ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้|๑ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้|๒ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ปีการศึกษา 2565 ล าดับ รายการเอกสาร หลักฐาน/ร่องรอย หน้า มี ไม่มี 1. รายละเอียดตัวชี้วัดการประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติ หน้าที่ต าแหน่งครูอัตราจ้าง จ าแนกตามระดับคุณภาพ สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ 3 2. รายงานการวิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 4 รายการเอกสาร/หลักฐาน ด้านที่ 1 การจัดการเรียนการสอน ตัวชี้วัด 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้|๓ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ รายละเอียดตัวชี้วัดการประเมินผลงาน ที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ 1. ตัวชี้วัดการประเมินผลงาน
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้| ๔ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ รายงานวิจัยในชั้นเรียน การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โดยการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ผู้จัดท า นางสาวณิชกานต์ แคเขว้า ครูผู้สอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน อ าเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ 2. การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้| ๕ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน จังหวัดชัยภูมิ ******************************************************************** ผลงาน การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โดยการสอนแบบ ร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ผู้จัดท า นางสาวณิชกานต์ แคเขว้า ประเภทนวัตกรรม นวัตกรรมการเรียนการสอน รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท31101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้เป็นแบบทดลอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ที่ได้รับการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD (Student Teams Achievement Division) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ที่ได้รับการสอนแบบร่วมมือ ด้วยเทคนิค STAD (Student TeamsAchievement Division) การเรียนแบบร่วมมือดh;ยเทคนิค STAD เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่แผนการจัดการ เรียนรู้วิชาภาษาไทยพื้นฐาน (ท31102) และแบบทดสอบ ก่อนเรียนและหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติโดยการ เปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนเป็น ร้อยละ ผลการศึกษาพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทยโดยใช้ การสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค (STAD) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน โดยใช้การ สอนรูปแบบร่วมมือ้ววยเทคนิค STAD ท าให้ผู้เรียนผ่านเกณฑ์ประเมิน 70% ของคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนมากกว่า นักเรียนที่เรียนแบบบรรยายในวรรณคดีเรื่องเดียวกัน 1. ที่มาและความส าคัญของปัญหา การศึกษาวรรณคดีจึงเป็นการย้อนเวลากลับไปเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต ทั้งในด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจและการค้าขาย ซึ่งคล้ายกับการศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติไทย ผ่านทางวรรณคดี เมื่อ เรียนวรรณคดีแล้วนักเรียนสามารถพินิจพิจารณาคุณค่าของวรรณคดีไทย ทั้งการวิเคราะห์ สังเคราะห์ประเมินคุณค่าจาก การอ่าน ตีความ แปลความ เพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงอรรถรสอย่างลึกซึ้ง โดยการอ่านวรรณคดีอย่างพินิจพิเคราะห์ท า ความเข้าใจ ตีความ พิจารณาเนื้อหาและแนวคิดแล้วสามารถประเมินค่า วรรณคดีเรื่องนั้น ๆ ได้ในด้านศิลปะการประพัน์ องค์ประกอบ และคุณค่าได้ จากความต้องการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ท าให้นักเรียนเกิดความเบื่อ หน่ายในการเรียน และไม่สนใจที่จะเรียนรู้วรรณคดี ขาดความกระตือรือร้นในการศึกษา แต่ผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการคือ นักเรียนจ าเป็นต้องเรียนรู้วรรณคดีไทยได้อย่างลึกซึ้ง จะเห็นได้ว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมของนักเรียนไม่
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้| ๖ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ สอดคล้องและไม่ด าเนินไปในทางเดียวกัน อีกประการหนึ่งหากครูไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวรรณคดีอย่างลึกซึ้ง แล้ว ความน่าสนใจการเล่าวรรณคดีก็อาจลดหย่อนไปซึ่งหากเทียบกับครูที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งก็จะสามารถถ่ายทอดเรื่องราว ได้อย่างผู้เชี่ยวชาญและดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่า ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค Student TeamAchievement Division (STAD) ซึ่งผู้วิจัยสนใจที่น ามาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนวรรณคดี ซึ่งเทคนิควิธีการ สอนแบบ STAD ได้ผลดีคือ การกระตุ้นให้นักเรียนส่งเสริม ให้ก าลังใจ และ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการเรียนรู้เพื่อท า ความเข้าใจเนื้อหาสาระให้กระจ่างและได้รางวัลเป็นกลุ่ม สมาชิกแต่ละกลุ่มต้องต่างพยายามส่งเสริมให้เพื่อนรDวมกลุD มท างานในส่วนที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด เห็นความส าคัญ ของการเรียนรู้และพยายามท าให้การเรียนรู้และการท างาน นั้นมีคุณค่าและสนุก เมื่อครูสอนบทเรียนแล้ว นักเรียนต้องเปรียบเทียบค าตอบของตนเองกับเพื่อนร่วมกลุ่ม อภิปราย ประเด็นที่มีความเห็นต่างกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้เข้าใจประเด็นที่สมาชิกคนใดคนหนึ่งเข้าใจผิด โดยอาจจะ อภิปรายถึงแนวทางในการ แก้ปัญหาหรืออาจทดสอบย่อยกันเองในประเด็นที่เรียน เพื่อหาจุดอ่อนและจุดแข็งของสมาชิก ทีม เพื่อให้สามารถตอบค าถามต่าง ๆ ของแบบทดสอบได้ จากทฤษฎีที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะน าวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD มาใช้ใน การจัดการเรียนการสอนวรรณคดีส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน เพื่อศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทย ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ทั้งนี้เพื่อน าผลการจัดการ เรียนรู้ดังกล่าว มาพัฒนาและใช้เป็นแนวทางในการจัดการศึกษาวิชาภาษาไทยให้มีประสิทธิภาพต่อไป 2. แนวคิดเชิงทฤษฎี/เอกสาร/งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และได้น าเสนอตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวรรณคดี 1.1 ความหมายของวรรณคดี 1.2 ประเภทของวรรณคดี 1.3 คุณค่าของวรรณคดีและความส าคัญ 1.4 หลักการพินิจวรรณคดี 2. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ 2.1 ความหมายของการเรียนรู้แบบร่วมมือ 2.2 ประโยชน์ของการเรียนรู้แบบร่วมมือในการจัดการเรียนการสอน 2.3 ปัจจัยความส าเร็จของการเรียนรู้แบบร่วมมือ 2.4 องค์ประกอบของการเรียนรู้แบบร่วมมือ 2.5 การจัดการเรียนการสอนตามหลักการเรียนรู้แบบร่วมมือ 2.6 รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ 2.6.1 วิธีการเรียนแบบรDวมมือแบบแบ่งกลุ่มคละผลสัมฤทธิ์ (Student Teams-Achievement Divisions : STAD) 2.6.2 การเรียนแบบร่วมมือแบบการแข่งขันระหว่างกลุ่มด้วยเกม (Teams – Games –Tournaments: TGT) 2.6.3 วิธีการเรียนแบบร่วมมือแบบต่อบทเรียน (Jigsaw II) 2.6.4 การเรียนแบบร่วมมือแบบการสอนเป็นกลุ่มย่อยหรือรายบุคคล (Team Accelerated Instruction: TAI) 2.6.5 โปรแกรมการร่วมมือในการอ่านและการเขียน (Cooperative Integrated Reading and Composition: CIRC) 2.6.6 เทคนิคการตรวจสอบเป็นกลุ่ม (Group Investigation)
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้| ๗ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ 2.6.7 เทคนิคการเรียนด้วยกัน (Learning Together) 3. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD 3. วัตถุประสงคRของการวิจัย เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปKที่ 4/1 ที่ได้รับการสอนแบบ ร่วมมือด้วยเทคนิค STAD (Student Teams-Achievement Division) 4. นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD หรือ Student Teams-Achievement Division หมายถึง วิธีการจัดการเรียนรู้รูปแบบหนึ่ง โดย Slovin แห่งมหาวิทยาลัย John Hopkins เป็นผู้พัฒนาขึ้น เป็นเทคนิคการจัด กิจกรรมที่เหมาะกับการสอนเนื้อหาความรู้ความเข้าใจ อาจใช้หนังสือเรียน หรือใบความรู้เป็นสื่อการเรียนรู้ของนักเรียน องค์ประกอบ 5 ประการ ของ STAD 1. การเสนอเนื้อหา ครูสอนเนื้อหาใหม่หรือความคิดรวบยอดใหม่ และทบทวนบทเรียนที่เรียนมาแล้ว 2. การท างานกลุ่ม จัดนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 4 คน เรียกว่า Student team สมาชิกกลุ่มมี ความสามารถคละกัน ชี้แจงให้นักเรียนทราบถึงหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มที่จะต้องช่วยกันเรียน ร่วมกัน เพราะผลการเรียนของแต่ละคนจะส่งผลการเรียนของกลุ่ม 3. การทดสอบย่อย นักเรียนทุกคนท าแบบทดสอบย่อย เป็นรายบุคคลหลังจากครูสอนเนื้อหาและนักเรียน ได้ท ากิจกรรมกลุ่มแล้ว 4. คะแนนการพัฒนาของนักเรียน หลังการทดสอบย่อย นักเรียนจะต้องหาคะแนนพัฒนาของตนเองโดย เอาคะแนนจากการทดสอบไปเทียบกับคะแนนฐาน ซึ่งคะแนนฐานอาจเป็นคะแนนการสอบย่อย ที่ผ่านมา หรือคะแนนผลการเรียนของเทอมที่แล้ว ในการหาคะแนนการพัฒนา ครูอาจก าหนดเกณฑ์ขึ้นมาก็ ได้ 5. รับรองผลงานและเผยแพร่ชื่อเสียงของกลุ่ม จะมีการประกาศผลงานของกลุ่มให้ทราบ พร้อมทั้งยกย่อง ชมเชยในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ติดประกาศหน้าห้อง ให้เกียรติบัตร 2. การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) หมายถึง กลยุทธ์ทางการสอนที่ประสบผลส าเร็จในทีม ขนาดเล็ก ที่ซึ่งนักเรียนมีระดับความสามารถแตกต่างกัน ใช้ความหลากหลายของกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อการปรับปรุง ความเข้าใจต่อเนื้อหาวิชา สมาชิกแต่ละคนในทีมมีความรับผิดชอบ ไม่เพียงแต่เฉพาะการเรียนรู้แต่ยังรวมถึงการ ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมในการเรียนรู้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการสร้างบรรยากาศเพื่อให้บังเกิดการบรรลุผลส าเร็จที่ตั้งไว้ด้วย 3. การเรียนวรรณคดีไทย หมายถึง การศึกษาวรรณคดีอย่างเป็นระบบและมีขั้นตอนตั้งแต่การศึกษาที่มา จุดมุ่งหมายของการแต่งวรรณคดี การพิจารณาภาษาที่ใช้ในวรรณคดีและเนื้อความ แนวคิด ศิลปะค าประพันธ์คุณค่า วรรณคดี เพื่อฝึกทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์การจับใจความส าคัญของเรื่องที่อ่านได้ 5. วิธีด าเนินการ 5.1 ประชาการ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนภูแลนคาวิทยน จ านวน 25 คน 5.2 กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนภูแลนคาวิทยน จ านวน 25 คน 5.3 ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรอิสระ การสอนวรรณคดีไทยโดยใช้การสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้| ๘ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ กรอบแนวคิด 5.4 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยพื้นฐาน (ท31102) ดังนี้ • หนDวยการเรียนรู้หัวใจชายหนุ่ม - แผนการจัดการเรียนเรียนรู้หัวใจชายหนุ่ม จ านวน 1 แผน - แผนที่ใช้การสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD • หน่วยการเรียนรู้มงคลสูตรค าฉันท์ - แผนการจัดการเรียนรู้เรื่องมงคลสูตรค าฉันท์จ านวน 1 แผน - แผนที่ใช้การสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD 2) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ดังนี้ • แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน เรื่องหัวใจชายหนุ่ม • แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน เรื่องมงคลสูตรค าฉันท์ 5.5 แผนการด าเนินการวิจัย โดยการด าเนินการวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดแผนการ ด าเนินการวิจัยไว้ดังนี้ วัน เดือน ปี กิจกรรม หมายเหตุ พ.ย. 63 การเขียนโครงร่างการวิจัย ธ.ค. 63 การด าเนินงานวิจัยโดยการพัฒนาเครื่องมือ วิจัย เก็บขTอมูล วิเคราะห์ข้อมูล ม.ค. 64 รายงานการวิจัย ก.พ. 64 การสรุปรายงานการด าเนินงานวิจัย 5.6 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง จากการให้นักเรียนท าแบบทดสอบก่อนและ หลังเรียนเรื่อง หัวใจชายหนุ่มและมงคลสูตรค าฉันท์สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ทดสอบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาภาษาไทยก่อนและหลังใช้การสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค (STAD) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน โดยการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นร้อยละ 6. ผลการวิจัย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทยโดยใชhการสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค (STAD) ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน การสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ท าให้ผู้เรียนผ่านเกณฑ์ประเมิน 70% ของคะแนน แบบทดสอบหลัง เรียนมากกว่านักเรียนที่เรียนแบบบรรยายในวรรณคดีเรื่องเดียวกัน รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือ ด้วยเทคนิค STAD หรือ Student Teams Achievement Division ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทย ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้| ๙ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ 7. อภิปรายผล จากผลการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล สามารถอภิปรายผลการวิจัย ได้ดังนี้ เมื่อพิจารณาถึงปัญหาในชั้นเรียนคือ การสอนเนื้อหาสาระในรายวิชาตามโครงการสอนระยะยาวนั้น เกิด ความคลาดเคลื่อนในการเรียนร ู้ของนักเรียน ซึ่งบางครั้งจะทดสอบความรู้ความเข้าใจในบทเรียนนั้น ๆ นักเรียนไม่สามารถ ตอบค าถามได้ตรงตามวัตถุประสงค์บ้าง บางครั้งตอบไม่ตรงค าถามบ้าง หรือบางครั้งตอบ ค าถามไม่ได้เลย จึงท าให้ บรรยากาศในชั้นเรียนนั้นดูไม่น่าสนใจ และไม่สามารถสอนในเรื่องที่ต่อเนื่องกันได้จน ท าให้เสียเวลาในการมาทบทวนสิ่งที่ สอนไปแล้วเพื่อที่จะได้ต่อยอดความรู้ได้และอาจส่งผลเสียต่อนักเรียนเองในการสอบวัดความรู้ทั้งกลางภาคและปลายภาค เรียน การเรียนการสอนในวิชาภาษาไทยจึงได้คิดถึงแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการใช้เพื่อศึกษาและ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการวรรณคดีไทยโดยใช้การสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD โดยเลือกใช้แผนการจัดการ เรียนรู้วิชาภาษาไทยพื้นฐาน จากการท าการวิจัยพบว่าการเรียนวรรณคดีไทย โดยใช้การสอนรูปแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD ท า ให้ผู้เรียน ผ่านเกณฑ์ประเมิน 70% ของคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนมากกว่านักเรียนที่เรียนแบบบรรยายในวรรณคดีเรื่องเดียวกัน 8. ข้อเสนอแนะ - ควรเสริมก าลังใจนักเรียนให้มากกว่าเดิม เช่น การเสริมแรงด้วยของรางวัลที่นักเรียนต้องการ หรือการเสริมแรง ด้วยคะแนนและรางวัลไปพร้อมกันเป็นคะแนนสะสม เมื่อถึงปลายเทอมน าคะแนนมารวบรวมและ ให้ของรางวัลแห่ง ความส าเร็จ 9. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. เป็นแนวทางส าหรับครูในการพัฒนาการเรียนการสอนวรรณคดีไทยให้สนุกสนานและน่าสนใจ 2. เป็นแนวทางในการสร้างสื่อการสอนและเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย โดยการจัดการ เรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD (Student Teams-Achievement Division) 10.เอกสารอ้างอิง บรรเทา กิตติศักดิ์ และกัมพุชนาฏ เปรมกมล. การพินิจวรรณคดีมรดกเฉพาะเรื่อง. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนา พานิช, 2526. ปริญญา ปันสุวรรณ์. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่จัดการ เรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิคจิกซอว์R2 กับแบบปกติ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัย ศิลปากร, 2553. รื่นฤทัย สัจพันธุ์. ความรู้ทั่วไปทางภาษาและวรรณกรรมไทย. กรุงเทพฯ : ภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามค าแหง, 2533. ศศิกานต์โฆษิตตระกูล. ความสามารถด้านไวยากรณ์ภาษาอังกฤษของนักศึกษาที่เรียนแบบร่วมมือเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค STAD. ศิลปะศาสตร์บัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2551. สิทธา พินิจภูวดลและคณะ. ร้อยกรอง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุณพินอักษรกิจ, 2522. เสนีย์วิลาวรรณ. ประวัติวรรณคดีไทยสมัยสุโขทัยและอยุธยา. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช , 2547. อิงอร สุพันธุ์วณิช. วรรณกรรมปริทัศน์ภาพสะท้อนสังคมไทยร่วมสมัย. กรุงเทพฯ : ธนาเพลส, 2554. เอมอร ชิตตะโสภณ. การศึกษาความประทับใจดอกไม้ในวรรณคดีไทย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์ปริญญาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2521.
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนการสอน 1.5 การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้| ๑๐ โรงเรียนภูแลนคาวิทยายน สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ