ระบบหมุนเวียนเลือด วิชาชีววิทยา ม.4 จัดทำ โดย ภูกัญจน์ โสภิตลาภธนา ม.4/1 เลขที่ 18
หน้าที่ของระบบไหลเวียนเลือด อาจแบ่งได้เป็น ข้อๆ ดังนี้ คือ ๑. ให้อาหาร นำ อาหารและสารอื่นๆ ไปเลี้ยงเซลล์ ของร่างกาย ๒. หายใจ นำ คาร์บอนไดออกไซด์ไปขับออกทางปอด เพื่อแลกเปลี่ยนออกซิเจนกลับมาใช้ ๓. ขับถ่าย นำ ของเสียซึ่งเกิดจากเมแทบอลิซึม เพื่อ ขับออกภายนอกร่างกาย ๔. การคงปริมาณสารน้ำ ของร่างกาย ช่วยควบคุมและ รักษาดุลของสารน้ำ ภายในร่างกาย ๕. การควบคุมอุณหภูมิ รักษาอุณหภูมิของร่างกาย ให้เป็นปกติ ๖. ปรับระดับและป้องกัน เลือดที่ไหลเวียนช่วยนำ สาร บางอย่าง ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำ งานของ ร่างกายไปยังอวัยวะ ต่างๆ และนำ สารบางอย่างที่เป็นตัวช่วยป้องกันร่างกายไปยังที่ ได้รับอันตรายด้วย ระบบหมุนเวียนเลือด Circulatory System การไหลเวียนเลือดเกิดขึ้นได้จากแรงที่หัวใจบีบตัวส่งเลือด ตามหลอดเลือดไปยังปอด เพื่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วกลับมาเข้าหัวใจเพื่อส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย สุดท้ายจะไหลเวียนมาเข้าหัวใจอีก เช่นนี้เรื่อยไป อาจเปรียบเทียบได้ว่าระบบการไหลเวียนเลือดมีการทำ งาน เป็นระบบขนส่งซึ่งทำ หน้าที่ขนส่งของดีไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของ ร่างกาย ขณะเดียวกันก็นำ ของเสียไปยังอวัยวะที่มีหน้าที่กำ จัดทิ้ง
การไหลเวียน แบ่งออกได้เป็น ๒ ส่วน ๑. วงจรไหลเวียนทั่วกาย (systemic circulation) เลือด ที่ไหลเวียนจะออกจากเวนตริเคิลซ้ายไปสู่ส่วน ต่างๆ ของร่างกาย แล้วกลับมาเข้าเอเทรียมขวา วงจรนี้ทำ งานกว้างขวางจึงอาจเรียกว่า วงจรใหญ่ (greater circulation) ๒. วงจรไหลเวียนผ่านปอด (pulmonary circulation) เลือดที่ส่งมาเข้าเอเทรียมขวาจะเทลงสู่เวนตริเคิล ขวาแล้วส่งไป ยังปอด หลังจากนั้นจะกลับมาเข้าเอเทรียมซ้ายใหม่ การไหลเวียน วงจรนี้ทำ งานน้อยกว่า จึงเรียกว่า วงจรเล็ก (lesser circulation) การศึกษาเรื่องการไหลเวียนเลือด ต้องแบ่งออกเป็นส่วน ใหญ่ๆ ๒ ส่วน คือ ก. หัวใจ พร้อมทั้งการทำ งานโดยละเอียด ข. หลอดเลือด ซึ่งมีเลือดบรรจุอยู่พร้อมทั้งกลไก การทำ งาน
หัวใจ ในการศึกษาเรื่องการไหลเวียน การรู้หน้าที่ของหัวใจโดย ละเอียดนั้นนับว่ามีความสำ คัญมากที่สุด เพราะหัวใจ เป็นเสมือน สูบที่สูบน้ำ ออกไปตามหลอดเลือด การไหลเวียนจึงคงอยู่ได้ หัวใจเป็นอวัยวะกลวงซึ่งประกอบด้วย กล้ามเนื้อพิเศษต่างจาก กล้ามเนื้อชนิดอื่นคือ บีบตัวอยู่ได้เองตลอดเวลา นับว่าเป็นหน้าที่ ซึ่งหนักที่สุดในร่างกาย หัวใจแบ่งออกได้เป็น ๒ ส่วน คือ ๑. กล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac muscle) เป็นส่วนหนึ่งซึ่งหดตัวเพื่อ ส่งเลือดออกไป ๒. ระบบสื่อนำ (conduction system) เป็นระบบสื่อนำ ซึ่งมี คุณสมบัติอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อและประสาททำ หน้าที่นำ คำ สั่งไปยังส่วนต่าง ๆ ของหัวใจ เพื่อให้ทำ งานเป็นจังหวะและพร้อมเพรียงกัน การทำ งานของลิ้นหัวใจ การทำ งานของลิ้นหัวใจ (heart valve) มิใช่เป็นการปิดเปิด อย่างง่ายๆ เท่านั้น ส่วนต่างๆ แต่ละส่วน คือ ห้อง หัวใจแต่ละห้องยัง ต้องทำ งานสัมพันธ์กัน และร่วมกันทำ งานกับลิ้นหัวใจอีกด้วย ลิ้นหัวใจทำ หน้าที่ เปิดให้เลือด ผ่านไป และปิดกั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนทางกลับที่เก่า แบ่งได้เป็น ๒ พวก คือ ๑. ลิ้นอะตริโอเวนตริคูลาร์ (atriventricular valve) กั้นระหว่างเอเตรียมกับเวนตริเคิล ลิ้นที่อยู่ทางซีกซ้ายมี ๒ กลีบ เรียกว่า ลิ้นไบคัส ปิด (bicuspid) หรือ ลิ้นไมตรัล (miral valve) และที่อยู่ทางซีกขวามี ๓ กลีบ เรียกว่า ลิ้นไตรคัสปิด (tricuspidvalve) ลิ้นนี้มีกล้ามเนื้อที่ เรียกว่า คอร์ดีเทนดินี (chordae tendinar) ทำ หน้าที่ช่วยดึง และกั้นไม่ ให้ลิ้นเปิดย้อนทาง ๒. ลิ้นเออร์ติก (aortic valve) และ ลิ้นพัลมอนารี (pulmonary valve) เป็นลิ้นที่กั้นระหว่างหัวใจกับหลอด เลือด การปิดและเปิดของลิ้นหัวใจขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างความดันสองข้างลิ้นหัวใจเป็นสำ คัญ เช่น การทำ งาน ของลิ้นอะตริโอเวนตริคูล่าร์ เมื่อ ถึงระยะเอเตรียลซีสโตลี (atrial systole) ลิ้นจะอยู่ในสภาพที่อยู่กึ่ง กลาง ระหว่างเปิดและปิด คือ เลือดที่ไหลจากเอเตรียมลงไปยังเวนตริเคิลจะ ทำ ให้ลิ้นเปิดส่วนกระแสไหลวนของเลือดที่ ไหลลงไปในเวนตริเคิลจะมีส่วน ช่วยดันลิ้นขึ้นมาให้ปิด แต่เมื่อเอเตรียมหยุดบีบตัวแล้วจะทำ ให้ช่วยดันลิ้นขึ้นมา ให้ปิด แต่เมื่อเอเตรียมหยุดบีบตัวแล้วจะทำ ให้ลิ้นปิด เพราะแรงของกระแส ไหลวน แต่ต่อมาเมื่อความดันของเวน ตริเคิลมากพอและยิ่งเวนตริเคิลบีบตัว ลิ้นจะโป่งขึ้นไปทางด้านเอเตรียม แต่ก็ยังปิดสนิทอยู่ ทั้งนี้เพราะมี คอร์ดี เทนดินียึดไว้ ถ้าลิ้นปิดไม่สนิท เลือดไหลย้อนกลับขึ้นไปได้เรียกว่าลิ้นหัวใจรั่ว (regurgitaion) หรือมีสาเหตุใด ก็ตามที่ทำ ให้รูของลิ้นเล็กไป เลือด ไหลลงไม่สะดวกเรียกว่า ลิ้นหัวใจตีบ (stenosis)
เเบบฝึกหัด เรื่องระบบ หมุนเวียนเลือด
1.ระบบหมุนเวียนเลือดประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ก. เลือด หลอดเลือด ข. เลือด หลอดเลือด หัวใจ ค. เลือด หลอดเลือด ปอด ง. เลือด หลอดเลือด หัวใจ ปอด 2.ข้อใดไม่ใช่แหล่งสร้างเม็ดเลือดขาว ก. ตับ ข. ม้าม ค. ไขกระดูก ง. ต่อมน้ำ เหลือง 3.ระบบหมุนเวียนเลือดมีหน้าที่สำ คัญอย่างไร ก. ลำ เลียงสารเข้าและออกเซลล์ไปทั่วร่างกาย ข. ทำ ให้สารที่มีอนุภาคขนาดใหญ่มีขนาดเล็กลง ค. ควบคุมการหมุนเวียนสารอาหารต่าง ๆ ในร่างกาย ง. ลำ เลียงสารที่เซลล์ต้องการและสารที่เซลล์ไม่ต้องการไป กำ จัดออก 4.เพราะเหตุใดหลอดเลือดแดงจึงมีผนังหลอดเลือดที่หนา ก. ต้องลำ เลียงเลือดที่มีปริมาณมาก ข. ลำ เลียงเลือดที่สูบฉีดออกมาจากหัวใจ ค. สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ง. ป้องกันคาร์บอนไดออกไซด์แพร่เข้าไปในเลือดที่มีออกซิเจน 5.บุคลลที่ป่วยอยู่เสมอเพราะเม็ดเลือดใดผิดปกติ ก. น้ำ เลือด ข. เกล็ดเลือด ค. เม็ดเลือดขาว ง. เม็ดเลือดแดง 6.เมื่อร่างกายมีบาดแผลแล้วมีเลือดไหล หลังจากนั้นเลือดได้หยุด ไหลนักเรียนคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด ก. เกล็ดเลือดปิดปากแผล ข. น้ำ เลือดไหลออกจากแผลเมื่อสัมผัสอากาศจึงเกิดการแข็งตัว ค. หลอดเลือดฝอยแตกและเกล็ดเลือดปิดปากหลอดเลือดฝอยไว้ ง. เม็ดเลือดแดงกำ ลังถูกลำ เลียงออกนอกร่างกาย เมื่อไหลหมด แล้วจึงหยุด 7.หลอดเลือดใดที่นำ เลือดเสียจากส่วนบนของร่างกายเข้าสู่หัวใจ ก. เอออร์ตา ข. พัลโมนารีเวน ค. ซูพีเรียเวนาคาวา ง. อินพีเรียเวนาคาวา 8.หัวใจห้องใดมีขนาดหนาที่สุดเพราะเหตุใด ก. ห้องบนซ้าย เพราะต้องรับเลือดที่มีออกซิเจนสูงจากปอด เข้าสู่หัวใจ ข. ห้องล่างซ้าย เพราะต้องสูบฉีดเลือดจากหัวใจไปยังส่วน ต่าง ๆ ของร่างกาย ค. ห้องบนขวา เพราะต้องรับเลือดเสียจากส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกายเข้าสู่หัวใจ ง. ห้องล่างขวา เพราะต้องสูบฉีดเลือดเสียจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไปยังปอด 9.ส่วนประกอบใดของเลือดที่ทำ หน้าที่ลำ เลียงอาหารและแก๊ส ก. พลาสมา ข. เกล็ดเลือด ค. เม็ดเลือดขาว ง. เม็ดเลือดแดง
10.ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเลือด ก. หัวใจห้องซ้ายมีก๊าซออกซิเจนค่อนข้างสูงเพราะเลือดได้รับที่มา จากปอด ข. หัวใจห้องขวามีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ค่อนข้างสูงเพราะได้รับ เลือดเสียจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ค. หลอดเลือดแดงเอออร์ตาเป็นหลอดเลือดแดงใหญ่เพียงหลอด เดียวเท่านั้นที่ลำ เลียงเลือดจากหัวใจสู่ร่างกาย ง. ปอดเกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนเลือดเพราะทำ ให้เลือดที่มีก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์สูงเปลี่ยนเป็นเป็นเลือดที่มีก๊าซออกซิเจนสูง 11.การให้เลือดแก่ผู้อื่นต้องคำ นึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ยกเว้นข้อใด ก. หมู่เลือด ข. น้ำ เลือด ค. แอนติเจน ง. แอนติบอดี 12.การบริจาคเลือดแก่ผู้อื่น ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. หมู่ AB สามารถให้เลือดหมู่ A และ หมู่ B ได้เพราะไม่มีแอบติ บอดี ข. หมู่ A ไม่สามารให้เลือดแก่หมู่ B ได้เพราะแอนติเจนและ แอนติบอดีตรงกัน ค. หมู่ B สามารถรับเลือดจากหมู่ O เพราะมีแอนติเจนและ แอนติบอดีไม่ตรงกัน ง. หมู่ O ไม่สามารถรับเลือดจากหมู่อื่นได้ นอกจากหมู่เดียวกัน เพราะมีแอนติบอดี A และ B 13.การดูแลรักษาระบบหมุนเวียนเลือดในข้อใดควรปฏิบัติมากที่สุด ก. งดอาหารประเภทไขมัน แอลกอฮอล์ ข. ควรเล่นเกมหรือทำ กิจกรรมที่ตื่นเต้น ค. นอนพักผ่อนมาก เพื่อให้หัวใจได้หยุดพัก ง. ควรออกกำ ลังกายให้สม่ำ เสมอ หลังจากที่ทำ งานหนัก 14.ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ ก. อารมณ์โกรธ ทำ ให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นการ ข. อายุยิ่งมากขึ้นจะมีอัตราการเต้นของหัวใจที่ลดลง ค. ออกกำ ลังอย่างสม่ำ เสมอจะทำ ให้มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ช้า ลง ง. เพศหญิงและเพศชายที่อายุ 20 ปีเท่ากัน อัตราการเต้นของหัวใจ เท่ากัน 15.ข้อใดกล่าวถึง การวัดชีพจรด้วยตนเองที่สามารถตรวจสอบระบบ หมุนเวียนเลือดได้ถูกต้อง ก. จำ นวนครั้งที่หัวใจเต้น ข. ปริมาณออกซิเจนในเลือด ค. สามารถตรวจสอบความผิดปกติในเส้นเลือดได้ ง. จุดที่วัดชีพจรสามารถตรวจความผิดปกติของเส้นเลือดแดงได้ 16. อาหารและแก๊สที่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายต้องการถูกลำ เลียง โดยอะไร ก. นำ้ เลือด ข. เกล็ดเลือด ค. เม็ดเลือดขาว ง. เม็ดเลือดแดง 17.หน้าที่ที่สำ คัญของหัวใจ คือข้อใด ก. สูบฉีดเลือด ข. เป็นแหล่งเก็บเลือด ค. สร้างเม็ดเลือดแดง ง. ทำ หน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สในร่างกาย
18.เมื่อคนถูกงูเห่ากัด ต้องรักษาโดยได้รับสิ่งใด ก. วัคซีน ข. เซรุ่ม ค. ยาปฏิชีวนะ ง. ดูดพิษงูออกจากบาดแผล 19.หลอดเลือดชนิดใดที่สามารถจับชีพจรได้ ก. หลอดเลือดแดง ข. หลอดเลือดดำ ค. หลอดเลือดฝอย ง. วัดได้ทุกหลอดเลือด 20.ส่วนประกอบของเลือดในข้อใดมีหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว เมื่อมีการไหลของเลือดออกนอกร่างกาย ก. นำ้ เลือด ข. เกล็ดเลือด ค. เม็ดเลือดแดง ง. เม็ดเลือดขาว 1.ข 2.ก 3.ง 4.ข 5.ค 6.ก 7.ค 8.ข 9.ก 10.ง 11.ข 12.ก 13.ก 14.ง 15.ก 16.ง 17.ก 18.ข 19.ก 20.ข เฉลย