โรงเรีรี รี ย รี ยนราษฏรแห่ห่ ห่ ง ห่ งแรก ของประเทศไทย ผู้จัดทำ โดย นางสาวกมลวรรณ ศรีเจริญ เลขที่ ๑๓ ห้อง ๓๐๔ นางสาวกรกนก ศรีวิภาค เลขที่ ๑๔ ห้อง ๓๐๔
ชื่อโรงเรียน ? โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ปี พ.ศ. ๒๔๒๗ ปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้โปรด ฯ ให้ สมเด็จ พระบรมวงศ์เธอ กรมพระยา ดำ รงราชานุภาพ จัดตั้งโรงเรียน หลวงขึ้น ผู้ก่อตั้ง ? เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๗ ขณะดำ รงพระอิศริยยศ เป็นกรมหลวงดำ รงราชานุภาพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น ๔ พระองค์เจ้าชั้นเอก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงเป็น ๑ ใน ๘ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ในประเทศไทย สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำ รงราชานุภาพ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สร้างในสมัยไหน ? สมัยรัชกาลที่ ๕ ภาพถ่ายในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
ที่ตั้ง ? ตั้งอยู่บริเวณวัดมหรรณพารามวรวิหาร ถนนตะนาว แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ฯ พระวิหาร หลวงพ่อพระร่วงทองคำ พระเจดีย์ แห่ง วัดมหรรณพารามวรวิหาร
— ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีพระราชปรารภให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนสำ หรับราชนิกูล หรือบุตรหลานของข้าราชการ — พระองค์จึงได้โปรด ฯ ให้สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำ รงราชานุภาพตั้งโรงเรียนหลวงขึ้น เพื่อให้บุตรหลานของเหล่าราษฎรได้เล่าเรียนขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๔๒๗ — โรงเรียนหลวงสำ หรับให้เหล่าราษฎรได้เล่าเรียนแห่งแรก จัดตั้งขึ้นในวัดมหรรณพาราม — เหตุที่ที่จัดตั้งในวัดเนื่องจาก ๑) เพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ๒) ประเพณีของคนไทยได้ใีการเข้าเรียนในวัดมาอย่างช้านาน ประวัติ ? พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำ รงราชานุภาพ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ได้โปรด ฯ ให้ จัดตั้งโรงเรียนหลวงซึ่งลูกหลานราษฎร เข้าเรียนได้
หลังจากจัดตั้งโรงเรียนขึ้น ? -เมื่อจัดตั้งโรงเรียนสำ หรับราษฎรแห่งแรก ปรากฏข่าวลือว่า ทางการต้องการเด็กไปเป็นทหารทำ ให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ราษฎรจนไม่กล้าส่งบุตรหลานเข้าเรียน หนังสือในโรงเรียน -ข่าวลือดังกล่าวทำ ให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องมีพระบรมราชโองการว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งหากทางราชการต้องการทหารก็ไม่จำ เป็นต้องจัดตั้ง โรงเรียนขึ้นมาเพราะสามารถคัดเอาคนมาเป็นทหารได้อยู่แล้ว หลังจากจัดตั้งโรงเรียนสำ หรับราษฎรแห่งแรก ปรากฎข่าวลือว่าจะนำ เด็กไปเป็นทหาร จึงเกิดความหวาดกลัวในเหล่าราษฎร ข่าวลือ ! เมื่อข่าวลือแพร่กระจายมาถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมโองการว่า ไม่เป็นความจริง ข่าวลือแพร่กระจายมาถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
— โรงเรียนวัดมหรรณพ์สถานที่เรียนเดิมนั้นให้หอสวดมนต์ คณะ ๑ ของวัดเป็นที่เรียน — ต่อมาย้ายไปอาคารข้างหอระฆังด้านข้างของอุโบสถ — เมื่ออาคารนี้ได้ทรุดโทรมลงพระวิสุทธิโสภณ (โพธิ) เจ้าอาวาสในขณะนั้นได้ย้ายไปยังด้านหน้าพระวิหารทางทิศใต้ของศาลาการเปรียญเป็นอาคารแบบชั้นเดียวยกพื้นขึ้น หลังคามุงด้วยสังกะสี — วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๐ จังหวัดพระนครได้โอนให้อยู่ในสังกัดเทศบาลนครบาล นครกรุงเทพ และได้ทำ การเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนเทศบาล ๒๒ (วัดมหรรณพ์) — ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ทำ การสร้างอาคารเรียนใหม่โดยรื้ออาคารเก่าออก และขยายเป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีทั้งหมด ๘ ห้องเรียน — ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ทางเทศบาลนครกรุงเทพให้รื้ออาคารเก่า และสร้างใหม่ ใช้มาจนปัจจุบัน — ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ขยายอาคาร ๓ ชั้น ไปทางด้านทิศตะวันออก — ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ขยายอาคาร ๓ ชั้น ไปทางด้านทิศตะวันตก เป็นแบบที่เห็นในปัจจุบัน พัฒนาการของอาคารเรียน ? โรงเรียนวัดมหรรณพ์ ปี พ.ศ. ๒๔๒๗ พัฒนาการของโรงเรียนวัดมหรรณพาราม โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ปัจจุบัน
— ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ; ๑) ทรงรับโรงเรียนวัดมหรรณพ์ อยู่ในพระราชูปถัมภ์ ฯ ๒) ทรงมีกระแสรับสั่งให้เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนวัดมหรรณพ์ เป็น “ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม ” ตามเดิม — วันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้มีการเปลี่ยนเป็นโรงเรียนรัฐบาลในสังกัดสำ นักงานเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาลถึงระดับชั้นประถมศึกษาแบบสหศึกษา — โดยโรงเรียนวัดมหรรณพาราม ในพระราชูปถัมภ์ ฯ ถือว่าเป็นโรงเรียนประถมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย โรงเรียนวัดมหรรณพารามในปัจจุบัน ? โรงเรียนวัดมหรรณพ์ ( ตั้งแต่วันศุกร์ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ ปี พ.ศ. ๒๔๒๗ ) โรงเรียนวัดมหรรณพาราม (ตั้งแต่ วันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ จนถึงปัจจุบัน ) ผ่านมาจนถึง ปี พ.ศ. ๒๕๕๖
วันที่เปิดใช้บริการ ? ตั้งโรงเรียนขึ้นวันศุกร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ ในปี พ.ศ. ๒๔๒๗ ราษฎรทั่วไป ตราประจำ โรงเรียนวัดมหรรณพาราม บุคคลที่สามารถเข้าเรียนได้ ? ลูกหลานราษฎรได้เข้าเรียนหนังสือ
โรงเรียนราษฎรแห่งแรกของประเทศไทย จบ https://youtube.com/watch?v=gUi4pvlrT3I&si=7btoqZWiwxgjjqOw https://www.posttoday.com/lifestyle/57793