The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องมือทางการบริหารสถานศึกษาBench marking
โดย นางกชพร จันทร์แดง รหัส 6419050088

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kotchaporn Chandaeng, 2021-11-18 12:08:54

เครื่องมือทางการบริหารสถานศึกษาBench marking

เครื่องมือทางการบริหารสถานศึกษาBench marking
โดย นางกชพร จันทร์แดง รหัส 6419050088

BENCH
MARKING

เ ค รื่ อ ง มื อ ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร
ส ถ า น ศึ ก ษ า ส มั ย ใ ห ม่

9 0 5 - 5 0 2 ห ลั ก ก า ร แ ล ะ ท ฤ ษ ฎี ก า ร บ ริ ห า ร ก า ร ศึ ก ษ า
PRINCIPLE AND THEORY OF EDUCATIONAL
ADMINISTRATION




ก ช พ ร จั น ท ร์ แ ด ง

ร หั ส 6 4 1 9 0 5 0 0 8 8

ค ณ ะ ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร์ แ ล ะ ศิ ล ป ศ า ส ต ร์
ส า ข า ก า ร บ ริ ห า ร ก า ร ศึ ก ษ า
ม ห า วิ ท ย า ลั ย ห า ด ใ ห ญ่

Benchmarking
คืออะไรนะ?

เครื่องมือการบริหารจัดการ
สถานศึกษาสมัยใหม่

BENCH MARKING

จัดทำโดย

นางกชพร จันทร์แดง
รหัส 6419050088

เสนอ

อาจารย์ดร.เชาวนี แก้วมโน

9 0 5 - 5 0 2 ห ลั ก ก า ร แ ล ะ ท ฤ ษ ฎี ก า ร บ ริ ห า ร ก า ร ศึ ก ษ า
PRINCIPLE AND THEORY OF EDUCATIONAL
ADMINISTRATION

คำ นำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 905 -502 หลัก
การและทฤษฎีทางการบริหาร โดยมี จุดประสงค์ เพื่อการศึกษาความรู้ที่เกี่ยวกับเรื่อง
ทฤษฎีทางการบริหารและเครื่องมือการบริหารจัดการสถานศึกษาสมัยใหม่โดยได้ศึกษา
ผ่านแหล่งความรู้ต่าง ๆ อาทิเช่น ตำรา หนังสือ บทความวารสาร และแหล่งความรู้จาก
เว็บไซต์ต่าง ๆ ทั้งนี้ในหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ฉบับนี้จะนำเสนอเกี่ยวกับเครื่อง
มือทางการบริหารที่มีชื่อว่า “Benchmarking” ซึ่งผู้จัดทำหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ
การเรียนการสอนของตนเองและผู้อื่นตลอดจนการประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนต่อ
ไป

ผู้จัดทำขอขอบพระคุณ อาจารย์ดร.เชาวนี แก้วมโน ผู้ให้ความรู้และ
แนวทางการศึกษาวิชา 905-502 หลักการและทฤษฎีการบริหารการศึกษาและ
ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายหวังว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(e-book) ฉบับนี้จะให้ความ
รู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกๆท่านหากมีข้อเสนอแนะประการใดผู้จัดทำขอรับไว้
ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง

กชพร จันทร์แดง

สารบัญ

เรื่อง หน้า

ทฤษฎีการบริหารการศึกษา 1

Benchmarking 4
9
รูปแบบของการทำ Benchmarking
ในสถานศึกษา

ข้อจำกัดของการทำ Benchmarking 12

หน้าที่ของผู้บริหารในการบริหารสถาน 14

ศึกษาสไตล์ “Benchmarking”

1

ทฤษฎีการบริหารการศึกษา


ทฤษฎีการบริหารการศึกษา มีการพัฒนามาตามขั้นตอน และ

กาลเวลา หลักและทฤษฎีการบริหารที่เรานำมาจากชาติตะวันตกนั้นมี
มากมายหลายวิธีการตามยุคสมัย เนื่องจากมีนักการศึกษาไทยได้ไปเรียนรู้
แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยซึ่งสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง การนำ
ทฤษฎีใดที่ไม่เข้ากับคนไทยก็สูญหายไปตามกาลเวลา สิ่งใดปรับเข้ากับวิถี
ไทยได้ก็อยู่ยงคงกระพันต่อไป อย่างไรก็ดีหากเราไม่เปลี่ยนแปลง เราก็ไม่
สามารถแข่งขันหรือพัฒนาได้เท่ากับประเทศอื่น

การบริหารสถานศึกษาแนวใหม่นั้น ผู้บริหารควรมีหลัก
และกระบวนการบริหาร การบริหารการศึกษา หลักการแนวคิดในการ
บริหาร ภาพรวมของการบริหารทั้งนี้เพื่อให้การจัดการบริหารสถานศึกษา
มีความเหมาะสมผู้เขียนจะได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวเพื่อให้เกิดความ
เข้าใจและมุมมองในการบริหารสถานศึกษายิ่งขึ้นต่อไป

2

การบริหารงานใด ๆ ก็ตาม จำเป็นจะต้องมีทฤษฎีเป็น พื้นฐาน การ
บริหารการศึกษาก็เช่นเดียวกัน หากนักบริหารการศึกษาบริหารงานไป โดยมิได้ใช้
ทฤษฎีเข้ามาช่วยในการคิดและตัดสินใจ ก็หมายความว่า เขาดำเนินการไปโดย
อาศัยประสบการณ์ดั้งเดิม อาศัยสามัญสำนึก ที่เรียกว่า Common senseหรือที่
เรียกว่า ใช้กฎแห่งนิ้วหัวแม่มือ (Rule of Thumb) ลองเดา ๆ ดู ว่าหากทำอย่างนี้
แล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไร หากถูกต้องก็ดีไป หากผิด ก็ถือว่า ผิดเป็นครู
แล้วลองทำใหม่ โดยไม่ยอมทำผิดซ้ำในลักษณะเดิมอีก เป็นต้น นี่เป็นการลองผิด
ลองถูก (Trial and Error) นั่นเอง การคิดและแก้ไขปัญหาด้วยสามัญสำนึกเช่นนี้
เป็นการกระทำอย่างไม่มีหลักการ เป็นการมองในแง่มุมแคบ ๆ หรือผูกติดอยู่กับ
แนวทางใดแนวทางหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว อาจจะทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้โดย
ง่าย

3

ในทางตรงกันข้าม หากผู้บริหารการศึกษาบริหารงานโดย
อาศัยหลักการและทฤษฎีการบริหาร (การบริหารการศึกษา) เป็นหลัก
หรือเป็นพื้นฐานในการคิด พิจารณาและตัดสินใจแล้ว ก็จะทำให้สามารถ
บริหารงานได้อย่างมีทิศทางที่ตรงแน่วไปในทางใดทางหนึ่งที่พึงประสงค์
ไม่สะเปะสะปะ เมื่อจะตัดสินใจ ก็มีหลักการ และทฤษฎีเข้ามาสนับสนุน
ว่าสิ่งที่จะตัดสินใจกระทำลงไปนั้น ได้เคยมีผู้ปฏิบัติและกระทำซ้ำ ๆ ใน
ลักษณะเดียวกันนั้นมาแล้วมากมาย และเขาก็ทำได้ถูกต้องและเป็นผลดี
ด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อเราปฏิบัติหรือตัดสินใจในลักษณะอย่างเดียวกัน
นั้นบ้างก็น่าจะได้รับผลดีหรือทำได้ถูกต้องเช่นเดียวกัน

ซึ่ง“Benchmarking” เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการที่น่าสนใจ
คือทำให้รู้ว่าใครหรือองค์กรใดเป็นผู้ปฏิบัติได้ดีที่สุดและมีวิธีปฏิบัติอย่างไร เพื่อ
องค์กรอื่นจะนำมาปรับปรุงผลการดำเนินงานของตนโดยเลือกสรรและนำวิธี
ปฏิบัติที่เป็นเลิศเหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงานของตนเองซึ่งไม่ใช่
การลอกเลียนแบบแต่เป็นการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆอันเกิดจากการเรียนรู้

4

Benchmarking

“Benchmarking” เป็นเครื่องมือทางการบริหารจัดการ เพื่อนำองค์กร
ไปสู่ความเป็นเลิศ ในการดำเนินงาน (Best Practice) โดยการนำองค์ความรู้
ทางการบริหารจัดการองค์กรของตน และผลสำเร็จจากการดำเนินงานของกิจการ
หรือองค์กรของตนไปเปรียบเทียบกับองค์กรอื่นหรือกิจการอื่น เพื่อศึกษาข้อมูล
และกลยุทธ์ในการบริหารงาน ทั้งนี้เพื่อให้ได้แนวคิดและข้อเสนอแนะ ในการ
กำหนดทิศทางในการปรับปรุงงานและการบริหารงานให้บรรลุผลดียิ่งขึ้น เป็นการ
บริหารงานโดยการศึกษาจากความสำเร็จของผู้อื่น ตามปกติแนวคิดการบริหาร
งานแบบ Benchmarking ถูกนำมาใช้ในองค์กรธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ โดยมีชื่อเรียก
ว่า “การเปรียบเทียบสู่ความเป็นเลิศ”

5

การเปรียบเทียบตามวิธีการของ Benchmarking สามารถทำได้หลาย
ระดับ เช่น เปรียบเทียบกับคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน เปรียบเทียบกับหน่วยงาน
ในองค์กรเดียวกัน เปรียบเทียบกับหน่วยงานที่มีลักษณะการทำงานเหมือน
กัน เปรียบเทียบกับกระบวนการผลิตของบริษัทอื่น หรืออาจเปรียบเทียบกับ
นโยบายของบริษัทอื่นเป็นต้น สำหรับกรณีของการบริหารจัดการสถานศึกษา
แล้ว การนำแนวคิด Benchmarking มาใช้ในการบริหารสถานศึกษา จะช่วย
ให้เกิดการพัฒนา (Development) และการเปลี่ยนแปลง (Change) ไปสู่สิ่ง
ที่ดีกว่า ทั้งสภาพแวดล้อมทางกายภาพของสถานศึกษา รวมทั้งบุคลากรทั้ง
ในระดับบริหารและระดับปฏิบัติการในสถานศึกษา นั้น ๆ

6

ในการนี้จำเป็นต้องเริ่มต้นจากกระบวนการเปรียบเทียบ
(Benchmark) กับผู้ที่ดีกว่าหรือดีที่สุดเป็นอันดับแรก ซึ่งวงการบริหาร
ทั่วไปต่างยอมรับกันว่า “Benchmark” เป็นขั้นตอนมาตรฐานสากลที่
ทำได้โดยง่าย วงการศึกษาก็เช่นเดียวกัน สถานศึกษาเป็นหน่วยงานที่รับ
ผิดชอบในการจัดการศึกษา และเพื่อให้การพัฒนางานเข้าสู่มาตรฐานทั้ง
๓ ด้าน คือ มาตรฐานด้านการบริหารโรงเรียน มาตรฐานด้านการเรียน
การสอน และมาตรฐานด้านคุณภาพนักเรียน ได้อย่างมีคุณภาพ ผู้
บริหารโรงเรียน ครู คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้องจึงควร
แสวงหาเทคนิคและวิธีการมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
และสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่นและ Benchmark คือ วิธีการหนึ่ง
ที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารสถานศึกษาเพื่อเข้าสู่มาตรฐานที่
กำหนดได้

7

เหตุใดจึงเป็น
"Benchmarking"

หัวใจสำคัญของการทำ Benchmarking อยู่ตรงที่ทำให้องค์กรมีวิธี
การปรับปรุงที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม เพราะใช้องค์กรที่เหนือกว่าเป็นตัวตั้งและ
นำมาเปรียบเทียบหรือเทียบเคียง ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบที่มิใช่การลอกเลียน
แบบ เป็นการเปรียบเทียบเพื่อให้เรารู้ว่าองค์กรของเราอยู่ห่างชั้นกับองค์กร
นั้น ๆ แค่ไหน และต้องทำอย่างไรบ้างจึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตาม
ต้องการ

8

ซึ่งแนวทางที่ได้มาจากการรวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์ถึงรูปแบบ
การดำเนินงาน กระบวนการ และวิธีที่องค์กรแม่แบบใช้แล้วประสบความ
สำเร็จ จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับองค์กรของตนเพื่อให้เข้าใจถึงข้อแตกต่าง
และแนวทางปฏิบัติ เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กร ด้วยวิธีการ
ของ Benchmarking จะช่วยให้องค์กรได้แนวทางปฏิบัติ โดยลดความผิดพลาด
อันอาจเนื่องมากจากการดำเนินงาน หรือการคาดการณ์ผิด ทั้งนี้เนื่องจาก
องค์กรแม่แบบ สามารถดำเนินงานจนบรรลุผลสำเร็จมาแล้ว และยังเป็นการ
ช่วยประหยัดทรัพยากรในการบริหารจัดการได้อีกทางหนึ่งด้วยโดยเฉพาะ
วงการศึกษาที่มีสถานศึกษาหลายแห่งประสบผลสำเร็จในการบริหารจัดการ
ตามเกณฑ์มาตรฐานจนได้รับรางวัลมาแล้ว

ดังนั้นการนำ Benchmarking มาใช้ในการบริหารสถานศึกษาถือว่า มี
ความเหมาะสมอย่างยิ่ง

9

รูปแบบของการทำ
BENCHMARKING ในสถานศึกษา




1. การเปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน (Competitive Benchmarking)

เป็นการทำ Benchmarking ที่ทำการศึกษากระบวนการทำงาน
หน้าที่ และกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการดำเนินงานและข้อมูลในมติต่าง ๆ
ระหว่างสถานศึกษาของตนกับสถานศึกษาอื่น (คู่แข่งขัน) ที่มีศักยภาพ
โดยตรงเพื่อที่ผู้บริหารจะได้เห็นจุดอ่อนของตน ความแตกต่างในความ
สามารถและศักยภาพ ตลอดจนวิธีการดำเนินงาน เพื่อที่จะสามารถพัฒนา
สถานศึกษาของตนเองให้เท่าเทียมหรือเหนือกว่าสถาบันการศึกษาต้นแบบที่
ดีที่สุดได้

2. การเปรียบเทียบภายในองค์กร (Internal Benchmarking)

โดยการทำ Benchmark เปรียบเทียบกันระหว่างหน่วยงาน
หรือกระบวนการต่าง ๆ ภายในสถาบันการศึกษา เพื่อทำการศึกษาและ
วิเคราะห์ปัญหาเพื่อให้เป็นต้นแบบ (Prototype) ในการพัฒนาการ
และเพื่อการเปรียบเทียบในรูปแบบอื่นต่อไป

10

3. การเปรียบเทียบตามหน้าที่ (Functional Benchmarking)

(แสเกเมเF่ีทปนืตถอกี่u่อรยาจนาีnยบงบระกัจcบปไทนรtาดเฏำ้iะกทกoิจีกจบากยnาัาราตกาบ)ิยรศรงอึเหกาป(งBนBษรครื์eีทอeดาีกยี่nขnหเทบรีร่cยcรสาเืุhhาทอดสียmmหยนเผหบนปaใa(่ล็รจBจวrนืrไอkkeยาปกiหsกnงายตtานัหgรง่านโวเนสดมPปP้่ขยาวยหraรองทนaีไีrยนาง่มctก้อน่อืบnาt่คานiงททเecำีีรทขค่่rจมeี์ปนิ)อยกึะ)ใฏงบงรชซิชถึ่บอ่่เึเกมงวังปพงตเ็ายาคีิรนคยงรเ์ลวาปกกางดา็ดสนสรานำมคารถเแแมนวโปาิมดตาา่นบฏแรมัยกิงนบถบกยตัาุ่ก่ตคาบงนาิัายทรดงใใัร่เขนานเวลศลกือทแึืแัอกอ้ใงตตงกน่ษก่คอลลอกควางูะะ่งาเาเคหหทป์ครม่ก์นนาหกรเ้ี้าปนยาราาัร็้ทททบนนคีีีู่่่่

4. การเปรียบเทียบทั่วไป (Generic Benchmarking)

(โสBBSดeeถpยnnาeกบccัcรhhนiะfmmกiบcาaaวรนrrPศkkึrกกioเnทาปษัcg็่รวนe)าตไ่ใกsปาหsา้งจ)ทรัะดนทเีำปส่ๆเใ็เปนชมน็้ัินกปยนันกแอรงะลาอาารจนโะยย่ดมมทาีีีชำ่งกปในเทหาัน์ร้่ใิรวคะนนดไสวปงกิำาทาาใเมนนนธริิสภบทกนีำ่าารใงคิหพรหาั้ญจนคอาัดวรทกยีูั่แ่กาบเเสกมลาีก่มยรสะรศวอำพึะัขกคฒบ้ัอษญวนงานกกาแัับกบกลากรหะระรสลเะบฉถาบวพยานวบหาันกะนน้กากา(ราทSาีตร่pร่เาศฉeงึกพcขกษiาอfาiะารcง

11

บริหารโรงเรียน

การเรียนการสอน
คุณภาพนักเรียน

12

ข้อจำกัดของการทำ
BENCHMARKING

1. ผู้บริหารสถานศึกษาไม่รู้ปัญหาที่แท้จริงของตนเอง ทำให้ไม่สามารถ
กำหนดออกมาได้ว่าจะเปรียบเทียบกับอะไรหรือแก้ปัญหาด้านใดดังนั้น ผู้
บริหารและบุคลากรภายในสถานศึกษาที่จะทำการ Benchmarking ต้องรู้
รายละเอียดเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาของตนเป็นอย่างดี เพื่อจะได้ทราบว่า
ตนมีจุดเด่น หรือจุดด้อยอย่างไร มีความต้องการที่จะแก้ปัญหาด้านใด

2. สถาบันการศึกษาที่จะเลือกเป็นแม่แบบในการทำ Benchmarking นั้น
ควรเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยอมรับว่าประสบความสำเร็จอยู่ใน
ระดับหนึ่ง เพื่อจะได้นำจุดเด่นดังกล่าวมาปรับปรุงในส่วนของสถาบันการ
ศึกษาที่จะทำการปรับปรุง

13

3. ข้อมูลที่ต้องการจะทราบจากสถาบันการศึกษาที่เราต้องการศึกษาอาจหามา
ได้หลายวิธีการ แต่วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ข้อมูลที่ได้จากภายในสถาบันการศึกษาแม่
แบบนั้น ซึ่งตามปกติสถาบันการศึกษาแม่แบบ มักเป็นสถาบันที่ได้รับรางวัล
และมีความต้องการเผยแผ่ข้อมูลของตนอยู่แล้ว

4. ไม่เข้าใจการทำ Benchmarking อย่างแท้จริง ผู้บริหารบางคนคิดว่าเป็นการลอก
กระบวนการ วิธีการของแม่แบบมาใช้ โดยขาดการวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับสถาบันการ
ศึกษาของตน (ซึ่ง Benchmarking เป็นเครื่องมือบริหารสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนา
และปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นความสำคัญของ
Benchmarking อยู่ตรงที่ทำให้องค์กรมีแนวทางที่จะเดินไปถึงเป้าหมายอย่างชัดเจน
เพราะใช้องค์กรของต้นแบบเป็นตัวเปรียบเทียบ จากนั้นนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงให้
เหมาะสมกับองค์กรก่อนนำไปใช้)

14

หน้าที่ของผู้บริหาร

ในการบริหารสถาน

ศึกษาสไตล์

“Benchmarking”

1. หน้าที่ด้านการวางแผน (Planning)
2. หน้าที่ด้านการจัดองค์กร (Organizing)
3. หน้าที่ในการชักนำ (Leading)
4. หน้าที่ในการควบคุม (Controlling)

1.หน้าที่ด้าน 15
การวางแผน
(Planning)

หน้าที่ด้านการวางแผน (Planning) หน้าที่ด้านก
ารวางแผนเป็นหน้าที่
ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเป้าหมาย (Goals) วัตถุประสงค์ (Objective)
กลยุทธ์ (Strategies) และแผนงาน (Plan) เป็นการกำหนดเป้าหมายและ
กลยุทธ์ต่าง ๆ และจัดทำแผนงานเพื่อประสานกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะกระทำ
ในอนาคต เป็นการเตรียมการเพื่อให้ประสบความสำเร็จ ลดวามเสี่ยงที่อาจ
เกิดขึ้นในอนาคต

ดังนั้นในการทำหน้าที่ด้านการวางแผนของผู้บริหารในการบริหาร
สถานศึกษาสไตล์ “Benchmarking” ต้องมีการเทียบเคียงกับสถานศึกษา
ในระดับเดียวกันกับสถานศึกษาของตนเพื่อศึกษารูปแบบ และเทคนิควิธี
การในการวางแผน อันจะนำไปสู่ความสำเร็จในการบริหารจัดการสถาน
ศึกษาของตน อาทิเช่น การกำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติงานให้แก่
บุคลากรในสถานศึกษา โดยยึดสถานศึกษาต้นแบบเป็นหลัก และทำการ
กำหนดเป้าหมายสถานศึกษาของตนให้อยู่ในระดับเดียวกันหรือระดับที่ใกล้
เคียง เป็นต้น

16

2.หน้าที่ด้านการจัด
องค์กร (Organizing)

หน้าที่ด้านการจัดองค์กร (Organizing) เป็นการพิจารณาถึงงานที่
จะต้องกระทำ ใครเป็นผู้ทำงานนั้นต้องมีการจัดกลุ่มงานอย่างไร ใครต้อง
รายงานใคร และใครเป็นผู้ตัดสินใจ นั่นคือการมอบหมายหน้าที่ความรับผิด
ชอบ และกำหนดสายการบังคับบัญชา ดังนั้นในการทำหน้าที่ด้านการจัด
องค์กรของผู้บริหารในการบริหารสถานศึกษาสไตล์ “Benchmarking” ต้อง
มีการเทียบเคียงกับสถานศึกษาในระดับเดียวกันกับสถานศึกษาของตน อีก
ทั้งควรมีการเทียบเคียงภายในสถาบันการศึกษาเอง เพื่อให้บุคลากรเกิด
ความรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาการจัดสายการบังคับบัญชาควรมีความยืดหยุ่น
พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง ควรมีการศึกษาด้านการจัดโครงสร้างองค์กร
ของสถาบันการศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการ เพื่อนำมา
ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารองค์กรภายในสถาบันการศึกษาของตน

17

3.หน้าที่ในการชักนำ
(Leading)

หน้าที่ในการชักนำ (Leading) เป็นการนำและจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชา
การสั่งการ การเลือกช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และการ
ขจัดความขัดแย้ง หรือเป็นการกระตุ้นให้พนักงานใช้ความพยายามอย่างเต็มที่
ที่จะทำให้เกิดความสำเร็จ รวมทั้งแก้ไขปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้น

ในการทำหน้าที่ด้านการชักนำของผู้บริหารในการบริหารสถานศึกษา
สไตล์ “Benchmarking” นั้น ควรใช้รูปแบบการเปรียบเทียบทั่วไป (Generic
Benchmarking) เป็นการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการเฉพาะ
(Specific Benchmarking) หน้าที่ด้านการชักนำเป็นหน้าที่ทางการบริหารที่
ต้องอาศัยทั้งศาสตร์ และศิลป์ในการปฏิบัติ ผู้บริหารควรทำการศึกษาทักษะ
และวิธีการจากประสบการณ์และความสำเร็จของผู้บริหารสถานศึกษาที่นำมา
เป็นแม่แบบ และนำมาประยุกต์ให้เข้ากับตนเอง ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงความ
เหมาะสมต่อสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ อีกด้วย

18

4.หน้าที่ในการควบคุม
(Controlling)

หน้าที่ในการควบคุม (Controlling) เป็นการ
ตรวจสอบกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้กระทำไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าการ
ดำเนินงานได้เป็นไปตามมาตรฐาน หรือแผนที่วางไว้ รวม
ทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้ถูกต้องอีกด้วย การควบคุม
จะนำมาซึ่งความมีมาตรฐาน และความสำเร็จของการ
ปฏิบัติงาน และด้วยวิธีการที่หลากหลายของการควบคุม
ตามหลักของการบริหารจัดการหนึ่งในนั้นคือการควบคุม
ด้วยการเปรียบเทียบ (Comparisons) เป็นการเปรียบ
เทียบจากมาตรฐาน หรือคู่แข่ง

19

ดังนั้นในการทำหน้าที่ด้านการควบคุมของผู้บริหารในการบริหาร
สถานศึกษาสไตล์ “Benchmarking” จึงมิใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็น
แนวปฏิบัติที่ผู้บริหารมีหน้าที่ที่ต้องกระทำ แต่การควบคุมด้วยการ
เทียบเคียงตามหลักการของ Benchmarking จะเป็นการควบคุมใน
ระดับองค์กร หรือระดับสถานศึกษาเป็นหลัก ซึ่งจะมีความแตกต่าง
จากการควบคุมในระดับภายในองค์กรหรือการควบคุมระดับปฏิบัติ
งาน ผู้บริหารสถานศึกษาต้องการเทียบเคียงสถานศึกษาของตนกับ
สถานศึกษาที่นำมาเป็นแม่แบบ และทำการศึกษาแนวทางที่สถาน
ศึกษาแม่แบบดำเนินงานจนสามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานทางการ
ศึกษาตามระเบียบข้อบังคับ และนำมาปรับใช้กับสถานศึกษาของตน
ทั้งนี้การควบคุมด้วยการเทียบเคียงควรอยู่ในระดับมาตรฐานเดียวกัน
ยกเว้นจะเป็นการเทียบเคียงเพื่อยกระดับมาตรฐานของตน ก็มีความ
จำเป็นที่จะต้องเทียบเคียงกับกับสถานบันการศึกษาที่มีมาตรฐานที่สูง
กว่า โดยมาตรฐานหลักมี 3 ด้าน คือ มาตรฐานด้านการบริหาร
โรงเรียน มาตรฐานด้านการเรียนการสอน และมาตรฐานด้านคุณภาพ
นักเรียน

20

โดยสรุป ผู้บริหารเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่และ
พัฒนาการของสถานศึกษา สถานศึกษาจะเข้าสู่มาตรฐานทั้ง 3 ด้าน
(มาตรฐานด้านการบริหารโรงเรียน มาตรฐานด้านการเรียนการสอน และ
มาตรฐานด้านคุณภาพนักเรียน) หรือล้มเหลวขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถ
และการตัดสินใจของผู้บริหารสถานศึกษาโดยตรง ซึ่งในการบริหารสถาน
ศึกษาสไตล์“Benchmarking”นั้น นอกจากหน้าที่ทางการบริหารที่ผู้บริหาร
ต้องปฏิบัติแล้ว ผู้บริหารควรมีบทบาทสำคัญ คือ การเป็นผู้ริเริ่ม ผู้บริหาร
สถานศึกษาจะต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงและสร้างนวัตกรรมใหม่ของ
สถานศึกษา และมีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการสร้างองค์การ
เรียนรู้โดยเฉพาะการเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนและดำเนินการของสถาน
ศึกษา

21

ผู้บริหารสถานศึกษาต้องส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการ
ของโครงการพัฒนาสถานศึกษาอย่างเต็มความสามารถทั้งทางตรงและ
ทางอ้อม โดยการสนับสนุนทั้งในด้านงบประมาณ ทรัพยากร การให้
ความสำคัญและกำลังใจแก่บุคลากรในสถานศึกษา และที่ขาดไม่ได้คือ
การเป็นต้นแบบหรือตัวแบบเพื่อการเทียบเคียง (Benchmarking) ที่ดี
ให้แก่บุคลากรในสถานศึกษา เพื่อให้บุคลากรในสถานศึกษามองเห็น
ภาพที่เป็นรูปธรรม และกล้าที่จะปฏิบัติตาม อันจะนำไปสู่ความสำเร็จ
ของการบริหารสถานศึกษาสไตล์ “Benchmarking” ต่อไป



อ้างอิง

พจน์ พจนพาณิชย์กุล. (2548). เอกสารบรรยายสรุปวิชาการจัดการ.
ปราจีนบุรี: ม.ป.ท.

วิยะดา หมาดง๊ะ. (2556). ทฤษฎีการบริหารการศึกษา. ค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2564,
จาก https://www.gotoknow.org/posts/521119

สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม. (2553). องค์ความรู้ในการ
ประกอบธุรกิจ : Benchmarking. ค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2564,
จาก http://www.ismed.or.th/SME/


Click to View FlipBook Version