The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อการเรียน/การสอน วิชาการบัญชี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chanyapad, 2021-09-11 03:19:34

สื่อ วิชาบัญชีเบื้องต้น

สื่อการเรียน/การสอน วิชาการบัญชี

คู่มือการเรียน/การสอน

วิชา การบัญชีเบื้องต้น

Accounting Classroom

จัดทำโดย... นางสาวชัญญภัทร สุวรรณกูล

01 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบัญชี
- ความหมายของบัญชี
- ประเภทของบัญชี
- ผู้ใช้รายงานทางการเงิน

02 สมการบัญชีและการวิเคราะห์ สารบัญ
รายการค้า
Accounting 1
- ประเภทของธุรกิจ
- รูปแบบของธุรกิจ
- สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ
- สมการบัญชี
- การวิเคราะห์รายการค้า

03 การบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไป

- ผังบัญชี
- หลักการบัญชีคู่
- การบันทึกการเปิดบัญชี
- การบันทึกรายการระหว่างงวด

สารบัญ 04 การปิดบัญชี

Accounting 2 - ความหมายของการปิดบัญชี
- ขั้นตอนการปิดบัญชี

ความรู้เบื้องต้น
เกี่ยวกับบัญชี

ความหมายของการบัญชี สภาวิชาชีพบัญชีในพระราชูปถัมภ์ (The
Federation of Accounting Professions FAP) ได้ให้คำจำกัด
ความ "การบัญชี" ไวดังนี้

การบัญชี (Accounting)
หมายถึง ศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก
จำแนก และทำสรุปข้อมูลอันเกี่บวกับเหตุการณ์
ทางเศรษฐกิจในรูปตัวเอง ผลงานขั้นสุดท้ายของ
การบัญชี คือการให้ข้อมูลทางการเงิน ซึ่งเป็น
ประโยชน์แกบุคคลหลายฝ่าย และผู้ที่สนใจใน
การกิจกรรมของกิจการ

สรุปความหมายการบัญชี

การจดบันทึก การจำแนก การสรุปผล การตีความ
Recording Cassifying summarizing interperting

ประเภทของการบัญชี

การบัญชีสามารถแบ่งเป็นประเภทได้ดังนี้

1. การบัญชีการเงิน (Financial Accounting)
2. การบัญชีบริหาร (Management Accoumting)
3. การบัญชีต้นทุน (Cost Accounting)

ผู้ใช้รายงานทางการเงิน

ผู้ใช้รายงานทางการเงินสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

ผู้ใช้งบการเงินหลัก ได้แก่
1. เจ้าของกิจการ ผู้บริหารและพนักงาน ผู้ที่ทำงานในกิจการต้องการข้อมูลทางการเงิน
2. ผู้ให้กู้ยืม
3. เจ้าหนี้อื่น
ผู้ใช้งบการเงินอื่น ได้แก่
1. หน่วยงานกำกับดูแล เช่น กรมสรรพาหร เป็นต้น
2. สารถารณชน

สมการบัญชี

และ การวิเคราะห์รายการค้า

ประเภทของธุรกิจ

ธุรกิจบริการ (Service Firm)
เป็นธุรกิจที่ให้บริการในรูปแบบของแรงงาน โดยผู้รับบริการจะ
ได้ความสะดวก ความพึงพอใจในการรับบริการ เช่น สำนักงาน
บัญชี กิจการขนส่ง ร้านเสริมสวย ร้านซ่อมรถ ร้านนวดแผน
ไทย เป็นต้น รายได้ของกิจการ คือรายได้ค่าบริการ สาวนค่าใช้
จ่าย คือต้นทุนการให้บริการ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ธุรกิจขายสินค้า (Merchandising firm)
เป็นธุรกิจที่ซื้อสินค้าสำเร็จรูปมาแล้วขายออกไปโดยบวกราคา
เพิ่มขึ้น เช่น ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่ง ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ราย
ได้ของกิจการ คือ ขายสินค้า ส่วนค่าใช้จ่าย คือ ต้นทุนสินค้าที่
ขาย (ซื้อสินค้า ค่าขนส่งเข้า ส่งคืนสินค้า และส่วนลดรับ) และค่า
ใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ธุรกิจผลิตสินค้า (Manufacturing Firm)
เป็นธุรกิจที่ซื้อวัตถุดิบแล้วนำมาผ่านกระบวนการแปรรูปให้
เป็นสินค้าสำเร็จรูป เช่น โรงงานปลากระป๋อง โรงงานผลิตผ้า
สำเร็จรูป เป็นต้น รายได้ของกิจการ คือ ขายสินค้า ส่วนค่าใช้จ่าย
คือ ต้นทุนการผลิต (วัตถุดิบทางตรงใช้ไป ค่าแรงงานทางตรง
และค่าใช้จ่ายในการผลิต) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

รูปแบบของธุรกิจ

รูปแบบของการประกอบธุรกิจหรือกิจการค้า แตกต่างกันตามลักษณะของการจัดตั้ง และการ
ดำเนินงานซึ่งสามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 3 ประเภทดังนี้

รูปแบบของธุรกิจ

กิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด

ห้างห้หุา้นงหสุ้่นวสน่วสนามสัญามัญ บริษัทเอกชน

ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทมหาชน

สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ

1. สินทรัพย์
หมายถึง ทรัพยากรที่กิจกรมเป็นเจ้าของและคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานในอนาคต สินทรัพย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.1 สินทรัพย์หมุนเวียน
คือ สินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือขายได้ง่าย หรืออายุการใช้งานภายในระยะเวลา 1 ปี เช่น เงินสด เงินฝากะนาคาร ลูกหนี้การค้า
วัสดุสำนักงาน วันสดุสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า รายได้ค้างรับ เป็นต้น
1.2 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
คือ สินทรัพย์ที่คาดว่าเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือจำหน่ายได้ยาก หรืออายุการใช้งานมากกว่าเวลา 1 ปี เช่น อุปกรณ์สำนักงานอุปกรณ์ซ่อมรถ
เครื่องตกแต่ง เครื่องจักร รถยนต์ อาคาร ที่ดิน เป็นต้น

2. หนี้สิน
หมายถึง ภาระผูกพันที่กิจการมีต่อบุคคลภายนอก และจะต้องชดใช้ด้วยสินทรัพย์ เช่น เงินสด หรือด้วยการก่อให้เกิดหนี้สินชนิดของ
กิจการในอนาคต หนี้สินแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

2.1 หนี้สินหมุนเวียน
คือ หนี้สินที่มีระยะเวลาการชำระหนี้คืนภายใน 1 ปี หรือภายในรอบระยะเวลาการดำเนินงานตามปกติของกิจการ เช่น เจ้าหนี้การค้า ตั๋ว
เงิน จ่ายเงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้ระยะสั้น ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รายได้รับล่วงหน้า เป็นต้น
2.2 หนี้สินไม่หมุนเวียน
คือ หนี้สินที่มีระยะเวลาการชำระหนี้คืนเกินกว่า 1 ปี หรือเกินกว่ารอบระยะเวลาดำเนินงานตามปกติของกิจการ เช่น เงินกู้ระยะยาว เงินกู้
โดยมีจำนอง หุ้นกู้ เป็นต้น

สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ

3. ส่วนของเจ้าของ
หมายถึง ความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ที่แท้จริงปราศจากหนี้สิน (สินทรัพย์สุทธิ) หรืออาจกกล่าวได้ว่า ส่วนของเจ้าของจะเท่ากับ
สินทรัพย์หักด้วยหนี้สินในการวิเคราะห์ส่วนของเจ้าของ สามารถแบ่งเป็น
3.1 บัญชีถาวร ได้แก่ ทุน - เจ้าของกิจการ
3.2 บัญชีชั่วคราว ได้แก่ บัญชีรายได้ทำให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น ส่วนบัญชีค่าใช้จ่ายและถอนใช้ส่วนตัวทำให้ส่วนของเจ้าของลดลง

4. รายได้
หมายถึง จำนวนเงินหรือสินทรัพย์อื่นที่กิจการคิดค่าบริการจากลูกค้า การที่กิจการมีรายได้ยอมทำให้สินทรัพย์ เช่น เงินสด หรือเงินฝาก
ธนาคารหรือลูกหนี้กิจการเพิ่มขึ้น หรือหนี้สินลดลง ส่งผลให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น

5. ค่าใช้จ่าย
หมายถึง ต้นทุนของการได้รับบริการอย่างใดอย่างหนึ่งตามปกติแล้วค่าใช้จ่ายจะทำให้สินทรัพย์ เช่น เงินสด หรือเงินฝากธนาคารของกิจการ
ลดลง หรือหนี้สินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ส่วนของเจ้าของลดลง

ถอนใช้ส่วนตัว
หมายถึง จำนวนเงินหรือสินทรัพย์อื่นที่เจ้าของกิจการถอน หรือนำ ออกจากทุนของกิจการไปใช้โดยเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกิจการส่ง
ผลให้ส่วนของเจ้าของลดลง

สมการบัญชี

สมการบัญชี
หมายถึง ความสัมพันธ์กันระหว่างสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ ซึ่งลักษณะสมดุลกัน ตามหลักการจัดหาเงินทุนและการใช้เงิน
ทุน กล่าวคือ ยอดรวมของสินทรัพย์จะต้องเท่ากับยอดรวมของหนี้สินและส่วนของเจ้าของ สามารถเขียนในรูปสมการได้ดังนี้

สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ (กรณีหนี้สิน)
สินทรัพย์ = ส่วนของเจ้าของ (กรณีไม่มีหนี้สิน)

ตัวอย่างที่ 1 กิจการแห่งหนึ่งมีเงินสด 50,000 บาท เงินฝากธนาคาร 20,000 บาท วัสดุสำนักงาน 4,000 บาท เจ้าหนี้การค้า 25,000 บาท จง
คำนวณหาส่วนของเจ้าของ

สินทรัพย์ (A) = หนี้สิน (L) + ส่วนของเจ้าของ (OE)
50,000 + 20,000 + 4,000 = 25,000 + ส่วนของเจ้าของ (OE)
74,000 = 25,000 - ส่วนของเจ้าของ (OE)
ส่วนของเจ้าของ (OE) = 74,000 - 25,000
ส่วนของเจ้าของ (OE) = 49,000 บาท

การวิเคราะห์รายการค้า

การวิเคราะห์รายการค้า หมายถึง เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (เพิ่มขึ้นหรือลดลง)
สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักสมการบัญชี คือ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

รายการค้า สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ

1. เจ้าของกิจการนำสินทรัพย์มาลงทุน เพิ่ม ไม่เปลี่ยนแปลง เพิ่ม
2. รับเงินสดเป็นค่าบริการลูกค้า เพิ่ม ไม่เปลี่ยนแปลง เพิ่ม
3. ให้บริการแก่ลูกค้า แต่ยังไม่ได้รับเงิน เพิ่ม ไม่เปลี่ยนแปลง เพิ่ม
4. จ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ลด ไม่เปลี่ยนแปลง ลด
5. เจา้ของกิจการถอนเงินไปใช้ส่วนตัว ลด ไม่เปลี่ยนแปลง ลด
6. ซื้อสินทรัพย์เป็นเงินเชื่อ เพิ่ม ไม่เปลี่ยน
7. กู้เงินจากสถาบันการเงิน เพิ่ม เพิ่ม ไม่เปลี่ยน
8. จ่ายชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ที่ซื้อทรัพย์สิน ลด เพิ่ม ไม่เปลี่ยน
9. จ่ายชำระหนี้เงินกู้ ลด ลด ไม่เปลี่ยน
10. ซื้อสินทรัพย์เป็นเงินสด เพิ่ม ลด ลด ไม่เปลี่ยน
ไม่เปลี่ยน

การบันทึกรายการค้า
ในสมุดรายวันทั่วไป

ผังบัญชี

หมายถึง การกำหนดชื่อบัญชีและเลขที่บัญชีกิจการกำหนดขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป โดยใช้ชื่อ
บัญชีและเลขที่ของบัญชีที่อยู่ทั้งหมดของกิจการ และจัดเป็นหมวดหมู่อย่างมีระบบ การบัญชีทั้งหมดแบ่งออก
เป็น 5 หมวด ดังนี้

หมวดที่ 1 สินทรัพย์ จะขึ้นต้นด้วยเลข 1
หมวดที่ 2 หนี้สิน จะขึ้นต้นด้วยเลข 2
หมวดที่ 3 ส่วนของเจ้าของ จะขึ้นต้นด้วยเลข 3
หมวดที่ 4 รายได้ จะขึ้นต้นด้วยเลข 4
หมวดที่ 5 ค่าใช้จ่าย จะขึ้นต้นด้วยเลข 5

หลักการบัญชีคู่

หมายถึง รายการค้าที่เกิดขึ้นแต่ละรายการจะต้องลงบัญชี 2 ด้าน คือ ด้านเดบิต และด้าน
เครดิต โดยเดบิต คือ ซ้าย เครดิต คือขวา

1. ด้านเดบิต หรือด้านซ้ายมือ ใช้ตัวย่อว่า Dr. เป็นด้านที่จะใช้บันทึกรายการบัญชีที่เกี่ยวกับ
การเพิ่มของสินทรัพย์ การลดลงของหนี้สิน และการลดลงของส่วนของเจ้าของ

2. ด้านเครดิต หรือด้านขวามือ ใช้ตัวย่อว่า Cr. เป็นด้านที่จะบันทึกรายการบัญชีที่เกี่ยวกับ
การลดลงของสินทรัพย์ การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน การเพิ่มขึ้นของส่วนของเจ้าของ

ตัวอย่างที่ 1 นายแดนนำเงินสดมาลงทุน
เดบิต เงินสด
เครดิต ทุน

นายแดนนำเงินสดมาลงทุน

ตัวอย่างที่ 1 นางสาวแตงไทยซื้อวัสดุสำนักงานเป็นเงินสด
เดบิต วัสดุสำนักงาน
เครดิต เงินสด

นางสาวแตงไทยซื้อวัสดุสำนักงานเป็นเงินสด

หลักการที่ต้องจำ

สรุปการวิเคราะห์รายการค้าตามหลักบัญชี

หมวด เพิ่มขึ้น ลดลง

หมวดที่ 1 สินทรัพย์ เดบิต/ Dr. เครดิต / Cr.
หมวดที่ 2 หนี้สิน เดบิต / Cr. เดบิต / Dr.
หมวดที่ 3 ส่วนของเจ้าของ เดบิต / Cr. เดบิต / Dr.
หมวดที่ 4 รายได้ เดบิต / Cr. เดบิต / Dr.
หมวดที่ 5 ค่าใช้จ่าย เดบิต/ Dr. เครดิต / Cr.

การปิดบัญชี

ความหมายของการปิดบัญชี

หมายถึง การโอนปิดบัญชีชั่วคราว ได้แก่ บัญชีรายได้หมวด 4 บัญชีค่าใช้จ่ายหมวด 5 และ
บัญชีถอนใช้ส่วนตัว เข้าไปยังบัญชีทุน ทำให้ยอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภททั่วไปของ
บัญชีรายได้ ค่าใช้จ่าย และถอนใช้ส่วนตัวผลต่างจะเท่ากับศูนย์ โดยมีขั้นตอนการปิดบัญชีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ปิดหมวดรายได้เข้าบัญชีกำไรขาดทุน

หมวด 4 บัญชีรายได้ ซึ่งเป็นบัญชีที่มียอดคงเหลืออยู่ด้านเครดิต จะต้องถูกปิดด้านเดบิต
เพื่อให้มียอดคงเหลือเป็นศูนย์ และพร้อมที่จะบันทึกเริ่มต้นใหม่ในงวดต่อไป

ธ.ค. 31 เดบิต รายได้ (หมวด 4 ทุกบัญชีี) XX
เครดิต กำไรขาดทุน (หมวด 3)
XX
ปิดหมวดรายได้เข้ากำไรขาดทุน

ขั้นตอนที่ 2 ปิดหมวดค่าใช้จ่ายเข้าบัญชีกำไรขาดทุน

หมวด 5 ค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นบัญชีที่มียอดคงเหลืออยู่ด้านเดบิต จะต้องถูกปิดด้านเครดิต เพื่อ

ให้มียอดคงเหลือเป็นศูนย์และพร้อมที่จะบันทึกเริ่มต้นใหม่งวดต่อไป

ธ.ค. 31 เดบิต กำไรขาดทุน (หมวด 3) XX

เครดิต ค่าใช้จ่าย (หมวด 5 ทุกบัญชี) XX

ปิดหมวดค่าใช้จ่ายเข้ากำไรขาดทุน ขั้นตอนที่ 2 ปิดบัญชีกำไรขาดทุนเข้าบัญชีทุน

หลังจากการบันทึกรายการปิดบัญชีในขั้นตอนที่ 1 ขั้นตอนที่ 2 ในสมุดรายวันทั่วไปและผ่าน

รายการไปยังบัญชีแยกประเภทแล้ว บัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็จะมียอดคงเหลือเป็น

ศูนย์ ผลต่างผลต่างยอดคงเหลือในบัญชีกำไรขาดทุนก็คือ กำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิสำหรับ

งวดบัญชีนั้น ซึ่งจำนวนนี้จะต้องทำการโอนไปยังบัญชีทุน
กรณีกำไรสุทธิ (ยอดรวมรายได้ในขั้นตอนที่ 1 มากกว่า ยอดรวมค่าใช้จ่ายในขั้นตอนที่ 2)

ธ.ค. 31 เดบิต กำไรขาดทุน (ขั้นตอนที่ 1 - ขั้นตอนที่ 2) XX

เครดิต ทุน-เจา้ของกิจการ(หมวด 3) ปิดกำไรขาดทุน (กรณีกำไรสุทธิ) XX

ปิดกำไรขาดทุนเข้าบัญชีทุน (กรณีกำไรสุทธิ)

กรณีขาดทุนสุทธิ (ยอดรวมค่าใช้จ่ายในขั้นตอนที่ 2 มากกว่า ยอดรวมค่าใช้จ่ายในขั้นตอนที่ 1)

ธ.ค. 31 เดบิต ทุน-เจา้ของกิจการ (หมวด 3) XX

เครดิต กำไรขาดทุน (ขั้นตอนที่ 2 - ขั้นตอนที่ 1) XX

ปิดกำไรขาดทุนเข้าบัญชีทุน (กรณีขาดทุนสุทธิ)

ขั้นตอนที่ 4 ปิดบัญชีถอนใช้ส่วนตัวเข้าบัญชีทุน

บัญชีถอนใช้ส่วนตัวมียอดคงเหลือด้านเดบิตต้องปิดด้านเครดิต เพื่อให้มียอดคงเหลือเป็ยศูนย์

ธ.ค. 31 เดบิต ทุน-เจา้ของกิจการ (หมวด 3) XX
เครดิต ถอนใช้ส่วนตัว (หมวด 3) XX

ปิดบัญชีถอนใช้ส่วนตัว

Accounting
Classroom


Click to View FlipBook Version