The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ : ขอเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ (นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ และนายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้เสนอ)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Valar Morghulis, 2025-03-06 05:07:01

เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ : ขอเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ

เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ : ขอเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ (นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ และนายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้เสนอ)

เอกสา รปร ะกอบกา รพิจา รณาญัตติ (นายเปรมศักดิ์ เพียพียุระ และนายเศรณี อนิลนิบล สมาชิกชิวุฒิสฒิภา เป็นป็ผู้เผู้สนอ) จัดทำ โดย สำ นักวิชาการ สำ นักงานเลขาธิการวุฒิสภา โทร. 0 28319307-16


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สํานักวิชาการ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สํานักวิชาการ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา คํานํา เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ (อ.พ.) นี้ สํานักวิชาการจัดทําขึ้นเพื่อใหสมาชิกวุฒิสภา ใชประกอบการพิจารณาญัตติที่เขาสูระเบียบวาระการประชุมของวุฒิสภา โดยรวบรวมขอมูล สถิติ ขอเท็จจริง บทความ ขาวจากสื่อตาง ๆ และงานวิจัยที่เกี่ยวของมานําเสนอ สํานักวิชาการไดดําเนินการจัดทําโดยการนําเสนอขอมูลโดยสรุปในภาพรวม ทั้งนี้ หากสมาชิกวุฒิสภามีขอเสนอแนะเพิ่มเติมประการใด หรือตองการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดตอ สํานักวิชาการ หมายเลขโทรศัพท ๐ ๒๘๓๑ ๙๓๐๗ - ๑๖ สํานักวิชาการ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ จัดทําโดย นายพีระพจน รัตนมาลี รองเลขาธิการวุฒิสภา นายบุญสงค ทองอินทร ผูอํานวยการสํานักวิชาการ นางวรัชยา ยี่สุนทอง ผูบังคับบัญชากลุมงานบริหารทั่วไป นางสาวเรไร ลําเจียก วิทยากรชํานาญการพิเศษ กํากับดูแลการปฏิบัติราชการ กลุมงานวิจัยและขอมูล นางสาวศิริวรรณ มนอัตระผดุง วิทยากรชํานาญการพิเศษ นางสาวมัทยา ศรีพนา วิทยากรชํานาญการ นางสาวรินรดา วงษศรีเผือก เจาพนักงานธุรการอาวุโส นางสาวน้ําทิพย ตั้งไตรรัตน เจาพนักงานธุรการอาวุโส สํานักวิชาการ โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๙๓๐๗ – ๑๖ พิมพที่ กลุมงานการพิมพ สํานักการพิมพ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา โทร. ๐ ๒๘๓๑ ๙๔๖๖


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สํานักวิชาการ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สารบัญ หนา สรุปสาระสำคัญของญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแกไขปญหา ภัยแลงอยางเปนระบบ (นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ และนายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา เปนผูเสนอ) (ก) ๑. ขอมูลทั่วไป ๑.๑ ความเปนมาและสภาพปญหา ๑ ๑.๒ การดำเนินการของรัฐบาล ๖ ๑.๓ บทบาทของสำนักงานทรัพยากรน้ำแหงชาติ (สทนช.) ๙ ๒. กฎหมายและนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวของ ๒.๑ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๙ ๒.๒ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๐ ๒.๓ พระราชกฤษฎีกากำหนดลุมน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๒ ๒.๔ แผนแมบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๒๐ ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ๑๕ ๓. นวัตกรรมการแกไขปญหาภัยแลง ๒๑ ๔. งานวิจัยและงานวิชาการที่เกี่ยวของ ๒๕ ๔.๑ การพัฒนาศักยภาพของประเทศตอการรูรับ ปรับตัว และฟนตัวกลับจากภัยแลง ดานการเกษตร ๒๕ ๔.๒ การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการในสภาวะวิกฤตภัยแลง : กรณีศึกษาจังหวัด ระยอง ๒๗ ๔.๓ หมูบานและองคกรปกครองสวนทองถิ่นกับการจัดการภัยแลง พื้นที่ตำบลหอยแกว อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ๒๗ บรรณานุกรม ๒๙ ภาคผนวก ๓๓ - สำเนาญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การแกไขปญหาภัยแลงอยางเปนระบบ (นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ และนายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา เปนผูเสนอ) ๓๕


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สํานักวิชาการ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา (ก) สาระสำคัญ ญัตติเรื่อง ขอเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแกไขปญหา ภัยแลงอยางเปนระบบ (นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ และนายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา เปนผูเสนอ) --------------------------------- หลักการและเหตุผล ดวยปญหาภัยแลงเปนภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปสรางความเสียหายทั้งดานเศรษฐกิจ และสังคม มีการใชงบประมาณแผนดินจำนวนมากเพื่อแกไขปญหาแตเปนเพียงการแกไขปญหาเฉพาะหนา เทานั้น ปญหาภัยแลงไดแผขยายวงกวางไปทั่วประเทศมิใชเพียงภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง และมีแนวโนมวา ภัยแลง จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สงผลใหเกิดการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค การขาดแคลนแหลงน้ำในการทำ การเกษตรและการเลี้ยงสัตว ฯลฯ ปญหาดังกลาวสงผลกระทบตอเกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อพืชผลทาง การเกษตรเสียหายยอมสงผลใหเกิดการขาดแคลนแหลงอาหาร และกระทบไปยัง ประชาชนทำไดรับ ความเดือดรอนจากการขาดแคลนแหลงอาหารและราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้น โดยสาเหตุของปญหาภัยแลง นอกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดลอมโลกแลว ยังเกิดจากความตองการ ใชน้ำที่เพิ่มขึ้น แหลงกักเก็บน้ำมีจำนวนนอย การทำลายปาตนน้ำ การวางผังเมืองที่ไมเหมาะสม รวมถึงการขาดจิตสำนึกในการอนุรักษน้ำ จากปญหาดังกลาวมีหนวยงานที่มีหนาที่รับผิดชอบแกไข ปญหาจำนวนมาก จึงควรบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาวะภัยแลงแบบบูรณาการ จะตองใชฐานขอมูล ที่ตองครบถวน ทันสมัยจากทุกภาคสวนที่เกี่ยวของกับทรัพยากรน้ำ และใชกระบวนการวิจัยเพื่อคนหา ความจริงเกี่ยวกับปญหา สาเหตุรวมทั้งนวัตกรรมที่เปนผลวิจัยในการนำความรูเทคนิควิธีการและเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใหตอบสนองความตองการของประเทศ ดังนั้น เพื่อใหเกิด ประโยชนแกประชาชน และเปนการปองกันความเสียหายที่จะเกิดตอประเทศ และเพื่อใหการแกไขปญหา ภัยแลงอยางเปนระบบและยั่งยืน จึงเปนการสมควรที่วุฒิสภาจะไดมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแกไขปญหาภัยแลงอยางเปนระบบขึ้น จากเหตุผลดังกลาว ขาพเจาจึงขอเสนอญัตติตามขอบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓๘ เพื่อใหที่ประชุมวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแกไขปญหาภัยแลง อยางเปนระบบ โดยมีกำหนดเวลาการปฏิบัติงาน ๙๐ วัน 


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สํานักวิชาการ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑] ขอมูลทั่วไป


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑] ๑. ข้อมูลทั่วไป ๑.๑ ความเป็นมาและสภาพปัญหา ปัจจุบันทั่วโลกก าลังเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้งในระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไป และคาดว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องมาจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจาก รายงานความเสี่ยงโลกปี ๒๕๖๘ (Global Risk Report ๒๐๒๕) ที่ระบุว่า ความเสี่ยงในประเด็น สิ่งแวดล้อม (Environmental Risks) เป็นความเสี่ยงสูงสุดที่โลกก าลังเผชิญอยู่นับตั้งแต่ใน ๒๐๑๗ เป็นต้นมา และนับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศรุนแรงแบบสุดขั้ว (Extreme Weather) ซึ่งกระทบต่อการบริหารจัดการน้ าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส าหรับภัยแล้งในประเทศไทย ส่วนใหญ่มาจากฝนแล้งและฝนทิ้งช่วง๑ ฝนตกน้อยกว่าปกติ หรือฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ซึ่งมีความเชื่อมโยงการบุกรุกท าลายป่าต้นน้ ากับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศที่ท าให้โลกร้อนขึ้นและก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ที่เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจาก "สภาวะที่ปริมาณน้ า ปริมาณการไหลของน้ า หรือระดับน้ าลดลงอย่างต่อเนื่อง จนอาจก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อการด ารงชีวิตของคน สัตว์ และพืชที่อยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง"๒ กล่าวคือภัยแล้งเป็นการขาดแคลนน้ า ในช่วงเวลานาน ส่งผลให้ปริมาณน้ าไม่เพียงพอแก่ผู้ใช้และเกิดการขาดแคลนน้ า ๓ ส่งผลกระทบกับ ภาคประชาชนและชุมชน ปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ให้ความส าคัญและให้การสนับสนุน ช่วยเหลือเกษตรกรมาโดยตลอดเป็นประจ าทุกปีที่ผ่านมาภาครัฐได้มีการแก้ปัญหาภัยแล้ง ทั้งรูปแบบ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การเบิกจ่ายใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉินแจกน้ าให้ประชาชน ขุดเจาะน้ าบาดาล สร้างศูนย์จ่ายน้ า จัดท าฝนเทียม และการแก้ไขปัญหา ๑ ประเทศไทยจะมีความแห้งแล้ง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคมจนถึงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี และฝนทิ้งช่วง คือ ช่วงที่มีปริมาณ ฝนตกไม่ถึงวันละ ๑ มิลลิเมตรติดต่อกันเกิน ๑๕ วัน ในช่วงฤดูฝน เดือนที่มีโอกาสเกิดฝนทิ้งช่วงสูง คือปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย. รายงานสถานการณ์สาธารณภัย. [Online]. ๒๕๖๘. แหล่งที่มา https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_directing/194/content/8728/download?filename=b4c4c2f7aa6a9 7b35c656dbbd6862c79.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ๒ นิยามภาวะแล้ง มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ า พ.ศ. ๒๕๖๑. [Online]. ๒๕๖๑. แหล่งที่มา http://www.onwr.go.th/ ?page_id=4184 [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ๓ National Integrated Drought Information System (NIDIS). Defining Drought. [Online]. ๒๕๖๔. แหล่งที่มา https://www.drought.gov/what-is-drought/drought-basics [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒] ระยะยาว โดยพัฒนาลุ่มน้ า เช่น สร้างฝาย เขื่อน ขุดลอกแหล่งน้ า รักษาป่าและปลูกป่า ให้ความร่วมมือ และมีส่วนร่วมมือในการจัดท าและพัฒนาชลประทาน ฯลฯ๔ - สถานการณ์ภัยแล้งในประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยเกิดภัยพิบัติจากภัยแล้งรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูล ของส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ๕ และส านักงานสถิติแห่งชาติ๖ พบว่า รอบกว่า ๕๐ ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๖๗) ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งหลายครั้ง คือ ปี พ.ศ. ๒๕๑๐, ๒๕๑๑, ๒๕๑๕, ๒๕๒๐, ๒๕๒๒, ๒๕๒๙, ๒๕๓๐, ๒๕๓๓, ๒๕๓๗, ๒๕๔๒, ๒๕๔๕ . ๒๕๔๘ ๒๕๕๒ ๒๕๕๕ และ ครั้งล่าสุดในปี ๒๕๖๒ ทั้งนี้ ประเทศไทยประสบภัยแล้งรุนแรง ในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมาได้แก่ (พ.ศ. ๒๕๔๗- ๒๕๖๗) ได้แก่ ปี ๒๕๔๗-๒๕๔๘ มีฝนตกน้อยและไม่ต่อเนื่อง น้ าไหลเข้าอ่างเก็บน้ าลดลง ปี ๒๕๔๘ มี ๗๑ จังหวัดได้รับผลกระทบ รวม ๒ ปีสร้างความเสียหายเกือบ ๓.๙ พันล้านบาท ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ มีจังหวัดประสบภัยแล้งมากกว่า ๖๐ จังหวัด รวม ๒ ปีมีความเสียหาย ๑.๕ พันล้านบาท ขณะที่จ านวนผู้ได้รับกระทบปี ๒๕๕๒ สูงถึง ๑๗ ล้านคน และปี ๒๕๕๓ ๑๕ ล้านคน ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ – ๒๓ เมษายน ๒๕๕๖ รวม ๕๐ จังหวัด รวม ๒ ปีมูลค่าความเสียหาย ๓.๓ พันล้านบาท ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ ไทยมีฝนน้อยยาวนานต่อเนื่องตั้งแต่ฤดูฝนปี ๒๕๖๑ ถึงฤดูแล้งปี ๒๕๖๒/ ๒๕๖๓ ท าให้มีปริมาณน้ าไหลลงเขื่อนค่อนข้างน้อย มีการระบายออกมาใช้มากที่สุดในรอบ ๑๐ ปีถึง ๘ เขื่อน และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ – ๓๐ เมษายน ๒๕๖๓ ทั้งหมด ๒๗ จังหวัด รวม ๒ ปีความเสียหาย ๒.๗ พันล้านบาท ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมาการเกิดพื้นที่แล้งซ้ าซากเพิ่มมากขึ้นกว้างในเกือบทุกภาคของประเทศ๗ เนื่องจากฝนตกน้อยกว่าปกติหรือฝนตกไม่เป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งในระดับต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับ ๔ กรมอุตุนิยมวิทยา. วิธีการแก้ปัญหาภัยแล้งท าได้อย่างไร. [Online] (ม.ป.ป.). แหล่งที่มา https://www.tmd.go.th/info/%E๐% B8%A๐%E๐%B8%A2%E๐%B9%81%E๐%B8%A5%E๐%B8%87 [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ๕ ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ. แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน า ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) [Online]. ๒๕๖๐. แหล่งที่มา http://www.onwr.go.th/ [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ๖ ส านักงานสถิติแห่งชาติ. สถิติสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ปี ๒๕๖๗. [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://www.nso.go.th/ public/e-book/Indicators-Environment/Environment-Indicators-2567/24-25/ [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ๗ Global Risk Report. The Global Risks Report ๒๐๒๕ (January ๒๐๒๕) [Online]. ๒๕๖๘. แหล่งที่มา https://reports.weforum.org/docs/WEF_Global_Risks_Report_2025.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๓] สภาพภูมิประเทศสภาพดิน ปริมาณฝน โดยพื้นที่เสี่ยงภัยในระดับรุนแรง (เกิดมากกว่า ๖ ครั้ง/๑๐ ปี) และระดับปานกลาง (เกิด ๔-๕ ครั้ง/๑๐ปี) มีพื้นที่รวมประมาณ ๒๖.๘ ล้านไร่ จากสถานการณ์ภัยแล้งดังกล่าว ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งทางตรงและทางอ้อมกับ การประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างมาก เนื่องจากต้องพึ่งพาอาศัยน้ าจากธรรมชาติ คือ น้ าฝน ซึ่งภัยแล้งจะท าให้เกิดผลกระทบต่อการผลผลิตทางการเกษตร และมีผลต่อการสูญเสียจ านวนของ งบประมาณในประเทศด้านการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบกับ ปัญหาภัยแล้ง ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)๘ พบว่า ในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๖๖) ภัยแล้งส่งผลกระทบกับประชากรมากที่สุด รวม ๑๕๑ ล้านคน เกือบ ๔๒ ล้านครัวเรือน มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ๑๗,๑๙๐,๕๑๘,๖๐๘ บาท ก่อให้เกิดเสียหาย แก่ประชาชนเฉลี่ยปีละ ๘.๔ ล้านคน ๒.๓ ล้านครัวเรือน แม้จะไม่มีข้อมูลมูลค่าความเสียหายในปี ๒๕๖๑, ๒๕๖๔, ๒๕๖๕, ๒๕๖๖ แต่ ๑๖ ปีรวมกันเสียหาย ๑.๗ หมื่นล้านบาท เฉลี่ยปีละ ๑ พันล้านบาท (ปรากฏดังภาพที่ ๑) ภาพที่ ๑ ความเสียหายจากภัยแล้ง ปี ๒๕๔๗-๒๕๖๖ ข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่มีข้อมูลปี ๒๕๖๑ ๒๕๖๕ และไม่มีข้อมูลมูลค่าความเสียหายในปี ๒๕๖๑, ๒๕๖๔, ๒๕๖๕, ๒๕๖๖ ที่มา : https://theactive.thaipbs.or.th/data/๒๐years-disaster-loss ๘ ส านักข่าวไทยพีบีเอส. ๒๐ ปี ไทยสูญเสียจาก ‘ภัยพิบัติ’ แค่ไหน ในวันที่โลกก าลังเผชิญกับความรุนแรงจาก ‘โลกรวน’ (๒๓ ธันวาคม ๒๐๒๔). [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://theactive.thaipbs.or.th/data/20years-disaster-loss [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๔] ภาพรวมพื นที่ภัยแล้งทั งประเทศในปัจจุบัน ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) ได้รายงานการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยแลง ชวงเดือน ม.ค. – ก.พ. ๒๕๖๗ โดยได้ตรวจสอบในพื้นที่เสี่ยงที่มีแนวโน้มขาดแคลนน้ าอุปโภคบริโภคและการเกษตร ในช่วงเดือน ม.ค. – ก.พ. ๒๕๖๗ สรุปไดดังนี้๙ ด้านอุปโภคบริโภค - พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ าในเขตการประปาสวนภูมิภาค พบว่า มีพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง จ านวน ๖ สาขา จะมีน้ าใช้การไดถึงสิ้นเดือนเมษายน ๒๕๖๘ และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางและระดับต่ า จ านวน ๑๙ สาขา จะมีน้ าใช้การไดถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ ในเดือนมกราคม ๒๕๖๘ ตามล าดับ - พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ านอกเขตการประปาสวนภูมิภาค (ประปาทองถิ่น) สทนช. ประเมินพื้นที่เสี่ยง ที่มีแนวโนม ขาดแคลนน้ าอุปโภคบริโภค จ านวน ๒๙ จังหวัด ๘๓ อ าเภอ ๑๓๑ ต าบล ด้านการเกษตร - ด้านการเกษตร (นอกเขตชลประทาน) กรมส่งเสริมการเกษตรไดตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง ด้านการเกษตรนารอบที่ ๒ (นาปรัง) ๑๒ จังหวัด ๓๓ อ าเภอ ๖๕ ต าบล รวมถึงตรวจสอบในพื้นที่ การปลูกพืชต่อเนื่อง (ไมผลที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ) ๓๓ จังหวัด ๙๔ อ าเภอ ๒๗๖ ต าบล พบว่า ไมมีพื้นที่ เสี่ยงขาดแคลนน้ า นอกจากนี้จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ในปี ๒๕๖๗ ได้รายงานพื้นที่การเกิดสาธารณะภัย (ภัยแล้ง/ฝนแล้ง/ฝนทิ้งช่วง) มีจ านวน ๒๘ จังหวัด ๙๖ อ าเภอ ๓๔๖ ต าบล ๒,๗๐๙ หมู่บ้าน ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบ จ านวน ๔๓๘,๕๘๓ คน จ านวน ๑๖๗,๐๗๘ ครัวเรือน และมีพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย ๘๔๗,๖๑๔.๓ ไร่ แสดงให้เห็นว่ามี ๑ ใน ๓ ของจังหวัด ทั้งหมดที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และมีการประกาศเขตพื้นที่การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณี ฉุกเฉิน (ภัยแล้ง/ฝนแล้ง/ฝนทิ้งช่วง) พบว่า มี ๒๑ จังหวัด ๗๘ อ าเภอ ๒๙๙ ต าบล ๒๕๐๔ หมู่บ้าน ที่ได้รับความเสียหาย๑๐ (ข้อมูลระหว่างวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ - ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๗) และ หลายพื้นที่เกิดภัยแล้งซ้ าซาก (ปรากฏดังภาพที่ ๒) ๙ ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ. สรุปมติและข้อสั่งการในการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน าแห่งชาติ (กนช.) ครั งที่ ๑/๒๕๖๘. [Online]. ๒๕๖๘. แหล่งที่มา https://cloudstorage.onwr.go.th/index.php/s/2BM3BerCknceN7q[๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ๑๐ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย. รายงานเขตพื นที่การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง/ฝนแล้ง/ฝนทิ งช่วง) [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://datacenter.disaster.go.th/datacenter/cms/8532?id=114164# gallery-3 [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๕] ภาพที่ ๒ รายงานพื้นที่การเกิดสาธารณะภัย (ภัยแล้ง/ฝนแล้ง/ฝนทิ้งช่วง) ปี๒๕๖๗ ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย https://www.opsmoac.go.th/news-preview-442891792844 ทั้งนี้ เมื่อเกิดภัยพิบัติในส่วนพื้นที่ด้านการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ทางกระทรวงเกษตร ได้มีการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยมีการก าหนดเงินช่วยเหลือ ที่เกษตรกรไว้ ครัวเรือนละไม่เกิน ๓๐ ไร่ แบ่งเป็น ข้าว ไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ ๑,๙๘๐ บาท ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ ไร่ละ ๔,๐๔๘ บาท๑๑ อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบริหารจัดการน้ าของประเทศด าเนินการ ขับเคลื่อนด้วยคณะกรรมการทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่มีส านักงาน ทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) เป็นเลขานุการ มีการด าเนินการเชิงบูรณาการความร่วมมือกันของ หน่วยงานด้านน้ าที่มีอยู่กว่า ๔๘ หน่วยงาน ใน ๗ กระทรวงเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งมีหน้าที่ในการก าหนด นโยบาย แผนปฏิบัติงานงบประมาณ โครงการต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับชาติจนถึงระดับลุ่มน้ า ประกอบด้วย คณะกรรมการลุ่มน้ าอีก ๒๒ คณะ ที่มี สทนช.ภาคเป็นเลขานุการ ซึ่งแม้ว่าการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จะมีการบูรณาการร่วมกันของหลายฝ่ายทั้งระบบ แต่ในทางปฏิบัติยังเกิดความซ้ าซ้อนในการด าเนินการ หรือขาดการช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติอย่างทั่วถึง๑๒ โดยเฉพาะในระดับจังหวัด ที่ขาดการการบูรณาการ ๑๑ ส านักงานปลัดกระทรวงเกษตร. เกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://www.opsmoac.go.th/news-preview-442891792844 [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ๑๒ จดหมายข่าว องค์การบริหารส่วนต าบลวิสัยใต้. สรุปบทเรียนจากปัญหาภัยพิบัติภายในพื นที่ต าบลวิสัยใต้ พ.ศ.๒๕๖๔-๒๕๖๕ [Online]. ๒๕๖๔. แหล่งที่มา https://www.wisaitai.go.th/news/doc_download/a_230722_182438.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๖] ร่วมกันของราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค รวมทั้งปัญหาการขาดการกระจายอ านาจให้กับท้องถิ่นในการ บริหารจัดการแก้ไขปัญหา๑๓ บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมกับองค์กรภาคประชาชนอย่างจริงจัง ๑.๒ การด าเนินการของรัฐบาล ๑.๒.๑ ค าแถลงนโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบัน การแก้ไขปัญหาภัยแล้งมีการด าเนินการอย่างต่อเนื่องมาทุกรัฐบาล และในรัฐบาล ชุดปัจจุบันภายใต้การน าของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ต่อรัฐสภา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ ๑๔ มีประเด็นเกี่ยวกับภัยแล้ง จากสภาวะการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศของโลก กล่าวคือ จากสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ( Climate Change) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคเกษตรกรรมและภาคการท่องเที่ยวในปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยเผชิญ กับภาวะภัยแล้งในช่วงครึ่งปีแรกและจะเผชิญภาวะฝนตกหนักผิดปกติ ในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งรัฐบาล จึงต้องมีนโยบายในการสร้างความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยรัฐบาลจะยกระดับการบริหารจัดการน้ า การพัฒนา ระบบสาธารณูปโภคที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และเข้าถึงได้ทั้งในด้านพื้นที่ และราคา การจัดหาแหล่งน้ า ให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การจัดหาน้ าสะอาดส าหรับอุปโภคบริโภคให้ประชาชนทุกพื้นที่ และจะเร่งให้น้ าถึงไร่นาด้วยการเพิ่ม ศักยภาพ แหล่งกักเก็บน้ า และเพิ่มประสิทธิภาพระบบกระจายน้ า ควบคู่กับการขยายเขตชลประทาน พร้อมทั้งเพิ่มแหล่งน้ าเพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ รัฐบาลจะแก้ปัญหา น้ าท่วม น้ าแล้งร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ าทั้งระบบ โดยค านึงถึง ความสอดคล้องกับศักยภาพของลุ่มน้ าและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่าง การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ าอย่างยั่งยืน ๑.๒.๒ มาตรการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งภาคการเกษตร การด าเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมาในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งภาคการเกษตร ได้มีการด าเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งใน ๒ รูปแบบ คือ ๑๓ ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. บทสรุปเชิงนโยบาย (TSRI Policy Brief) เรื่อง "นโยบายเชิง บูรณาการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้ง" ปีที่ ๙ ฉ. ๓๗/๒๕๖๒ หน้า ๑ [Online]. ๒๕๖๒. แหล่งที่มา https://online.fliphtml5.com/pyepm/sman/ [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ๑๔ ส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. ค าแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://www.soc.go.th/wp-content/uploads/ 2024/09/Policy_67_th.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๗] ๑) การลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนในช่วงน้ าแล้ง ๒) การสร้างรายได้จากการขายผลผลิตอื่น ๆ เพื่อทดแทนรายได้จากการงดปลูก ข้าวนาปรัง จากการศึกษาของส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เรื่อง นโยบายเชิงบูรณาการ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้ง๑๕ พบว่าการส่งเสริมการปลูกพืช มาตรการมีผลสัมฤทธิ์ผลชัดเจน ในการใช้น้ าน้อยทดแทนข้าวนาปรัง และการท าปศุสัตว์ เมื่อเปรียบเทียบ งบประมาณที่ใช้ต่อกิจกรรมกับรายได้ต่อครัวเรือนของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับพบว่า รายได้ ต่อครัวเรือนของเกษตรอยู่ในระดับที่สูงกว่าเงินงบประมาณต่อคนที่ใช้ในกิจกรรมนี้ ส าหรับมาตรการที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนโดยการสนับสนุนส่งเสริมให้มีการเลี้ยง สัตว์เล็กและประมงทุกชนิดนั้น นับเป็นอีกมาตรการที่เกิดผลส าเร็จ สามารถลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน รวมทั้งกระบวนการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ภายใต้นโยบายช่วยลดผลกระทบจากภัยแล้ง พบว่า เป็นไปอย่างมีความเหมาะสมตั้งแต่การคัดเลือกพื้นที่ เกษตรกร พืช สัตว์ ประมง และการสนับสนุนอาชีพ อย่างไรก็ตาม พบอุปสรรคของมาตรการที่ได้ด าเนินการไปแล้ว คือ ยังขาดการสนับสนุน เรื่องการแก้ปัญหาระหว่างช่วงการผลิต และมีการแย่งชิงตลาดกันเองในพื้นที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้ง ความเหมาะสมของพื้นที่หรือที่ดิน โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะต่อการปลูกข้าวมากกว่าการปลูกพืชชนิดอื่น ซึ่งนับเป็นสิ่งท้าทายที่รัฐบาลต้องหาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อท าให้การปลูกพืชทดแทนข้าวนาปรัง ประสบผลส าเร็จ ๑.๒.๓ การด าเนินการของ กนช. ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งทั งระบบ คณะกรรมการทรัพยากรน าแห่งชาติ (กนช.) มีมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี ๒๕๖๗/ ๒๕๖๘ โดยมอบนโยบายและแนวทางการด าเนินงานดังนี้ ๑) ให้ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อน ๘ มาตรการรองรับฤดูแลง และฝนทิ้งช่วงปี ๒๕๖๗/๖๘ เพื่อเป็นการด าเนินการป้องกัน ในเชิงรุกก่อนเกิดภัย โดย สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันถอดบทเรียนการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ าฤดูแล้ง ปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ มาปรับปรุงและจัดท ามาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ๑๕ ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม บทสรุปเชิงนโยบาย (TSRI Policy Brief) เรื่อง "นโยบายเชิงบูรณา การเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้ง" ปีที่ ๙ ฉ. ๓๗/๒๕๖๒ หน้า ๖ [Online]. ๒๕๖๒. แหล่งที่มา https://online.fliphtml5.com/pyepm/sman/ [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๘] ใน ๓ ด้าน ๘ มาตรการ และจัดท าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ าเพื่อรองรับ สถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี ๒๕๖๗ ดังนี้๑๖ - ด้านต้นทุน (Supply) จ านวน ๒ มาตรการ ได้แก่ - มาตรการที่ ๑ คาดการณ์และป้องกันพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ า (ก่อนและ ตลอดฤดูแล้ง) - มาตรการที่ ๒ สร้างความมั่นคงน้ าเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรพร้อม ปฏิบัติการเติมน้ าอย่างมีประสิทธิภาพ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) - ด้านความต้องการใช้น า (Demand) จ านวน ๓ มาตรการ ได้แก่ - มาตรการที่ ๓ ก าหนดแผนจัดสรรน้ าและพื้นที่เพราะปลูกพืชฤดูแล้งบริหาร จัดการน้ าให้เป็นไปตามล าดับความส าคัญการใช้น้ าที่คณะกรรมการลุ่มน้ าก าหนด (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) - มาตรการที่ ๔ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ า ประหยัดน้ า และลดการสูญเสียน้ า ในทุกภาคส่วน (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) - มาตรการที่ ๕ เฝ้าระวังและแก้ไขคุณภาพน้ า (ตลอดฤดูแล้ง) - ด้านการบริหารจัดการ (Management) จ านวนวน ๓ มาตรการ - มาตรการที่ ๖ เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ าของชุมชน/ องค์กรผู้ใช้น้ า (ตลอดฤดูแล้ง) - มาตรการที่ ๗ สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) - มาตรการที่ ๘ ติดตามและประเมินผลการด าเนินงาน (ตลอดและหลังจากสิ้นสุด ฤดูแล้ง) ๒) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจังหวัด สร้างการรับรู้ความเข้ากับประชาชนในการ บริหารจัดการน้ าอย่างมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันความขัดแย้งในพื้นที่และรณรงค์การใช้น้ าอย่างประหยัด ๓) ให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ าที่มีปริมาณน้ าใช้การน้อย โดยบริหารจัดการน้ าให้มีประสิทธิภาพ จัดสรรน้ าตามล าดับ ความส าคัญ เพื่อให้มีน้ าใช้ได้อย่างเพียงพอจนถึงสิ้นฤดูแล้งและต่อเนื่องจนถึงต้นฤดูฝน โดยจัดสรรน้ า เพื่ออุปโภคบริโภคเป็นล าดับแรก ๔) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกัน และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาการขาดแคลนน้ าในช่วงฤดูแล้งนี้ให้ได้มากที่สุด ๑๖ ส านักข่าวอินโฟเควสท์.ครม.ผ่าน ๘ มาตรการรับมือภัยแล้ง-ฝนทิ งช่วงปี ๖๗/๖๘ หลังถอดบทเรียนจากในอดีต (๒๔ ธันวาคม. ๖๗). [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://www.infoquest.co.th/2024/456305[๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๙] ๕) ให้ สทนช. ติดตามความก้าวหน้า และเร่งขับเคลื่อนการด าเนินโครงการ ด้านทรัพยากรน้ าในพื้นที่ทุกจังหวัดอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป ๑.๓ บทบาทของส านักงานทรัพยากรน าแห่งชาติ (สทนช.) ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) เป็นหน่วยงานในสังกัดส านักนายกรัฐมนตรี ก่อตั้งขึ้นโดยสมัยนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ มีชื่อเดิม คือ "ส านักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ าแห่งชาติ" ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น "ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ" หรือ สทนช. เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๑ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นหน่วยงานกลางด้านน้ า ที่มีเอกภาพ ก าหนดนโยบาย และก ากับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ของประเทศอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของการจัดการปัญหาน้ าท่วม น้ าแล้ง และคุณภาพน้ ามิติของ การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ าจากทุกภาคส่วน มิติของกฎหมาย และการบูรณาการ ภารกิจของหน่วยงานให้เป็นไปในแนวทาง และเป้าประสงค์ตามที่ก าหนดไว้ในแผนแม่บทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ า ๒๐ ปี(พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๕๘๐) รวมทั้งแผนงานโครงการและงบประมาณในการ บริหารจัดการน้ า เพื่อลดความซ้ าซ้อนและแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นพื้นที่ ได้ตรงจุด ตลอดจน การน าองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ า เพื่อลดความเสียหายจากภัยจากน้ า และช่วยให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้ในบริบทของสภาพ ภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ าสามารถด าเนินการ ไปในทิศทางเดียวกัน มีการบูรณาการในการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม๑๗ ๒. กฎหมายและนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ๒.๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ “มาตรา ๗๒ รัฐพึงด าเนินการเกี่ยวกับที่ดิน ทรัพยากรน้ า และพลังงาน ดังต่อไปนี้ ... (๔) จัดให้มีทรัพยากรน้ าที่มีคุณภาพและเพียงพอต่อต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน รวมทั้งการประกอบเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการอื่น” ๑๘ ๑๗ ส านักทรัพยากรน้ าแห่งชาติ รายงานประจ าปี ส านักทรัพยากรน าแห่งชาติ ๒๕๖๔ [Online]. ๒๕๖๔. แหล่งที่มา http://www.onwr.go.th/wp-content/uploads/2022/09/Report1.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ๑๘ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐. [Online]. ๒๕๖๐. https://www.senate.go.th/assets/portals/13/files/รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร%20พุทธศักราช%20๒๕๖๐.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๐] ๒.๒ พระราชบัญญัติทรัพยากรน า พ.ศ. ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ า พ.ศ. ๒๕๖๑ มีขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นกฎหมายกลาง ในการบูรณาการการบริหารทรัพยากรน้ าอย่างเป็นระบบ เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยได้ประสบปัญหา การบริหารทรัพยากรน้ าในหลายด้าน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่และอ านาจตามกฎหมาย หลายฉบับ และแม้ว่ารัฐบาลจะได้แต่งตั้งให้มีคณะกรรมการทรัพยากรน้ าแห่งชาติท าหน้าที่ในการบูรณาการ และบริหารทรัพยากรน้ าอย่างเป็นระบบในทุกมิติแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงมีความจ าเป็นที่สมควรจะมีกฎหมาย ในการบูรณาการเกี่ยวกับการจัดสรร การใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบ ารุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ า และสิทธิในน้ า เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบริหารทรัพยากรน้ า ให้มีความประสานสอดคล้องกันในทุกมิติ มีความเป็นเอกภาพก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในการบริหารทรัพยากรน้ าอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมทั้งวางหลักเกณฑ์ในการประกันสิทธิขั้นพื้นฐาน ของประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากรน้ าสาธารณะ ตลอดจนจัดให้มีองค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ทั้งในระดับชาติ ระดับลุ่มน้ า และระดับองค์กรผู้ใช้น้ าซึ่งสะท้อนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อร่วมกัน บริหารทรัพยากรน้ าอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นอกจากนี้ยังก าหนดให้มีการด าเนินการ ตราพระราชกฤษฎีกาและออกกฎกระทรวง ระเบียบและประกาศ เพื่อเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน การบริหารทรัพยากรน้ าให้บรรลุวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของกฎหมาย๑๙ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติดังกล่าว ได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๒ ซึ่งมีบทบัญญัติที่จะท าให้การบริหารจัดการน้ าขับเคลื่อน ต่อไปได้อย่างสมบูรณ์ทั้งระบบแบบองค์รวมของประเทศ โดยมีการวางหลักเกณฑ์ สิทธิขั้นพื้นฐานของ ประชาชนในการเข้าถึงทรัพยากรน้ า การก าหนดมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ าท่วม น้ าแล้ง บทบาทหน้าที่และอ านาจขององค์กรแต่ละระดับตั้งแต่นโยบายระดับประเทศ แผนแม่บทการบริหาร ทรัพยากรน้ า ระดับลุ่มน้ าและพื้นที่ แผนงานโครงการ และแผนปฏิบัติงาน ในส่วนสาระส าคัญของพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ า พ.ศ. ๒๕๖๑ หรือ กฎหมายว่าด้วย ทรัพยากรน้ า ประกอบด้วย ๙ หมวด และบทเฉพาะกาล จ านวน ๑๐๖ มาตรา สรุปได้ดังนี้ หมวด ๑ ทรัพยากรน า กฎหมายก าหนดให้รัฐมีอ านาจใช้ พัฒนา บริหารจัดการ บ ารุงรักษา ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ าให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยนายกรัฐมนตรีอาจก าหนดให้หน่วยงานรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ ควบคุมดูแลและบ ารุงรักษาทรัพยากรน้ าสาธารณะนั้นก็ได้ ๑๙ ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. การรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ พระราชบัญญัติทรัพยากรน า พ.ศ. ๒๕๖๑ และ กฎหมายล าดับรอง. [Online]. ๒๕๖๑. https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=NDExMURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๑] หมวด ๒ สิทธิในน า ให้สิทธิบุคคลในการใช้หรือเก็บกักน้ าได้เท่าที่จ าเป็นแก่ประโยชน์ ในกิจกรรมหรือในที่ดินของตนโดยไม่เป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่บุคคลอื่นซึ่งอาจ ใช้น้ านั้น หมวด ๓ องค์กรบริหารจัดการทรัพยากรน า มีทั้งระดับชาติ ระดับลุ่มน้ า และระดับ องค์กรผู้ใช้น้ าที่สะท้อนการมีส่วนร่วมของประชาชน ระดับชาติมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (กนช.) เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการ การบริหารทรัพยากรน้ ามีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเลขาธิการส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ ระดับลุ่มน้ า มีคณะกรรมการลุ่มน้ าเป็นกลไกในการขับเคลื่อนโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้รับเลือกในเขตลุ่มน้ านั้นเป็นประธานและข้าราชการของส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติภาค เป็นกรรมการและเลขานุการ ระดับองค์กรผู้ใช้น้ า มีการรวมตัวของบุคคลซึ่งใช้น้ าในบริเวณใกล้เคียงและอยู่ในลุ่มน้ า เดียวกันจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ าเพื่อประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ าใน หมู่สมาชิก หมวด ๔ การจัดสรรน าและการใช้น า ให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (กนช.) ก าหนดความส าคัญในการจัดสรรน้ าของประเทศตามล าดับความส าคัญ โดยค านึงถึงน้ าเพื่อการอุปโภค บริโภค การรักษาระบบนิเวศ จารีตประเพณี การบรรเทาสาธารณภัย การคมนาคม เกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และการท่องเที่ยว โดยการใช้น้ าทรัพยากรน้ าสาธารณะแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ ประเภทที่ ๑ การใช้ทรัพยากรน้ าสาธารณะเพื่อการด ารงชีพการอุปโภคบริโภคในครัวเรือน การเกษตรหรือการเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ การอุตสาหกรรมในครัวเรือน การรักษาระบบนิเวศ จารีตประเพณี การบรรเทาสาธารณภัย การคมนาคม และการใช้น้ าในปริมาณเล็กน้อย โดยประเภทนี้ไม่ต้องขอรับ ใบอนุญาตและไม่ต้องช าระค่าใช้น้ า แต่ต้องมีการจัดท าข้อมูลและจัดส่งข้อมูลการใช้น้ าต่อส านักงาน ทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ า แห่งชาติ (กนช.) ก าหนด ประเภทที่ ๒ การใช้ทรัพยากรน้ าสาธารณะเพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาและกิจการอื่น ซึ่งประเภทนี้ต้องได้รับใบอนุญาต จากหน่วยงานที่มีอ านาจแล้วแต่กรณี อาทิ อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ า หรืออธิบดี กรมทรัพยากรน้ าบาดาล โดยได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการลุ่มน้ า


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๒] ประเภทที่ ๓ การใช้ทรัพยากรน้ าสาธารณะเพื่อกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ าปริมาณมาก หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบข้ามลุ่มน้ า หรือครอบคลุมพื้นที่อย่างกว้างขวาง ประเภทนี้ต้องได้รับอนุญาต จากหน่วยงานที่มีอ านาจแล้วแต่กรณี อาทิ อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ า หรืออธิบดี กรมทรัพยากรน้ าบาดาล โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (กนช.) หมวด ๕ ภาวะน าแล้งและภาวะน าท่วม ให้ความส าคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา ด้านน้ า โดยให้คณะกรรมการลุ่มน้ าจัดท าแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ าแล้งและน้ าท่วมไว้ล่วงหน้า ซึ่งครอบคลุมไปถึงการรักษาและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ า รวมถึงบัญญัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน าแผน ไปสู่การปฏิบัติ หมวด ๖ การอนุรักษ์และการพัฒนาทรัพยากรน าสาธารณะ เน้นการสงวนพื้นที่แหล่ง ต้นน้ าล าธารหรือพื้นที่ชุ่มน้ าเพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ าสาธารณะ รวมถึงวางหลักเกณฑ์ การใช้ประโยชน์ที่ดินที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้ าสาธารณะและเพื่อการอนุรักษ์และการพัฒนา ทรัพยากรน้ าสาธารณะ หมวด ๗ พนักงานเจ้าหน้าที่ ก าหนดหน้าที่และอ านาจของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายฉบับนี้ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๘ ความรับผิดทางแพ่งในกรณีที่ท าให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน าสาธารณะ กรณีที่ผู้ใดกระท าให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรน้ าสาธารณะ หรือใช้ทรัพยากรน้ าสาธารณะ โดยไม่มีสิทธิ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อรัฐ หมวด ๙ บทก าหนดโทษ ได้ก าหนดโทษอาญา ซึ่งมีทั้งจ าคุก หรือปรับ หรือทั้งจ าทั้งปรับ แล้วแต่กรณีส าหรับความผิดที่กระท า๒๐ ๒.๓ พระราชกฤษฎีกาก าหนดลุ่มน า พ.ศ. ๒๕๖๔ การแบ่งลุ่มน้ าในประเทศไทยเริ่มมีการพัฒนามาตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ จนถึงปี ๒๕๖๑ ส านักงาน ทรัพยากรน้ าแห่งชาติด าเนินการศึกษาทบทวนการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ าที่เหมาะสมส าหรับการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ าและละลกระทบจากการแบ่งพื้นที่ลุ่มน้ า โดยใช้ข้อมูลที่ละเอียดจากแผนที่เส้นชั้นความสูง 1 : 4,000 WGS 84 ของกรมพัฒนาที่ดิน ในการพิจารณาเส้นแบ่งลุ่มน้ า รวมถึงพิจารณาจากแผนที่ ภาพถ่ายทางอากาศแบบ ๓ มิติของ Google Earth ประกอบในการพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไป ตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ า พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่ระบุว่า “เพื่อประโยชน์ในการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ า ให้มีการก าหนดลุ่มน้ าโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ทั้งนี้ให้ค านึงถึงสภาพ ๒๐ ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ. พ.ร.บ. ทรัพยากรน า ๖๑ และแผนแม่บทน า ๒๐ ปี ฉบับพกพา. [Online]. ๒๕๖๓. แหล่งที่มา https://online.flipbuilder.com/bhde/cxwy/ [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๓] อุทกวิทยา สภาพภูมิศาสตร์ ระบบนิเวศ การตั้งถิ่นฐาน การผังเมือง ผังน้ า และเขตการปกครองด้วย” โดยพระราชกฤษฎีกาก าหนดลุ่มน้ า พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ โดยก าหนดให้ประเทศไทยมีลุ่มน้ าหลักทั้งสิ้น ๒๒ ลุ่มน้ า ได้แก่ ๑. ลุ่มน้ าสาละวิน ๒. ลุ่มน้ าโขงเหนือ ๓. ลุ่มน้ าโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ๔. ลุ่มน้ าชี ๕. ลุ่มน้ ามูล ๖. ลุ่มน้ าปิง ๗. ลุ่มน้ าวัง ๘. ลุ่มน้ ายม ๙. ลุ่มน้ าน่าน ๑๐. ลุ่มน้ าเจ้าพระยา ๑๑. ลุ่มน้ าสะแกกรัง ๑๒. ลุ่มน้ าป่าสัก ๑๓. ลุ่มน้ า ท่าจีน ๑๔. ลุ่มน้ าแม่กลอง ๑๕. ลุ่มน้ าบางปะกง ๑๖. ลุ่มน้ าโตนเลสาบ ๑๗. ลุ่มน้ าชายฝั่งทะเลตะวันออก ๑๘. ลุ่มน้ าเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ ๑๙. ลุ่มน้ าภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน ๒๐. ลุ่มน้ าทะเลสาบ สงขลา ๒๑. ลุ่มน้ าภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง และ ๒๒. ลุ่มน้ าภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้ง ยังสามารถแบ่งเป็นลุ่มน้ าสาขาจ านวน ๓๕๓ ลุ่มน้ า และหมู่เกาะต่าง ๆ ของแต่ละลุ่มน้ าหลักอีกจ านวน ๖ หมู่เกาะอีกด้วย๒๑ (ปรากฏดังภาพที่ ๓) ๒๑ ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ. ๒๒ ลุ่มน าในประเทศไทย และพระราชกฤษฎีกาก าหนดลุ่มน า พ.ศ. ๒๕๖๔. [Online]. ๒๕๖๘. แหล่งที่มา http://sonwr.onwr.go.th/wp-content/uploads/2021/07/22-basin-in-thailand.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๔] ภาพที่ ๓ แผนที่แสดงพื้นที่ขอบเขตลุ่มน้ าในประเทศไทย ที่มา : http://sonwr.onwr.go.th/wp-content/uploads/2021/07/22-basin-in-thailand.pdf


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๕] ๒.๔ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน า ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ าแห่งชาติ(กนช.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ในการด าเนินการปรับปรุงเป็นแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ๒๐ ปี(พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ให้สอดคล้องและอยู่ภายได้บริบทเดียวกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีเป็นส าคัญ เพื่อใช้เป็นกรอบและ แนวทางในการพัฒนาแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ าของประเทศและดูแลผลกระทบต่อประชาชน รวมถึง ให้มีการพัฒนาการบริหารจัดการน้ าเชิงลุ่มน้ าทั้งระบบ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ าของประเทศ อีกทั้งให้สามารถจัดให้มีน้ าสะอาดใช้ทุกครัวเรือนของชุมชนชนบท ตลอดจนการเพิ่มผลิตภาพของน้ า โดยการจัดหาน้ าและใช้น้ าอย่างประหยัด รู้คุณค่า ตลอดจนให้สามารถจัดระบบการจัดการภัยพิบัติ จากน้ า ลดความสูญเสียลดความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ซึ่งนับได้ว่าแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) มีความจ าเป็นอย่างยิ่ง และเปรียบได้กับ เสาหลักของการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ าครั้งใหญ่ของประเทศ โดยใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วย ก าหนดกรอบการท างาน ขอบเขต และแนวทางในการขับเคลื่อนบริหารจัดการทรัพยากรน้ าให้เดินหน้า ไปได้อย่างมีแบบแผน มีประสิทธิภาพ และเกิดความต่อเนื่องในระยะยาวตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ในส่วนสาระส าคัญของแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ได้มีการเพิ่มเติมกลยุทธ์ที่น าไปสู่การจัดท าแผนปฏิบัติการทั้งแผนงานหลักและแผนงานรอง เพื่อให้ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยยึดแนวทาง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ การสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการพัฒนาแหล่งน้ า จนได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ า แห่งชาติ (กนช) และได้ประกาศในราชกิจจา นุเบกษามีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๒ โดยก าหนดแนวทางไว้ด้วยกัน ๖ ด้าน (ปรากฏดังภาพที่ ๔) ด้านที่ ๑ การจัดการน าอุปโภคบริโภค เป้าประสงค์จัดหาน้ าสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค ให้แก่ชุมชนครบทุกหมู่บ้าน หรือ ทุกครัวเรือน ชุมชนเมือง แหล่งท่องเที่ยวส าคัญ และพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งจัดหาแหล่งน้ าส ารอง ภาพที่ ๔ แนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน า ๖ ด้าน


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๖] ในพื้นที่ซึ่งขาดแคลนแหล่งน้ าตันทุน พัฒนาน้ าดื่มให้ได้มาตรฐานในราคาที่เหมาะสม และทุกภาคส่วน มีจิตส านึกในการประหยัดน้ า โดยลลการใช้น้ าภาคครัวเรือน ภาคการบริการ และภาคราชการ กลยุทธ์ ๑. พัฒนา ขยายเขต และเพิ่มประสิทธิภาพระบบประปาหมู่บ้าน จ านวน ๑๔,๕๓๔ ครัวเรือน โดยจัดหาแหล่งน้ าและก่อสร้างระบบประปาให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ และปรับปรุง ระบบประปาเดิมที่ช ารุดเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ ๒. พัฒนาระบบประปาเมืองพื้นที่เศรษฐกิจ จ านวน ๓๘๘ แห่ง โดยการขยายเขตระบบ ประปา เพิ่มเขตจ่ายน้ าส าหรับเมืองหลัก พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และแหล่งท่องเที่ยวที่ส าคัญ ๓. จัดหาแหล่งน้ าส ารอง ๓๔๖ ล้านลูบาศก์เมตร ๔. พัฒนาน้ าดื่มให้ได้มาตรฐานในราคาที่เหมาะสม โดยให้ทุกหมู่บ้านมีน้ าดื่มสะอาดได้ มาตรฐานภายในปี ๒๕๗๓ รวมทั้งพัฒนาน้ าบาดาลเพื่อสนับสนุนน้ าดื่มสะอาดให้โรงเรียนและชุมชน ๕. ลดการใช้ในภาคครัวเรือน ภาคบริการ และภาคราชการ ไม่เกิน ๒๑๕ ลิตร/คน/วัน แนวทางการขับเคลื่อน กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานประสานและขับเคลื่อน ส่วนกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น และกรมทรัพยากรน้ าเป็นหน่วยงานปฏิบัติหลักในการก าหนด มาตรฐาน จัดท ารูปแบบมาตรฐาน สนับสนุนท้องถิ่นในการส ารวจ ออกแบบ และจัดท าโครงการน าร่อง พร้อมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีและเพิ่มขีดความสามารถให้ท้องถิ่นด าเนินการได้เองต่อไป โดยที่ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) จะท าหน้าที่ในการจัดสรรทรัพยากรน้ าให้แต่ละภาคส่วน อย่างสมดุลและเป็นธรรม ด้านที่ ๒ การสร้างความมั่นคงของน าภาคการผลิต เป้าประสงค์พัฒนาและปรับปรุงแหล่งเก็บกักน้ าและระบบส่งน้ าใหม่ให้เต็มศักยภาพ พร้อมทั้งการจัดหาน้ าในพื้นที่เกษตรน้ าฝน เพื่อขยายโอกาสจากในพื้นที่ไม่มีศักยภาพ ลดความเสี่ยง ความเสียหายลงร้อยละ ๕๐ รวมถึงการเพิ่มผลิตภาพและปรับโครงสร้างการใช้น้ า โดยด าเนินการร่วมกับ ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันและด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคมเพื่อยกระดับผลิตภาพด้านน้ าทั้งระบบ กลยุทธ์ ๑. การจัดการด้านความต้องการ โดยลดการใช้น้ าภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ๑๘๒ ล้าน ลูกบาศก์เมตร และน าน้ ากลับมาใช้ใหม่ในพื้นที่ชลประทาน ๒. เพิ่มประสิทธิภาพโครงการแหล่งน้ าและระบบส่งน้ าเดิม ๖,๓๕๖ ล้านลูกบาศก์เมตร และเพิ่มปริมาณน้ าต้นทุนในแหล่งน้ าเดิม ๕๐๗ ล้านลูกบาศก์เมตร


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๗] ๓. จัดหาน้ าในพื้นที่เกษตรน้ าฝนกระจายทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ๑๓,๘๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีพื้นที่รับประโยชน์ ๑๕ ล้านไร่ รวมถึงการจัดระบบการพัฒนาแหล่งน้ าเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ า แหล่งน้ าชุมชน สระน้ าในไร่นา และพัฒนาบ่อบาดาลเพื่อการเกษตร ๔. พัฒนาแหล่งเก็บกักน้ า/ระบบส่งน้ าใหม่ด้วยการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ า พัฒนาระบบ ชลประทาน การเพิ่มปริมาณน้ าที่จัดการได้ รวมทั้งการพัฒนาแหล่งน้ าบาดาลขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพ โดยค านึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถเพิ่มปริมาณน้ าได้๑๓,๔๓๙ ล้านลูกบาศก์เมตร และมี พื้นที่รับประโยชน์กว่า ๑๘ ล้านไร่ ๕. พัฒนาระบบผันน้ าและระบบเชื่อมโยงแหล่งน้ า ๒,๕๙๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ๖. การเพิ่มผลิตภาพมูลค่าภาคการผลิต โดยการส่งเสริมด้านการเกษตรพันธุ์พืช และ การปลูกพืชให้มีผลิตภาพสูงมากขึ้น ๖,๒๑๐ ไร่ ในพื้นที่ต้นแบบและขยายผลการด าเนินการไปสู่พื้นที่ ที่ได้รับการพัฒนาแหล่งน้ าและระบบส่งน้ า ซึ่งด าเนินการร่วมกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้าง ความสามารถในการแข่งขัน และด้านการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคมเพื่อยกระดับ ผลิตภาพด้านน้ าทั้งระบบ ๗. เพิ่มน้ าต้นทุนโดยการปฏิบัติการฝนหลวง โดยมีแผนแนวทางบูรณาการขับเคลื่อน การจัดหาน้ าในพื้นที่เกษตรน้ าฝน ก าหนดเป้าหมายแก้ไขได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๘ ของพื้นที่การเกษตร ที่เสี่ยงภัยแล้ง อีกทั้งการจัดการแก้ไขปัญหาน้ าใน ๖๖ พื้นที่เป้าหมายที่ต้องวางแผนเชิงบูรณาการ ทั้งอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ แนวทางการขับเคลื่อน ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) เป็นหน่วยประสาน และขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานปฏิบัติในการพัฒนาแหล่งน้ าในทุกขนาดทุกประเภท โดยเฉพาะในพื้นที่ เสี่ยงภัยแล้งการจัดการในพื้นที่พิเศษที่ต้องวางแผนเชิงบูรณาการทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง การใช้ เทคโนโลยีเพื่อช่วยประหยัดน้ าในภาคอุตสาหกรรม การเพิ่มผลิตภาพการใช้น้ าและการปรับโครงสร้าง การใช้น้ าภาคเกษตรและอุตสาหกรรม การจัดหาน้ าในทุกมิติ เพื่อสนับสนุนพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก (EEC) ด้านที่ ๓ การจัดการน าท่วมและอุทกภัย เป้าประสงค์เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ า การจัดระบบป้องกันน้ าท่วมชุมชนเมือง การจัดการพื้นที่น้ าท่วมและพื้นที่ชะลอน้ า การลดปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ า รวมทั้งการบรรเทาอุทกภัย ในเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ ในระดับลุ่มน้ าและพื้นที่วิกฤต ลุ่มน้ าขนาดใหญ่ ลุ่มน้ าสาขา ลดความเสี่ยง และความรุนแรง


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๘] กลยุทธ์ ๑. ปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ า ๕๖๒ แห่ง และปรับปรุงล าน้ าธรรมชาติที่ตื้นเขิน ๖,๒๗๑ กิโลเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ า ๒. การป้องกันน้ าท่วมชุมชนเมือง ๗๖๔ เมือง พื้นที่ได้รับการป้องกัน ๑.๗ ล้านไร่ ควบคู่กับ จัดท าผังน้ า ผังการระบายน้ าในระดับลุ่มน้ า จังหวัดเมือง ๓. การจัดการพื้นที่น้ าท่วม/พื้นที่ชะลอน้ า ลดปริมาณน้ าหลากได้สูงสุด ๔,๖๑๒ ล้านลูกบาศก์เมตร และลดพื้นที่อุทกภัย ๑๓ ล้านไร่ ๔. การบรรเทาอุทกภัยเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ ระดับลุ่มน้ าและพื้นที่วิกฤตไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๖๐ ๕. การสนับสนุนปรับตัวและเผชิญเหตุไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕ ของพื้นที่ประสบภัย แนวทางการขับเคลื่อน ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) จะขับเคลื่อนบูรณาการ แผนงานการแก้ไขปัญหาน้ าท่วมในพื้นที่วิกฤตอย่างเป็นระบบ โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนทั้งน้ าท่วมจากน้ าหลากและการระบาย น้ าฝน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองใหญ่ ตลอดจนการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพ การระบายน้ า รวมทั้งเร่งรัดการจัดท าผังลุ่มน้ า ตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ ามาตรา ๒๓ (๕) ด้านที่ ๔ การจัดการคุณภาพน าและอนุรักษ์ทรัพยากรน า เป้าประสงค์พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบ รวบรวมและระบบบ าบัดน้ าเสียรวม ของชุมชน การน าน้ าเสียกลับมาใช้ใหม่ ป้องกันและลดการเกิดน้ าเสียที่ต้นทาง การควบคุมปริมาณ การไหลของน้ าเพื่อรักษาระบบนิเวศ พร้อมทั้งพื้นฟูแม่น้ าล าคลอง และแหล่งน้ าธรรมชาติที่มีความส าคัญ ในทุกมิติ เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ทั่วประเทศ กลยุทธ์ ๑. การป้องกันและลดการเกิดน้ าเสียที่ต้นทางในชุมชนเมืองที่เกิดใหม่ ๒. การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบบ าบัดน้ าเสีย ๗๔๑ แห่ง และน าน้ าเสียกลับมาใช้ ใหม่ ๑๓๒ ล้านลูกบาศก์เมตร/ปี ๓. การรักษาสมดุลของระบบนิเวศ โดยการจัดท าแผนการจัดสรรน้ าในลุ่มน้ าหลัก ๑๓ ลุ่มน้ า ๔. การอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ าล าคลองและแหล่งน้ าธรรมชาติทั่วประเทศทุกลุ่มน้ า/ล าน้ า/ แหล่งน้ าธรรมชาติที่พื้นที่มากกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ โดยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจ รู้คุณค่า และ ความส าคัญในการจัดการคุณภาพน้ าก่อนระบายออกสู่แม่น้ าล าคลอง การก าจัดวัชพืชและขยะมูลฝอย ในแหล่งน้ า การส ารวจรังวัด พิสูจน์และสอบแนว พร้อมทั้งการขึ้นทะเบียนการป้องกันแก้ไขปัญหา


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๑๙] การรุกล้ าแนวเขต การอนุรักษ์ฟื้นฟูและพัฒนา รวมถึงการจัดท าข้อก าหนดในการออกแบบทั้งเชิง ภูมิสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม แนวทางการขับเคลื่อน กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานส าคัญที่ประสานและขับเคลื่อนแผนงานการเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุม การระบายน้ าเสียออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยมีส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) ท าหน้าที่ในการ บูรณาการการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งต้นน้ าล าธารและพื้นที่ชุ่มน้ าที่สมควรสงวนไว้ เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากร น้ าสาธารณะ ตลอดจนการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ า คูคลองแหล่งน้ าธรรมชาติขนาดใหญ่ โดยระยะแรก จะมุ่งเน้นแม่น้ าที่ไหลผ่านชุมชนเมือง เช่น คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ เป็นต้น ด้านที่ ๕ การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน าที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน เป้าประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู พื้นที่ป่าต้นน้ าที่เสื่อมโทรม การป้องกันและลดการชะล้าง พังทลายของดินในพื้นที่ต้นน้ าและพื้นที่ลาดชัน กลยุทธ์ ๑. การอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ าที่เสื่อมโทรม ๓.๕๒ ล้านไร่ โดยการปลูกป่าและสร้าง ฝายชะลอน้ าประเภทต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ๒. การป้องกันและลดการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่ต้นน้ า ๒๑.๔๕ ล้านไร่ โดยจัดท า ระบบอนุรักษ์ดินและน้ าในพื้นที่เกษตรลาดชันจัดท าแนวป่ากันชน การปลูกป่าเลียนแบบธรรมชาติ ทดแทน การปลูกพืชเชิงเดี่ยวและการปลูกหญ้าแฝก แนวทางการขับเคลื่อน ส าหรับการฟื้นฟูป่าต้นน้ า มอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานประสานและขับเคลื่อนโดยด าเนินการควบคู่กันไป เริ่มจากก าหนด ขอบเขตการใช้ประโยชน์เป็นเขตอนุรักษ์ เขตป่าไม้กันชน และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่เหมาะสมในพื้นที่ ลุ่มน้ าชั้น ๑ และ ๒ ที่ได้รับการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี โดยจะด าเนินการก าหนดพื้นที่เป้าหมาย ที่มีผลกระทบด้านทรัพยากรน้ ารุนแรง ได้แก่ ลุ่มน้ าภาคเหนือและภาคใต้ ในระยะแรกก่อน รวมถึง มีการผลักดันให้พิจารณาด าเนินการทั้งทางกลยุทธ์และการปรับระบบการปลูกพืชควบคู่กันไปเพื่อลด การชะล้างพังทลายของดิน ด้านที่ ๖ การบริหารจัดการ เป้าประสงค์ก าหนดให้จัดตั้งองค์กรด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ได้แก่ คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (กนช.) คณะกรรมการลุ่มน้ า พร้อมกับปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เพื่อพัฒนา ระบบฐานข้อมูล คลังข้อมูลน้ าชาติตลอดจนสนับสนุนองค์กรลุ่มน้ า การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาครัฐ


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๐] และเอกชน การบริหารจัดการระบบชลประทาน พร้อมทั้งพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อ สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคการบริการและการผลิต รวมถึงพัฒนารูปแบบเพื่อยกระดับการ จัดการน้ าในพื้นที่และลุ่มน้ า ทั้งด้านการตลาดพลังงาน การผลิต และของเสีย กลยุทธ์ ๑. ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ(สทนช.) จะขับเคลื่อนการด าเนินการให้สอดคล้อง ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ า พ.ศ. ๒๕๖๑ และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) อันประกอบด้วย จัดท าปรับปรุง ทบทวน กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ด้านทรัพยากรน้ า การส่งเสริมพัฒนาองค์กร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ าในระดับชาติ/ระดับลุ่มน้ า ให้เป็นกลไกพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศด้านทรัพยากรน้ า รวมทั้งการจัดท าแผนบริหาร จัดการ ทรัพยากรน้ า แผนแม่บทระดับลุ่มน้ าและแผนปฏิบัติการ การจัดท าแผนบริหารน้ าในสภาวะวิกฤต ทุกลุ่มน้ า ตลอดจนติดตามและประเมินผล ทั้งแผนงานภายใต้แผนแม่บทและการด าเนินงานของ หน่วยงาน ๒. การศึกษาวิจัยและพัฒนาการจัดการทรัพยากรน้ า โดยศึกษา วิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมให้ด าเนินการตามแนวทางที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓. เสริมสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์นโยบาย แผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ า และบูรณาการการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ส่งเสริมการจัดการน้ าชุมชน และ การจัดการภัยพิบัติด้านน้ าในระดับพื้นที่ลุ่มน้ า ประเทศ และระหว่างประเทศ แนวทางการขับเคลื่อน ๑. การจัดท าอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ า จัดตั้งคณะกรรมการลุ่มน้ า โดยมีส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ(สทนช.) เป็นหน่วยงานหลักด าเนินการและประสานงานการขับเคลื่อน ในระดับประเทศและลุ่มน้ า ๒. แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ๒๐ ปีส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ (สทนช.) ด าเนินการจัดท าและถ่ายทอดเป้าหมายลงสู่ระดับลุ่มน้ าและแผนปฏิบัติการ รวมถึงติดตามและ ประเมินผลการด าเนินงาน ๓. การศึกษา วิจัย และพัฒนายกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ าและทรัพยากร มนุษย์โดยส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ(สทนช.) ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๑] ทั้งนี้ การด าเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ า ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ทั้ง ๖ ด้านนี้ ถือเป็นสิ่งส าคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ าได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึง สามารถพัฒนาการจัดการน้ าเชิงลุ่มน้ าทั้งระบบ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ าของประเทศ ตลอดจนเพิ่ม ผลิตภาพของน้ า โดยการจัดหาและใช้น้ าอย่างสมดุลและเป็นธรรม นอกจากนี้ยังสามารถใช้มาตรการ ทั้งทางโครงสร้าง กฎระเบียบ องค์กรการจัดการ การจัดการข้อมูล การเตือนภัย การวิจัยและ การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีส าหรับขับเคลื่อนงานภายใต้แผนแม่บทด้านทรัพยากรน้ าและ ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ าได้อย่างยั่งยืน๒๒ ๓. นวัตกรรมการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญกับปัญหาน้ าท่วมน้ าแล้งมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแย่งชิงน้ า ในพื้นที่ขาดแคลน ซึ่งหากประเทศไทยยังคงใช้น้ าจากกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ไม่ลดการใช้น้ า ก็อาจจะ ส่งผลให้อนาคตเกิดการขาดแคลนน้ าได้ ดังนั้น การน าเครื่องมือใหม่ทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามา ต่อยอดการบริหารจัดการน้ า โดยโครงการวิจัยเข็มมุ่งด้านการบริหารจัดการน้ า จะเป็นการน าเสนอ ถึงทางเลือกใหม่ในการรับมือกับความผันผวนสภาพอากาศ และมุ่งสู่การลดการใช้น้ าในทุกภาคส่วน ลดความเสี่ยงขาดแคลนน้ า ขณะที่กระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมยังสร้างความเข้าใจที่ดีต่อการบริหาร เชิงนโยบายด้วย โดยขอยกตัวอย่างนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพจัดการน้ า จ านวน ๔ นวัตกรรม ๒๓ (ปรากฏดังภาพที่ ๕) ดังนี้ ๒๒ อ้างแล้วใน ส านักงานทรัพยากรน าแห่งชาติ. พ.ร.บ. ทรัพยากรน า ๖๑ และแผนแม่บทน า ๒๐ ปี ฉบับพกพา. ๒๓ ส านักข่าวไทยพีบีเอส. จัดการน า รับมือโลกผันผวน ต่อยอดนวัตกรรม คลี่คลายวิกฤตน าท่วม-น าแล้ง. [Online]. ๒๕๖๖. https://theactive.thaipbs.or.th/data/water-management-innovation [๕ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๒] ภาพที่ ๕ นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพจัดการน้ า ที่มา : https://theactive.thaipbs.or.th/data/water-management-innovation ๑. AI เทคโนโลยีบริหารจัดการเขื่อนในลุ่มน าเจ้าพระยา ในปัจจุบัน ๔ เขื่อนหลักลุ่มน้ า เจ้าพระยาเผชิญปัญหาน้ าน้อยจากความแปรปรวนสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้น นักวิจัยจึงพัฒนาโมเดล เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ าให้มีน้ าใช้ระยะยาวด้วย AI เทคโนโลยีบริหารจัดการ ที่สามารถวิเคราะห์ ข้อมูลเพื่อเป็นฐานข้อมูลให้ตัดสินใจปรับลด เพิ่ม การปล่อยน้ าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระบวนการนี้ เริ่มจากการใช้เทคโนโลยี AI ก าหนดอัตราส่วนปล่อยน้ าที่เหมาะสม ใน ๔ เขื่อนจากการค านวณน้ า ไหลเข้าอ่าง และการระบายน้ าออกจากเขื่อน ที่ปกติฤดูฝนจะปล่อยน้ าตามการปฏิบัติเป็นปีต่อปี แต่เมื่อใช้เทคโนโลยีAI ท าให้มีข้อมูลตัดสินใจ ในการประเมินการระบายน้ าในฤดูฝนเพื่อเพิ่มปริมาณน้ า กักเก็บในฤดูแล้ง โดยผู้วิจัยกล่าวว่าผลลัพธ์ที่ได้ คือ ในช่วงหมดฤดูฝนสามารถเพิ่มปริมาณน้ ากักเก็บได้ ๒๐% ขณะที่การคาดการระยะสั้นสามารถท าได้แม่นย าขึ้น ๗๐ – ๘๐% จึงช่วยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมชลประทานบริหารจัดการดีขึ้น ๒. SENSOR เทคโนโลยีจัดการน า ในเขตชลประทาน โครงการท่อทองแดง ในช่วง ๗ - ๘ ปี ที่ผ่านมา พื้นที่โครงการส่งน้ าและบ ารุงรักษาท่อทองแดง ในจังหวัดก าแพงเพชร เคยประสบปัญหา ผู้ใช้น้ าขัดแย้งแย่งน้ าระหว่างคนต้นคลองกับคนปลายคลอง โดยเฉพาะช่วงน้ าน้อย แต่หลังจากที่เริ่มใช้


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๓] กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม ชักชวนทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ขัดแย้งเข้ามาแลกเปลี่ยนปัญหาจึงเกิด ความเข้าใจ โดยมีข้อส าคัญของกระบวนการ คือ การน าเอาเทคโนโลยีติดตั้งระบบวัดความชื้นในดิน ติดตั้งเซ็นเซอร์วัดระดับน้ าและประตูอัตโนมัติ และระบบมอนิเตอร์ข้อมูล ผ่านระบบออนไลน์เข้ามาเป็น ตัวช่วยท าให้คนที่อยู่ต้นน้ า กลางน้ า และปลายน้ า ได้เห็นภาพและข้อมูลน้ าชุดเดียวกัน ซึ่งผลที่ได้คือ ช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง ประหยัดน้ า บริหารจัดการได้แม่นย าขึ้น ลดการส่งน้ าเฉลี่ยได้มากถึง ๓๓% และเมื่อทุกคนเข้าใจกฎ กติกา และพัฒนาความรู้ร่วมกันได้ จะสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับ สถานการณ์น้ าต้นทุนที่มีอยู่ได้ ๓. 3Rs เทคโนโลยีจัดการน า EEC ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ในอีก ๒๐ ปีข้างหน้า จ านวนประชากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะมีไม่ต่ ากว่า ๖ ล้านคน เนื่องจากการเติบโต ของภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว หากไม่ปรับตัวลดการใช้น้ าจะเผชิญความเสี่ยงสูงมากในอนาคต การใช้ 3Rs เทคโนโลยีจัดการน้ า EEC จะช่วยลดการใช้น้ าได้เฉลี่ยมากกว่า ๒๐% จากเป้าหมาย โดยใช้กระบวนการติดตั้งเครื่องมือจัดสรรและควบคุมการใช้น้ า ลดการใช้น้ า (Reduce) ใช้น้ าซ้ า (Reuse) และบ าบัดน้ าเสีย วนกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) พร้อมวิเคราะห์ ประเมินผลผ่านระบบ IoT ซึ่ง พบว่าสามารถประหยัดน้ าได้ ๑๕ - ๓๐% ลดการสูญเสียน้ า และช่วยให้การจัดการน้ าในกระบวนการผลิตมี ความแม่นย ามากขึ้น ๔. GIS เทคโนโลยีจัดท าฐานข้อมูลต้นทุนและความต้องการใช้น านอกเขตชลประทาน ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีการเก็บข้อมูลด้านน้ าเชิงพื้นที่รายชุมชนมากนัก จึงท าให้การจัดการน้ า ในระดับนโยบายบริหารจัดการแบบกว้าง ๆ จึงท าให้การแก้ปัญหายังไม่ตรงเป้าหมาย การใช้ฐานข้อมูล GIS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจัดท าฐานข้อมูลต้นทุนและความต้องการใช้น้ าโดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขต ชลประทาน จึงเข้าไปช่วยลดช่องว่างเหล่านี้ได้กระบวนการจัดท าฐานข้อมูล GIS เริ่มจากการท า ความเข้าใจร่วมกัน ระหว่างชาวบ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อท างาน ร่วมกัน ในการรวบรวมข้อมูลแหล่งน้ า ความต้องการการใช้น้ าจากชุมชน และหน่วยงานลงใน ฐานข้อมูล GIS เช่น บ่อสระ จุดที่มี หรือไม่มีน้ า รวมถึงจุดที่ช ารุด และส ารวจพื้นที่เปราะบาง เสี่ยงท่วมแล้ง ก่อนน ามาท าแผนที่ประเมินพื้นที่รับน้ า เพื่อจัดการน้ าร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการวางผังน้ า ส ารวจความต้องการ การจัดหา การแบ่งปันน้ าในระดับชุมชนและระดับจังหวัด ผู้วิจัยกล่าวว่า การท า ฐานข้อมูล จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มผู้ใช้น้ า และท าให้มีข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนจัดการ การใช้น้ า ตั้งแต่ในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด ไปจนถึงระดับประเทศ สามารถวางแผนรับมือ ภัยความเสี่ยง และบริหารจัดการสถานการณ์ได้แม่นย า และตรงจุดมากขึ้น รวมถึงเพิ่มธรรมาภิบาล ในการจัดการน้ าระดับชุมชน


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๔] ในส่วนภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ภัยแล้งถือเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบท าให้พืช เกิดการขาดน้ า การเจริญเติบโตหยุดชะงัก ปริมาณและคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรตกต่ า สร้างความ เสียหายต่อพืชเศรษฐกิจ จึงขอยกตัวอย่างนวัตกรรมสู้ภัยแล้งทางการเกษตร ซึ่งเป็นการน าวิธีการใหม่ หรือสิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้และความคิดอย่างสร้างสรรค์มาช่วยในการกักเก็บน้ าเพื่อให้สามารถ มีน้ าใช้ในการเกษตรอย่างเพียงพอ จ านวน ๔ นวัตกรรม๒๔ ดังนี้ ๑. ธนาคารน าใต้ดิน (Groundwater Bank) คือ การน าน้ าไปเก็บไว้ใต้ดินด้วยการขุดบ่อ ในพื้นที่ ๆ น้ าท่วมขังหรือบริเวณซึ่งเป็นจุดรวมของน้ าเพื่อท าให้น้ าไหลซึมลงไปสู่ชั้นใต้ดิน คล้ายกับ การรวมน้ าให้เป็นธนาคารน้ าโดยสามารถน าน้ ากลับมาใช้ใหม่ได้ตามต้องการ โดยธนาคารน้ าใต้ดิน มี ๒ รูปแบบ คือ ๑.๑ ธนาคารน าใต้ดินระบบเปิด โดยการขุดบ่อน้ าหรือสระน้ าให้ลึกผ่านชั้นดินเหนียว จนถึงชั้นหินอุ้มน้ า (Aquifer) เช่น หินทราย เพื่อให้ชั้นหินอุ้มน้ าดูดซับน้ าลงไปสู่ชั้นน้ าใต้ดินหรือ น้ าบาดาล การท าธนาคารน้ าใต้ดินให้มีประสิทธิภาพจะขุดหลาย ๆ บ่อในบริเวณใกล้เคียงกัน เพื่อให้เกิด การเชื่อมโยงของระบบการไหลของน้ าใต้ดิน ในฤดูฝนจะเป็นการเติมน้ าลงสู่ธนาคารน้ าใต้ดิน วิธีการนี้ จึงเหมาะกับพื้นที่เกษตรกรรมเนื่องจากเกษตรกรสามารถสูบน้ าจากบ่อมาใช้เพาะปลูกได้ตลอดปี จึงเป็น แนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน ๑.๒ ธนาคารน าใต้ดินระบบปิด คือ การเก็บน้ าไว้ใต้ดินในระดับชั้นดินเหนียว เมื่อถึงฤดูฝน น้ าจะไหลลงบ่อและซึมไปยังชั้นดินได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะช่วยป้องกันหรือแก้ปัญหาน้ าท่วม พร้อมกับ การเติมน้ าลงใต้ดินเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวดินและรักษาความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน ๒. โคก หนอง นา โมเดล คือ การบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นการผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่กับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สอดคล้องกับธรรมชาติ โดยหลักการออกแบบพื้นที่ ในโคก หนอง นา โมเดล จะออกแบบพื้นที่สามารถปรับใช้ได้ทั้งพื้นที่เล็กหรือใหญ่โดยใช้อัตราส่วน ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐ เป็นเกณฑ์ ซึ่งพื้นที่ส่วนแรกประมาณ ๓๐% จะใช้เพื่อการขุดสระน้ าส าหรับ เลี้ยงปลา ปลูกพืชน้ า สร้างเล้าไก่บนสระ และปลูกพืชบริเวณรอบ ๆ ขอบสระ พื้นที่ ๓๐% ส่วนที่สองจะ ใช้ส าหรับการท านา พื้นที่ ๓๐% ส่วนที่สามใช้ส าหรับการปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น และไม้ที่ใช้ประโยชน์ ในครัวเรือน ส่วนพื้นที่ ๆ เหลืออีก ๑๐% จะเป็นการก่อสร้างส าหรับเป็นที่อยู่อาศัย คอกเลี้ยงสัตว์ รวมถึงเป็นโรงเพาะเห็ดและโรงเรือนส าหรับเก็บปุ๋ยหรือลานตากผลผลิตทางการเกษตร ๒๔ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จ ากัด. นวัตกรรมการจัดการน าสู้ภัยแล้ง. [Online]. ๒๕๖๕. https://kas-uat.siamKubota .co.th/smart_farming/นวัตกรรมการจัดการน้ าสู/ [๕ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๕] ๓. การขุดบ่อจิ๋วหรือสระน าในไร่นา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ า และเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ าในพื้นที่เกษตรกรรมของเกษตรกรในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ให้มีน้ าอย่างเพียงพอกับการเพาะปลูก ๔. ระบบบ่อเติมน าใต้ดิน เป็นการหารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกอ้อยด้วยระบบ บ่อเติมน้ าใต้ดินขึ้นมา และเมื่อน าระบบบ่อเติมน้ าใต้ดินมาทดลองใช้ในแปลงสาธิต พบว่าสามารถ เพิ่มผลผลิตของอ้อยได้ถึง ๓๐% เมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกอ้อยแบบทั่วไป ดังนั้น ระบบบ่อเติม น้ าใต้ดินจึงเป็นนวัตกรรมที่สามารถน ามาปรับใช้ในพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งได้ ความรุนแรงของปัญหาภัยแล้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การน านวัตกรรมต่าง ๆ มาเป็น แนวทางจะเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งได้ ทั้งจากการบริหารจัดการน้ า การรับมือกับ ความผันผวนสภาพอากาศ การลดการใช้น้ าในทุกภาคส่วน การสร้างการมีส่วนร่วมยังสร้างความเข้าใจ ที่ดีต่อการบริหารเชิงนโยบายด้วย รวมถึงนวัตกรรมทางภาคการเกษตรเองก็ถือเป็นแนวทางที่สามารถ ช่วยให้เกษตรกรสามารถรักษารายได้จากการผลิตและสร้างผลผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น และเกษตรกรสามารถ น าองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการรับมือและบรรเทาความรุนแรงของปัญหาภัยแล้งได้อย่างยั่งยืนต่อไป ๔. งานวิจัยและงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง ๔.๑ การพัฒนาศักยภาพของประเทศต่อการรู้รับ ปรับตัว และฟื้นตัวกลับจากภัยแล้ง ด้านการเกษตร๒๕ ด าเนินการวิจัยโดย ผศ.ดร.สุภัทรา วิเศษศรี และคณะ ส านักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศึกษาวิจัยแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) สร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) ในการด าเนินงานโครงการโดยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมแสดงความคิดเห็นร่วมกับโครงการเพื่อก าหนด แนวทางการติดตามภัยแล้ง ๒) พัฒนาดัชนีส าหรับติดตามและบ่งชี้ภัยแล้งส าหรับประเทศไทย ซึ่งพัฒนาขึ้นตามกรอบความต้องการใช้งานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ๓) เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับผลกระทบภัยแล้งต่อภาคการเกษตร และประเมินความสามารถในการปรับตัวของเกษตรกร ในพื้นที่ศึกษาต่อภัยแล้ง และ ๔) เพื่อเพิ่มความสามารถของเกษตรกรไทยต่อการรู้รับ ปรับตัว และ ฟื้นคืนกลับจากภัยแล้งด้านการเกษตร ผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ผลการศึกษา พบว่า การจัดการภัยแล้งของประเทศไทยมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ตั้งแต่ระดับชุมชนถึงระดับประเทศ ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ อบต. และกรมชลประทานมีบทบาทส าคัญ ในการสื่อสารข้อมูลภัยแล้งแก่เกษตรกรในพื้นที่ศึกษาลุ่มน้ าปิง เกษตรกรโดยส่วนใหญ่ตระหนักถึง ๒๕ สุภัทรา วิเศษศรี. การพัฒนาศักยภาพของประเทศต่อการรู้รับ ปรับตัว และฟื้นตัวกลับจากภัยแล้งด้านการเกษตร. [Online]. ๒๕๖๖. https://elibrary.tsri.or.th/fullP/RDG6130017/RDG6130017_full.pdf. [๕ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๖] ผลกระทบจากภัยแล้งและทราบวิธีการปรับตัว แต่เกษตรกรที่เข้าถึงข้อมูล มีเครือข่ายค าแนะน า ที่กว้างขวาง และมีทรัพยากรเพียงพอมีแนวโน้มที่จะปรับตัวมากกว่าเกษตรกรที่มีข้อจ ากัดในประเด็น เหล่านี้ การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรต่อการรู้รับ ปรับตัว และฟื้นคืนกลับจากภัยแล้ง ด้านการเกษตร อาจท าได้โดยการเพิ่มพูนองค์ความรู้ การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแบบมีเงื่อนไข ในส่วนของภาครัฐ ควรมุ่งเน้นการใช้มาตรการเชิงรุกในการจัดการภัยแล้ง และในส่วนของภาควิชาการควรพัฒนาเครื่องมือ ที่ใช้คาดการณ์ภัยแล้งและผลกระทบให้มีความครอบคลุมและแม่นย ายิ่งขึ้นเพื่อสนับสนุนการวางแผน ของเกษตรกรและภาครัฐ ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ๑. พัฒนาดัชนีภัยแล้งตัวอื่น ๆ เพื่อให้มีความครอบคลุมและเป็นประโยชน์ในวงกว้างยิ่งขึ้น ส าหรับผู้ใช้งานกลุ่มอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือภาคการเกษตร ๒. พัฒนาระบบการติดตามภัยแล้งไปสู่การคาดการณ์ภัยแล้งในอนาคต เพื่อน าข้อมูล ดังกล่าวไปวางแผนป้องกันภัยแล้งล่วงหน้าได้ ๓. ส ารวจข้อมูลผลกระทบจากภัยแล้งในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทยเพิ่มเติม เพื่อให้ การวิเคราะห์มีความน่าเชื่อถือและสะท้อนถึงผลกระทบที่อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ของ ประเทศได้ดียิ่งขึ้น ๔. ค้นคว้าหรือพัฒนาอัลกอริทึมที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีภัยแล้งและ ผลกระทบให้ได้ความชัดเจนมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์และสนับสนุนการวางแผน จัดการภัยแล้ง ๕. การออกแบบมาตรการจัดการภัยแล้ง ควรเน้นที่มาตรการเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ เพื่อป้องกันและลดความเสียหายจากภัยแล้งให้น้อยที่สุด ๖. การออกแบบมาตรการด้านการเงิน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจาก ภัยแล้งอาจจะต้องพิจารณาการช่วยเหลือแบบมีเงื่อนไขเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ การพัฒนา ศักยภาพที่น าไปสู่การพึ่งพิงตนเองมากขึ้น


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๗] ๔.๒ การบริหารจัดการน าแบบบูรณาการในสภาวะวิกฤตภัยแล้ง : กรณีศึกษาจังหวัดระยอง๒๖ ด าเนินการวิจัยโดย น.ส.ปิยนุช สถาวร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาวิจัยแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) ศึกษาลักษณะหรือรูปแบบการด าเนินการของภาครัฐและผู้ใช้น้ า ในสถานการณ์วิกฤต ๒) ศึกษาระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ใช้น้ าในทุกภาคส่วนในสถานการณ์ วิกฤต ๓) เพื่อเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการน้ าในสถานการณ์วิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ผลการศึกษา พบว่า มาตรการในการบริหารจัดการน้ าในสภาวะวิกฤตภัยแล้ง จังหวัด ระยอง มีลักษณะความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ใช้น้ า ตั้งแต่ระยะก่อนเกิดภาวะวิกฤต ระยะเกิดภาวะ วิกฤต และระยะหลังเกิดภาวะวิกฤต ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ด้านความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ าระหว่างภาครัฐและตัวแทนผู้ใช้น้ าภาค อุปโภค บริโภค และตัวแทนผู้ใช้น้ าภาคอุตสาหกรรม มีการร่วมกันพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ในขณะเดียวกันผู้ใช้น้ าภาคเกษตรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ าชลประทานยังมีบทบาทน้อยเกินไป การแก้ปัญหา ด้านการจัดการน้ าแบบบูรณาการที่แท้จริง ต้องประกอบไปด้วยผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่มีทั้งส่วนได้ และส่วนเสีย เข้าร่วมทุกองค์ประกอบของกิจกรรม อันจะน ามาซึ่งความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล อย่างยั่งยืน ๔.๓ หมู่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดการภัยแล้ง พื นที่ต าบลห้อยแก้ว อ าเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร๒๗ ด าเนินการวิจัยโดย มนัสวี ศรีสมบัติ มหาวิทยาลัยรามค าแหง ศึกษาวิจัยแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการการจัดการภัยแล้งของหมู่บ้านและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น สภาพปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการด าเนินงานการจัดการภัยแล้งตลอดจนหาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาการจัดการภัยแล้งของหมู่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่ต าบลห้วยแก้ว อ าเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร ผลการศึกษา พบว่า รัฐบาลได้ด าเนินการเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้ง ตั้งแต่การป้องกัน การเกิดภัย การให้ความช่วยเหลือระหว่างเกิดภัย และแก้ไขปัญหาในระยะยาวก าหนดเป็นนโยบาย เร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องด าเนินการ โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการภัยแล้ง ซึ่งรัฐบาลกระจาย อ านาจในการจัดการภัยแล้ง ให้แก่ จังหวัดและอ าเภอ ด าเนินการวางแผนประสานงาน สั่งการ รวมถึง ๒๖ ปิยนุช สถาวร. การบริหารจัดการน าแบบบูรณาการในสภาวะวิกฤตภัยแล้ง : กรณีศึกษาจังหวัดระยอง. [Online]. ๒๕๖๔. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/7981/ [๖ มีนาคม ๒๕๖๘] ๒๗ มนัสวี ศรีสมบัติ. หมู่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดการภัยแล้ง พื นที่ต าบลห้อยแก้ว อ าเภอบึงนาราง จังหวัด พิจิตร. [Online]. ๒๕๖๒. https://www3.ru.ac.th/mpa-abstract/files/2562_1597914114_6114832054.pdf [๖ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๘] ควบคุมดูแลการด าเนินงาน องค์การบริหารส่วนต าบลห้วยแก้วและหมู่บ้านห้วยแก้วด าเนินการ ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง กระบวนการจัดการเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้ง การวางแผน ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งได้จัดท าขึ้นเป็นประจ าทุกปี การด าเนินการจัดตั้งศูนย์อ านวยการ เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เพื่อบูรณาการการวางแผนเครื่องมือ เครื่องจักร ก าลังพล ในการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยด้านการเกษตรและด้านการอุปโภคบริโภค การด าเนินการ ส ารวจและจัดท าแผนการเพราะปลูกพืชฤดูแล้งให้สอดคล้องกับปริมาณน้ าต้นทุนที่มีอยู่ การวางแผนการ จัดสรรน้ าเพื่อการเกษตรและกิจกรรมทุกกิจกรรม การชี้แจง/ประชาสัมพันธ์ และท าความเข้าใจกับ ประชาชนในการจัดการภัยแล้ง การส่งเสริมการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง การส ารวจตรวจสอบแหล่งน้ า ธรรมชาติภาชนะเก็บกักน้ า บ่อน้ าตื้น บ่อบาดาดาล และถังน้ ากลางประจ าหมู่บ้าน ให้อยู่ในสภาพใช้การได้ หากเกิดช ารุดเสียหายให้ท าการซ่อมแชม การประชุมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการจัดหาแหล่งน้ าต้นทุน อาทิ กรมชลประทาน หน่วยทหาร มูลนิธิอุทกพัฒน์ ตลอดจนด าเนินการจัดท าแผนพัฒนาแหล่งน้ า ในอนาคต เช่น ธนาคารน้ าใต้ดิน เป็นต้น ข้อเสนอแนะจากการวิจัย การด าเนินการทุกกระบวนการในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ความส าเร็จหรือบรรลุผล ตามวัตถุประสงค์หรือไม่นั้น การมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้นมีความส าคัญมากที่สุด ที่จะด าเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ต าบลห้วยแก้ว อ าเภอบึงนาราง ส าเร็จอย่างยั่งยืน จ าเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายปัจจัยรวมกัน คือ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน ในพื้นที่ทุกคน องค์การต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการร่วมกันการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ร่วมกัน โดยองค์การบริหารส่วนต าบลเป็นหน่วยงานหลักที่ด าเนินการตามแผนต่าง ๆ เช่น แผนตาม ยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาท้องถิ่น แผนป้องกันภัยแล้ง และมีก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นแกนน าในการแก้ไข ปัญหาภัยแล้ง โดยเน้นให้ประชาชนมีความตื่นตัว ตระหนักถึงผลกระทบที่ตามมาของภัยแล้ง บูรณาการ ร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐให้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ให้ประชาชนในหมู่บ้านมีการ ด ารงชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน และให้ภาครัฐมีบทบาทในด้านการสนับสนุนงบประมาณมาด าเนินโครงการ ต่าง ๆ ที่จะแก้ปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งควรศึกษาความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการด าเนินงานแก้ไข ปัญหาภัยแล้งของก านันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ******************************


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๒๙] บรรณานุกรม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย,กระทรวงมหาดไทย. รายงานเขตพื นที่การให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง/ฝนแล้ง/ฝนทิ งช่วง). [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://datacenter.disaster.go.th/datacenter/cms/8532?id=114164#gallery-3 [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] __________. รายงานสถานการณ์สาธารณภัย. [Online]. ๒๕๖๘. แหล่งที่มา https://backofficeminisite.disaster.go.th/apiv1/apps/minisite_directing/194/conten t/8728/download?filename=b4c4c2f7aa6a97b35c656dbbd6862c79.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] กรมอุตุนิยมวิทยา. วิธีการแก้ปัญหาภัยแล้งท าได้อย่างไร. [Online]. ม.ป.ป.. แหล่งที่มา https://www.tmd.go.th/info/ภยแลง [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] จดหมายข่าว องค์การบริหารส่วนต าบลวิสัยใต้. สรุปบทเรียนจากปัญหาภัยพิบัติภายในพื นที่ต าบล วิสัยใต้ พ.ศ.๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ [Online]. ๒๕๖๔. แหล่งที่มา https://www.wisaitai.go.th/ news/doc_download/a_230722_182438.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จ ากัด. นวัตกรรมการจัดการน าสู้ภัยแล้ง. [Online]. ๒๕๖๕. https://kas-uat.siamkubota.co.th/smart_farming/นวัตกรรมการจัดการน้ าสู/ [๕ มีนาคม ๒๕๖๘] ปิยนุช สถาวร. การบริหารจัดการน าแบบบูรณาการในสภาวะวิกฤตภัยแล้ง : กรณีศึกษาจังหวัด ระยอง. [Online]. ๒๕๖๔. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/7981/ [๖ มีนาคม ๒๕๖๘] มนัสวี ศรีสมบัติ. หมู่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดการภัยแล้ง พื นที่ต าบลห้อยแก้ว อ าเภอบึ งนา ร า ง จั งหวัดพิจิต ร. [Online]. ๒๕๖๒ . https://www3 .ru.ac.th/mpaabstract/files/2562_1597914114_6114832054.pdf [๖ มีนาคม ๒๕๖๘] สุภัทรา วิเศษศรี. การพัฒนาศักยภาพของประเทศต่อการรู้รับ ปรับตัว และฟื้นตัวกลับจากภัยแล้ง ด้านการเกษตร. [Online]. ๒๕๖๖. https://elibrary.tsri.or.th/fullP/RDG6130017/ RDG6130017_full.pdf [๕ มีนาคม ๒๕๖๘] ส านักข่าวอินโฟเควสท์. ครม. ผ่าน ๘ มาตรการรับมือภัยแล้ง-ฝนทิ งช่วงปี ๖๗/๖๘ หลังถอดบทเรียน จากในอดีต. [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://www.infoquest.co.th/2024/456305 [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๓๐] ส านักข่าวไทยพีบีเอส. ๒๐ ปี ไทยสูญเสียจาก ‘ภัยพิบัติ’ แค่ไหน ในวันที่โลกก าลังเผชิญกับความ รุนแ ร งจ าก ‘โลก รวน’ . [Online]. ๒๕๖๗ . แหล่งที่ม า https://theactive.thaipbs. or.th/data/20years-disaster-loss [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] __________. จัดการน า รับมือโลกผันผวน ต่อยอดนวัตกรรม คลี่คลายวิกฤตน าท่วม-น าแล้ง. [Online]. ๒๕๖๖. แหล่งที่มา https://theactive.thaipbs.or.th/data/water-managementinnovation [๕ มีนาคม ๒๕๖๘] ส านักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. การรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ พระราชบัญญัติ ทรัพยากรน า พ.ศ. ๒๕๖๑ และกฎหมายล าดับรอง. [Online]. ๒๕๖๑. https://law.go.th/ listeningDetail?survey_id=NDExMURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ส านักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. บทสรุปเชิงนโยบาย (TSRI Policy Brief) เรื่อง "นโยบายเชิงบูรณาการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้ง" ปีที่ ๙ ฉ. ๓๗/ ๒๕๖๒ [Online]. ๒๕๖๒. แหล่งที่มา https://online.fliphtml5.com/pyepm/sman/ [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ส านักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. เกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ด้านพืช [Online]. ๒๕๖๕. แหล่งที่มา https://www.opsmoac.go.th/news-preview442891792844 [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ส านักงานทรัพยากรน้ าแห่งชาติ. ๒๒ ลุ่มน าในประเทศไทย และพระราชกฤษฎีกาก าหนดลุ่มน า พ . ศ . ๒๕๖๔ . [Online]. ๒ ๕ ๖ ๔ . แ ห ล่ ง ที่ ม า http://sonwr.onwr.go.th/wpcontent/uploads/2021/07/22-basin-in-thailand.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] __________. พร ะร าชบัญญัติทรัพย ากรน า พ.ศ. ๒๕๖๑. [Online]. ๒๕๖๑.แหล่งที่มา http://www.onwr.go.th/?page_id=4184 [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] __________. พ.ร.บ. ทรัพยากรน า ๖๑ และแผนแม่บทน า ๒๐ ปี ฉบับพกพา. [Online]. ๒๕๖๓. แหล่งที่มา https://online.flipbuilder.com/bhde/cxwy/ [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] __________. รายงานประจ าปี ส านักทรัพยากรน าแห่งชาติ ๒๕๖๔. [Online]. ๒๕๖๔. แหล่งที่มา http://www.onwr.go.th/wpcontent/uploads/2022/09/Report1.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] __________. สรุปมติและข้อสั่งการในการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน าแห่งชาติ (กนช.) ครั งที่ ๑/๒๕๖๘ วันจันทร์ที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://cloudstorage.onwr.go.th/index.php/s/2BM3BerCknceN7q [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] __________. แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน า ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) [Online]. ๒๕๖๑. แหล่งที่มา http://www.onwr.go.th/ [๔ มีนาคม ๒๕๖๘]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ ส านักวิชาการ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๓๑] ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐. [Online]. ๒๕๖๐. https://www.senate.go.th/assets/portals/13/files/รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักร%20พุทธศักราช%20๒๕๖๐.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ส านักงานสถิติแห่งชาติ. สถิติสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ปี ๒๕๖๗. [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://www.nso.go.th/public/e-book/Indicators-Environment/EnvironmentIndicators-2567/24-25/ [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ส านักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. ค าแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗. [Online]. ๒๕๖๗. แหล่งที่มา https://www.soc.go.th/wp-content/uploads/2024/09/Policy_67_th.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] Global Risk Report. The Global Risks Report ๒๐๒๕ (January ๒๐๒๕). [Online]. ๒๕๖๘. แหล่งที่ม า https://reports.weforum.org/docs/WEF_Global_Risks_Report_2025.pdf [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] National Integrated Drought Information System (NIDIS). Defining Drought. [Online]. ๒๕๖๔. แหล่งที่มา https://www.drought.gov/what-is-drought/drought-basics [๔ มีนาคม ๒๕๖๘] ************************


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๓๒]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๓๓] ภาคผนวก


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๓๔]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๓๕]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๓๖]


เอกสารประกอบการพิจารณาญัตติ สํานักวิชาการ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา [๓๔]


Click to View FlipBook Version