The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สีส้ม และ สีเหลือง เรียบง่าย หน้าปก รายงาน เอกสารขนาด A4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by porntatcha2149, 2023-09-15 00:40:10

สีส้ม และ สีเหลือง เรียบง่าย หน้าปก รายงาน เอกสารขนาด A4

สีส้ม และ สีเหลือง เรียบง่าย หน้าปก รายงาน เอกสารขนาด A4

ช่า ช่ งสิบสิหมู่ พรทัชทัชา ตรึงรึจิตจิวิลวิาส


คำ นำ หนังนัสือสืเล่มล่นี้จั นี้ ดจัทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ เป็นป็ ส่วส่นหนึ่ง นึ่ ของ วิชวิาวิทวิยาการคำ นวณ และวิชวิา ศิลศิ ปศาสตร์ เพื่อ พื่ ให้ ผู้อ่ผู้ าอ่นได้ศึด้กศึษาหาความรู้ มีคมีวามเข้าข้ ใจเนื้อ นื้ หาเรื่อ รื่ ง “ ช่าช่งสิบสิหมู่ “ ที่มี ที่ มมีานานตั้งตั้แต่สต่มัยมั โบราณ ด้าด้นใน ประกอบด้วด้ย ประวัติวัคติวามเป็นป็มา ความหมาย และ บทบาทหน้าน้ที่ข ที่ องช่าช่งแต่ลต่ะประเภท ผู้จัผู้ ดจัทำ หวังวัว่าว่รายงานเล่มล่นี้จ นี้ ะเป็นป็ ประโยชน์กัน์บกัผู้ อ่าอ่น หรือรืนักนัเรียรีน นักนัศึกศึษา ที่กำ ที่ กำลังลัหาข้อข้มูลมูเรื่อ รื่ งนี้ อยู่ หากมีข้มีอข้แนะนำ หรือรืข้อข้ผิดผิพลาดประการใด ผู้จัผู้ ดจัทำ ขอ น้อน้มรับรั ไว้แว้ละขออภัยภัมา ณ ที่นี้ ที่ ด้ นี้ วด้ย นางสาวพรทัชทัชา ตรึงรึจิตจิวิลวิาส


สารบัญ บั ที่ม ที่ าของช่าช่ง 10 หมู่ ความเป็น ป็ มาแต่โต่บราณ ลักลัษณะงาน ช่าช่งเขียขีน ช่าช่งแกะ ช่าช่งสลักลั ช่าช่งกลึง ลึ ช่าช่งหล่อล่ ช่าช่งปั้นปั้ ช่าช่งหุ่นหุ่ ช่าช่งรักรั ช่าช่งบุ ช่าช่งปูนปู บรรณานุกนุรม 1 2 3-6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17


ที่ม ที่ าของช่า ช่ งสิบสิหมู่ คำ ว่าว่ “ช่าช่งสิบสิหมู่”มู่ เป็นป็คำ ที่เ ที่ พี้ย พี้ นมาจากภาษา บาลี คือคืคำ ว่าว่ “ช่าช่งสิปสิ ป” ซึ่ง ซึ่ มีคมีวามหมายเช่นช่เดียดีว กับกัคำ ว่าว่ “ศิลศิ ปะ” ในภาษาสันสัสกฤตที่มี ที่ คมีวามหมาย ว่าว่ “ฝีมืฝีอมืทางการช่าช่ง การแสดงออกมา ให้ปห้รากฏ ขึ้น ขึ้ ได้อด้ย่าย่งงดงาม น่าน่พึงพึชม และก่อก่ ให้เห้กิดกิอารมณ์ สะเทือทืนใจ” ต่อต่มาได้หด้ดคำ ให้สั้ห้นสั้ลง เป็นป็คำ ว่าว่ “ช่าช่ง สิบสิ ” เพื่อ พื่ ให้อห้อกเสียสีงได้คด้ล่อล่งลิ้นลิ้ขึ้น ขึ้ งานช่าช่งสิบสิหมู่ จะไม่เม่ขียขีนเป็นป็ตัวตัเลข 10 ดังดันั้นนั้ความหมายที่แ ที่ ท้จท้ริงริ ของคำ ว่าว่ “ช่าช่งสิบสิหมู่”มู่ ที่มี ที่ มมีาแต่โต่บราณจึงจึหมายถึงถึ ช่าช่งศิลศิ ป์ที่ป์แ ที่ บ่งบ่งาน ออกเป็นป็หมวดหมู่ไมู่ ด้ 10 ช่าช่งโดย ลำ ดับดัความสำ คัญคั ได้ดัด้งดันี้ 1.ช่าช่งเขียขีน 2.ช่าช่งปั้นปั้ . 3.ช่าช่งแกะ. 4.ช่าช่งสลักลั 5.ช่าช่งหล่อล่ 6.ช่าช่งกลึงลึ. 7ช่าช่งหุ่นหุ่ 8.ช่าช่งรักรั 9.ช่าช่งบุ 10.ช่าช่งปูนปู 1


ความเป็น ป็ มาแต่โต่ บราณ ของ “ช่า ช่ งสิบสิหมู่”มู่ การมีอมียู่ขยู่ องช่าช่งสิบสิหมู่ปมู่ รากฏเป็นป็หลักลัฐานมา ตั้งตั้แต่สต่มัยมัอยุธยุยาแล้วล้ โดยมีอมียู่ใยู่ นทำ เนียนีบศักศัดินดิา พลเรือรืนและทหารในกฎหมายเก่าก่ (กฎหมายตราสาม ดวง) ในสมัยมัสมเด็จด็พระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991- 2031) สันสันิษนิฐานว่าว่ตระกูลกูช่าช่งในสมัยมัอยุธยุยาน่าน่จะมี มากกว่าว่ 10 หมู่ อย่าย่งไรก็ตก็าม งานประณีตณีศิลศิ ป์สป์าขาต่าต่ง ๆ ที่เ ที่ จริญริ ก้าก้วหน้าน้ ในสมัยมัอยุธยุยาตอนปลายต้อต้งสลายตัวตั ไป หลังลัการเสียสีกรุงรุฯ ครั้งรั้ที่ 2 เพราะช่าช่งฝีมืฝีอมืบางส่วส่น ถูกถูกวาดต้อต้นไป ส่วส่นที่เ ที่ หลือลืมีกมีารรวบรวมขึ้น ขึ้ ใหม่ใม่น สมัยมักรุงรุธนบุรีบุรีและจัดจัตั้งตั้เป็นป็ สำ นักนัช่าช่งอย่าย่งเป็นป็ ทางการในรัชรัสมัยมัพระบาทสมเด็จด็พระพุทธยอดฟ้าฟ้ จุฬจุาโลกมหาราช โดยมีเมีป้าป้หมายเพื่อ พื่ ให้ช่ห้าช่งเหล่าล่นี้ สร้าร้งสรรค์ปค์ราสาทและพุทธสถานในกรุงรุเทพฯ ให้ วิจิวิตจิรงดงามเหมือมืนครั้งรั้กรุงรุศรีอรียุธยุยา 2


ลักลัษณะงานของช่าช่งสิบสิหมู่ แบ่งบ่ออกเป็นป็ 4 ประเภท คือคื • กลุ่มลุ่ งานจิตจิรกรรม งานกลุ่มลุ่ จิตจิรกรรมจะเน้นน้การสืบสืสานและสร้าร้งสรรค์ ผลงานสู่สัสู่งสัคม งานจิตจิรกรรมจะมีทั้มีงทั้ ในด้าด้น จิตจิรกรรมไทยตามแบบประเพณีนิณียนิม และงาน จิตจิรกรรมร่วร่มสมัยมั โดยเน้นน้ ไปในแนวทางของศิลศิ ปะ ตามหลักลัวิชวิาการ (Academic Art) มากกว่าว่ผลงาน ที่ก ที่ ลุ่มลุ่ จิตจิรกรรมทำ ไว้มว้ากมาย อาทิ ภาพเขียขีน พระบรมสาทิสทิลักลัษณ์พณ์ระมหากษัตริย์ริรย์วมถึงถึ พระบรมวงศานุวนุงศ์ ภาพบุคบุคลสำ คัญคัต่าต่งๆ โดย อาศัยศัแนวเรื่อ รื่ งจากประวัติวัศติาสตร์ ศาสนา วิถีวิชีถีวิชีตวิ และวัฒวันธรรม ลัก ลั ษณะงานของช่า ช่ งสิบสิหมู่ 3


• กลุ่มลุ่ งานประติมติากรรม กลุ่มลุ่ งานประติมติากรรม เน้นน้การสืบสืสานและ สร้าร้งสรรค์ผค์ลงานสู่สัสู่งสัคม งานประติมติากรรมของ ไทยจะมีอมียู่ 2 แบบด้วด้ยกันกันั่นนั่คือคืงานหล่อล่และงาน ปั้นปั้เกี่ย กี่ วกับกังานพิธีพิกธีารศาสนาและพระพุทธปฏิมฏิา ปัจปัจุบัจุนบัจะเน้นน้ ไปในแนวทางศิลศิ ปะตามหลักลัวิชวิาการ (Academic Art) มากกว่าว่และดินดิที่ใที่ ช้ปั้ช้ ปั้นปั้ ในปัจปัจุบัจุนบั ส่วส่นใหญ่จญ่ะเป็นป็ดินดิสามโคก เพราะทางสำ นักนังานช่าช่ง สิบสิหมู่ ได้ทำด้ทำการทดลองและวิจัวิยจัสำ เร็จร็แล้วล้ว่าว่เป็นป็ ดินดิที่ปั้ที่ ปั้นปั้ ได้ดีด้ที่ดีสุ ที่ ดสุในตอนนี้ ลัก ลั ษณะงานของช่า ช่ งสิบสิหมู่ 4


• กลุ่มลุ่ งานปราณีตณีศิลศิ ป์ กลุ่มลุ่ งานปราณีตณีศิลศิ ป์จป์ะเน้นน้การอนุรันุกรัษ์และสืบสืสาน ของการใช้เช้ทคนิคนิของโบราณในการสร้าร้งสรรค์ผค์ล งาน งานปราณีตณีศิลศิ ป์มีป์คมีวามหมายดั่งดั่ชื่อ ชื่ คือคืความ ปราณีตณี ในการประดิดดิ ประดอยขึ้น ขึ้ ด้วด้ยความละเอียอีด อ่ออ่น ตั้งตั้ ใจ และ พิถีพิพิถีถัพินถัเพื่อ พื่ ให้คุห้ณคุค่าค่ทางความงาม แก่ผก่ลงาน จะให้คห้วามสำ คัญคัด้าด้นความสวยงาม มี คุณคุค่าค่ควรนำ ไปเก็บก็ สะสมรักรัษาหรือรืตั้งตั้ โชว์มว์ากว่าว่ที่ จะนำ มาใช้ปช้ระโยชน์ ผลงานส่วส่นใหญ่จึญ่งจึจัดจัเป็นป็งาน ศิลศิ ปะภัณภัฑ์ที่ฑ์มี ที่ คมีวามงดงาม ลัก ลั ษณะงานของช่า ช่ งสิบสิหมู่ 5


• กลุ่มลุ่ งานศิลศิ ปประยุกยุต์แต์ละเครื่อ รื่ งเคลือลืบดินดิเผา กลุ่มลุ่ งานศิลศิ ปประยุกยุต์ จะมีหมีน้าน้ที่วิ ที่ จัวิยจังานศิลศิ ปะ ประยุกยุต์แต์ละเครื่อ รื่ งเคลือลืบดินดิเผา เพื่อ พื่ การพัฒพันา เทคนิคนิและแนะนำ เผยแพร่ใร่ห้แห้ก่บุก่คบุคลที่ส ที่ นใจ ซึ่ง ซึ่ ได้ ทำ การออกแบบส่วส่นใหญ่จญ่ะเป็นป็กลุ่มลุ่ งานออกแบบ เพื่อ พื่ ใช้ใช้นงานสังสัคมเสียสีส่วส่นใหญ่ เช่นช่การออกแบบ ตาลปัตปัร พัดพัรอง แสตมป์ สูจิสูบัจิตบัร พวงมาลา หุ่นหุ่ จำ ลอง เป็นป็ต้นต้ ลัก ลั ษณะงานของช่า ช่ งสิบสิหมู่ 6


ช่า ช่ งเขีย ขี น (Drawing and Painting) เขียขีนลายและภาพทั้งทั้ 4 หมวด ได้แด้ก่ “กนก นารี กระบี่ และคชะ” เรียรีงตามลำ ดับดัคือคื “ตัวตักนก” แบบ ต่าต่ง ๆ ภาพมนุษนุย์ชย์าย-หญิงญิเทวดา-นางฟ้าฟ้ภาพ วานร อมนุษนุย์ อสูรสูและภาพสัตสัว์ต่ว์าต่ง ๆ ทั้งทั้สัตสัว์ หิมหิพานต์แต์ละสัตสัว์ตว์ามธรรมชาติ โดยยึด ยึ หลักลั “คด ให้ไห้ด้วด้ง ตรงให้ไห้ด้เด้ส้นส้ ” 7


ช่า ช่ งแกะ (Carving) ทั้งทั้งานแกะตรา แกะลาย และแกะภาพ หรือรืเรียรีก รวมกันกัว่าว่ “แกะสลักลั ” เริ่มริ่ต้นต้จากการแกะขุดหรือรื การแรเส้นส้ โดยใช้สิ่ช้วสิ่ขนาดเล็ก ล็ ขุดเส้นส้เดินดิบนแผ่นผ่ ไม้เม้รียรีบ หรือรืงานแกะแรวัสวัดุที่ดุเ ที่ ป็น ป็ โลหะ เงินงิ-ทอง ช่าช่งผู้เผู้ชี่ย ชี่ วชาญงานโลหะแต่ลต่ะประเภทจะทำ งาน ร่วร่มกับกัช่าช่งแกะด้วด้ย 8


ช่า ช่ งสลัก ลั (Engraving) ช่าช่งสลักลัหรือรื “ช่าช่งฉลักลั ” มีหมีน้าน้ที่ปที่ ระดับดัสถานที่ สลักลัเสาให้สห้วยงาม แบ่งบ่เป็น ป็ ช่าช่งสลักลักระดาษ สำ หรับรั ใช้ปช้ระดับดัสิ่งสิ่ก่อก่สร้าร้งชั่วชั่คราว เช่นช่พลับลั เพลา พระเมรุ ฯลฯ และช่าช่งสลักลัของอ่ออ่นที่เ ที่ รียรีก ว่าว่ “เครื่อ รื่ งสด” เช่นช่การสลักลัเผือผืก มันมั ฟักฟัทอง ฯลฯ 9


ช่า ช่ งกลึง ลึ (Turning) งานกลึง ลึ เป็น ป็ งานสลักลัเสลาเกลาแต่งต่ที่ต้ ที่ อต้งใช้ ความประณีตณี โดยมากใช้กัช้บกังานไม้แม้ละงาช้าช้ง เครื่อ รื่ งมือมืกลึง ลึ จะต้อต้งคมกลิบลิตลอดเวลา หาก กลึง ลึ สิ่งสิ่ของใหญ่ ๆ จะใช้ “กงหมุนมุ” หากเป็น ป็ สิ่งสิ่ของขนาดย่อย่มและไม่ปม่ระณีตณีจะใช้เช้ครื่อ รื่ งกลึง ลึ “คานดีดดี ” 10


ช่า ช่ งหล่อ ล่ (Casting) เกี่ย กี่ วข้อข้งกับกัการหล่อล่ โลหะ เช่นช่การหล่อล่กลอง มโหระทึก ทึ หล่อล่พระพุทธรูปรูขนาดใหญ่ การหล่อล่ พระพุทธรูปรูโลหะทำ ได้โด้ดยการใช้ขี้ช้ผึ้ ขี้ ง ผึ้ ทำ เป็น ป็ หุ่นหุ่ แล้วล้ละลายขี้ผึ้ ขี้ ง ผึ้ จนเกิดกิที่ว่ ที่ าว่งในแม่พิม่มพิพ์ แล้วล้จึง จึ เท โลหะหรือรืทองที่กำ ที่ กำลังลัหลอมละลายเข้าข้แทนที่ จะได้ เป็น ป็ รูปรูหล่อล่ โลหะสำ ริดริเรียรีกวิธีวินี้ธีว่ นี้ าว่ “ไล่ขี้ล่ผึ้ ขี้ ง ผึ้ ” 11


ช่า ช่ งปั้น ปั้ (Molding and Sculpting) ทำ งานด้าด้นการปั้นปั้พระพุทธรูปรูเสียสีเป็น ป็ ส่วส่นใหญ่ อาจใช้ดิช้นดิเหนียนีวอย่าย่งเดียดีว ปั้นปั้ด้วด้ยดินดิแล้วล้ติดติ กระดาษทับทัเพื่อ พื่ รักรัษาเนื้อ นื้ ดินดิหรือรืแม้แม้ต่ปั้ต่ ปั้นปั้ด้วด้ย กระดาษโดยมีลมีวดตาข่ายเป็น ป็ โครงภายใน 12


ช่า ช่ งหุ่นหุ่ (Model Building) “หุ่นหุ่ ” ในที่นี้ ที่ คื นี้ อคื “ตัวตั ” หรือรื “รูปรูร่าร่ง” คือคืการ ประกอบสร้าร้งรูปรูของคน สัตสัว์ หรือรืสิ่งสิ่ของที่ต้ ที่ อต้ง ทำ เป็น ป็ รูปรูร่าร่ง ดังดันั้นนั้ช่าช่งหล่อล่ช่าช่งปั้นปั้และช่าช่งหุ่นหุ่ จึง จึ มีงมีานสัมสัพันพัธ์กัธ์นกัและอาจสร้าร้งงานด้วด้ยคน ๆ เดียดีวกันกั 13


ช่า ช่ งรัก รั (Lacquering) ประกอบด้วด้ย ช่าช่งผสมรักรัลงรักรัพื้น พื้ ช่าช่งปิดปิทอง ช่าช่งประดับดักระจก และช่าช่งมุกมุเพื่อ พื่ การทำ ลวดลายประดับดัมุกมุ“รักรั ” คือคืยางไม้ที่ม้ ไที่ ด้จด้ากต้นต้รักรั นั่นนั่เอง ซึ่ง ซึ่ สามารถนำ มาใช้งช้านทางศิลศิ ปกรรมได้ โดยเฉพาะงานปิดปิทองในการทำ “ลายรดน้ำ ” 14


ช่า ช่ งบุ (Metel Beating) “บุ”บุคือคืการตีแตีผ่ใผ่ห้แห้บน ทั้งทั้เป็น ป็ แผ่นผ่เรียรีบ ๆ และ เป็น ป็ รูปรูร่าร่งต่าต่ง ๆ ช่าช่งบุต้บุอต้งชำ นาญด้าด้นงาน โลหะทุกทุชนิดนิเช่นช่ทองแดง เงินงินาก และทองคำ อุปอุกรณ์คืณ์อคืทั่งทั่และค้นค้เหล็ก ล็ ซึ่ง ซึ่ มีหมีลายขนาดและ รูปรูร่าร่งต่าต่งกันกั ไป 15


ช่า ช่ งปูน ปู (Plastering) งานปูนปูจะมีทั้มีงทั้งานซ่อซ่มและสร้าร้ง แบ่งบ่เป็น ป็ หมู่ปูมู่ นปู ก่อก่เป็น ป็ เพียพีงการเรียรีงอิฐอิ ไม่ต้ม่อต้งประณีตณีหมู่ปูมู่ นปู ฉาบ คือคืการตกแต่งต่อิฐอิที่ก่ ที่ อก่ ให้เห้รียรีบงาม และหมู่ ปูนปูปั้นปั้หมู่นี้มู่ จ นี้ ะสร้าร้งงานให้มีห้คมีวามงดงามทาง ศิลศิ ปะ ลายปูนปูปั้นปั้ต้อต้งทำ ตอนปูนปูยังยั ไม่แม่ข็งตัวตั 16


บรรณานุก นุ รม https://www.silpa-mag.com/art/article_96093 https://www.bareo-isyss.com/service/art-culture https://www.finearts.go.th/traditionalart/categorie 17


โรงเรีย รี นซางตาครู้สรู้ คอนแวนท์ 146 ซอยกุฎีกุจีฎีนจีแขวงวัดวักัลกัยาณ์ เขตธนบุรีบุรี กรุงรุเทพมหานคร 10600


Click to View FlipBook Version