ความเปน็ มาของวิชา
เศรษฐศาสตร์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3
กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ครูพวงเพ็ญ จันทรแ์ จ่ม
By นามปากกา
ความเป็นมาของวชิ าเศรษฐศาสตร์
แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์มีมาต้งั แต่สมยั โบราณแลว้ นักปราชญ์สมัยั เจา้ ของแนวความคิดในเร่ืองเกย่ี วกบั การแบ่ง
โบราณพยายาัสมอดแทรกแนวควาัคดิ และกฎเกณฑ์ทาง งานกนั ทา ความตอ้ งการ ความสามารถของ
เศรษฐศาสมตร์ปะปนอย่ใู นหลักปรัชญา ศาสมนา ศลี ธรรัและหลัก
ปกครอง แต่ควาัคดิ เหล่านี้ยังไั่ถอื เป็ นทฤษฎีทางเศรษฐศาสมตร์ มนุษยแ์ ตล่ ะคนมีความแตกตา่ งกนั
อริสมโตเตลิ (Aristotle) ศษิ ยข์ องเพลโต เพลโต เป็นนกั ปรชั ญาชาวกรีกโบราณ
ผนู้ าแนวคดิ เรื่องความมงั่ คงั่
ท่ีมอี ิทธิพลอยา่ งสูงต่อแนวคิดตะวนั ตก
ความเปน็ มาของวิชาเศรษฐศาสตร์ คริสมต์ศตวรรษที่ 18
อาดัั สมัธิ (Adam Smith)
นกั เศรษฐศาสตร์ชาวองั กฤษ บคุ คลแรกวางรากฐานวชิ าเศรษฐศาสมตร์
เขียนหนงั สือทางเศรษฐศาสมตร์เล่ัแรกของโลก
“The Wealth of Nations” (ความมง่ั คง่ั แห่งชาติ)
สมนับสมนุนเศรษฐกจิ แบบเสมรีนิยั
เรื่องของเศรษฐกิจรัฐบาลไั่ควรเข้าัาแทรกแซง
“บิดาแห่งวชิ าเศรษฐศาสมตร์”
ความเปน็ มาของวชิ าเศรษฐศาสตร์ คริสมต์ศตวรรษที่ 19
• ทศั นะและขอ้ เขียนของอาดมั สมิธ ไดเ้ ขา้ มามอี ิทธิพลอยา่ งมากต่อ
วิชาเศรษฐศาสตร์ แต่ภายหลงั แนวคิดเรื่องนโยบายเสรีนิยมไดร้ บั
การวิพากษว์ จิ ารณ์อยา่ งมาก โดยเฉพาะเัอ่ื เกิดภาวะเศรษฐกิจโลก
ตกต่าขนานใหญ่ในช่วงปี 1930 ไดส้ ่งผลใหค้ วามเชื่อถือที่มีตอ่
ความสามารถของกลไกตลาดลดลงมาก ท้งั น้ีเพราะ เกิดการว่างงาน
อยา่ งมากและติดต่อกนั เป็นเวลานาน โดยที่นโยบายเสมรีนิยัไั่
สมาัารถแก้ปญั หาท่ีเกดิ ขึน้ ได้
เช่ือเรื่องมือทม่ี องไมเ่ ห็น หรือ กลไกราคา
ความเปน็ มาของวชิ าเศรษฐศาสตร์ กลางคริสมต์ศตวรรษท่ี 19
ภายหลังเกิดวกิ ฤตการณ์เศรษฐกิจตกตา่ ท่ัวโลก คาร์ล ัาร์กซ์
บดิ าแห่งลทั ธคิ อััิวนิสมต์
ประกาศลทั ธิ Das Kapital
กล่าวถึงวิธีการขูดรีดของนายทุนจากกรรักร และแนวคดิ เรื่องการ
เป็ นเจ้าของกรรัสมิทธ์ิร่วักันและแบ่งผลประโยชน์อย่างเสมัอภาค
ต่อต้านนายทุนและปฏิเสมธระบบทุนนิยั
ทนุ นยิ ัไั่สมาัารถแก้ปัญหาเศรษฐกจิ ได้
ความเปน็ มาของวชิ าเศรษฐศาสตร์ ปลายคริสมต์ศตวรรษท่ี 19
นักเศรษฐศาสมตร์ชาวอังกฤษ ผ้ปู ระพนั ธ์หนังสมือ "หลกั เศรษฐศาสมตร์"
ผเู้ สนอทฤษฎีวา่ ดว้ ยการผลิต (Theory of the Firm) ซ่งึ ตอ่ มากลายเป็ นที่มา
ของทฤษฎีเศรษฐศาสมตร์จุลภาค
นาเสนอและรวบรวมแนวคิดพ้ืนฐานเศรษฐศาสตร์จลุ ภาคทสี่ าคญั อยา่ งแบบจาลองอุปสงค์
และอปุ ทาน ความยืดหยนุ่ อุปสงคส์ ่วนเกินผบู้ ริโภค และการผลิตในระยะส้นั และระยะยาว
อาจารย์สมอนวิชาเศรษฐศาสมตร์ที่ัหาวทิ ยาลยั เคับริดจ์ อลั เฟรด ัาร์แชล(alfred marshall)
บิดาแห่งเศรษฐศาสมตร์จลุ ภาค
ความเปน็ มาของวิชาเศรษฐศาสตร์ ปลายคริสมต์ศตวรรษที่ 19
จอห์น เัย์นาร์ด เคนสม์ (John Maynard Keynes) ผลงานหนงั สือของเคนส์มีช่ือวา่ ทฤษฎีท่วั ไปวา่ ด้วยการจ้างงาน
บดิ าแห่งเศรษฐศาสมตร์ัหภาค อตั ราดอกเบ้ียและเงินตรา
“The General Theory of Employment,Interest and
Money” หรือเรียกส้ันๆวา่ “The General Theory”
การเรียกร้องใหร้ ัฐเขา้ มาแทรกแซง เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาการวา่ งงานและเศรษฐกจิ ตกต่า
จนไดร้ ับการยอมรับมาก ในเวลาต่อมากลมุ่ นกั ธรุ กจิ เริ่มวติ กกงั วลวา่ ถา้ บทบาทของ
รัฐในระบบเศรษฐกจิ ขยายกวา้ งมากข้นึ จะทาใหภ้ าคธุรกจิ ไมส่ ามารถทางานไดเ้ ต็มที่
ัีควาัเหน็ ตรงข้าักบั แนวคิดของอาดัั สมัิธ ท่วี า่ รัฐควรลดบทบาทหรือลดการ
แทรกแซงทางเศรษฐกิจลง แต่ความคดิ ของ เคนสม์ กลบั เห็นวา่ รัฐควรมีบทบาททาง
เศรษฐกิจมากข้ึน ซ่ึงปรชั ญาทางความคิดของท้งั สองต่างกนั แต่กม็ เี หตุผล
และมคี วามสาคญั อยา่ งทดั เทยี มกนั
จบตอนความเป็นมาของวชิ าเศรษฐศาสตร์ของโลก
By นามปากกา