The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กลุ่ม 4 บทบาทหน้าที่ของครูวิชาชีพ มาตรฐานวิชาชีพครู

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ketsaee, 2021-04-04 00:12:56

กลุ่ม 4 บทบาทหน้าที่ของครูวิชาชีพ มาตรฐานวิชาชีพครู

กลุ่ม 4 บทบาทหน้าที่ของครูวิชาชีพ มาตรฐานวิชาชีพครู

3

รายงาน

เรื่อง บทบาทหนา้ ท่ีของครูวชิ าชีพ มาตรฐานวชิ าชีพ
จดั ทาโดย

นางสาวจรินทร์ วงคบ์ ุรี 63B446040303
นางสาวเกศณีย์ ประดบั ศิริกลุ 63B44640305
นางสาวอมรรัตน์ มีสัตย์ 63B44640327

เสนอ
ผศ. ดร.สุวรรณา โชติสุกานต์
รายงานเล่มน้ีเป็ นส่วนหน่ึงของวชิ า ปรัชญาการศึกษา คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณสาหรับครู รหสั

วชิ า ETP510

คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์

ปี การศึกษา 2563

ก4

คานา

รายงานเล่นน้ีจดั ทาข้ึนเพ่อื เป็ นส่วนหน่ึงของวชิ า ปรัชญา เพ่ือใหไ้ ดศ้ ึกษาความรู้ในเร่ือง บทบาทหนา้ ที่
ของครูวชิ าชีพ มาตราฐานวชิ าชีพครู โดยไดศ้ ึกษาผา่ นแหล่งความรู้ตา่ ง ๆ โดยรายงานเล่มน้ีมีเน้ือหาเก่ียวกบั
บทบาทหนา้ ท่ีครูวชิ าชีพ การศึกษากบั การพฒั นาประเทศ และมาตราฐานวชิ าชีพครู ฉบบั 2562

ผจู้ ดั ทาคาดหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ การจดั ทารายงานฉบบั น้ีจะมีขอ้ มูลที่เป็นประโยชน์ต่อผทู้ ่ีสนใจศึกษาเป็น
อยา่ งดี

คณะผจู้ ดั ทา

ข3

สารบญั

เร่ือง หน้า
คานา........................................................................................................................................ ก
สารบญั .....................................................................................................................................ข
ความหมายของคาวา่ ครู.............................................................................................................1
ความสาคญั ของครูและบทบาทหนา้ ท่ีครู..................................................................................3
บทบาทหนา้ ท่ีของครู................................................................................................................4
การศกึ ษากบั การพฒั นาประเทศ..............................................................................................11
จรรยาบรรณวชิ าชีพครู............................................................................................................16
มาตรฐานวชิ าชีพครู.................................................................................................................22
บรรณานุกรม...........................................................................................................................32

4

1

ครู บทบาทหน้าทขี่ องครู และมาตรฐานวชิ าชีพครู

1. ความหมายของคาว่าครู
ครู มีความหมายท่ีลึกซ้ึงและกวา้ งขวางมาก มีรากศพั ทม์ าจากรากศพั ทภ์ าษาบาลีวา่ “ครุ” หรือภาษา

สันสกฤตวา่ “คุรุ” มีความหมายวา่ ผสู้ ง่ั สอนศิษย์ หรือ ผคู้ วรไดร้ ับความเคารพ
มีผใู้ หค้ วามหมายของคาวา่ ครูไวห้ ลากหลาย เช่น
พจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ จากดั ความหมายของคาวา่ ครูไวว้ า่ เป็นผสู้ ่ังสอนศิษย์

หรือผถู้ ่ายทอดความรู้ใหแ้ ก่ศิษย์
รังสรรค์ แสงสุข (2550:38) ไดใ้ หค้ วามเห็นคาวา่ ครู คือ ผใู้ ห้ ผเู้ ติมเตม็ และผมู้ ีเมตตา
เปล้ือง ณ นคร ใหค้ วามหมายไวใ้ นหนงั สือ พจนะ-สารานุกรมไทย (2516:89) วา่ ครู คือ ผมู้ ีความหนกั

แน่น ผคู้ วรแก่การเคารพของศิษย์ และผสู้ ัง่ สอน
โดยอาจกล่าวสรุปไดว้ า่ ครู คือ ผทู้ ่ีทาหนา้ ที่สอนใหศ้ ิษยเ์ กิดความรู้ และมีคุณธรรม จริยธรรมที่ดี นา

ประโยชนใ์ หแ้ ก่สังคมไดใ้ นอนาคต

1.1 ประเภทของครู
การแบง่ ครูเป็นประเภทตา่ งๆ ยอ่ มข้ึนอยกู่ บั ความรู้ความสามารถและหนา้ ที่ของแตล่ ะบุคคล การแบง่
ประเภทของครูอาจจะเป็นการช่วยกระตุน้ ความเป็นครูใหผ้ ปู้ ระกอบวชิ าชีพครูดว้ ย

ยนต์ ชุ่มจิต (2553:16-17) ไดแ้ บง่ ประเภทครูตามลกั ษณะของงาน ดงั ต่อไปน้ี

1. ครูประจาบา้ น ไดแ้ ก่ พอ่ แม่ ซ่ึงถือวา่ เป็นครูคนแรกของลูก เพราะท้งั สองท่านยอ่ มจะมี

ความใกลช้ ิดคอยดูแลปกป้องลูกตลอดเวลา จึงมีการยกยอ่ งให้ พอ่ แม่ เป็ นบูรพาจารยข์ อง

ลูก

2. ครูประจาโรงเรียน ไดแ้ ก่ ครูอาจารยท์ ี่ทาการสอนนกั เรียนตามโรงเรียน หรือสถานศึกษา

ตา่ งๆ จะกระทาโดยสานึกหรือดว้ ยวญิ ญาณของความเป็ นครูอยา่ งแทจ้ ริง หรือกระทาตาม

หนา้ ที่ท่ีไดร้ ับมอบหมายจากทางราชการ

3. ครูประจาวดั ไดแ้ ก่ พระภิกษุสงฆใ์ นพระพุทธศาสนาหรือนกั บวชในศาสนาน้นั ๆ ที่มี

ความรู้ความเขา้ ใจในหลกั คาสอนในศาสนาของตนเพยี งพอ และทาหนา้ ท่ีเผยแพร่

หลกั ธรรมคาสอนเพอื่ ใหป้ ระชาชนมีศีลธรรมคุณธรรมประจาใจ

2

4. ครูประจาโลก ไดแ้ ก่ พระบรมศาสดาของพระพทุ ธศาสนา และศาสดาของศาสนาต่างๆท่ี
ไดค้ น้ พบหลกั ธรรมคาสอนอนั ประเสริฐ แลว้ นาหลกั ธรรมน้นั ๆมาเผยแพร่อบรมใหม้ นุษย์
ในโลกไดร้ ู้ไดเ้ ขา้ ใจ และนาไปประพฤติปฏิบตั ิเพื่อความสุขความเจริญและความร่มเยน็
แห่งชีวติ

ภาวไิ ล นาควงษ์ (2545:6-9) ไดแ้ บง่ ครูตามความสามารถและลกั ษณะการทางาน ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. ครูที่ดี คือ ครูท่ีมีความรู้และเชี่ยวชาญในสาขาวชิ าของตน มีทกั ษะทางการสอน มีความ
รับผดิ ชอบสูง เอาใจใส่ปรับปรุงตนเองท้งั ในดา้ นความรู้และการปฏิบตั ิตนอยา่ งสม่าเสมอ
ประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดีของลูกศิษย์

2. ครูท่ีพอใชไ้ ด้ คือ ครูที่มีความรู้ดี สอนใชไ้ ดแ้ ตไ่ มท่ ุ่มเทในการสอน ไมเ่ คร่งครัดใน
จรรยาบรรณวชิ าชีพครู ไมส่ นใจในการพฒั นาตนเอง และมีความประพฤติที่เป็นแบบอยา่ ง
ไดใ้ นบางเรื่อง

3. ครูที่ไมค่ วรเป็นครู คือ ครูที่รู้ไมจ่ ริงในวชิ าที่สอน และสอนไม่ดี ไม่ต้งั ใจทางาน ขาด
คุณธรรม ไมส่ นใจปรับปรุงพฒั นาตนเองและประพฤติตนไม่เหมาะสม ไม่สมควรเอาเป็น
ตวั อยา่ ง

รุ่ง แกว้ แดง (2540:147-149) ไดแ้ บง่ ครูเป็น 5 ประเภท คือ

1. ครูโดยอธั ยาศยั หรือครูโดยวฒั นธรรม หมายถึง ผสู้ ัง่ สอนเยาวชนในรูปแบบการศึกษา
ตามอธั ยาศยั ซ่ึงมีมาต้งั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั และจะมีตอ่ ไปในอนาคต ไดแ้ ก่ พอ่ แม่ ป่ ู
ยา่ ตา ยาย พ่ี ป้า นา้ อา พระภิกษุ และผมู้ ีความรู้ในทอ้ งถ่ิน เป็นตน้

2. ครูโดยอาชีพ หมายถึง ผทู้ ี่ประกอบอาชีพครูซ่ึงสาเร็จการศึกษามาจากสถาบนั การฝึ กหดั
ครูหรือสถานศึกษาอื่นๆ ซ่ึงบุคคลที่จะเป็นครูได้ ตอ้ งมีใบประกอบวชิ าชีพครูตาม
พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542

3. ครูโดยธรรมชาติ หมายถึง ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั ท่ีก่อให้เกิดการเรียนรู้และ
ประสบการณ์แก่มนุษย์

4. ครูโดยเทคโนโลยี หมายถึง เทคโนโลยสี ารสนเทศ (Information Technology) ท่ีช่วยให้
เกิดการเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว กวา้ งขวาง หลากหลาย และไร้พรมแดนพร้อมท้งั จะ
ก่อใหเ้ กิดเครือข่ายการเรียนรู้ และทาใหบ้ ุคคลไดเ้ รียนเร็วหรือชา้ ตามอตั ราความสามารถ
ของตนเอง

3

5. ครูโดยตนเอง หมายถึง ความใฝ่ รู้ ใฝ่ เรียน และการท่ีแตล่ ะคนสามารถสอนหรือเรียนรู้
ดว้ ยตนเองได้ อนั จะก่อใหเ้ กิดการเรียนรู้อยา่ งต่อเนื่องตลอดชีวิต

สรุปไดค้ ือ ครูและอาจารยค์ ือผใู้ หค้ วามรู้ ดูแลความประพฤติของศิษย์ มีหนา้ ท่ีพฒั นาใหศ้ ิษยเ์ ป็นคนมี
คุณภาพตอ่ ประเทศ และสังคม นอกจากน้ีไม่วา่ จะมีครูก่ีประเภท สงั คมในปัจจุบนั และในอนาคต ยอ่ มตอ้ งการ
ครูดีหรือครูแทท้ ้งั สิ้น

2. ความสาคัญของครู
จากสมญานามครู สามารถสรุปความสาคญั ของครูได้ ดงั น้ี
1. เพื่อปลูกฝังใหศ้ ิษยจ์ งรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ยดึ มน่ั ในประชาธิปไตย
2. เพอ่ื เป็ นผนู้ าดา้ นระเบียบพธิ ีทางศาสนาและวฒั นธรรมใหเ้ จริญงอกงาม
3. เพ่อื เป็ นแบบอยา่ งท่ีดีในการปฏิบตั ิตามมารยาทไทย ดา้ นการแต่งกาย ดา้ นการใชภ้ าษาไทย
4. เพอื่ เป็ นผคู้ อยช้ีแนะ แนะนาตกั เตือนศิษยใ์ หต้ ้งั อยใู่ นความดี มีความประพฤติท่ีถูกตอ้ ง
5. เพอื่ เป็ นผใู้ หค้ วามรู้ใหป้ ัญญาแก่เยาวชนอยา่ งถูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการ
6. เพือ่ เป็ นผพู้ ฒั นาคนใหเ้ ป็ นนกั คิด เพือ่ เป็ นประโยชนต์ ่อตนเองและสงั คม
7. เพอื่ เป็ นแบบอยา่ งในการลดละเลิกพฤติกรรมท่ีเป็นความชว่ั ทางกายท้งั ปวง
8. เพอื่ เป็ นบุคคลท่ีมีความน่าเคารพบูชาของศิษยแ์ ละบุคคลทว่ั ไป
9. เพือ่ เป็ นนกั สร้างทางดา้ นงานวจิ ยั งานออกแบบ งานผลิต งานที่ปรึกษา และงานการศึกษาโดยตรง

4

3. บทบาทหน้าท่ีของครู
3.1 ความหมายของบทบาท
ความหมายของบทบาท มีนกั การศึกษาหลายท่านไดใ้ หค้ วามหมายไวด้ งั น้ี
เยาวลกั ษณ์ อกั ษร; และคนอ่ืนๆ (2555:69) กล่าววา่ บทบาท หมายถึง การกระทาตามหนา้ ที่ท่ีกาหนดไว้
รัตนวดี โชติกพนิช (2554: 25) กล่าววา่ บทบาท หมายถึง การแสดงออกของคนเมื่ออยภู่ ายใตส้ ถานการณ์

ทางสงั คมอยา่ งหน่ึง พฤติกรรมท่ีแสดงออกมีความเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั ตาแหน่งหนา้ ที่
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน (2554:30) กล่าววา่ บทบาท หมายถึง การกระทาตามหนา้ ที่ หรือ
การแสดงพฤติกรรมหรือการกระทาตามสภานภาพท่ีสังคมกาหนด หรือตามตาแหน่งท่ีเก่ียวขอ้ งสมั พนั ธ์กนั อยู่

ทสมล ชนาดิศยั (2558: 5) กล่าววา่ บทบาท หมายถึง การปฏิบตั ิตามสิทธิและหนา้ ท่ีใหส้ อดคลอ้ งกบั
สถานภาพของบุคคลในแต่ละสถานการณ์

จากความหมายขา้ งตน้ อาจสรุปรวมไดว้ า่ บทบาท หมายถึง การปฏิบตั ิตามสิทธิและหนา้ ท่ีภายใต้
สถานการณ์ทางสังคม โดยพฤติกรรมที่แสดงออกมีความเหมาะสมสอดคลอ้ งกบั ตาแหน่งหนา้ ที่และสถานภาพ
ของบุคคลในแต่ละสถานการณ์

3.2 ความหมายของหน้าที่
ความหมายของหนา้ ท่ี มีนกั การศึกษาหลายทา่ นไดใ้ หค้ วามหมายไวด้ งั น้ี
เยาวลกั ษณ์ อกั ษร; และคนอ่ืนๆ (2555:69) กล่าววา่ หนา้ ที่ หมายถึง กิจที่ตอ้ งทา

รัตนวดี โชติกพนิช (2554: 25) กล่าววา่ หนา้ ท่ี หมายถึง การปฏิบตั ิงานตามตาแหน่ง งานอาชีพ หรืองานวชิ าชีพ
เป็นพฤติกรรมที่กาหนดใหก้ ระทาโดยความจาเป็นทางหลกั ศีลธรรม ความตอ้ งการตามขนบธรรมเนียมหรือตาม
ความพอใจ โดยอาศยั ความรู้สึกนึกคิดความถูกตอ้ งและความเหมาะสม

สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน (2554:34) กล่าววา่ หนา้ ที่ หมายถึง กิจที่ตอ้ งทาดว้ ยความ
รับผดิ ชอบ หรือภาระความรับผดิ ชอบของบุคคลท่ีจะพึงปฏิบตั ิ ซ่ึงเป็นภาระท่ีมีอยตู่ ามสถานภาพ บทบาท หรือ
ตาแหน่ง ท้งั ที่เป็นหนา้ ที่โดยธรรมชาติหรือโดยกฏหมายกาหนดใหต้ อ้ งปฏิบตั ิหรืองดเวน้ การปฏิบตั ิ

ทสมล ชนาดิศยั (2558: 6) กล่าววา่ หนา้ ท่ี หมายถึง ความรับผดิ ชอบที่แตล่ ะบุคคลตอ้ งปฏิบตั ิ เช่น หนา้ ท่ี
ของพอ่ แมท่ ่ีตอ้ งเล้ียงดูลูก ชายไทยตอ้ งเกณฑท์ หารเม่ืออายคุ รบ 20 ปี บริบูรณ์ เป็ นตน้

จากความหมายขา้ งตน้ อาจสรุปรวมไดว้ า่ หนา้ ท่ี หมายถึง กิจที่ตอ้ งทา การปฏิบตั ิงานตามตาแหน่ง งาน
อาชีพ หรืองานวชิ าชีพ หรือภาระความรับผดิ ชอบของบุคคลท่ีจะพงึ ปฏิบตั ิ ซ่ึงเป็นภาระที่มีอยตู่ ามสถานภาพ
บทบาท หรือตาแหน่ง และเป็ นความรับผิดชอบที่แตล่ ะบุคคลตอ้ งปฏิบตั ิ เช่น หนา้ ที่ของพอ่ แมท่ ่ีตอ้ งเล้ียงดูลูก
ชายไทยตอ้ งเกณฑท์ หารเมื่ออายคุ รบ 20 ปี บริบูรณ์เป็นตน้

5

3.3 บทบาทของครูนอกโรงเรียน
คือ งานที่ทานอกเหนือจากงานสอนในโรงเรียน เช่น การทางานเเนะเเนวอาชีพร่วมกบั ชุมชน งานจิต
อาสา รวมท้งั งานช่วยเหลือสังคมตา่ งๆ เเละงานร่วมมือกบั หน่อยงานอ่ืนๆ

3.4 หน้าที่ของครูในโรงเรียน
คืองานท่ีทาการสอนในโรงเรียน เช่น ครูเตรียมสื่อการเรียนการสอน ครูประจาช้นั /งานเอกสารธุระการ
ช้นั เรียน การเยย่ี มบา้ นเด็ก ตรวจสอบความเรียบร้อยของการเเต่งกายท่ีถูกระเบียบของนกั เรียน ครูเวรโรงเรียน/
ครูเวรรถ เเละเขา้ ร่วมประชุมประจาเดือน ปฏิบตั ิงานตามฝ่ ายต่างๆของโรงเรียนที่ไดม้ อบหมาย เช่น งานฝ่ าย
บริหาร งานฝ่ ายวชิ าการ งานฝ่ ายบุคคล งานฝ่ ายกิจการนกั เรียน เเละฝ่ ายอาคารสถานที่

3.5 ลกั ษณะของหน้าที่และความรับผดิ ชอบของครู มี 2 ลกั ษณะดงั น้ี
1.หนา้ ท่ีและความรับผดิ ชอบของครูในเชิงระเบียนปฏิบตั ิหรือกฎหมายกาหนด หนา้ ที่และความ
รับผดิ ชอบของครูในเชิงระเบียนปฏิบตั ิหรือกฎหมายกาหนดจากระเบียนปฏิบตั ิทางราชการตา่ งๆ ท่ีกาหนดข้ึน
และไดป้ ระกาศใชโ้ ดยหน่วยงานของราชการของรัฐ เช่น ระเบียนคุรุสภาวา่ ดว้ ย จรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539
ประกาศจรรยาบรรณครูของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ หรือระเบียนคุรุสภาวา่ ดว้ ยวนิ ยั และการ
รักษาวนิ ยั ต่างๆ
หนา้ ท่ีและความรับผิดชอบของครูในเชิงระเบียนปฏิบตั ิต่อบุคคลตา่ งๆ ที่ผปู้ ระกอบวชิ าชีพครูตอ้ ง
สมั พนั ธ์ดว้ ยน้นั อาจแบง่ เป็น 3 กลุ่มคือ หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบของครูต่อศิษย์ ต่อสถาบนั วชิ าชีพครูอนั ไดแ้ ก่
เพอ่ื นครูและสถานศึกษา และหนา้ ท่ีความรับผดิ ชอบของครูต่อสังคมอนั ไดแ้ ก้ ผปู้ กครองนกั เรียนและชุมชน
หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบของครูในเชิงระเบียนปฏิบตั ิหรือกฎหมายกาหนดมีดงั น้ี
1.1หนา้ ท่ีและความรับผดิ ชอบของครูต่อศิษย์ ดงั น้ี

1.1.1 ต้งั ใจส่งั สอนศิษยแ์ ละปฏิบตั ิหนา้ ท่ีใหเ้ กิดผลดีดว้ ยความเอาใจใส่
1.1.2 อุทิศเวลาของตนให้แก่ศิษย์ จะละทิง้ หรือทอดทิง้ หนา้ ท่ีการงานมิได้
1.1.3 ถ่ายทอดวชิ าความรู้โดยไมบ่ ิดเบือนและปิ ดบงั อาพราง
1.1.4 สุภาพเรียบร้อย ประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งที่ดีแก่ศิษย์
1.1.5 รักษาความลบั ของศิษย์
1.1.6 ครูตอ้ งรักและเมตตาศิษย์ ใหค้ วามเอาใจใส่ช่วยเหลือ ใหก้ าลงั ใจแก่ศิษยโ์ ดยเสมอหนา้

6

1.1.7 ครูตอ้ งอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทกั ษะและนิสัยท่ีถูกตอ้ งดีงามใหเ้ กิดแก่
ศิษยอ์ ยา่ งเตม็ ความสามารถ ดว้ ย ความบริสุทธ์ิใจ

1.1.8 ครูตอ้ งประพฤติ ปฏิบตั ิเป็นแบบอยา่ งที่ดีแก่ศิษยท์ ้งั ทางการ วาจาและจิตใจ
1.1.9 ครูตอ้ งไม่กระทาตนเป็ นปฏิปักษต์ ่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และ
สังคมของศิษย์
1.1.10 ครูตอ้ งไม่แสวงหาประโยชน์อนั เป็นอามิสสินจา้ งจากศิษยใ์ นการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีตามปกติ
และไมใ่ ชใ้ หศ้ ิษยก์ ระทาการใดๆ อนั เป็นการหาประโยชนใ์ หแ้ ก่ตนโดยมิชอบ
1.2 หนา้ ท่ีและความรับผดิ ชอบของครูตอ่ สถาบนั วชิ าชีพครูอนั ไดแ้ ก่ ตนเอง เพอ่ื นครู และสถานศึกษา
1.2.1 ครูพึงช่วยเหลือเก้ือกูลครูดว้ ยกนั ในทางสร้างสรรค์ เช่น การแนะนา แลกเปล่ียน
ประสบการณ์ทางวชิ าชีพซ่ึงกนั และกนั
1.2.2 รักษาความสามคั คีระหวา่ งครู และช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ในหนา้ ท่ีการงาน ไมแ่ บ่ง
พรรคแบ่งพวกคิดทาลายกลนั่ แกลง้ ซ่ึงกนั และกนั เตม็ ใจช่วยเหลือเมื่อเพื่อนครูขอความช่วยเหลือ เช่น เป็น
วทิ ยากรใหแ้ ก่กนั ช่วยงานซ่ึงกนั และกนั
1.2.3 ไม่แอบอา้ งหรือนาผลงานทางวชิ าการของเพ่ือนครูมาเป็นของตนท้งั ยงั ตอ้ งช่วยเหลือให้
เพอ่ื นครูอื่นๆ ไดส้ ร้างสรรคง์ านวชิ าการอยา่ งเตม็ ความสามารถดว้ ย
1.2.4 ประพฤติตนดว้ ยความสุภาพ อ่อนนอ้ มถ่อมตน และใหเ้ กียรติซ่ึงกนั และกนั ไมว่ า่ จะสังกดั
หน่วยงานใด
1.2.5 ปฏิบตั ิตามระเบียบ และแบบธรรมเนียมอนั ดีงามของสถานศึกษา ปฏิบตั ิตามคาส่งั ของ
ผบู้ งั คบั บญั ชาซ่ึงสง่ั โดยชอบดว้ ยกฎหมาย และระเบียบแบบแผนของสถานศึกษา
1.2.6 รักษาช่ือเสียงของตนไม่ใหข้ ้ึนช่ือวา่ ประพฤติชวั่ ไม่กระทาการใดๆ อนั อาจทาให้เสื่อม
เสียเกียรติศกั ด์ิและชื่อเสียงของครู
1.2.7 ประพฤติตนอยใู่ นความซื่อสัตยส์ ุจริตและปฏิบตั ิหนา้ ที่ดว้ ยความเที่ยงธรรม ไม่แสวงหา
ประโยชน์จากผอู้ ่ืนโดยมิชอบ
1.2.8 ครูยอ่ มพฒั นาตนเองท้งั ในดา้ นวชิ าชีพ บุคลิกภาพ และวสิ ยั ทศั น์ใหท้ นั ตอ่ การพฒั นาทาง
วชิ าการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยเู่ สมอ
1.2.9 ครูยอ่ มรักและศรัทธาในวชิ าชีพครูและเป็นสมาชิกที่ดีขององคก์ รวชิ าชีพ

7

1.3 หนา้ ที่และความรับผิดชอบของครูต่อสงั คมอนั ไดแ้ ก่ ผปู้ กครองนกั เรียนและชุมชน หนา้ ที่ความ
รับผดิ ชอบของครูน้นั ยอ่ มอยทู่ ่ีศิษยเ์ ป็นเป้าหมายสาคญั แตก่ ารสร้างเสริมศิษยน์ ้นั ยงั มีปัจจยั ที่เก่ียวอยา่ งอ่ืนดว้ ย
คือผปู้ กครองนกั เรียนและชุมชน ครูจึงตอ้ งมีหนา้ ที่และรับผดิ ชอบต่อสถาบนั ท้งั สองน้นั ดว้ ยซ่ึงอาจแยกแยะ ได้
ดงั น้ี

1.3.1ครูตอ้ งเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็ นประมุขดว้ ย
ความบริสุทธ์ิใจ

1.3.2 ครูตอ้ งยดึ มน่ั ในศาสนาท่ีตนนบั ถือและไมด่ ูหม่ินศาสนาอ่ืน
1.3.3 ครูตอ้ งใหค้ วามร่วมมือกบั ผปู้ กครองในการอบรมสง่ั สอนศิษยอ์ ยา่ งใกลช้ ิดตลอดจนการ
ร่วมแกป้ ัญหาของศิษยท์ ุกๆดา้ น ท้งั ดา้ นการศึกษาเล่าเรียน ความประพฤติ สุภาพพลานามยั ปัญหาทางจิตใจ ฯลฯ
1.3.4 ครูตอ้ งใหค้ าปรึกษาหารือและแนะนาผปู้ กครองในการอบรมเล้ียงดูเด็กในปกครองอยา่ ง
ใกลช้ ิด ตลอดจนแนะแนวการศึกษาต่อและการเลือกอาชีพของศิษย์
1.3.5 ครูตอ้ งรายงานขอ้ มูลตา่ งๆ ของศิษยใ์ หผ้ ปู้ กครองทราบสม่าเสมอและถูกตอ้ งไมบ่ ิดเบือน
1.3.6 ครูพงึ ใหค้ วามช่วยเหลือเก้ือกูลผปู้ กครองและชุมชนในทางสร้างสรรคต์ ามความ
เหมาะสม
1.3.7 ครูพึงประพฤติเป็ นผนู้ าในการอนุรักษส์ ภาพแวดลอ้ มและศิลปวฒั นธรรมของชุมชน
1.3.8 ครูพึงร่วมพฒั นาชุมชนทุกๆดา้ น ช่วยใหข้ อ้ มูลขา่ วสารและความรู้ใหม่ๆ ในการดาเนิน
ชีวติ แก่สมาชิกทุกคนในชุมชน
2. หนา้ ท่ีและความรับผดิ ชอบของครูในเชิงจารีตและแบบธรรมเนียม
หนา้ ท่ีและความรับผิดชอบของครูในเชิงจารีตและแบบธรรมเนียมไดจ้ ากคาสอนในหมวดธรรมเรื่อง การ
อนุเคราะห์ศิษย์ 5 ประการ
2.1 ครูมีหนา้ ที่ในการแนะสั่งสอนวทิ ยาการต่างๆ ไดแ้ ก่ สอนใหช้ ดั เจนไม่คลุมเครือ สอนไดช้ ดั เจนหรือ
ใหเ้ ป็นรูปธรรม
2.2 ครูตอ้ งเป็นผจู้ ดั สถานการณ์ เพื่อใหศ้ ิษยไ์ ดศ้ ึกษาเล่าเรียนไดด้ ี ไดแ้ ก่ การจดั สภาพแวดลอ้ มที่
ส่งเสริมการเรียนรู้ การจดั กิจกรรมเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ดา้ นต่างๆ ใหศ้ ิษย์
2.3 ครูตอ้ งรับผิดชอบในศิลปะวทิ ยาการที่ตนสอน ตอ้ งสอนในสิ่งที่ถูกตอ้ ง มีความบริสุทธ์ิใจในการ
อบรมสง่ั สอนไมบ่ ิดเบือนวชิ าการ บอกศิลปะใหส้ ิ้นเชิงไม่ปิ ดบงั อาพราง

8

2.4 ยกยอ่ งใหป้ รากฏในหมู่เพือ่ น ครูตอ้ งช่วยเร้าหรือเสริมกาลงั ใจใหแ้ ก่ศิษยใ์ นการศึกษาเล่าเรียน ศิษย์
แตล่ ะคนยอ่ มมีความสามารถและความถนดั ในบางดา้ น ครูตอ้ งช่วยส่งเสริมความสามารถพเิ ศษน้ันให้โดดเด่น

2.5 ป้องกนั ภยั ในทิศท้งั หลาย ครูมีหนา้ ท่ีป้องกนั ศิษยโ์ ดยการแนะนาสั่งสอนใหร้ ู้จกั คุณและโทษทางสิ่ง
ตา่ งๆในชีวติ ป้องกนั ศิษยไ์ มใ่ หต้ กไปในทางอุบายทุกอยา่ ง ซ่ึงอาจทาไดท้ ้งั การประพฤติตนเป็นแบบอยา่ ง ไม่ชกั
จูงไปในทางเสื่อม

3.6 บทบาทของครูผู้สอน
การสอนตามทฤษฎีการสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง ผสู้ อนมีบทบาทสาคญั ในการท่ีจะควบคุม
กระบวนการใหผ้ เู้ รียนสามารถสร้างองคค์ วามรู้ไดผ้ สู้ อนจึงควรมีความรู้ในทฤษฎีการสร้างองคค์ วามรู้ และ
เขา้ ใจสาระสาคญั ของบทเรียนอยา่ งดี ปรับบทบาททศั นคติของตนเองและของผูเ้ รียนใหส้ อดคลอ้ งกบั ทฤษฎีการ
สร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง
ในการจดั การเรียนรู้ตามทฤษฎีการสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง ผสู้ อนควรปรับบทบาทของตนเอง ดงั น้ี
1. ผสู้ อนเป็นผจู้ ดั ทาให้เกิดการเรียนรู้ กาหนดบริบทของการเรียนรู้ใหผ้ เู้ รียนใชค้ วามคิดใหซ้ บั ซอ้ น
ยงิ่ ข้ึนกาหนดใหผ้ เู้ รียนเห็นปัญหาท่ีมีขอบเขตกวา้ งขวาง กระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนเห็นวา่ ปัญหา
น้นั เป็นปัญหาของเขา
2. จดั บรรยากาศการเรียนรู้ใหเ้ หมาะสมโดยควบคุมกระบวนการการเรียนรู้ใหบ้ รรลุเป้าหมายตามท่ี
กาหนดไว้
3. เป็นผชู้ ้ีแนะไม่ใช่ช้ีนา แสดงความคิดเห็นและใหข้ อ้ มูลท่ีเป็นประโยชน์แก่ผเู้ รียนตามโอกาสท่ี
เหมาะสม(ตอ้ งคอยสง่ั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผูเ้ รียนและบรรยากาศการเรียนท่ีเกิดข้ึน
อยตู่ ลอดเวลา)
4. เปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนรู้จกั สังเกต มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนโดยทว่ั ถึงกนั ตลอดจนรับฟังและ
สนบั สนุนส่งเสริมใหก้ าลงั ใจแก่ผเู้ รียนยอมรับฟังความคิดเห็นของผูเ้ รียนยอมรับความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล
5. มีปฏิสมั พนั ธ์ที่ดีกบั ผเู้ รียนทาใหบ้ รรยากาศในการเรียนการสอนเกิดความเป็นกนั เองและมีความเป็น
มิตรท่ีดีต่อกนั คอยช่วยแกป้ ัญหาใหผ้ เู้ รียนครูจึงควรมีความเป็นมิตร
6. ช่วยเชื่อมโยงความคิดเห็นของผเู้ รียนและสรุปผลการเรียนรู้ตลอดจนส่งเสริมและนาทางใหผ้ เู้ รียนได้
รู้วธิ ีวเิ คราะห์พฤติกรรมการเรียนรู้เพือ่ ผูเ้ รียนจะไดน้ ้าไปใช่ใหเ้ กิดประโยชน์ได้

9

7. การจดั เวลาสอนควรจดั ใหย้ ดื หยนุ่ เหมาะสมกบั เวลาที่ใหผ้ เู้ รียนไดล้ งมือปฏิบตั ิกิจกรรมผสู้ อนตอ้ ง

พยายามเปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดล้ งมือปฏิบตั ิกิจกรรมภายในเวลาท่ีเหมาะสมไมม่ ากหรือ

นอ้ ยไป

3.7 บทบาทของครูตาม TEACHERS MODEL

คาวา่ “teacher” เป็นคาภาษาองั กฤษ ซ่ึงแปลความหมายเป็นภาษาไทยไดว้ า่ “ครู” หรือ “ผสู้ อน”ตามพจนานุกรม
ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒ ใหค้ วามหมายของคาวา่ “ครู” ไวว้ า่ ผสู้ งั่ สอนศิษย์ ผถู้ ่ายทอดความรู้ใหแ้ ก่
ศิษย์ โดยมีรากศพั ทม์ าจากภาษาบาลี สนั สกฤต วา่ “คุรุ” ซ่ึงหมายถึง “หนกั ”

นิยามคาวา่ “ครู”

1. ครู คือ ผใู้ ห้ 2. ครู คือ ผเู้ ติมเตม็ 3. ครู คือ ผมู้ ีเมตตา

แลว้ คาวา่ “TEACHERS” ในภาษาองั กฤษที่แปลวา่ “ครู” น้นั มีใครรู้บา้ งหรือเปล่าวา่ ตวั อกั ษร
ภาษาองั กฤษ 8 ตวั ท่ีรวมกนั จนไดค้ าวา่ “TEACHERS” แตล่ ะตวั มนั มีความหมายในตวั ของมนั เอง
T = Teaching หมายถึง ครูทาหนา้ ท่ีสอนและถ่ายทอดศาสตร์วชิ าแขนงต่างๆใหแ้ ก่ศิษย์ ไมเ่ ฉพาะทางวชิ าการแต่
รวมถึงอบรมใหม้ ีความระลึกถึงผดิ ชอบชวั่ ดีแก่ศิษยใ์ หม้ ีปัญญาชน โดยไม่เลือกช้นั วรรณะ และไม่ปิ ดปังอาพราง
วชิ าหรือมีอคติต่อผเู้ รียน
E = Ethic หมายถึง ครูเป็นผูม้ ีเมตตาธรรม คุณธรรมและจรรยาบรรณตอ่ วชิ าพร้อมท้งั แก่ศิษย์ เพอื่ ดารงตนในการ
ประกอบวชิ าชีพและถ่ายทอดวชิ าแก่ศิษยโ์ ดยมีคุณธรรมจริยธรรมตอ่ ทุกคนโดยไมย่ ดึ อคติของตนต่อศิษย์
A = Academic ครูเป็นนกั วชิ าการที่มีความรอบรู้และแสวงหาความรู้ในการพฒั นาตนอยเู่ สมอ โดยไมห่ ยดุ ย้งั
ความคิดอยกู่ บั ที่ แต่หมายถึงเรียนรู้วิชาการและเทคนิคความรู้อยตู่ ลอดเวลา เพอ่ื ทนั ต่อยคุ สมยั สถานการณ์
ปัจจุบนั พร้อมท้งั ไมย่ ดึ ติดกบั องคค์ วามรู้ความตน แต่ตอ้ งรับฟังความเห็นจากความรู้ของผอู้ ื่น เพือ่ เป็นแนวทาง
พฒั นาตนตอ่ ไป

C = Cultural Heritage หมายถึง ครูเป็นผรู้ ู้คุณค่าของขนบทาธรรมประเพณีและวฒั นธรรมอนั ดีงามของทอ้ งถ่ิน
และของชาติ เพื่อถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลงั ไดต้ ระหนกั รู้ซ้ึงในมรดกทางวฒั นธรรมของตนเอง ใหไ้ ดภ้ าคภูมิใจในส่ิง
ท่ีบรรพชนไดส้ ร้างข้ึนและถ่ายทอดมาใหช้ นรุ่นหลงั ไดร้ ับช่วงมาเพื่อการดาเนินชีวติ อยอู่ ยา่ งผาสุก
H = Human Relationship หมายถึง ครูเป็นผมู้ ีไมตรีจิต มนุษยสัมพนั ธ์ดีนบั ไดว้ า่ ตวั น้ี เป็นส่ิงสาคญั ท่ีจะสามารถ
ใชช้ ีวติ ในเขา้ กบั สภาพแวดลอ้ มไดอ้ ยา่ งมีความสุข และจะทาใหก้ ารดาเนินงานเป็นไปอยา่ งปกติสุขท้งั ทาง

10

วชิ าการและกิจกรรมของครูและนกั เรียน ดงั น้นั การเขา้ สงั คมกบั แวดลอ้ ม จึงมีผลต่อการเรียนการสอนใหม้ ี
ประสิทธิภาพมากยงิ่ ข้ึน
E = Evaluation หมายถึง ครูตอ้ งรู้ในการวดั ประเมินผลอยา่ งถ่องแทแ้ ละเขา้ ใจเพ่ือใชใ้ นกระบวนการเรียนการ
สอนอยเู่ สมอ โดยมีวจิ ารณญาณพจิ ารนาเร่ืองน้นั ใหเ้ ขา้ ใจเพอ่ื ที่จะไมผ่ ดิ พลาดในการตดั สินและประเมินผล
ผดิ พลาด
R = Research หมายถึง ครูคือผคู้ น้ ควา้ หาส่ิงใหม่ๆเพ่อื นาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการเรียนการสอนของตนกบั
สภาพแวดลอ้ มน้นั ๆ โดยไม่หยดุ ความคิดอยกู่ บั ที่ และพร้อมจะรับสิ่งใหมๆ่ เพื่อนามาใชใ้ หเ้ กิดประโยชนไ์ ด้
อยา่ งเตม็ ที่
S = Service ครูคือผใู้ หบ้ ริการดา้ นอื่นๆไม่เฉพาะแต่การสอน แต่รวมถึงงานต่างๆกิจกรรมอ่ืน ท่ีเป็นประโยชน์
ต่อผเู้ รียน ชุมชน สังคม เพือ่ ใหบ้ รรลุความตอ้ งการของผมู้ ารับบริการ และสร้างคติที่ดีใหก้ บั องคก์ รสถานศึกษ

11

การศึกษากบั การพฒั นาประเทศ

1. หน้าท่ขี องการศึกษา (Education Function)
แนวคิดเรื่องหนา้ ท่ีของการศึกษาซ่ึงมีความสาคญั ดงั น้ี

1.หนา้ ที่เชิงอนุรักษ์ (Conservative Function)
การศึกษามีหนา้ ที่ในการบารุงรักษาขอ้ มูลตลอดจนองคค์ วามรู้ต่างๆ ไว้ ต้งั แต่เรื่องคา่ นิยม

ความเช่ือ ศิลปะ วฒั นธรรม วทิ ยาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ไปจนถึงวทิ ยาการตา่ งๆ อาจมีการเผยแพร่
ถ่ายทอด สืบทอด องคค์ วามรู้ใหแ้ ก่กนั ได้ และเก็บรักษาไวไ้ ดด้ ว้ ยเช่นกนั

2. หนา้ ท่ีเชิงสร้างสรรคแ์ ละสรรสร้างนวตั กรรม (Creative & Innovative Function) : การศึกษามีหนา้ ท่ี
เปรียบเสมือนเคร่ืองมือสาคญั ในการเปลี่ยนแปลงสงั คมตลอดจนวฒั นธรรมใหเ้ จริญกา้ วไปขา้ งหนา้ อีกมุมหน่ึง
ของการศึกษากค็ ือการคน้ ควา้ หาส่ิงใหม่ สร้างสรรคส์ ่ิงที่ยงั ไม่เคยเกิดข้ึน เพื่อเป็ นนวตั กรรมแห่งอนาคต และ
กลายเป็นวฒั นธรรมใหมข่ ้ึนไดด้ ว้ ย ซ่ึงการศึกษาถือเป็นปัจจยั สาคญั ของการพฒั นา และยงั เป็นเครื่องมือท่ีใช้
เผยแพร่องคค์ วามรู้ใหมๆ่ ไดอ้ ีกดว้ ย ท้งั สองหนา้ ท่ีตา่ งก็มีความสาคญั และตอ้ งทาหนา้ ที่ควบคู่กนั ไปเสมอ องค์
ความรู้เก่าเชิงอนุรักษจ์ ะเป็นฐานขอ้ มูลท่ีดีในการสร้างสรรคค์ วามรู้ตลอดจนนวตั กรรมใหม่เช่นกนั ในขณะท่ี
นวตั กรรมใหมก่ ็อาจทาใหอ้ งคค์ วามรู้ยคุ เก่ากระจา่ งข้ึน รู้ถึงขอ้ ดีขอ้ เสียที่ควรปรับเปลี่ยนไดด้ ว้ ยเช่นกนั และมี
การเกี่ยวโยงกนั อีกมากมายหลายมิติที่บ่งบอกวา่ สองหนา้ ท่ีของการศึกษาน้ีมีความสาคญั ต่อการกา้ วไปขา้ งหนา้
ของโลกใบน้ีเป็ นอยา่ งมาก

2. ปัจจัยของการศึกษาในการพฒั นาประเทศ
การศึกษาของชาติเป็ นปัจจยั หลกั ในการพฒั นาประเทศ ในการจดั การศึกษามีองคป์ ระกอบสาคญั 3 ประการคือ

1. ผเู้ รียนคือผทู้ ่ีจะตอ้ งไดร้ ับการสอนวชิ าการดา้ นตา่ งๆ เท่าที่ควรจะไดร้ ับจากรัฐในฐานะเป็นพลเมือง
ของประเทศในการศึกษาภาคบงั คบั และไดร้ ับการส่งเสริมใหเ้ รียนรู้สูงข้ึนไปในระดบั สูงกวา่ การศึกษาภาค
บงั คบั ท้งั ในระดบั วชิ าชีพ และอุดมศึกษาในแขนงวชิ าต่างๆ ตามท่ีผเู้ รียนถนดั และฐานะการเงินเอ้ืออานวย ท้งั น้ี
เพื่อใหเ้ ด็กไทยทุกคนในฐานะเป็นพลเมืองของประเทศ ไดร้ ับการพฒั นาใหเ้ ป็ นทรัพยากรมนุษยม์ ีคุณภาพ และมี
คุณธรรมเป็นกลไกทางานสนองความตอ้ งการของตนเอง และประเทศชาติโดยรวม

12

2. ผสู้ อนคือผใู้ หค้ วามรู้ทางดา้ นวชิ าการแขนงต่างๆ อนั ควรแก่วยั ของผูเ้ รียน และใหก้ ารอบรมทางดา้ น
ศีลธรรม จริยธรรม เพ่ือนาไปกากบั ในการใชค้ วามรู้ใหเ้ ป็ นไปในทางสร้างสรรค์ และก่อใหเ้ กิดประโยชน์แก่
ตนเองและสังคมโดยรวม ในขณะเดียวกนั การปลูกฝังใหค้ นมีศีลธรรมและจริยธรรม ก็เป็นเครื่องป้องกนั มิให้
จิตใจถูกความชวั่ ครอบงา นาไปสู่การทาผดิ กฎหมายทาลายตนเองและผอู้ ่ืน

3. หลกั สูตรคือวชิ าการดา้ นต่างๆ ซ่ึงเหมาะแก่วยั และศกั ยภาพในการเรียนรู้ของผเู้ รียนในแต่ละ
ระดบั การศึกษา และสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการตลาดแรงงานของประเทศดว้ ย

3. การศึกษากบั การพฒั นาทรัพยากรมนุษย์
ทรัพยากรมนุษยถ์ ือเป็นปัจจยั สาคญั ที่สุดต่อการพฒั นาองคก์ รไปจนถึงการพฒั นาประเทศและโลกใบน้ี

การท่ีจะสร้างทรัพยากรมนุษยท์ ี่มีคุณภาพข้ึนมาในสังคมไดน้ ้นั หน่ึงในปัจจยั สาคญั ก็คือ การศึกษา (Education)
นนั่ เอง การศึกษานอกจากจะทาใหม้ นุษยเ์ กิดความรู้และพฒั นาตนไดแ้ ลว้ ส่ิงน้ียงั สามารถเป็นตวั กาหนดทิศทาง
ของประเทศไดอ้ ีกดว้ ย เพราะหากประเทศไหนมีการส่งเสริมการศึกษาท่ีถูกทิศทาง ตลอดจนวางแผนการผลิต
ทรัพยากรมนุษยท์ ่ีมีประสิทธิภาพ ยอ่ มทาใหป้ ระเทศน้นั มีตน้ ทุนท่ีเป็นทรัพยากรมนุษยท์ ี่มีศยั กภาพในการ
ร่วมกนั สร้างประเทศใหก้ า้ วไกล นนั่ รวมถึงหน่วยยอ่ ยอยา่ งองคก์ รดว้ ยท่ีหากคดั สรรทรัพยากรมนุษยท์ ่ีมีคุณภาพ
เขา้ มาทางานก็ยอ่ มส่งผลใหอ้ งคก์ รพฒั นาไดอ้ ยา่ งกา้ วไกลเช่นกนั ขณะเดียวกนั องคก์ รก็ควรไมห่ ยดุ ท่ีจะพฒั นา
องคค์ วามรู้ใหก้ บั บุคลากรดว้ ย เพราะการศึกษาน้นั ไมม่ ีวนั จบ ทุกคนสามารถที่จะเรียนรู้ไปตลอดได้ และพฒั นา
ตนเองไดต้ ลอดเวลาดว้ ยเช่นกนั

รูปแบบของการศึกษาทเี่ ป็ นพืน้ ฐาน และการส่งเสริมการศึกษาในการพฒั นาทรัพยากรมนุษย์
1.การศึกษาในระบบ (Formal Education)
2.การศึกษานอกระบบ (Non-formal Education)
3.การศึกษาตามอธั ยาศยั (Informal Education)
รูปแบบของการศึกษาตามหลกั สากลท่ียดึ ถือกนั มานานน้นั มี 3 รูปแบบใหญ่ๆ สาหรับเมืองไทยเองก็มี

การกาหนดรูปแบบของการศึกษาไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตราที่ 15 ดว้ ย ซ่ึง
รายละเอียดของรูปแบบการศึกษาตามกฎหมายไทยน้นั มีดงั น้ี

13

1. การศึกษาในระบบ (Formal Education)
การศึกษาที่มีการกาหนดจุดมุ่งหมาย สร้างหลกั สูตรชดั เจน มีวธิ ีการศึกษาท่ีเป็นบรรทดั ฐาน มีกรอบ

ระยะเวลาของการศึกษา ตลอดจนมีการประเมินผลการศึกษาดว้ ย ซ่ึงนนั่ เป็นเงื่อนไขในการสาเร็จการศึกษาที่มี
มาตรฐานแน่นอน การจดั การศึกษาในลกั ษณะน้ีกไ็ ดแ้ ก่ การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน, การศึกษาภาคบงั คบั , การศึกษา
ในสถานศึกษาสังกดั กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ เป็นตน้
2. การศึกษานอกระบบ (Non-formal Education)

การศึกษาท่ีมีการยดื หยนุ่ ในการกาหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วธิ ีการจดั การศึกษา ตลอดจนระยะเวลาของ
การศึกษา ไปจนถึงการวดั และประเมินผล ซ่ึงนนั่ เป็ นเง่ือนไขในการสาเร็จการศึกษาที่มีมาตรฐานแน่นอน
สาหรับเน้ือหาและหลกั สูตรน้นั จะตอ้ งเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั สภาพปัญหาและความตอ้ งการของบุคคลแต่
ละกลุ่ม หรือใหผ้ เู้ รียนสามารถบริหารจดั การการศึกษาตลอดจนเวลาเรียนเองได้ แต่กม็ ีการรับรองมาตรฐาน
เช่นเดียวกนั กบั การศึกษาในระบบ การจดั การศึกษาในลกั ษณะน้ีกไ็ ดแ้ ก่ การศึกษานอกระบบโรงเรียน,
การศึกษาผใู้ หญ่, การศึกษาทางไกล, มหาวทิ ยาลยั เปิ ด, การศึกษาแบบโฮมสคูล, ศูนยก์ ารศึกษาทอ้ งถ่ินที่มีการจดั
มาตรฐานการศึกษาของตนเอง เป็นตน้
3. การศึกษาตามอธั ยาศัย (Informal Education)

การศึกษาที่ผเู้ รียนสามารถเลือกเรียนรู้ไดต้ ามความสนใจของตวั เอง เรียนรู้เพ่ือพฒั นาศกั ยภาพ เรียนตาม
ความพร้อมและโอกาส ไม่มีการกาหนดเวลา ไมม่ ีขอ้ จากดั เรื่องใดๆ มีหรือไมม่ ีการรับรองมาตรฐานการศึกษาก็
ได้ เรียนรู้ไดต้ ลอดเวลา ศึกษาเพม่ิ เติมไดด้ ว้ ยตนเอง การศึกษาตามอธั ยาศยั น้ียงั รวมไปถึงประสบการณ์การ
ทางานท่ีส่ังสมจนเกิดเป็ นความรู้, การแลกเปลี่ยนประสบการณ์, การพูดคุย, การศึกษาอยา่ งไม่เป็นทางการ,
การศึกษาตลอดชีวิต, การเรียนพเิ ศษ, การเรียนคอร์สออนไลน์ตามความสนใจ, การเขา้ เวริ ์คชอปต่างๆ เป็ นตน้

14

การศึกษากบั การพฒั นาประเทศด้านสังคมและวฒั นธรรม
1. การพฒั นาดา้ นสงั คม มุง่ เนน้ ถึงการเขา้ ไปศึกษาพฒั นาชุมชน สังคม และพฒั นา คุณภาพชีวติ ของคน
ในสังคม เพือ่ ทาความเขา้ ใจในสภาพตา่ งๆ ของชุมชน ท้งั ทางดา้ นกายภาพ สังคม วฒั นธรรม ประเพณี เศรษฐกิจ
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโรงเรียนกบั ชุมชน การศึกษาสามารถมีบทบาทในการพฒั นาชุมชนโดยตรง การให้
การศึกษาแก่ประชาชนทุกเพศทุกวยั และทุกอาชีพ มีการจดั บริการดา้ นตา่ งๆ ใหป้ ระชาชนเขา้ มาใชป้ ระโยชน์
เช่น หอ้ งสมุด โรงฝึกงาน หอประชุม ฯลฯ มีการสารวจความตอ้ งการและศึกษาปัญหาของคนในชุมชน เพ่ือ
ร่วมกนั หาทางแกไ้ ขและพฒั นาใหด้ ีข้ึนกวา่ เดิมในทุกดา้ น

2. การพฒั นาดา้ นวฒั นธรรม ความหมายของวฒั นธรรม คือ ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม มีความ
สงบสุข ความมนั่ คง เจริญกา้ วหนา้ วฒั นธรรมเป็นสัญลกั ษณ์อนั สาคญั ท่ีแสดงใหเ้ ห็นวา่ เป็นคนในสังคมเดียวกนั
หรือเป็นคนชาติเดียวกนั คนไทย ยอ่ มมีวฒั นธรรมที่แตกตา่ งจากชนชาติอ่ืน ไม่วา่ จะเป็นภาษาวรรณคดี
ศิลปกรรม ประติมากรรม การฟ้อนรา ฯลฯ การแสดงออกและความซาบซ้ึงในวฒั นธรรมเหล่าน้ีจะเป็น
สัญลกั ษณ์ใหร้ ูปวา่ เป็นชนในชาติเดียวกนั วฒั นธรรมในสังคมเป็นส่ิงที่สาคญั มากต่อการพฒั นาหลกั สูตรและ
การสอน

3. การศึกษากบั การพฒั นาประเทศดา้ นการเมือง ปัจจยั ทางการเมืองกบั การศึกษา คือ การศึกษาเป็นผล
มาจากโครงสร้าง และกระบวนการทางการเมือง การใหค้ วามรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ การพฒั นา
ทกั ษะนิสัย และทศั นคติตา่ ง ๆ ใหเ้ กิดข้ึนในตวั ผเู้ รียน เพื่อช่วย ใหเ้ ขาไดด้ าเนินชีวิตอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมและ
ควรค่าแก่สังคม
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งการเมืองกบั การศึกษา มีอิทธิพลและอานาจหนา้ ท่ีเร่ืองการศึกษา เช่น การจดั สรร
ทรัพยากร คา่ ใชจ้ ่าย โครงสร้างและระบบการศึกษา การเมือง เป็นกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ค่านิยม ความคิด
ความเชื่อ เจตคติ เร่ืองทางการเมือง ใหก้ บั ประชาชน/พลเมือง การศึกษา ผสู้ าเร็จการศึกษาจะไปเป็นนกั การเมือง

15

บทบาทของการศึกษาทมี่ ีต่อการเมือง
เป้าหมายการศึกษา

การปรับปรุงคนและสังคม โดยการสร้างคนใหส้ านึก แห่งการรับใชแ้ ละการปรับปรุง มนุษยชาติ เตรียม
ใหป้ ระชาชน/พลเมืองใหม้ ีคุณภาพ เช่น

1.การขดั เกลาทางการเมือง
2.การเลือกสรรทางการเมือง
3.การบูรณาการทางการเมือง/ สร้างความเป็ นปึ กแผน่ ในสังคม

-มีความรู้ความสามารถ
-มีระเบียบวนิ ยั
- มีความซื่อสตั ยส์ ุจริต
- มีความจงรักภกั ดีต่อชาติ

การศึกษากบั การพฒั นาประเทศด้านเศรษฐกจิ

การศึกษา เป็นปัจจยั ทางเศรษฐกิจท่ีสาคญั ปัจจยั หน่ึงที่ช่วยผลกั ดนั เศรษฐกิจใหม้ ีการพฒั นาอยา่ งรวดเร็ว
และยงั่ ยนื การศึกษามีส่วนช่วยพฒั นาระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากการศึกษาเร่ืองเศรษฐกิจตา่ งมีความสัมพนั ธ์ซ่ึง
กนั และกนั แตใ่ นระบบเศรษฐกิจทุกระบบ ไม่วา่ จะเป็ นระบบทุนนิยมระบบ สงั คมนิยมหรือระบอบคอมมิวนิสต์
มกั จะมีปัญหาเกิดทุกระบบ ฉะน้นั การศึกษาจะเขา้ ไปช่วยแกป้ ัญหาและช่วยพฒั นาระบบเศรษฐกิจไดโ้ ดยวธิ ีดงั น้ี

1. การศึกษาเพ่อื การพฒั นาเศรษฐกิจ ปัญหาทางเศรษฐกิจน้นั มีมากและยง่ิ ทวขี ้ึนเร่ือยๆ การศึกษาก็มี
อาจจะแกป้ ัญหาทางเศรษฐกิจตา่ งๆ ไดโ้ ดยทนั ทีเพียงแตก่ ารศึกษาช่วยใหบ้ ุคคลเตรียมตวั ใหพ้ ร้อมเพ่ือความ
เขา้ ใจปัญหาและเหตุการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดข้ึนไดเ้ ขา้ ไปเก่ียวขอ้ งกบั ระบบเศรษฐกิจดว้ ยสติปัญญา การศึกษาช่วยให้
คนรู้จกั คิด รู้จกั ใชเ้ หตุผล รู้จกั ใชท้ กั ษะ ประสบการณ์ และระเบียบวธิ ี มาผสมผสานเพือ่ หาแนวทางไปสู่ การ
แกป้ ัญหาตา่ งๆ

2. การศึกษาเพอื่ การพฒั นาเศรษฐกิจการพฒั นาเศรษฐกิจ คือ การเพิ่มผลผลิตท้งั ในเชิงปริมาณและ
คุณภาพ พร้อมกนั น้นั กไ็ ดใ้ ห้มีการลดตน้ ทุนการผลิตลง กระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่กระทรวงเศรษฐกิจ ไม่มีการ
ผลิตเศรษฐกิจ กระทรวงศึกษาธิการมีหนา้ ที่พฒั นาคนก่อนเขา้ สู่ระบบผลิต คน คือ ปัจจยั สาคญั

16

4. จรรยาบรรณวชิ าชีพครู
4.1 ความหมายของจรรยาบรรณวชิ าชีพ
ภมรเพชร ภูภ่ กั ดี (2556 : 15) กล่าววา่ จรรยาบรรณวชิ าชีพ คือ จรรยา + บรรณ + วชิ าชีพ
จรรยา = การประพฤติปฏิบตั ิ
บรรณ = ขอ้ กาหนด (ลายลกั ษณ์อกั ษร)
วชิ าชีพ = อาชีพท่ีตอ้ งใชก้ ารศึกษาและการอบรมในระดบั สูง มีกฎเกณฑ์ ระเบียบแบบแผนและอิสระ
ในการประกอบอาชีพ และมีการรวมกลุ่มกนั เป็ นองคก์ ร/สมาคมเพอื่ ส่งเสริมและควบคุมผปู้ ระกอบ
วชิ าชีพเดียวกนั
จรรยาบรรณวชิ าชีพ คือ ขอ้ กาหนด(ลายลกั ษณ์อกั ษร)ในการประพฤติปฏิบตั ิวชิ าชีพ
4.2 ความสาคัญของจรรยาบรรณวชิ าชีพ
พิภพ วชงั เงิน (2548 : 15) กล่าวว่า ความสาคญั ของจรรยาบรรณวชิ าชีพมีดงั น้ี

1. เพอ่ื ส่งเสริมใหผ้ ปู้ ระกอบวชิ าชีพแตล่ ะประเภท ประพฤติปฏิบตั ิตนถูกตอ้ ง เหมาะสมตามท่ีแต่ละ
อาชีพไดว้ างหลกั ไวใ้ หเ้ ป็นจรรยาบรรณ ถา้ หากกระทาผดิ ยอ่ มมีความผดิ

2. เพ่ือส่งเสริมและช่วยควบคุมใหผ้ ปู้ ระกอบการทางานอยา่ งมีประสิทธิภาพ มีความสานึกในหนา้ ท่ีและ
มีความรับผดิ ชอบต่องานที่ทา

3. เพ่อื ส่งเสริมและช่วยควบคุมการผลิตและการปฏิบตั ิงานใหม้ ีปริมาณและคุณภาพที่น่าเช่ือถือได้ มี
บริการท่ีดีและปลอดภยั

4. เพอ่ื ส่งเสริมให้ผปู้ ระกอบการมีความซื่อสัตย์ มีความยตุ ิธรรม ไมท่ ุจริตตอ่ หนา้ ท่ี
สามคั คี เอ้ือเฟ้ื อเผอื่ แผ่

5. เพอ่ื ส่งเสริมใหผ้ ปู้ ระกอบอาชีพประเภทต่างๆ มีความสานึกวา่ การประกอบอาชีพที่ไม่เห็นแก่ตวั ไม่
เอารัดเอาเปรียบผบู้ ริโภค ตรงไปตรงมาเป็ นกศุ ล สงั คมยกยอ่ ง

4.3 ความหมายของจรรยาบรรณวชิ าชีพครู
ไกรนุช ศิริพลู (2531 : 113) กล่าววา่ จรรยาบรรณวชิ าชีพครู คือ หนงั สือหรือเอกสารท่ีวา่ ดว้ ยกริยาที่

ครูควรประพฤติปฏิบตั ิ
ยนต์ ชุ่มจิต (2541 : 197) กลา่ ววา่ จรรยาบรรณวชิ าชีพครู หมายถึง ประมวลความประพฤติหรือกริยา

อาการท่ีผปู้ ระกอบวชิ าชีพครูควรประพฤติปฏิบตั ิ เพ่อื รักษาส่งเสริมเกียรติคุณช่ือเสียงและฐานะของความเป็นครู
จึงสรุปไดว้ า่ จรรยาบรรณวชิ าชีพครู หมายถึง ขอ้ กาหนดเก่ียวกบั การประพฤติปฏิบตั ิตาม เพือ่ ใหเ้ กิด

ความดีงามแก่ตวั ครูและอาชีพครู

17

4.4 ความสาคัญของจรรยาบรรณวชิ าชีพครู
จรรยาบรรณวชิ าชีพครู มีความสาคญั ตอ่ วชิ าชีพครู เช่นเดียวกบั จรรยาบรรณวชิ าชีพ คือ เป็นแนวทาง

ใหผ้ ปู้ ระกอบวชิ าชีพครูยดึ ถือปฏิบตั ิอยา่ งถูกตอ้ ง เพ่ือให้วชิ าชีพครูไดร้ ับการยอมรับ และยกยอ่ งจากสงั คม และ
รักษาเกียรติ ศกั ด์ิศรี ของผปู้ ระกอบวชิ าชีพครู ทาใหต้ ระหนกั ถึงความสาคญั ของจรรยาบรรณวชิ าชีพครู วา่ มี
ความจาเป็นอยา่ งยงิ่ ที่จะตอ้ งมีจรรยาบรรณวชิ าชีพครู เป็นเคร่ืองมือท่ีสาคญั ท่ีจะช่วยใหผ้ ปู้ ระกอบวชิ าชีพครูมี
หลกั และแนวทางปฏิบตั ิตามที่ถูกตอ้ งเหมาะสม หากมีการละเมิด ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายท้งั แก่บุคคล หมู่
คณะ และส่วนรวมได้ เหตุน้ีผปู้ ระกอบวชิ าชีพ นอกจากจะมีความรู้แลว้ ควรทราบขอ้ ที่ควรปฏิบตั ิ และไมพ่ ึง
ปฏิบตั ิอยา่ งเคร่งครัด จึงจะสามารถปฏิบตั ิงานใหป้ ระสบความสาเร็จ ไดร้ ับความเช่ือถือยกยอ่ งในเกียรติ ศกั ด์ิศรี
และความสามารถอีกดว้ ย

4.5 ประวตั ิจรรยาบรรณวชิ าชีพครู
ความเป็นมาของจรรยาบรรณสาหรับวชิ าชีพครู จะเห็นไดว้ า่ ต้งั แต่แรกต้งั โรงเรียนข้ึนในสมยั รัชกาลที่ 5

อาชีพครูไมม่ ีจรรยาบรรณ

จรรยาบรรณของวชิ าชีพครูไทยน้นั ไดม้ ีการบญั ญตั ิเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรและมีกฎหมายรองรับเป็นคร้ัง
แรกเม่ือ พ.ศ.2506 โดยอาศยั อานาจบงั คบั ของ พ.ร.บ. ครู พ.ศ. 2488 ท่ีกาหนดใหค้ ุรุสภาเป็ นสถาบนั ผอู้ อก
ระเบียบบงั คบั ของ พ.ร.บ. ครูของครูวา่ ดว้ ยจรรยามารยาทครู 10 ขอ้ และระเบียบประเพณีของครูวา่ ดว้ ยวนิ ยั ครู
อีก 10 ขอ้ ระเบียบท้งั สองฉบบั น้ีมีผลบงั คบั ตามกฎหมาย แต่การแยกระเบียบเป็นจรรยามารยาทในการใชบ้ งั คบั
สับสนท้งั ผใู้ ชแ้ ละท้งั ผใู้ ชแ้ ละผปู้ ฎิบตั ิ ภายหลงั คุรสภาจึงไดป้ รับปรุงยบุ รวมระเบียบท้งั 2 ฉบบั แลว้ กาหนดข้ึน
ใหมเ่ มื่อพ.ศ. 2526 เรียกว่าระเบียบคุรุสภา ว่าด้วยจรรยามารยาทและวนิ ัยตามระเบยี บประเพณีของครู พ.ศ.
2526

จนปี พ.ศ. 2539 คุรุสภาไดป้ รับปรุงขอ้ บงั คบั เกี่ยวกบั จรรยาบรรณของครูข้ึนใหมอ่ ีกคร้ังโดยตดั ขอ้ ความ
ที่มีลกั ษณะเป็นวนิ ยั ออกไป เหลือเพียงบทบญั ญตั ิที่มีลกั ษณะเป็นจริยธรรมหรือจรรยาบรรณและมีเพียง 9 ขอ้
เรียกว่า ระเบียบคุรุสภาว่าด้วย จรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539

จรรยาบรรณวชิ าชีพครูฉบับท่ี 1 – ปัจจุบัน
1. จรรยาบรรณวชิ าชีพครู 2506 (เรียกว่า จรรยามารยาทครู มี 10 ประการ)

1) ครูควรมีศรัทธาในอาชีพครู และใหเ้ กียรติแก่ครูดว้ ยกนั
2) ครูควรบาเพญ็ ตนใหส้ มกบั ที่ไดช้ ่ือวา่ เป็นครู
3) ครูควรใฝ่ ใจศึกษาหาความรู้ความชานาญอยเู่ สมอ

18

4) ครูควรร่วมมือกบั ผปู้ กครองในการอบรมสัง่ สอนเด็กอยา่ งใกลช้ ิด
5) ครูควรต้งั ใจฝึกสอนศิษยใ์ หเ้ ป็นพลเมืองท่ีดีของชาติ
6) ครูควรรู้จกั เสียสละและรับผดิ ชอบในหนา้ ท่ีการงานท้งั ปวง
7) ครูควรรักษาชื่อเสียงของคณะครู
8) ครูควรรู้จกั มธั ยสั และพยายามสร้างฐานของตนเอง
9) ครูควรยดึ มน่ั ในศาสนาที่นบั ถือและไม่ลบหลู่ศาสนาอ่ืน
10) ครูควรบาเพญ็ ตนใหเ้ ป็ นประโยชน์แก่สังคม

ท่ีมา : คุรุสภา, ระเบียบวา่ ดว้ ยจรรยามารยาทอนั ดีงามตามประเพณีของครู ตามอานาจท่ีพระราชบญั ญตั ิครู
มาตรา 28 กาหนดไวเ้ มื่อ พ.ศ. 2506

2. จรรยาบรรณวชิ าชีพครู 2526 (เรียกว่า จรรยามารยาทและวนิ ัยตามระเบยี บประเพณขี องครู มี 10ประการ)
1) เล่ือมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุขดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
2) ยดึ มนั่ ในศานาท่ีตนนบั ถือ ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอ่ืน
3) ต้งั ใจสัง่ สอนศิษยแ์ ละปฏิบตั ิหนา้ ที่ของตนใหเ้ กิดผลดีดว้ ยความ เอาใจใส่ อุทิศเวลาของตนใหแ้ ก่

ศิษยจ์ ะละทิง้ ทอดทิ้งหนา้ ท่ีการงานมิได้
4) รักษาชื่อเสียงของตนมิใหข้ ้ึนช่ือวา่ เป็นผปู้ ระพฤติชว่ั หา้ มประพฤติการใด ๆ อนั อาจทาใหเ้ ส่ือม

เสียเกียรติและช่ือเสียงของครู
5) ถือปฏิบตั ิตามระเบียบและแบบธรรมเนียมอนั ดีงามของสถานศึกษา และปฏิบตั ิตามคาสง่ั ของ

ผบู้ งั คบั บญั ชา ซ่ึงส่งั ในหนา้ ท่ีการงานโดยชอบดว้ ยกฏหมายและระเบียบแบบแผนของสถานศึกษา
6) ถ่ายทอดวชิ าความรู้โดยไมบ่ ิดเบือนและปิ ดบงั อพราง ไมน่ าหรือยอมใหน้ าผลงานทางวชิ าการของ

ตนไปใชใ้ นทางทุจริตหรือเป็ นภยั ต่อ มนุษยชาติ
7) ใหเ้ กีตรติแก่ผอู้ ื่นทางวิชาการโดยไม่นาผลงานของผูใ้ ดมาแอบอา้ ง เป็นผลงานของตน และไม่

เบียดบงั ใชแ้ รงงานหรือนาผลงานของผูอ้ ่ืนไปเพื่อประโยชนส์ ่วนตน
8) ประพฤติอยใู่ นความซ่ือสตั ยส์ ุจริต และปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของตนดว้ ยความเที่ยงธรรมไม่แสวงหา

ประโยชน์สาหรับตนเอง หรือผอู้ ่ืนโดยมิชอบ
9) สุภาพเรียบร้อยประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดีแก่ศิษย์ รักษาความลบั ของศิษย์ ของผรู้ ่วมงานและ

ของสถานศึกษา
10) รักษาความสามคั คีระหวา่ งครู และช่วยเหลือกนั ในหนา้ ที่การงาน

ที่มา : คุรุสภา, ระเบียบวา่ ดว้ ยจรรยามารยาทอนั ดีงามตามประเพณีของครู, 2526

19

3.จรรยาบรรณวชิ าชีพครู 2537 (เรียกว่า เกณฑ์มาตรฐานวชิ าชีพครูของคุรุสภา พ.ศ. 2537 มี 11 ประการ)
1) ปฏิบตั ิกิจกรรมทางวชิ าการเก่ียวกบั การพฒั นาวชิ าชีพครูอยเู่ สมอ
2) ตดั สินใจปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ โดย คานึงถึงผลท่ีจะเกิดกบั ผเู้ รียน
3) มุ่งมน่ั พฒั นาผเู้ รียนใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ
4) พฒั นาแผนการสอนให้สามารถปฏิบตั ิไดเ้ กิดผลจริง
5) พฒั นาส่ือการเรียนการสอน ใหม้ ีประสิทธิภาพอยเู่ สมอ
6) จดั กิจกรรมการเรียนการสอน โดยเนน้ ผลถาวรท่ีเกิดแก่ผเู้ รียน
7) รายงานผลการพฒั นาคุณภาพของผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งมีระบบ
8) ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดีแก่ผเู้ รียน
9) ร่วมมือกบั ผอู้ ่ืนในสถานศึกษาอยา่ งสร้างสรรค์
10) ร่วมมือกบั ผอู้ ื่นอยา่ งสร้างสรรคใ์ นชุมชน
11) แสวงหาและใชข้ อ้ มูลข่าวสารในการพฒั นา

ท่ีมา : สานกั งานเลขาธิการคุรุสภา, เกณฑม์ าตรฐานวิชาชีพครู ของคุรุสภา พ.ศ. 2537กรุงเทพมหานคร : โรง
พิมพค์ ุรุสภาลาดพร้าว, 2540

4. จรรยาบรรณวชิ าชีพครู 2539 (เรียกว่า แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539 มี 9 ประการ)
1) ครูตอ้ งรักและเมตตาศิษย์ โดยใหค้ วามเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริมใหก้ าลงั ใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่

ศิษยโ์ ดยเสมอหนา้
2) ครูตอ้ งอบรม สัง่ สอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทกั ษะและนิสัยท่ีถูกตอ้ งดีงามใหแ้ ก่ศิษย์ อยา่ งเตม็

ความสามารถดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
3) ครูตอ้ งประพฤติ ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดีแก่ศิษยท์ ้งั ทางกาย วาจา และจิตใจ
4) ครูตอ้ งไมก่ ระทาตนเป็ นปฏิปักษต์ ่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์
5) ครูตอ้ งไมแ่ สดดงหาประโยชนอ์ นั เป็นอามิสสินจา้ งจากศิษยใ์ นการปฏิบตั ิ หนา้ ท่ีตามปกติ และไม่

ใชศ้ ิษยก์ ระทาการใดๆ อนั เป็ นการหาประโยชนใ์ หแ้ ก่ตนโดยมิชอบ
6) ครูยอ่ มพฒั นาตนเองท้งั ในดา้ นวชิ าชีพ ดา้ นบุคลิกภาพและวสิ ยั ทศั น์ ใหท้ นั ต่อการพฒั นาทาง

วชิ าการ เศรษฐกิจ สงั คมและการเมืองอยเู่ สมอ
7) ครูยอ่ มรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกที่ดีขององคก์ รวชิ าชีพครู
8) ครูพึงช่วยเหลือเก้ือกลู ครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์
9) ครูพงึ ประพฤติ ปฏิบตั ิตน เป็นผนู้ าในการอนุรักษแ์ ละพฒั นาภูมิปัญญาและวฒั นธรรมไทย

20

ท่ีมา : สานกั งานเลขาธิการคุรุสภา, แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539.กรุงเทพมหานคร : โรง
พิมพค์ ุรุสภาลาดพร้าว, 2541

5. จรรยาบรรณวชิ าชีพครู 2546 (เรียกว่า จรรยาบรรณของ วชิ าชีพ มี 5 กล่มุ 9 ประการ) ดงั นี้
จรรยาบรรณต่อตนเอง

1) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งมีวนิ ยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชีพ บุคลิกภาพ และ
วสิ ยั ทศั น์ ใหท้ นั ต่อการพฒั นาทางวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยเู่ สมอ
จรรยาบรรณต่อวชิ าชีพ

2) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก ศรัทธา ซื่อสัตยส์ ุจริต รับผดิ ชอบต่อวชิ าชีพ และเป็นสมาชิก
ท่ีดีขององคก์ รวชิ าชีพ

จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
3) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมใหก้ าลงั ใจแก่ศิษย์ และ

ผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ที่โดยเสมอหนา้
4) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสัยที่ถูกตอ้ งดีงามแก่

ศิษย์ และผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ท่ีอยา่ ง เตม็ ความสามารถ ดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
5) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ท้งั ทางกาย วาจา และจิตใจ
6) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งไมก่ ระทาตนเป็นปฏิปักษต์ ่อความเจริญทางกาย สติปัญญา

จิตใจ อารมณ์ และสงั คมของศิษย์ และผรู้ ับบริการ
7) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและ เสมอภาคโดยไม่เรียกรับหรือ

ยอมรับผล ประโยชน์จากการใชต้ าแหน่งหนา้ ท่ีโดยมิชอบ
จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวชิ าชีพ

8) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา พงึ ช่วยเหลือเก้ือกลู ซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์ โดยยดึ มน่ั ใน
ระบบคุณธรรม สร้างความสามคั คีในหมู่คณะ
จรรยาบรรณต่อสังคม

9) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา พึงประพฤติปฏิบตั ิตนเป็ นผนู้ าในการอนุรักษแ์ ละพฒั นาเศรษฐกิจ
สังคม ศาสนา ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปัญญา ส่ิงแวดลอ้ ม รักษาผลประโยชนข์ อง ส่วนรวม และยดึ มนั่ ในการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข

21

6.จรรยาบรรณวชิ าชีพครู 2556 เรียกว่า ระเบียบคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณวชิ าชีพครู พ.ศ. 2556 มีรายละเอยี ด
ดังนี้

ขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยจรรยาบรรณของวชิ าชีพ พ.ศ. 2556 ถึงปัจจุบนั คือ
จรรยาบรรณวชิ าชีพครูมี 5 ดา้ น 9 ขอ้
จรรยาบรรณต่อตนเอง

ขอ้ ที่ 1 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งมีวินยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชีพ บุคลิกภาพ และ
วสิ ัยทศั น์ ใหท้ นั ต่อการพฒั นาทางวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สงั คม และการเมืองอยเู่ สมอ

จรรยาบรรณต่อวชิ าชีพ
ขอ้ ท่ี 2 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก ศรัทธา ซื่อสัตยส์ ุจริต รับผดิ ชอบต่อวชิ าชีพ

และเป็นสมาชิกที่ดีขององคก์ รวชิ าชีพ
จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ

ขอ้ ท่ี 3 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมใหก้ าลงั ใจแก่ศิษย์
และผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ที่โดยเสมอหนา้

ขอ้ ท่ี 4 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสยั ท่ีถูกตอ้ งดีงามแก่
ศิษย์ และผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ที่อยา่ งเตม็ ความสามารถ ดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ

ขอ้ ท่ี 5 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ท้งั ทางกายวาจา และ
จิตใจ

ขอ้ ท่ี 6 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งไม่กระทาตนเป็นปฏิปักษต์ อ่ ความเจริญทางกายสติปัญญา
จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ และผรู้ ับบริการ

ขอ้ ที่ 7 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและเสมอภาค โดยไมเ่ รียกรับ
หรือยอมรับผลประโยชน์จากการใชต้ าแหน่งหนา้ ท่ีโดยมิชอบ
จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวชิ าชีพ

ขอ้ ที่ 8 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา พงึ ช่วยเหลือเก้ือกูลซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์ โดยยดึ มนั่ ใน
ระบบคุณธรรม สร้างความสามคั คีในหมู่คณะ
จรรยาบรรณต่อสังคม

ขอ้ ที่ 9 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา พงึ ประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ าในการอนุรักษแ์ ละพฒั นา
เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดลอ้ ม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยดึ มน่ั ใน
การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข

22

มาตรฐานวชิ าชีพครู ฉบบั ปี 2562

ขอ้ กาหนดเกี่ยวกบั คุณลกั ษณะ และคุณภาพท่ีพงึ ประสงคใ์ นการประกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ซ่ึงผู้
ประกอบวชิ าชีพทางการศึกษาตอ้ งประพฤติปฏิบตั ิตาม เพ่ือใหเ้ กิดคุณภาพในการประกอบวชิ าชีพ สามารถสร้าง
ความเช่ือมน่ั

ศรัทธาใหแ้ ก่ผรู้ ับบริการจากวชิ าชีพไดว้ า่ เป็นบริการที่มีคุณภาพ ตอบสังคมไดว้ า่ การที่กฎหมายให้
ความสาคญั กบั วชิ าชีพทางการศึกษา และกาหนดใหเ้ ป็นวชิ าชีพควบคุม น้นั เนื่องจากเป็นวชิ าชีพที่มี
ลกั ษณะเฉพาะ ตอ้ งใชค้ วามรู้ทกั ษะ และความเช่ียวชาญในการประกอบวชิ าชีพ ตามพระราชบญั ญตั ิสภาครูและ
บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 49 กาหนดใหม้ ีมาตรฐานวชิ าชีพ 3 ดา้ น ประกอบดว้ ย

มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วชิ าชีพ
1. การเปล่ียนแปลงบริบทของโลก สังคม และแนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1.1 สาระความรู้
(1) การเปลี่ยนแปลงบริบทของโลกและสงั คม
(2) แนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
1.2 สมรรถนะ
(1) รอบรู้บริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม ท้งั ภายใน และ

ภายนอกประเทศ ท่ีส่งผลกระทบต่อการศึกษา
(2) ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการจดั การ

เรียนรู้ใหก้ บั ผเู้ รียนได้
2. จิตวทิ ยาพฒั นาการ จิตวทิ ยาการศึกษา และจิตวทิ ยาใหค้ าปรึกษาในการ วเิ คราะห์ และพฒั นาผเู้ รียน

ตามศกั ยภาพ
2.1 สาระความรู้

จิตวทิ ยาเพื่อการวเิ คราะห์ และพฒั นาผเู้ รียนตามศกั ยภาพ ครอบคลุม
(1) จิตวทิ ยาพฒั นาการ

23

(2) จิตวทิ ยาการศึกษา
(3) จิตวทิ ยาใหค้ าปรึกษา
2.2 สมรรถนะ
(1) เขา้ ใจธรรมชาติของผเู้ รียน
(2) ช่วยเหลือและสนบั สนุนการเรียนรู้ของผเู้ รียนใหเ้ ตม็ ตาม ศกั ยภาพได้
(3) ใหค้ าแนะนาช่วยเหลือผูเ้ รียนใหม้ ีคุณภาพชีวติ ท่ีดีข้ึนได้
3. เน้ือหาวชิ าที่สอน หลกั สูตร ศาสตร์การสอน และเทคโนโลยดี ิจิทลั ในการจดั การเรียนรู้
3.1 สาระความรู้
(1) เน้ือหาวชิ าเอก
(2) หลกั สูตร
(3) ศาสตร์การสอน
(4) เทคโนโลยดี ิจิทลั ในการจดั การเรียนรู้
3.2 สมรรถนะ
(1) รอบรู้ในเน้ือหาของสาขาวชิ าเอกท่ีสอน และบูรณาการ องคค์ วามรู้ในวชิ าเอก
สาหรับการเรียนการสอนได้
(2) วเิ คราะห์ จดั ทา ใช้ ประเมิน และพฒั นาหลกั สูตรของสถานศึกษาได้
(3) จดั ทาแผนการเรียนรู้ และนาแผนการเรียนรู้ไปสู่การปฏิบตั ิ ใหเ้ กิดผลจริงไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสมกบั ผเู้ รียน
(4) บริหารจดั การช้นั เรียนใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรียนรู้ได้
(5) ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การสื่อสารได้
(6) แสวงหาแหล่งเรียนรู้ท่ีหลากหลายใหแ้ ก่ผเู้ รียนได้
(7) ประยกุ ตใ์ ช้ หรือพฒั นาสื่อ และนวตั กรรมเพ่ือการเรียนรู้ของผเู้ รียนได้
4. การวดั ประเมินผลการเรียนรู้ และการวิจยั เพ่อื แกป้ ัญหา และพฒั นา ผเู้ รียน
4.1 สาระความรู้
(1) การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
(2) การวจิ ยั เพื่อแกป้ ัญหาและพฒั นาผเู้ รียน

24

4.2 สมรรถนะ
(1) วดั และประเมินผลการเรียนรู้ของผเู้ รียน และนาผลการ

ประเมินไปใชใ้ นการพฒั นาผเู้ รียนได้
(2) เลือกใชผ้ ลการวิจยั ไปใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ได้
(3) ทาวจิ ยั เพื่อพฒั นาการเรียนการสอน และพฒั นาผเู้ รียนได้

5. การใชภ้ าษาไทย ภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสาร และการใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั เพ่ือการศึกษา
5.1 สาระความรู้
(1) การใชภ้ าษาไทยเพอ่ื การส่ือสาร
(2) การใชภ้ าษาองั กฤษเพือ่ การส่ือสาร
(3) การใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั เพ่อื การศึกษา

5.2 สมรรถนะ
ใชท้ กั ษะการฟัง การพดู การอ่าน และการเขียนภาษาไทย และ ภาษาองั กฤษ

เพ่ือการส่ือความหมายไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งในการเรียนการสอน หรือที่เกี่ยวขอ้ งกบั วชิ าชีพครู และ
การใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั เพื่อการศึกษา
6. การออกแบบ และการดาเนินการเกี่ยวกบั งานประกนั คุณภาพการศึกษา

6.1 สาระความรู้
- การประกนั คุณภาพการศึกษา

6.2 สมรรถนะ
- จดั การคุณภาพ พฒั นา และประเมินคุณภาพการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้

มาตรฐานการปฏิบัตงิ าน
(ข) มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ
ผา่ นการปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษาตามหลกั สูตรปริญญาทางการศึกษา เป็นเวลาไมน่ อ้ ย

กวา่ 1 ปี และผา่ นเกณฑก์ ารประเมินปฏิบตั ิการสอนตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และ เง่ือนไขที่คณะกรรมการคุรุสภา

25

กาหนด ดงั น้ี
(1) การฝึกประสบการณ์วชิ าชีพระหวา่ งเรียน
(2) การปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษาในสาขาวชิ าเฉพาะ

สาระการฝึกประสบการณ์วชิ าชีพระหวา่ งเรียน และการปฏิบตั ิการสอน ในสถานศึกษาในสาขาวชิ า
เฉพาะ และสมรรถนะ ประกอบดว้ ย
1. การปฏิบตั ิตามมาตรฐานการปฏิบตั ิงานของผปู้ ระกอบวิชาชีพครู

1.1 สาระการฝึกประสบการณ์วชิ าชีพ และการปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา
(1) การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีครู
(2) การจดั การเรียนรู้
(3) ความสัมพนั ธ์กบั ผปู้ กครองและชุมชน

1.2 สมรรถนะ
1.2.1 การปฏิบตั ิหนา้ ที่ครู
(1) มุง่ มนั่ พฒั นาผเู้ รียนดว้ ยจิตวญิ ญาณความเป็นครู
(2) ส่งเสริมการเรียน เอาใจใส่ และยอมรับความแตกตา่ ง ของผเู้ รียนแตล่ ะบุคคล
(3) สร้างแรงบนั ดาลใจผเู้ รียนใหเ้ ป็นผใู้ ฝ่ เรียนรู้ และ ผสู้ ร้างนวตั กรรม
(4) พฒั นาตนเองใหม้ ีความรอบรู้ ประพฤติตนเป็น แบบอยา่ งท่ีดี มีคุณธรรมจริยธรรม

และเป็ นพลเมืองดี
1.2.2 การจดั การเรียนรู้
(1) การมีส่วนร่วมในการพฒั นาและส่งเสริมหลกั สูตรสถานศึกษา
(2) การจดั ทาแผนการสอนและจดั การเรียนการสอนท่ีเนน้
การพฒั นาผเู้ รียนตามความถนดั และความสนใจ ใหม้ ีปัญญารู้คิด มีความเป็นนวตั กร และมี

ความสุข
ในการเรียน
(3) ดูแล ช่วยเหลือ พฒั นา และรายงานผลการพฒั นา ผเู้ รียนเป็นรายบุคคลอยา่ งเป็น

ระบบ

26

(4) วจิ ยั สร้างนวตั กรรม และประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี ใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ การเรียนรู้
ของผเู้ รียน

(5) ทางานเป็นทีมอยา่ งสร้างสรรค์ และร่วมกิจกรรม พฒั นาวชิ าชีพ
(6) สื่อ และการวดั การประเมินผลการเรียนรู้
(7) การบูรณาการความรู้และศาสตร์การสอน
(8) การจดั กิจกรรมเพ่ือสร้างบรรยากาศการเรียนรู้
1.2.3 ความสัมพนั ธ์กบั ผปู้ กครองและชุมชน
(1) ร่วมมือกบั ผปู้ กครองในการพฒั นา และแกป้ ัญหาผเู้ รียนใหม้ ีคุณลกั ษณะท่ีพงึ
ประสงค์
(2) สร้างเครือข่ายความร่วมมือกบั ผปู้ กครองและชุมชน เพื่อสนบั สนุนการเรียนรู้ท่ีมี
คุณภาพของผเู้ รียน
(3) ศึกษา เขา้ ถึงบริบทของชุมชน และสามารถอยรู่ ่วมกนั บนพ้ืนฐานความแตกตา่ ง
ทางวฒั นธรรม
(4) ส่งเสริม อนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน

มาตรฐานการปฏิบัตติ น
จรรยาบรรณของวชิ าชีพท่ีกาหนดข้ึนเป็นแบบแผนในการประพฤติปฏิบตั ิตน ซ่ึงผปู้ ระกอบวชิ าชีพ

ทางการศึกษา รวมท้งั ผตู้ อ้ งการประกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งยดึ ถือปฏิบตั ิตาม เพ่ือรักษาและส่งเสริมเกียรติ
คุณชื่อเสียง และฐานะของผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ใหเ้ ป็นที่เช่ือถือศรัทธาแก่ผรู้ ับบริการและสงั คม อนั
จะนามาซ่ึงเกียรติ และศกั ด์ิศรีแห่งวชิ าชีพ”

1) จรรยาบรรณต่อตนเอง
ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งมีวนิ ยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชีพ บุคลิกภาพ และวสิ ยั ทศั น์ ใหท้ นั
ตอ่ การพฒั นาทางวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สงั คมและการเมืองอยเู่ สมอ

27

(2) จรรยาบรรณต่อวชิ าชีพ
- ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก ศรัทธา ซ่ือสตั ยส์ ุจริต และรับผิดชอบตอ่ วชิ าชีพ เป็นสมาชิกท่ีดีของ
องคก์ รวชิ าชีพ

3) จรรยาบรรณต่อผูร้ ับบริการ
– ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ใหก้ าลงั ใจแก่ศิษย์ และ
ผรู้ ับบริการตามบทบาทหนา้ ท่ีโดยเสมอหนา้
– ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสัยท่ีถูกตอ้ งดีงามแกศิษยแ์ ละ
ผรู้ ับบริการ ตามหนา้ ท่ีอยา่ งเตม็ ความสามารถดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ

(4) จรรยาบรรณต่อผูร้ ่วมประกอบวชิ าชีพ
- ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษาพงึ ช่วยเหลือเก้ือกลู ซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์ โดยยดึ มน่ั ในระบบคุณธรรม
สร้างความสามคั คีในหมู่คณะ

(5) จรรยาบรรณต่อสงั คม
- ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา พงึ ประพฤติปฏิบตั ิตน เป็นผนู้ าในการอนุรักษ์ และพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม
ศาสนา ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดลอ้ มรักษาผลประโยชน์ ของส่วนรวมและยดึ มนั่ ในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข

28

ข้อบงั คับคุรุสภาว่าด้วยแบบแผนพฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพ พ.ศ. 2550
ส่วนที่ 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง

ครูตอ้ งมีวนิ ยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชีพ บุคลิกภาพและวสิ ัยทศั น์ใหท้ นั ต่อการพฒั นาทาง
วทิ ยาการ เศรษฐกิจ สงั คม และการเมืองอยเู่ สมอ โดยตอ้ งประพฤติและละเวน้ การประพฤติตามแบบแผน
พฤติกรรม ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
(ก) พฤติกรรมทพ่ี งึ ประสงค์
1. ประพฤติตนเหมาะสมกบั สถานภาพและเป็นแบบอยา่ งท่ีดี
2. ประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งที่ดีในการดาเนินชีวิตตามประเพณี และวฒั นธรรมไทย
3. ปฏิบตั ิงานตามหนา้ ที่ท่ีไดร้ ับมอบหมายใหส้ าเร็จอยา่ งมีคุณภาพ ตามเป้าหมายท่ีกาหนด
4. ศึกษา หาความรู้ วางแผนพฒั นาตนเอง พฒั นางาน และสะสมผลงานอยา่ งสม่าเสมอ
5. คน้ ควา้ แสวงหา และนาเทคนิคดา้ นวชิ าชีพที่พฒั นาและกา้ วหนา้ เป็นท่ียอมรับมาใชแ้ ก่ศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการให้
เกิดผลสัมฤทธ์ิท่ีพึงประสงค์
(ข) พฤติกรรมทไี่ ม่พงึ ประสงค์
1. เก่ียวขอ้ งกบั อบายมุขหรือเสพส่ิงเสพติดจนขาดสติหรือแสดงกิริยาไมส่ ุภาพเป็นที่น่ารังเกียจในสังคม
2. ประพฤติผดิ ทางชูส้ าวหรือมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ
3. ขาดความรับผิดชอบ ความกระตือรือร้น ความเอาใจใส่ จนเกิดความเสียหายในการปฏิบตั ิงานตามหนา้ ที่
4. ไม่รับรู้หรือไม่แสวงหาความรู้ใหม่ๆ ในการจดั การเรียนรู้ และการปฏิบตั ิหนา้ ที่
5. ขดั ขวางการพฒั นาองคก์ ารจนเกิดผลเสียหาย
ส่วนที่ 2 จรรยาบรรณต่อวชิ าชีพ

ครูตอ้ งรัก ศรัทธา ซ่ือสตั ยส์ ุจริต รับผดิ ชอบต่อวชิ าชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององคก์ รวชิ าชีพ โดยตอ้ ง
ประพฤติและละเวน้ การประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรม ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
(ก) พฤติกรรมทพี่ งึ ประสงค์
1. แสดงความชื่นชมและศรัทธาในคุณคา่ ของวชิ าชีพ
2. รักษาชื่อเสียงและปกป้องศกั ด์ิศรีแห่งวชิ าชีพ
3. ยกยอ่ งและเชิดชูเกียรติผมู้ ีผลงานในวชิ าชีพใหส้ าธารณชนรับรู้
4. อุทิศตนเพ่ือความกา้ วหนา้ ของวชิ าชีพ
5. ปฏิบตั ิหนา้ ที่ดว้ ยความรับผดิ ชอบ ซื่อสตั ยส์ ุจริตตามกฎ ระเบียบ และแบบแผนของทางราชการ
6. เลือกใชห้ ลกั วชิ าที่ถูกตอ้ ง สร้างสรรคเ์ ทคนิค วธิ ีการใหม่ๆ เพ่ือพฒั นาวชิ าชีพ

29

7. ใชอ้ งคค์ วามรู้หลากหลายในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ี และแลกเปล่ียนเรียนรู้กบั สมาชิกในองคก์ าร
8. เขา้ ร่วมกิจกรรมของวชิ าชีพหรือองคก์ รวชิ าชีพอยา่ งสร้างสรรค์
(ข) พฤตกิ รรมทไี่ ม่พงึ ประสงค์
1. ไมแ่ สดงความภาคภูมิใจในการประกอบวชิ าชีพ
2. ดูหม่ิน เหยยี ดหยาม ใหร้ ้ายผรู้ ่วมประกอบวชิ าชีพ ศาสตร์ในวชิ าชีพ หรือองคก์ รวชิ าชีพ
3. ประกอบการงานอ่ืนท่ีไม่เหมาะสมกบั การเป็นผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา
4. ไม่ซื่อสตั ยส์ ุจริต ไม่รับผดิ ชอบ หรือไมป่ ฏิบตั ิตามกฎ ระเบียบ หรือแบบแผนของทางราชการจนก่อใหเ้ กิด
ความเสียหาย
5. คดั ลอกหรือนาผลงานของผอู้ ่ืนมาเป็ นของตน
6. ใชห้ ลกั วชิ าการที่ไม่ถูกตอ้ งในการปฏิบตั ิวชิ าชีพ ส่งผลใหศ้ ิษยห์ รือผรู้ ับบริการเกิดความเสียหาย
7. ใชค้ วามรู้ทางวชิ าการ วิชาชีพ หรืออาศยั องคก์ รวชิ าชีพแสวงหาประโยชน์เพ่อื ตนเองหรือผอู้ ่ืนโดยมิชอบ
ส่วนที่ 3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ

ครูตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมใหก้ าลงั ใจแก่ศิษย์ และผรู้ ับบริการตามบทบาทหนา้ ท่ีโดย
เสมอหนา้ ครูตอ้ งส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสัย ที่ถูกตอ้ งดีงามแก่ศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการตามบทบาท
หนา้ ท่ีอยา่ งเตม็ ความสามารถดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ ครูตอ้ งประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ท้งั ทางกาย วาจา
และจิตใจ ครูตอ้ งไมก่ ระทาตนเป็นปฏิปักษต์ อ่ ความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์
และผรู้ ับบริการ และครูตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและเสมอภาค โดยไมเ่ รียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์
จากการใชต้ าแหน่งหนา้ ท่ีโดยมิชอบโดยตอ้ งประพฤติและละเวน้ การประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรมดงั
ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
(ก) พฤติกรรมทพี่ งึ ประสงค์
1. ใหค้ าปรึกษา ช่วยเหลือศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการดว้ ยความเมตตากรุณาอยา่ งเตม็ กาลงั ความสามารถและเสมอภาค
2. สนบั สนุนการดาเนินงานเพอื่ ปกป้องสิทธิเด็ก เยาวชน และผดู้ อ้ ยโอกาส
3. ต้งั ใจ เสียสละ และอุทิศตนในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ี เพ่อื ใหศ้ ิษยแ์ ละผรู้ ับบริการไดร้ ับการพฒั นาตามความสามารถ
ความถนดั และความสนใจของแตล่ ะบุคคล
4. ส่งเสริมใหศ้ ิษยแ์ ละผรู้ ับบริการสามารถแสวงหาความรู้ไดด้ ว้ ยตนเองจากสื่ออุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้อยา่ ง
หลากหลาย
5. ใหศ้ ิษยแ์ ละผรู้ ับบริการ มีส่วนร่วมวางแผนการเรียนรู้ และเลือกวธิ ีการปฏิบตั ิที่เหมาะสมกบั ตนเอง
6. เสริมสร้างความภาคภูมิใจใหแ้ ก่ศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการดว้ ยการรับฟังความคิดเห็นยกยอ่ ง ชมเชย และใหก้ าลงั ใจ
อยา่ งกลั ยาณมิตร

30

(ข) พฤตกิ รรมทไี่ ม่พงึ ประสงค์
1. ลงโทษศิษยอ์ ยา่ งไมเ่ หมาะสม
2. ไมใ่ ส่ใจหรือไม่รับรู้ปัญหาของศิษยห์ รือผรู้ ับบริการ จนเกิดผลเสียหายตอ่ ศิษยห์ รือผรู้ ับบริการ
3. ดูหม่ินเหยยี ดหยามศิษยห์ รือผรู้ ับบริการ
4. เปิ ดเผยความลบั ของศิษยห์ รือผรู้ ับบริการ เป็ นผลใหไ้ ดร้ ับความอบั อายหรือเส่ือมเสียช่ือเสียง
5. จูงใจ โนม้ นา้ ว ยยุ งส่งเสริมใหศ้ ิษยห์ รือผรู้ ับบริการปฏิบตั ิขดั ต่อศีลธรรมหรือกฎระเบียบ
6. ชกั ชวน ใช้ จา้ ง วานศิษยห์ รือผรู้ ับบริการใหจ้ ดั ซ้ือ จดั หาส่ิงเสพติด หรือเขา้ ไปเกี่ยวขอ้ งกบั อบายมุข
7. เรียกร้องผลตอบแทนจากศิษยห์ รือผรู้ ับบริการในงานตามหนา้ ที่ที่ตอ้ งใหบ้ ริการ
ส่วนท่ี 4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวชิ าชีพ

ครูพึงช่วยเหลือเก้ือกลู ซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์ โดยยดึ มนั่ ในระบบคุณธรรมสร้างความสามคั คีใน
หมู่คณะ โดยพงึ ประพฤติและละเวน้ การประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรมดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
(ก) พฤติกรรมทพี่ งึ ประสงค์
1. เสียสละ เอ้ืออาทร และใหค้ วามช่วยเหลือผรู้ ่วมประกอบวชิ าชีพ
2. มีความรัก ความสามคั คี และร่วมใจกนั ผนึกกาลงั ในการพฒั นาการศึกษา
(ข) พฤตกิ รรมทไ่ี ม่พงึ ประสงค์
1. ปิ ดบงั ขอ้ มูลขา่ วสารในการปฏิบตั ิงาน จนทาใหเ้ กิดความเสียหายต่องานหรือผรู้ ่วมประกอบวชิ าชีพ
2. ปฏิเสธความรับผดิ ชอบ โดยตาหนิ ใหร้ ้ายผอู้ ื่นในความบกพร่องท่ีเกิดข้ึน
3. สร้างกลุ่มอิทธิพลภายในองคก์ ารหรือกลนั่ แกลง้ ผรู้ ่วมประกอบวชิ าชีพใหเ้ กิดความเสียหาย
4. เจตนาใหข้ อ้ มูลเท็จทาใหเ้ กิดความเขา้ ใจผดิ หรือเกิดความเสียหายตอ่ ผรู้ ่วมประกอบวชิ าชีพ
5. วพิ ากษ์ วจิ ารณ์ผรู้ ่วมประกอบวชิ าชีพในเร่ืองท่ีก่อใหเ้ กิดความเสียหายหรือแตกความสามคั คี
ส่วนที่ 5 จรรยาบรรณต่อสังคม

ครูพึงประพฤติปฏิบตั ิตนเป็ นผนู้ าในการอนุรักษแ์ ละพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวฒั นธรรม ภูมิ
ปัญญาสิ่งแวดลอ้ มรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและยดึ มนั่ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระ
มหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข โดยพงึ ประพฤติและละเวน้ การประพฤติตามแบบแผนพฤติกรรมดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
(ก) พฤติกรรมทพี่ งึ ประสงค์
1. ยดึ มน่ั สนบั สนุน และส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็ นประมุข
2. นาภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นและศิลปวฒั นธรรมมาเป็นปัจจยั ในการจดั การศึกษาใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
3. จดั กิจกรรมส่งเสริมใหศ้ ิษยเ์ กิดการเรียนรู้และสามารถดาเนินชีวติ ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง

31

4. เป็นผนู้ าในการวางแผนและดาเนินการเพื่ออนุรักษส์ ่ิงแวดลอ้ มพฒั นาเศรษฐกิจภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน และ
ศิลปวฒั นธรรม
(ข) พฤติกรรมทไ่ี ม่พงึ ประสงค์
1. ไม่ใหค้ วามร่วมมือหรือสนบั สนุนกิจกรรมของชุมชนท่ีจดั เพือ่ ประโยชน์ต่อการศึกษาท้งั ทางตรงหรือทางออ้ ม
2. ไม่แสดงความเป็นผูน้ าในการอนุรักษห์ รือพฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม ศาสนาศิลปวฒั นธรรม ภูมิปัญญาหรือ
สิ่งแวดลอ้ ม
3. ไม่ประพฤติตนเป็ นแบบอยา่ งท่ีดีในการอนุรักษห์ รือพฒั นาสิ่งแวดลอ้ ม
4. ปฏิบตั ิตนเป็ นปฏิปักษต์ ่อวฒั นธรรมอนั ดีงามของชุมชนหรือสงั คม

32

บรรณนุกรม

Hrnote Thailand. (2562). การศึกษา (Education) สาคญั อยา่ งไรกบั การพฒั นาทรัพยากรมนุษย.์ สืบคน้
จาก https://th.hrnote.asia/orgdevelopment/190625-education-for-hrd

บทบาท หนา้ ท่ีและความรับผดิ ชอบตามรูปคา สืบคน้ จาก “TEACHERS” | beesarunchana
(wordpress.com)


Click to View FlipBook Version