้อนความคดิ ได้อยา่ งรวดเร็ว
สชุ าดา แก้วพิกลุ (2555:13) ได้สรปุ หลักการจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning ไวด้ งั นี้
1. เป็นการเรียนรู้ที่มุ่งลดการถ่ายทอดความรู้จากผู้สอนสู่ผู้เรียนให้น้อยลง และพัฒนาทักษะให้เกิดกับ
ผู้เรียน
2. ผู้เรียนมสี ว่ นร่วมในชน้ั เรียนโดยลงมือกระทำมากกว่านั่งฟงั เพียงอยา่ งเดยี ว
3. เนน้ การสำรวจเจตคติและคณุ ค่าทม่ี ีอยู่ในผเู้ รียน
4. ผู้เรียนไดพ้ ัฒนาการคดิ ระดับสงู ในการวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และประเมนิ ผลการนำไปใช้
5. ท้ังผูเ้ รยี นและผสู้ อนรบั ข้อมลู ป้อนกลบั จาการสะทอ้ นความคิดไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
6. มีการเรยี นรู้ทเ่ี กดิ จากประสบการณ์ของผูเ้ รียน
7. ผู้เรียนสรา้ งความรูด้ ว้ ยตนเองโดยการแลกเปล่ยี นความรู้
8. ผเู้ รยี นมโี อกาสประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
9. บูรณาการเนื้อหารายวชิ า เพ่อื เชื่อมโยงความเขา้ ใจวิชาตา่ ง ๆ ทีแ่ ตกต่างกัน
10.จดั ให้มีการประเมินผลโดยกลมุ่ เพอื่ น (Peer assessment)
50
51
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2551). หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ : ชมุ นมุ
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กรมวิชาการ. (2545). หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2544. กรุงเทพฯ : กรมวชิ าการ.
ณฐั วุฒิ กิจร่งุ เรือง. (2545). ผเู้ รยี นเป็นสำคัญและการเขยี นแผนการจัดการเรียนรู้ของครูมอื อาชพี . กรุงเทพฯ :
สถาพรบุ๊ค.
ทิศนา แขมมณี. (2558). ศาสตร์การสอน : องค์ความรเู้ พ่อื จัดกระบวนการเรยี นรู้ท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ. (พิมพ์ครั้งที่ 19).
กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นาตยา ปิลนั ธนานนท์. (2545). จากมาตรฐานสู่ชัน้ เรยี น. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
นวลจิตต์ เชาวกีรติพงศ์. (2545). การจดั การเรยี นการสอนตามแนวปฏิรปู การศึกษา. วารสารวชิ าการ. 5 (10), 13.
ปรียาพร วงศอ์ นุตรโรจน.์ (2546). จติ วิทยาศกึ ษา. กรุงเทพฯ : สหมติ รออฟเซ็ทการพมิ พ์.
ปรีชา สุคนธมาน. (2545). การพฒั นาคนดว้ ยการศกึ ษา. วารสารวชิ าการ, 5 (3), 8.
ประสาท อิศรปรีดา. (2549). สารตั ถะจติ วิทยาการศึกษา. (พมิ พ์ครั้งที่ 2). มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม
ปรัชญา เวสารชั ช.์ (2554). หลักการจดั การศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : ภาพพิมพ.์
พรชัย เจดามาน และคณะ. (2559). ยุทธศาสตร์การพฒั นาเพอ่ื การบริหารจัดการสู่การเปลี่ยนผา่ นศตวรรษท่ี 21 :
ไทยแลนด์ 4.0. วารสารหลักสตู รและการเรียนการสอนคณะครศุ าสตร์. 2(1).
พรรณี ชูทัย เจนจิต. (2545). จิตวิทยาการเรียนการสอน. (พิมพ์คร้ังที่ 5). กรุงเทพฯ : พรีเพรสซิสเท็ม.
มะลวิ ัน สมศรี. (2558). การพฒั นาคู่มอื พัฒนาสมรรถนะทางวิชาการของครูผู้สอนในสถานศกึ ษา สังกัดสำนักงาน
เขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาอดุ รธานี เขต 2. วทิ ยานพิ นธ์การศกึ ษามหาบณั ฑิต มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม.
วชิ ยั วงษ์ใหญ่. (2537). กระบวนการพฒั นาหลกั สูตรและการเรยี นการสอนภาคปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พส์ รุ ี
วทิ ยาสาสน์ .
วชิ ยั ประสิทธว์ิ ฒุ เิ วชช์. (2542). การพัฒนาหลักสตู รท้องถ่ิน : สานต่อท่ีท้องถน่ิ . กรุงเทพฯ : เซ็นเตอร์ดสิ คัฟเวอรี.่
สำนกั งานเลขาธิการวฒุ ิสภาปฏบิ ตั หิ นา้ ทส่ี ำนกั งานเลขาธิการสภานติ ิบัญญตั แิ หง่ ชาต.ิ (2560). รัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2560.
สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2579. กรงุ เทพฯ : พริกหวาน
กราฟฟิค.
สุจินดา เจียมศรีพงษ.์ (2557). 21st Century Skills Rethinking How Students Learn (ทักษะแห่งอนาคตใหม่
การศกึ ษาเพ่ือศตวรรษท่ี 21, Journal of Business, Economics and Communications : (9 - 1)
52
สรุ างค์ โค้วตระกูล. (2559). จิตวทิ ยาการศกึ ษา. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ : สำนักพมิ พ์แหง่ จฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
_______. (2556). จิตวิทยาการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
_______. (2554). จิตวิทยาการศกึ ษา. (พมิ พ์ครง้ั ที่ 9). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
สุพนิ บุญชูวงศ์. (2544). หลักการสอน. (พิมพค์ ร้ังท่ี 2). กรุงเทพฯ : แสวงสุทธิการพิมพ์
อนุชติ เอกา. (2554). 7 ปจั จัยท่สี ่งผลต่อการเรยี นรู้ได้อย่างมีคุณภาพ. (ออนไลน์). แหล่งทีม่ า :
https://www.gotoknow.org/posts/418766. (20 กมุ ภาพันธ์ 2561).
อชั รา เอบิ สุขสริ ิ. (2561). จิตวทิ ยาสำหรับครู. (พิมพ์ครงั้ ท่ี 4). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
ประวตั ิผู้จัดทำ
53
54