รายงาน เรื องโควิ ด 19
จั ดทาํ โดย
นางสาว วริ ศราภรณ์ เมฆาภาค
เลขที 22 ปวช.3 คอม2
1. สถานการณ์ในต่างประเทศ
รายงานผู้ปวยยืนยันทัวโลก รวม 214 ประเทศ 2 เขต
บริหารพิเศษ 1 นครรัฐ เรือ Diamond Princess
เรือ Grands Princess และเรือ MS Zaandam ในวันที
18 ตุลาคม 2563 จาํ นวน 40,001,647 ราย มีอาการ
รุนแรง
71,964 ราย เสียชีวิต 1,115,160 ราย โดยประเทศทีมี
จาํ นวนผู้ปวยยืนยัน 10 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา
8,343,140 ราย อินเดีย 7,494,551 ราย บราซิล
5,224,362 ราย รัสเซีย 1,399,334 ราย สเปน
982,723 ราย
อาร์เจนตินา 979,119 ราย โคลอมเบีย 952,371 ราย
ฝรังเศส 867,197ราย เปรู865,549 ราย และเม็กซิโก
847,108
ราย และ ส่วนจีน เปนอันดับที 53 มีจํานวนผู้
ปวย90,956ราย (รวม ฮ่ องกง5,238ราย มาเก๊า46ราย)
ประเด็นทีน่าสนใจในต่างประเทศ ณ วันที18 ตุลาคม
2563
• ราชอาณาจักรเบลเยียมและประเทศออสเตรีย
กระทรวงการต่างประเทศของออสเตรียแถลงการณ์ว่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศติดเชือไวรัส
โคโรนา 2019 เบืองต้นไม่แสดงอาการปวย แต่เข้าสู่การ
รักษา
ตามกระบวนการแล้ว โดยรัฐบาลออสเตรียตังสมมติฐาน
ว่า อาจเชือมโยงกับการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรี
ต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ทีเมืองลักเซมเบิร์ก
ซึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ
เบลเยียมได้
เข้าร่วมการประชุมครังนีด้วย ขณะทีในวันเดียวกัน
กระทรวงการต่างประเทศของเบลเยียมรายงานว่า
รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการต่างประเทศของเบลเยียมก็ติดเชือไวรัส
โคโรนา 2019 เช่นเดียวกัน ด้านอียูและรัฐบาลลักเซม
เบิร์กยังไม่
มีปฏิกิริยาอย่างเปนทางการ
• สาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐมนตรีแห่งรัฐและ
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า จีนยินดี
จะ
ทุ่มเทความพยายามอย่างสุดความสามารถในการพัฒนา
วัคซีนปองกันโรคติดเชือไวรัสโคโรนา 2019 และให้
ความสําคัญกับความต้องการของประเทศกําลังพัฒนา
ก่อนเปนอันดับแรกซึงรวมถึงกลุ่มประเทศอาเซียน ทัง
ยังกล่าว
ว่า ไวรัสไม่รู้จักพรมแดนซึงการต่อสู้กับโรคติดเชือไวรัส
โคโรนา 2019 ทัวโลกจะประสบชัยชนะครังสุดท้ายเมือ
ทุก
ประเทศสามารถกําจัดการแพร่ระบาดได้แล้ว ดังนัน
ประชาคมระหว่างประเทศควรร่วมมือกัน ไม่ควรต่อสู้
เพียงลาํ พัง
และไม่ควรผูกขาดทรัพยากร และจีนพร้อมจะช่วยเหลือ
ประเทศต่างๆให้สามารถเข้าถึงและมีกําลังซือวัคซีนและ
เอาชนะโรคระบาดได้โดยเร็วทีสุดตลอดจนสนับสนุนการ
ปกปองชีวิตและสุขภาพของประชาชนในภูมิภาคทัวโลก
• สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมืองย่างกุ้ง
กระทรวงสาธารณสุขรายงานสถานการณ์การแพร่
ระบาด
ของโรคติดเชือไวรัสโคโรนา 2019 ภายใน 24 ชัวโมงที
ผ่านมา พบผู้ติดเชือรายใหม่จาํ นวน 1,387 ราย และเสีย
ชีวิต
จํานวน 39 ราย ทังนี เมียนมายืนยันผู้ปวยรายแรกจาก
การติดเชือไวรัสโคโรนา 2019 เมือวันที 23 มี.ค.63
และ
ผู้เสียชีวิตรายแรกเมือวันที 31 มี.ค.63 แต่สถานการณ์
ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วนับ
ตังแต่มีการ
พบผู้ติดเชือทีรัฐยะไข่เมือวันที 16 ส.ค.63 ทีผ่านมา
2. สถานการณ์ในประเทศ
2.1 การคัดกรองตามนิยามการเฝาระวัง
โรคติดเชือไวรัสโคโรนา 2019
วันที 17 ตุลาคม 2563 มีผู้ทีเดินทางเข้า-
ออกระหว่างประเทศทีได้รับการคัดกรอง
จาํ นวน 7,545,478 คน
(ข้อมูล ณ วันที 16 ตุลาคม 2563) รวมพบ
ผู้ปวยทีมีอาการเข้าได้ตามนิยามการคัด
กรองทีช่องทางเข้าออกประเทศจาํ นวน
3,273ราย รายละเอียดตามตารางที 1
2.2 ผลดําเนินการคัดกรองผูปวยท่ีมีอาการตามนิยาม
เฝาระวังโรค
วันที่ 18ตุลาคม 2563 ณ เวลา 12.00 น. พบผูปวยที่
มีอาการตามนิยามเฝาระวังโรครายใหม จาํ นวน
1,056ราย
รวมยอดผูท่ีไดรับการตรวจทางหองปฏิบัติการสะสม
ทั้งหมด จาํ นวน 467,368ราย รายละเอียดตาม
ตารางที่ 2
ตาราง 2 ผลดาํ เนินการคัดกรองผูที่ไดรับการตรวจ
ทางหองปฏิบัติการ
ประเภทของผูปวย จาํ นวนผูปวยสะสม
จํานวนการตรวจทางหองปฏิบัติการ 894,778 ราย
• ผูปวยท่ีมีอาการตามนิยามการเฝาระวังโรค
• จากการคนหาผูปวยเพ่ิมเติมและการติดตามผูสัมผัส
เพ่ิมเติม*
• ผูเดินทางท่ีเฝาระวังอาการ ณ พ้ืนที่กักกันแหงรัฐ*
• อาการไมเขาเกณฑการเฝาระวังโรค*
467,368ราย
15,834 ราย
81,676 ราย
329,900 ระ
ผูปวยท่ีมีอาการตามนิยามเฝาระวังโรค 467,368ราย
• คัดกรองผูที่เดินทางเขา-ออกระหวางประเทศ
3,273ราย
• เขารับการรักษาท่ีโรงพยาบาลดวยตนเอง
(โรงพยาบาลเอกชน 146,058 ราย โรงพยาบาลรัฐ
317,949 ราย)
464,007 ราย
• อ่ืนๆ 88 ราย
ผูปวยยืนยันสะสม
• หายปวยและแพทยอนุญาตใหออกจากโรงพยาบาล
• อยูระหวางการรักษาพยาบาล
• เสียชีวิต
3,686 ราย
3,481 ราย
146 ราย
59 ราย
การติดเชื้อของผูปวยยืนยันสะสม
• จากภายในประเทศ
• จากตางประเทศ
กักกันในพ้ืนท่ีท่ีรัฐกําหนด**
3,686 ราย
2,450 ราย
1,236 ราย
739 รา
3. มาตรการในประเทศไทย
• จังหวัดตาก ผูวาราชการจังหวัดตากแถลงขาววา จาก
กรณีที่พบผูปวยยืนยันท่ีเปนสามี-ภรรยายืนยันติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา 2019 รายกอนหนา มีการติดตามสอบสวน
โรคกลุมผูสัมผัสใกลชิดเส่ียงสูง 9 ราย ซ่ึงเปนบุคคลใน
ครอบครัวเดียวกัน ไปมาหาสูกัน ผลการตรวจพบเชื้ออีก
3 ราย เปนบุตรของท้ังสองสามีภรรยาท่ีติดกอนหนาน้ี
สวน
อีก 2 รายเปนหลานชายและหลานสาว และไดนําท้ัง 9
รายกักตัวท่ี Local Quarantine แลว สาํ หรับมาตรการ
ควบคุมปองกันการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
2019 ในพื้นที่อําเภอแมสอด จังหวัดตาก มีดังนี้ ควบคุม
พ้ืนที่ชุมชนรอบบานผูติดเช้ือ ควบคุมใหมีการเขา –ออก
นอยที่สุดในชุมชนยอย 2 แหง คือ ชุมชนมะดีนะ มีชาว
มุสลิม
อาศัยอยูมาก และชุมชนถุงทอง ซ่ึงไดเขาไปคัดกรอง
เบื้องตนแลว และจะยกระดับเปนการควบคุมการเขา –
ออกใหมี
การเคล่ือนที่นอยที่สุด และงดเวนกิจกรรมตาง ๆ เชน
ศาสนกิจใน 5 ชุมชนมัสยิด ปดโรงเรียนชุมชน 5 แหง และ
ศูนย
เด็กเล็ก 1 แห่ง ตังแต่วันที 19 ต.ค. 63
จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ และปด
สถานบริการเปนเวลา 7 วัน
● 4. การสือสารความเสียงกับประชาชน
หลีกเลียงการอยู่ในสถานทีทีผู้คนพลุกพล่าน หรือ
อยู่ในสถานทีทีการระบายอากาศเปนระบบปด เช่น
อยู่ในห้องประชุม ศูนย์แสดงสิ นค้า ศูนย์การค้า โรง
ภาพยนตร์เปนต้น หากหลีกเลียงไม่ได้ ให้สแกนคิว
อาร์โค้ด
“ไทยชนะ” ทุกครังทีเข้า-ออกสถานที ใช้หน้ากาก
อนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา และรักษาระยะ
ห่างไม่น้อยกว่า
1 - 2 เมตรหรือ 1 - 2 ช่วงแขน และใช้เวลาพบปะผู้
อืนให้สันทีสุ ด ร่วมกับปฏิบัติตนเพือสุ ขลักษณะส่วน
ตัว ได้แก่
o หมันล้างมือให้สะอาดด้วยนําและสบู่ หรือ
แอลกอฮอล์เจล ไม่นํามือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดย
ไม่จาํ เปน
o ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อืน (เช่น ผ้าเช็ดหน้า
แก้วนํา ผ้าเช็ดตัว) เนืองจากเชือก่อโรคทางระบ บ
ท า ง เ ดิ น ห า ย ใ จ ส า ม า ร ถ เ ข้ า สู่ ร่ า ง ก า ย ไ ด้ ท า ง ก า ร
สั ม ผั ส ส า ร คั ด ห ลั ง ข อ ง ผู้ ติ ด เ ชื อ
● o รับประทานอาหารปรุงสุ กร้อน
สําหรับสถานทีประกอบการอืน ๆ นอกจากการ
ทําความสะอาดพืนผิวและการใส่หน้ากากอนามัย หรือ
หน้ากากผ้า ผู้ประกอบการต้องจํากัดจาํ นวนการเข้า
ใช้บริการตามาตรการปองกันโรคตามทีราชการ
กํา ห น ด เ พื อ
ปองกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชือไวรัสโคโรนา
2019 และตรวจวัดอุณ หภูมิของผู้เข้าใช้บริการ
และประชาสัมพันธ์เพือการสแกนคิวอาร์โค้ด “ไทย
● ชนะ”
ประชาชน ร่วมกันเฝาระวังอาการไข้ และอาการ
ระบบทางเดินหายในของคนในพืนที รวมถึงคน
ต่างด้าว
ทีเพิงเข้ามาอยู่ในชุมชน ได้แก่ แรงงานต่างด้าว นัก
ท่องเทียว เปนต้น เพือเข้ารับการตรวจหาเชือไวรัส
โคโรนา 2019
และปองกันการแพร่กระจายของเชือไวรัสโคโรนา 2019 ใน
ชุมชน