The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by แยม ม., 2023-01-29 00:52:43

สื่อการเรียนการสอนE-book

E-book

สารบัญ หน่วยที่ 1 การออกแบบโครงร่างเรื่องราว 3 หน่วยที่ 2 หลักการทำงานของโปรแกรมนำเสนอ 6 หน่วยที่ 3 สร้าง แก้ไข และตกแต่งโดยใช้โปรแกรมนำเสนอ 9 หน่วยที่ 4 การจัดการการและตกแต่งแผ่นสไลด์ 12 หน่วยที่ 5 การทำงานกับกราฟิก 17 หน่วยที่ 6 การสร้างแผนภูมิหรือกราฟ 21 หน่วยที่ 7 การแทรกไดอะแกรมและตาราง 24 หน่วยที่ 8 การกำหนดเอฟเฟกต์และการใช้เทคนิคพิเศษ 28 หน่วยที่ 9 การใส่มัลติมีเดียและการเตรียมเอกสารเพื่อการนำเสนอ 31


หน่วยที่ 1 การออกแบบโครงร่างเรื่องราว (Story board) 1.1 ความหมายของ Story board สตอรี่บอร์ด (Story board) เป็นการเขียนลำดับขั้นตอนตามเนื้อหาที่ต้องการสร้างเกี่ยวกับงานนำเสนอ งานแอนิเมชัน สื่อมัลติมิเดียเพื่อการเรียนรู้ หรือสื่อผสมต่างๆ ลงในกระดาษ เพื่อเล่าเรื่องราว จัดลำดับเรื่องและ องค์ประกอบต่างๆ 1.2 หลักการเขียน Story board 1. การเขียน Story board เป็นขั้นตอนการเตรียมการนำเสนอข้อความภาพ รวมทั้งสื่อในรูปของมัล ติมิเดียต่างๆลงในกระดาษ 2. รูปแบบของการเขียน Story board ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนภาพและส่วนเสียง Story board จะวาดภาพใส่ในกรอบสี่เหลี่ยม บทบรรยาย หรือเสียงสนทนา และส่วนท้าย คือ การใส่เสียงสนทนา เสียงเพลง และเสียงประกอบต่างๆ 3. การใช้ภาษา คือ สื่อศิลปะอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมรับรู้ และจินตนาการถึงความงาม สิ่งที่เกิดขึ้นบน เนื้อหานั้นได้ส่วนหนึ่งที่สำคัญของการใช้ภาษา คือ การใช้คำที่ถูกต้อง 1.3 สิ่งสำคัญที่อยู่ใน Story board ประกอบด้วย 1. ตัวละครหรือฉาก (คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ตัวการ์ตูน) สิ่งสำคัญ คือ การเคลื่อนไหวของสิ่งของ เหล่านั้น 2. มุมกล้อง ทั้งในเรื่องของขนาดภาพ มุมภาพ และการเคลื่อนกล้อง 3. เสียงการพูดกันระหว่างตัวละคร มีเสียงประกอบหรือดนตรีแบบใด 1.4 ข้อดีของการทำ Story board 1. ช่วยให้เนื้อเรื่องต่อเนื่องกัน ไม่ออกนอกเรื่อง เพราะได้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบก่อนลงมือทำจริง 2. ช่วยให้เนื้อเรื่องกะทัดรัด ไม่นอกเรื่อง เพราะมีแผนกำหนดไว้


3. ช่วยกำหนดปริมาณบทพูดให้พอดีและเหมาะสม 4. ช่วยให้สามารถจบได้ในจำนวนหน้าที่กำหนด 1.5 การออกแบบ Story board การวางโครงเรื่องหลัก 1. แนวเรื่อง 2. ฉาก 3. เนื้อเรื่องย่อ 4. Theme/แก่นเรื่อง 5. ตัวละคร 6. ลำดับเหตุการณ์ต่างๆ 7. กำหนดหน้า 8. แต่งบท 9. ลงมือเขียน Story board 10. แบบฟอร์มการเขียน Story board แบบต่างๆ 11. การเตรียมข้อมูลสสำหรับจัดทำ Story board


แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 1 1.ข้อใดคือความหมายของ Story board 4.ข้อใดคือส่วนหนึ่งที่สำคัญของการใช้ภาษา ก. หัวข้อการนำเสนอข้อมูลรูปแบบหนึ่ง ก. การใช้คำทั่วๆไป ข. การสร้างภาพเคลื่นไหวในรูปแบบของการ์ตูน ข. สามารถเขียนอ่านได้ ค. การสร้างภาพกราฟฟิกในรูปแบบต่าง ๆ ค. ควรเขียนการใช้หน้าจอขณะนี้ ง. การสร้างภาพให้เห็นลำดับขั้นตอนตามเนื้อเรื่องที่ต้องการ ง. การใช้คำที่ถูกต้อง จ. Story board เปรียบเสมือนเครื่องมือในการสร้างภาพ จ. การเขียนภาษาออกมาให้ละเอียด 2.ข้อใด ไม่ใช่ หลักการเขียน Story board 5.ข้อใด ไม่ใช่ ข้อดีของการทำ Story board ก. การเตรียมการนำเสนอข้อความ ก. ช่วยให้เนื้อเรื่องกะทัดรัด ไม่ออกนอกเรื่อง ข. การสื่อในรูปของมัลติมิเดียต่างๆ ลงในกระดาษ ข. ช่วยให้เนื้อเรื่องกว้าง และจบเกินเวลาที่กำหนด ค. การกำหนดแหล่งข้อมูลที่ต้องการใช้งาน ค. ช่วยให้เนื้อเรื่องกะทัดรัด เพราะมีแผนกำหนดไว้ ง. ส่วนเขียนบอร์ดและส่วนสนทนา ง. ช่วยบทพูดให้พอดีและเหมาะมกับหน้ากระดาษ จ. ส่วนบนและส่วนล่าง จ. สามารถจบได้ในจำนวนหน้าที่กำหนด 3.ข้อใดคือส่วนประกอบ 2 ส่วน ของรูปแบบการเขียน Story board ก. ส่วนเสียงและส่วนภาพ ข. ส่วนท้ายและส่วนเสียง ค. ส่วนหน้าและส่วนหลัง ง. ส่วนเขียนบอร์ดและส่วนสนทนา จ. ส่วนบนและส่วนล่าง


หน่วยที่ 2 หลักการทำงานของโปรแกรมนำเสนอ 2.1 ความหมายของการนำเสนอข้อมูล การนำเสนอข้อมูล หมายถึง การนำเสนอข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่รวบรวมมาจัดให้เป็นระเบียบ 2.2 ความสำคัญของการนำเสนอข้อมูล การสร้างข้อมูลนำเสนอ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากกับงานทุกอาชีพสาขา 2.3 จุดมุ่งหมายของการนำเสนอข้อมูล 1.เพื่อให้ผู้ฟังทราบความคิดเห็นหรือความต้องการ 2.เพื่อให้ผู้ฟังพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง 3.เพื่อให้ผู้ฟังได้ความรู้จากข้อมูลนำเสนอ 4.เพื่อให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง 2.4ประเภทของการนำเสนอข้อมูล ในระบบการทำงานทุกวันนี้ การนำเสนอมีความจำเป็นและเป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย เพราะช่วยให้ การปฏิบัติงานบรรลุจุดหมายและพัฒนางานได้เร็วขึ้น 2.5 ลักษณะของข้อมูลนำเสนอ การนำเสนอสามารถนำข้อมูลที่มีลักษณะแตกต่างกันมาร่วมนำเสนอได้ 2.6 โปรแกรมที่ใช้ในการนำเสนอ ในปัจจุบันโปรแกรมที่ในการนำเสนอ มีให้เลือกใช้งานกันหายโปรแกรม ส่วนช่องทางการนำเสนอมี 2 ช่องทาง คือ แบบออฟไลน์ โดยใช้โปรแกรม (Powerpoint) และช่องทางออนไลน์ คือใช้เว็บไซต์ในการนำเสนองาน


2.7 หลักการออกแบบชิ้นงานนำเสนอ ข้อควรปฏิบัติในการวางโครงร่าง 1.สไลด์แผ่นเเรก 2.แผ่นสไลด์ 3.การใช้ภาพประกอบ 4.การออกแบบพื้นหลังสไลด์ 5.สีและตัวอักษร 6.เรื่องของสี 7.หัวเรื่อง 60 Point 8.มีสื่อมัลติมิเดียประกอบชัดเจน 2.8 การเตรียมงานก่อนการนำเสนอ การเตรียมงานก่อนการนำเสนอที่ดีควรมีการวางแผนการทำเป็นขั้นตอน เริ่มจากร่างความคิด การจัดทำ รายละเอียดเนื้อหา 2.9 ตัวอย่างแบบการนำเสนอข้อมูล ตัวอย่างงานนำเสนอข้อมูลของสไลด์แต่ละแผ่นในหัวข้อเรื่อง การสัมมนา


แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 2 1.ข้อใดคือความหมายของการนำเสนอข้อมมูล 4. ข้อใด ไม่ใช่ ข้อควรปฏิบัติในการวางโครงร่าง ก. การสื่อสารเพื่อจัดเก็บข้อมูล ก. ตัวอักษรที่ใช้ควรให้เงา เพื่อเพิ่มความชัด ข. การใช้เทคนิคและสื่อต่างๆ ข. แสดงตารางขนาดใหญ่ แต่มีข้อมูลภายในน้อย ค. การนำเสนอข้อมูลไปยังอีกบุคคลหนึ่ง ค. สไลด์แผ่นแรก แสดงเฉพาะหัวข้อชื่อเรื่อง ง. การรวบรวมข้อมูลมาจัดให้เป็นระเบียบ ง. หลีกเลี่ยงการใช้สีแววหรือลวดลาย จ. การนำเสนอข้อมูลจากบุคคลหนึ่ง จ. ภาพที่ใช้ต้องชาวยเสริมข้อความนำเสนอ 2.ข้อใดคือความสำคัญของการนำเสนอข้อมูล 5.ข้อใดคือสิ่งที่ ไม่ควรทำ ในการออกแบบ ก. ช่วยในการจัดเตรียมข้อมูล ก. ภาพที่ใช้ต้องการช่วยเสริมข้อความที่นำเสนอ ข. ช่วยให้นาสนใจและมีประสิทธิภาพ ข. หลีกเลี่ยงการใช้สีแวววาวหรือลวดลาย ค. เป็นเครื่องมือที่สำคัญทุกสาขาอาชีพ ค. การออกแบบพื้นหลังเน้นที่ตัวข้อความ ง. เพิ่มความน่าสนใจให้กับงานนำเสนอ ง. อย่าใส่รูปภาพมากหรือใส่พื้นหลังเป็นภาพ จ. ใส่เทคนิคและสื่อต่างๆ ชาวยงานนำเสนอ จ. ตัวอักษรที่ใช้ควรให้เป็นเงา เพื่อเพิ่มความชัด 3.ข้อใดเป็นส่วนประกอบของเอกสารหรือแผ่นสไลด์ ก. หัวข้อหลัก หัวข้อรอง ข. หัวข้อหลัก หัวข้อรอง และเนื้อหา ค. เนื้อหาและรูปภาพประอบ ง. เนื้อหา รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว จ. หัวข้อหลัก เนื้อหา รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว


หน่วยที่ 3 สร้าง แก้ไข และตกแต่งโดยใช้โปรแกรมนำเสนอ 3.1 ลักษณะของโปรแกรม Microsoft PowerPoint Microsoft PowerPoint เป็นโปรแกรมสำหรับสร้างงานนำเสนอข้อมูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดใช้ใน การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพนิ่ง 3.2 การเรียกใช้โปรแกรม Microsoft Powerpoint เริ่มใช้งานโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 1. คลิกปุ่ม Start บนแถบ Task bar 2. เลือก All Programs -> Microsoft Office 3. เลือก Microsoft Office PowerPoint 2016 จะเปิดให้ใช้งำนได้ทันที ภาพที่ 3.1 การเรียกใช้โปรแกรม Microsoft Powerpoint


3.3 ส่วนประกอบต่างๆ ของหน้าต่างโปรแกรม ภาพที่ 3.3 ส่วนประกอบต่างๆ ของหน้าต่างโปรแกรม Microsoft PowerPoint 3.4 เค้าโครงภาพนิ่งและตัวยึด ภาพที่ 3.4 เค้าโครงภาพนิ่งและตัวยึด 3.5 มุมมองของหน้าต่างโปรแกรม Microsoft PowerPoint ภาพที่ 3.5 มุมมองของหน้าต่างโปรแกรม Microsoft PowerPoint


แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 3 1.ข้อใดคือความหมายของสไลด์ 4. คีย์ข้อใดสำหรับการนำเสนอสไลด์ ก. พื้นที่สำหรับการทำงาน ก. F3 ข. F4 ข.แผ่นใสเดี่ยว ๆเพียงแผ่นเดียว ค. F5 ง. F6 ค. แผ่นเอกสารเดี่ยว ๆ ที่แสดงสิ่งต่างๆ จ. F7 ง. งานนำเสนอเดี่ยว ๆ เพียงแผ่นเดียว 5. ข้อใดคือส่วนขยายของไฟล์ PowerPoint จ. แผ่นใสรองกันหลาย ๆ ชั้น 1 ชิ้นงาน ก. แนะนำการใช้งาน.TPPX 2. ปุ่มมุมมอง ใช้สำหรับข้อใด ข. แนะนำการใช้งาน.PPTX ก. มุมมองปกติ ค. แนะนำการใช้งาน.PTTX ข. มุมมองแสดงภาพนิ่ง ง. แนะนำการใช้งาน.PTPX ค. แม่แบบช่วยการออกแบบ จ. แนะนำการใช้งาน.PSDX ง. ตัวเรียงลำดับสไลด์ จ. มุมมองเค้าโครงหน้ากระดาษ 3.ข้อใดคือความหมายของ Blank Presentaion ก. งานนำเสนอเปล่า ข. งานนำเสนอกำหนดเอง ค. แม่แบบช่วยการออกแบบ ง.แม่แบบออนไลน์และธีม จ. ตัวช่วยสร้างเนื้อหาอัตโนมัติ


หน่วยที่ 4 การจัดการและตกแต่งแผ่นสไลด์ 4.1 การจัดการแผ่นสไลด์ การทำงานในรูปของสไลด์ สามารถย่อ/ขยายหน้าจอ จัดทำรูปแบบ เพิ่ม แทรก ลบ คัดลอก ย้าย หรือ จัดลำดับสไลด์ใหม่ได้ การเพิ่มสไลด์แผ่นใหม่ เมื่อผู้ใช้สร้างสไลด์ใหม่ โปรแกรมจะสร้างสไลด์ให้เพียง 1 แผ่นสไลด์เท่านั้น แต่ผู้ใช้สามารถเพิ่มสไลด์ได้ โดยตามขั้นขั้นตอนได้ดังนี้ 1. คลิกแท็บ Home (หน้าแรก) 2. คลิกปุ่ม New Silde(สไลด์ใหม่) 3. เลือกเค้าโครงสไลด์ ภาพที่ 4.1 การเพิ่มสไลด์แผ่นใหม่


4.2 การตกแต่งแผ่นสไลด์ 1.คลิกที่หน้าออกแบบ 2.คลิกที่ จัดรูปแบบพื้นหลัง 3.คลิกที่ เติมรูปภาพหรือพื้นผิว 4.เลือกไฟล์ที่อยู่ของรูปภาพที่ต้องการ 5.เลือกรูปภาพที่ต้องการ 6.กำหนดให้นำไปใช้กับทั้งหมด งานนำเสนอก็จะมีพื้นหลังเป็นรูปเดียวกันทุกสไลด์ ภาพที่ 4.2 การตกแต่งแผ่นสไลด์ 4.3 การแทรกข้อความในสไลด์ 1.คลิกที่แท็บ แทรก(lnsert) 2.คลิกที่ปุ่ม (text Box) 3.เมาส์จะเป็นเครื่องหมาย 4.คลิกเมาส์วางตำแหน่งที่ต้องการ จะปรากฏกรอบสี่เหลี่ยม 5.พิมพ์ชื่อของนักเรียนตรงตำแหน่งเคอร์เซอร์


ภาพที่ 4.3 การแทรกข้อความในสไลด์ 4.4 การแทรกสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยและลำดับเลข 1.เลือกข้อความหรือรายการสัญลักษณ์ที่คุณต้องการเปลี่ยนบนแท็บหน้าแรกในกลุ่ม ย่อหน้าให้คลิกลูกศรที่อยู่ถัดจาก รายการสัญลักษณ์ ลูกศรลงของปุ่ม สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย ใน Wordแล้วคลิก กําหนดสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยใหม่ 2.คลิกสัญลักษณ์ แล้วคลิกสัญลักษณ์ที่คุณต้องการใช้ 3.คลิก ตกลง 4.เปลี่ยนสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยเป็นรูปภาพ 5.เลือกข้อความหรือรายการสัญลักษณ์ที่คุณต้องการเปลี่ยนบนแท็บหน้าแรกในกลุ่ม ย่อหน้าให้คลิกลูกศรที่อยู่ถัดจาก รายการสัญลักษณ์ ลูกศรลงของปุ่ม สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย ใน Wordแล้วคลิก กําหนดสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยใหม่ 6.คลิกรูปภาพ แล้วเรียกดูรูปภาพของคุณจากไฟล์Bing ค้นหารูปภาพ 7.คลิก แทรก รีวิวสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยของรูปภาพ แล้วคลิก ตกลง เพื่อเพิ่ม หรือเปลี่ยน รูปภาพโดยการทําซ้ำ ขั้นตอนที่ 3-5 8.เปลี่ยนฟอนต์ของสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย 9.เลือกข้อความหรือรายการสัญลักษณ์ที่คุณต้องการเปลี่ยนบนแท็บหน้าแรกในกลุ่ม ย่อหน้าให้คลิกลูกศรที่อยู่ถัดจาก รายการสัญลักษณ์ ลูกศรลงของปุ่ม สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย ใน Wordแล้วคลิก กําหนดสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยใหม่ 10.คลิกฟอนต์ แล้วเปลี่ยนคุณสมบัติฟอนต์ที่จะใช้กับสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย คุณสามารถเลือกการตั้งค่าบนแท็บ ฟอนต์ หรือ แท็บ ขั้นสูง : 4.5 การจัดวางข้อความและย่อหน้า 1.คลิกเลือกกรอบข้อความหรือวางเคอร์เซอร์ภายในกรอบข้อความ


2.คลิกเลือกรูปแบบการจัดแนวข้อความ เช่น 3.จัดแนวข้อความชิดซ้าย หรือกด (Ctrl+L)ปกติเมื่อพิมพ์ข้อความจะจัดแนวอยู่ชิดซ้าย 4.จัดข้อความไว้กึ่งกลางหรือกด(Ctrl+E) 5.จัดแนวข้อความชิดขวาหรือกด(Ctrl+R) 6.เต็มแนวจัดข้อความชิดระยะขอบทั้งซ้ายขวา 7.กระจ่ายแบบไทยจัดย่อหน้าชิดทั้งระยะขอบซ้ายขวาด้วยการเพิ่มช่องว่างเพิ่มเติมระหว่างแต่ละตัวอักษร ภาพที่ 4.5 การจัดวางข้อความและย่อหน้า 4.2 การจัดการกรอบข้อความ 1.คลิกเลือกกรอบข้อความ 2.เลื่อนเมาส์วางมุมล่างขวาให้ปรากฎลูกศรสองหัวคลิกข้างไว้ปรับย่อและขยายขนาดข้อความ 3.คลิกเมาส์ข้าวไว้จะปรากฎเครื่องหมาย คลิกข้างไว้มุมรอบข้อความตำแหน่งที่ต้องการ 4.คลิกกรอบข้อความข้างไว้ ลากย้ายวางตำแหน่งใหม่ที่ต้องการ 5.คลิกแท็บรูปแบบ (Format) 6.คลิกปุ่มเส้นกรอบรูปร่าง (Shape Outline) 7.คลิกเลือกสีเส้นที่ต้องการ ดูผลลัพธ์ที่ได้จากข้อความ 8.คลิกเลือกสีพื้นหลังที่ต้องการ ดูผลลัพธ์ที่ได้จากข้อความ ภาพที่ 4.5 การจัดการกรอบข้อความ


แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 4 1. ข้อใดคือคำสั่งเพิ่มขนาดของฟอนต์ 4. คำสั่งซื้อข้อใดใช้สำหรับการเปลี่ยนบนทิศทาง ตัวอักษร ก. Append Font ก. Bevel Text ข. Add Font Size ข. Text fill ค. Increase Font Size ค. Transform ง. Decrease Font Size ง. Reflection จ. Zoom In Zoom Out จ. 3-D Rotation 2. ข้อใดคือคำสั่งลดขนาดของฟอนต์ 5. คำสั่งข้อใดใช้ในการใส่พื้นหลังแผ่นสไลด์ ก. Append Font ก. Design --> Rese Background ข. Add Font Size ข. Design --> Format Custom ค. Increase Font Size ค. Design --> Format theme ง. Decrease Font Size ง. Design --> Format Background จ. Zoom In Zoom Out จ. Design --> Customize Background 3. การย้ายแผ่นสไลด์ข้ามแฟ้มต้องทำงานในมุมใด ก. มุมมองปกติ ข. มุมมองเค้าโครงหน้ากระดาษ ค. มุมมองตัวเรียงลำดับภาพนิ่ง ง. มุมมองการอ่านหนังสือ จ. มุมมองนำเสนองานสไลด์


หน่วยที่ 5 การทำงานกับกราฟิก 5.1 การแทรกไฟล์รูปภาพ 1.เลือก แทรกรูปภาพ>>อุปกรณ์นี้ สําหรับรูปภาพบนพีซีของคุณ 2.เลือก แทรกรูปภาพ> >รูปในคลังสําหรับรูปภาพหรือพื้นหลังคุณภาพสูง 3.เลือก แทรกรูปภาพ> > รูปภาพออนไลน์ สําหรับรูปภาพบนเว็บ ภาพที่ 5.1 การแทรกไฟล์รูปภาพ 5.2 การแทรกรูปออนไลน์ 1.คลิกตำแหน่งที่คุณต้องการแทรกรูปภาพบนสไลด์ 2.บนแท็บแทรก ในกลุ่มรูป ให้คลิกรูปภาพ จากนั้นคลิกรูปภาพออนไลน์แทรกตำแหน่งที่ตั้งของรูปภาพใน Ribbon ภาพที่ 5.2 การแทรกรูปออนไลน์


5.3 การแทรกภาพตัดปะ (ClipArt) 1. คลิกภาพนิ่งที่ต้องการแทรกรูปภาพ 2. คลิกแท็บ แทรก (Insert) 3. คลิกปุ่ม ภาพตัดปะ (Clip Art) 4. ปรากฎหน้าต่างภาพตัดปะ ทางด้านขวามือของโปรแกรม ให้พิมพ์รูปที่ต้องการค้นหาในช่องค้นหา เช่น คน ดอกไม้ สัตว์ เป็นต้น 5. คลิกที่ปุ่มเพื่อทำการค้นหา 6. เลือกภาพที่ต้องการ ภาพที่ 5.3 การแทรกภาพตัดปะ 5.4 การปรับแต่งรูปภาพ 1. เลื่อนเมาส์วางมุมด้านล่างขวาของรูปภาพจะปรากฏลูกศร 2 หัว 2. คลิกข้างไว้ ลากเมาส์ทแยงขึ้น เมาส์จะเปลี่ยนเป็นเครื่องหมายบวก เพื่อย่อขยายรูปภาพ 3. เลื่อนเมาส์วางจุดตรงกลางด้านขวา ปรากฏลูกศร 2 หัว แนวนอนเพื่อปรับความกว้างของรูปภาพ 4. เลื่อนเมาส์วางจุดด้านบนขวารูปภาพ คลิกข้างไว้ลากทแยงลงเพื่อลดขนานรูปภาพปรากฏรูปภาพ 2 หัว 5. เลื่อนเมาส์วางจุดตรงกลางด้านล่างขวา ปรากฏลูกศร 2 หัวแนวตั้งเพื่อปรับความสูงของรูปภาพ


ภาพที่ 5.4 การปรับแต่งรูปภาพ 5.5 การแทรกและปรับแต่งรูปร่างสำเร็จรูป (Shapes) 1. คลิกปุ่ม สร้างภาพนิ่ง (New Slide) 2. คลิกเลือกแบบ Diapositive detitre 3. คลิกแท็บ แทรก (Insert) 4. คลิกปุ่มรูปร่าง (Shape) 5. เลือกรูปร่างที่ต้องการ 6. เลือกมาส์รูป + คลิกค้างไว้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นรูป + (ต้องการยกเลิกการวาด กดคีย์ ESC) 7. คลิกลากมาส์ทแยงลง เพื่อวาดรูปร่างต่าง ๆ เช่น รูปร่างพื้นฐาน ลูกศรแบบบล็อก ภาพที่ 5.5 การแทรกและการปรับแต่งรูปภาพ (Shapes)


แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5 1.คำสั่งใดใช้ในการแทรกรูปภาพ 4. ข้อใดกล่าวถึงการปรับขนาดของรูปได้ถูกต้อง ก. คลิกแท็บ แทรก --> ภาพตัดปะ ก. ปรับได้เฉพาะค่าความกว้างและความสูง ข.คลิกแท็บ แทรก --> รูปภาพ ข.ปรับได้เฉพาะได้ซ้ายและด้านขวา ค. คลิกแท็บ แทรก --> อัลบั้มรูป ค. ปรับได้เฉพาะมุมล่าและมุมบน 2 จุด ง.คลิกแท็บ ออกแบบ --> รูปภาพ ง.ปรับได้ทุกส่วนของภาพ มีจุดปรับ 8 จุด จ. คลิกแท็บ ออกแบบ --> รูปร่าง จ.ปรับแยงขึ้นและแยงลง 2 จุด 2.ข้อใดหมายถึงภาพตัดปะ 5.ข้อใดใช้สำหรับตัดรูปบางส่วน ก. อัลบั้มรูป ก.แทรก --> ครอบตัด ข.แฟ้มสื่อ ข.ออกแบบ --> ครอบตัด ค. ภาพถ่าย ค.เครื่องมือรูปภาพ --> ครอบตัด ง. คลิปอาร์ต ง. รูปแบบ--> ครอบตัด--> ครอบตัด จ. อาร์ตเวิร์ก จ.มุมมอง -->รูภาพ -->ครอบตัด--> ครอบตัด 3.ข้อใดคือคสั่งที่ใช้เปลี่ยนเส้นขอบของรูปภาพ ก.Picture Layout ข.Picture Effects ค.Picture Border ง.Compress Picture จ.Change Picture


หน่วยที่ 6 การสร้างแผนภูมิหรือการฟ 6.1การสร้างแผนภูมิหรือกราฟ 1. คลิก แทรก > แผนภูมิ 2. แสดงปุ่ม แทรกแผนภูมิ ใน PowerPoint 3.คลิกชนิดของแผนภูมิ แล้วดับเบิลคลิกแผนภูมิที่คุณต้องการ ภาพที่ 6.1 แสดงการเลือกแผนภูมิคอลัมน์ใน PowerPoint


6.2 การใช้แถบเครื่องมือออกแบบ 6.3 การแทรกองค์ประกอบแผนภูมิ บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม ภาพประกอบ ให้คลิก แผนภูมิ ในกล่องโต้ตอบ แทรกแผนภูมิ ให้คลิกลูกศรเพื่อ เลื่อนผ่านชนิดแผนภูมิ เลือกชนิดแผนภูมิที่คุณต้องการ จากนั้นคลิก ตกลง 6.4 การตกแต่งแผนภูมิด้วยแถบเครื่องมือรูปแบบ


แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 6 1. ข้อใดคือเครื่องหมายที่ใช้สำหรับปรับแต่งแผนภูมิ 4. ข้อใดหมายถึงแทบเครื่องมือ ก. ออกแบบและรูปแบบ ก. เปลี่ยน แก้ไขข้อมูล และสไตล์ให้กับแผนภูมิ ข. ออกแบบ เค้าโครงแผนภูมิ และรูปแบบ ข. การกำหนดเค้าโครงด่วนแผนภูมิ ค. เค้าโครง ออกแบบ และรูปแบบ ค. การแทรกแผนภูมิกราฟ ง. เทมเพลต ออกแบบ และรูปแบบ ง. การปรับแต่งองค์ประกอบของแผนภูมิ จ. แถบเครื่องมือเค้าโครงหน้ากระดาษ จ. การใส่รายละเอียดให้กับแท่งกราฟ 2. ข้อใดหมายถึงแท็บเครื่องมือออกแบบ 5. ข้อใดหมายถึง Add Chart Type ก. เปลี่ยนชนิดของแผนภูมิเท่านั้น ก. การแทรกแผนภูมิแท่ง ข. การปรับแต่งองค์ประกอบของแผนภูมิ ข. เปลี่ยนชนิดแผนภูมิ ค. การใส่รายละเอียดให้กับแท่งกราฟ ค. บันทึกเป็นแม่แบบ ง. การเปลี่ยนแผนภูมิเส้น ง. เครื่องมือเปลี่ยนชื่อแผนภูมิ จ. เปลี่ยนชนิดแผนภูมิ แก้ไขข้อมูล เค้าโครงและกำหนดสไตล์จ. เลือกลักษณะแผนภูมิเค้าโครง 3. ข้อใดหมายถึงการเพิ่มองค์ประกอบแผนภูมิ ก. Chart Elements และ Chart Styles ข. Chart Elements และ Chart Filters ค. Add Chart Element และปุ่ม Chart Elements ง. Add Chart และปุ่ม Add Chart Element จ. Add Chart Type และ Add Chart Element


หน่วยที่ 7 การแทรกไดอะแกรมและตาราง 7.1 ความหมายของไดอะแกรม ไดอะแกรม หรือ การแทรกกราฟิก ในการสื่อสารข้อมูลที่มีลับดับขั้นตอนเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันแบบ มองเห็นภาพโดยรวมได้อย่างชัดเจน 7.2 รูปแบบของไดอะแกรม 7.3 การสร้างไดอะแกรม 1. เปิดสไลด์หน้าใหม่ คลิกลูกศรลงของปุ่ม


2. เลือกแบบสไลด์ที่เป็นไดอะแกรม ในที่นี้เลือกแบบที่ 2 Title and Content 3. คลิกไอคอน Insert SmartArt Graphic เลือกแบบของไดอะแกรม เสร็จแล้วคลิกปุ่ม OK 4. จะแสดงไดอะแกรมตามแบบที่เลือก 7.4 การสร้างและแก้ไขแผนผังองค์กร 1.บนแท็บ แทรก ในกลุ่ม ภาพประกอบ ให้คลิก SmartArt


2.แสดงปุ่ม SmartArt ในแท็บ แทรก 3.ในแกลเลอรี เลือกกราฟิก SmartArt ให้คลิก ลำดับชั้น แล้วคลิกเค้าโครงแผนผังองค์กร (เช่น แผนผัง องค์กร) จากนั้นคลิก ตกลง 4.แสดงกล่องโต้ตอบ SmartArt ที่มี ลำดับชั้น ถูกเลือก 5.คลิกในกล่อง กราฟิก SmartArt แล้วพิมพ์ข้อความของคุณ 6.การพิมพ์ในกล่องในกราฟิก SmartArt


แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 7 1.ข้อใดกล่าวถึงไดอะแกรม ได้ถูกต้อง 4.ข้อใดคือคำสั่งใช้สำหรับการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ก. การแทรกรูปภาพทุกชนิด ก. Change Chart Type ข. การแทรกกราฟิก ข. Change Shape ค. การแทรกตัวอักษรศิลป์ ค. Change Shape Type ง. กระบวนการกลุ่ม ง. Change Insert Fill จ. กระบวนการกลุ่มกราฟิกสำเร็จรูป จ. Change SmartArt 2.ข้อใด ไม่ใช่ รูปแบบของไดอะแกรม 5.ปุ่มคำสั่งใดใช้สำหรับเพิ่มรูปร่างสำเร็จรูป ก. กลุ่มรายการ ก. Add Shape Fill ข. กลุ่มกระบวนการ ข. Add Change Shape ค. กลุ่มความสัมพันธ์ ค. Insert -->Shapes ง. กลุ่มไดอะแกรม ง. Add SmartArt จ. กลุ่มเมทริกซ์ จ. Add Pictures 3.คำสั่งข้อใดใช้ในการสร้าง SmartArt ก. แท็บ Home --> SmartArt ข. แท็บ Insert--> SmartArt ค. แท็บ Design--> SmartArt ง. แท็บ Layout --> SmartArt จ. แท็บ View--> SmartArt


หน่วยที่ 8 การกำหนดเอฟเฟกต์และการใช้เทคนิคพิเศษ 8.1 รูปแบบการใส่เอฟเฟกต์ให้กับสไลด์ 1. คลิกที่เมนู มุมมอง (VIEW) 2. คลิกเลือก ตัวเรียงลำดับภาพนิ่ง (SLIDE SORTER) 3. คลิกที่แท็บ การเปลี่ยน (Transitions) 4. เลือกเอฟเฟกต์ที่ต้องการ 5. ตัวอย่างเอฟเฟกต์ก็จะแสดงขึ้นมา 8.2 การตั้งเวลาเปลี่ยนแผ่นสไลด์ 1.เลือกสไลด์ที่มีการเปลี่ยนที่คุณต้องการปรับเปลี่ยน 2.บนแท็บ การเปลี่ยน ในกลุ่ม การตั้งเวลา ในกล่อง ระยะเวลา ให้พิมพ์จํานวนวินาทีที่คุณต้องการ


8.3 การใสเอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหว 1.เปิดไฟล์ข้อมูลชื่อ อัลบั้มต้นลดโลกร้อน .PPTX คลิกข้อความให้มีกรอบล้อมรอบ 2.คลิกที่แทบ ภาพเคลื่อนไหว (Animation) 3.คลิกปุ่ม ภาพเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง ( Custom Animation ) 4.คลิกปุ่ม เพิ่มลักษณะพิเศษ ( Add Effect ) 5.คลิกรายการ เข้า - ลักษณะพิเศษเพิ่ม… Entrance More Effects… ตัวเลือก มี 4 กลุ่ม คือ - เข้า ( Entrance - ตัวเน้น ( Emphasis ) - จบการทำงาน ( Exit ) - เส้นทางการเคลื่อนที่เพื่อดูลูกเล่นอื่น ๆ (Motion Paths ) 6.คลิกที่รูปแบบ วงล้อ (Wedge ) หรือเลือกรูปแบบใดก็ได้


แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 8 1.มุมมองข้อใดใช้สำหรับการเปลี่ยนแผ่นสไลด์ 4.ข้อมดคือความหมายของ Transition Speed ก. มุมมองปกติ ก. การแสดงเสียงประกอบข้อความ ข. มุมมองตัวเรียงลำดับภาพนิ่ง ข. การกำหนกเสียงประกอบแผ่นสไลด์ ค. มุมมองการนำเสนอภาพนิ่ง ค. การกำหนดเสียงประกอบรูปภาพ ง. มุมมองไดอะแกรม ง. การกำหนดความเร็วในการแสดงลูกเล่น จ. มุมมองการอ่าน จ. การกำหนดภาพเคลื่อนไหวขณะนำเสนอ 2.แท็บข้อใดที่ใช้ในการเปลี่ยนแผ่นสไลด์ 5.ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง ก. แท็บ Home ก. แท็บภาพเคลื่อนไหวใช้ใส่อฟเฟกต์ ข. แท็บ Insert Animations ข. กำหนดเอฟเฟกต์การเคลื่อนไหวได้เฉพาะภาพ ค.แท็บ Animations ค. สามารถใส่เสียงประกอบการใส่เอฟเฟกต์ ง.แท็บ Transitions ง. สามารถใส่เสียงประกอบสไลด์ จ. แท็บภาพเคลื่นไหวแบบกำหนดเอง จ. สามารถเคลื่อนไหวไปจามแนวเส้นพาธ 3.ข้อความใดคือความหมายของ Transition Sound ก. การแสดงเสียงประกอบข้อความ ข. การกำหนดเสียงประกอบการเปลี่ยนสไลด์ ค. การกำหนดเสียงประกอบรูปภาพ ง. การกำหนดความเร็วในการแสดงลูกเล่น จ. การกำหนดภาพเคลื่อนไหวขณะนำเสนอ


หน่วยที่ 9 การใส่มัลติมิเดียและการเตรียมเอกสารเพื่อการนำเสนอ 9.1 สไลด์ต้นแบบและเทมเพลต เมื่อต้องการให้สไลด์ของคุณเพื่อให้ประกอบด้วยฟอนต์และรูปภาพ (เช่นโลโก้), คุณสามารถทำการ เปลี่ยนแปลงเหล่านั้นในที่เดียวซึ่งต้นแบบสไลด์ และพวกเขาจะถูกนำไปใช้กับสไลด์ทั้งหมดของคุณได้ เมื่อต้องการ เปิดมุมมองต้นแบบสไลด์ บนแท็บมุมมอง เลือกต้นแบบภาพนิ่ง 9.2 การใส่มัลติมิเดีย 1. แทรกรูปภาพ ในหน้าโปรแกรม PowerPoint เลือกที่แท็บ Insert เลือก Pictures แล้วเลือกตาม สถานการณ์ต่อไปนี้ ... 2. แทรกภาพหน้าจอ (Print Screen) 3.แทรกรูปภาพแบบเป็นอัลบั้ม 4. แทรกวิดีโอ 5. แทรกเสียง 6. แทรกวิดีโอบันทึกหน้าจอ 9.3การเตรียมเอกสารประกอบการนำเสนองาน 1.กำหนดวัตถุประสงค์ 2.วิเคราะห์ผู้ฟังและสถานการณ์ 3.กำหนดรูปแบบ (FORMAT) 4.รวบรวมข้อมูลและหลักฐานอ้างอิง 5.วางโครงการนำเสนอ


6.เรียบเรียงเนื้อหา 7.จัดทำสื่อประกอบการนำเสนอ 8.เตรียมบท (SCRIPTS) 9.4 การสร้างเอกสารประกอบการบรรยาย 9.5 การนำเสนองาน 1. การนำเสนอโดยผู้นำเสนอเป็นหลักผู้นำเสนอบรรยายเป็นหลัก รูปแบบมักจะเป็นการปาฐกถา การ กล่าวเปิดประชุม การบรรยายก่อนการประชุมสัมมนา เป็นต้น การนำเสนออาจจะมีการใช้เอกสาร ประกอบ เป็นส่วนร่วมในการนำเสนอด้วยก็ได้


2. การนำเสนอโดยผู้นำเสนอและใช้สื่ออุปกรณ์ ผู้นำเสนอบรรยายเป็นหลัก แต่มีการผสมผสานด้วย สื่อกลางที่เป็นภาพนิ่งหรือมัลติมีเดียผ่านอุปกรณ์เครื่องมือ เป็นการนำเสนอที่เพิ่มมุมมองความน่าสนใจ นอกจากนี้อาจจะมีเอกสารประกอบการบรรยายหรือการนำเสนอด้วย 3. การนำเสนอในรูปของนิทรรศการ การนำเสนอแบบนี้สื่อที่ใช้จะเป็นหลักในการถ่ายทอดสาระความรู้ หากนิทรรศการมีความต่อเนื่องอาจใช้เส้นนำทาง หรือช่องทางบังคับเป็นส่วนพาผู้ชมได้เรียนรู้เนื้อหาไป ตามลำดับ โดยการนำเสนอเช่นนี้อาจจะมี การบรรยายเพิ่มเติมด้วยวิทยากร หรือการให้ข้อมูลผ่านเสียง หรือผ่านการแสดง หรือผ่านสื่อประกอบอื่น ๆ ร่วม เช่น สื่อเสมือนจริง ของจริง สื่อวิดิทัศน์ หรือเอกสาร ประกอบ


แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 9 1.ข้อใดคือความหมายของ Slide Master 4.ข้อใดคือความหมายของ Handout Master ก. การแทรกไฟล์ต้นฉบับ ก. ต้นแบบการจัดเอกสาร ข. การสร้างสไลด์ใหม่ ข. ต้นแบบสไลด์ภาพนิ่ง ค. ต้นแบบของสไลด์ทุกๆ แผ่น ค. ต้นแบบเอกสารประกอบคำบรรยาย ง. ไฟล์ต้นฉบับที่เก็บเป็นชุดรูปแบบ ง. ต้นแบบบันทึกย่อ จ. ไฟล์ต้นแบบบันทึกย่อเป็นชุดรูปแบบ จ. ต้นแบบการนำเสนองาน 2.ข้อใดคือความหมายของ Template 5.ข้อใดคือความหมายของ Rehearse Timings ก. การแทรกไฟล์ต้นฉบับ ก.การฝึกซ้อมการนำเสนอ ข. การสร้างสไลด์ใหม่ ข. การทดสอบการกำหนดเวลา ค. ต้นแบบของสไลด์ทุกๆ แผ่น ค. การทดสอบเวลา ง. ไฟล์ต้นฉบับที่เก็บเป็นชุดรูปแบบ ง. การตั้งค่าการนำเสนอสไลด์ จ. ไฟล์ต้นแบบบันทึกย่อเป็นชุดรูปแบบ จ. การนำเสนอแบบออนไลน์ 3.ข้อใดคือความหมายของ Note Pages ก. เอกสารประกอบคำบรรยายต้นฉบับ ข. เอกสารประกอบคำบรรยายเพื่อแจกให้ผู้ฟัง ค. การเตือนความจำขณะเสนองาน ง. การกำหนดความเร็วในการแสดงลูกเล่น จ. การจดบันทึกการทำงานแต่ละขั้นตอน


Click to View FlipBook Version