ภาษาบาลี สนั สกฤต เขมร ในภาษาไทย
การสังเกตคาที่มาจากภาษาบาลี สันสกฤต เขมร
คนไทยมีเอกลกั ษณะประจาํ ชาติอยปู่ ระการหน่ึงคือ มีความใจกวา้ ง โอบออ้ มอารีดงั น้นั ทาํ ใหช้ าว ต่างชาติท่ีมาติดต่อคบคา้ กบั คน
ไทยมีทศั นคติท่ีดีต่อคนไทยและมีการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิด รวมท้งั ศิลปะวฒั นธรรมดา้ นตา่ งๆ ตลอดจนดา้ นภาษา คนไทยก็
เป็ดกวา้ งรับเอาภาษาของชนชาติตา่ งๆ มามาก จน บางคาํ ก็กลืนเป็นคาํ ไทย บางคาํ กพ็ อสืบตน้ ตอไดว้ ่ามาจากภาษาใด ดงั น้นั
การศึกษาท่ีมาของคาํ ตา่ ง ประเทศที่อย๋ใู นภาษาไทยจะทาํ ใหเ้ ราทราบถึงพฒั นาการของภาษาไทยในอีกแง่มมุ หน่ึง
สาเหตุทีม่ กี ารยืมคาภาษาต่างประเทศมาใช้ในภาษาไทย
1. เกิดจากความสมั พนั ธก์ บั ประเทศเพอ่ื นบา้ นท่ีมีอาณาเขตใกลเ้ คียงกนั เช่น มอญ เขมรจีน มลายู
2. เกิดจากการติดตอ่ คา้ ขายกนั เช่น จีน โปรตุเกส มลายอู งั กฤษ ฝรั่งเศส สเปน
3. เกิดจากความสัมพนั ธท์ างการฑูต
4. เกิดจากความสัมพนั ธท์ างวฒั นธรรมและศาสนา เช่น วฒั นธรรมอินเดีย เขมร จีน ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาพทุ ธ ศาสนาคริสต์
ศาสนาอิสลาม
5. เกิดจากความเจริญทางดา้ นการศึกษา เช่น ภาษาองั กฤษ ภาษาเยอรมนั ภาษาญ่ีป่ ุน
ภาษาบาลแี ละสันสกฤตท่ีใช้อย่ใู นภาษาไทย มที ่ีใช้ดังนี้
1. ศพั ทท์ ่ีเก่ียวกบั ศาสนา เช่น ศาสนาพทุ ธใชภ้ าษาบาลีศาสนาพราหมณ์ใชภ้ าษาสนั สกฤต เช่น ธรรม ศาสดาอนิจจงั ทุกขอ์ นตั ตา
ปรมาตมนั นิพพาน ไกรวลั
2. ชื่อและนามสุกลคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบนั มกั ใชภ้ าษาบาลีสนั สกฤต เช่น อานนั ท์ สมคั ร ทกั ษณิ วรรณพร สุทธิภา
ประภสั สร
3. ศพั ทใ์ นวรรณคดีเช่น รามายณะ รามเกียรต์ิมหาภารตยทุ ธ
4. ใชใ้ นคาํ ราชาศพั ทศ์ พั ทส์ ุภาพโดยทว่ั ไป เช่น พระโอษฐพ์ ระบรมราโชวาท ครรภศ์ ีรษะ
5. ใชใ้ นศพั ทว์ ชิ าการ เช่น ประชามติญตั ติปัจเจกบุคคล สารัตถะ เอกภาพ ปรพากษส์ ทั พจน์
หลกั สังเกตภาษาบาลแี ละสันสกฤต
บาลี สันสกฤต
1. ใชส้ ระอะอาอิอีอุอูเอโอเช่น อริยะ สาระ อิสีอุตเุ สล โมลี 1. ใชส้ ระอะอาอิอีออุ ูเอโอและเพม่ิ ฤฤๅ ฦ ฦๅ ไอเอา เช่น ฤษี
ฤดูกฤษณ์ไมตรีไพศาล เมาล
2. ใชส้ เช่น สาสนา ลิสสะ สันติวสิ าสะ สาลา สิริสีสะ 2. ใชศ้ ษ เช่น ศาสนา ศษิ ยศ์ านติพศิ วาส ศาลา ศีรษะ
3. ใชฬ้ เช่น จุฬากีฬา บีฬ ครุฬ 3. ใชฑ้ เช่น จุฑากรีฑา บีฑา ครุฑ
หลกั สังเกตภาษาบาลแี ละสันสกฤต สนั สกฤต
บาลี 4. ใชอ้ กั ษรควบกล้าํ เช่น กริยา สวามีสถาน สถาวร ปัทมะ
4. ใชพ้ ยญั ชนะเรียงพยางคเ์ ช่น กริยา สามีฐาน ถาวร ปทุม เปรม ปรียะ ประถม ประชา
เปม ปิ ยะ ปฐม ปชา
5. ใชพ้ ยญั ชนะสะกดและตวั ตามตวั เดียวกนั เช่น ธมั ม กมั ม 5. ใชต้ วั รร แทน ร (ร เรผะ) เช่น ธรรม กรรม มรรค สวรรค์
มคั ค สคั ค สัพพ วณั ณ สรรพ วรรณ
6. มีหลกั ตวั สะกดตวั ตามท่ีแน่นอน 6. ไม่มีหลกั ตวั สะกดตวั ตาม
หลกั ตวั สะกดตัวตามสาหรับสังเกตคาทีม่ าจากภาษาบาลมี ีดังนี้
วรรค พยญั ชนะแถวน้ี
วรรค กะกณั ฑชะ ก ข คฆ ง
วรรค จะ ตาลชุ ะ จ ฉ
วรรค ฏะ มทุ ธชะ ฏ ฐ ชฌ ญ
วรรค ตะ ทนั ตชะ ต ถ
วรรค ปะ โอฏฐชะ ป ผ ฑฒณ
เศษวรรค ยร รว
ทธ น
พภ ม
(ศ ษ) ส หฬ
หลกั ตวั สะกดตัวตามสาหรับสังเกตคาท่ีมาจากภาษาบาลี
อกุ กาบาต สกั กะ สักการะ จกั กะ ภิกขุ
จกั ขุ รุกขะ ทุกข์ สัจจะ ปัจจยั
มจั จุ ปัจจุบนั มจั ฉา ปจุ ฉา อิจฉา
อจั ฉรา
อฏั ฐิ(อฐั ิ) วฏั ฏะ(วฏั ) ทิฏฐิ(ทิฐิ) รัฏฐ(รัฐ) อฏั ฐ(อฐั )
รัตตะ อิฏฐ(์ อิฐ) สตั ตะ อตั ตา เมตตา
กปั ป์ (กปั ) อตั ถ์ หตั ถ์ อตั ถี หตั ถี
สิปปะ บุปผา บปั ผาสะ
หลกั ตวั สะกดตัวตามสาหรับสังเกตคาที่มาจากภาษาบาลดี งั นี้
อคั คะ อคั คี มคั คะ สคั คะ พยคั ฆ์ อคุ โฆส
วิชชา เวชชา วชิ ชุ วชั ชะ อชั ฌาสยั อุปัชฌาย์
วฑุ ฒิ(วฒุ ิ) อฑั ฒ(อฒั ) วฑั ฒน (วฒั น)
สทั ทะ สมทุ ท สิทธิ ลทั ธิ พุทธ อิทธิ สุทธิ
ทพั พี ทิพพะ สพั พะ คพั ภ์
หลกั ตัวสะกดตวั ตามสาหรับสัฃเกตคาทม่ี าจากภาษาบาลมี ดี ังนี้
สงั กร องั กูร สงั ข์ สงั ขาร สงฆ์ ชงฆ์ องั คาร
สญั ญา กญั ญา กุญชร สัญจร ปัญจะ บญุ ญ
กณุ ฑล มณฑล สณั ฐาน กณั ฐ์ กุณฑ์ เกณฑ์
สนั ติ สนั ธาน สนั ถาร สนทนา นนั ท์
คมั ภีร์ กุมภีล์ กมั พล กมั ปนาท สมั ผสั
หลกั ตวั สะกดตัวตามสาหรับสัฃเกตคาทีม่ าจากภาษาบาลมี ีดงั นี้
ตวั ย ตามดว้ ย ย ล ตามดว้ ย ล ส ตามดว้ ย ส เช่น
อยั ยกิ า อยุ ยาน บลั ลงั ก์ จุลล กลั ละ วลั ลภ
อสั สะ มสั สุ อสั สาสะ ปัสสาสะ ปัสสาวะ พสั สะ
หสั สะ ลิสสะ อิสสา รัสสะ อสั สุ
อยั ยกา (อยั กา) อิสสระ (อิสระ) อิสสริยะ(อิสริยะ)
ภาษาเขมรในภาษาไทย
1. ส่วนมากมกั ใชเ้ ป็นคาํ ราชาศพั ท์ เช่น เสวยเขนย ถวายขนง โปรด ตรัส เสด็จ ดาํ เนิน ทรงผนวช ประชวร บรรทม ธาํ มรงค์
ประทบั เพลากนั แสง สรง ฯลฯ
2. คาํ เขมรท่ีใชใ้ นคาํ สามญั ทว่ั ไป เช่น กระบือ กระบาล โตนด โขมด จมูก เสนียด เพนียด ตาํ บล ถนน จงั หวดั ทาํ เนียบ ลาํ เนา
ชุมนุม ชมรม ฯลฯ
3. คาํ เขมร ท่ีเป็นคาํ โดดคลา้ ยกบั ภาษาไทย จนเราเองลืมไป คิดวา่ เป็นคาํ ไทย แต่มีที่สังเกตไดว้ า่ เป็นคาํ เขมร เพราะตอ้ งแปล
ความหมายก่อนจึงจะเขา้ ใจเช่น แข-ดวงจนั ทร์บาย-ขา้ ว เมิล-มอง ศก-ผม ฯลฯ
สาเหตุทที่ าให้ภาษาเขมรเข้ามาปะปนในภาษาไทย
ภาษาเขมรเขา้ สู่ภาษาไทยเพราะมีความสมั พนั ธท์ างดา้ นการปกครอง และถิ่นฐานท่ีอยู่ แตเ่ ดิม ดินแดนสุวรรณภมู ิน้ีเป็นที่อยขู่ อง
พวกมอญ ละวา้ และเขมร เมื่อไทยอพยพมาสู่ดินแดนสุวรรณภมู ิแห่งน้ีจึง ตอ้ งอยใู่ นความปกครองของขอมหรือเขมร ทาํ ใหต้ อ้ ง
รับภาษาและวฒั นธรรมของขอมมาใชด้ ว้ ยเพราะเห็น วา่ ขอมหรือเขมรเจริญกวา่ จึงรับภาษาเขมรมาใชใ้ นรูปคาํ ราชาศพั ทแ์ ละคาํ ที่
ใชใ้ นการประพนั ธ์
ข้อสังเกตคาทม่ี าจากภาษเขมร
1. มกั สะกดดว้ ยพยญั ชนะ จ ญ ร ล ส เชน่ โสรจสรง ตรวจ ผจญั
เผดจ็ เสด็จ เสรจ็ บาํ เพ็ญ ตระการ
ผจญ เจริญ เผชิญ ตาํ บล ตรสั กบาล
ระเมยี ร เมิล กาํ นลั กาํ ธร กาํ นล กาํ ราล
กงั วล ควาญ ทลู
สรรเสรญิ อญั ขยม อญั เชิญ
ข้อสังเกตคาท่มี าจากภาษเขมร
2.เป็นศพั ทพ์ ยางคเ์ ดียวท่ีตอ้ งแปลความหมาย
แข เพ็ญ ศอ เรยี ม เนา ดล
ได ศก เมลิ จาร ทลู แด
ควร จง จอง อวย แมก แสะ
มาศ ทอ(ด่า) กาจ เฌอ สบ สรร
ข้อสังเกตคาทม่ี าจากภาษเขมร
3.เป็นศพั ทท์ ี่ใชพ้ ยญั ชนะควบกล้าํ อกั ษรนาํ
สนาม ไผท ขนง ผอบ สนกุ ไถง
แถง เขนย เสด็จ พนม ขนน มนิมนา
แสดง สไบ สบง ชไม ฉนวน เฉนยี น
พเยยี ขมงั ถนน เขม่า ขจี
ขยอก แสวง เสนง่ ฉบงั เฉลียง สดบั
สนบั เพลา โขมด ฉลอง โฉนด เฉวียน
เฉลา สลา เสนียด สดาํ
กราบ ทรง ฉบบั สงดั ทรวง
ตะโบม เพลิง กรวิ้ ตรง ตระโมจ โปรด
ประนม กระยา ประดจุ ผลาญ
ข้อสังเกตคาที่มาจากภาษเขมร ขจอก - กระจอก แขส – กระแส
ขดาน – กระดาน ขจดั – กระจดั
4. มกั แผลงคาํ ได้ เช่น แผลง ข เป็น กระ ขโดง - กระโดง เขทย – กระเทย
ขจาย - กระจาย
ขทง – กระทง
ขม่อม - กระหม่อม
ข้อสังเกตคาท่ีมาจากภาษเขมร ผจบ - ประจบ,บรรจบ ผสาน - ประสาน,บรรสาน
ผสบ – ประสบ เผชิญ – ประเชิญ
แผลง ผ เป็น ประ – บรร แผก – แผนก
ผจง - ประจง,บรรจง ลาญ - ผลาญ,ประลาญ ผชมุ – ประชมุ
ผสม - ประสม,บรรสม เผดมิ – ประเดมิ ผกาย – ประกาย
ผดงุ – ประดงุ เผดียง – ประเดียง
ผทบั – ประทบั
ผจาน – ประจาน
ข้อสังเกตคาที่มาจากภาษเขมร
แผลง เป็น บงั บาํ บนั
บงั บาํ บนั
เผชิญ - บงั เอิญ บวง - บาํ บวง เหิน - บนั เหิน
ควร - บงั ควร เพญ็ - บาํ เพญ็ เดิน – บนั เดิน
คม - บงั คม ปราบ – บาํ ราบ ลือ – บนั ลือ
เกิด - บงั เกิด เปรอ – บาํ เรอ โดย – บนั โดย
คบั – บงั คบั บดั – บาํ บดั ตาล – บนั ดาล
ปราศ - บาํ ราศ ปรุง - บาํ รุง
แผลง เป็ น ๐
เกตา - กาํ เดา ขลงั - กาํ ลงั จง - จาํ นง
แหง - กาํ แหง อวย – อาํ นวย เถกิง – ดาํ เกิง
ถกล - ดาํ กล อาจ - อาํ นาจ เถลิง - ดาํ เลิง
ขจร - กาํ จร สรวล - สาํ รวล เสวย - สงั เวย
นาย ขวญั ชัย แสนโสภาวัน นาย นครินทร์ บรรลือทรัพย์ นาย ณฐั วุฒิ คงรักษา
เลขที่ 11 ม.6/6 เลขท่ี 15 ม.6/6 เลขที่ 12 ม.6/6
นาย สิทธิพล นุชเจริญ เลขที่2 ม.6/4