The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาบ้านสันสลี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by งานครูพิมพ์นารา, 2022-03-02 21:58:27

รายงานผลถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาบ้านสันสลี

รายงานผลถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาบ้านสันสลี

คานา

รายงานผลการถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดีเด่นเล่มน้ี เป็นการศึกษาองค์ความรู้เรื่องจิตอาสาท่ีมาจาก
การรวมกลุ่มอาชีพในชุมชน ซึ่งแสดงถึงการมีจิตสาธารณะและพร้อมบาเพ็ญประโยชน์เพ่ือส่วนรวม ท่ีอยู่บน
พนื้ ฐานของความเป็นไทยและความพอเพียงที่ได้น้อมนาพระราชดาริของในหลวงรัชกาล ท่ี 9 มาเป็นแนวทางใน
การดาเนินชวี ติ ของชุมชนบ้านสนั สลี หมู่ 7 ตาบลเจรญิ ราษฎร์ อาเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา โดยคณะผู้จัดทาได้
สรุปผลการถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดีเด่นไว้ เพ่ือเป็นข้อมูลเบ้ืองต้นและเป็นแนวทางในการพัฒนาหมู่บ้าน/
ตาบลตอ่ ไป

คณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า รายงานผลการการถอดบทเรียนชุมชนจิตอาสาดีเด่นเล่มน้ี จะเป็น
ประโยชนส์ าหรับผู้ทีต่ ้องการจะศึกษาและหากผิดพลาดประการใดกข็ ออภยั ไว้ ณ ที่นีด้ ้วย

มกราคม 2565
ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอแม่ใจ

บทที่ 1

บทนา

ความเปน็ มา

สังคมไทยในปัจจุบันถูกครอบงาทางความคิดจากชาติมหาอานาจทางตะวันตก ด้วยกระแสโลกาภิวัตน์
(Globalization) ซ่ึงเป็นทาให้เราตกเป็นทาสของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม สิ่งเหล่านี้ทาให้มีการปรับเปล่ียน
ทางความคิด ถูกลดคุณค่าและความเช่ือเกี่ยวกับชีวิต จนก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจและส่ิงแวดล้อม
สงิ่ ดีงามทางวฒั นธรรมไทยขาดการเชื่อมโยงต่อกัน จนเกิดเป็นวิกฤตการล่มสลายของชุมชน เพราะถูกการพัฒนา
รูปแบบใหม่ที่ทาลายรากฐานดั้งเดิมไป การพัฒนาประเทศไทยในระยะท่ีผ่านมานั้น เป็นการเปิดโอกาสให้กับ
ประชาชนได้เรียนรู้อย่างไร้พรมแดน ส่งเสริมให้มีความเจริญด้านวัตถุในระดับที่ต้องทัดเทียมกับต่างประเทศ
แต่กลับส่งผลกระทบตอ่ ความเป็นอยู่ของคนในสงั คมไทยในเร่ืองการเส่ือมถอยทางวัฒนธรรม ขาดสัมพันธภาพที่ดี
ต่อกัน คา่ นยิ มของการใช้ชีวติ แบบสังคมบริโภคนยิ ม ทาใหส้ ถาบันครอบครัวและชมุ ชนอ่อนแอและทาให้เกิดปัญหา
สังคมมากมาย การที่จะพฒั นาประเทศไทย ใหม้ กี ารดารงชวี ติ อย่างม่ันคง ม่ังคั่งและย่ังยืน สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมี
ความสุขได้น้ัน ควรมุ่งหวังที่จะพัฒนาคน นั่นคือการพัฒนาศักยภาพของคนในประเทศ ให้มีความพร้อมท้ังทาง
รา่ งกายจิตใจและปญั ญา โดยการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาและการส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการ
ใช้หลกั ของคณุ ธรรมนาคนใหเ้ กดิ การคดิ วเิ คราะห์ มกี ระบวนการนาองค์ความรู้ท่ีหลากหลายจากประสบการณ์มา
ประยกุ ตใ์ ช้ เนน้ การมีส่วนร่วมในชุมชน เพือ่ ก่อใหเ้ กิดการเรยี นรดู้ ้วยตวั เองอยา่ งเข้าใจ เพือ่ นาไปสู่การพฒั นาสังคม
และชุมชนให้มคี วามย่งั ยนื ได้ด้วยปัญญา

การพัฒนาคุณภาพคนให้เป็นคนที่มีความรู้คู่คุณธรรม มีจิตสาธารณะจะนาไปสู่การพัฒนาชุมชนให้มี
ความเข้มแขง็ ช่วยเหลือเกอื้ กูลกนั ภายในชมุ ชนและระหวา่ งชมุ ชนและเป็นพลังสาคญั ของการพฒั นาประเทศ

สังคมจะอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันได้ บุคคลต้องมีคุณธรรมนาความรู้เท่าทันโลก ครอบครัวอบอุ่น ชุมชน
เข้มแข็ง มีสันติสุข เศรษฐกิจมีคุณธรรม มีเสถียรภาพและเป็นธรรม แนวคิด "จิตอาสา" เป็นส่วนหนึ่งที่สาคัญใน
ส่วนตัวของบุคคลท่ีจะทาให้มีทุกคนคานึงถึงส่วนรวมเหนือความเป็นส่วนตัวมากกว่าการนึกถึงความเป็นธุรกิจ
การทาถูกทาชอบได้ชือ่ ว่าทาความดีเพราะเห็นคุณค่าของความดี จิตอาสาทาให้ทุกคนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกัน
ได้ เปน็ สังคมท่ีมีการให้แบ่งปันซ่ึงกันและกัน คานึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นท่ีตั้ง ซ่ึงต้องขับเคลื่อนท้ังระบบ
(วิชยั วงษใ์ หญ่, มปป.)

บ้านสันสลี หมู่ 7 ตาบลเจริญราษฎร์ อาเภอแม่ใจ จงั หวัดพะเยา เป็นชุมชนท่ีมีวิถีชีวิตท่ีเรียบง่าย มีแหล่ง
น้าทอ่ี ดุ มสมบรู ณ์ มพี นื้ ที่ทั้งหมด 2,020 ไร่ เป็นพื้นท่ีนา 1,989 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัย 72 ไร่ มีครัวเรือนจานวน 103
ครัวเรือนประชากรในหมบู่ ้านทง้ั หมด คน 285 คน แยกเปน็ ชาย 152 คน หญิง 133 คน

ประวตั ิความเปน็ มาของหมู่บา้ น
ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของบ้านสันสลี จากการบอกเล่าสืบต่อกันมาว่าเม่ือประมาณปีพุทธศักราช

2450 เกดิ โรคหา่ ระบาดในควายทบ่ี ้านศรีถ้อย พ่อคาแสง พ่อหนานใจห้าว พ่อถึง พ่อชาวและพ่อจันสาด จึงได้นา

ควายมาอยู่ใต้ต้นมะค่าขนาดใหญ่ท่ีถูกฟ้าผ่าตายยืนต้นอยู่แต้แข้ และตรงนั้นมีบวกน้า (หนองน้า) ซึ่งควายจะไป

นอนในบวกนา้ จงึ เรยี ก “ปางควายสนั แต้แข้” หรือสนั แตแ้ ข้” ทงั้ 6 คนเหน็ ว่าเป็นพ้ืนที่ว่างอุดมสมบูรณ์ จึงมาพัก

อาศัยอยู่อย่างถาวร ต่อมาปี พ.ศ.2451 ชาวบ้านส่วนใหญ่จากตาบลศรีถ้อย อาเภอแม่ใจและอาเภอเสริมงาม
จังหวัดลาปาง ได้อพยพตามมาอยู่กันเรื่อย ๆ และในการดาเนินชีวิต เม่ือมีการเจ็บป่วย ชาวบ้านจะรักษา
โดยใช้สมุนไพรนามาบดหรือต้มรับประทาน ด่ืมน้ามนต์ และนิยมไปหาหมอเป่า หมอแหก คือพ่ออุ่นหวัน ซ่ึงมี
ความเชอื่ ในการรกั ษาโรคตามท่พี อ่ เลยี้ งบอกและเชอื่ วา่ โรคภยั ไขเ้ จ็บต่าง ๆ เกดิ จากโดยภตู ผปี ีศาจกระทา มีการทา
คลอดโดยหมอตาแย ช่ืออุ้ยแดงและมีศาลเจ้าพ่อศรีมอย ต้ังในหมู่บ้านในปี 2456 ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพหลัก
คอื ทานาโดยใช้ควายไถนา ใช้ขห้ี ญา้ มาทาไฟ ปีพ.ศ.2475 ได้รวมหมู่บ้านอยู่กับหมู่บ้านสันต้นม่วง หมู่ 5 ตาบล
ปา่ แฝก โดยมี นายคา แก้วบุญเรือง เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสันต้นม่วง ต่อมาปี 2482 ลูกชายนายคา คือ นามม็อก
แกว้ บุญเรือง ได้เหน็ ว่าบ้านอย่ไู กลจากใจกลางหม่บู ้าน จงึ ชวนกันแยกออกมา ปี พ.ศ.2513 ทางราชการจึงแต่งต้ัง
ผู้ใหญบ่ ้านขนึ้ มา คนแรกของหมูบ่ า้ น คอื นายป่าย ใจมิภักดิ์ เปล่ียนชื่อจากหมู่บ้านจากสันแต้แข้ เป็นบ้านสันสลี
ตามชอื่ ต้นโพธิ์หรอื ทางภาคเหนือเรียก ตน้ สลี ซึง่ มีอยู่ห้วยบา้ นและทา้ ยบา้ นในขณะน้ัน

ในปี พ.ศ.2513 เร่ิมมีการสร้างถนนเข้าหมู่บ้านข้ึน ปี พ.ศ.2516 ชาวบ้านได้ร่วมกันรับจ้างรัฐบาล
ขดุ ลอกคลองเพอื่ นาเงนิ ไปซอ้ื ท่ดี นิ จานวน 6 ไร่ ราคา 11,000 บาท เพ่อื สร้างโรงเรยี น ปี พ.ศ.2520 สร้างโรงเรยี น
ช่ือ โรงเรียนบ้านสันสลี ซ่ึงแยกมาจากโรงเรียนบ้านสันต้นม่วง มีนักเรียน 40 คน มีครูคือ นายสนิท ศรีธินินท์
(ปจั จุบนั เป็นโรงเรียนร้าง) ปี พ.ศ.2521 มีพ่อหลวงหวัน ใจมิภักด์ิ มารับตาแหน่งแทน สร้างวัดสันสลี ในสมัยน้ัน
เร่ิมมีประเพณี ต่าง ๆ เข้ามาในหมู่บ้าน ปี พ.ศ.2524 เกิดพายุหมุน พัดหลังคาปลิวกว่า 10 หลังคาเรือน
ปี พ.ศ.2525 มีเคร่ืองปั่นไฟใช้ในหมู่บ้าน แต่จะใช้เฉพาะตอนมีเทศกาลสาคัญ เช่น ประเพณีย่ีเป็ง ปี พ.ศ.2527
เริ่มมีไฟฟ้าเข้ามาในหมู่บ้าน มีโทรทัศน์ รถจักรยาน เครื่องช้าไฟฟ้าต่าง ๆ ปี พ.ศ.2528 มีการต้ัง ศสมช.
(ศนู ยส์ าธารณสุขมูลฐานชุมชน) อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน) โครงการต่าง ๆ สถานีอนามัยเร่ิม
เข้ามา ชาวบ้านจึงมีการตระหนักถึงสุขภาพ การเจ็บป่วย เม่ือไม่สบายก็จะไปรักษาท่ีอนามัย แต่ความเชื่อเร่ืองผี
ยังคงเหลืออยู่ ปี พ.ศ.2536 มีถนนคอนกรีตในหมู่บ้านและทาประปาหมู่บ้าน (แต่ใช้งานไม่ได้เน่ืองจากน้าไม่
เพียงพอสาหรบั การผลิต) ปี พ.ศ.2538 โรงเรียนบา้ นสันสลไี ดท้ าการปดิ ลงเน่อื งจากนักเรยี นมีน้อย มเี พยี ง 40 คน

ในปี พ.ศ.2540 ชาวบ้านไดม้ กี ารรว่ มกันสร้างวหิ ารวัดสนั สลีและมีการสร้างกุฎิวัดในปี พ.ศ.2542 ต่อมาใน
ปี พ.ศ.2546 ได้เกิดพายุพัดผ่านเข้ามาในหมู่บ้านอย่างรุนแรง ทาให้บ้านพัง 2 หลัง เสียหาย 87 หลัง ไม่มี
ผู้บาดเจบ็ หรอื เสียชีวิต แต่ได้สร้างความเสียหายอย่างมาก อย่างไรก็ตามชุมชนบ้านสันสลีเป็นชุมชนที่มีความเอ้ือ
อาทรมีการช่วยเหลือซง่ึ กนั และกนั ถอ้ ยทถี อ้ ยอาศัยจงึ เปน็ หมู่บ้านท่ีอยู่กนั อยา่ งสงบสุข

อาณาเขตตดิ ต่อ ติดต่อกับบา้ นหว้ ยเจรญิ ราษฎร์ หมู่ 4 ตาบลเจรญิ ราษฎร์ หมู่ท่ี 5 ตาบลปา่ แฝก
ทศิ เหนือ ตดิ ต่อกับบา้ นสันตสิ ุข หมู่ที่ 9 ตาบลศรถี ้อย
ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กบั หนองเลง็ ทราย
ทิศตะวนั ออก ติดตอ่ กับบา้ นสันตน้ ม่วง หมู่ที่ 5 ตาบลเจริญราษฎร์

ทิศตะวันตก

สภาพภูมิประเทศหมู่บ้านชุมชนบ้านสันสลี เป็นที่ราบระหว่างเชิงเขา มีแหล่งน้าหนองเล็งทราย
ท้ายหมู่บ้าน เป็นแหล่งชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เป็นชุมชนที่มีความถ้อยทีถ้อยอาศัย
มีความสามัคคี มีการช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน คนในชุมชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น การทานา

การทาสวนผัก และการประมง เป็นหลัก มีความโดดเด่นทางทรัพยากรในเร่ืองของธรรมชาติ มีอาชีพและกลุ่ม
อาชพี ท่หี ลากหลายในชุมชน เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมฮักหนองเล็งทรายเพื่อการท่องเท่ียวเชิงนิเวศน์และการเกษตร

ที่ส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมเน่ืองจากมีหนองน้าขนาดใหญ่และมีป่าไคร้ 1,000 ปี ที่มีความ
สวยงามและอดุ มสมบูรณ์กว่า 500 ไร่ เปรียบเสมือนล้านนา อะเมซอน รวมท้ังยังมีทุ่งบัวแดงที่บานอยู่เต็มหนอง
ในช่วงเดือน พฤษภาคม-กรกฎาคม มีพื้นท่ีกว่า 1000 ไร่ ให้ได้ท่องเที่ยวศึกษา ชมฝูงควายน้ากว่า 500 ตัว

และฝูงวัวกว่า 400 ตัว ที่ชาวบ้านได้ร่วมอนุรักษ์ส่งเสริมและทาการเลี้ยงไว้บริเวณโดยรอบของหนองเล็งทราย
ซึง่ นกั ท่องเที่ยวสามารถท่ีจะเข้าเที่ยวชม เรียนรู้ศึกษาได้ท้ังในเร่ืองของเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ระบบนิเวศและวิถี

ชีวติ ของชุมชนในพื้นท่ี ที่มีอาชีพในเรื่องของการทาประมง และแปรรูปอาหารจากสัตว์น้า ที่มีอยู่เป็นจานวนมาก
จงึ มคี าขวญั ท่วี ่า "ชมควายพันตัว ชมบัวพันไร่ ชมป่าไคร้พันปี" นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอาชีพอื่นๆที่สร้างรายได้ให้กับ
ชุมชน เช่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตน้าปูคุณภาพดีบ้านสันสลี , กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ควายไทย ,

กลุม่ วิสาหกจิ ชุมชนปยุ๋ หมักชีวภาพ และกลุ่มวสิ าหกิจชุมผูเ้ ล้ยี งโค เมื่อมกี ิจกรรมหรอื งานทีต่ อ้ งมกี ารรวมกลุ่มก็จะมี
การประชมุ ประชาคมหมู่บ้านเพ่ือร่วมกันคิดร่วมกันตัดสินใจ มีข้อตกลงร่วมกันปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความคิด

รว่ มกนั "จิตอาสา" ของชมุ ชนบา้ นสันสลี จึงเกดิ จากการรวมกลมุ่ อาชพี ในชุมชน นางสมถวิล ชัยยา ประธานกลุ่ม
แม่บ้านบา้ นสนั สลีและเปน็ คณะกรรมการวสิ าหกิจชมุ ชนหนองเล็งทราย กลา่ วว่า "จิตอาสา" คือการพัฒนา การทา
ที่ไม่ใช้ทุน ใช้แต่แรงกายการร่วมแรงร่วมใจกันทา และจากการสัมภาษณ์นายสงกรานต์ ชัยญา ผู้ใหญ่บ้าน

บ้านสันสลี ในช่วงแรกชุมชนต้องลงมือดาเนินการด้วยตนเอง ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดๆ
มีหน่วยงานภายนอกเป็นเพียงผู้ให้การสนับสนุนเท่าน้ัน จึงเกิดการรวมกลุ่มท่ีมีพลังและสามัคคีในการสร้าง

แรงผลักดันให้การดาเนินงานต่าง ๆ ประสบผลสาเร็จ เป็นชุมชนเข้มแข็ง มีจิตสาธารณะ เรียนรู้และอาสาที่จะ

ทางาน เพือ่ ใหเ้ กดิ การพัฒนาชุมชนและทอี่ ยู่อาศัยอย่างย่ังยนื (Phetchana, 2015) ชุมชนบา้ นสันสลี ได้รับรางวัล
รองชนะเลิศ อันดบั 2 หมู่บ้านสะอาด ระดับตาบลตามโครงการประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน "หมู่บ้าน/
ชุมชนสะอาด" ระดับตาบลและ "อาเภอสะอาด" ระดับจังหวัด ปี 2560 และได้รับรางวัลคัดเลือกเป็นหมู่บ้าน
เศรษฐกจิ พอเพียง "อยู่ เย็น เป็นสุข" ดีเด่นระดับอาเภอ ประจาปี 2561 รวมทั้งเป็นชุมชนต้นแบบตามโครงการ
ไทยนยิ ม ยงั่ ยนื ระดับตาบล ของสานกั งาน กศน.

ด้วยเหตผุ ลดงั กลา่ ว ชมุ ชนบ้านสนั สลี หมู่ 7 ตาบลเจรญิ ราษฎร์ อาเภอแมใ่ จ จังหวัดพะเยา จึงมองเห็นถึง
ความสาคญั ของการถอดบทเรียนจิตอาสา โดยชุมชนคาดหวังว่าจะสามารถค้นหาแนวทางเพื่อพัฒนาตนเองและ
ชุมชนให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน โดยใช้กลไกของแนวคิดการเป็นจิตอาสาของชุมชนเป็นตัวขับเคล่ือนและอาจจะ
เปน็ ตัวอย่างให้กับชุมชนอ่ืนๆ ได้พัฒนาชุมชนให้มีการบริหารจัดการชุมชนในด้านต่างๆได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้อง
หวังพง่ึ พาหนว่ ยงานภาครัฐมากนกั ทง้ั นก้ี ารส่งเสริมการเรยี นรู้เพอ่ื ใหเ้ กิดกระบวนเรยี นร้อู ย่างยั่งยนื เพือ่ สร้างชุมชนุ
เข้มแข็งนั้น ถือเป็นภารกิจสาคัญของกศน.อาเภอแม่ใจ ท่ีต้องดาเนินการ อีกท้ังการถอดบทเรียนในครั้งน้ีจะเป็น
แนวทางในการยกระดบั และขยายผลการศกึ ษา เพ่อื ประโยชนใ์ นการจดั การศึกษานอกระบบและการจัดการศึกษา
ตามอัธยาศัยของ กศน.แกป่ ระชาชนในพ้ืนทอี่ น่ื ๆได้ศึกษาและพฒั นาตอ่ ไป

วัตถุประสงคก์ ารถอดบทเรยี น

1. เพ่ือศึกษาการดาเนินการดา้ น “จติ อาสา”ของชุมชนบ้านสันสลี หมู่ 7 ตาบลเจรญิ ราษฎร์ อาเภอแมใ่ จ
จังหวดั พะเยา

2. เพื่อวเิ คราะหจ์ ุดแข็ง จุดออ่ น ปัญหา อุปสรรค โอกาส ของการดาเนินงานจติ อาสาในชมุ ชนบ้านสันสลี
หมู่ 7 ตาบลเจรญิ ราษฎร์ อาเภอแมใ่ จ จงั หวดั พะเยา

3. เพ่อื ศกึ ษาข้อเสนอแนะ และแนวทางการพฒั นาการดาเนินงานจติ อาสาในชุมชนบ้านสนั สลี หมู่ 7
ตาบลเจริญราษฎร์ อาเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา

ขอบเขตด้านเนอื้ หา
เปน็ การถอดบทเรยี นการดาเนนิ งานด้านจิตอาสาในชมุ ชนบา้ นสันสลี หมู่ 7 ตาบลเจรญิ ราษฎร์

อาเภอแมใ่ จ จังหวัดพะเยา
ประชากร ผนู้ าชุมชนและชาวบา้ นในชุมชนบ้านสันสลี หมู่ 7 ตาบลเจรญิ ราษฎร์ จานวน 17 คน
ขอบเขตเชิงพ้ืนท่ี บา้ นสนั สลี หมู่ 7 ตาบลเจริญราษฎร์ อาเภอแม่ใจ จงั หวัดพะเยา
ขอบเขตด้านเวลา วันท่ี 10 มกราคม 2565 และวนั ที่ 4 มถิ ุนายน 2564

บทที่ 2
วิธีดาเนินการถอดบทเรยี น

การขบั เคลอ่ื นจติ อาสา

1. กลไกการขับเคลอ่ื น
กศน.อาเภอแม่ใจ ได้ดาเนินการประชุมชี้แจงแนวทางการดาเนินงานขับเคลื่อนโครงการจิตอาสา ของ
สานักงาน กศน. ในสว่ นของกิจกรรมการขยายผลโครงการจิตอาสา ประเภทชุมชนจิตอาสาดีเด่นและรายละเอียด
การพิจารณาคดั เลอื กชมุ ชนจิตอาสาดีเดน่ ให้กับครู บคุ ลากร กศน.อาเภอแม่ใจได้เขา้ ใจและร่วมกันพิจารณาคัดสรร
ชุมชน ทม่ี กี ารดาเนินการด้านจิตอาสา ท่ีเป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณา ท้ังน้ีท่ีประชุม มีมติ คัดเลือก บ้านสันสลี
หมู่ 7 ตาบลเจริญราษฎร์ อาเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เข้าร่วมประกวดชุมชนจิตอาสาในระดับอาเภอแม่ใจ
ประจาปี 2565

2. กระบวนการในการขบั เคลือ่ น

กิจกรรมหลัก วตั ถปุ ระสงค์ กลุม่ เป้าหมาย พ้ืนทีด่ าเนนิ การ ระยะเวลา งบประมาณ
ผ้บู ริหาร,ครูและ กศน.อาเภอแมใ่ จ 10 ม.ค. 2565 ไม่ใชง้ บประมาณ
1.ประชุมครูและ 1.เพือ่ ชแ้ี จง/แนวทางการ บคุ ลากรกศน.
อาเภอแม่ใจและ อเมซอนหนองเลง็ 10 ม.ค. 2565 ไม่ใช้งบประมาณ
บุคคลากรกศน. ดาเนนิ การและกาหนด ผู้เกี่ยวขอ้ ง ทรายบา้ นสนั สลี 25-26 ม.ค. 1,000 บาท
อเมซอนหนองเล็ง 2565
อาเภอแม่ใจ แผนการจดั กิจกรรม ผู้นาชมุ ชนและ ทรายบ้านสนั สลี ไม่ใช้งบประมาณ
ชาวบ้านสนั สลี 7 มถิ ุนายน ไม่ใช้งบประมาณ
2.การสรา้ งความเข้าใจ 2565
ผบู้ ริหาร,ครูและ
ออกแบบกจิ กรรมในการ บคุ ลากร กศน.
อาเภอแม่ใจผ้นู า
ถอดบทเรียนนดั หมาย ชมุ ชนและ
ชาวบา้ นสนั สลี
ชมุ ชน ผู้บรหิ าร

2.ประสานงาน -ประสานความร่วมมอื การ ผู้บรหิ าร,ครูและ
บคุ ลากร กศน.
ผนู้ าชุมชนและ จดั กจิ กรรมในการถอด อาเภอแมใ่ จและ
ผเู้ กีย่ วขอ้ ง
ชาวบา้ นสันสลี บทเรยี น

(Plan)

2.ดาเนินการ จดั เวทีสัมนาแลกเปลยี่ น

(DO) เรยี นรู้ เรือ่ งจติ อาสา และ

ถอดบทเรียน

3.การนิเทศ เพือ่ นเิ ทศ ติดตามการถอด

ติดตาม(Chek) บทเรยี น

4.การสรปุ รายงาน เพือ่ นาขอ้ มูลผลการ

ผลการปรับปรุง ดาเนนิ งานมาใช้ในการปรงั

พฒั นา ปรงุ พัฒนาการดาเนนิ งาน

(Act) การถอดบทเรยี นชมุ ชนจิต

อาสา

3. เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการขับเคลอ่ื น

1.) การสมั ภาษณโ์ ดยใช้แบบสมั ภาษณ์แบบไม่มโี ครงสร้างศึกษาข้อมูลเก่ียวกับข้ันตอนการมีส่วน
ร่วมในการดาเนนิ งานดา้ นจิตอาสาในชมุ ชน

2.) สงั เกตแบบมสี ่วนรว่ มและไมม่ สี ว่ นรว่ มและบันทกึ ขอ้ มูลท่เี ก่ียวขอ้ ง
3.) การสนทนากลุ่มย่อยผู้นาชุมชนและชาวบ้านในชุมชนบ้านสันสลี หมู่ 7 ตาบลเจริญราษฎร์
จานวน 17 คน
4.) การทาเวทชี ุมชนเพือ่ ใหผ้ นู้ าชุมชนและชาวบา้ นในชุมชนบ้านสันสลีมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล
เพอ่ื ให้เหน็ ภาพร่วมกนั นาไปสกู่ ารแสดงความคิดเห็น ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลตามประเด็นปัญหาหรือแนวทางการ
ปรบั ปรงุ และพฒั นาชุมชนโดยมกี ารบนั ทึกขอ้ มูล

บทท่ี 3
ผลการถอดบทเรยี น

ผลจากการถอดบทเรยี น ทาให้ได้รับความรู้เก่ียวกับวิธีการดาเนินงานด้านจิตอาสาของ บ้านสันสลี หมู่ 7
ตาบลเจริญราษฎร์ โดยกิจกรรมต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นมีกลไกการขับเคล่ือนผ่านระบบการบริหารจัดการของชุมชน
แบบมีสว่ นร่วมระหว่างผูน้ า คณะกรรมการหมู่บ้าน และสมาชิกในชุมชน รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน
ภาคเี ครือข่าย ท้งั ในส่วนของหน่วยงานราชการและเอกชน ก่อใหเ้ กิดกจิ กรรมตา่ ง ๆ ดงั นี้

1. หมู่บ้านควาย โดยมีชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มการอนุรักษ์ควายไทย โดยเริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ 2545 โดยมี
สมาชิก 5-6 คน หลังจากนั้นปี พ.ศ 2548 มีสมาชิกท้ังหมด 12 คน และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน
โดยมีจุดแขง็ คอื คือการออมทรัพยม์ ลู ววั 5 กระสอบต่อ เดือน (100 บาท) ปัจจุบันมีสมาชิก 16 คน
ในด้านการดูแลและบริหารจัดการเร่ืองของการบารุงรักษาควาย จะเน้นใช้ภูมิปัญญาของชาวบ้าน
(เปลอื กประดู่) ควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน โดยมีอาสาปศุสัตว์เป็นผู้ดูแล มีการจัดทาคอกควาย
แบบถกู สุขลักษณะ โดยมีการขดุ ร่องโดจรอบของคอก โดยมมี หาวิทยาลัยพะเยา เข้ามามีส่วนร่วมใน
การส่งเสริมความรูแ้ ละระบบพัฒนาการเล้ียงทถ่ี กู ตอ้ ง โดยในแตล่ ะปจี ะมพี ธิ ีสูข่ วญั ควาย เพื่อเป็นการ
สืบทอดประเพณีโบราณและเปน็ การสร้างขวัญและกาลงั ใจให้เจา้ ของ

2. อเมซอนหนองเลง็ ทราย เรมิ่ ต้นจากเยาวชนในพืน้ ที่ เม่ือปี พ.ศ 2556-2557 มาสร้างแปลงนาสาธิต
และจัดทาเป็นแหล่งท่องเท่ียว โดยทากันเอง ยังไม่มีผู้นาเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ในปัจจุบัน
ผู้ใหญ่บ้านผู้นา และคณะกรรมการได้เข้ามาพัฒนา เม่ือปี 2562 และนาเสนอในท่ีประชุมหมู่บ้าน
และมีมติใหช้ ุมชนเขา้ มามีสว่ นรว่ ม จัดต้ังกลุ่มและมกี ารระดมหุ้นของสมาชิก จานวน 103 ครัวเรือน
คิดเปน็ ร้อยละ 90 ของประชากรท้ังหมด ไมไ่ ดร้ ับเงินสนับสนุนจากหนว่ ยงานใด มีการพัฒนาแหล่ง
ท่องเท่ียว จัดทาสะพานไม้ ทีพ่ กั ร้านอาหาร พัฒนาแหลง่ อเมซอนหนองเลง็ ทราย ตลอดจนทาแหล่งดู
นก กระชังเพาะพนั ธ์ปุ ลา โดยเนน้ ตามแบบธรรมชาติ

3. หนองบัวพนั ไร่ (บวั หลวง) เป็นบัวหลวงที่ข้ึนเองตามธรรมชาติ บัวหลวงดังกล่าวนั้นได้เกิดขึ้นเอง
ตามธรรมชาติในพ้ืนท่ีบ้านสันสลี โดยเป็นบริเวณกว้างมากกว่า 1,000 ไร่ ทาง ชุมชนจึงได้ร่วมกัน
อนุรักษ์และดูแลเพ่ือให้ชาวบ้านสามารถเก็บฝักบัวนา ไปบริโภคและจาหน่ายได้ พร้อมขอให้เก็บ
เฉพาะฝักบัวเท่าน้ัน ส่วนดอกบัวนั้นจะให้เก็บเฉพาะท่ีมีงานบุญใหญ่ๆ เท่าน้ัน เน่ืองจากดอกบัว
ชาวบ้านสามารถนา ไปใช้ประโยชน์ได้เพียงเฉพาะการไหว้พระเท่าน้ัน แต่ฝักบัวสามารถนา ไปจา
หน่ายสร้างรายไดใ้ หก้ ับชาวบ้านในชุมชนได้ ในช่วงเช้าของทุกวันจะมี ชาวบ้านเดินทางมาเก็บฝักบัว
บรเิ วณดังกลา่ วและสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในช่วงน้ีได้เป็นอย่างดี นอกจากน้ันทางชุมชน
ยงั จดั ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมสวนบัวอกี ดว้ ย

4. แหล่งผลิตน้าปู บ้านสนั สลี หมู่ท่ี 7 ตาบลเจริญราษฎร์ อาเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นหมู่บ้านท่ีต้น
คิดทานา้ ปทู ส่ี บื ตอ่ กนั มารนุ่ ตอ่ รุ่น ตั้งแต่สมยั โบราณจนถึงปจั จุบัน กว่า 100 ปี โดยได้ทาการผลิตน้าปู

จากภูมิปญั ญาของชาวบา้ นในถิน่ สร้างงาน สร้างรายได้หลกั แสนบาทต่อปี โดยน้าปูบา้ นสันสลี เป็นน้า
ปทู ่มี ีรสชาตอิ ร่อย ปรงุ ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ อาทิ ใบข่า ขิง ตะไคร้ ฯลฯ ผู้คนท่ัวไปมักจะซื้อนามา
บรโิ ภคประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ท้ังตาน้าพริกน้าปู จ้ิมผักผลไม้ท่ีมีรสเปรี้ยว อาทิ จิ้มมะขาม
อ่อน มะปรงิ , มะยม, หรอื ใสแ่ กงหนอ่ ไม้ใสน่ ้าปู ตาส้มโอ, ตากระท้อน หรืออื่นๆ ใส่น้าปู เป็นต้น (น้า
ปูคลา้ ยกะปิ) และที่สาคญั รสชาตนิ า้ ปู๋หรอื นา้ ปู จะมคี วามโดดเดน่ เปน็ เอกลักษณข์ องชุมชนบ้านสันสลี
ยากท่ีจะลอกเลียนแบบได้ จนเป็นสินค้าวิสาหกิจชุมชนและโอท็อปขึ้นช่ือของจังหวัดพะเยา ที่สร้าง
ช่ือเสียง สร้างมูลค่า จนเป็นสินค้าที่ส่งขายท้ังในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ประเทศสวีเดน
ออสเตรเลยี ญี่ปุ่น เป็นต้น
5. การมสี ว่ นร่วมของภาคีเครอื ข่าย ไดแ้ ก่
5.1 มหาวิทยาลัยพะเยา มีการส่งเสริมความรู้ด้านวิชาการในเร่ืองการผสมเทียม การป้องกันโรค

เทคโนโลยแี ละการท่องเทีย่ ว
5.2 ปศุสตั วจ์ งั หวดั พะเยา ส่งเสรมิ ความรู้ด้านวิชาการในเรอ่ื งการป้องกันโรค การรับพ่อพันธ์ุและแม่

พนั ธุ์ววั จากโครงการพระราชดาริ
5.3 กศน.อาเภอแมใ่ จ สง่ เสรมิ ด้านวิชาการ การส่งเสรมิ อาชีพ การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน
5.4 หน่วยงานอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม จังหวัดพะเยา ส่งเสริมความรู้ด้านการอนูรักษ์ส่ิงแวดล้อมให้กับ

ชาวบ้าน
5.5 ประมงจงั หวัดพะเยา สง่ เสริมดา้ นวิชาการในเร่อื งการขยายพนั ธุ์ปลา
5.6 เขตห้ามล่า ฯ ส่งเสริมดา้ นวิชาการ ในเร่อื ง การอนรุ กั ษพ์ ันธส์ุ ัตว์ทม่ี อี ยู๋ในพื้นท่ีหนองเล็งทราย
5.7 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (จิตอาสา 904) โดยการนาของ ดร.นาวิน ใจพรมสา รอง

อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซ่ึงท่านเป็นจิตอาสา 904 ได้นาบุคลากรของ
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเชียงรายและนักศึกษาที่เป็นจิตอาสามาร่วมพัฒนาบริเวณหนองเล็งทรายท่ี
เป็นเขตรบั ผดิ ชอบของบา้ นสันสลี เช่นการปลูกต้นไม้บรเิ วณโดยรอบหนองเลง็ ทราย การนาระบบ
ไฟฟา้ โซลาเซลล์มาตดิ ตง้ั เพอ่ื สบู นา้ รดตน้ ไม้และเพมิ่ แสงสว่างในบริเวณหนองเลง็ ทราย นาไม้และ
วัสดุ อปุ กรณ์ต่างๆมาใช้ในการก่อสรา้ งสะพานชมวิวและศาลาอเมซอน

ซึ่งการดาเนินงานดา้ นจติ อาสาของบา้ นสันสลี มกี ารขับเคล่อื นดว้ ยกลมุ่ ต่าง ๆ ของหมู่บ้านแบ่งการบริหาร
การจัดการ โดยขบั เคลือ่ นเปน็ กลมุ่ ย่อย ซึง่ แตล่ ะกลุ่มจะมกี ฎ ข้อกาหนดในการปฏิบัติติงานบนพื้นฐานของวิถีชีวิต
และธรรมเนียมปฏิบัติของชุมชน เช่นกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน ทุกคนจะมีความตระหนัก ในการเข้าร่วมโดย
พร้อมเพรียงกัน ทาให้การดาเนินงานด้านต่าง ๆ บรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ด้วยดี และจากการสัมภาษณ์
ทาให้ได้รับข้อมูลเก่ียวกับการสืบทอด ต่อยอด และพัฒนาจากคนทุกช่วงวัยท้ังเยาวชน ผู้ใหญ่ และคนชรา
ซงึ่ มกี ารบริหารจัดการให้สอดคล้องกับความสนใจของแต่ละช่วงวัย ทั้งในด้านองค์ความรู้และการมีจิตสาธารณะ
ยกตวั อยา่ งเชน่ กลมุ่ เยาวชนได้พฒั นาสะพานไม้ เพอื่ เข้าชมบัวพันไร่และป่าไคร้พันปี ซ่ึงบริเวณแห่งนี้เป็นสถานท่ี
จดั งานประเพณีลอยกระทงของตาบลเจรญิ ราษฎร์ กลุ่มผ้นู า มีการประสานและทางานร่วมกันเป็นทีม ซ่ึงมีความ

เข้มแข็งเป็นอย่างมาก และเป็นกลไกสาคัญท่ีนาพาให้ชุมชนเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังมีกลุ่มแม่บ้าน
ท่ีช่วยสนบั สนุนอาหารและเคร่อื งดมื่ สาหรับผ้มู าร่วมกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในหมู่บ้าน ตลอดจน มีกลุ่มผู้สูงอายุท่ีช่วยให้
คาปรกึ ษา ถา่ ยทอดองค์ความรู้และประสบการณใ์ ห้แก่คนในชุมชน

การเป็นจติ อาสาของชมุ ชนบา้ นสันสลี ถกู ปลกู ฝังให้อยู่ในตัวบุคคล ซ่ึงเร่ิมจากครอบครัว โดยการสืบทอด
ส่งต่อมาตามสายธารแห่งวัฒนธรรมของชุมชน ท่ีมีความถ้อยทีถ้อยอาศัย การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การมี
เป้าหมายเดียวกัน และความมีน้าหนึ่งใจเดียวกัน จึงเกิดเป็นสังคมจิตอาสาโดยปริยาย และเป็นรากฐานของการ
ดาเนนิ งานด้านตา่ งๆของชุมชนท่ีเห็นผลสัมฤทธิ์ท่ีชัดเจน ดังเช่น Motto ของชุมชนบ้านสันสลี หมู่ 7 ตาบลเจริญ
ราษฎร์ ท่วี ่า อเมซอนหนองเล็งทราย “ชมควายพนั ตัว ชมบัวพนั ไร่ ชมป่าไครพ้ นั ปี”

บทที่ 4

สรุปผลการถอดบทเรยี น

การถอดบทเรยี น “จิตอาสา” ในชุมชน เพ่ือศึกษาผลการดาเนินงาน และสร้างความเข้มแข็งของประเทศ
ดว้ ยกลไกจติ อาสา ผ้ถู อดบทเรยี นไดใ้ ช้วิธกี ารประชุมระดมความคิดเห็นของชาวบ้านและผู้นา “ชุมชนบ้านสันสลี”

จานวนท้ังส้ิน 17 คน โดยใช้เคร่ืองมือ Swot analysis ศึกษาปัจจัยภายในภายนอกชุมชน ค้นหาอุปสรรคและ
โอกาสของการดาเนินงานจิตอาสาในชุมชน รวมทั้งใช้เคร่ืองมือ Timeline ทบทวนองค์ความรู้ด้านจิตอาสาใน

ชุมชน ซึง่ ได้นาผลการศึกษามาสังเคราะห์เน้ือหา (Synthesis) นาเสนอเชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) โดยมีผล
การดาเนนิ ดังน้ี

1. ปัญหา อุป สรรค สา เ หตุ แล ะข้อ จา กัดใ นกา รดาเ นิน งา น “ จิตอา ส า ” ใ น ชุมชน
หากพูดถึงความเข้าใจในความหมายของคาว่า “จิตอาสา” ตามความเข้าใจของชาวบ้าน อาจดูแตกต่าง
จากความหมาย การเปน็ จิตอาสา ของทางราชการอยู่บ้างสาหรับ การเป็นจิตอาสาของชาวบ้าน หมายถึงการร่วม
ด้วยช่วยกันกาทางานเพื่อชุมชนท่ีเป็นส่วนร่วม ซึ่งเม่ือได้รับการร้องขอ จากชุมชน ทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วม
เพ่อื ให้การดาเนนิ งานนั้นสาเร็จลลุ ว่ งไปไดด้ ว้ ยดี
จากการถอดบทเรียนการดาเนินงานจิตอาสาในชุมชนบ้านสันสลี หมู่ 7 ตาบลเจริญราษฎร์ ทุกคนใน
ชมุ ชนตา่ งมสี ว่ นรว่ มและตระหนักถึงความมีจิตอาสาในชุมชนเป็นอย่างดีทาให้มีปัญหาและอุปสรรคในชุมชนน้อย
โดยการดาเนินงานด้านจิตอาสาจะขับเคลื่อนด้วยกลุ่มต่างๆของหมู่บ้าน เป็นการแบ่งการบริหารจัดการ หน้าที่
รบั ผิดชอบเปน็ กลุม่ ยอ่ ย ท้ังตามกลุ่มอาชีพ กล่มุ วิสาหกิจชมุ ชน กลุ่มตามความสนใจของสมาชิก ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมี
กฎ กตกิ า ข้อกาหนดของกล่มุ ในการปฏิบตั ิงาน ที่อยู่บนพื้นฐานของวิถีชุมชน ธรรมเนียม และจารีตประเพณีของ
ชุมชน เช่น กจิ กรรมพัฒนาหมู่บ้าน ซึ่งมีเป็นประจาทุกเดือน ทุกคนจะเข้าร่วมโดยพร้อมเพรียงกัน หากใครไม่มา
หรือไม่ปฏิบัติตามอาจมีการขับออกจากกลุ่ม หรือทาให้เกิดความละอายใจโดยกฎหมู่ ส่ิงเหล่านนี้ต่างเป็นกฎตาม
ธรรมชาติในการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยเฉพาะวถิ ีชีวิตคนชนบท ซึ่งการแบ่งปัน การช่วยเหลือ การดูแลซ่ึงกันและ
กันของคนในหมู่บ้าน เป็นจารีตประเพณีท่ีมีการสืบทอดส่งต่อของคนในสังคมมาแต่โบราณแล้ว จึงทาให้การ
ดาเนนิ งานดา้ นจติ อาสาในชมุ ชนส่วนใหญ่บรรลุผลตามวัตถปุ ระสงค์ได้ดว้ ยดี
ดงั น้ัน ปัญหา อุปสรรคการดาเนินงานจติ อาสาในชมุ ชนบา้ นสันสลี หมู่ 7 ตาบลเจรญิ ราษฎร์มีนอ้ ยมาก ซ่ึง
หากเกิดปัญหาใดๆ ส่วนใหญ่จะได้รับการแก้ไข โดยการพูดคุย ปรึกษาหารือกันในลักษณะที่ขับเคล่ือนด้วยผู้นา
ชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้าน เป็นการบริหารจัดการอย่างมส่วนร่วมท่ีทุกคนสามารถแสดงความ
คิดเห็นได้ทกุ ชว่ งวยั ทุกสถานะและทุกคนก็พรอ้ มที่จะเข้าใจและยอมรับมติของชุมชน กอร์ปกับทุกคนมีเป้าหมาย
เดี ย ว กั น ใ น ก า ร พั ฒ น า ชุม ช น ซึ่ ง ก่ อ ใ ห้ เ กิ ด ป ร ะ โ ย ช น์ ท้ั ง ต่ อ ต น เ อ ง แล ะ ชุ ม ช น ร่ ว ม กั น นั่ น เ อ ง

2. แนวทางการพัฒนางาน “จิตอาสา” ในชมุ ชน

จากการถอดบทเรียนจิตอาสาของหมู่บ้านสันสลี จะเห็นได้ว่าทุกคน ทุกช่วงวัยต่างมีส่วนร่วมและได้
ตระหนักถึงความมีจิตอาสาในชุมชนเป็นอย่างดี และกลไกท่ีจะช่วยให้ชุมชนดารงอยู่ได้อย่างมั่นคง จาเป็นต้องมี

การวางแผนและดาเนนิ กิจกรรมงานดา้ นจิตอาสาท่ชี ัดเจนในรูปแบบลายลักษณอ์ กั ษร เช่น ใน 1 ปี จะมีการพัฒนา
กลมุ่ อนรุ ักษ์เล้ียงควายไทยในด้านใดบา้ ง ทง้ั การป้องกันโรคระบาด ประเพณีสู่ขวัญควาย เป็นต้น บัวพันไร่นั้นก็

อาจจะมแี นวทางในการพัฒนาการสืบสายพันธุ์ การขยายพื้นท่ีการปลูก การแปรรูปสินค้า การอนุรักษ์สายพันธุ์
ตน้ ไมใ้ นป่าไครพ้ นั ปี แนวทางในการอนุรักษพ์ ันธุส์ ตั ว์ พันธน์ุ ก พนั ธ์ปุ ลา ตลอดจนพัฒนาใหอ้ เมซอนหนองเลง็ ทราย
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีการบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นต้น และที่สาคัญ หน่วยงาน
ทางการศึกษา กศน. จะเปน็ หนว่ ยงานในการสง่ เสรมิ และสนับสนุนและพัฒนาเพ่ือก่อให้เกิดองค์ความรู้ของชุมชน
ซ่ึงท่ีเป็นหัวใจหลักในการดาเนินงานด้านจิตอาสาของตามแนวพระราชปนิธานของในหลวง รัชกาลท่ี 10
เพ่ือ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เพอื่ ความย่ังยนื มน่ั คงของแผน่ ดินสืบไป

3. สรปุ และอภปิ รายผลการดาเนนิ งาน
การถอดบทเรียน “จิตอาสา”ในชุมชน เป็นเวทีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึงกันและกันของชาวบ้าน
ผูน้ าชุมชน บา้ นสนั สลี หมู่ 7 ตาบลเจรญิ ราษฎร์ และองค์กรทางการศึกษา (กศน.อาเภอแม่ใจ) ได้ร่วมกันทบทวน
องค์ความรู้ต่างๆร่วมกัน ท้ังในเรื่องของประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน การวิเคราะห์ปัจจัย สาเหตุ โอกาส อุปสรรค
ฯลฯ ท้งั เร่อื งการดาเนินงานจิตอาสาในชมุ ชน รอ้ ยเรยี งไปถงึ การสรา้ งความม่ันคงและความคงอยู่ของชุมชน ทาให้
เกิดความเข้าใจซงึ่ กันและกันและมีแนวทางร่วมกันในการดาเนินงานในด้านต่างๆต่อไป สาหรับกศน.อาเภอแม่ใจ
ซึง่ เปน็ องค์การทใ่ี หค้ วามรูแ้ ละการศึกษา ได้รับประโยชนอ์ ย่างมากในการถอดบทเรยี นในครั้งนี้ ซ่ึงนอกจากจะเป็น
การสร้างความสมั พนั ธ์ท่ีดีกบั ชุมชนและชาวบา้ นแล้ว ยงั ได้แนวทางในการดาเนินงานการพัฒนาชุมชน และได้องค์
ความรใู้ นเร่อื งของการดาเนินงานจิตอาสาในท้องถิ่น ท่ีสามารถต่อยอดเปน้ ต้นแบบใหก้ ับชุมชนอืน่ ๆตอ่ ไปได้

บทที่ 5

ขอ้ เสนอแนะ

สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีหน้าที่ในการให้การศึกษา

และพัฒนาประชาชนให้มีศักยภาพในการดารงชีวิตได้อย่างปกติสุข การดาเนินงานถอดบทเรียน “จิตอาสา”

เปน็ สว่ นหนง่ึ ของการรวบรวมองคค์ วามรู้ ที่สามารถนามาใช้ประโยชน์ได้ในหลายๆด้าน และทาให้ได้แนวทางการ

พัฒนาชุมชนในพ้นื ท่ี

แนวทางการพฒั นา
การถอดบทเรียน “จิตอาสา” ทาให้ได้แนวทางการพัฒนาท่ีทาให้ชุมชน ท้ังผู้นาและชาวบ้าน รวมถึง
กศน.อาเภอแม่ใจเห็นภาพรวมขององค์กร ผ่านการดาเนินงานจิตอาสา สามารถนามาเป็นข้อมูลพื้นฐานในการ
พัฒนาชุมชน ในด้านการศึกษา อีกทั้งเป็นการมุ่งพัฒนาฐานความรู้และสามารถสร้างความรู้ใหม่ได้ ซึ่งเป็น
เปา้ หมายของการเรยี นรเู้ พอื่ นาความรไู้ ปปฏิบัตขิ องหนว่ ยงานการศึกษา ที่มุง่ พัฒนาศักยภาพมนษุ ย์
จากถอดบทเรยี น มขี ้อคน้ พบทเี่ ป็นประโยชนใ์ นการพฒั นางานและการดาเนนิ โครงการในชว่ งตอ่ ไปดงั น้ี
1. สร้างความเข้าใจให้กับชุมชน บุคลากรของหน่วยงาน ให้ตระหนักถึงความสาคัญของ “จิตอาสา”
โดยให้ความรู้ความเข้าใจในการดาเนินงาน “จิตอาสา” เพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงแนวคิดของจิตอาสา
มาบูรณาการกับงานในพื้นที่ เม่ือชุมชน บุคลากรในพื้นท่ีเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ แนวคิด การดาเนินงานของ
“จิตอาสา” จะก่อให้เกิดการทางานท่ีมีคุณค่า ทุกคนมีความเสียสละเพ่ือส่วนรวม การพัฒนาชาติบ้านเมืองจะ
กระทาได้โดยงา่ ย
2. วางวางแผนและการดาเนินงานจิตอาสาด้านต่างๆ เพ่ือให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง เช่น การ
พัฒนากลุ่มอนรุ ักษว์ ัว ควาย ไทย , การจดั ทาแผนและดาเนนิ งานการจดั การองคค์ วามรชู้ ุมชน ในเรอื่ งของการเลยี้ ง
และอนรุ กั ษค์ วายไทย การอนุรกั ษ์พนั ธไ์ มใ้ นป่าไครพ้ นั ปี การตอ่ ยอดขยายพันธ์บัวชนิดต่างๆ การอนุรักษ์สายพันธ์ุ
นกประจาถิ่น และองค์ความรู้ปราชญ์ชาวบ้านในชุมชน รวมถึงการจัดทาแผนและดาเนินงานการจัดการการ
ท่องเทยี่ วในชมุ ชน เปน็ ต้น
3. ประสาน สรา้ งเครือข่าย “จิตอาสา”เพือ่ หาแนวรว่ มการพฒั นาแนวทางการดาเนินงานในพ้ืนท่ี

ภาคผนวก


Click to View FlipBook Version