The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sa Ra Pao, 2020-08-21 15:07:54

เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ

เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ

Keywords: การศึกษา

4. คลิกท่ีปมุ่ tabs (แทบ็ ...)
5. จะปรากฏกรอบใหก้ ำหนดรายละเอยี ดการตัง้ กั้นระยะ (tabs) ใน tab stop position ( ตำแหน่งแทบ็ หยดุ )

6 เมื่อกำหนดเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ปุ่ม ok แต่ถ้าต้องการยกเลิก tab ที่กำหนดไว้ ให้คลิกที่ปุ่ม clear
(ลา้ ง) หรอื clear all (ล้างทง้ั หมด)

การกำหนดรปู แบบตวั อักษร
การกำหนดรปู แบบตวั อักษร จะมี 2 วธิ ี คือ

1. การปฏบิ ตั กิ อ่ นลงมอื พมิ พ์
2. การปฏิบตั หิ ลังจากทีพ่ มิ พ์แลว้

ปฏบิ ตั กิ ่อนลงมอื พมิ พ์
การกำหนดรูปแบบตัวอกั ษร โดยปฏบิ ตั กิ อ่ นลงมอื พมิ พ์ มวี ธิ ปี ฏิบตั ิ ดังนี้

1. กำหนดที่แถบเครอื่ งมือ font (ตัวอักษร)
2. กำหนดรปู แบบตวั อกั ษรท่ีต้องการ
B = Bold (ตวั หนา)
I = Italic (ตวั เอยี ง)
U = Underline (ขีดเส้นใต้หนงึ่ เสน้ )

ปฏิบัตหิ ลงั ลงมอื พมิ พ์แล้ว
การกำหนดรูปแบบตัวอักษร โดยปฏิบัติหลังจากลงมือพมิ พ์ มีวธิ ปี ฏบิ ัติ ดังน้ี

1. ทำแถบสีคลมุ ขอ้ ความทีต่ ้องการกำหนดรูปแบบ
2. เลอื กเครื่องมือกำหนดตัวอักษรและรปู แบบทก่ี ลุ่ม font (ตวั อกั ษร) ดงั วิธีที่ 1

การกำหนดรปู แบบข้อความ
เมื่อจัดพิมพ์งานในบางส่วนเรียบร้อยแล้ว สามารถที่จะจัดรูปแบบข้อความให้เหมาะสมและสวยงาม โดย

ใชเ้ ครอื่ งมือในกลมุ่ ของ Paragraph ดังนี้
ชดิ ซา้ ย (Align Text Left)
กึ่งกลางหนา้ กระดาษ (Center)
ชิดขวา (Align Text Right)
ชดิ ซา้ ยและชดิ ขวา (Justify)
ชดิ ซา้ ยและชดิ ขวาแบบไทย (Thai Distributed)

การแก้ไขขอ้ ความ
การแก้ไขขอ้ ความใหถ้ กู ต้อง จะมวี ิธปี ฏิบตั ิ 5 แบบ คอื

1. แกไ้ ขอัตโนมตั ิ
2. แก้ไขตามพจนานกุ รม
3. แก้ไขด้วย Replace
4. แกไ้ ขโดยใช้ Backspace และ Delete
5. แกไ้ ขดว้ ย Insert
6. แก้ไขโดยใช้เคร่อื งมอื Undo, Redo

การแก้ไขอัตโนมัติ
โปรแกรมประมวลผลคำ จะมีการแก้ไขอัตโนมตั ิให้ เช่น

แต่บางครง้ั พิมพถ์ ูกต้องแล้ว แตโ่ ปรแกรมแก้ไขให้ผดิ ให้กดแป้น Ctrl + Z จะกลบั มาเหมือนเดมิ
การแก้ไขตามพจนานุกรม
เมอื่ มีการพิมพผ์ ดิ จะปรากฏเสน้ สแี ดงทใี่ ต้ข้อความนั้น ซง่ึ สามาราถท่ีจะแกไ้ ขได้

3.การนำเสนอข้อมูลสารสนเทศประเภทสื่อสิง่ พิมพ์
การนำเสนอบนหน้าจอ/จอรับภาพ
ในกรณีทตี่ อ้ งการเปดิ แฟม้ ทีพ่ ิมพ์ไว้ เพอ่ื ดำเนินการพมิ พอ์ อกทางเครอ่ื งพมิ พ์

1. คลิกทีแ่ ท็บเมนู File (แฟ้ม) แล้วเลือกคำสง่ั Open (เปิด)

2. เลือกแหล่งที่เก็บข้อมูลไว้ในช่อง Look in (มองหาใน) แล้วเลือกชื่อแฟ้มงานท่ีต้องการเสร็จแลว้ คลิกที่
ปมุ่ Open (เปิด)

3. จะปรากฏขอ้ มูลท่ีจะใชใ้ นการนำเสนอ

การพิมพเ์ อกสารออกทางเครื่องพมิ พ์
1. คลกิ แฟ้ม
2. คลิก พมิ พ์
3. เลือกกระดาษ ขนาดของกระดาษ ขนาดมาตรฐานจะใช้ A4
4. เลือกจำนวนสำเนาตอ้ งการกช่ี ดุ ระบุลงไป
5. ในส่วนการตั้งค่า (Setting) จะใช้สำหรับการกำหนดค่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิมพ์ เช่น ขนาดกระดาษ
การกำหนดเครื่องพิมพใ์ นแต่ละโปรแกรมย่อย ๆ ของ Office จะไมเ่ หมอื นกนั
6. กำหนดค่าเสรจ็ แล้ว คลิก พมิ พ์ เรม่ิ พิมพ์ลงกระดาษ

การใชง้ านเครื่องมอื รปู วาด
1. คลิกเครอื่ งมือหรอื รปู ทรงที่ต้องการ
2. ที่พื้นที่ทำงาน ให้ชี้เมาส์ตำแหน่งที่ต้องการวาดภาพ กดปุ่มซ้ายของเมาส์ค้างไว้ แล้วลากออกวาดภาพ
ได้ภาพตามตอ้ งการแล้วก็ปล่อยเมาส์
3. วาดเสรจ็ แล้วคลิกทวี่ า่ งๆ เสรจ็ สนิ้ การวาดภาพ
4. กอ่ นวาดภาพให้กดปุ่ม Shift ท่ีแปน้ พิมพ์ค้างไว้ จะได้ภาพรูปทรงแบบสมสว่ น หรอื อาจจะกดปุ่ม Shift
+ Ctrl ค้างไว้ทั้งสองปุ่ม แล้วจึงวาดภาพ วิธีนี้จะเป็นการ วาดภาพแบบออกจากจุดศูนย์กลาง กรณี
ต้องการวาดภาพไวภ้ ายในรูปใด ๆ

5. การลบภาพทว่ี าด ใหค้ ลิกท่ีภาพเพือ่ เลอื กก่อน แล้วกดป่มุ Delete ท่ีแป้นพมิ พเ์ พอ่ื ลบภาพไดเ้ ลย
6. การย้ายภาพให้ช้ีทีภ่ าพ จนปรากฏสัญลักษณ์ของเมาส์ตามตัวอย่าง จากนั้นกดปุ่มซ้ายของเมาส์ค้างไว้
แล้วลากเมาส์ออก ย้ายภาพไปวางตำแหน่งใหม่

หนว่ ยที่ 7 การประยกุ ต์ใชโ้ ปรแกรมสำเรจ็ รปู เพือ่ นำเสนอข้อมลู สารสนเทศประเทภตัวเลขและตารางคำนวณ
โปรแกรม Microsoft Excel เป็นโปปรแกรมตารางคำนวณ ที่เหมาะสำหรบั การพิมพ์ตารางการคำนวณ

หรือที่ทั่ว ๆ ไปเรียกว่า เป็นโปรแกรมประเภท Spreadsheet ซึ่งนิยมใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลเก่ียวกับตัวเลขที่มี
ปริมาณมาก เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์หรือคำนวณผล นอกจากนี้แล้ว ยงสามารถที่จะจัดพิมพ์ตาราง
แผนภูมิ และใช้ฟังก์ชันในการคำนวณรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งผลที่ได้จากการคำนวณใช้โปรแกรมนี้จะช่วยให้ทำงานเร็ว
ข้นึ และมีประสทิ ธภิ าพมากทสี่ ดุ

1. การใช้งานโปรแกรมตารางคำนวณ
การเขา้ สู่โปรแกรม Microsoft Excel 2010
1. คลกิ ปมุ่ Start
2. เลอื ก All Programs
3. เลอื ก Microsoft Office
4. เลือก Microsoft Office Excel 2010

ส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel 2010
สว่ นประกอบของโปรแกรม

1. แถบช่ือเร่อื ง (Title Bar) = เป็นส่วนที่ใชแ้ สดงช่ือโปรแกรม และรายชื่อไฟลท์ ไี่ ดเ้ ปิดในงาน
2. แถบเครือ่ งมอื ด่วน (Quick Access) = เป็นสว่ นทีใ่ ช้ในการแสดงคำสง่ั ที่ใช้งานบอ่ ย
3. ปุ่ม แฟ้ม (File) = เป็นส่วนที่ใช้ในการจัดเก็บคำสั่งการทำงานในโปรแกรม เช่น New Open, save และ
คำสั่ง Print เป็นต้น
4. ปุ่มควบคมุ = เปน็ ส่วนทใ่ี ชค้ วบคุมการเปิด หรือปดิ หนา้ ต่างโปรแกรม
5. รบิ บอน (Ribbon) = เปน็ ส่วนทใ่ี ช้แสดงรายการคำสง่ั ตา่ ง ๆ ที่ใช้ในการทำงานกับเอกสาร
6. พ้ืนท่ีการทำงาน = เปน็ ส่วนท่ใี ช้ในการแสดงรายละเอียดตา่ ง ๆ ขัน้ ภายในเอกสาร
7. แถบสถานะ (Status Bar) = เปน็ ส่วนที่ใชแ้ สดงจำนวนหนา้ กระดาษ และจำนวนตวั อักษรทใี่ ชใ้ นเอกสาร
8. Name Box = เป็นช่องที่ใช้แสดงชื่อเซลล์ที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้น เช่น ถ้ามีการใช้งานข้อมูลในเซลล์ A1
รายชอ่ื เซลลน์ ี้กจ็ ะไปแสดงอยใู่ นช่อง Name Box
9. แถบสูตร (Formula Bar) = เป็นช่องทใ่ี ช้แสดงการใชง้ านสตู รการคำนวณตา่ ง ๆ
10. เซลล์ (Cell) = เป็นช่องตารางที่ใช้สำหรับบรรจุข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งช่องเซลล์แต่ละช่องนั้นจะมีชื่อเรียกตาม
ตำแหน่งแถว และคอลัมน์
ที่แสดงตำแหนง่ ของเซลล์ เชน่ เซลล์ B1 จะอยู่ใน คอลมั น์ B ในแถวท่ี 1 เปน็ ต้น
11. คอลมั น์ (Column) = เปน็ ช่องเซลล์ที่เรยี งกันในแนวตัง้ ของแผน่ งาน (Worksheet)
12. แถว (Row) = เป็นช่องเซลล์ที่เรยี งกันในแนวนอนของแผน่ งาน
13. Sheet Tab = เปน็ แถบท่ีใช้แสดงจำนวนแผน่ งานทเ่ี ปิดขึน้ มาใชง้ าน

2. การสร้างงานดว้ ยโปรแกรมตารางคำนวณ
การสร้างสมุดงานใหม่

1. เปิดโปรแกรม Microsoft Excel 2010
2. ไปที่แฟ้ม > สร้าง > สมดุ งานเปลา่ แลว้ คลิก สร้าง

3. จะเปิดหนา้ จอแรกของโปรแกรม เป็นหน้าจอว่างเปล่า โปรแกรม Excel จะตั้งชื่อสมุดงานทีเ่ ปดิ ใช้งาน
คร้ังแรก ว่า สมุดงาน 1 ซึง่ ผู้ใช้สามารถเปล่ยี นช่ือได้ภายหลงั

การเปดิ สมดุ งาน
ในกรณีท่สี ร้างสมุดงานใหม่แลว้ และไดบ้ ันทึกเป็นไฟล์เกบ็ ไว้ เมอื่ ต้องการเปดิ ใชง้ าน ใหท้ ำดงั นี้

1. เปดิ สมุดงานใหม่
2. ไปที่ แฟม้ จะมตี วั เลอื ก สามารถเลอื กไดด้ งั น้ี

2.1. คลิกที่ เปิด โปรแกรมจะไปที่ ตำแหน่งเริ่มต้นของแฟ้ม ซึ่งโดยปกติจะอยู่ในห้อง My Document
ของผใู้ ชป้ จั จุบัน ตำแหนง่ นสี้ ามารถเปลยี่ นแปลงได้

2.2. คลิกท่ี ล่าสุด โปรแกรมจะนำแฟม้ ท่ใี ช้งานลา่ สดุ มาแสดง ใหเ้ ลือกแฟม้ ท่ตี ้องการ

การบนั ทึกข้อมลู
1. ไปท่ี แฟ้ม > บนั ทึก

2. โปรแกรมจะเปดิ หนา้ จอ บนั ทกึ เป็น ให้คลกิ ระบตุ ำแหนง่ ของสมดุ งานที่ต้องการบันทึก ดังภาพ

3. เปลี่ยนชื่อสมุดงาน ชื่อของสุมดงานควรสอดคล้องกับข้อมูลในสมุดงาน ถ้าไม่ใส่นามสกุล (File
extension) โปรแกรม Excel 2010 จะเพม่ิ ใหเ้ อง เปน็ นามสกลุ xlsx

4. กดปมุ่ บันทึก เป็นอนั เสร็จส้ินการบนั ทกึ สมดุ งานใหม่ จะสังเกตที่ Title bar ดา้ นบน จะมีชื่อสมดุ งานที่
บนั ทึกแลว้ แทนชื่อ สมุดงาน เดมิ

การปิดโปรแกรม
1. คลกิ ป่มุ Close ของโปรแกรม Excel เพือ่ ปดิ แผ่นงานท่กี ำลังทำงาน ดังภาพ

2. คลกิ ปุ่ม ปิดหนา้ ต่าง ของสมดุ งานนน้ั ๆ ซึง่ อยมู่ มุ ขวาดา้ นบน ดงั ภาพ

3. ในกรณที ีแ่ ผ่นงานน้นั ๆ มีการเปลย่ี นแปลงข้อมลู โปรแกรมจะถามว่า จะบนั ทึกหรือไม่ ให้คลิกปมุ่ ตาม
ตอ้ งการ ถา้ คลิกปุ่ม ยกเลิกโปรแกรมจะยกเลกิ การปิดโปรแกรม

4. ถา้ แผน่ งานนั้น ๆ มขี ้อมูลเหมอื นเดิม ไมม่ ีการเปลย่ี นแปลข้อมูลตั้งแต่การบันทึกครั้งลา่ สุด หรือ เปิด
โปรแกรมใหม่ และยงั ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ โปรแกรมจะปดิ แผ่นงานนั้นทันที โดยไม่แสดงหน้าจอใด ๆ
หนา้ จอและการใช้เครือ่ งมือของ Excel
หนา้ จอของ Excel 2010 มีส่วนประกอบหลักทีค่ วรรจู้ ัก ดังน้ี

แถบริบบ้นิ

แถบรบิ บน้ิ คือบริเวณทีร่ วมคำสง่ั ตา่ ง ๆ ของโปรแกรมไว้ โดยจดั เป็นกลุ่ม ๆ รวมกนั เรยี กว่า แทบ็ (tabs)
ในแต่ละแทบ็ แบง่ ออกเปน็ กลุม่ โดยมชี ื่อกลมุ่ อยู่ด้านล่าง และและในแตล่ ะกลมุ่ จะรวมคำส่ังทม่ี กั จะใชด้ ้วยกนั ไว้
ดว้ ยกนั เพือ่ อำนวยความสะดวกในการใช้งาน

แทบ็ ของ Excel 2010 ประกอบดว้ ย 7 แท็บหลัก และแท็บพิเศษ 1 แทบ็

1. แฟม้ แท็บแฟ้ม เป็นแท็บพิเศษไมถ่ ือเป็นแถบบนรบิ บิน้ เพราะใชจ้ ัดการเกย่ี วกบั ไฟล์ หรอื แฟ้ม เชน่ การ
เปิด-ปิดไฟล์ การสร้างไฟลใ์ หม่ การบนั ทึกไฟล์ ตลอดจนการตั้งคา่ ตวั เลอื กตา่ ง ๆ เป็นตน้

2. หนา้ แรก เป็นแทบ็ ทร่ี วมลักษณะการใช้งานทั่ว ๆ ไป เช่น การคดั ลอก การวาง การกำหนดตวั อักษร
การจดั รปู แบบ การกรองข้อมูล ตลอดจนการคน้ หาข้อมลู เป็นตน้

3. แทรก เปน็ แทบ็ สำหรับแทรก ตาราง ภาพ รูปรา่ งอตั โนมัติ อกั ษรศลิ ป์ สัญลักษณ์ การเช่ือมโยง เป็นต้น

4. เค้าโครงหน้ากระดาษ เปน็ แท็บสำหรับการตัง้ ค่ากระดาษเพื่อพิมพ์ออกทางเคร่ืองพิมพ์ เช่น ตัง้ ระยะ
ขอบกระดาษ กำหนดขนาดกระดาษ พิมพ์แนวตง้ั หรือแนวนอน เป็นต้น

5. สตู ร ใชแ้ ท็บน้เี มือ่ ต้องการคำนวณคา่ ต่าง ๆ เชน่ การรวม การเรยี กใชส้ ูตรของ Excel เปน็ ตน้

6. ข้อมูล แทบ็ นี้ใชส้ าหรบั การรบั ข้อมลู จากภายนอกเพื่อมาวิเคราะห์ใน Excel เชน่ นาข้อมูลจาก
ฐานขอ้ มลู Access เปน็ ตน้ นอกจากน้ี ยงั ใช้สำหรับการจดั การกับข้อมูลจำนวนมาก ๆ เชน่ การเรียงข้อมลู การ
กรองข้อมลู การจัดกลุ่มขอ้ มลู เปน็ ต้น

7. ตรวจทาน เป็นแท็บหรับการตรวจตัวสะกดการนั ต์ ตลอดจนการจดั การเกยี่ วกับแผน่ งาน เช่น การ
ปอ้ งกนั การแกไ้ ขข้อมลู บนแผ่นงาน เปน็ ตน้

8. มุมมอง เปน็ แท็บสำหรบั แสดงแผน่ งานในมุมมองต่าง ๆ เช่น แบบปกติ แบบเต็มหนา้ กำหนดใหม้ ี
หรือไม่มเี สน้ ตาราง ย่อ/ขยาย ตลอดจนการแบ่งหน้าจอออกเปน็ สว่ น ๆ เปน็ ตน้

รบิ บน้ิ สามารถยอ่ /ขยาย เพื่อใหม้ พี ื้นที่ทางานมากขึน้ การย่อรบิ บิ้นให้คลิกปุ่มย่อริบบนิ้ /ขยายริบบิ้น ซ่ึง
อยู่บริเวณมมุ ขวาดา้ นบนของแถบริบบ้ิน ดังภาพ

แถบเครือ่ งมือด่วน

แถบเคร่ืองมือดว่ น เปน็ แถบท่ีรวมคำส่ังท่มี ักใชบ้ ่อย ๆ เราสามารถเพ่มิ เครื่องมือในแถบเครอื่ งมือดว่ นนีไ้ ด้
และสามารถย้ายตำแหน่งใหไ้ ปอยูด่ า้ นล่างรบิ บ้ิน เพื่อให้คลิกได้สะดวกมากย่ิงข้นึ ได้

สำหรับ ยอ่ /ขยายหน้าจอ หรือ ปิดโปรแกรม Excel
สำหรบั บนั ทกึ ไฟล์ ถา้ เปน็ การบันทึกครัง้ แรก โปรแกรมจะถามชอ่ื และท่ีอยู่ทจี่ ะบนั ทึกไฟล์ ถ้า
เป็นการบันทึกซำ้ โปรแกรมจะบนั ทึกข้อมลู ในช่ือและตำแหนง่ เดิม โดยจะทับข้อมูลเดมิ ก่อนการบนั ทึกคร้ังนั้น ๆ

สำหรบั การยกเลกิ การกระทำ(Undo) ถา้ ต้องการยกเลกิ การกระทำหลายครงั้ ใหก้ ด
สามเหล่ยี มขา้ งลกู ศร เพ่ือคล่ีดรู ายการท่ีต้องการเลิกกระทำยอ้ นหลัง

สำหรับการทำซ้ำ(Redo) ปุม่ น้ีไม่ทำงานถ้ายงั ไม่มีการยกเลิกการกระทำ ถา้ ตอ้ งการทำซ้ำ
หลายครั้ง ใหก้ ดสามเหลีย่ มข้างลูกศร เพ่ือคลด่ี ูรายการที่ต้องการทำซำ้

สำหรบั เพิ่มคำสั่งหรือเปลยี่ นตำแหน่งของแถบเครอื่ งมอื ด่วน เมื่อคลิกจะมีคำส่งั ใหเ้ ลอื ก เพ่ิมเขา้
ในแถบเครื่องมือด่วน หรอื นำคำสั่งท่ีไมต่ อ้ งการใช้งานออกจากแถบเครอ่ื งมือด่วน หรือย้ายตำแหนง่ แถบเครื่องมือ
ด่วน ดังนี้

แถบสูตร

เป็นส่วนทีใ่ ชส้ ำหรับป้อนข้อความในเซลล์ หรือเขียนสตู ร ในขณะพมิ พ์ หรอื อยู่ในสภาวะ หรอื โหมดการ
ป้อนค่า หรอื โหมดการแกไ้ ข จะเกิดเคร่ืองหมายผดิ และเครื่องหมายถูก ดังน้ี

สำหรบั เรียกใชง้ านสตู รของ Excel

คลกิ เพ่ือตกลง และออกจากโหมดปอ้ นค่า หรือโหมดแก้ไข มคี วามหมายเชน่ เดยี วกบั การกด Enter

เพ่ือยกเลิก และออกจากโหมดปอ้ นคา่ หรือโหมดแก้ไข

กลอ่ งช่อื

กล่องชื่อแสดงตำแหน่งของเซลล์ที่พร้อมใช้งาน ถ้าพิมพ์ตำแหน่งเซลล์ในกล่องชื่อและกด Enter
โปรแกรมจะไปยังตำแหน่งที่ระบุทันที จากนี้ยังสามารถใช้กำหนดชื่อชว่ งของเซลล์สำหรับการคำนวณ หรือการใช้
งานอนื่ ๆ

แถบสถานะ

แถบสถานะแสดงโหมดการทำงานในขณะนั้น ถ้าคลิกที่เซลล์ใดเซลล์หนึ่ง จะอยู่ในโหมดพร้อม โปรแกรม
พร้อมทีจ่ ะรบั การพมิ พ์ เมือ่ เร่มิ พิมพโ์ ปรแกรมจะเข้าสโู่ หมดการป้อนค่า และถ้ากดปุ่ม F2 หรอื ดบั เบล้ิ คลกิ ทเี่ ซลล์ท่ี
มขี ้อมูลจะเข้าสู่โหมดการแก้ไข การออกจากโหมดการปอ้ นค่า หรือการแก้ไขทำไดโ้ ดยกดป่มุ Enter

ชื่อแผน่ งาน

โดยปกติเมือ่ เปดิ โปรแกรมคร้ังแรก Excel จะมแี ผน่ งานเตรยี มไวใ้ ห้ 3 แผ่นงาน แตถ่ า้ ต้องการมากกว่าน้ัน
สามารถสร้างเพ่ิมได้ โดยคลิกที่รูป

เมือ่ คลิกขวาที่ช่ือของแผ่นงาน จะสามารถปรบั แตง่ ชือ่ และจดั การแผ่นงานได้ เช่น ลบแผน่ งาน เปลี่ยนช่ือ
แผน่ งาน ระบายสีแผ่นงาน ตลอดจนยา้ ยตำแหนง่ แผ่นงาน เป็นต้น

เคา้ โครงหนา้ กระดาษ

เค้าโครงหน้ากระดาษ ประกอบด้วยแบบปกติ แบบเค้าโครงหน้ากระดาษ และแบบแสดงตัวอย่างตัวแบง่
หน้าตามลำดับ โดยทั่วไปมักจะแสดงแบบปกติ ซึ่งจะไม่แสดงขอบเขตของหน้ากระดาษ ซึ่งมักจะมีปัญหาในการ
พิมพ์เน่ืองจากอาจจะมีข้อมลู ถูกแยกออกไปอยูห่ นา้ อื่น การแก้ไขทำได้โดยคลิกท่ีเคา้ โครงแสดงตัวอย่างตัวแบ่งหน้า
เมอื่ กลบั มาแบบปกติจะเห็นเส้นประแบ่งหน้ากระดาษ ทำใหก้ ารทำงาน การจดั พมิ พข์ ้อมลู ดขี ึ้น
ภาพแสดงเสน้ ประการแบง่ หน้ากระดาษ

การปรบั ความกว้างของคอลัมน์
ในการทำงานกับ Excel มักจะมีการปรับความกว้างของคอลัมน์ให้เป็นไปตามรูปแบบที่ต้องการ เช่น

แบบฟอรม์ ตารางตา่ ง ๆ เป็นตน้
1. ถ้าต้องการขยายความกว้างหรือ ลดความกว้างของคอลัมน์ แต่ละคอลัมน์ ให้นำเคอร์เซอร์ ไปวางไว้ท่ี

เส้นขอบ ของคอลัมน์ที่ต้องการขยาย เมื่อเคอร์เซอร์เปลี่ยนรปู ร่างเป็นลูกศร 2 หัว ดังภาพ ให้กดเมาส์ค้างไว้ แล้ว
ลากไปทางซา้ ยหรอื ทางขวา ไดต้ ามต้องการ

2. ถ้าในกรณีที่ข้อมูลตัวเลขในช่อง Cell มีลักษณะ ##### แสดงว่า ความกว้างของ ช่อง Cell น้อยไป
ใหน้ ำเคอร์เซอร์ไปวางท่หี วั คอลัมน์ และลากออกไป หรือดบั เบล้ิ คลกิ ทีห่ วั ของคอลมั น์ ก็ได้

3. ถ้าต้องการให้ขยายความกว้างของเซลล์ให้ครอบคลุมความยาวของข้อมูลในทกุ เซลล์ของคอลัมน์นั้น ๆ
ใหน้ ำเคอรเ์ ซอรไ์ ปวางทีบ่ รเิ วณหวั ของคอลัมน์และเม่ือเคอรเ์ ซอร์เปล่ยี นเปน็ ลกู ศรสองหัว ให้ดบั เบล้ิ คลกิ ดังภาพ

จะไดค้ วามกว้างของคอลมั น์ที่ครอบคลุมความยาวของข้อมลู ท่ีมใี นคอลมั น์นนั้ เช่น

4. ถ้าต้องการขยายหรือหดความกว้างของ คอลมั น์ หลายคอลัมนใ์ หเ้ ทา่ กนั ทุกคอลัมน์ สามารถทำได้ ดังนี้
1. เลอื กคอลมั น์ทตี่ อ้ งการทำให้ความกว้างเทา่ กัน โดยคลิกและลากบริเวณหัวคอลมั น์
2. ปรับความกวา้ งของคอลัมน์ ดงั ภาพ
3. เม่อื ปล่อยเมาส์จะไดค้ อลมั นท์ ่เี ท่ากนั ตามที่เลือก

การปรบั ความสูงของแถว
การปรับความสูงของแถว ทำเช่นเดียวกับการปรับความกวา้ งของคอลัมน์ คือนำเคอร์เซอร์ไปวางไวท้ ี่เสน้

ระหว่างแถวทหี่ ัวแถว และลากเพอื่ กำหนดความสงู ดงั ภาพ

การลบคอลมั นแ์ ละแถว
เราสามารถลบ คอลัมน์ทงั้ คอลมั น์ หรอื ลบแถวท้ังแถวได้ สมมตวิ ่าตอ้ งการลบ คอลัมน์ C และ D มวี ธิ กี าร ดังนี้

1. คลิกเลอื กคอลมั น์ C และ D ดังภาพ

2. ไปท่แี ทบ็ หนา้ แรก กลุม่ เซลล์ และคลกิ คำส่ังลบ

3. จะเหน็ วา่ ขอ้ มูลในคอลัมน์ C และ D จะถกู ลบ และขอ้ มลู ถัดไปจะเขา้ มาแทนท่ี ดงั ภาพ

4. เม่อื ลบไปแล้ว แตเ่ ปลย่ี นใจไม่ลบ ใหค้ ลกิ ทร่ี ปู บนแถบเคร่ืองมือดว่ น
การแทรกคอลัมน์และแถว

บางครั้งเราอาจต้องการเพ่ิม หรอื แทรกคอลมั น์ กส็ ามารถทำไดโ้ ดยข้อมลู จะถูกแยกออกไปอีก 1 คอลัมน์
การเพ่มิ คอลัมน์ทำดังน้ี

1. คลิกท่ีชอื่ ของคอลัมน์ จะเกิดแถบสว่างยาวตลอดคอลัมน์

2. ไปที่ แทบ็ หน้าแรก กล่มุ เซลล์ คลกิ คำส่ัง แทรก

3. คลิก 1 ครง้ั คอลัมนใ์ หม่จะแทรกเข้าทางขวาของคอลมั นท์ ี่ถกู เลือก จากภาพ จะสังเกตเห็นวา่ ขอ้ มูล
เดมิ ถกู ย้ายไปอีกคอลัมน์ และช่อื ของคอลัมน์ จะยังคงเรียงเหมือนเดมิ

4. การแทรกแถวก็ทำเชน่ เดยี วกนั โดยคลิกทหี่ วั แถวท่ตี ้องการแทรก และไปทีแ่ ท็บหนา้ แรก กลมุ่ เซลล์
และคลิกคำสงั่ แทรก
การแบง่ หนา้ จอ

เนื่องจาก Excel เป็น Sheet ใหญ่ บางทีเราต้องการดขู ้อมูลจากหลาย ๆ แห่งพร้อม ๆ กัน หรือ ต้องการ
ดหู วั ตารางเพ่ือทำให้การกรอกข้อมลู ถูกต้อง ดังนน้ั เราจงึ มีความจำเปน็ ต้องแบ่งหนา้ จอ Excel ออกเป็นส่วน ๆ ซ่ึง
สามารถ เลอื่ น หรือ Scroll ดูไดท้ กุ สว่ น ซึ่งมีวิธกี ารดังน้ี

1. ที่มุมบนด้านขวาตอ่ จาก Scroll bar และดา้ นลา่ งของหนา้ จอ จะมีแถบสำหรับแบ่งหนา้ จอ ดังภาพ

2. เมื่อนำเคอร์เซอร์ ไปวางที่ตรงน้ี เคอร์เซอร์จะเปลย่ี นเป็นรปู ลูกศรสองทาง ซ่ึงแสดงว่า สามารถลากแบ่ง
ได้

3. ใหก้ ดเมาสแ์ ละลากแบง่ หน้าจอได้ดังภาพ จะเห็นว่าสามารถเล่ือนแตล่ ะสว่ นได้อย่างอสิ ระจากกัน ใน
ภาพจะเห็นวา่ คอลัมน์ B ถูกเลอ่ื นหายไป ทำใหค้ อลมั น์ ชอ่ื -สกุล และ ทอี่ ยู่ มาอยู่ใกล้กัน ทำให้ดขู ้อมูลได้ชดั เจน
ไม่ต้องเล่อื นไปมา ส่วนในแนวนอน จะเหน็ ข้อมลู ถกู ซ่อนออกไปหลายรายการ ทำให้สะดวกในการเปรยี บเทียบ
ข้อมลู ที่มคี วามยาวมาก ๆ

4. ยกเลกิ การแบ่งหน้าจอ โดยการใช้เมาสล์ ากเสน้ แบ่งไปเก็บไวท้ ี่ดา้ นข้าง หรือด้านบน-ล่าง

การใชเ้ ครอ่ื งหมายทางคณิตศาสตร์ และ Auto sum
เมื่อพิมพ์ตัวเลขลงในช่อง เซลล์ ของ Worksheet เราสามารถนำมาประมวลผล หาผลลัพธ์ โดยการ นำ

ตวั เลขมา บวก ลบ คูณ หาร กนั ได้ เครอ่ื งหมายที่ใชง้ าน มี ดังน้ี

+ +เคร่อื งหมายบวก

- -เครอ่ื งหมายลบ

* *เครือ่ งหมายคูณ

/ /เคร่ืองหมายหาร

^ ^เคร่ืองหมายยกกำลงั

การคำนวณทางคณติ ศาสตรอ์ ยา่ งง่าย
การคำนวณ ใน Excel ทำได้ โดยการปอ้ นตวั เลขเขา้ ไปในช่อง เซลล์ แต่ละช่อง จากน้นั จึงกำหนดให้นำตวั เลข

ในแตล่ ะช่อง มา บวก ลบ คูณ หาร กัน ลองดูตัวอย่าง และทำตามตอ่ ไปน้ี
การบวกเลข

1. คลิกท่ี ช่อง A1
2. พมิ พ์เลข 20
3. แล้วกด Enter เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาที่ ช่อง เซลล์ A2 (ถ้าไม่เลื่อนลงมาตรง ๆ แสดงว่ามีการ
ไปตง้ั คา่ ทิศทางการกด Enter ให้ทา่ นต้ังค่าใหมไ่ ด้
4. คลิกท่ีช่อง A2 และพิมพ์เลข 30 แลว้ กด Enter
5. เคอร์เซอร์ จะเล่อื นมาท่ีช่อง A3 ใหพ้ มิ พ์ =A1+A2
6. เครือ่ งหมายเท่ากับ ขา้ งหน้า เป็นการบอก Excel วา่ กำลังใชส้ ตู ร ไม่ใช่เปน็ การพิมพ์ข้อความ
ธรรมดา และจะสังเกตสีของ ข้อความ A1 และ A2 แตกต่างไปจากสีธรรมดา และเมื่อขณะพิมพ์ A1 จะมีกรอบ
เกิดขึน้ ทชี่ อ่ ง A1 ดว้ ย และขณะพิมพ์ A2 กจ็ ะมกี รอบเกดิ ทชี่ อ่ ง A2 แสดงขอบเขตทถ่ี กู เลอื ก ดังน้ี

7. เมื่อพิมพเ์ สรจ็ แลว้ ให้กดปุ่ม Enter กรอบจะเลอ่ื นไปยงั ตำแหนง่ A4 และจะได้ผลลพั ธเ์ ท่ากบั
50 ในชอ่ ง A3 ดังภาพ

การลบ
1. คลกิ ท่ี ชอ่ ง C1
2. พิมพ์เลข 30
3. แล้วกด Enter เคอรเ์ ซอร์ จะเลอ่ื นมาที่ ชอ่ ง เซลล์ C2
4. คลกิ ทชี่ อ่ ง C2 และพิมพ์เลข 20 แลว้ กด Enter
5. เคอรเ์ ซอร์ จะเลอ่ื นมาทชี่ ่อง C3 ใหพ้ มิ พ์ =C1-C2
6. เมอ่ื พิมพเ์ สร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Enter กรอบจะเลือ่ นไปยังตำแหน่ง C4 และจะไดผ้ ลลพั ธเ์ ทา่ กับ

10 ในช่อง C3 ดงั ภาพ

การคูณ
1. คลิกที่ ช่อง E1
2. พมิ พ์เลข 3
3. แลว้ กด Enter เคอร์เซอร์ จะเล่ือนมาที่ ชอ่ ง เซลล์ E2
4. คลิกที่ช่อง E2 และพิมพเ์ ลข 2 แล้วกด Enter
5. เคอร์เซอร์ จะเลื่อนมาทช่ี อ่ ง E3 ให้พมิ พ์ =E1*E2
6. เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Enter กรอบจะเลื่อนไปยังตำแหน่ง E4 และจะได้ผลลัพธ์เท่ากบั

6 ในชอ่ ง E3 ดงั ภาพ

การหาร
1. คลิกท่ี ชอ่ ง G1
2. พมิ พเ์ ลข 30
3. แล้วกด Enter เคอร์เซอร์ จะเลอ่ื นมาที่ ชอ่ ง เซลล์ G2
4. คลิกทช่ี อ่ ง G2 และพมิ พเ์ ลข 5 แลว้ กด Enter
5. เคอร์เซอร์ จะเล่อื นมาทช่ี อ่ ง G3 ใหพ้ มิ พ์ =G1/G2
6. เมื่อพิมพ์เสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม Enter กรอบจะเลือ่ นไปยังตำแหน่ง G4 และจะได้ผลลัพธเ์ ทา่ กบั

6 ในชอ่ ง G3 ดงั ภาพ

การใช้ Auto sum

เครือ่ งหมาย Auto sum บน เมนบู าร์ ใชส้ ำหรบั การบวกตามแนว คอลัมน์ โดยอัตโนมตั ิ ซึ่งมี
วธิ กี ารใช้ ดังน้ี

1. ไปที่ ช่อง H1

2. พิมพ์ 5 แล้วกด Enter

3. พมิ พ์ 5 แลว้ กด Enter

4. พิมพ์ 5 แลว้ กด Enter

5. ขณะน้ี เคอรเ์ ซอร์ จะมาอยู่ท่ีชอ่ ง H4

6. คลิกปุ่ม บนเมนบู าร์ จะเห็นว่า ช่อง H1 ถงึ H3 ถกู เลือก ดังนี้

7. ให้กดปุ่ม Enter เพื่อตอบตกลง จะไดผ้ ลดังภาพข้างลา่ งน้ี

ฟงั กช์ นั

ราอาจจะพูดได้ว่า ฟังก์ชันของ Excel ก็คือสูตรสำเร็จรูปที่โปรแกรมจัดทำไว้ให้แล้ว เพียงแต่เราใส่ค่าที่
ต้องการเข้าไปเท่านั้น หน้าที่ของฟังก์ชัน ก็คือ เอาข้อมูลที่เราใส่เข้าไป กระทำการ บวก ลบ คูณ หาร กัน เช่น
ฟังก์ชัน SUM ก็จะนำค่าที่เราระบุมารวมกนั ได้ผลรวมออกมา ถ้าไม่มีฟังก์ชัน เราจะต้องเสียเวลาในการพิมพ์สตู ร
จำนวนมาก เชน่ ถา้ เราตอ้ งการรวมตัวเลขใน B5 ถงึ B8 เราตอ้ งเขยี นในแถบสตู ร หรือ Formular bar ดงั นี้

=B5+B6+B7+B8

แต่ถา้ เราใชฟ้ ังก์ชัน SUM ซึง่ เป็นการรวมตวั เลขใน เซลล์ เราจะเขยี นส้ัน และงา่ ยขนึ้ ดงั นี้

=SUM(B5:B8)

รูปแบบของฟังก์ชัน ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ชื่อฟังก์ชัน และค่าอาร์กิวเมนต์ที่จะส่งเข้าไปคำนวณใน
ฟงั กช์ ัน ค่าอารก์ วิ เมนตจ์ ะอย่ใู นเคร่อื งหมายวงเลบ็ ถ้ามีคา่ อารก์ ิวเมนต์หลายตวั จะค่นั ดว้ ยเครอื่ งหมายคอมม่า

โปรแกรม Excel มีฟังก์ชันจำนวนมาก ทั้งฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ การเงิน การคิดค่าทางสถิติ เป็นต้น
ฟงั ก์ชันเหลา่ นี้ ทำให้เราสามารถหาคา่ ต่าง ๆ ไดโ้ ดยไมย่ ากเย็น เชน่ หาผลรวม หาค่าเฉลี่ย นบั จำนวนความถี่ หรือ
แม้แต่การหาผลรวมย่อย (Subtotal) ก็สามารถทำได้ การใช้ฟังก์ชันจำเป็นต้องมีการอ้างอิงถึงข้อมูลที่จะนำมาใช้
ในฟงั กช์ ัน จึงควรเรยี นรู้การอา้ งอิงข้อมูลใน เซลล์ ต่าง ๆ เสียกอ่ น

เทคนคิ การสรา้ งสตู รคำนวณ หรอื ฟังก์ชัน

การสร้างสูตรคำนวณ สามารถทำได้หลายอย่าง เช่น เรียกใช้สูตรจากริบบิ้น พิมพ์สูตรหรือฟังก์ชั่นลงใน
เซลล์ หรอื การคลกิ เลอื กสูตรบนแถบสตู ร

การเรยี กใชส้ ูตรจากรบิ บนิ้

สตู รบางอย่างทีบ่ ่อย โปรแกรม Excel จะนำไปไวใ้ นรบิ บิ้นเพ่ือใหใ้ ช้ได้สะดวก สตู รดังกล่าวได้แก่ การรวม
การหาคา่ เฉล่ยี การนบั ตัวเลข การหาค่ามากที่สดุ และการหาค่าน้อยท่ีสดุ ซง่ึ มีวิธกี ารดังน้ี

ตวั อย่างการรวมจำนวน โดยใชส้ ตู รบนรบิ บิน้

1. พิมพข์ อ้ มูลลงบนแผน่ งาน

2. คลิกที่เซลล์ B5 ถ้าเลือกใช้สุตรบนริบบิ้น Excel จะใช้ข้อมูลคอลัมน์ที่เลือก ที่อยู่เหนือขึ้นไป
เปน็ ขอ้ มลู

3. ไปที่ แทบ็ หนา้ แรก > กลมุ่ การแก้ไข คลกิ ปุม่ ผลรวม ดังภาพ
4. โปรแกรมจะแสดงขอบเขตขอ้ มูลของการใชส้ ตู รผลรวม ดงั ภาพ
5. ให้กดปุม่ Enter จะไดผ้ ลรวมของข้อมลู ดังภาพ

การพมิ พส์ ูตรลงในเซลล์
ถ้าเราจำสูตรได้ เราสามารถพิมพ์สูตรลงในเซลล และใช้เมาสร์ ะบตุ ำแหน่งของค่า หรืออาร์กิวเมนต์ที่สตู ร

นัน้ ๆ ตอ้ งการได้
ตวั อยา่ งการใชส้ ูตร SUM() โดยการพิมพ์
1. พมิ พข์ ้อมลู ลงบนแผน่ งาน ดงั ภาพ

2. คลิกท่ีเซลล์ที่ต้องการแสดงผลรวม ในตวั อย่างนี้คือ B5
3. พิมพเ์ คร่ืองหมายเทา่ กับ เคร่ืองหมายเท่ากบั เป็นการบอก Excel ว่า ขอ้ ความท่ีจะพิมพ์
ต่อไปนี้ เปน็ สูตรการคำนวณ
4. ต่อจากเคร่ืองหมายเทา่ กับ พมิ พ์สูตรทต่ี ้องการ ในตัวอย่างนี้ คอื คำว่า SUM
5. จะสังเกตเห็นวา่ เม่ือพมิ พ์ตวั อกั ษรตัวแรก Excel จะนำสูตรท้งั หมดที่ขน้ึ ต้นดว้ ยตวั อักษรที่
พิมพม์ าแสดงให้เลือก ทา่ นสามารถเลื่อน Scroll bar เพ่ือหาสูตรทีต่ อ้ งหารหรืออาจจะพิมพต์ ่อไป ซ่ึง Excel จะนำ
สูตรท่ีขึ้นตน้ ด้วยตวั อักษรท่ีพิมพ์มาแสดง ใหเ้ ลือกได้ตามต้องการ

6. ใหใ้ ช้เมาสเ์ ลือกสูตร SUM แลว้ กดปุ่ม TAB เพื่อเลอื กสตู ร
7. โปรแกรมจะใส่เครื่องหมายวงเลบ็ เปดิ เพือ่ ให้ระบุข้อมลู ท่จี ะนำมารวมกนั

8. ใชเ้ มาสล์ ากชว่ งขอ้ มลู ทีจ่ ะนำมารวมกัน ในตัวอยา่ งนี้ คือ B1:B2 ดงั ภาพ

9. กดปุ่ม Enter จะได้คำตอบ ดงั ภาพ

10. ถา้ นำเมาสไ์ ปคลิกทีเ่ ซลล์ B5 จะเห็นสูตรในแถบสูตร ดงั ภาพ

การคลิกเลอื กสตู รบนแถบสตู ร
ในกรณีที่จำสูตรไม่ได้ ต้องการหาดูจากสูตรทัง้ หมดตามปประเภท หรือตามลำดับทีเ่ คยใช้งาน ให้เลือกใช้

สูตร โดยคลิกเลือกจากปุ่มแทรกฟงั ก์ชนั ในแถบสตู รบนรบิ บิน้
ตัวอย่างต่อไปนี้ เปน็ การเรยี กใชง้ านสตู ร SUM() โดยเลอื กจากปมุ่ แทรกฟังกช์ นั
1. พิมพ์ขอ้ มลู ลงบนแผ่นงาน ดงั ภาพ

2. คลิกท่ีตำแหน่งทต่ี ้องการวางผลลัพธ์ คอื B5
3. คลิกปมุ่ แทรกฟังกช์ นั ที่แถบสูตร

4. จะเกดิ หน้าจอให้เลือกสตู ร

หน้าจอนี้ มี 4 ส่วน คือ
1. ช่องค้นหาฟงั ก์ชัน สามารถพิมพ์ข้อความเก่ยี วกับสูตรทต่ี ้องการ เช่น รวม โปรแกรมจะนำ
สตู รทเี่ กี่ยวขอ้ งมาแสดงให้เลือก
2. ช่องหรือเลือกประเภท ให้คลิกปุ่มลูกศรเพื่อเลือกประเภทของสูตร ซึ่งมีหลายอย่าง เช่น
สูตรที่ใช้ไปล่าสูตร สูตรทั้งหมด สูตรเกี่ยวกับการเงิน เวลา เป็นต้น ทั้งน้ี Excel จะนำสูตรท่ี
ระบุมาแสดงใหเ้ ลือก
3. ช่องเลือกฟังก์ชัน คือสูตรท่ี Excel นำมาแสดงให้เลือก ถ้ามีจำนวนมาก สามารถเลื่อน
Scroll bar เพ่อื เลือกได้ตามตอ้ งการ
4. คำอธบิ าย เปน็ คำอธิบายการทำงานของสตู ร และคา่ อารก์ ิวเมนตท์ ี่สูตรตอ้ งการ

5. ให้เลือกประเภททงั้ หมด และเลื่อน Scroll bar หาสูตร SUM
6. ใชเ้ มาสค์ ลิกเลอื ก SUM และคลกิ ปุ่ม ตกลง

7. จะกลับมาท่ีแผ่นงาน เพื่อให้ระบุคา่ อารก์ ิวเมนต์ทีส่ ตู รต้องการ เราสามารถพมิ พ์ตำแหนง่ ของ
เซลลท์ ่ตี อ้ งการโดยตรงได้ท่นี ี่

8. เป็นท่นี ่าสงั เกตว่า Excel จะคาดเดาค่าอาร์กิวเมนตแ์ ละนำตำแหน่งเซลล์ทคี่ ิดว่า จะเปน็ ค่าที่
ถกู ต้องมาแสดง ถ้าถูกต้อง ให้คลกิ ป่มุ ตกลง

9. ถ้าไม่ถูกต้อง หรอื มีค่าอาร์กวิ เมนต์หลายค่า ในแต่ละค่า ใหค้ ลกิ ปุ่ม ดงั ภาพ เพื่อไประบุเซลลท์ ่ี
มคี ่าอารก์ วิ เมนต์ทีต่ อ้ งการนำไปใหส้ ตู รคำนวณ

10. เม่ือคลิกปุ่มข้างตน้ หน้าจอของอารก์ วิ เมนตจ์ ะย่อเพ่ือให้ใชเ้ มาสร์ ะบตุ ำแหน่งของเซลล์
11. ใชเ้ มาสล์ ากระบุตำแหนง่ ท่ีต้องการให้หาผลรวม ตั้งแต่ B1 ถึง B2 ดงั ภาพ

12. กดปุ่ม Enter จะกลับมาที่หนา้ จออาร์กิวเมนต์ ดังภาพ

13. กดปมุ่ ตกลง จะได้ผลดงั ภาพ

การนำเสนอข้อมลู สารสนเทศประเภทตวั เลขและตารางคำนวณ
ฟังก์ชนั

Count หมายถงึ การนับจำนวณข้อมูลท่ีเป็นตัวเลขทัง้ หมดในชว่ งหรือขอบเขตที่กำหนดไว้
Counta หมายถงึ การนับจำนวนข้อมูลหรือเซลลใ์ นช่วงท่ไี มว่ ่างท้ังข้อมูลทเ่ี ป็นตวั เลขและอักษร
Countif หมายถงึ การนบั จำนวนของเซลลภ์ ายในช่วงทตี่ รงตามเง่อื นไขทร่ี ะบุ
If เป็นการหาผลลัพธ์ โดยกำหนดเง่ือนไขในเงื่อนไขหนึง่ ขึ้นมา โดยกำหนดเป็นเงื่อนไข “เป็นจริง” และ
“ไม่เป็นจริง”

การสร้างแผนภูมิคอลัมน์
วิธีการสร้างแผนภมู ิ มดี งั น้ี

1. เปดิ ไฟล์ Excel ใหม่ และพมิ พข์ ้อมูลใหเ้ หมอื นในภาพข้างลา่ งน้ี

2. คลกิ เซลลใ์ ดเซลลห์ นง่ึ ในบริเวณ A3:D5 เพื่อระบุขอบเขตของขอ้ มลู ท่จี ะนำมาจดั เป็นแผนภูมิ ข้อมูลที่
จะนำมาใช้ต้องอยู่ในลักษณะตาราง

3. ไปที่แทบ็ แทรก กลุ่มแผนภูมิ คลกิ เลอื กลักษณะแผนภูมิ ดังภาพ

4. จะได้แผนภมู คิ อลัมน์ ดงั ภาพ

การสรา้ งแผนภมู วิ งกลม
การสร้างแผนภูมิวงกลม ก็ทำเช่นเดียวกับการสร้างแผนภูมคิ อลัมน์ แต่มีข้อระวังคือ การแสดงข้อมูลของ

แผนภูมวิ งกลม จะมขี ้อมูลเพยี ง 2 มติ ิ เทา่ นัน้ เชน่ ตวั อยา่ งการขายตกุ๊ ตา จะแสดงทง้ั หมด 3 เดือน ภายในแผนภมู ิ
วงกลมเดยี วกัน ไมไ่ ด้ ตอ้ งแยกแสดงเป็นรายเดือน และถา้ จะแสดงทงั้ 3 เดือน ต้องแสดงถงึ 3 แผนภมู ิ หรืออาจจะ
รวมข้อมลู ทงั้ 3 เดอื นเข้าด้วยกนั แล้วแสดงเป็นแผนภูมิเดยี ว กไ็ ด้ ในตัวอย่างต่อไปน้ี จะแสดงขอ้ มูล การขายตุ๊กตา
ทั้ง 3 อย่าง ในเดอื น กุมภาพนั ธ์ ซึ่งทำได้ ดงั นี้

1. จากข้อมูลเดิม จะแสดงข้อมูลเฉพาะเดอื น กุมภาพันธ์ ให้ลากแถบสว่างบริเวณขอ้ มูลท่ีจะนำมาทำเปน็
แผนภูมิวงกลม คือบรเิ วณ A2:B4 ดังภาพ

2. บนแถบริบบิ้น ให้เลือกแท็บแทรก เลือกกลุ่มแผนภูมิ คลิกเลือกแผนภูมิวงกลม และเลือกรูปแบบท่ี
ตอ้ งการ

3. จะไดแ้ ผนภูมวิ งกลมตามต้องการ

4. สามารถปรับแตง่ เพ่ิมเติมได้ โดยใช้เครือ่ งมอื แผนภมู ิ หรือคลิกขวาและเลือกปรบั แต่ง ตามตอ้ งการ เช่น
การหมุน 3 มิติ เปน็ ต้น

ตัวอยา่ ง

TIP: การคลกิ ขวาในแต่ละสว่ นของแผนภมู ิ จะมตี ัวเลอื กให้ปรับแต่งไม่เหมือนกัน เช่น พื้นทีแ่ ผนภูมิ พื้นท่ี
การลงจดุ และชุดข้อมูล ถ้าตอ้ งการปรับส่วนใด ให้คลิกเลอื กส่วนนนั้ กอ่ น จากน้ันจงึ คลกิ ขวาเพือ่ เลอื กการปรับแต่ง
แผนภมู ชิ ดุ ข้อมูลในแผนภมู ิวงกลม สามารถเลอื กเฉพาะชุดใดชดุ หนึ่ง และดึงแยกออกจากกนั ได้

หน่วยที่ 8 การประยกุ ตใ์ ชโ้ ปรแกรมสำเรจ็ รปู เพื่อนำเสนอข้อมูลสารสนเทศประกอบการบรรยายการนำเสนอ
โปรแกรมการนำเสนอ ( microsoft powerpoint) เป็นโปรแกรมที่ใช้ประกอบในการบรรยาย เพื่อให้

ผูฟ้ ังเกดิ ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ซงึ่ จะประกอบด้วยข้อความอย่างย่อหรือข้อความที่สรุปแล้ว และจะมีภาพประกอบ
เพ่ือใหม้ องเห็นภาพทีจ่ ะประกอบการบรรยายให้ชดั เจนยงิ่ ขนึ้ นอกจากนแี้ ลว้ ยงั สามารถท่ีจะใส่วีดีโอและเสียงได้อีก
ด้วย รวมถึงยังสามารถท่จี ะกำหนดการเคล่อื นไหวของข้อความ ภาพ เพื่อให้การนำเสนอนา่ สนใจมากย่ิงขนึ้
1. การใช้งานโปรแกรมการนำเสนอ
การเขา้ ส่โู ปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010

1. คลิกทแี่ ถบเมนู start
2. คลกิ เลอื กโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010

2. การสรา้ งงานด้วยโปรแกรมการนำเสนอ
การสรา้ งงานนำเสนอ
การสรา้ งงานนำเสนอโดยใชโ้ ปรแกรม Microsoft PowerPoint มขี ้ันตอนดงั นี้

1. เขา้ โปรแกรม Microsoft PowerPoint
2. คลกิ เพือ่ การสร้างภาพน่ิงท่ีเพิม่ มือ new slide
3. เลือกรปู แบบท่ตี อ้ งการ
4. ในทน่ี ้ีเลือกแบบ title sled (ภาพนง่ิ ชอ่ื เรือ่ ง)
5. ทำการปรับรูปแบบของตวั อกั ษรทกี่ ลุ่มเครื่องมือ font (ตัวอักษร)
6. ทำการปรบั รูปแบบของตวั อกั ษรทก่ี ล่มุ เคร่ืองมือ font (ตัวอักษร)
7. นอกจากนี้ ยงั สามารถท่ีจะปรบั รปู แบบตา่ ง ๆ ใหส้ วยงามช่อื กล่มุ เครอื่ งมอื drawing (การวาด)

การใส่สพี ้นื หลงั
1. คลิกที่หน้าออกแบบ

2. คลกิ ท่ี จัดรูปแบบพื้นหลัง
3. จะปรากฎแถบด้านขา้ งข้นึ มาเพ่อื ให้เลอื กสีท่ตี ้องการ

4. เลือกสีท่ตี ้องการแล้วผลลพั ธ์จะปรากฎข้นึ

การใสภ่ าพพน้ื หลงั (background)
1. คลิกที่หน้าออกแบบ

2. คลิกท่ี จัดรปู แบบพ้นื หลัง
3. คลิกท่ี เตมิ รปู ภาพหรือพ้นื ผวิ

4. เลือกไฟล์ท่อี ยู่ของรปู ภาพท่ีตอ้ งการ
5. เลอื กรูปภาพท่ีต้องการ

6. กำหนดใหน้ ำไปใชก้ บั ท้ังหมด งานนำเสนอก็จะมีพ้ืนหลังเป็นรูปเดียวกันทุกสไลด์

การเพิ่มแผ่นสไลด์ใหม่
สามารถทำได้ 2 วธิ ีดังน้ี
วธิ ีที่ 1
1.1 คลกิ เลือกแผ่นสไลด์ท่ี 1

1.2 คลกิ ที่ปมุ่ สไลด์ใหม่
1.3 จะไดแ้ ผ่นสไลด์เพิ่มข้นึ

วธิ ที ่ี 2
2.1 คลิกท่ปี มุ่ สไลด์ใหม่

2.2 ปรากฏเคา้ โครงภาพน่ิงแบบตา่ ง ๆ คลิกเลือกภาพนิ่งท่ตี ้องการ

2.3 ปรากฏภาพนิ่งตามเค้าโครงทีเ่ ลอื ก

การสร้างตาราง
ตารางคือการแทรกหรือวาดตารางลงในสไลด์ เพ่ือชว่ ยใหแ้ สดงขอ้ มลู อยา่ งเปน็ ระเบยี บ

และทำให้อ่านแยกแยะข้อมูลที่แตกต่างกนั ไดช้ ดั เจนโดยมีวธิ กี ารดงั นี้
1. คลิกแท็บ แทรก

2. คลิกปมุ่ ตาราง
3. เลือกจำนวนคอลัมนแ์ ละแถว

4. เมอ่ื กำหนดจำนวนที่เลือกคอลมั น์และแถวจะปรากฏบนสไลด์

การแทรกวีดโี อ
การทำงานกบั กราฟิกเป็นการเพ่ิมวดี โี อทุกชนดิ ท้งั วีดีโอที่เป็นไฟล์ดิจิตอล หรอื ไฟลท์ ี่มีอยู่ในเคร่อื ง

คอมพิวเตอรห์ รือวิดโี อออนไลน์เพื่อแทรกวดี โี อลงในสไลด์ซึ่งมขี ั้นตอนดังน้ี
1. การแทรกวดี โี อทม่ี ใี นเครอ่ื ง

1.1 คลกิ แทบ็ แทรก

1.2 คลกิ ปุ่ม วีดีโอแล้วเลอื ก วีดโี อบนซพี ีของฉนั
1.3 คลิกเลือกไฟลว์ ีดโี อท่ีต้องการคลิกปุ่มแทรก


Click to View FlipBook Version