เอกสารวิชวิาการภายใต้ความรว่มมอืทางวชิาการ ระหวา่งสำ นักวชิาการ สาํนักงานเลขาธกิารวุฒสิภากับ สาํนักงานคณะกรรมการสง่เสรมิวทิยาศาสตร์วจิยัและนวตักรรมกกาารรศศศึึึศึกกษษาาเเพพ ออืืววเเิิคครราาะะหห์์แแนนววโโนนมม้้รราายยจจาา่่ยยพรชัยชัฐรีะเวช และคณะด้านสวสัดิการสงัคมขขอองงภภาาคคสสาาธธาารรณณะะเเมมมื่ มื่ออืืมื่เเขขาา้้สสสสูู่่ งงััคคมมผผสสูู้้ งงููออาายยุุ0509269
สำ นักวิชาการ0 2831 9306, 09เอกสารวชิาการฉบบันเี ปน การนาํเสนอ TSRI Research Brief เร อืง “การศึกษาเพ อืวเิคราะห์แนวโนม้รายจา่ยด้านสวสัดิการสงัคมของภาคสาธารณะเม อืเขา้สสู่ งัคมผสู้ งูอายุ” ของสาํนกังานคณะกรรมการสง่เสรมิวทิยาศาสตร์วจิยัและนวตักรรม (สกสว.)โดยสาํนกังานเลขาธกิารวุฒสิภาไดน้าํมาเผยแพรใ่หก้ ับสมาชกิวุฒสิภา คณะกรรมาธกิารบุคลากรของสาํนกังานฯ และบุคคลที เกี ยวขอ้งในวงงาน เพ อืเปน ไปตามบนัทึกขอ้ตกลงความรว่มมอืทางวชิาการฯ ระหวา่งสาํนกังานเลขาธกิารวุฒสิภา กบัสาํนกังานคณะกรรมการสง่เสรมิวทิยาศาสตร์วจิยัและนวตักรรม (สกสว.)ทงั นี สมาชกิวุฒสิภา คณะกรรมาธกิาร บคุลากรของสาํนกังาน และบคุคลทเี กยี วขอ้งในวงงานนติ ิบญัญตั ิมคีวามสนใจติดต่อไดท้ ี สาํนกัวชิาการคํานาํ
การศึกษาเพ ื่อว ิเคราะห์แนวโน ้มรายจ ่าย ด้านสว ัสดิการส ังคมของภาคสาธารณะเม ื่อเข ้าสู่ส ังคมผู้สูงอาย ุRB 029 / 2566ความส าค ัญของงานว ิจ ัยสาระส าค ัญของงานว ิจ ัยโดย นายพรชัย ฐีระเวช และคณะโครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่ก าลังเข้าสู่ประเทศสังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับนโยบายด้านสวัสดิการสังคมและโครงการประชานิยมของรัฐบาลที่เพิ่มมากขึ้นล้วนเป็นสาเหตุส าคัญที่ส่งผลให้ภาระงบประมาณของรัฐบาลในการจัดให้มีโครงการสวัสดิการสังคมจะเพิ่มขึ้นทุกปีและยากในการปรับลด ในขณะที่ประชากรวัยแรงงานที่จะเป็นฐานภาษีของประเทศมีแนวโน้มลดลง จึงเป็นประเด็นที่กังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อความยั่งยืนทางการคลัง และท าให้โครงสร้างรายได้และรายจ่ายของรัฐบาลมีความไม่สมดุลมากขึ้นการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมของภาคสาธารณะ ประกอบด้วย รัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ เพื่อวิเคราะห์และประมาณการรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมของภาคสาธารณะในช่วง 20 ปี ข้างหน้า (ปีงบประมาณ พ.ศ.2557-2576) ที่จะได้รับผลกระทบจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และเพื่อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุง จัดระบบสวัสดิการสังคมภาคสาธารณะในภาพรวมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดประมาณการประชากรในช่วงระยะเวลา 20 ปีข้างหน้าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และโครงสร้างอายุของประชากรได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ในปีพ.ศ. 2567ภาระทางการคลังจากสวัสดิการสังคมของภาคสาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ในช่วงระยะเวลา 20 ปีข้างหน้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5.9 ต่อปี ทั้งนี้ภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายของรัฐบาล ในขณะที่รายจ่ายสวัสดิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจคาดว่าจะขยายตัวในอัตราเฉลี่ยปีละ 2.4 และ 4.7 ต่อปีตามล าดับ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่รองรับได้ แต่ก็จะมีความเสี่ยงทางการคลังเพิ่มมากขึ้นรายจ่ายของกลุ่มสวัสดิการที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือสวัสดิการชราภาพ ประกอบด้วย เงินเบี้ยยังชีพคนชรา เงินสมทบกองทุนประกันสังคม (ชราภาพ และสงเคราะห์บุตร) เงินอุดหนุนกองทุนการออมแห่งชาติเงินเบี้ยหวัด บ าเหน็จ บ านาญข้าราชการ และเงินสมทบเข้ากองทุนบ าเหน็จบ านาญข้าราชการ (กบข.) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
RB 029 / 2566ข ้อเสนอแนะจากงานว ิจ ัยรายจ่ายสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาล ประกอบด้วย โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเงินสมทบกองทุนประกันสังคม 4 กรณี (เจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และตาย) และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของรายจ่ายในกลุ่มนี้จะเป็นการเคลื่อนย้ายของภาระ งบประมาณจากกองทุนประกันสังคมไปเป็นภาระงบประมาณของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตามโครงสร้างอายุของประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป รายจ่ายในกลุ่มสวัสดิการด้านการศึกษา ซึ่งประกอบด้วยการศึกษาขั้นพื้นฐาน เงินสมทบกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) และเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องด้านสวัสดิการชราภาพ: ควรปรับเพิ ่มอายุเกษียณของแรงงาน ปรับปรุงการจ ่ายผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม 2 กรณี ให้มีความสอดคล้องกับรายรับจากเงินสมทบ ปรับเพิ ่มอัตราเงินสมทบและเพดานเงินเดือนที่ใช้ในการค านวณเงินสมทบ และส่งเสริมบทบาทของประชาชนให้ออมเงินในช่วงที่ยังท างานอยู่สวัสดิการรักษาพยาบาล: ควรควบคุมรายจ่ายโดยยึดถือหลักการกระจายความเสี่ยง และการสร้างความเท่าเทียม ควรจัดตั้งองค์กรกลางเพื่อก ากับดูแลทางการเงินและเจรจาต่อรองในการซื้อบริการจากสถานพยาบาลต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสวัสดิการด้านการศึกษา: ควรเพิ่มคุณภาพของการศึกษาควบคู่ไปกับการวางแผนการผลิตบุคลากรควบรวม กยศ. และ กรอ. ให้เป็นกองทุนเดียว และควรให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนมีบทบาทในการก าหนดสาขาวิชาที่เป็นที่ต้องการที่มา: การศึกษาเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มรายจ่าย ด้านสวัสดิการสังคมของภาคสาธารณะเมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดย นายพรชัย ฐีระเวช และคณะ สามารถดาวน์โหลดรายงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่https://www.fpo.go.th