The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

66-แบบฝึก 7E การใช้คำ เล่ม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tongyordcat, 2024-01-10 04:18:21

66-แบบฝึก 7E การใช้คำ เล่ม 2

66-แบบฝึก 7E การใช้คำ เล่ม 2

๑ ชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยตามวงจรการเรียนรู้7E & P สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ เล่มที่ ๒ เรื่อง การใช้คำ รายวิชาภาษาไทย ๓ ท๓๒๑๐๑ นางจิราภรณ์ สกุลเหลืองอร่าม ตำแหน่ง ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนดัดดรุณี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาฉะเชิงเทรา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


๒ คำนำ ชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยตามวงจรการเรียนรู้ 7E & P สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ เรื่อง การใช้คำจัดทำเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๓ ท๓๒๑๐๑ สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย ชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยชุดนี้สามารถทำให้นักเรียนสร้างเสริมความรู้ ความเข้าใจและฝึก ปฏิบัติได้ด้วยตนเอง ชุดฝึกจะประกอบไปด้วยคำแนะนำในการใช้ชุดฝึก แบบทดสอบก่อนเรียนพร้อม เฉลยคำตอบ ใบความรู้ กิจกรรมต่าง ๆ และแบบทดสอบหลังเรียนพร้อมเฉลยคำตอบโดยเน้นให้ นักเรียนได้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เน้นกระบวนการคิด และฝึกปฏิบัติ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยตามวงจรการเรียนรู้ 7E & P สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่นักเรียน ครู หรือผู้สนใจ ที่จะช่วยให้การดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนให้สูงขึ้นและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป จิราภรณ์ สกุลเหลืองอร่าม


๓ สารบัญ หน้า คำนำ ๒ แผนผังแสดงขั้นตอนการศึกษาชุดฝึก ๕ คำแนะนำการใช้ชุดฝึก ๖ คำชี้แจงสำรับครู ๗ คำชี้แจงสำหรับนักเรียน ๘ มาตรฐาน ตัวชี้วัด ๙ ขั้นที่ ๑ ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation Phase) ๑๐ ใบงานที่ ๑ ๑๐ แบบทดสอบก่อนเรียน ๑๑ ขั้นที่ ๒ ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement Phase) ๑๓ ใบงานที่ ๒ ๑๓ ขั้นที่ ๓ ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration Phase) ๑๔ ใบงานที่ ๓ ๑๔ แบบฝึกที่ ๑ ๑๕ ขั้นที่ ๔ ขั้นอธิบาย (Explanation Phase) ๑๗ ใบงานที่ ๔ ๑๗ แบบฝึกที่ ๒ ๑๘ ขั้นที่ ๕ ขั้นขยายความรู้ (Elaboration Phase) ๑๙ ใบความรู้ ๑๙ ใบงานที่ ๕ ๓๐ แบบฝึกที่ ๓ ๓๑ แบบฝึกที่ ๔ ๓๒ ขั้นที่ ๖ ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase) ๓๕ ใบงาน ๖ ๓๕ แบบฝึกที่ ๕ ๓๖ แบบฝึกที่ ๖ ๓๘ แบบฝึกที่ ๗ ๔๑


๔ หน้า ขั้นที่ ๗ ขั้นนำความรู้ไปใช้ (Extension Phase) ๔๓ แบบฝึกที่ ๘ ๔๓ แบบฝึกที่ ๙ ๔๕ แบบฝึกที่ ๑๐ ๔๘ แบบทดสอบหลังเรียน ๔๙ บรรณานุกรม ๕๑ เฉลยกิจกรรมและแบบทดสอบ ๕๒


๕ อ่านคำแนะนำ คำชี้แจง ทำแบบทดสอบก่อนเรียน ศึกษาความรู้และทำกิจกรรม (หากทำกิจกรรมไม่ได้ให้กลับไปศึกษาความรู้ที่ผ่านมา) ทำแบบทดสอบหลังเรียน ศึกษาชุดฝึกเล่มต่อไป ศึกษามาตรฐานและตัวชี้วัด ผ่านเกณฑ์ ไม่ผ่านเกณฑ์ แผนผังแสดงขั้นตอนการศึกษาชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย


๖ คำแนะนำการใช้ชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย ๑.ฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยชุดนี้ เป็นชุดฝึกทักษะ เรื่อง การใช้คำ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย ๓ ท๓๒๑๐๑ ประกอบด้วย ขั้นที่ ๑ ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม ขั้นที่ ๒ ขั้นสร้างความสนใจ ขั้นที่ ๓ ขั้นสำรวจและค้นหา ขั้นที่ ๔ ขั้นอธิบาย ขั้นที่ ๕ ขั้นขยายความรู้ ขั้นที่ ๖ ขั้นประเมินผล ขั้นที่ ๗ ขั้นนำไปใช้ ๒. ชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย ครูจะให้นักเรียนได้ฝึกทำในขั้นตอน การจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องนั้น ๆ โดยกำหนดให้ นักเรียนทำประมาณ ๑๕๐ นาที ถ้าไม่เสร็จให้ทำเป็นการบ้าน หรือนอกชั่วโมง ๓. ก่อนให้นักเรียนทำชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย ให้นักเรียนทำ แบบทดสอบก่อนเรียนและศึกษาใบความรู้ โดยครูต้องเสนอแนะ วิธีการคิดและอธิบายตัวอย่างทุกครั้ง ๔. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังทำชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย ๕. หลังจากทำกิจกรรมและแบบทดสอบแล้ว บันทึกคะแนนที่ได้ลงตาราง บันทึกคะแนนของแต่ละคนและแจ้งให้นักเรียนทราบ ๖. เมื่อนักเรียนมีปัญหาในการทำกิจกรมหรือไม่เข้าใจ หรือทำชุดฝึก ไม่ได้ครูต้องอธิบายเพิ่มเติมเป็นรายบุคคล ๗. อาจปรับเปลี่ยนเวลาหรือยืดหยุ่นเวลาได้ตามความเหมาะสม


๗ คำชี้แจงสำหรับครู ๑. ศึกษาเนื้อหาและตัวชี้วัดของหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย ๓ ท๓๒๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ๒. ศึกษารายละเอียดและองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ทุกครั้ง ๓. ศึกษารายละเอียดและองค์ประกอบของชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย ๔. ครูเป็นผู้นำที่ดีในการเริ่มนำเข้าสู่บทเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศ การเรียนรู้ที่สนุกและมีความสุข ๕. ควรแนะนำให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาของชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทย ๖. ครูต้องตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียน ๗. ควรประเมินผลและให้การเสริมแรงเป็นระยะ ๆ


๘ คำชี้แจงสำหรับนักเรียน ๑. ศึกษาวิธีการใช้ชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาไทยไปตามลำดับ และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ให้ไว้ ๒. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเพื่อดูพื้นฐานความรู้ ๓. ควรทำกิจกรรมจากกิจกรรมแรกไปถึงกิจกรรมสุดท้ายตามลำดับ ๔. ไม่เปิดดูเฉลยก่อนเพราะเป็นการไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ๕. เมื่อทำชุดฝึกทักษะหลักการใช้ภาษาเสร็จแล้วให้นักเรียน ทำแบบทดสอบหลังเรียนและตรวจสอบความถูกต้องจากแบบเฉลย ๖. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนได้ ระดับดี แสดงว่า ผ่านเกณฑ์ การประเมิน


๙ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงชองภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติ ของชาติ ตัวชี้วัด ๒. ใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยคตรงตามวัตถุประสงค์ สาระการเรียนรู้ การใช้คำ


๑๐ ใบงานที่ ๑ คำชี้แจง นักเรียนบอกความหมายของคำที่ขีดเส้นใต้ ๑. ต้นมะม่วงยืนต้นตายเพราะกาฝาก ...................................................................................................................................................................................... พวกเราอย่าทำตัวเป็นกาฝากของสังคม ...................................................................................................................................................................................... ๒. ข้าวสารยี่ห้อนี้หุงขึ้นหม้อ ...................................................................................................................................................................................... เขากำลังขึ้นหม้อ ...................................................................................................................................................................................... ๓. นกสองหัวน่าสงสารมาก ...................................................................................................................................................................................... เธออย่าทำตัวเป็นนกสองหัว .................................................................................................................................................................. ๔. แม่ซื้อเก้าอี้ตัวใหม่ให้น้อง .................................................................................................................................................................. สมชายหวงเก้าอี้รัฐมนตรีมาก .................................................................................................................................................................. ๕. ทหารอากาศโดดร่มจากความสูง ๓๐,๐๐๐ ฟุต .................................................................................................................................................................. นักเรียนโดดร่มวิชาภาษาไทย .................................................................................................................................................................. ขั้นที่ ๑ ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม (Elicitation Phase)


๑๑ แบบทดสอบก่อนเรียน คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดใช้ผิดความหมาย ก. ไส้เดือนขุดดิน ข. นภากินจุบจิบทั้งวัน ค. ตำรวจจู่โจมจับบ่อนพนัน ง. ฝนตกมาหลายวันทำให้ผืนป่าชุ่มฉ่ำ ๒. ข้อใดใช้คำถูกความหมาย ก. นักเรียนฝึกฝนทำการบ้าน ข. พ่อจะต่อบ้านอีก ๒ ห้อง ค. เขาหายไปชั่วคราวประเดี๋ยวก็กลับมา ง. เรื่องนี้ร้ายแรงมากต่อให้เทวดาก็ช่วยไม่ได้ ๓. คำใดมีส่วนบกพร่องในการใช้คำ ก. เขาเตรียมงานให้พร้อมมูล ข. พวกเราพร้อมใจกันทำงาน ค. ศิษย์เก่าของโรงเรียนมากันพร้อมพรั่ง ง. เด็ก ๆ ช่วยกันทำงานอย่างพร้อมเพรียง ๔. คำใดใช้คำขยายผิด ก. เช้านี้แดดแจ๋ ข. สุนัขสีดำหูตก ค. เครื่องดื่มแก้วนี้เย็นเจี๊ยบ ง. น้องมีปานดำปืนที่กลางหลัง ๕. ข้อใดใช้ภาษากำกวม ก. น้องวิ่งชนพี่ขาหัก ข. ภูเขาลูกนั้นหัวโล้น ค. พี่ของเพื่อนถูกสุนัขกัดไม่มาโรงเรียน ง. คนดีใช้คนอื่นทำอะไรก็ไม่มีใครปฏิเสธ


๑๒ ๖. ข้อใดมีคำที่มีความหมายต่างกัน ก. มักคุ้น มักจี่ ข. ถูกคอ ถูกใจ ค. ตกลูก ตกเลือด ง. บ้าบิ่น บ้าระห่ำ ๗. เขาลงทุนครั้งนี้มีแต่.................ไม่มีหวังได้กำไร ก. เสมอตัว ข. เสมอหน้า ค. เสมอภาค ง. เสมอต้นเสมอปลาย ๘. ประโยคในข้อใดใช้คำไม่ถูกต้อง ก. เดี๋ยวนี้โจรผู้ร้ายมักกระทำการหนักข้อ ข. ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาหนักสมอง ค. ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเป็นปัญหาหนักอกของรัฐบาล ง. ความผิดครั้งนี้หนักหน่วงทีเดียว อาจจะต้องถูกไล่ออกจากงาน ๙. “นำปลากรายมาขอดเกล็ดปลาออก ล้างให้สะอาด.............เอาแต่เนื้อ ๆ แล้ว.................เป็นชิ้น ๆ ................ให้ละเอียด ผสมเครื่องแกง นวดให้เหนียว ปั้นเป็นแผ่น และทอดจะได้ทอดมันปลากราย” ก. แล่ หั่น สับ ข. หั่น ฝาน บด ค. ตัด เฉือน หั่น ง. เฉือน ปาด ตัด ๑๐. ประโยคในข้อใดใช้คำถูกต้อง ก. อย่าทำงานก้าวล่วงกัน ข. วางของผู้ตรงหน้าไม่เห็นก็ตาบอดแล้ว ค. เรื่องคอร์รัปชันตอนนี้กำลังกระหึ่มไปทั่ว ง. เขาศึกษาประวัติศาสตร์ไทยอย่างจริงจังจนความรู้ตกตะกอน นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙ ๑๐.


๑๓ ใบงานที่ ๒ คำชี้แจง นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายประเด็น “ถ้านักเรียนใช้คำผิดความหมายจะเกิดผล อย่างไร” .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ขั้นที่ ๒ ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement Phase)


๑๔ ใบงานที่ ๓ คำชี้แจง นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นความรู้เรื่อง การใช้คำ ประเด็นต่อไปนี้ ๑. ความหมายของคำ ๒. การเลือกใช้คำ ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................


๑๕ แบบฝึกที่ ๑ คำชี้แจง นักเรียนศึกษาความหมายของคำ ตัวอย่าง แม่กำลัง...............หัวหอมแดงอยู่ในครัว ซอย ๑. กระโดดพุ่งไปโดยเร็ว, เผ่นข้ามไป (คำสองพยางค์) ๒. บังคับให้อยู่ในสถานที่อันจำกัด (คำสองพยางค์) ๓. กำหนดเขตให้อยู่ (คำสองพยางค์) ๔. อัตคัด, ฝืดเคือง (คำสองพยางค์) ๕. ปราศจากความสดชื่น, ปราศจากความชุ่มชื้น (คำสองพยางค์)


๑๖ ๖. ทะนงใจว่าตนดี, ถือดี, แสดงให้เห็นว่าตนดีโดยมีดีจริง (คำสองพยางค์) ๗. เอาฟันเน้นเพื่อให้แตก (คำหนึ่งพยางค์) ๘. เอาฟันกดไว้โดยแรง เพื่อไม่ให้สิ่งที่กดไว้หลุดไป (คำหนึ่งพยางค์) ๙. เหนี่ยวมา, ฉุดมา, รั้งมา (คำหนึ่งพยางค์) ๑๐. ออกแรงลากหรือคร่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป หรือรั้งสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (คำหนึ่งพยางค์)


๑๗ ใบงานที่ ๔ คำชี้แจง นักเรียนบันทึกความรู้เพิ่มเติมที่ได้จากการฟังการนำเสนอ .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ขั้นที่ ๔ ขั้นอธิบาย (Explanation Phase)


๑๘ แบบฝึกที่ ๒ คำชี้แจง นักเรียนนำคำที่กำหนดให้ไปใส่ในช่องว่างให้ตรงความหมาย ๑. ..........ข้าว นำของใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วเผาไฟให้สุก ๒. .........ปลาเค็ม ทำให้สุกด้วยการวางไว้เหนือไฟมักใช้กับของแห้งใช้เวลาไม่นาน ๓. ..........ข้าวเหนียว ทำให้สุกหรือร้อนด้วยไอน้ำร้อน ๆ ในหวดหรือลังถึง ๔. ...........มันเทศ ทำให้ร้อนหรือสุก หรือให้ไหม้ด้วยไฟ ๕. หมู.............. ทำให้ร้อนหรือสุกด้วยไอน้ำ หรือไอไฟในที่ที่ความร้อนออกไม่ได้ ๖. ..............ปลา ทำให้สุกด้วยน้ำมันที่เดือด ๗. แป้ง............. ทอดในกระทะที่ทาน้ำมันน้อย ๆ ๘. ไก่............. ทำให้สุกด้วยการวางเหนือไฟเพื่อให้สุกระอุมักใช้กับของสด ๙. ..............ไข่ ทำให้ของเหลวเช่นน้ำหรือสิ่งอื่นที่อยู่ในของเหลวร้อน เดือดหรือสุก ๑๐. ............ขาหมู ทำให้สุกด้วยวิธีเอาของใส่ภาชนะวางในภาชนะที่มีน้ำแล้วเอา ฝาครอบ ตั้งไฟให้น้ำเดือน ปิ้ง ย่าง ทอด เผา นึ่ง จี่ อบ ตุ๋น ต้ม หลาม


๑๙ ใบความรู้ การใช้คำ คำชี้แจง นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง การใช้คำ การใช้คำ เมื่อมีการสื่อสาร ต้องรู้จักเลือกใช้คำให้เหมาะสม ไม่ว่าในการพูดหรือการเขียน จึงจะสื่อ ความหมายได้ตามต้องการ ข้อควรคำนึงในการเลือกใช้คำมีหลายประการ เช่น ควรรู้จักใช้คำให้ถูกต้อง และเหมาะสมตามระดับการสื่อสาร รู้จักเลือกใช้คำให้ตรงตามความหมายที่ต้องการ โดยเฉพาะถ้าเป็น คำที่มีความหมายคล้ายกัน ต้องรู้ทั้งความหมายร่วมและความหมายที่แตกต่างออกไป นอกจากนี้ยังต้อง รู้จักใช้คำที่ทำให้มองเห็นภาพ และคำที่ให้ความรู้สึกอีกด้วย ๑. ความหมายของคำ คำ หมายถึง เสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาแล้วมีความหมาย ในชีวิตประจำวัน เราอาจสื่อสารด้วย คำ กลุ่มคำ หรือประโยค เพื่อสื่อความเข้าใจระหว่างกัน หากพิจารณาความหมายของคำสามารถแบ่ง คำออกเป็น ๒ ประเภท คือ คำที่มีความหมายเฉพาะ และคำที่มีความหมายเปรียบเทียบกับคำอื่น ๑.๑ คำที่มีความหมายเฉพาะ ความหมายเฉพาะคือ ความหมายในแง่ที่เป็นความหมายของคำนั้น ๆ โดยเฉพาะ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการเทียบเคียงกับคำอื่น ความหมายเฉพาะมีทั้งความหมายนัยตรงและนัยประหวัด ๑) ความหมายนัยตรง ความหมายนัยตรง คือ ความหมายของคำตามพจนานุกรม เป็นความหมายของคำ ที่สื่อสารตามตัว มีความหมายอันเป็นคุณสมบัติประจำของคำไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยว่าผู้พูดเป็นใคร และผู้ฟังเป็นใคร อาจเป็นคำมูล กลุ่มคำ หรือคำที่สร้างขึ้นใหม่ก็ได้ เรียกว่า ความหมายตามตัว และคำที่สื่อสารเชิงเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นความหมายที่ผู้ใช้ภาษาสามารถเข้าใจร่วมกันหรือเป็นไป ในทิศทางเดียวกันได้ เรียกว่า ความหมายเชิงอุปมา (อาจเรียกว่า ความหมายโดยนัยก็ได้) คำที่มีความหมายตามตัวกับความหมายเชิงอุปมา ลูกเสือคล้ายลูกแมว ลูกเสือ เป็นกลุ่มคำ หมายถึง ลูกของเสือ มีความหมายตามตัว ลูกเสือถือไม่พลอง ลูกเสือ เป็นคำประสม หมายถึง สมาชิกองค์การฝึกอบรมเด็กชาย เป็นพลเมืองดี มีความหมายตามตัว ขั้นที่ ๕ ขั้นขยายความรู้ (Elaboration Phase)


๒๐ การที่เขารับอุปการะลูกของโจรที่ถูกประหารชีวิตไว้เท่ากับเลี้ยงลูกเสือไว้ในบ้าน ลูกเสือ เป็นกลุ่มคำที่มีความหมายเชิงอุปมา กล่าวคือ ไม่ได้หมายถึงลูกของเสือ ตามธรรมดาแต่เป็นการเปรียบกับลูกของโจร ผู้ต้องหาคนนั้นตกเป็นแพะรับบาป ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง แพะ เป็นคำมูล ไม่ได้หมายถึงสัตว์ชนิดหนึ่งในความหมายตามตัว แต่มีความหมาย เชิงอุปมาเป็นการเปรียบกับคนที่รับเคราะห์กรรมแทนผู้อื่นที่ก่อกรรมนั้นไว้ เจว็ด หมายถึง รูปเทพารักษ์ตั้งไว้ในศาลพระภูมิหรือศาลเจ้า ซึ่งเป็นความหมาย ตามตัว และหมายถึงผู้ที่ได้รับยกย่องให้เป็นประธานหรือเป็นใหญ่แต่ไม่มีอำนาจ ซึ่งเป็นความหมาย เชิงอุปมา ๒) ความหมายนัยประหวัด ความหมายนัยประหวัด คือ ความหมายที่ผู้ใช้ภาษาสามารถรับรู้ได้ นอกเหนือจากความหมายตามตัวหรือความหมายเชิงอุปมาของคำนั้น โดยเป็นความหมายที่เกิดจาก การนึกประหวัดไปถึง ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากข้อความแวดล้อมหรือบริบทเป็นสำคัญ ซึ่งอาจชวนให้คิด ไปในทางดี หรือทางไม่ดี หรือทางอื่นใดก็ได้ เช่น คำ เจ้าพ่อ ในความหมายเชิงอุปมาที่ว่า ผู้เป็นใหญ่หรือมีอิทธิพลในถิ่นนั้น อาจนึกประหวัดไปในทางดีว่าเป็นคนดีมีศีลธรรม หรือในทางไม่ดีว่าเป็นคนทุศีลก็ได้ รัฐมนตรีสองคนนี้มักกินเกาเหลา คำ เกาเหลา มีความหมายตามตัวว่า แกงมีลักษณะอย่างแกงจืด ไม่มีเส้นก๋วยเตี๋ยวหรือวุ้นเส้น เป็นความหมายนัยตรง หากคิดไปว่าหมายถึงคนที่ไม่กินเส้นกัน คือเข้ากันไม่ได้ก็มีความหมายเชิงอุปมา ที่เป็นความหมายนัยประหวัด ๑.๒ คำที่มีความหมายเปรียบเทียบกับคำอื่น ความหมายของคำเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับคำอื่น ๆ อาจมีความหมายร่วมกัน ในลักษณะต่าง ๆ เช่น เหมือนกัน คล้ายกันหรือทำนองเดียวกัน ตรงกันข้าม ครอบคลุมคำอื่น ๑) คำที่มีความหมายเหมือนกันหรืออย่างเดียวกัน คำจำนวนมากมีรูปคำต่างกันแต่มีความหมายเหมือนกัน เรียกว่า คำไวพจน์ คำที่มีความหมายว่า พูด เช่น บอก กล่าว ว่า เล่า แจ้ง แถลง ดำรัส ทูล มีพระดำรัส มีพระราชดำรัส มีพระราชกระแส คำที่มีความหมายว่า ตะวัน เช่น ดวงอาทิตย์ ทินกร รพิ รพี รวิ รวี รำไพ สุริยะ สุริยา สุริยง สุริยัน สูรยะ อังศุธร อังศุมาลี


๒๑ คำที่มีความหมายอย่างเดียวกันไม่อาจใช้แทนกันได้เสมอไป การใช้คำต้องคำนึงถึงลักษณะ ของภาษา ซึ่งแบ่งกว้าง ๆ ได้ต่าง ๆ เช่น ภาษาสุภาพกับภาษาไม่สุภาพ ภาษาแบบแผนกับภาษาไม่เป็น แบบแผน ภาษาสำหรับเด็กกับภาษาสำหรับผู้ใหญ่ ภาษาสามัญกับภาษาการประพันธ์ (๑) ภาษาสุภาพกับภาษาไม่สุภาพ คำสุภาพถือว่าเป็นคำที่ใช้ได้ทั่วไป คำไม่สุภาพใช้กับผู้ที่คุ้นเคย เป็นกันเอง หรือต่ำกว่า ในโอกาสและสถานที่ที่เป็นส่วนตัว คำ ตาย เป็นคำไม่สุภาพใช้กับสัตว์และพืช จะใช้กับคนเฉพาะกรณีกล่าวลอย ๆ ทั่วไป เช่น คนเราต้องตาย พ่อแม่ยอมตายเพื่อลูก ถ้าจะกล่าวเจาะจงถึงผู้หนึ่งผู้ใดต้องใช้ตามฐานะทางสังคมของบุคคลตามหลักราชาศัพท์ เช่น เสีย สิ้นใจ สิ้นชีวิต วายชนม์ ถึงแก่กรรม ถึงอนิจกรรม ถึงอสัญกรรม ถึงพิราลัย มรณภาพ สิ้นชีพตักษัย สิ้นชิพิตักษัย สิ้นพระชนม์ ทิวงคต สวรรต ตัวอย่างคำไม่สุภาพและคำสุภาพบางคำ คำไม่สุภาพ คำสุภาพ ตีน เท้า สากกะเบือ ไม้ตีพริก (๒) ภาษาแบบแผนกับภาษาไม่เป็นแบบแผน ภาษาอาจแบ่งเป็นภาษาแบบแผนหรือภาษามาตรฐานกับภาษาไม่เป็นแบบแผน ภาษาแบบแผนใช้ในกรณีที่ต้องการความสุภาพหรือเป็นทางการ ส่วนภาษาไม่เป็น แบบแผนใช้ในกรณีที่เป็นกันเอง แสดงความคุ้นเคย ภาษาไม่เป็นแบบแผน ภาษาแบบแผน พระ ภิกษุ หนัง ภาพยนตร์ กิน รับประทาน (๓) ภาษาสำหรับเด็กกับภาษาสำหรับผู้ใหญ่ ภาษาสำหรับเด็ก ภาษาสำหรับผู้ใหญ่ หม่ำ รับประทาน ฉี่ ปัสสาวะ


๒๒ (๔) ภาษาสามัญกับภาษาการประพันธ์ ภาษาสามัญ คือ ภาษาพูดและภาษาที่ใช้สำหรับร้อยแก้วทั่วไป ภาษาการประพันธ์ คือ ภาษาที่ใช้สำหรับร้อยกรองและร้อยแก้วที่เป็นวรรณศิลป์ คำที่มีความหมายอย่างเดียวกันส่วนมากมีทั้งคำสามัญและคำศัพท์ เช่น คำสามัญ คำศัพท์ ดอกไม้ บุปผา มาลี บุหงัน บุษบง บุษบา ทอง กนก กาญจน์ คำ จามีกร จารุ มาศ สุพรรณ ๒) คำที่มีความหมายคล้ายกันหรือร่วมกัน คำที่มีความหมายคล้ายกันมีอยู่มากในภาษาไทย มีทั้งคำมูล คำซ้อน คำประสม และคำศัพท์ที่รับมาจากภาษาอื่น หรือผูกคำขึ้นใช้โดยอาศัยวิธีสมาสคำ คำมูล เช่น ตัด ฟัน บั่น ทอน เชือด ฝาน ปาด เฉือน คำเหล่านี้แม้จะมีความหมายร่วมกัน ว่า ทำให้ขาดออกจากกัน แต่ก็มีความหมายที่แตกต่างกันอยู่บ้าง ตัด กับ ฟัน ตัด ปกติอาจใช้มีด กรรไกร เลื่อย เป็นต้น โดยผู้ที่ตัดไม่ต้องยกแขนขึ้น ฟัน มีลักษณะเฉพาะคือ ต้องยกแขนขึ้น แล้วฟาดคมมีหรือคมขวานลงบนสิ่งที่จะทำให้ ขาดด้วยกำลังแรง ฝาน กับ เฉือน ทั้งฝานและเฉือน ต่างใช้มีดเป็นเครื่องมือเหมือน ๆ กัน อาการที่กระทำเหมือนกัน แต่ ต่างกันที่ผล ฝาน จะใช้มีดบางตัดวัตถุ เช่น กล้วย หรือหัวผักกาดออกเป็นแผ่น ๆ เฉือน ใช้มีดตัดเพียงบางส่วน เหลือส่วนหนึ่งไว้ คำซ้อน เช่น กล้าหาญ ห้าวหาญ ตรวจตรา ตรวจสอบ กล้าหาญ กับ ห้าวหาญ สองคำนี้มีความหมายร่วมกัน คือ แสดงถึงลักษณะของจิตใจที่ปราศจากความกลัว กล้าหาญ ใช้ในทางยกย่อง แสดงถึงคุณสมบัติของผู้ที่ปฏิบัติหน้าโดยไม่เกรงต่ออันตราย ห้าวหาญ แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว ไม่กลัวความตาย มีความมุทะลุแฝงอยู่ ตรวจ กับ ตรวจสอบ ทั้งสองมีความหมายร่วมกัน คือ ดูแล พิจารณาโดยถี่ถ้วน ตรวจตรา หมายถึง กระทำในขณะที่ยังไม่มีปัญหาหรือความเสียหาย ใด ๆ เกิดขึ้น เพียงแต่มุ่งที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย


๒๓ ตรวจสอบ หมายถึง กระทำเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นและต้องการหาสาเหตุ หรือในบาง โอกาสกิจการอาจเสร็จแล้ว ต้องการยืนยันว่าได้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยหรือมีความเสียหมาย หรือไม่ คำประสม เช่น เสียใจ เสียดาย ใจร้อน ใจเร็ว เสียใจ กับ เสียดาย คำทั้งสองนี้มีความหมายร่วมกัน คือ แสดงถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น เมื่อประสบสิ่งที่ไม่พึง ปรารถนา เสียใจ เป็นความรู้สึกไม่สบายใจหรือเศร้าหมองที่สิ่งนั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นหรือไม่น่าจะ กระทำสิ่งนั้น แต่ก็ไม่อยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขได้ เช่น เสียใจที่พูดออกไปแล้วทำให้ผู้อื่นสะเทือนใจ เสียดาย เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการสูญเสีย แต่ไม่ถึงกับไม่สบายใจ อาจเป็นการ สูญเสียโอกาสหรือวัตถุสิ่งของต่าง ๆ เช่น เช่น เสียดายที่ไม่ได้ลงชื่อสมัครไปทัศนศึกษา และมาทราบ ภายหลังว่าการไปทัศนศึกษาครั้งนั้นได้รับประโยชน์มาก คำศัพท์เช่น สมรรถภาพ สมรรถนะ เอกลักษณ์ สัญลักษณ์ สมรรถภาพ กับ สมรรถนะ ศัพท์ทั้งสองนี้ต่างหมายถึง ความสามารถ สมรรถภาพ หมายถึง ความสามารถของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในการทำงานต่าง ๆ สมรรถนะ หมายถึง ความสามารถของเครื่องยนต์กลไก หรือสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น อาวุธ ยานพาหนะ เอกลักษณ์กับ สัญลักษณ์ ความหมายร่วมกันของคำทั้งสอง คือ ลักษณะหรือเครื่องแสดงถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เอกลักษณ์หมายถึง ลักษณะเด่นของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง บุคคลหนึ่ง องค์กรหนึ่ง ซึ่งบ่งบอก ว่าสิ่งนั้น ๆ บุคคลนั้น ๆ หรือองค์กรนั้น ๆ โดยเฉพาะ เช่น การประนมมือไหว้เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของการแสดงความเคารพแบบไทย หรืออาจเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนไทยก็ได้ สัญลักษณ์หมายถึง สิ่งที่กำหนดขึ้นให้เป็นที่ยอมรับสำหรับแทนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น บริษัท นำเที่ยวแห่งหนึ่งใช่ภาพสุภาพสตรีไทยแต่งชุดไทย กำลังประนมมือไหว้แบบไทย เป็นสัญลักษณ์ให้ หมายถึงการต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรีของบริษัทนั้น คำบางคำมีความหมายบางส่วนร่วมกัน บางส่วนมีความหมายต่างกัน คำเหล่านี้ต้องรู้ ความหมายที่แท้จริงของคำแต่ละคำ จึงจะใช้ได้ถูกต้อง โกง โก่ง โค้ง คด งอ มีความหมายร่วมกัน คือ ไม่ตรง แต่มีความหมายร่วมกัน โกง : ไม่ตรง ใช้กับหลัง เช่น หลังโกง


๒๔ โก่ง : ไม่ตรงอย่างคันธนู มักใช้กับสิ่งของรูปแบนยาว เช่น คิ้วโก่ง โค้ง : ไม่ตรงมากกว่าโก่ง มักใช้กับของเล็กยาว เช่น เส้นโค้ง คด : ไม่ตรงตลอด ใช้กับของเล็กยาวเช่นเดียวกับโค้ง เช่น เส้นคด ใช้กับสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีสัณฐานหักเป็นข้อศอก เช่น วิหารคด ใช้กับจิตใจ เช่น ใจคด งอ : ไม่ตรงโดยส่วนปลายหักโค้งเข้าหาตัวเอง เช่น ตะปูงอ ใช้กับใบหน้าที่แสดงความไม่พอใจ คิ้วขมวด เช่น หน้างอ กีดขวาง ขัดขวาง ขัดขืน มีความหมายร่วมกัน คือ ทำให้เกิดความไม่สะดวก แต่มี ความหมายต่างกัน กีดขวาง : ทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช่ทาง เช่น วางของกีดขวางทางเดิน จอดรถกีดขวางทางจราจร ขัดขวาง : ทำให้เกิดความไม่สะดวก ใช้กับพฤติกรรมทั่วไป เช่น เขาขัดขวางไม่ให้ฉันได้เลื่อนตำแหน่ง เขาขัดขวางไม่ให้ผู้ร่วมโดยสารรถประจำทางถูกล้วงกระเป๋า ขัดขืน : ทำให้เกิดความไม่สะดวกโดยการไม่ทำตาม เช่น คนร้ายขัดขืนการจับกุมของตำรวจ ลูกต้องขัดขืนไม่ยอมทำตามคำสั่งของหัวหน้า ครอบครอง คุ้มครอง ปกครอง มีความหมายร่วมกัน คือ ดูแล แต่มีความหมายเฉพาะ ต่างกัน ครอบครอง : ดูแลโดยยึดถือไว้หรือมีสิทธิปกครอง ชาวบ้านครอบครองที่ดินผืนนี้โดยเข้าอยู่อาศัยมาหลายสิบปี คุ้มครอง : ดูแลด้วยการระวังรักษาหรือปกครอง เขาบนบานเทพเจ้าให้ช่วยคุ้มครองภัยอันตราย ปกครอง : ดูแลด้วยการคุ้มครองและดำเนินการหรือจัดการ บิดา มารดา มีหน้าที่ปกครองบุตรตามกฎหมาย หัวหน้าปกครองลูกน้อง สืบสวน สอบสวน ไต่สวน มีความหมายร่วมกัน คือ ดำเนินการด้านข้อเท็จจริง และ พยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีความ แต่มีความหมายเฉพาะแตกต่างกัน


๒๕ สืบสวน : แสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานต่าง ๆ (โดยตำรวจหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่อื่น) ตำรวจสืบสวนจนได้พยานและหลักฐานเพียงพอในการออก หมายจับผู้ต้อง สอบสวน : รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการอย่างอื่น (โดยพนักงานสอบสวน) ผู้ต้องหาถูกตำรวจสอบสวนจนยอมรับสารภาพ ไต่สวน : สอบสวน (โดยศาล) ศาลไต่สวนคดีแล้วตัดสินจำคุกจำเลยในข้อหาหนัก ๕ กระทง เหี้ยมเกรียม เหี้ยมหาญ เหี้ยมโหด มีความหมายร่วมกัน คือ แข็งกร้าวปราศจากความเมตตา แต่มีความหมายเฉพาะต่างกัน เหี้ยมเกรียม : ใจดำ ไม่เอื้อเฟื้อ เขาเป็นคนเหี้ยมเกรียมขับรถชนคนบาดเจ็บแล้วไม่หยุดช่วยเหลือ เหี้ยมหาญ : ทหารไทยกับทหารญี่ปุ่นต่อสู้ตะลุมบอนกันอย่าง เหี้ยมหาญโดยใช้ดาบปลายปืนแทงทะลุอกซึ่งกันและกัน เหี้ยมโหด : ดุร้าย ทารุณ คนร้ายข่มขืนแล้วฆ่าหญิงสาวอย่างเหี้ยมโหด จึงถูกประหารชีวิต ๓) คำที่มีความหมายตรงกันข้าม คำจำนวนหนึ่งมีความหมายตรงกันข้ามภายในตัวโดยไม่ต้องใช้คำ ไม่ ประกอบข้างหน้า เช่น ดี เลว ชั่ว ไม่ต้องใช้ ไม่ดี คำจำพวกนี้ ได้แก่ กล้า - กลัว ขลาด เรียบ - ขรุขระ ตรง - โก่ง โค้ง คด งอ คม - ทื่อ ฉลาด - โง่ งาม - สวย ขี้เหร่ รวย - จน ชนะ - แพ้ ชม - ติ ดึง - ดัน ผลัก ไส ๔) คำที่มีความหมายครอบคลุมคำอื่น คำบางคำมีความหมายครอบคลุมถึงความหมายของคำอื่น ๆ จำพวกเดียวกันไว้ด้วย เครื่องสำอาง : สิ่งเสริมแต่งหรือบำรุงรูปร่างหน้าตาให้สะอาดงามทั้งหมด เช่น แป้ง ลิปสติก ดินสอเขียนคิ้ว น้ำหอม น้ำยาย้อมผม เครื่องครัว : เครื่องใช้ในการหุงหาอาหารทั้งหมด เช่น หม้อ กระทะ ช้อน จาน ชาม มีด ทัพพี เตา สุขภัณฑ์ : เครื่องอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับห้องน้ำทั้งหมด เช่น อ่างล้างหน้า กระจกเงา โถส้วม ชักโครก ก๊อกน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น ฝักบัว


๒๖ สัตว์ : สิ่งที่มีชีวิตทั้งหมดที่ไม่ใช่คนหรือพืช เช่น สัตว์บก สัตว์สี่เท้า สัตว์สองเท้า สัตว์ป่า สัตว์เลื่อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์ปีก น้ำเมา : น้ำที่ดื่มแล้วทำให้มึนเมาที่กลั่น เรียกว่า สุรา เช่น บรั่นดี วิสกี้ไวน์ที่หมัก เรียกว่า เมรัย เช่น น้ำตาลเมา อุ เบียร์ ที่กลั่นหรือหมัก เรียกว่า เหล้า ๒. การเลือกใช้คำ การใช้คำให้มีประสิทธิภาพ เกิดความเข้าใจตรงกันทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสาร มีข้อควรคำนึง ดังนี้ ๒.๑ ใช้คำให้ตรงความหมาย การใช้คำให้ตรงความหมายมีข้อควรสังเกต เช่น ๑) กรณีต้องการความหมายนัยตรง ต้องระวังไม่ให้ชวนคิดไปในความหมายนัย ประหวัด โดยใช้คำที่มีความหมายรัดกุมหรือใช้บริบทช่วยบอกความชัดเจน อย่าไปห่วงเขาเลยเพราะเขาสบายแล้ว คำว่า สบาย อาจชวนให้เข้าใจตามความหมายนัยประหวัดว่า ตาย เพื่อให้มีความหมายชัดเจนว่าคำ สบาย หมายถึง อยู่ดี มีความสุข ควรเปลี่ยนใช้ว่า อยู่สบายดี ๒) ไม่ใช้คำที่มีความหมายกำกวม ตีความได้หลายอย่าง ควรใช้คำที่มีความหมายเฉพาอย่างใดอย่างหนึ่งตางตามที่ต้องการ เขารักลูกน้องมาก คำว่า ลูกน้อง อาจตีความว่า หลาน ซึ่งเป็นลูกของน้องชายหรือน้องสาวหรือ หมายถึง ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ใกล้ชิดซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการงาน เพื่อให้มีความหมายชัดเจน อย่างใดอย่างหนึ่ง ควรเปลี่ยนเป็น ลูกของน้อง หลานซึ่งเป็นลูกของน้อง ลูกน้องร่วมงาน ๓) ใช้คำที่มีความหมายเฉพาะตรงตามที่ต้องการ ข้าวต้ม อาจมีหลายความหมาย เช่น ข้าวเจ้าที่ต้มให้สุกจนนิ่มและเละ โดยมีน้ำข้าวด้วย หรือขนมทำด้วยข้าวเหนียวห่อใบไม้ เช่น ใบตอง ใบมะพร้าว แล้วต้มหรือนึ่งให้สุก โดยปกติข้าวต้มมักจะมีความหมายแรก ถ้าจะเจาะจงให้หมายถึงขนม ก็ต้อเน้นชนิด ต่าง ๆ ของข้าวต้น เช่น ข้ามต้มมัด ข้าวต้มผัด ข้าวต้มน้ำวุ้น ๔) ใช้คำที่มีความหมายเกี่ยวเนื่องกับคำอื่นให้เหมาะสม คำจำพวกนี้ ได้แก่สันธาน บุพบท ลักษณนาม วิเศษณ์ กริยาช่วย หากใช้บกพร่อง ไม่สอดคล้องกับบริบท จะทำให้ความหมายไม่ชัดเจน สื่อความเข้าใจได้ไม่ตรงกัน


๒๗ คำสันธาน บอกเหตุผลในประโยคความรวมจะต้องอยู่หน้าข้อความ ที่เป็นผลเสมอ ถึงแม้จะแยกส่วนหนึ่งไว้หน้าข้อความที่เป็นเหตุ ก็จำเป็นต้องมีอีกส่วนหนึ่งอยู่หน้าหรือ อยู่ในข้อความที่เป็นผล เศรษฐกิจกำลังถดถอยคนจึงตกงาน เพราะเศรษฐกิจกำลังถดถอยฉะนั้นคนจึงตกงาน คำบุพบท บางคำถึงแม้จะบอกสถานที่ด้วยกัน แต่ละคำยังมีความหมายเฉพาะ แตกต่างกัน เช่น ที่ บอกบริเวณซึ่งไม่จำกัดแน่นอน เช่น ของอยู่ที่ตู้ หมายความว่า อยู่ที่ส่วนใดของตู้ก็ได้ อาจอยู่ ใน บน ใต้ ข้าง ริม ใน บอกบริเวณเฉพาะภายใน เช่น เงินในกระเป๋า เสื้อผ้าในตู้ เก้าอี้ในห้อง นอกจากนี้คำ ในยังกับกริยาที่เกี่ยวกับจิตใจ เช่น สนใจในศิลปะ ดื่มด่ำในรสพระธรรม บน เหนือ บอกบริเวณเบื้องสูงอย่างเดียวกัน แต่ บน ยังใช้แทน ใน สำหรับของที่อยู่สูง เช่น เขาอยู่บนตึก หมายถึง เขาอยู่ในตึก เทวดาบนสวรรค์ หมายถึง เทวดาในสวรรค์ คำลักษณนาม มักใช้กันผิดพลาด เช่น รูป – องค์ รูป ใช้กับภิกษุ สามเณร เช่น ภิกษุ ๓ รูป สามเณร ๔ รูป องค์ ใช้กับภิกษุ สามเณร นักบวชในศาสนาอื่น และสิ่งที่เคารพบูชาในทางศาสนา บางอย่าง เช่น พระพุทธรูป ๑ องค์ พระเจดีย์ ๒ องค์ นอกจากนี้ องค์ยังใช้เป็นลักษณนามสำหรับอวัยวะ หรือของบางอย่างของพระเจ้า แผ่นดิน หรือเจ้านาย เช่น พระทนต์ ๑ องค์(ฟัน ๑ ซี่) พระศรี ๑ องค์ (หมาก ๑ คำ) พระราชดำรัสองค์นี้ (คำกล่าวบทนี้) พระบรมราโชวาทองค์นี้ (คำสอนบทนี้) พระราชนิพนธ์องค์นี้ (เรื่องที่แต่งขึ้นเรื่องนี้)


๒๘ โรง – หลัง โรง ใช้เป็นลักษณนามของสิ่งปลูกสร้างซึ่งเรียกว่า โรง เช่น โรงเรียน ๓ โรง โรงพิมพ์ ๓ โรง โรงพยาบาล ๑ โรง หลัง ใช้เป็นลักษณนามของสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะอย่างเรือน เช่น บ้าน ๒ หลัง ศาลา ๓ หลัง ตึก ๓ หลัง อาคาร ๕ หลัง คำวิเศษณ์ที่มักใช้กันสับสน ได้แก่ คำวิเศษณ์ที่ใช้กับการเรียกขาน และบอกรับ เช่น ขา จ้ะ จ๊ะ จ๋า ค่ะ คะ วิเศษณ์ ประกอบการเรียกขาน เช่น เธอจ๋า สบายดีหรือ ไม่ควรใช้ จ้ะ สมศรีจ๊ะ เธอจะไปไหน ไม่ควรใช้ จ๊ะ คุณป้าคะ ดิฉันขอกราบลา ไม่ควรใช้ ค่ะ คุณยายขา หลานมากราบเท้า ไม่ควรใช้ ค่ะ วิเศษณ์ ประกอบการขานรับ เช่น จ๋า ฉันอยู่นี่ ไม่ควรใช้ จ้ะ จ๊ะ ฉันอยู่นี่ จ้ะ ไม่ควรใช้ จ๊ะ จ๋า ขา คุณแม่เรียกหนูหรือ ไม่ควรใช้ ค่ะ คะ วิเศษณ์ ประกอบการบอกรับ เช่น จ๊ะ ฉันจะไปด้วย ไม่ควรใช้ จ๊ะ จ๋า ค่ะ ดิฉันเข้าใจแล้ว ไมควรใช้คะ ขา ๒.๒ ใช้คำให้ตรงตามความนิยม คำที่มีความหมายเดียวกัน บางทีใช้แทนกันได้แต่บางทีก็ใช้แทนกันไม่ได้ สุดแต่ความ นิยมของสังคม เจตนาของผู้ใช้ และบริบท คำวิเศษณ์ซึ่งมีความหมายว่า มาก มีหลายคำ แต่ละคำมีข้อจำกัดในการใช่ต่าง ๆ กัน ดังนี้ ชุก ใช้กับผลไม้ เห็ด ฝน เช่น มะม่วงชุก ฝนชุก ชุม ชุกชุม ใช้กับสัตว์ คนไม่ดี ความเจ็บไข้ เช่น ปลาชุม ขโมยชุกชุม นักล้วงประเป๋าชุกชุม ไข้ป่าชุกชุม ดก ใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ผลไม้ดก ลูกดก ผมดก หนัก ใช้กับบุญ เช่น บุญหนักศักดิ์ใหญ่ เจิ่ง ใช้กับน้ำ เช่น น้ำขึ้นเจิ่ง แน่น แน่นขนัด อัดแอ แออัด มีความหมายว่า มากอย่างยัดเยียด เช่น คนแน่นห้อง รถแน่นขนัดถนน ย่านนี้มีบ้านเรือนแออัด


๒๙ คำวิเศษณ์ ประกอบสีและรส ในความหมายว่า มาก เช่น ขาวจั๊วะ ขาวโพลน หวานจ๋อย ดำปี๋ ดำปื้อ ดำปึ้ด เปรี้ยวแปร๊ด เขียวปี๋ แดงแจ๋ แดงแปร๊ด ขมปี๋ เผ็ดจี๋ เหลืองอ๋อย เหลืองจ๋อย มันเลี่ยน คำช่วยกริยา เพื่อเน้นเวลาอันใกล้ยิ่งขึ้นตามลำดับ เช่น จะ จะ...แล้ว จะ...อยู่แล้ว เช่น ฉันจะไป ฉันจะไปแล้ว ฉันจะไปอยู่แล้ว ๒.๓ ใช้คำให้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล การใช้คำต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับกาลเทศะหรือโอกาส สถานที่ และบุคคล โอกาส เช่น อยู่ในพิธีการ การประชุมสาธารณะ การพบปะระหว่างผู้คุ้นเคย สถานที่ เช่น ห้องประชุม สถานที่ราชการ ที่อยู่ส่วนตัว บุคคล เช่น ผู้มีฐานะเหนือกว่า เสมอกัน หรือต่ำกว่า เมื่อพูดกับบุคคลที่ยกย่องไม่ว่าจะอยู่ในโอกาสหรือสถานที่ใดจะต้องใช้ คำสุภาพเสมอ จะใช้อย่างที่พูดเป็นกันเองกับคนที่สนิทสนมคุ้นเคยไม่ได้ ถึงแม้พูดกับผู้ใกล้ชิดสนิทสนม หรือต่ำกว่า หากอยู่ในโอกาสประชุมเป็นทางการ อยู่ในหมู่คณะ หรืออยู่ในสถานที่สำคัญก็ต้องเปลี่ยน ใช้คำสุภาพตามธรรมเนียมนิยม ๒.๔ การใช้คำไม่ซ้ำซาก การใช้คำถึงแม้จะใช้คำได้ถูกต้องตรงความหมาย ความนิยม ถูกกาลเทศะ และบุคคล ตามที่กล่าวมาแล้ว หากใช้คำเดียวกันบ่อยครั้งก็จะทำให้ข้อความซ้ำซาก ไม่ชวนสนใจ น่าเบื่อ ทางที่ดี ควรเปลี่ยนไปใช้คำให้แตกต่างกันบ้าง แต่ให้มีความหมายคงเดิมหรือใกล้เคียงกันโดยใช้คำไวพจน์ หรือการหลากคำ ตัวอย่าง ในเรื่องเรียนวิชาเจ้าไม่ได้จำเริญขึ้นเลย แต่ความรู้ในทางสุรุ่ยสุร่ายของเจ้าเติบโตขึ้นเร็วนัก เงินที่เสียในส่วนเรียนแท้ ๆ นั้นจะสูงขึ้นและสูงเร็วเพียงไร ข้าไม่ว่า ด้วยเจ้าจะเสียค่าเล่าเรียนมากได้ ต่อเมื่อเจ้าเรียนวิชาสูง (จดหมายจางวางหร่ำ : น.ม.ส.) ข้อความข้างบนนี้ใช้คำที่มีความหมายว่า เพิ่มขึ้น ต่าง ๆ กันถึง ๔ คำ คือ จำเริญ เติบโต สูง มาก


๓๐ ใบงานที่ ๕ คำชี้แจง นักเรียนอภิปรายความรู้ที่ได้จากการศึกษาใบความรู้ และบันทึกความรู้เพิ่มเติม .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................


๓๑ แบบฝึกที่ ๓ คำชี้แจง นักเรียนนำคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้ไปเติมในข้อความให้ถูกต้อง ตัวอย่าง พ่อดุลูกชายที่ตาขาวไม่กล้าว่ายน้ำ จับกบ แกะดำ เสียงแตก เล่นละคร โดดร่ม มือขวา บ้านเล็ก สาดโคลน ต้มตุ๋น ไฟเขียว ๑. แม่..................ให้ลูกสาวไปเรียนต่างประเทศ ๒. สมศักดิ์..................ไม่ไปร่วมงานสัมมนาที่กรุงเทพฯ ๓. เธอ.................หลอกเพื่อนร่วมงานจนทุกคนหลงกล ๔. นักการเมืองบางคนมัก.................ใส่ฝ่ายตรงข้าม ๕. ใครที่ชอบทำอะไรผิดเพื่อนผิดฝูงก็เหมือนเป็น...............ของสังคม ๖. เขาต้องเสียทรัพย์สินจำนวนมากเพราะถูก..................จากเพื่อนสนิท ๗. ...............ของเสี่ยสมศักดิ์ถูกตำรวจจับ ๘. เด็ก ๆ วิ่งเล่นของกลางสนาม สุดท้ายก็ร้องไห้โฮ เพราะ............นั่นเอง ๙. ที่ประชุมลงมติไม่ได้ เพราะสมาชิก.............. ๑๐. ผู้หญิงคนนั้นเป็น...................ของนักธุรกิจชื่อดัง


๓๒ แบบฝึกที่ ๔ คำชี้แจง ให้นักเรียนนำคำที่กำหนดให้ต่อไปนี้ไปเติมในข้อความให้ถูกต้อง ตัวอย่าง นิ่มนวล หมายถึง อ่อนโยน, ละมุนละม่อม, ไม่กระด้าง นุ่มนวล หมายถึง อ่อนหวาน, อ่อนโยน, ละมุนละไม, เพราะพริ้ง พี่ชายทะเลาะกับน้องสาวเสียงดัง พ่อจึงต้องเข้าไปห้ามอย่างนิ่มนวล พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินมีกิริยาท่าทางนุ่มนวล พัวพัน หมายถึง เกี่ยวเนื่องกัน, ผูกพันกัน พาดพิง หมายถึง เกี่ยวโยงไปถึง ๑. นักการเมืองท้องถิ่นคนนั้นถูกกล่าวหาว่า...............กับคดีทุจริตทุจริต ๒. ผู้ต้องหาให้การ.................ถึงคนอื่นที่อยู่ในเหตุการณ์


๓๓ คร่ำคร่า หมายถึง เก่าแก่จนชำรุดทรุดโทรม คร่ำครึ หมายถึง เก่าเกินไป, ไม่ทันสมัย ๓. บ้านของหญิงชราเก่า................. ๔. วัยรุ่นชอบบอกว่าความคิดของผู้ใหญ่บางคน.............. คลี่คลาย หมายถึง บรรเทาลงโดยลำดับ ผ่อนคลาย หมายถึง ลดความตึงเครียด ๕. ตำรวจ.....................เงื่อนงำในคดีฆาตกรรม ๖. เหตุการณ์ประท้วงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย................ลงแล้ว


๓๔ ฝาน หมายถึง ตัด เฉือน แฉลบให้เป็นแผ่นหรือ เป็นชิ้นเป็นอัน เจียน หมายถึง ตัด ขริบ หรือเฉือนให้ไปตามแนวหรือให้ได้ รูปตามต้องการ ๗. แม่..................ใบตองใช้ห่อขนมเทียนและขนมเข่ง ๘. กลุ่มแม่บ้านกำลัง.................กล้วยดิบเพื่อทำกล้วยฉาบ คละ หมายถึง ลักษณะที่ปนกัน ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ปน หมายถึง ประสมกัน ๙. อย่าเอาผ้าขาวกับผ้าสีซัก................กัน ๑๐. แม่ค้าขายส้มเขียวหวาน...............กัน


๓๕ ใบงานที่ ๖ คำชี้แจง นักเรียนสรุป เรื่อง การใช้คำเป็น mind map ขั้นที่ ๖ ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase)


๓๖ แบบฝึกที่ ๕ คำชี้แจง ให้นักเรียนขีดเส้นใต้เลือกคำให้ถูกต้องเหมาะสม ตัวอย่าง เขามีจิตใจที่ แข็งแกร่ง เข้มแข็ง จึงกล้าต่อสู้กับคนร้าย ๑. ตำรวจพยายาม ไกล่เกลี่ย เกลี้ยงกล่อม ให้คู่กรณียอมความกัน ๒. พอมีที่ว่าง กรุณา ขยับ เขยิบ ให้คนแก่นั่งด้วยค่ะ ๓. เธอตั้ง ปฏิญาณ ปณิธาน ไว้ว่าเธอจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ ๔. พระธรรมทูต เผยแพร่ เผยแผ่ พุทธศาสนาประเทศในแถบยุโรป


๓๗ ๕. งานยังไม่เสร็จ ฉัน พึ่ง เพิ่ง ลงมือทำเมื่อวานนี้เอง ๖. หญิงสาวถูก ล่อล่วง หลอกลวง ไปขายบริการทางเพศที่ต่างประเทศ ๗. ผมหวังว่า วันหน้า วันหลัง เราจะได้พบกันอีก ๘. ดาราหลายคู่ อยู่ อยู่กิน กันก่อนแต่งงาน ๙. ลูก ๆ ต้องรู้ ถ้าทำตัว แหลกเหลว เหลวแหลก พ่อแม่จะเสียใจมาก ๑๐. การพูด กระทบกระเทียบ กระทบกระทั่ง กันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น


๓๘ แบบฝึกที่ ๖ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแก้ประโยคกำกวมให้สื่อความหมายได้ถูกต้อง เหมาะสม ตัวอย่าง หลานใช้มีดแท่งตาตัวเองจนเสียชีวิต แก้เป็น ๑.หลานใช้มีดแท่งดวงตาตนเองจนเสียชีวิต ๒. หลานใช้มีดแทงตาแท้ ๆ ของตนจนเสียชีวิต ๑. ข้าวเย็นหมดแล้ว แก้เป็น ๑............................................................................. ๒............................................................................ ๒. ลูกน้องของลุงถูกตำรวจจับเมื่อวาน แก้เป็น ๑.............................................................................. ๒..........................................................................


๓๙ ๓. ถ้าเงินหายพนักงานเก็บเงินต้องออก แก้เป็น ๑.............................................................................. ๒.............................................................................. ๔. ซื้อ ๑ คัน แถม ๑ คัน แก้เป็น ๑................................................................................... ๒................................................................................... ๕. คุณพ่อจะไปเลยหรือค่ะ แก้เป็น ๑.................................................................................... ๒.................................................................................... ๖. บ้านเราไม่มีคนใช้แล้ว แก้เป็น ๑..................................................................................... ๒.....................................................................................


๔๐ ๗. พ่อจะส่งลูกชายไปเรียนจีน แก้เป็น ๑................................................................................... ๒..................................................................................... ๘. ใครเหยียบแก้วแตก แก้เป็น ๑.............................................................................. ๒............................................................................... ๙. คนขับรถไปตั้งแต่เช้า แก้เป็น ๑................................................................................ ๒................................................................................ ๑๐. แม่เลี้ยงเธอดีมาก แก้เป็น ๑.................................................................................... ๒.....................................................................................


๔๑ แบบฝึกที่ ๗ คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกใช้คำให้ถูกต้อง เหมาะสม ตัวอย่าง เผลอไปแผล็บเดียว แมวก็คาบปลาไปกินเสียแล้ว (หลงลืมไปชั่วขณะ) ๑. สถานีรถไฟฟ้า..................ไปด้วยผู้โดยสารที่รีบไปทำงาน (ยัดเยียด, เบียดเสียดกัน) ๒. เธอทำแก้วของเพื่อนแตกก็ต้องหาแก้วใบใหม่มา.................. (ตอบแทน) ๓. ตำรวจเข้า...................คนเมาสุราที่อาละวาดอยู่ในตลาด (ทำให้ไม่สะดวก, ทำให้ติดขัด) ๔. เขาวิ่งได้อันดับ ๑ มาตลอด ปีนี้................ไปอยู่อันดับ ๒ (ถูกทำให้ตกลงมา)


๔๒ ๕. ช้างป่า................อยู่ใกล้หมู่บ้าน (ตาย) ๖. ปัญหาครั้งนี้ยากมากยัง...............ไม่ออกว่าจะแก้ไขอย่างไรดี (ใคร่ครวญ, ไตร่ตรอง) ๗. เขาร้าย.................ฉันเหลือเกิน (เป็นผู้ถูกกระทำ) ๘. .................ทางให้คนตาบอดหน่อย (ขยับ ๆ ไปให้พ้นที่เดิม, ให้ทาง) ๙. พ่อโกรธลูกสาวมากที่................ไม่ยอมฟังเหตุผล (แสดงให้เห็นว่าตนดีโดยไม่มีดีจริง ๆ) ๑๐. เขาเสียใจที่ถูก...............ข้ามทั้ง ๆ ที่ผลงานของเขาก็โดดเด่น (ไม่เห็นความสำคัญ)


๔๓ แบบฝึกที่ ๘ คำชี้แจง ให้นักเรียนพิจารณาว่าคำที่ขีดเส้นใต้เป็นคำที่มีความหมายตามตัว หรือความหมายเชิงอุปมา แล้วเขียนลงใน ตัวอย่าง เธอเป็นดาวมหาวิทยาลัย ๑. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง ช= ๒. ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรเกิดอาการตกมัน จึงวิ่งเข้าไปในวงล้อมของข้าศึก ๓. เขาถังแตกตั้งแต่ต้นเดือน ๔. น้องเป่าปี่หลังถูกแม่ดุ ขั้นที่ ๗ ขั้นนำความรู้ไปใช้ (Extension Phase) คำว่า ดาว มีความหมายเชิงอุปมา


๔๔ ๕. แม่ล้างมือก่อนทำอาหาร ๖. เขาถูกผลักตกเก้าอี้ ๗. เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเกษียณอายุราชการก็ต้องถอดหัวโขน ๘. คนขี้เกียจมักชอบกินแรงเพื่อน ๙. เขาแบบกระเป๋าหนักลงจากรถไฟ ๑๐. พ่อถูกอุ้มไปเรียกค่าไถ่


๔๕ แบบฝึกที่ ๙ คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้ แล้วเขียนเครื่องหมาย √ หน้าข้อที่ถูก และทำเครื่องหมาย X หน้าข้อที่ผิด พร้อมแก้ไขให้ถูกต้อง ตัวอย่าง √ ลูกหาบขนสัมภาระของนักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึง แก้เป็น X เขาถูกคนร้ายขับรถตัดหน้า แก้เป็น เขาถูกคนร้ายขับรถปาดหน้า ๑. ตั้งแต่พ่อหายป่วย ท่านก็ดูกระฉับกระเฉงขึ้น แก้เป็น ๒. วันที่ฝนตกกระปริบกะปรอย แก้เป็น


๔๖ ๓. ตำรวจสันนิฐานว่า เขาน่าจะมีส่วนเกี่ยวพันกับคดีนี้ แก้เป็น ๔. ผู้บัญชาการเรือรบสั่งให้ขนพลขึ้นบก แก้เป็น ๕. ภายในห้องพักของโรงแรมอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอม แก้เป็น ๖. ลูกวิ่งชนข้าวของเสียหาย แม่จึงต้องชดเชยค่าเสียหาย แก้เป็น ๗. ฉันนอนใจว่าเพื่อนจะมารับ จึงนอนตื่นสาย แก้เป็น


๔๗ ๘. คุณถือดีอย่างไร จึงมาค้นโต๊ะผมอย่างนี้ แก้เป็น ๙. เจ้าของบ้านไม่อยู่ คนร้ายจึงถือโอกาสเข้าบ้าน แก้เป็น ๑๐. คดีนี้ยืดเยื้อมานาน ไม่รู้จะจบเมื่อไร แก้เป็น


๔๘ แบบฝึกที่ ๑๐ คำชี้แจง ให้นักเรียนนำคำที่กำหนดให้เขียนเติมในช่องว่างให้ถูกต้อง เหมาะสม เงินทอง อาวุธ ธรรมชาติ มิจฉาชีพ ความคิด เหยื่อ เครื่องมือ ฟื้น ผิวพรรณ จิตใจ ทรัพย์สิน ผลัก สัจธรรม หน้าตา บอก ตื่น ดัน อาชญากร ลูกน้อง หยั่ง ตัวอย่าง จากวรรณคดีไทยของกวีเอกสุนทรภู่ เรื่องพระอภัยมณีตอน สุดสาคร สุดสาครเป็นโอรส ของพระอภัยมณีกับนางเงือก และได้ฝากพระโยคีเลี้ยงไว้ เมื่ออายุได้ ๓ ขวบ ได้กราบลาไป ติดตามหาพระอภัยมณี โดยมีม้านิลมังกรเป็นม้าวิเศษเป็นพาหนะ พระโยคีมอบไม้เท้ากายสิทธิ์ ให้สุดสาครใช้เป็น....(๑)...และให้แต่งตัวครองหนังเสือเป็นฤาษีน้อย พร้อมทั้งสั่งความไว้ว่า ถ้ามี อันตรายใด ๆ ให้นึกถึงพระโยคี พระโยคีจะรีบไปช่วยเหลือทันทีระหว่างทางสุดสาครพบชีเปลือย ซึ่งเกิดจากความโลภ อยากได้ไม้เท้ากายสิทธิ์และม้านิลมังกร จึงออกอุบายให้สุดสาครเชื่อว่า จะสอนวิชาให้ แล้วหลอกพาไปนั่งเรียนวิชาที่ปากเหว เมื่อมีโอกาสจึงได้....(๒)...สุดสาครตกเหว แล้วชิงไม้เท้ากายสิทธิ์ และม้านิลมังกรไป สุดสาครตกเหวสลบไปสามวันสามคืน เมื่อ....(๓)....ก็ นึกถึงพระโยคี พระโยคีจึงมาช่วยสุดสาครขึ้นมาจากเหว แล้วสอนสุดสาครไม่ให้ไว้ใจมนุษย์ แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน คำสอนนี้เป็น....(๔)....ของมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย ยิ่งในสมัยปัจจุบันที่อยู่ในภาวะเศรษฐกิจ และสังคมวิกฤต พวกสิบแปดมงกุฎและ....(๕)....เต็มบ้านเต็มเมือง ทุกคน ต้องช่วยตนเองด้วยการสังวรระวังอย่าเชื่อใจคนง่าย ๆ อย่าดูคนเพียงฐานะทางสังคมและ....(๖).... ท่าทางเท่านั้น มิฉะนั้นอาจจะต้องเสียใจ เพราะตกเป็น....(๗)....พวกสิบแปดมงกุฎ จนอาจต้อง สูญเสีย....(๘)....ชื่อเสียงเกียรติยศ หรือแม้แต่ชีวิตตามข่าวที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ให้เห็น ไม่เว้นแต่ละวันก็ได้ อย่าลืมว่าจิตใจของมนุษย์ลึกล้ำมากไม่มีใครสามารถรู้ซึ้งถึง....(๙)....ของใครได้ ดังสำนวนว่า “น้ำลึก...(๑๐)...ได้ น้ำใจหยั่งยาก” (อุไรวรรณ เนาวรุจิ)


๔๙ แบบทดสอบหลังเรียน คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ๑. ข้อใดใช้คำถูกความหมาย ก. นักเรียนฝึกฝนทำการบ้าน ข. พ่อจะต่อบ้านอีก ๒ ห้อง ค. เขาหายไปชั่วคราวประเดี๋ยวก็กลับมา ง. เรื่องนี้ร้ายแรงมากต่อให้เทวดาก็ช่วยไม่ได้ ๒. ประโยคในข้อใดใช้คำไม่ถูกต้อง ก. เดี๋ยวนี้โจรผู้ร้ายมักกระทำการหนักข้อ ข. ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาหนักสมอง ค. ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเป็นปัญหาหนักอกของรัฐบาล ง. ความผิดครั้งนี้หนักหน่วงทีเดียว อาจจะต้องถูกไล่ออกจากงาน ๓. คำใดมีส่วนบกพร่องในการใช้คำ ก. เขาเตรียมงานให้พร้อมมูล ข. พวกเราพร้อมใจกันทำงาน ค. ศิษย์เก่าของโรงเรียนมากันพร้อมพรั่ง ง. เด็ก ๆ ช่วยกันทำงานอย่างพร้อมเพรียง ๔. คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดใช้ผิดความหมาย ก. ไส้เดือนขุดดิน ข. นภากินจุบจิบทั้งวัน ค. ตำรวจจู่โจมจับบ่อนพนัน ง. ฝนตกมาหลายวันทำให้ผืนป่าชุ่มฉ่ำ ๕. คำใดใช้คำขยายผิด ก. เช้านี้แดดแจ๋ ข. สุนัขสีดำหูตก ค. เครื่องดื่มแก้วนี้เย็นเจี๊ยบ ง. น้องมีปานดำปืนที่กลางหลัง


๕๐ ๖. ข้อใดใช้ภาษากำกวม ก. น้องวิ่งชนพี่ขาหัก ข. ภูเขาลูกนั้นหัวโล้น ค. พี่ของเพื่อนถูกสุนัขกัดไม่มาโรงเรียน ง. คนดีใช้คนอื่นทำอะไรก็ไม่มีใครปฏิเสธ ๗. ประโยคในข้อใดใช้คำถูกต้อง ก. อย่าทำงานก้าวล่วงกัน ข. วางของผู้ตรงหน้าไม่เห็นก็ตาบอดแล้ว ค. เรื่องคอร์รัปชันตอนนี้กำลังกระหึ่มไปทั่ว ง. เขาศึกษาประวัติศาสตร์ไทยอย่างจริงจังจนความรู้ตกตะกอน ๘. ข้อใดมีคำที่มีความหมายต่างกัน ก. มักคุ้น มักจี่ ข. ถูกคอ ถูกใจ ค. ตกลูก ตกเลือด ง. บ้าบิ่น บ้าระห่ำ ๙. “นำปลากรายมาขอดเกล็ดปลาออก ล้างให้สะอาด.............เอาแต่เนื้อ ๆ แล้ว.................เป็นชิ้น ๆ ................ให้ละเอียด ผสมเครื่องแกง นวดให้เหนียว ปั้นเป็นแผ่น และทอดจะได้ทอดมันปลากราย” ก. แล่ หั่น สับ ข. หั่น ฝาน บด ค. ตัด เฉือน หั่น ง. เฉือน ปาด ตัด ๑๐. เขาลงทุนครั้งนี้มีแต่.................ไม่มีหวังได้กำไร ก. เสมอตัว ข. เสมอหน้า ค. เสมอภาค ง. เสมอต้นเสมอปลาย นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙ ๑๐.


Click to View FlipBook Version