รายงานการพฒั นานวัตกรรม
ประเภทครูผสู้ อน
การเพมิ สมรรถภาพทางกายโดยใช้ บนั ไดนอน
สาํ หรบั นักเรยี นชนั มธั ยมศกึ ษาปที 1
ปการศกึ ษา 2564
โรงเรยี นบา้ นเชงิ ดอย(ดอยสะเก็ดศกึ ษา)
นายฉัตรชยั อ้นบาํ รุง
ตําแหน่ง ครูชาํ นาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นบา้ นเชงิ ดอย(ดอยสะเก็ดศกึ ษา)
สาํ นักงานเขตพนื ทกี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งใหม่ เขต 1
ก
คำนำ
การเพิ่มสมรรถภาพทางกายโดยใช้ บันไดนอน สำหรับนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 เป็น
นวตั กรรมนำเอาทฤษฎกี ารเรียนร้มู า ปรับใช้ เพอ่ื ใช้แก้ปญั หา สมรรถภาพทางกายไมผ่ า่ นเกณฑ์ตามที่
กรมอนามยั กำหนด เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นมีสขุ ภาพร่างกายทีแ่ ข็งแรง และมสี มรรถภาพทางกายที่ผ่านเกณฑ์
มาตรฐานตามที่กรมอนามยั กำหนด
ขอขอบคุณ ผบู้ รหิ าร บุคลากร นกั เรียน และ ผู้ทมี่ สี ่วนเกีย่ วข้องทุกท่านที่ให้ความร่วมมือใน
การขบั เคลื่อนนวตั กรรมจนประสบความสำเร็จ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า นวัตกรรม “การเพ่มิ สมรรถภาพ
ทางกายโดยใช้ บันไดนอน สำหรบั นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ” จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจใน
การนำไปประยกุ ต์ใช้เพ่ือเปน็ แนวทางในการจัดการเรยี นการสอน
ฉตั รชยั อ้นบำรงุ
ตำแหน่ง ครู
โรงเรยี นบา้ นเชิงดอย(ดอยสะเกด็ ศึกษา)
ข
สารบัญ
หน้า
คำนำ ก
สารบญั ข
รายงานนวตั กรรม………………………………………………………………………………………………….………… 1
ความเป็นมาและความสำคญั ของการพัฒนานวัตกรรม................................................... 1
วตั ถุประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรม............................................................................ 3
ขอบเขตการศกึ ษา.......................................................................................................... 3
กรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม............................................................................. 5
ข้นั ตอนและวิธีการสรา้ ง/พฒั นานวัตกรรม..................................................................... 9
กระบวนการหาคุณภาพของนวตั กรรม........................................................................... 12
การนำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนา/แก้ไขปัญหา........................................................... 16
ผลการใชน้ วตั กรรม........................................................................................................ 17
การอภปิ รายผล และนำเสนอผลกระทบ(Outcome)ของการนำนวัตกรรมไปใช.้ .......... 20
การเผยแพร่ ................................................................................................................... 21
บรรณานกุ รม................................................................................................................... ............. 23
ภาคผนวก..................................................................................................................................... 24
รายช่อื ผู้เชย่ี วชาญตรวจสอบเครอ่ื งมือ………………………………………………………………….. 26
พฒั นาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีท่1ี โดยใช้บันไดนอน............... 28
แบบประเมนิ พัฒนาสมรรถภาพทางกาย......................................................................... 30
การเผยแพรน่ วตั กรรม………………………………………………………………………………………… 33
ผลการใชบ้ ันไดนอน........................................................................................................ 36
รูปภาพกจิ กรรม.............................................................................................................. 38
ประวตั ผิ ศู้ ึกษา................................................................................................................ 40
1.ชือ่ นวัตกรรม : การเพิ่มสมรรถภาพทางกายโดยใช้ บันไดนอน สำหรับนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
2. ความเป็นมาและความสำคญั ของการพฒั นานวัตกรรม
สมรรถภาพทางกายเป็นสิ่งสำคัญ ในการช่วยเสริมสร้างให้บุคคลสามารถประกอบภารกิจและ
ดำรงชีวติ อยอู่ ย่างประสิทธิภาพ รวมท้ังทำใหบ้ คุ คลปราศจากโรคภัยไขเ้ จบ็ และมคี วามแขง็ แรง ทนทาน
มีความคล่องแคล่วว่องไวที่จะประกอบภารกิจประจำวันให้ลุล่วงไปด้วยดี นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดการ
พัฒนาทั้งทางด้านจิตใจและอารมณ์ควบคู่กันไปด้วย ในเรื่องของสุขภาพส่วนบุคคลนั้น ความสมบูรณ์
ของร่างกายและจิตใจมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดกับสมรรถภาพทางกาย หรืออาจจะกล่าวว่า มี
รากฐานจากการมสี ุขภาพดี ถา้ มีร่างกายอ่อนแอ สขุ ภาพไม่สมบูรณ์ ความสามารถของร่างกายที่จะปรก
อบภารกิจตา่ งๆ ในชีวิตประจำวันก็ลดน้อยลงดว้ ย
สมรรถภาพทางกายเป็นสิ่งสำคัญในการชว่ ยเสริมสร้างให้บุคคลสามารถประกอบภารกิจ
และดำรงชีวิตอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังทำให้บุคคลปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและมีความแข็งแรง
ทนทาน มีความแคล่วคล่องว่องไว ที่จะประกอบภารกิจประจำวันให้ลุล่วงไปด้วยดี นอกจากนี้ยัง
ก่อให้เกิดการพัฒนาทัง้ ทางด้านจิตใจและอารมณค์ วบคู่ไปด้วย ในเรื่องของสขุ ภาพส่วนบุคคลนัน้ ความ
สมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจมีความสัมพันธ์กันอย่างใกลช้ ิดกับสมรรถภาพทางกาย หรืออาจจะกล่าวว่า
สมรรถภาพทางกายมีรากฐานจากการมีสุขภาพดี ถ้าร่างกายอ่อนแอ สุขภาพไม่สมบูรณ์ ความสามารถ
ของรา่ งกายท่ีจะประกอบภารกิจต่างๆ ในชวี ิตประจำวนั กย็ ่อมลดนอ้ ยลงด้วย
อยา่ งไรกต็ าม สมรรถภาพทางกายสามารถสรา้ งขึน้ ไดด้ ้วยการทำให้ร่างกายได้ออกกำลงั กายหรือ
มีการเคลื่อนไหวเท่านั้น สมรรถภาพทางกายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้และหายไปได้ การที่เราจะรักษาให้
ร่างกายมีสมรรถภาพคงอยู่เสมอนั้น จำเป็นต้องมีการออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้มีสมรรถภาพทาง
กายทคี่ งสภาพและเปน็ การสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกายใหด้ ีย่ิงๆ ขึน้ ไปอีกด้วย นอกจากนี้แลว้ ยงั เป็น
ประโยชน์ในการป้องกันโรคภัยเบียดเบียน โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการขาดการออกกำลังกายได้อีกด้วย
เช่น
1. ลดอัตราเสยี่ งต่อการเป็นโรคหวั ใจ
2. เพมิ่ พูนประสทิ ธภิ าพของระบบต่างๆ ในร่างกาย เชน่ ระบบหมุนเวยี นโลหติ ระบบ
หายใจ ระบบการยอ่ ยอาหาร ฯลฯ
3. ทำให้รปู รา่ งและสัดส่วนของรา่ งกายดขี นึ้
4. ช่วยควบคมุ มิใหน้ ้ำหนักเกนิ หรือควบคมุ ไขมนั ในร่างกาย
5. ช่วยลดความดันโลหิตสงู
6. ชว่ ยลดไขมันในเลอื ด
7. เพม่ิ ความคลอ่ งตวั เกิดประสทิ ธิภาพในการทำงาน
ประโยชน์ทัว่ ไป
1. ทำให้ทรวดทรงดี
2
2. ร่างกายมีความต้านทานโรค
3. ระบบตา่ งๆ ทำงานมีประสิทธิภาพยง่ิ ข้นึ
4. การตัดสนิ ใจดขี ึ้น
5. มีทักษะดีขน้ึ
ประโยชนท์ างร่างกาย
1. กลา้ มเนือ้ มคี วามแขง็ แรง
2. กลา้ มเนอ้ื มีความทนทาน
3. อัตราการเต้นของหัวใจจำนวนครั้งน้อยลง แต่การสูบฉีดของหัวใจมีประสิทธิภาพ
เพม่ิ ขึ้น
4. การควบคุมอณุ หภูมขิ องร่างกายดีขนึ้
5. ความออ่ นตวั ดขี น้ึ
6. กลา้ มเนอื้ ฉีกขาดได้ยาก
7. พลงั กล้ามเนอื้ สูงข้ึน
8. ความสัมพนั ธ์ในการใช้มอื ใชเ้ ท้าดขี น้ึ
9. การประกอบกจิ กรรมในแง่ ทุ่ม พงุ่ ขวา้ ง กระโดด มีประสิทธภิ าพยิ่งข้นึ
10. การทรงตัวดีขึ้น
ประโยชนท์ างเก่ียวกับประกอบอาชีพ
เป็นที่ยอมรับกันว่าสมรรถภาพทางกายมีบทบาทและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดต่อการทำงานทุก
อาชีพ เนื่องจากการมีสมรรถภาพทางกายดีช่วยให้คนเราสามารถประกอบอาชีพได้เป็นระยะเวลานาน
และมีปริสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังช่วยให้คนเรามีความสามารถที่จะต่อสู้กับความยุ่งยากในชีวิตไม่เกิด
ความตึงเครียดทางอารมณ์ และสามารถปรับจิตใจและอารมณ์ให้เหมาะกับสภาพของแต่ละบุคคลได้
สมรรถภาพทางกายจึงเป็นปัจจัยท่ีสำคญั ต่อการประกอบอาชพี
ประโยชนต์ ่อด้านสังคม
เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” เยาวชนที่มีสมรรถภาพทางกายดีใน
วันนี้จึงอาจเป็นผู้ใหญ่ที่มีสมรรถภาพทางกายดีวันหน้าด้วย ถ้าหากเยาวชนทุกคนเห็นความสำคัญของ
สมรรถภาพทางกาย และพยายามเสริมสมรรถภพทางกายให้ดีอยู่เสมอจนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่ ย่อมจะเป็น
กำลงั สำคัญของประเทศต่อไปภายหน้า อนั จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคมโดยสว่ นรวม หาก
เยาวชนทุกคนปฏิบัติตนเชน่ ว่าวันน้ีไดแ้ ล้วก็น่าจะกล่าวอยา่ งภาคภมู ิใจไดอ้ ีกวา่ “ความมีสมรรถภาพทาง
กายดีหรือความแข็งแรงของเด็กวันนี้ ก็คือ ความแข็งแรงของประเทศชาติในอนาคต” (วันให ม่
ประพนั ธ์บณั ฑติ :2548)
ประโยชน์ดา้ นการกฬี า
ในการคัดเลือกนักกีฬาเพื่อทำการแข่งขันระดับโรงเรียน กลุ่ม จังหวัดหรือ ระดับที่สูงขึ้น
ปัจจัยสำคัญทีจ่ ะต้องเน้นกค็ ือ สมรรถภาพทางกายของนักเรียนมีความสมบูรณ์เพียงพอหรือไม่ คงไม่มี
3
ใครคัดเลือกนักกีฬาที่เก่ง แต่สมรรถภาพทางกายไม่ดีเพราะขาดการฝึกซ้อม แต่ถ้าหากมีนักกีฬาที่
ชนะเลิศและมีสถติ ิใกล้เคียงกัน แนน่ อนผทู้ ำการคัดเลือกก็ต้องเลือกนักกีฬาที่มสี มรรถภาพทางกายดีกว่า
โดยทำการทดสอบสมรรถภาพทางกายในแตล่ ะด้าน (วันใหม่ ประพันธบ์ ณั ฑิต 2549)
การที่เราจะประสบผลสำเร็จจากการกีฬาประเภทต่างๆได้นั้น เราอาจจะต้องขึ้นอยู่ที่หลายๆ
ปัจจัย เช่น สถานที่ อุปกรณ์การฝึก ผู้ให้การสนับสนุน ผู้ฝึกสอน หรือ ตัวนักกีฬาเอง แต่หากข้าพเจ้า
นายฉัตรชัย อ้นบำรุง ครูผู้สอนวิชาพลศึกษาของโรงเรียนจะขอเน้นและให้ความสำคัญกับเรื่องของ
สมรรถภาพทางกายมากท่ีสุด ซงึ่ สมรรถภาพทางกายเป็นส่งิ สำคัญ ในการช่วยเสรมิ สร้างให้บุคคลสามารถ
ประกอบภารกิจและดำรงชีวิตอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านจิตใจ
และอารมณค์ วบค่กู ันไปด้วย
โรงเรียนบ้านเชิงดอย(ดอยสะเก็ดศึกษา) เป็นสถาบันการศึกษาที่ เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการ
ผลิตนวัตกรรมทางการกีฬา การออกกาลังกาย และนันทนาการ โดยมุ่งหวังในการฝึกฝนให้นักเรียนได้มี
ส่วนร่วมในกระบวนการคิดและผลิตผลงานสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้องกับวิถีของตนเอง ใช้ในการฝึกซ้อม
ทางการกีฬา หรือการออกกำลังกาย สามารถนำไปใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมให้นักเรยี น
ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการสร้างนวัตกรรม ทั้งเพื่อตนเอง และประโยชน์ของโรงเรียน อีกทั้งยังได้
ตอบสนองแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ใน
การพัฒนากีฬาให้ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการกีฬาไปด้วย และเพื่อเป็นการยกระดับความเป็น
สากลให้กับกีฬาภายในโรงเรียน จึงมีแนวความคิดที่จะผลิตนวัตกรรมทางการกีฬาตามโครงการผลิต
นวัตกรรมทางการกีฬา ที่ชอ่ื ฐาน บนั ไดนอน เพื่อการออกกำลังกาย พฒั นาสมรรถภาพทางกายขึ้นมา
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะทำวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง สมรรถภาพทางกาย
ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ที่กาลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนบ้านเชิงดอย(ดอยสะเก็ดศึกษา)ภาค
เรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565ซึง่ อยู่ในความดแู ลในด้านการเรยี นการสอนกล่มุ สาระการเรียนรูส้ ุขศึกษาและ
พลศกึ ษา
3.วตั ถุประสงคข์ องการพัฒนานวตั กรรม
1. เพื่อศึกษาข้อมูลด้านสมรรถภาพทางกายของนกั เรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่1 ที่กำลังศึกษา
อยใู่ นโรงเรยี นบ้านเชงิ ดอย(ดอยสะเก็ดศึกษา)ภาคเรยี นท่ี 1ปกี ารศกึ ษา 2565
2. เพ่ือเป็นเอกสารชี้นำ ในการปรับปรงุ พฒั นานวตั กรรม สู่การสร้างแผนการเรียนรกู้ ลุ่มสาระการ
เรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษาผ้เู รยี นให้มีความเหมาะสมมากขน้ึ
4. ขอบเขตการศึกษา
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ที่กำลังศึกษาอยู่ใน
โรงเรยี น บา้ นเชงิ ดอย(ดอยสะเก็ดศึกษา)ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 จำนวน 50 คน
เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ้ นการวิจัย
4
ข้อมลู ทั่วไป ได้แก่
1. อายุ
2. เกณฑ์มาตรฐานการทดสอบสมรรถภาพทางกายนักเรียน 5 รายการ
2.1 ยืนกระโดดไกล
2.2 ว่ิงกลบั ตวั ระยะ 10 เมตร
2.3 ลกุ -นง่ั 30 วนิ าที
2.4 ความออ่ นตวั
2.5 วง่ิ เร็ว 50 เมตร
ผลจากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย 5 ดา้ น
อุปกรณท์ ใี่ ช้ในการวจิ ัย
1. ใบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
2. แผน่ ยางยืนกระโดดไกล
3. ไมว้ ิง่ เก็บของขนาด 5x5x10 เซนตเิ มตร จานวน 2 ทอ่ น
4. เบาะรองสำหรบั ทดสอบลกุ -นงั่
5. เครอื่ งวดั ความออ่ นตวั
6. ลูว่ ง่ิ ทางเรยี บระยะทาง 50 เมตร
7. นาฬิกาจบั เวลา
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะ
สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของร่างกายในการประกอบกิจกรรมต่างๆ รวมถึง
การทำงานในชวี ิตประจำวัน การออกกาลงั กาย และการเล่นกีฬาได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย หมายถึง การทดสอบสมรรถภาพทางกายตามแบบทดสอบ
มาตรฐานระหวา่ งประเทศ(ICSPFT) ประกอบด้วยรายการทดสอบดงั น้ี
1. ยืนกระโดดไกล (Standing Broad Jump) ใช้วัดพลังกล้ามเนื้อขาในการกระโดดไปข้างหน้า หน่วยวดั
เป็นเซนตเิ มตร
2. วิ่งกลับตัว (Shuttle Run) ใช้วัดความคล่องแคล่วว่องไว ความแม่นยา และการทรงตัว ในการวิ่งกลับ
ตัวระยะทาง 10 เมตร หน่วยวัดเปน็ วนิ าทแี ละทศนยิ มสองตำแหน่ง
3. ลุก-นั่ง 30 วินาที (30 Seconds Sit-ups) ใช้วัดความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อท้องในการทำ
ลกุ -น่ัง หนว่ ยวัดเปน็ จานวนครง้ั ภายในเวลา 30 วินาที
4. ความอ่อนตัว(Trunk Forward Flexibility) ใช้วัดความสามารถในการยืดเหยียดของกล้ามเนื้อและขอ้
ต่อ จนสุดช่วงของการเคลื่อนไหวจากท่านั่งเหยียดเท้าตรงด้วยเครื่องวัดความอ่อนตัว (Flexibilimeter)
หน่วยวดั เปน็ เซนติเมตร
5. ว่งิ เรว็ ระยะ 50 เมตร(50 Meter Sprints) ใช้วดั ความอดทนระบบไหวเวียนของโลหติ และการหายใจ
5
5. กรอบแนวคดิ ในการพฒั นานวตั กรรม
สมรรถภาพทางกาย (Physical fitness) เป็นองคป์ ระกอบสำคัญทที่ ำใหร้ า่ งกายมีสขุ ภาพ
สมบูรณ์ สามารถประกอบกจิ กรรมตา่ งๆ ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธภิ าพ นักพลศกึ ษา และ
นักวทิ ยาศาสตร์การกีฬาหลายท่านไดใ้ ห้ความหมายของคำสองคำนไ้ี ว้ดงั น้ี
วรศกั ด์ิ เพยี รชอบ (2540 : 98) ได้กลา่ วถึงความหมายของสมรรถภาพทางกายพอสรุปไดด้ งั น้ี
สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถของรา่ งกายในการท่จี ะปฏบิ ตั ิหนา้ ทปี่ ระจำในสังคมได้อยา่ งมี
ประสิทธิภาพ โดยไม่มีความเหน่อื ยอ่อนจนเกนิ ไป และสามารถสงวนถนอมกำลงั ไวใ้ ช้ยามฉุกเฉิน และใช้
เวลาวา่ งเพ่อื ความสนุกสนาน และความบันเทิงในชวี ติ ของตนเองดว้ ย
สมชาย ประเสรฐิ ศิริพนั ธ์ (2544 : 14) กล่าวไวว้ ่า สมรรถภาพทางกายหรือความสมบูรณ์
หมายถึง ความพร้อมทางดา้ นรา่ งกายและจติ ใจของบุคคลซึ่งสามารถท่จี ะประกอบกจิ กรรมได้อยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ โดยมีองคป์ ระกอบทสี่ ำคัญคือ กำลงั ความเร็ว ความคล่องแคลว่ วอ่ งไว ความอดทนและ
สขุ ภาพ
จรินทร์ ธานรี ตั น์ (2519:161) ไดใ้ ห้ความหมายวา่ สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถ
ของบุคคลทีแ่ สดงออกมา สามารถควบคุมตนเองได้ดี และรวมถงึ ความสามารถอื่นๆ ทีร่ ่างกายปฏิบตั งิ าน
หรือภารกิจตา่ งๆ ไดเ้ ปน็ เวลานานๆ โดยไม่เกิดความเหนด็ เหน่อื ยงา่ ยและได้ผลดีไม่เส่อื มประสทิ ธิภาพ
สุเนตุ นวกิจกลุ (2524:1) ไดใ้ หค้ วามหมายของคำวา่ สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ลกั ษณะของ
สภาพรา่ งกายที่มีความสมบรู ณแ์ ข็งแรง อดทนตอ่ การปฏิบัตงิ าน มีความคล่องแคลว่ วอ่ งไว รา่ งกายมีความ
ตา้ นทานโรคสงู ผทู้ ี่มีสมรรถภาพทางกายทีด่ ี มกั จะเปน็ ผู้มีจิตใจร่าเรงิ แจ่มใส และมรี า่ งกายสง่าผา่ เผย
สามารถปฏบิ ตั ิภารกจิ การงานไอย่างมปี ระสิทธิภาพ
Jensen (1980:125) กลา่ วถงึ สมรรถภาพทางกายว่า เปน็ ความสามารถของบุคคลในการปฏิบัติ
กจิ กรรมตา่ งๆ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ โดยอาศยั องคป์ ระกอบต่างๆ ท่ีมีอยูค่ ือ ความแข็งแรง ความอดทน
ความอ่อนตัว พลงั ความคล่องแคล่วว่องไว และความเร็ว และหากจะเนน้ ถึงการพัฒนาสมรรถภาพทาง
กายแล้วจะต้องเนน้ ที่ความแข็งแรง ความอดทน และความออ่ นตัว
Clarke (1976 : 14) กล่าวว่า สมรรถภาพทางกาย หมายถึง ความสามารถในการประกอบ
กิจกรรมประจำวัน ด้วยความกระฉบั กระเฉง วอ่ งไว ปราศจากความเหน็ดเหน่ือย เม่ือยล้า และมีพลังงาน
เหลอื พอที่จะนำไปใช้ในการประกอบกจิ กรรมบนั เทิงในเวลาว่าง และเตรยี มพรอ้ มท่จี ะเผชญิ ภาวะฉกุ เฉนิ
ได้ดี
Johnson and Stolberg (1971 : 9 - 10) กล่าววา่ สมรรถภาพทางกายนั้นเป็นความสามารถใน
การประกอบกิจกรรมหนัก ๆ ไดเ้ ป็นอย่างดี และรวมถงึ คุณลักษณะต่าง ๆ ของการมีสขุ ภาพและความ
เปน็ อย่ทู ่ีดีของบุคคลซ่ึงมีองค์ประกอบต่าง ๆ ได้แก่)
1. ความสามารถของระบบไหลเวยี นโลหติ และหายใจ
(Cricular – Respiratory Fitness)
6
2. ความอดทน (Endurance)
3. ความแขง็ แรง (Strength)
4. ความอ่อนตัว (Flexibility)
5. สัดส่วนของรา่ งกายที่พอเหมาะ (Body Composition)
จากความหมายท่กี ล่าวมาสรุปได้วา่ สมรรถภาพทางกาย หมายถงึ ความสามารถของรา่ งกายใน
การประกอบกิจกรรมตา่ ง ๆ ได้เปน็ เวลานานตดิ ต่อกนั อย่างมีประสทิ ธิภาพ
2. ความสำคญั ของสมรรถภาพทางกาย
สมรรถภาพทางกายมีความสำคญั ตอ่ การปรับปรุงคณุ ภาพชีวติ เป็นสว่ นสำคญั ท่ีจะทำให้มนุษย์
สามารถปฏบิ ัติงานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพผลการเปน็ ผทู้ ี่มปี ระสิทธิภาพ ทางกายที่ดี คือ
1. ลดอตั ราการเส่ยี งต่อการเป็นโรคหัวใจ
2. เพิ่มพูนประสิทธิภาพของระบบตา่ งๆในรา่ งกาย เช่นระบบหมุนเวียนโลหิต
ระบบการหายใจ ระบบการย่อยอาหาร ฯลฯ
3. ทำให้รูปรา่ ง และสดั ส่วนของรา่ งกายดีขนึ้
4. ช่วยควบคมุ มใิ ห้นำ้ หนักเกิน หรอื ควบคุมไขมันในรา่ งกาย
5. ช่วยลดความดันโลหติ สงู
6. ช่วยลดไขมนั เลอื ด
7. เพม่ิ ความคลอ่ งตัว เกิดปะสิทธิภาพในการทำงาน
3. องคป์ ระกอบของสมรรถภาพทางกาย
จากความหมายของคำว่า สมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) ผทู้ ่ีมสี มรรถภาพทางกายทด่ี ี
ควรจะมอี งค์ประกอบคือ
1. ศักยภาพหรือความสามารถของระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือด (Curculio -
respiratory Capacity)หรือ ความอดทนของระบบไหลเวียนเลือด( Curculio - Respiratory or
Cardiovascular Endurance) ศักยภาพหรือความสามารถของระบบหายใจและระบบไหลเวียนเลือด
เรียกอกี อย่างว่า ความ อดทนของระบบไหลเวียนเลือด หมายถึง คุณสมบตั ิทีส่ ามารถอดทนต่อการปฏิบัติ
กจิ กรรมหนักได้เป็นระยะเวลานาน ๆ หรืออาจกลา่ วได้วา่ สมรรถภาพของระบบไหลเวียนเลือด (Curculio
= Respiratory Fitness) หมายรวมอยู่ในกิจกรรมท่ตี ้องการใช้
กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของร่างกายเป็นส่วนมาก เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ทั้งนี้ษณเพราะกิจกรรมเหล่านี้
กระตุ้นหัวใจและระบบการไหลเวียนเลือดกับระบบหายใจได้ทำงานในระดับสูงขึ้นกว่าปกติอย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
2. ความอดทนของกล้ามเนื้อ (Muscular Endurance) ความอดทนของกล้ามเนื้อหมายถึง
คุณสมบัติที่บุคคลสามารถเพียรพยายามทำงานในกิจกรรมที่ต้องใช้กลุ่มกล้ามเนื้อกลุ่มเดียวกันเป็นระยะ
เวลานาน ๆ เช่น ดงึ ข้อ ดนั พน้ื ลุกนั่ง
7
3. ความแข็งแรง (Strength) ความแข็งแรง หมายถึง ความสามารถในการใช้แรงสูงสุดในการ
ทำงานเพียงครั้งเดยี ว มีอยู่ 2 ลักษณะ คอื
3.1 ความแข็งแรงแบบอยู่กับที่ (Isometric or Static Strength) หมายถึง ลักษณะของการใช้
แรงจำนวนสูงสุดในครั้งเดียว ที่บุคคลสามารถกระทำต่อแรงต้านทานชนิดอยู่กับที่ในขณะที่กล้ามเน้ือ
ทง้ั หมดกำลังหดตัว
3.2 ความแข็งแรงแบบไม่อยู่กับที่ (Isotonic or Dynamic Strength) หมายถึง จำนวนความ
ตา้ นทานที่บุคคลสามารถกระทำให้ผ่านพ้นไปไดร้ ะหวา่ งการใช้แรงในขณะมีการเคล่ือนท่ีอย่างเต็มแรงของ
ข้อต่อเฉพาะแห่งหรือข้อต่อหลาย ๆ แห่งของร่างกายรวมอยู่ด้วย เช่นการงอแขนยกบาร์เบล ดังนั้นความ
แข็งแรงจึงเป็นการทำงานของกล้ามเน้ือเฉพาะส่วนหรือเฉพาะกลุ่มซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของแรงต้านทาน
(หมายถึง แรงต้านทานแบบอยกู่ ับทห่ี รือเคล่อื นที่)
4. ความยืดหยุ่น (Flexibility) ความยืดหยุ่นหรือความอ่อนตัว หมายถึง ศักยภาพหรือ
ความสามารถพื้นฐานของข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้ตลอดระยะเวลาของการเคลื่อนที่ตามปกติ ความยืดหยุ่น
จึงค่อนข้างเจาะจงลงที่ข้อต่อ ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของกล้ามเนื้อและเอ็น ( Musculature and
Connective Tissue) รอบ ๆ ข้อต่อนั้นมากกว่าโครงสร้างของกระดูกข้อต่อเอง (ยกเว้นกรณีที่เป็นโรค
กระดกู เสอ่ื มหรือไมส่ ามารถทำงานได)้ การเคลอื่ นท่ีของขอ้ ตอ่ ที่มากกว่าปกติ คอื ความสามารถพเิ ศษที่เกิด
จากการฝึกฝนของคนแต่ละคน เช่นท่าทางต่าง ๆ ของนักกายกรรม หรือนักยิมนาสติก ซึ่งเป็นการกระทำ
ทค่ี นปกติทำไม่ได้
5. องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) องค์ประกอบของร่างกายจัดเป็นส่วนหนึ่ง
ของสมรรถภาพทางกาย เพราะในปัจจุบันมีหลักฐานยืนยันได้ว่า ไขมันส่วนเกินที่เก็บเอาไว้ในร่างกายมี
ความเกี่ยวข้องกับ ข้อจำกัด ของสุขภาพและสมรรถภาพทางกาย การวัดองค์ประกอบของร่างกายจึงวัด
ออกมาเปน็ เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย
หลกั การเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย
เจริญ กระบวนรัตน์ (2540) การฝึกเพื่อเสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกายท่ีถูกต้องเหมาะสมเป็นหนทางที่จะ
นำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาและเสริมสร้างให้มีสมรรถภาพทางกายที่ดี ไม่มีทางลัดใด ๆ ที่จะทำให้
ประสบความสำเร็จในการเสรมิ สร้างสมรรถภาพทางกายได้เป็นอย่างดีเทา่ การฝึกที่ดี มีระบบและถูกหลัก
ด้วยเหตุนี้การฝึกจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากและเป็นทางเดียวที่จะนำไปสู่การเสริมสร้างให้มี
สมรรถภาพทางกายที่ดี ดังนั้น ระยะเวลา (Duration) ความหนักเบา (Intensity) และความบ่อยครั้ง
(Frequency) ในการฝกึ จะตอ้ งจัดใหส้ อดคล้องและเหมาะสมกับระดบั ความสามารถของแต่ละบุคคล การ
ฝึกหนักเกินไปหรอื หกั โหมเกินไปจะทำใหเ้ หน็ดเหน่ือยและไม่สามารถฝกึ ต่อไปได้
ดังนน้ั การจะเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพร่างกายเพื่อทำให้เรามสี มรรถภาพทด่ี ีนัน้ ขน้ึ อยู่กบั โปรแกรมการฝกึ ซง่ึ
จัดใหส้ อดคลอ้ งตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ทีต่ ้องการ ควรพจิ ารณาถงึ หลักในการเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกาย
ดังน้ี
8
1. ฝกึ จากนอ้ ยไปมาก ฝกึ จากเบาไปหาหนกั และจะตอ้ งฝึกจนกระทง่ั ร่างกายเกดิ
อาการเหนด็ เหน่ือยปวดเมื่อยตามกลา้ มเนื้อ การฝึกจะตอ้ งให้เพยี งพอกบั ความต้องการของร่างกายของแต่
ละบคุ คล อย่าฝึกจนกระทงั่ เหนอื่ ยมากเกนิ ไป หรอื น้อยเกินไปจนไมร่ สู้ ึกเหนด็ เหนื่อยอย่างเตม็ ที่จะต้องฝึก
ใหพ้ อเหมาะพอดีกบั สภาพรา่ งกายและความตอ้ งการของแตล่ ะคน การฝึกจงึ จะไดผ้ ลดี
2. การฝึกจะต้องทำเปน็ ประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อใหร้ ่างกายเกดิ ความเคยชินกับ
สภาพการเคลอื่ นไหวของกิจกรรมนัน้ ๆ
3. การฝึกจะตอ้ งใชห้ ลกั การปรับเพ่มิ ความหนกั (Overload Principles) เปน็ ระยะ ๆ
เพอ่ื ให้ร่างกายมีการพัฒนาปรบั ตวั ดีขึ้น ความหนักท่ีจะปรบั เพมิ่ ข้ึนควรคำนึงว่าจะเพิ่มข้นึ สักเทา่ ใดและจะ
เพิ่มขึ้นอีกเมื่อใด รวมทั้งการฝึกวันละกี่ชั่วโมงและอาทิตย์ละกีค่ รั้ง ผู้ฝึกควรมีโปรแกรมในการฝึกในแตล่ ะ
สัปดาห์ใหช้ ดั เจนแนน่ อน
ดว้ ยเหตุผลดงั กลา่ วขา้ งต้นจึงนำไปสู่การพฒั นานวัตกรรม ฐานบนั ไดนอน ขึน้ มาซึ่งเป็นนวัตกรรม
ที่สร้างง่าย ใช้ผู้ใช้ก็เกิดประโยชน์ในดา้ นการเพิ่มสมรรถภาพทางกายได้ครบทุกด้านในเวลาไม่นาน ทั้งยัง
กอ่ ให้เกดิ ความสนุกสนาน เกดิ ความคดิ สร้างสรรคอ์ ีกด้วย
5.2 งานวจิ ัยทเี่ ก่ียวข้อง
นวลจันทร์ เพ็งเที่ยง (2547). ได้ทำการวิจยั เร่ือง “การสร้างเกณฑ์ปกติสมรรถภาพทางกาย
เพอ่ื สขุ ภาพของนักเรยี นระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที 1่ี -3 โรงเรียนเซนต์จอห์น” วัตถุประสงค์ของการวจิ ยั คอื
เพ่อื สร้างเกณฑ์ปกตสิ มรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของนักเรยี นระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โรงเรียน
เซนตจ์ อห์นประชากรในการวิจัยเป็นนกั เรยี นท่ีกำลงั ศกึ ษาอยู่ในระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1-3 ปกี ารศึกษา
2546 จำนวนทัง้ สน้ิ 594 คนเป็นนักเรยี นชาย 336 คนและนักเรยี นหญิง 258 คน เครอ่ื งมอื ท่ีใชใ้ นการ
วจิ ยั ใช้แบบทดสอบของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุขซ่ึงประกอบดว้ ย 8 รายการคือว่ิง 50 เมตรยนื
กระโดดไกลลกุ นัง่ 30 นาทีวิง่ เก็บของน่ังงอตัวไปขา้ งหนา้ วง่ิ 600 เมตร วิเคราะห์ขอ้ มลู โดยการหา
ค่าเฉลีย่ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนการทดสอบสมรรถภาพทางกายทกุ รายการและสร้าง
เกณฑป์ กตสิ มรรถภาพทางกายเพ่ือสขุ ภาพแต่ละรายการโดยใช้คะแนนทีผลการศึกษาวจิ ัยพบว่า
ระดับสมรรถภาพทางกายเพอื่ สุขภาพของนักเรียนชายและนักเรยี นหญงิ ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3 สว่ นมาก
มีนำ้ หนกั และส่วนสงู อยใู่ นระดับปานกลาง และตามเกณฑ์มสี มรรถภาพทางกายรายการว่งิ 50 เมตรอยใู่ น
ระดบั ดี รายการยืนกระโดดไกลอยูร่ ะดบั ปานกลาง รายการลกุ -- นง่ั 30 วนิ าทอี ยู่ในระดับปานกลาง
รายการวง่ิ เกบ็ ของอยู่ในระดับตำ่ รายการงอตวั ไปข้างหน้าอยใู่ นระดบั ปานกลาง และรายการวิ่ง 600
เมตรอยู่ในระดับปานกลาง
5.3 กรอบแนวคิดในการพฒั นานวัตกรรม 9
การศกึ ษาปัญหาเร่ืองสมรรถทางกายของ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพ่ิม
นกั เรยี นในวยั รุน่ ตอนตน้ พบว่าคอ่ นขา้ งน้อย สมรรถภาพทางกายให้เหมาะสมกับวัย
เม่ือเปรยี บเทียบกบั เกณฑ์มาตรฐาน
ภาพประกอบท่ี 1 กรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม
6. ขัน้ ตอนหรอื วธิ ีการสร้างหรอื พฒั นานวตั กรรม
ข้ันตอนการสร้างและพัฒนานวัตกรรม มีขนั้ ตอนดงั ต่อไปน้ี
6.1 การวเิ คราะหเ์ นอ้ื หาบทเรยี นก่อนสรา้ งนวตั กรรม
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
1. กำหนดรายละเอยี ดขนั้ ตอน และวนั เวลาทจี่ ะดาเนินการเก็บขอ้ มลู ผ้เู รยี น
2. จดั เตรยี มความพรอ้ มของอุปกรณต์ า่ งๆ ท่ีใช้ในการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
3. ดำเนนิ การทดสอบสมรรถภาพทางกายและบนั ทึกข้อมูลของผทู้ ดสอบ
6.1.2 ขนั้ ตอนการวิเคราะห์เน้อื หาและออกแบบบทเรยี น
การวเิ คราะห์ข้อมลู
การวเิ คราะห์ข้อมูล ใชเ้ ครื่องมอื วิเคราะห์ผลการเจริญเติบโตและสมรรถภาพทางกาย 5 ดา้ น โดยสร้างขึ้น
จากโปรแกรม Microsoft Excel 2003 ใช้เกณฑ์อ้างอิง มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของกรมพลศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการเปน็ ฐานข้อมูล และประเมนิ ผลผู้เรียนตามเกณฑ์ 5 ระดบั ดังนี้
1. เกณฑด์ ีมาก
2. เกณฑ์ดี
3. เกณฑป์ านกลาง
4. เกณฑต์ ่ำ
5. เกณฑต์ ่ำมาก
10
6.2 ข้ันตอนการสรา้ งนวตั กรรม
จากการศึกษาสภาพปัญหาการวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลด้าน
สมรรถภาพทางกายของนักเรยี นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี1 ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนบ้านเชงิ ดอย(ดอย
สะเกด็ ศึกษา)ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากโปรแกรม Microsoft Excel 2019
ซงึ่ สามารถนำเสนอในรปู แบบตารางประกอบความเรยี ง ดงั นี้
11
( ) (%)
** ** 10 20.00
** ** 3 6.00
** ** 10 20.00
** ** 22 44.00
** ** 5 10.00
50 100.00
6.2.1 ขัน้ วางแผน
ศกึ ษาแนวคิดทฤษฎีการทดสอบสมรรถภาพทางกายรูปแบบต่างๆซึ่งสว่ นใหญแ่ ล้วเป็นการ
ทดสอบที่สร้างขึ้นในประเทศยุโรปและอเมริกา จึงมีแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายมากมาย มีทั้ง
แบบทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไก แบบทดสอบประสิทธิภาพ
การไหลเวียนโลหิตซง่ึ แบบทดสอบสมรรถภาพดงั กลา่ ว (ไพฑูรย์ แสนวิเศษ, 2528) ได้แก่
1. แบบทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยนักมานุษยวิทยาชาว
ฝร่งั เศสไดผ้ ลติ ไดนาโมมเิ ตอร์ (Dynamometer) สาหรบั วัดข้ึน และตอ่ ๆมามแี บบทดสอบท่ีสร้างข้ึนไดแ้ ก่
1.1 แบบทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ของซาเจนท์ (Sargent) ที่เรียกว่า Intercollegiate
Strength Test
1.2 เครื่องวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ของเคลล็อกกี้ ( Kelloggy) ที่เรียกว่า Universal
Dynamometer
1.3 แบบทดสอบสำหรบั วัดกลุ่มกล้ามเนอื้ ทที่ าหน้าทเ่ี คลอ่ื นไหว 30 ข้อ ของ”คลารค์ (Clarke)
1.4 แบบทดสอบความแขง็ แรงของกล้ามเนื้อของโรเจอร์ (Roger) ทเ่ี รยี กว่า Roger PFI Test
1.5 แบบทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อของเคราส์ (Kraus) ที่เรียกว่าKraus Weber Strength
Tests
11
2. แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไก ซึ่งเรม่ิ มใี ชใ้ นระหวา่ งสงครามโลกครัง้ ที่ 2 ไดแ้ ก่
2.1 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกของอินเดียน่า (Indiana Motor Fitness Test) ผู้ที่คิดค้นขึ้นคือ
บุ๊ค
วอลเตอร์ (Book Walter)
2.2 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกของทหารบก (Motor Fitness Test the Armed Force)
2.3 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายท่ใี ช้ทดสอบกับนักบินนาวี (The Naval Preflight Program)
2.4 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกระดบั ประถมศกึ ษา (Elementary School Motor Fitness Tests)
ของแฟรงคก์ ลน้ิ และเลหส์ เตน (Franklin and listens)
2.5 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกของโอเรกอน (Oregon Motor Fitness Test)
3 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกทว่ั ไป (General Motor Fitness Test) ไดแ้ ก่
3.1 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกท่ัวไปของนิวตนั (Newtons Motor Ability Test)
3.2 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกของสก๊อต (Scoot Motor Ability Test)
3.3 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกของแบรโ์ รว์ (Barrow Motor Ability Test)
3.4 แบบทดสอบความสามารถในการเล่นกีฬาทั่วไป โดยวัดจากความสามารถทางด้านกลไกของโคเซน์
(The Coizens Test of General Athletic Motor Ability)
3.5 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกของลารส์ นั (Larsons Motor Ability)
3.6 แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกทั่วไปของแม็คคลอย (McCloys General Athletic Motor
Ability)
3. แบบทดสอบการทำงานของหัวใจและประสิทธภิ าพในการไหลเวยี นโลหิต (Cardio Vascular Test)
4. แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายมาตรฐานระหว่างประเทศ เป็นแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายตาม
แบบของ”คณะกรรมการนานาชาติเพื่อจัดหามาตรฐานการทดสอบความสมบูรณ์ทางกาย”
(International Committee for the Standardization of Physical Fitness Test) ช่ือย่อ ICSPFT แต่
ปัจจบุ นั
ได้เปลี่ยนจากนานาชาติเพื่อจัดหามาตรฐานการทดสอบความสมบูรณ์ทางกายเป็น “สภานานาชาติเพ่ือ
การวิจัยความสมบูรณ์ทางกาย” International Council for Physical Fitness Research มีชื่อย่อว่า
ICPFR
5. แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกของสมาคมกีฬาสมัครเล่นแห่งประเทศญี่ปุ่น Japan Amateur
Sport Association (JASA)
6. แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย ฟิสคิ อล เบสท์ (Physical Best)
6.2.2 ข้นั ดำเนนิ การ
1) สร้างแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้น
มธั ยมศึกษาปีท่ี1 โดยใชบ้ นั ไดนอน โดยมกี ารจดั ทำแผนการจัดการเรยี นรู้จำนวน 11 แผน
12
2)นำแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่1 โดยใช้บันไดนอน เสนอต่อผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเชิงดอย(ดอยสะเก็ดศึกษา) เพ่ือ
พิจารณาในการดำเนินการ
3) ทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีท1่ี โดยใชบ้ ันไดนอน กับนกั เรียนกลมุ่ ตัวอยา่ ง
6.3 ขน้ั ตอนการหาประสทิ ธิภาพของนวตั กรรม
ตรวจสอบประเมินผลนวัตกรรม การใช้บันไดนอน เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกายของ
นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ดงั น้ี
1) ประเมินโดยการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ศึกษาได้ใช้แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การ
พัฒนาสมรรถภาพทางกายโดยใช้บันไดนอน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 และแบบสอบถามเพ่ือ
พัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจสอบความ ถูกต้อง
เหมาะสมและปรับปรุงแก้ไขตามคาํ แนะนาํ
2) ประเมนิ โดยการทดลองกับกล่มุ ตวั อย่าง
หลังจากผู้เชยี วชาญตรวจสอบและใหค้ าํ แนะนําแล้ว ผู้ศึกษาไดร้ วบรวมข้อคิดเห็นและ
คําแนะนําเกย่ี วกับ ขอ้ บกพร่องต่างๆ นาํ ไปปรบั ปรุงแก้ไข แลว้ นําไปทดลองกับกลุ่มตวั อย่าง
6.4 ปรบั ปรุงนวตั กรรม
1. ตอ้ งมีความคิด คดิ นอกกรอบ คดิ ข้ามศาสตร์ คดิ สรา้ งสรรค์ คิดสง่ิ ใหม่ เพอื่ สรา้ งความ
ไดเ้ ปรยี บในการแข่งขนั เพื่อเอาชนะปญั หาอปุ สรรคต่าง ๆ เพ่ือประโยชน์ของสาธารณะชน ฯลฯ
2. ต้องมี Project เม่ือคดิ ได้แลว้ นาส่งิ ทคี่ ดิ ได้มาบริหารจดั การเชิงกลยุทธท์ าเป็นโครงการ ทำ
Action Plan ทำตวั ช้ีวัดความสำเร็จ ( Key Performance Indicators (KPI) )
3. มีการประเมินผลโครงการ
4. ตอ้ งมกี ารปรับแผน ใช้แผนสำรอง มกี ารปรังปรงุ อย่างตอ่ เนือ่ ง
7. กระบวนการหาคณุ ภาพของนวตั กรรม
การสรา้ งเครอ่ื งมือทใี่ ช้ในการพัฒนานวัตกรรม คร้ังนม้ี ี 3 เคร่ืองมอื ได้แก่
1. แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี1
โดยใช้บนั ไดนอน
2. แบบประเมนิ
13
3. แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการใช้แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาสมรรถภาพ
ทางกายของนกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที 1ี่ โดยใชบ้ นั ไดนอน
1. แผนการจดั การเรียนรู้เรื่อง การพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี
1 โดยใช้บนั ไดนอน จำนวน 12 แผน 12 ชว่ั โมง
1.1 ศกึ ษาหนังสือแหลง่ เรยี นรูต้ า่ งๆไดแ้ ก่ อนิ เตอรเ์ นต็ วารสาร เพือ่ ค้นควา้ เน้อื หาทส่ี อดคล้องกับ
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ีกำหนดไว้
1.2 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน
บ้านเชิงดอย(ดอยสะเกด็ ศึกษา) จังหวดั เชียงใหม่ ในรายวิชาสขุ ศกึ ษาและพลศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษา
โดยศึกษาสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและเลอื กหน่วยการเรียนรู้ท่ี
เหมาะสมซง่ึ พิจารณาเลือกเนือ้ หาท่สี อดคล้องกบั การจัดการเรียนรู้ ซ่ึงผูศ้ ึกษาไดน้ ำมาปรับใช้ให้เหมาะสม
กบั การจัดการเรยี นการสอนในชนั้ เรยี น โดยมี ท้งั หมด 11 แผน รวม 11 ชวั่ โมง
1.3 ผู้ศึกษานาํ แผนการจัดการเรียนรู้ นาํ เสนอผอู้ ำนวยการโรงเรียน เพอ่ื พิจารณา แผนการสอน
และนาํ ไปปรบั ปรงุ แก้ไข
1.4 ผ้ศู กึ ษานําแผนการเรียนรูท้ ี่ปรบั ปรงุ แก้ไขแล้วไปเสนอผู้เช่ยี วชาญ 3 ท่าน เพือ่ พิจารณา
ความถูกตอ้ ง เหมาะสม และตรวจสอบคณุ ภาพของแผนกาจดั การเรยี นรูแ้ ละนำแผนการจัดการเรียนรมู้ า
ปรบั ปรุงแก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขน้ึ เพ่ือให้บรรลเุ ป้าหมาย โดยใช้เกณฑ์การกำหนดคะแนนความคิดเหน็ ไว้
ดงั น้ี
ให้คะแนน +1 หมายถึง แน่ใจแผนการจัดการเรยี นรู้มีความสอดคลอ้ งกบั เนื้อหาและจุดประสงค์
การเรยี นรู้
ให้คะแนน 0 หมายถงึ ไมแ่ น่ใจแผนการจัดการเรียนรู้มคี วามสอดคลอ้ งกบั เนื้อหาและ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ใหค้ ะแนน -1 หมายถึง แน่ใจแผนการจดั การเรียนรู้ไมม่ ีความสอดคล้องกับเน้ือหาและ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ดัชนคี วามสอดคล้อง(Index of Item Objective Congruence)ซงึ่ มีค่าเทา่ กบั 0.50 ข้ึนไปถือวา่ มีความ
สอดคล้องอย่ใู นเกณฑท์ ยี่ อมรับได้
1.5 นำผลการประเมนิ จากผเู้ ช่ียวชาญมาวเิ คราะห์เพื่อหาค่าความสอดคลอ้ ง ซึ่งสรปุ ผลได้ดังนี้
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 มคี า่ ดชั นคี วามสอดคล้องระหว่าง 0.67 ถงึ 1.00
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67 ถึง 1.00
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 มคี ่าดัชนีความสอดคล้องระหวา่ ง 0.67 ถึง 1.00
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 มีคา่ ดัชนีความสอดคล้องระหวา่ ง 0.67 ถงึ 1.00
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5 มคี า่ ดัชนีความสอดคล้องระหวา่ ง 0.67 ถึง 1.00
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 มีคา่ ดชั นคี วามสอดคล้องระหว่าง 0.67 ถึง 1.00
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7 มคี ่าดัชนคี วามสอดคล้องระหวา่ ง 0.67 ถึง 1.00
14
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8 มคี ่าดชั นคี วามสอดคล้องระหว่าง 0.67 ถึง 1.00
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 9 มคี า่ ดชั นีความสอดคล้องระหว่าง 0.67 ถึง 1.00
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 มีค่าดัชนคี วามสอดคล้องระหวา่ ง 0.67 ถึง 1.00
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11 มีคา่ ดชั นคี วามสอดคล้องระหว่าง 0.67 ถึง 1.00
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 12 มคี า่ ดชั นคี วามสอดคล้องระหวา่ ง 0.67 ถงึ 1.00
สรุปได้วา่ แผนการจัดการเรียนรเู้ รอื่ ง การพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษา
ปีท่1ี โดยใชบ้ นั ไดนอน มคี วามเหมาะสมสามารถนำไปใช้ได้
1.6 ผศู้ ึกษานำแผนการจัดการเรยี นรเู้ ร่อื ง การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่1ี
โดยใช้บันไดนอน ท่ีไดร้ ับการตรวจสอบและปรับปรุงแกไ้ ขแล้วไปใชก้ ับกลุ่มตัวอยา่ ง
2 แบบประเมนิ สมรรถภาพทางกาย
เกณฑม์ าตรฐานการทดสอบสมรรถภาพทางกายนักเรียน 5 รายการ
2.1 ยืนกระโดดไกล
2.2 วง่ิ กลบั ตวั ระยะ 10 เมตร
2.3 ลกุ -นัง่ 30 วนิ าที
2.4 ความอ่อนตัว
2.5 ว่ิงเร็ว 50 เมตร
สร้างเกณฑ์โดยใช้เกณฑ์อ้างอิง มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของกรมพลศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารเป็นฐานขอ้ มลู และประเมินผลผเู้ รยี นตามเกณฑ์ 5 ระดับ ดงั น้ี
1. เกณฑด์ มี าก
2. เกณฑด์ ี
3. เกณฑป์ านกลาง
4. เกณฑต์ ำ่
5. เกณฑต์ ่ำมาก
โดยการแปลความหมายระดับคะแนนเปน็ เกณฑ์ดงั ตารางต่อไปน้ี
15
ตารางท่ี 3 เกณฑม์ าตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชาย อายุ 14 ปี รวมท่วั ประเทศ
รายการ ดีมาก ดี ปานกลาง ต่ำ ตำ่ มาก
- นง่ั งอตัวไปขา้ งหน้า 13.1 ข้นึ ไป 10.3-13.0 4.6-10.2 1.8-4.5 1.7 ลงมา
- ยืนกระโดดไกล 207 ขน้ึ ไป 195-206 171-194 159-170 158 ลงมา
- ลกุ -นั่ง 30 วนิ าที 28 ข้ึนไป 26-27 21-25 19-20 18 ลงมา
- วง่ิ เก็บของ 10.85 ลง 1 0. 8 6 - 1 1 . 3 5 - 1 2 . 3 4 - 12.83 ข้ึน
มา 11.34 12.33 12.82 ไป
- วง่ิ 50 เมตร 7.39 ลงมา 7.40-7.94 7.95-9.05 9.06-9.60 9.61 ขึน้ ไป
ตารางที่ 4 เกณฑม์ าตรฐานสมรรถภาพทางกายของนกั เรียนหญิง อายุ 14 ปี รวมท่ัวประเทศ
รายการ ดมี าก ดี ปานกลาง ต่ำ ตำ่ มาก
- นง่ั งอตวั ไปข้างหน้า 13 ข้ึนไป 10.3-12.9 4.8-10.2 2.0-4.7 1.9 ลงมา
- ยืนกระโดดไกล 168 ขนึ้ ไป 158-167 139-157 129-138 128 ลงมา
- ลุก-นั่ง 30 วนิ าที 21 ขึ้นไป 19-20 14-18 11-13 10 ลงมา
- วิ่งเก็บของ 12.24 ลง 1 2 . 2 5 - 1 2 . 8 0 - 1 3 . 9 1 - 14.46 ขึ้น
มา 12.79 13.90 14.45 ไป
- วิง่ 50 เมตร 8.72 ลงมา 8.73-9.34 9.35-10.58 1 0 . 5 9 - 11.20 ขึ้น
11.19 ไป
2.5 นำแบบประเมินสมรรถภาพทางกาย ที่สร้างขึ้นให้ผู้อำนวยการโรงเรียนตรวจสอบความ
ถกู ต้องและเหมาะสมและปรบั ปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ
2.6 นำแบบประเมินสมรรถภาพทางกายและเกณฑ์การให้คะแนนที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปให้
ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่านตรวจสอบคุณภาพด้านความเที่ยงตรง สำหรับแบบประเมินเกณฑ์อ้างอิง
มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของกรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
จุดประสงคก์ ารเรียนร้โู ดยใช้เกณฑ์การกำหนดคะแนนความคดิ เห็นไว้ดังน้ี
1. เกณฑด์ ีมาก
2. เกณฑด์ ี
3. เกณฑป์ านกลาง
4. เกณฑต์ ำ่
5. เกณฑ์ตำ่ มาก
16
2.7 นำผลการประเมินจากผเู้ ชยี่ วชาญมาวิเคราะหผ์ ลเพอื่ หาแนวทางแก้ไข
2.8 นำแบบประเมินทักษะการจัดการเรียนรู้เรื่อง การพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ่ี1 โดยใช้บันไดนอน ทแี่ กไ้ ขแล้วไปใชก้ บั กล่มุ ตวั อยา่ ง
8. การนำนวตั กรรมไปใช้ในการพฒั นา/แกไ้ ขปัญหา
การนำนวตั กรรมไปใช้ในการพฒั นา/แกป้ ัญหา เรือ่ ง การจัดการเรยี นรู้เรอ่ื ง การพฒั นา
สมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 โดยใชบ้ ันไดนอน ดังน้ี
ชี้แจงจุดประสงค์การเรยี นรู้
ประเมินก่อนเรยี น (Pre - test)
ดำเนินการจดั การเรยี นรู้การจัดการเรยี นรู้เรื่อง การพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชนั้
มัธยมศกึ ษาปีที่1 โดยใชบ้ นั ไดนอน
ประเมนิ หลงั เรียน (Post - test)
ภาพประกอบท่ี 2 การนำนวัตกรรมไปใชใ้ นการพัฒนา/แกป้ ญั หา
17
วิธสี อนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขน้ั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของตนเอง จากใบงานที่
13.1
ขั้นท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
นักเรียนรวมกลุ่มเดิม แล้วร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย จากหนังสือ
เรียน ตามประเด็นท่ีกำหนด
ข้นั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. สมาชิกแต่ละคนผลัดกันอธิบายความรู้ที่ได้จากการศึกษาเกี่ยวกับวิธีการสร้างเสริมสมรรถภาพทาง
กาย ใหส้ มาชกิ ภายในกลมุ่ ฟัง ตามประเด็นที่ไดศ้ ึกษา
2. นกั เรยี นแต่ละคนทำใบงานที่ 13.2 เรื่อง การสร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
3. ครแู ละนักเรียนช่วยกันเฉลยคำตอบในใบงานท่ี 13.2
ขนั้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันพิจารณาผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย จากใบงานที่ 13.1 แล้วผลัด
กันรายงานผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย และบอกแนวทางในการเสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกาย
2. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มทำใบงานท่ี 13.3 เร่อื ง วธิ กี ารสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย เสร็จแล้วนำส่ง
ครูตรวจ
ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูสมุ่ เรยี กนกั เรยี น 2-3 กลุ่ม ออกมานำเสนอใบงานท่ี 13.3 หน้าชนั้ เรียน ครตู รวจสอบความถูกต้อง
2. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ รอื่ ง การสร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
9. ผลการใช้นวตั กรรม
จากการศึกษาผลการจัดการเรยี นรูเ้ รอ่ื ง การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชัน้
มัธยมศกึ ษาปที ่ี1 โดยใช้บันไดนอน สรปุ ผลไดด้ ังน้ี
จากการเก็บรวบรวมขอ้ มูลนักเรียนเพอ่ื นำมาวิเคราะหผ์ ล และสรุปผลตามระดบั เกณฑ์มาตรฐาน
สมรรถภาพทางกายนักเรยี น 5 ด้าน พบวา่ นักเรียนมสี มรรถภาพทางกายอยูใ่ นเกณฑ์ตำ่ มาก จำนวน 1
คน คิดเปน็ ร้อยละ 20.00 เกณฑ์ตำ่ จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 4.00 เกณฑ์ปานกลางจำนวน 5 คนคิด
เป็นรอ้ ยละ 10.00 เกณฑ์ดจี ำนวน 15 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 30.00 เกณฑด์ มี ากจำนวน 27 คน คิดเปน็ ร้อย
ละ 54.00 ตามลำดบั
ผสู้ อนไดน้ ำข้อมลู ที่ได้จากการพฒั นาในครง้ั นี้มาวิเคราะห์ และนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
ดงั นี้
18
ผลการพฒั นาทักษะการปฏิบัติการจดั การเรียนรูเ้ ร่อื ง การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของ
นักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี1 โดยใชบ้ นั ไดนอน
ผ้ศู ึกษาวัด ผลการจดั การเรยี นรูเ้ รอื่ ง การพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษา
ปที 1ี่ โดยใช้บนั ไดนอน
ตารางท่ี 2-3 แสดงทกั ษะการจดั การเรยี นรเู้ รอ่ื ง การพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรยี น
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี1 โดยใช้บันไดนอน
จากตารางที่ 2-3 แสดงทักษะการพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีท1ี่
โดยใช้บนั ไดนอน ก่อนและหลังเรียนพบวา่ หลงั เรียนนกั เรยี นได้รับการพฒั นาทักษะการพัฒนา
สมรรถภาพทางกายของนักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี1่ โดยใช้บันไดนอน นกั เรยี นมคี ะแนนผลการทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย สูงกว่าก่อนเรียนจำนวน 50 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100
ตารางท่ี 2 แสดงผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายนักเรียนระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีท่1ี (ก่อนการ
พฒั นา)
** ** () (%)
** **
** ** 10 20.00
** ** 3 6.00
** ** 10 20.00
22 44.00
5 10.00
50 100.00
19
ตารางที่ 3 แสดงผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายนกั เรียนระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที1่ (หลงั การพัฒนา)
** ** () (%)
** **
** ** 1 2.00
** ** 2 4.00
** ** 5 10.00
15 30.00
27 54.00
50 100.00
ภาพประกอบท่ี 3 การนำนวตั กรรมไปใช้ในการพฒั นา/แก้ปัญหา
20
9.การอภิปรายผล และนำเสนอผลกระทบ (Outcome) ของการนำนวัตกรรมไปใช้
จากการศึกษาผลการพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีท1่ี โดยใช้บนั ได
นอนสามารถอภปิ รายได้ดงั นี้
การจะเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพรา่ งกายเพ่ือทำใหเ้ รามีสมรรถภาพท่ีดีนนั้ ข้ึนอยูก่ ับโปรแกรมการฝึก
ซ่งึ จัดใหส้ อดคลอ้ งตรงตามวตั ถุประสงค์ที่ตอ้ งการ ควรพจิ ารณาถงึ หลักในการเสริมสร้างสมรรถภาพทาง
กาย ดงั นี้
1. ฝึกจากน้อยไปมาก ฝึกจากเบาไปหาหนกั และจะตอ้ งฝกึ จนกระท่ังรา่ งกายเกิด
อาการเหนด็ เหน่ือยปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ การฝึกจะต้องใหเ้ พียงพอกับความต้องการของรา่ งกายของแต่
ละบคุ คล อย่าฝกึ จนกระท่งั เหนอ่ื ยมากเกินไป หรือน้อยเกนิ ไปจนไมร่ สู้ ึกเหนด็ เหนอ่ื ยอย่างเต็มทีจ่ ะต้องฝกึ
ใหพ้ อเหมาะพอดกี บั สภาพรา่ งกายและความต้องการของแตล่ ะคน การฝึกจงึ จะได้ผลดี
2. การฝกึ จะต้องทำเปน็ ประจำอย่างสมำ่ เสมอ เพอื่ ให้ร่างกายเกิดความเคยชนิ กับ
สภาพการเคล่ือนไหวของกจิ กรรมนน้ั ๆ
3. การฝกึ จะต้องใช้หลกั การปรบั เพม่ิ ความหนัก (Overload Principles) เป็นระยะ ๆ
เพอื่ ให้รา่ งกายมีการพัฒนาปรับตวั ดขี ้ึน ความหนักที่จะปรบั เพม่ิ ขนึ้ ควรคำนงึ ว่าจะเพิ่มข้ึนสกั เท่าใดและจะ
เพิ่มขนึ้ อีกเม่อื ใด รวมทั้งการฝึกวันละกช่ี ว่ั โมงและอาทิตยล์ ะก่คี ร้งั ผฝู้ ึกควรมีโปรแกรมในการฝกึ ในแตล่ ะ
สปั ดาหใ์ หช้ ดั เจนแน่นอน
4. ภายหลงั การฝกึ ซ้อมในแต่ละวนั จะตอ้ งมีเวลาพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวนั ละ
6 – 8 ชั่วโมงต่อหนึ่งคืน
5. การฝกึ จะต้องกระทำอยา่ งสม่ำเสมอต่อเน่ืองซึ่งในขนั้ พ้ืนฐานเบ้ืองต้นควรเริ่มต้นทีก่ ารฝกึ ความ
อดทน และเสรมิ สรา้ งความแข็งแรงทั่ว ๆ ไปรวมทงั้ ฝกึ ทักษะการเคล่อื นไหวเบอ้ื งตน้ ในชว่ งระยะ 1 เดอื น
แรก ต่อมาควรปรบั เพิ่มปรมิ าณความหนกั ในการฝึกมากขนึ้ มุ่งเน้นการฝึกทักษะความอกทน ความ
แขง็ แรงตลอดจนสมรรถภาพรา่ งกายในการประกอบ
กิจกรรมหรือทักษะการเคลื่อนไหวให้มีประสิทธิภาพสงู สดุ ฝกึ เนน้ ความสมั พนั ธ์และประสานงานของระบบ
กล้ามเนอ้ื
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย เป็นสิ่งทส่ี ำคัญอยา่ งยงิ่ ในการเรียนการสอน กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ซงึ่ เปน็ ดัชนีบง่ ช้ใี หค้ รูผูส้ อนกลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
และผ้ทู เ่ี กี่ยวข้องภายในสถานศึกษาได้ทราบถงึ พฒั นาการทางดา้ นร่างกายของนักเรยี นวา่ มภี าวะทางดา้ น
ร่างกายเปล่ยี นแปลงไปในทิศทางใด และสามารถนาข้อมูลของนักเรยี นมาปรับปรุงแก้ไขขอ้ บกพร่อง แบบ
รายกล่มุ และแบบรายบุคคลได้ และสามารถพัฒนาส่งเสรมิ ความสามารถทางด้านกฬี าหรือสง่ เสรมิ การ
ออกกาลงั กาย รวมทงั้ การพฒั นาทกั ษะในการดำเนินชวี ติ ประจาวันให้มีความสมดลุ ท้งั ดา้ นความรู้
21
ความสามารถ ตลอดจนการนำมาแก้ไขและปรับปรุงเทคนคิ วิธดี ้านการฝกึ ซอ้ มกีฬา และการเรียนการสอน
ของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ให้มปี ระสิทธิภาพดียิ่งข้ึน
ขอ้ เสนอแนะ
จากการศึกษาผลการพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีท1ี่ โดยใช้บันได
นอนผ้ศู ึกษามีข้อเสนอแนะสำหรับการศกึ ษาครง้ั ต่อไป ดังนี้
1. ต้องมีความคดิ คดิ นอกกรอบ คิดข้ามศาสตร์ คดิ สร้างสรรค์ คดิ สงิ่ ใหม่ เพือ่ สรา้ งความ
ไดเ้ ปรยี บในการแข่งขนั เพ่ือเอาชนะปัญหาอุปสรรคตา่ ง ๆ เพ่ือประโยชน์ของสาธารณะชน ฯลฯ
2. ตอ้ งมี Project เมอ่ื คดิ ได้แลว้ นาส่ิงทคี่ ิดได้มาบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ทาเปน็ โครงการ ทำ
Action Plan ทำตัวช้วี ดั ความสำเร็จ ( Key Performance Indicators (KPI) )
3. มกี ารประเมินผลโครงการ
4. ตอ้ งมกี ารปรับแผน ใชแ้ ผนสำรอง มีการปรังปรุงอย่างต่อเนอื่ ง
10. การเผยแพร่
ผูศ้ กึ ษาได้นำรายงานนวัตกรรม เร่ือง ผลการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนกั เรียนช้นั
มัธยมศึกษาปีท1่ี โดยใช้บนั ไดนอน ไปเผยแพรใ่ นกลุ่มสาระการเรียนรู้ การประชมุ กล่มุ สาระ และ PLC
กลุม่ สาระฯ เผยแพร่ประชาสัมพนั ธข์ องโรงเรยี นในการอบรมการพฒั นานวัตกรรมของโรงเรยี น และ
เผยแพรผ่ า่ นทางสื่อออนไลน์
22
ภาพประกอบที่ 4 การนำเสนอนวัตกรรมผา่ นทาง Facebook
23
บรรณานุกรม
กระทรวงศึกษาธิการ.(2544).หลกั สูตรการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2544.กรงุ เทพฯ : วัฒนา
พานิช
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.(2551). ตัวช้วี ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลางกลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพล
ศกึ ษา
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน. กรุงเทพฯ : ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศ
ไทย
กรมพลศกึ ษา; 2539 การศกึ ษาสมรรถภาพทางกายของนักเรียน ระดับอายุ 10-12 ปี
___________; 2540 การศึกษาสมรรถภาพทางกายของนักเรยี น ระดบั อายุ 13-15 ปี
24
ภาคผนวก
25
ภาคผนวก ก
รายชื่อผ้เู ช่ียวชาญตรวจสอบเครอื่ งมือ
26
รายชอ่ื ผ้เู ช่ียวชาญตรวจสอบเคร่อื งมือ
1. นายจำเนียร ไตรมาตร ผ้อู ำนวยการชำนาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นเชงิ ดอย(ดอยสะเกด็
ศกึ ษา)
2. ดร.พิมพ์ทอง สังข์สุทธพิ งค์ รองคณะบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
3. ศาสตราจารย์ มนัส ยอดคำ อาจารยภ์ าคพลานามัย คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
27
ภาคผนวก ก
แผนการพฒั นาสมรรถภาพทางกายของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปที 1่ี โดยใชบ้ ันไดนอน
28
เรื่องที่ 9 กิจกรรมสร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกาย
1 ช่วั โมง
วิธสี อนโดยใชน้ วตั กรรม : เสริมสร้างสมรรถภาพทางกายโดยใชฐ้ านบนั ไดนอน
ข้นั ท่ี 1 สังเกต รบั รู้
1. ครนู ำบนั ไดนอนมาใหน้ ักเรยี นดู แล้วถามนกั เรียนวา่ จากบันไดนอนท่ีนักเรยี นเหน็ จะสามารถใช้เพ่ือ
เปน็ การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายได้อยา่ งไร
2. ครอู ธิบายเพิม่ เติมจากคำตอบของนกั เรยี นวา่ การสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกาย สามารถทำได้
โดยการใช้บันไดนอนสร้างกจิ กรรมการออกกำลังกายในรปู แบบต่างๆ ซ่งึ เราสามารถออกแบบไดเ้ อง
ตามความคดิ
3. ครแู นะนำให้นักเรียนศึกษาความร้เู รื่อง กจิ กรรมสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกาย จากหนงั สอื
เรียน เพ่ิมเติมนอกเวลาเรยี น หรือส่อื อนิ เทอรเ์ นต็ แล้วมาประยกุ ต์ใช้กบั บนั ไดนอน
4. ครูแจ้งให้นกั เรียนทราบว่า ครูจะให้นกั เรียนออกแบบกิจกรรมสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกาย
โดยทีค่ รทู ำให้นักเรยี นดูเปน็ ตัวอย่างสัก 2-3 รูปแบบ
ข้นั ท่ี 2 ทำตามแบบ
1. ครอู อกแบบปฏิบัติกิจกรรมสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย สกั 2-3 รปู แบบ พร้อมอธบิ ายประกอบใน
แต่ละขัน้ ตอนตามลำดับ
2. นักเรยี นกลมุ่ เดิม ฝึกปฏิบัติกิจกรรมสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกาย ตามแบบท่ีครสู าธิตให้ดู
โดยผลดั กนั ทดสอบและตรวจสอบความถูกต้อง
ข้ันท่ี 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ
1. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันออกแบบ กจิ กรรมสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกายด้วยตนเอง
2. ครูสังเกตการปฏิบตั ิกจิ กรรมของนักเรียน หากพบว่ามีขอ้ บกพร่องครูอธบิ ายและให้
ขอ้ เสนอแนะ เพ่ือให้นักเรยี นสามารถปฏิบตั ิได้อยา่ งถกู ต้อง
ขน้ั ท่ี 4 ฝึกทำให้ชำนาญ
นกั เรียนแต่ละคนในกลมุ่ ผลัดกนั ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย โดยผลัดกันทดสอบและ
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง เสร็จแลว้ ให้ครใู ห้คำแนะนำให้ขอ้ เสนอแนะ
ครมู อบหมายใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนวางแผน และบันทกึ ผลการปฏิบตั ิกจิ กรรมสร้างเสรมิ
สมรรถภาพทางกายของตนเอง ในระยะเวลา 1 เดือน โดยใหค้ รอบคลมุ ประเดน็ ตามท่ีกำหนด
29
ภาคผนวก ค
แบบประเมินการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี1 โดยใช้บันไดนอน
30
รายการประเมนิ คำอธบิ ายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
1. การ วางแผนการสร้าง วางแผนการสรา้ งเสริม วางแผนการสรา้ งเสริม
วางแผน เพ่ือ เสรมิ สมรรถภาพทาง สมรรถภาพทางกายของ สมรรถภาพทางกายของ
สรา้ งเสริม กายของตนเองได้ ตนเองได้ถูกตอ้ ง ตนเองได้ถูกต้อง เหมาะสม
สมรรถภาพทางกาย ถกู ต้อง เหมาะสม เหมาะสมเปน็ ส่วนใหญ่ เป็นบางส่วน แต่นำไปปฏิบตั ิ
ของตนเอง และนำไปปฏิบตั ิจรงิ และนำไปปฏบิ ตั ิไดง้ า่ ย ไดย้ าก
ไดง้ ่าย
2. การทดสอบ ทดสอบสมรรถภาพ ทดสอบสมรรถภาพทาง ทดสอบสมรรถภาพทางกาย
สมรรถภาพทางกาย ทางกาย ของตนเอง กาย ของตนเองได้ 3-4 ของตนเองได้ 1-2 กจิ กรรม
ของตนเอง ได้ครบทั้ง 5 กจิ กรรม
กิจกรรม
3. การปฏิบตั ิ ปฏิบตั ติ นเพ่อื สร้าง ปฏบิ ัตติ นเพ่ือสร้างเสรมิ ปฏิบัตติ นเพอ่ื สรา้ งเสรมิ
ตน เพื่อสรา้ งเสริม เสริมสมรรถภาพทาง สมรรถภาพทางกายโดย สมรรถภาพทางกายโดยใช้
สมรรถภาพทางกาย กายโดยใชบ้ ันไดนอน ใช้บนั ไดนอน บันไดนอนได้ ตรงตามท่ีได้
ของตนเอง ได้ ตรงตามที่ ได้ ตรงตามทไี่ ด้ วางแผนไว้อยา่ งเคร่งครัด แต่
ได้วางแผนไว้ อย่าง วางแผนไว้ อย่าง ไมส่ มำ่ เสมอ
เคร่งครดั สม่ำเสมอ เครง่ ครัด
สม่ำเสมอ เป็นส่วน
ใหญ่
4. การบันทกึ ผล บนั ทกึ ผลได้ละเอียด บนั ทึกผลไดล้ ะเอียด บันทึกผลได้ แตไ่ ม่
การ สรา้ งเสรมิ ชดั เจน และ ชดั เจน เป็น ชดั เจน และ
สมรรถภาพทางกาย เข้าใจงา่ ย สว่ นใหญ่ และเขา้ ใจ
เข้าใจยาก
ของตนเอง งา่ ย
31
เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน 10 - 12 6 - 9 ตำ่ กวา่ 6
ระดบั คุณภาพ ดี พอใช้ ปรับปรงุ
32
ภาคผนวก ง
การเผยแพรน่ วตั กรรม
33
34
35
ภาคผนวก จ
ผลการใช้บันไดนอน
36
ขา้ พเจา้ ได้ใชน้ วตั กรรม ฐานบันไดนอน เพือ่ ใชฝ้ ึกเพ่ิมสมรรถภาพทางกายให้แก่ นักกฬี าประเภท
ลานของโรงเรียนบา้ นเชงิ ดอย (ดอยสะเกด็ ศึกษา) เพ่ือทำการแข่งขันในกีฬานกั เรยี นส่วนภมู ิภาคจงั หวัด
เชียงใหมป่ ระจำปี 2562 ในกีฬาเทเบิลเทนนิส ได้รางวลั ชนะเลิศอนั ดบั 1 ชายเดย่ี ว 10 ปีและ รอง
ชนะเลิศอันดบั 2 ประเภทค่ผู สม 12 ปีกีฬาขยายโอกาสของ สพป.ชม.1 ผลคือได้รับรางวัล 4 เหรยี ญทอง
4 เหรยี ญเงนิ และ 1 ทองแดงกฬี านักเรียนส่วนภูมภิ าค จังหวัดเชยี งใหม่ รางวลั 2 เหรียญทอง 3 เหรียญ
เงนิ 3 เหรยี ญทองแดงดงั รปู ถ่ายในทา้ ยภาคผนวก
37
ภาคผนวก ฉ
รปู ภาพกิจกรรม
38
39
ประวัตผิ ู้ศึกษา
40
ชื่อ – นามสกุล นายฉัตรชัย อ้นบำรงุ
ประวตั ิการศึกษา ปี พ.ศ. 2544
ศกึ ษาศาสตร์บัณฑติ
ตำแหน่งและสถานทท่ี ำงานปัจจุบนั สาขาวชิ า พลศึกษา
มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่
ปี พ.ศ. 2555
ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑติ
สาขาวิชา การบริหารการศึกษา
มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่
ครชู ำนาญการพเิ ศษ โรงเรยี นบา้ นเชิงดอย
(ดอยสะเกด็ ศึกษา)