การสร้าง
คำสมาส
คำสมาสเกิดจากคำภาษาบาลีและ คำสมาสไม่ปรากฏทัณฑฆาตตรง
สันสกฤตเท่านั้น เช่น วิทยาศาสตร์, กลางคำ เช่น แพทยศาสตร์ อัคคีภัย
สารคดี **(ผลไม้ ไม่ใช่ คำสมาส เพราะ
ผล เป็นคำบาลี-สันสกฤต แต่ ไม้ เป็นคำ คำสมาสแปลความหมายจากข้าง
ไทย หลังไปข้างหน้าเสมอ เช่น อัคคีภัย
แปลว่า ภัยที่เกิดจากไฟ
คำสมาสมักจะออกเสียงสระ อะ ตรง มักจะมีคำวามว่า ศาสตร์ กรรม ภาพ
กลางแต่ไม่ปรากฏรูปสระ อะ เช่น ภัย ศึกษา ลงท้ายคำ เช่น ภูมิศาสตร์
พลศึกษา ธนบัตร แพทยศาสตร์ คหกรรม
หลักการสังเกต
คำสมาส คำสมาสแบบสมาส ตัดสระ อะ ตรงกลาง
คำสมาสแบบสนธิ ตัดทัณฑฆาตตรงกลาง
พยัญชนะสนธิ สระสนธิ นิคหิตสนธิ
ตัดสระ อะ ตรงกลาง ตัดทัณฑฆาตตรงกลาง
วีร/ะ + ชน = วีรชน คำสมาส แพทย์ + ศาสตร์
อิสร/ะ + ภาพ = อิสรภาพ แบบสนธิ แพทย=ศาสตร์
พล/ะ + ศึกษา = พลศึกษา เจดีย์ + สถาน
ธุร/ะ + กิจ = ธุรกิจ
กาย/ะ+ ภาพ= กายภาพ =
เจดียสถาน
สัตว์์ +=แพทย์
สัตวแพทย์
คำสมาสแบบสนธิ
พยัญชนะสนธิ สระสนธิ นิคหิตสนธิ
พยัญชนะสนธิ ๒.
๑. ถ้าเจอคำว่า ทุสฺ และ นิสฺ
ให้เปลี่ยน ส เป็น “ร”
คำใดที่ลงท้ายด้วย “ส”
ให้เปลี่ยนเป็น “สระโอ”
รหสฺ + ฐาน ๑. คำใดที่ลงท้ายด้วย “ส”
ยสสฺ +ธร ให้เปลี่ยนเป็น “สระโอ”
รโหฐาน
ยโสธร
พยัญชนะสนธิ
๒. ถ้าเจอคำว่า ทุสฺ และ นิสฺ
ให้เปลี่ยน ส เป็น “ร”
ทสฺ + ชน ทุรชน
นิสฺ + ภัย นิรภัย
พยัญชนะสนธิ
สระสนธิ ๑. ๒.
ลบสระท้ายของคำหน้าและ ลบสระท้ายของคำหน้าและ
ใช้สระหน้าของหลังคำ เปลี่ยนสระหน้าของคำหลัง
๓.
เปลี่ยนสระท้ายของคำหน้า
แล้วสนธิปกติ
๑. ลบสระท้ายของคำหน้าและ
ใช้สระหน้าของหลังคำ
สระสนธิ /ปิยะ + โอสร ปิโยรส
/มหา + อัศจรรย์ มหัศจรรย์
ชล + อาลัย ชลาลัย
๒. ลบสระท้ายของคำหน้าและ
เปลี่ยนสระหน้าของคำหลัง
สระอะ เป็น สระอา จุฬ + อลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์
คช + อินทร์ คเชนทร์
สระอิ เป็น สระเอ สุข + อุทัย สุโขทัย
สระอุ เป็น สระอู
สระสนธิ
หรือ สระโอ
๓. เปลี่ยนสระท้ายของคำหน้า
แล้วสนธิปกติ
สระอิ เป็น สระอี กิติ + อากร กิตย + อากร กิตยากร
เปลี่ยนเป็น ย
จักขุ + อาพาธ จักขว + อาพาธ จักขวาพาธ
สระอิ เป็น สระเอ
เปลี่ยนเป็น ว
นิคหิตสนธิ
๑. ๒. ๓.
ถ้านิคหิต สนธิกับ สระ ถ้านิคหิต สนธิกับ ถ้านิคหิต สนธิกับ
ต้องเปลี่ยน นิคหิตเป็น ม พยัญชนะวรรค ต้องเปลี่ยน พยัญชนะเศษวรรค
นิคหิตเป็น พยัญชนะตัว ต้องเปลี่ยน นิคหิตเป็น ง
สุดท้ายของวรรค นั้น ๆ
สํ + อิทธิ ๑. ถ้านิคหิต สนธิกับ สระ นิคหิตสนธิ
สํ + อาคม ต้องเปลี่ยน นิคหิตเป็น ม
สํ + อาทาน
สํ + อาจาร สม + อิทธิ = สมิทธิ
สม + อาคม = สมาคม
สม + อาทาน = สมาทาน
สม + อาจาร = สมาจาร
๒. ถ้านิคหิต สนธิกับ พยัญชนะวรรค ต้องเปลี่ยน
นิคหิตเป็น พยัญชนะตัวสุดท้ายของวรรค นั้น ๆ
สํ + คม
สัง + คม = สังคม
นิคหิตสนธิค อยู่ในวรรค กะ จึงต้องเปลี่ยน นิคหิต เป็น ง
๒. ถ้านิคหิต สนธิกับ พยัญชนะวรรค ต้องเปลี่ยน
นิคหิตเป็น พยัญชนะตัวสุดท้ายของวรรค นั้น ๆ
สํ + จร
สัญ + จร = สัญจร
นิคหิตสนธิจ อยู่ในวรรค จะ จึงต้องเปลี่ยน นิคหิต เป็น ญ
๒. ถ้านิคหิต สนธิกับ พยัญชนะวรรค ต้องเปลี่ยน
นิคหิตเป็น พยัญชนะตัวสุดท้ายของวรรค นั้น ๆ
สํ + ผัส
สัม + ผัส = สัมผัส
นิคหิตสนธิผ อยู่ในวรรค ปะ จึงต้องเปลี่ยน นิคหิต เป็น ม
๓. ถ้านิคหิต สนธิกับ พยัญชนะเศษวรรค
ต้องเปลี่ยน นิคหิตเป็น ง
สํ + หาร
สัง + หาร = สังหาร
นิคหิตสนธิห เป็นพยัญชนะเศษวรรค จึงต้องเปลี่ยน นิคหิต เป็น ง
๓. ถ้านิคหิต สนธิกับ พยัญชนะเศษวรรค
ต้องเปลี่ยน นิคหิตเป็น ง
สํ + สรรค์
สัง + สรรค์ = สังสรรค์
นิคหิตสนธิส เป็นพยัญชนะเศษวรรค จึงต้องเปลี่ยน นิคหิต เป็น ง
ขอบคุณค่ะ