The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-book สามัคคีเภทคำฉันท์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 27 pawarisa, 2023-07-16 05:53:03

สามัคคีเภทคำฉันท์

E-book สามัคคีเภทคำฉันท์

สามัคคีเภทคำ ฉันท์


สามัคคีเภทคำ ฉันท์ ผู้จัดทำ นายธงชัย สุขสำ ราญบานใจ เลขที่10 นางสาวนวพร ยาตรา เลขที่25 นางสาวภวริศา บุญช่วย เลขที่27 นางสาวสุพัฒทรา องวารัมย์ เลขที่32 นงาสาวสุวนันท์ คำ สมศรี เลขที่33 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖.๕ เสนอ นางณัฐยา อาจมังกร รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาภาษาไทย ๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ ๖ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม


หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ [E-BOOOK) เล่มนี้จัดทำ ขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ รายวิชาภาษาไทย [33101] ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 โดยกลุ่มของพวกเราได้จัดทํา เกี่ยวกับวรรณคดีไทยเรื่อง สามัคคีเภทคําฉันท์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อศึกษา ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง ทั้งประวัติความเป็นมาขอวเนื้อเรื่อง ประวะ วัติของผู้เเต่ง จุดประสงค์ในการเเต่ง นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์คุณค่า วรรณคดีด้านต่างๆ เพื่อศึกษาลักษณะเเละฉันทลักษณ์ของบทประพันธ์ต่างๆ กลวิธีในการเเต่ง ความสละสลวยของภาษา ซึ่งก่อให้เกิดคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ให้พิจารณา เเละมีข้อคิดคติเตือนใจให้สามารถนําไปใช้ในชีวิตประจำ วัน คณะผู้จัดทําหวังไว้เป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะเป็น ประโยชน์กับผู้อ่าน นักเรียน นักศึกษา เเละรวมถึงผู้ที่มีความสนใจที่จะศึกษา วรรณคดีเรื่อง สามัคคีเภทคําฉันท์ หากมีข้อผิดพลาดประการใดที่มีในหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ คณะผู้จัดทําขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ คณะผู้จัดทํา คํานํา


สารบัญ คํานํา ก ประวัติผู้เเต่ง ๑ จุดประสงค์ในการเเต่ง ๒ ความเป็นมาของเรื่อง ๓ ลักษณะคําประพันธ์ ๔ ข้อบังคับของคําประพันธ์ประเภทฉันท์ ๕ ข้อบังคับของคําประพันธ์ประเภทฉันท์ ๖ เรื่ิองย่อก่อนบทเรียน ๗ ถอดคำ ประพันธ์ ๘ อธิบายคําศัพท์ยาก ๙ คุณค่าวรรณคดี ๑๐ บรรณานุกรม ๑๑


นามผู้เเต่ง : นายชิต บุรทัต นามสกุลเดิม : ชวางกูร เป็นบุตรของ: นายชูกับนางปริก วันเกิด: 6กันยายน พ.ศ. 2435 เรียนชั้นประถมศึกษา: โรงเรียนวัดราชบพิธ เรียนชั้นมัธยมศึกษา: โรงเรียนบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าเป็นผู้อุปัชฌาย์ (2 พรรษา) เริ่มทํางานในกรมตำ รวจ เเล้วลาออกไปเป็นครูที่วัดจันทร์ จ.สุพรรณบุรี บรรพชาเป็นสามเณรครั้งที่ ๒ (พ.ศ. 2453) ณ วัดเทพศิรินทราวาส โดยมีผู้ เป็นศิษย์เเละเลขานุการของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ในช่วงนี้ ชิต บุรทัต เริ่มส่งกวีนิพจธ์ไปลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ประตูใหม่ จนได้ รับรางวัลและชื่อเสียง อีกทั้งยังได้รับนิมนต์ตรวจกวีนิพนธ์ของผู้อื่นด้วย เมื่อท่าน อายุครบอุปสมบท สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโครส จึงทรง ให้อุปสมบท ต่อมาได้ลาสิกขา ทํางานกับหนังสือพิมพ์ต่างๆ: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย หนังสือพิมพ์ศรีกรุง หนังสือพิมพ์ไทยหนุ่ม ผลงานจำ นวนมาก : สามัคคีเภทคําฉันท์ ลิลิตสุภาพธนุคคหะบัณทิต ฉันทร์ราชสดุดีเเละอนุสาวรียกถา นิราศเเมวคราว เพชรทนต์ นามปากกาหลากหลาย: เอกชน เเมวคราว เจ้าเงาะ ผลงานเป็นที่พอพระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานนามสกุล: บุรทัต ถึงเเก่กรรมด้วยโรค: โรคลําไส้พิการ ถึงเเก่กรรมเมื่อ: 27 เมษายน พ.ศ. 2484 รวมอายุได้ 49 ปี ประวัติผู้เเต่ง


มุ่งเเสดงให้เห็นโทษของการแตกแยกก็ความสำ คัญของสามัคคี การรวมเป็นหมู่คณะ เป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกัน สามัคคีเภทคําฉันท์จึงถือว่า เป็นวรรณคดีที่มีเนื้อหาเป็นคติสอนใจ ให้รักษาบ้านเมืองให้เป็นปึกเเผ่น เเละนอกจากนี้ยังเพื่อเเสดงความสามารถในเชิงกวี ให้เป็นที่ปรากฏ เเละ เป็นพิทยาภรณ์ประดับบ้านเมือง ในสมัยรัชกาลที่6 เกิดวิกฤตการณ์ ทั้งภายในเเละนอกประเทศ เช่น เกิดสงครามโลก ครั้งที่1 เกิดกบฏ ร.ศ. 130 ประกอบกับการที่ คนไทยได้รับการศึกษามากขึ้น จึงทําให้เเนวคิด เกี่ยวกับกิจการบ้านเมืองหลากหลายทเเละทําให้มี ผลกระทบต่อความมั่นคงในบ้านเมือง ช่วงนั้นจึงมี ความนิยมในการเเต่งวรรณคดีปลุกใจให้รักชาติ นายชิต บุรทัต จึงได้เเต่งเรื่องสามัคคีเภทคําฉันท์ ในปี พ.ศ.2457 ซึ่งมาจากหนังสือธรรมจักษุ เรียบเรียงโดย สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวง วชิรญาณวงศ์ โดยนํามมจากมหาปรินิพพานสูตร อรรถกถา สุมังคลวิลาสินี ทีฆนิกาย มหาวรรค ความเป็นมาของเรื่อง จุดประสงค์ในการเเต่ง


ลักษณะคำ ประพันธ์ เเต่งด้วยคำ ประพันธ์ประเภทคําฉันท์ ๑๘ ชนิด เเละกาพย์ ๒ ชนิด ๑. สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙ : เป็นฉันท์ที่มีลีลาการอ่านสง่างาม เคร่งขรึม มีอำ นาจดุจเสือผยอง ใช้ แต่งสำ หรับบทไหว้ครู บทสดุดี ยอพระเกียรติ ๒. วสันตดิลกฉันท์ ๑๔ : เป็นฉันท์ที่มีลีลาไพเราะ งดงาม เยือกเย็นดุจเม็ดฝน ใช้สำ หรับบรรยายหรือ พรรณนาชื่นชมสิ่งที่สวยงาม ๓. อุปชาติฉันท์ ๑๑ : นิยมแต่งสำ หรับบทเจรจาหรือบรรยายความเรียบๆ ๔. อีทิสังฉันท์ ๒๑ :เป็นฉันท์ที่มีจังหวะกระแทกกระทั้น เกรี้ยวกราด โกรธแค้น และอารมณ์รุนแรง เช่น รักมาก โกรธมาก ตื่นเต้น คึกคะนอง หรือพรรณนาความสับสน ๕. อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ : เป็นฉันท์ที่มีลีลาสวยงามดุจสายฟ้าพระอินทร์ มีลีลาอ่อนหวาน ใช้ บรรยายความหรือพรรณนาเพื่อโน้มน้าวใจให้อ่อนโยน เมตตาสงสาร เอ็นดู ให้อารมณ์เหงาและ เศร้า ๖. วิชชุมมาลาฉันท์ ๘: หมายถึง ระเบียบแห่งสายฟ้า เป็นฉันท์ที่ใช้ในการบรรยายความ ๗. อินทรวงศ์ฉันท์ ๑๒ : เป็นฉันท์ที่มีลีลาตอนท้ายไม่ราบเรียบคล้ายกลบทสะบัดสะบิ้ง ใช้ในการบรรยาย ความหรือพรรณนาความ ๘. วังสัฏฐฉันท์ ๑๒ :เป็นฉันท์ที่มีสำ เนียงอันไพเราะเหมือนเสียงปี่ ๙. มาลินีฉันท์ ๑๕: เป็นฉันท์ที่ใช้ในการแต่งกลบทหรือบรรยายความที่เคร่งขรึม เป็นสง่า ๑๐. ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒: เป็นฉันท์ที่มีลีลางามสง่าดุจงูเลื้อย นิยมใช้แต่งบทที่ดำ เนินเรื่องอย่าง รวดเร็วและคึกคัก


๑๑. มาณวกฉันท์ ๘ เป็นฉันท์ที่มีลีลาผาดโผน สนุกสนาน ร่าเริง และตื่นเต้นดุจชายหนุ่ม ๑๒. อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ เป็นฉันท์ที่มีความไพเราะใช้ในการบรรยายบทเรียบๆ ๑๓. สัทธราฉันท์ ๒๑มีความหมายว่า ฉันท์ยังความเลื่อมใสให้เกิดแก่ผู้ฟัง จึงเหมาะเป็นฉันท์ที่ใช้ สำ หรับแต่งคำ นมัสการ อธิษฐาน ยอพระเกียรติ หรืออัญเชิญเทวดา ใช้แต่งบทสั้นๆ ๑๔. สาลินีฉันท์ ๑๑ เป็นบทที่มีคำ ครุมาก ใช้บรรยายบทที่เป็นเนื้อหาสาระเรียบๆ ๑๕. อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑ เป็นฉันท์ที่เหมาะสำ หรับใช้บรรยายบทเรียบๆ แต่ไม่ใคร่มีคนนิยมแต่งมากนัก ๑๖. โตฏกฉันท์ ๑๒ เป็นฉันท์ที่มีลีลาสะบัดสะบิ้งเหมือนประตักแทงโค ใช้แต่งกับบทที่แสดงความโกรธ เคือง ร้อนรน หรือสนุกสนาน คึกคะนอง ตื่นเต้น และเร้าใจ ๑๗. กมลฉันท์ ๑๒ หมายถึง ฉันที่มีความไพเราะเหมือนดังดอกบัว ใช้กับบทที่มีความตื่นเต้นเล็กน้อยและ ใช้บรรยายเรื่อง ๑๘. จิตรปทาฉันท์ ๘ เป็นฉันท์ที่เหมาะสำ หรับบทที่น่ากลัว เอะอะ เกรี้ยวกราด ตื่นเต้นตกใจและกลัว ๑๙. สุรางคนางค์ฉันท์ ๒๘ มีลักษณะการแต่งคล้ายกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ แต่ต่างกันที่มีข้อบังคับ ครุ ลหุ เพิ่มขึ้นมา ทำ ให้เกิดความไพเราะมากยิ่งขึ้น เหมาะสำ หรับข้อความที่คึกคักสนุกสนาน โลดโผน ตื่นเต้น ๒๐. กาพย์ฉบัง ๑๖เป็นกาพย์ที่มีลีลาสง่างาม ใช้สำ หรับบรรยายความงามหรือดำ เนินเรื่องอย่างรวดเร็ว เรื่องย่อ


ข้อบังคับของคำ ประพันธ์ประเภทฉันท์ ข้อบังคับของคำ ประพันธ์ประเภทฉันท์มี๓ประการ ๑ พยางค์ เเบ่งเป็น2ประเภท คือ พยางค์ที่มีเสียงหนักเเละพยางค์ที่มีเสียงเบา พยางค์ทีมีเสียงหนักคือ ครุ ( ั ) -สระเสียงยาว (ทีฆสระ) -สระเกินทั้ง ๔ คือ สระ อำ ไอ เอา -พยางค์ที่มีตัวสะกด -มีตัวสะกด ม ย ว เป็นตัวสะกดเเฝง พยางค์ที่มีเสียงเบา รือ ลหุ ( ุ) -สระเสียงสั่น(รัสสระ) -ไม่มีตัวสะกด เช่น พระ จะ มิ ดุ เเกะ -มีพยัญชนะตัดโดด เช่น ณ ธ ก็ ฤ ฦ บ ๒.คณะ สําหรับ "ฉันท์" คำ ว่าคณะ มีความหมายเเคบ คือหมายถึง ลักษณะที่วางคําเสียง หนัก เสียงเบา ที่เรียกว่า ครุ ลหุ เเละเเบ่งออกเป็น๘ คณะ คณะหนึ่งมีคําอยู่ ๓ คํา เรียง ครุ ลหุ ไว้ต่างๆ กัน ย มาจาก ยชมาน เเปลว่า พรากมมษ์บูชายัญ ( ั ััััั ) ร มาจาก รวิ เเปลว่า พระอาทิตย์ ( ุ ุ ุ) ต มาจาก โตย เเปลว่า น้ำ ( ั ุ ุ) ภ มาจาก ภูมิ เเปลว่า ดิน ( ุ ััั) ช มาจาก ชลน เเปลว่า ไฟ ( ุ ั ุ) ส มาจาก โสม เเปลว่า พระจันทร์ ( ั ุ ั) ม มาจาก มารุต เเปลว่า ลม ( ุ ุ ั) น มาจาก นภ เเปลว่า ฟ้า ( ั ั ุ) ๓ สัมผัสนอก คําที่งังคับให้คล้องจองกัน ระหว่างวรรคหนึ่งกับอีกวรรคหนึ่ง ซึ่งมีตําเเหน่งที่ต่างๆกัน ตามชนิดของคำ ประพันธ์


อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ อินทรวิเชียร มีความหมายว่า เพชรพระอินทร์ หรือ สายฟ้าจากพระอินทร์ หมายถึง ฉันท์ที่มีลีลาประดุจเพชรของพระอินทร์ หรือ สายฟ้าจากพระอินทร์ นิยมเเต่งกันมาก ที่สุด มีลักษณะเเละจํานวนคําคล้ายกับ กาพย์ยานี 11 เเต่ต่างกันเพียงว่าอินทรวิเชียรฉันท์ มีข้อบังคับ ครุเเละลหุ หนึ่งบทมี2บาท บาทละ11 พยางค์ เเบ่งเป็น 2วรรค วรรคเเรก 5พยางค์ วรรคหลัง6พยางค์ ส่งสัมผัสเเบบกาพย์ ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ ลหุ-ลหุ-ครุ-ลหุ-ครุ-ครุ วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ วิชชุมมาลาฉันท์ มีความหมายว่า ระเบียบเเห่งสายฟ้า ประกอบด้วยครุล้วน จึงใช้บรรยายความอย่างธรรมดา หนึ่งบทมี 4 บาทบาทละ 8พยางค์ เเบ่ง เป็น2วรรค วรรคละ4พยางค์ ส่งสัมผัสเเบบกลอน ลักษณะครุ-ลหุ เหมือนกันทุกบาท คือ ครุ-ครุ-ครุ-ครุ ครุ-ครุ-ครุ-ครุ


เรื่องย่อก่อนบทเรียน พระเจ้าอชานศัตรูซึ่งเป็นกษัตริย์เเห่งเเคว้นมคธ ต้องการที่จะครอบครองเเคว้นวัชชีของเหล่ากษัตรลิจฉวี เเต่เหล่ากษัตริย์ลิจฉวี รวมถึงชาวเมืองเเคว้นวัชชีตั้งมั่น ในอปริหานิยธรรม ซึ่งมุ่งให้เกิดความสามัคคีเป็นหลัก ดังนั้นการที่จะเอาชนะเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี โดยวิธีการใช้ กําลังเพียงอย่างเดียวจึงเป็นเรื่องยาก วัสสการพราหมณ์ ซึ่งเป็นปุโรหิตของพระเจ้าอชาตศัตรู จึงคิดเล่ห์กลอุบาย ตีเเคว้นวัชชีโดยวัสสการพราหมณ์จะเอาสาไปเป็นไส้ศึก ทําหน้าที่ยุยงทําให้เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีนั้นเเตกสามัคคีกัน เมื่ออชาตศัตรูได้เสด็จออกว่าราชการ วัสสการพราหมณ์จึงเเกล้งทูลทัดทาน การไปตีเเคว้นวัชชี พระ้จ้าอชานศัตรูเเสร้งพิโรธ มีรับสั่งให้เฆี่ยนเเละไล่ออกเมือง เมื่อวัสสการพราหมณ์ได้เข้าไปอยู่เข้าไปอยู่ในเเคว้นวัชชี ได้ทําหน้าที่พิจารณาคดีต่างๆ เเละถวายพระอักษรกุมารของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวีจยเป็นที่ไว้วางใจ จากนั้นจึง เริ่มดําเนินการเเผนการด้วยการสร้างความเข้าใจผิดกันขึ้นใหญ่หมู่พระกุมาร


ณ วันหนึ่งลุถึงกา ลศึกษาพิชากร กุมารลิจฉวีวร เสด็จพร้อมประชุมกัน ตระบัดวัสสการมา สถานราชเรียนพลัน ธ เเกล้งเชิญกุมารฉัน สนิทหนึ่งพระองค์ไป ถอดคําประพันธ์ (วินสการพราหมณ์เริ่มทําอุบายทําลายสามัคคี) ภูชงคประยาตฉันท์ ๑๒ ทวิชงคชาติฉลาดยล คะเนกลคะนึงการ กษัตริย์ลิจฉวีวาร ระวังเหือดระเเวงหาย เหมาะเเก่การณ์จะเสกสรร ปวัตน์วัญจโนบาย มบ้างเหตุพิ ตุ พิ เฉทสาย สมัครสนธิ์สโมสร ถอดคําประพันธ์ พราหมณ์ผู้ฉบาดคาดคะเนว่ากษัตริย์ลิจฉวีวางใจคลายความหวาดระแวงเป็นโอกาสเหมาะที่จะเริ่มดํา เนินการตามกลอุบายทําลายความสามัคคี ถอดคําประพันธ์ วันหนึ่งเมื่อถึงโอกาสที่จะสอนวิชา กุมารลิจฉวีก็เสด็จมาโดยพร้อมเพียงกันทันใดวัสสการ พราหมณ์มาถึง ก็เเกล้งเชิญพระกุมารพระองค์ที่สนิทสนมไป ลุห้องหับรโหฐาน ก็ถามการณ์ ณ ทันใด มิลี้ลับอะไรใน กถาเช่น ธ ปุจฉา จะถูกผิดกระไรอยู่ มนุษย์ผู้กระทํานา เเละคู่โคก็จูงมา ชประเทียบไถมิใช่หรือ ถอดคําประพันธ์ เข้าในห้องส่วนตัว เเล้วก็ทูลถามเรื่องที่ไม่ใช่ความลับเเต่ประการใดดังเช่นถามว่า ชาวนาจูง โคมาคู่หนึ่งเพื่อเทีนมไถใช่หรือไม่


เลอะเหลวนักละล้วนนี รผลเห็น บ เป็นไป กุมารราชมิตรผอง ก็สอดคล้องและแคลงดาล พิโรธกาจวิวาทการณ์ อุบัติขึ้นเพราะขุ่นเคือง พิพิธพันธไมตรี ประดามีนิรันดร์เนือง กะองค์นั้นก็พลันเปลือง มลายปลาตพินาศปลง ถอดคำ ประพันธ์ กุมารลิจฉวีทั้งหลายเห็นสอดคล้องกันก็เกิดความโกรธเคืองการทะเลาะ วิวาทก็เกิดขึ้นเพราะความขุ่นเคืองใจความสัมพันธ์อันดีที่เคยมีมาตลอดก็ถูกทำ ลาย ย่อยยับลง ไฉนเลยพระครูเรา จะพูดเปล่าประโยชน์มี เถอะถึงถ้าจะจริงแม้ ธ พูดแท้ก็ทำ ไม แนะชวนเข้า ณ ข้างใน จะถามนอก บ ยากเย็น ถอดคำ ประพันธ์ วิจารณ์ว่าพระอาจารย์จะพูดเรื่องเหลวไหลไร้สาระเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ และ หากว่าจะพูดจริงเหตุใดจะต้องเรียกเข้าไปถามข้างในห้องถามข้างนอกห้องก็ได้ ชะรอยว่าทิชาจารย์ ธคิดอ่านกะท่านเป็น รหัสเหตุประเภทเห็น ละแน่ชัดถนัดความ และท่านมามุสาวาท มิกล้าอาจจะบอกตา พจีจริงพยายาม ไถลแสร้งแถลงสาร ถอดคำ ประพันธ์ สงสัยว่าท่านอาจารย์กับพระกุมารต้องมีความลับอย่างแน่นอน แล้วก็มาพูด โกหกไม่กล้าบอกตามความเป็นจริง แกล้งพูดไปต่าง ๆ นานา


เลอะเหลวนักละล้วนนี รผลเห็น บ เป็นไป กุมารราชมิตรผอง ก็สอดคล้องและแคลงดาล พิโรธกาจวิวาทการณ์ อุบัติขึ้นเพราะขุ่นเคือง พิพิธพันธไมตรี ประดามีนิรันดร์เนือง กะองค์นั้นก็พลันเปลือง มลายปลาตพินาศปลง ถอดคำ ประพันธ์ กุมารลิจฉวีทั้งหลายเห็นสอดคล้องกันก็เกิดความโกรธเคืองการทะเลาะ วิวาทก็เกิดขึ้นเพราะความขุ่นเคืองใจความสัมพันธ์อันดีที่เคยมีมาตลอดก็ถูกทำ ลาย ย่อยยับลง ไฉนเลยพระครูเรา จะพูดเปล่าประโยชน์มี เถอะถึงถ้าจะจริงแม้ ธ พูดแท้ก็ทำ ไม แนะชวนเข้า ณ ข้างใน จะถามนอก บ ยากเย็น ถอดคำ ประพันธ์ วิจารณ์ว่าพระอาจารย์จะพูดเรื่องเหลวไหลไร้สาระเช่นนี้เป็นไปไม่ได้ และ หากว่าจะพูดจริงเหตุใดจะต้องเรียกเข้าไปถามข้างในห้องถามข้างนอกห้องก็ได้ ชะรอยว่าทิชาจารย์ ธคิดอ่านกะท่านเป็น รหัสเหตุประเภทเห็น ละแน่ชัดถนัดความ และท่านมามุสาวาท มิกล้าอาจจะบอกตา พจีจริงพยายาม ไถลแสร้งแถลงสาร ถอดคำ ประพันธ์ สงสัยว่าท่านอาจารย์กับพระกุมารต้องมีความลับอย่างแน่นอน แล้วก็มาพูด โกหกไม่กล้าบอกตามความเป็นจริง แกล้งพูดไปต่าง ๆ นานา


ล่วงลุประมาณ กาลอนุกรม หนึ่ง ณ นิยม ท่านทวิชงค์ เมื่อจะประสิทธิ์ วิทยะยง เชิญวรองค์ เอกกุมาร มาณวกฉันท์ ๘ ถอดคำ ประพันธ์ เวลาผ่านไปตามลำ ดับ เมื่อถึงคราวที่จะสอนวิชาก็จะเชิญพระกุม พระองค์หนึ่ง เธอจรตาม พราหมณไป โดยเฉพาะใน ห้องรหุฐาน จึ่งพฤฒิถ ฒิ าม ความพิสดา ขอธประทาน โทษะและไข ถอดคำ ประพันธ์ พระกุมารก็ตามพราหมณ์เข้าไปในห้องเฉพาะ พราหมณ์จึงถาม เนื้อความแปลก ๆ ว่า ขออภัย ช่วยตอบด้วย อย่าติและหลู่ ครูจะเฉลย เธอน่ะเสวย ภัตกะอะไร ในทินนี่ ดีฤไฉน พอหฤทัย ยิ่งละกระมัง ถอดคำ ประพันธ์ อย่าหาว่าตำ หนิหรือลบหลู่ ครูขอถามว่าวันนี้พระกุมารเสวยพระ กระยาหารอะไร รสชาติดีหรือไม่ พอพระทัยมากหรือไม่


ราช ธ ก็เล่า เค้า ณ ประโยค ตนบริโภค แล้วขณะหลัง วาทะประเทือง เรื่องสิประทัง อาคมยัง สิกขสภา ถอดคำ ประพันธ์ อย่าหาว่าตำ หนิหรือลบหลู่ ครูขอถามว่าวันนี้พระกุมารเสวยพระ กระยาหารอะไร รสชาติดีหรือไม่ พอพระทัยมากหรือไม่ เสร็จอนุศาสน์ ราชอุรส ลิจฉวิหมด ต่างธก็มา ถามนยมาน ท่านพฤฒิอ ฒิ า จารยปรา รภกระไร ถอดคำ ประพันธ์ แล้วก็เสด็จกลับออกมายังห้องเรียน เมื่อเสร็จสิ้นการสอนราชกุมาร ลิจฉวีทั้งหมดก็มาถามเรื่องราวที่มีมาว่าท่านอาจารย์ได้พูดเรื่องอะไรบ้าง เธอก็แถลง แจ้งระบุมวล ความเฉพาะล้วน จริงหฤทัย ต่าง บ มิเชื่อ เมื่อตริไฉน จึ่งผลใน เหตุบมิสม ถอดคำ ประพันธ์ พระกุมารก็ตอบตามความจริง แต่เหล่ากุมารต่างไม่เชื่อ เพราะคิดแล้วไม่สมเหตุสมผล


ขุ่นมนเคือง เรื่องนฤสาร เช่นกะกุมาร ก่อนก็ระดม เลิกสละแยก แตกคณะกล เกลียวบนิยม คบดุจเดิม ถอดคำ ประพันธ์ พระกุมารก็ตอบตามความจริง แต่เหล่ากุมารต่างไม่เชื่อ เพราะ คิดแล้วไม่สมเหตุสมผล อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ทิชงค์เจาะจงเจตน์ กลห์เหตุยุ ตุ ยุ ยงเสริม กระหน่ำ และซ้ำ เติม นฤพัทธก่อการณ์ ละครั้งระหว่างครา ทินวารนานนาน เหมาะท่าทิชาจารย์ ธก็เชิญเสด็จไป ถอดคำ ประพันธ์ พราหมณ์เจตนาหาเหตุยุแหย่ซ้ำ เติมอยู่เสมอ ๆ แต่ละครั้ง แต่ละวัน นานนานครั้ง เห็นโอกาสเหมาะก็จะเชิญพระกุมารเสด็จไป บ ห่อนจะมีสา รฤหาประโยชน์ไร กระนั้นเสมอนัย เสาะแสดง ธ แสร้งถาม และบ้างก็พูดว่า น่ะแน่ะข้าสดับตาม ยุบลระบิลความ พจแจ้งกระจายมา ถอดคำ ประพันธ์ ไม่มีสารประโยชน์อันใด แล้วก็แกล้งทูลถาม บางครั้งก็พูดว่า นี่ แน่ะข้าพระองค์ได้ยินข่าวเล่าลือกันทั่วไป


ละเมิดติเตียนท่าน ก็เพราะท่านสิแสนสา รพัดทลิทภา วและสุดจะขัดสน จะแน่มิแน่เหลือ พิเคราะห์เชื่อเพราะยากยล ณ ที่ บ มีคน ธ ก็ควรขยายความ ถอดคำ ประพันธ์ เขานินทาพระกุมารว่าพระองค์แสนจะยากจนและขัดสน จะเป็น เช่นนั้นแน่หรือ พิเคราะห์แล้วไม่น่าเชื่อ ณ ที่นี้ไม่มีผู้ใด ขอให้ทรงเล่า มาเถิด และบ้างก็กล่าวว่า น่ะแน่ะข้าจะขอถาม เพราะทราบคดีต ดี าม วจลือระบือมา ติฉินเยาะหมิ่นท่าน ก็เพราะท่านสิแสนสา รพันพิกลกา ยพิลึกประหลาดเป็น ถอดคำ ประพันธ์ บางครั้งก็พูดว่าข้าพระองค์ขอทูลถามพระกุมาร เพราะได้ยินเขา เล่าลือกันทั่วไปเยาะเย้ยดูหมิ่นท่าน ว่าท่านนี้มีร่างกายผิดประหลาดต่าง ๆ นานาจะเป็นจริงหรือไม่ จะจริงมิจริงเหลือ มนเชื่อเพราะไป่เห็น ผิข้อ บ ลำ เค็ญ ธ ก็ควรขยายความ กุมารองค์เ ค์ สา วนเค้าคดีตาม กระทู้พระครูถาม นยสุดจะสงสัย ถอดคำ ประพันธ์ ใจไม่อยากเชื่อเลยเพราะไม่เห็น ถ้าหากมีสิ่งใดที่ลำ บากยาก แค้นก็ตรัสมาเถิด พระกุมารได้ทรงฟังเรื่องที่พระอาจารย์ถามก็ตรัสถามกลับ ว่า สงสัยเหลือเกิน


ก็คำ มิควรการณ์ คุรุท่านจะถามไย ธ ซักเสาะสืบใคร ระบุแจ้งกะอาจารย์ ทวิชแถลงว่า พระกุมารโน้นขาน ยุบลกะตูกาล เฉพาะอยู่กะกันสอง ถอดคำ ประพันธ์ เรื่องไม่สมควรเช่นนี้ท่านอาจารย์จะถามทำ ไม แล้วก็ซักไซ้ ว่าใครเป็นผู้มาบอกกับอาจารย์ พราหมณ์ก็ตอบว่าพระกุมารพระองค์โน้น ตรัสบอกเมื่ออยู่กันเพียงสองต่อสอง กุมารพระองค์นั้น ธ มิทันจะไตร่ตรอง ก็เชื่อ ณ คำ ของ พฤฒิค ฒิ รูและวู่วาม พิโรธกุมารองค์ เหมาะเจาะจงพยายาม ยุครูเพราะเอาความ บ มิดีปดี ระเดตน ก็พ้อและต่อพิษ ทุรทิฐิม ฐิ านจน ลุโทสะสืบสน ธิพิพาทเสมอมา และฝ่ายกุมารผู้ ทิชครูมิเรียกหา ก็แหนงประดารา ชกุมารทิชงค์เชิญ ถอดคำ ประพันธ์ กุมารพระองค์นั้นไม่ทันได้ไตร่ตรอง ก็ทรงเชื่อในคำ พูด ของอาจารย์ ด้วยความวู่วามก็กริ้วพระกุมารที่ยุพระอาจารย์ใส่ความตน ถอดคำ ประพันธ์ จึงตัดพ้อต่อว่ากันขึ้น เกิดความโกรธเคืองทะเลาะวิวาทกัน อยู่เสมอฝ่ายพระกุมารที่พราหมณ์ไม่เคยเรียกเข้าไปหาก็ไม่พอพระทัยพระ กุมารที่พราหมณ์เชิญไปพบ


พระราชบุตรลิจ ฉวิมิตรจิตเมิน ณ กันและกันเหิน คณะห่างก็ต่างถือ ทะนงชนกตน พลล้นเถลิงลือ ก็หาญกระเหิมฮือ มนฮึก บ นึกขาม ฯ ลำ ดับนั้นวัสสการพราหมณ์ ธ ก็ยุศิษยตาม แต่งอุบายงาม ฉงนงำ ปวงโอรสลิจฉวีดำ ริณวิรุธก็สำ คัญประดุจคำ ธ เสกสรร ไป่เหลือเลยสักพระองค์อัน มิละปิยะสหฉันท์ ขาดสมัครพันธ์ ก็อาดูร ต่างองค์นำ ความมิงามทูล พระชนกอดิศูร แห่ง ธ โดยมูล ปวัตติ์ค ติ์ วาม ถอดคำ ประพันธ์ พระกุมารลิจฉวีหมางใจและเหินห่างกัน ต่างองค์ทะนงว่าพระบิดา ของตนมีอำ นาจล้นเหลือ จึงมีใจกำ เริบไม่เกรงกลัวกัน ถอดคำ ประพันธ์ ในขณะนั้นวัสสการพราหมณ์ก็คอยยุลูกศิษย์ แต่งกลอุบายให้เกิด ความแคลงใจ พระโอรสกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลายไตร่ตรองในอาการน่าสงสัย ก็เข้าใจว่าเป็นจริงดังถ้อยคำ ที่อาจารย์ปั้นเรื่องขึ้น สัทธราฉันท์ ๒๑ ถอดคำ ประพันธ์ ไม่มีเหลือเลยสักพระองค์เดียวที่จะมีความรักใคร่กลมเกลียว ต่าง ขาดความสัมพันธ์ เกิดความเดือดร้อนใจ แต่ละองค์นำ เรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้น ไปทูลพระบิดาของตน


แตกร้าวก้าวร้ายก็ป้ายปาม ลุวรบิดรลาม ทีละน้อยตาม ณ เหตุผล ฟั่นเฝือเชื่อนัยดนัยตน นฤวิเคราะหเสาะสน สืบจะหมองมล เพราะหมายใด แท้ท่านวัสสการใน กษณะตริเหมาะไฉน เสริมเสมอไป สะดวกดาย หลายอย่างต่างกลธขวนขวาย พจนยุปริยาย วัญจโนบาย บ เว้นครา ครั้นล่วงสามปีประมาณมา สหกรณประดา ลิจฉวีรา ชทั้งหลาย สามัคคีธรรมทำ ลาย มิตรภิทนะกระจาย สรรพเสื่อมหายน์ ก็เป็นไป ต่างองค์ทรงแคลงระแวงใน พระราชหฤทยวิสัย ผู้พิโรธใจ ระวังกันฯ ถอดคำ ประพันธ์ ความแตกแยกก็ค่อย ๆ ลุกลามไปสู่พระบิดา เนื่องจากความหลง เชื่อโอรสของตน ปราศจากการใคร่ครวญเกิดความผิดพ้องหมองใจกันขึ้น ถอดคำ ประพันธ์ ฝ่ายวัสสการพราหมณ์ครั้นเห็นโอกาสเหมาะสมก็คอยยุแหย่ อย่างง่ายดาย ทำ กลอุบายต่าง ๆ พูดยุยงตามกลอุบายตลอดเวลา ถอดคำ ประพันธ์ เวลาผ่านไปประมาณ ๓ ปี ความร่วมมือกันระหว่างกษัตริย์ลิจ ฉวีทั้งหลายและความสามัคคีถูกทำ ลายลงสิ้น ความเป็นมิตรแตกแยก ความ เสื่อม ความหายนะก็บังเกิดขึ้น ถอดคำ ประพันธ์ กษัตริย์ต่างองค์ระแวงแคลงใจมีความขุ่นเคืองใจซึ่งกันและกัน


สาลินีฉันทร์ 11 พราหมณ์ครูรู้สังเกต ตระหนักเหตุถนัดครัน ราชาวัชชีสรร พจักสู่พินาศสม ยินดีบัดนี้ จะสัมฤทธิ์มนารมณ์ล เริ่มมาด้วยปรากรม และอุตสาหแห่งตน ถอดคำ ประพันธ์ พราหาฃมณ์ผู้เป็นครูสังเกตเห็นดังนั้น ก็รู้ว่าเหล่ากษัติริย์ลิจฉวีกำ ลังจะประสบ ความพินาศ จึงยินดีมากที่ภารกิจประสบผลสำ เร็จสมดังใจหลังจากเริ่มต้นด้วยความบาก บั่นและความอดทนของตน ให้ลองตึกลองนัด ประชุมขัตติย์มณฑล เชิญซึ่งส่ำ สากล กษัตริย์สู่สภาคาร วัชชีภูมีผอง สดับกลองกระหึมขาน ทุกไท้ไปเอาภาร ณ กิจเพื่อเสด็จไป ถถอดคำ ประพันธ์ จึงลองตีกลองนัดประชุมกษัตริย์กวี เชิญทุกกพระองค์เสด็จให้มายังที่ประชุม ฝ่ายกษัตริย์วัชชีทั้งหลายทรงสดับเสียงกลองดังกึกก้องทุกพระองค์ไม่ทรงเป็นธุระในการ เสด็จไป ต่างทรงรับสั่งว่า จะเรียกหาประชุมไย เราใช่เป็นใหญ่ใจ ก็ขลาดกลัวบกล้าหาญ ท่านใดที่เป็นใหญ่ และกล้าใครมิเปรียบปาน พอใจใคร่ในการ ประชุมชอบก็เชิญเขา ถอดความได้ว่า ต่างองค์รับสั่งว่าจะเรียกประชุมด้วยเหตุใด เราไม่ได้เป็นใหญ่ ใจก็ขลาด ไม่ กล้าหาญ ผู้ใดเป็นใหญ่ มีความกล้าหาญไม่มีผู้ใดเปรียบได้ พอใจจะเสด็จไปร่วม ประชุมก็เชิญเขาเถิด


ปรึกษาหารือกัน ไฉนนั้นก็ทำ เนา จักเรียกประชุมเรา บแลเห็นประโยชน์เลย รับสั่งผลักไสส่ง และทุกองค์ธเพิกเฉย ไป่ได้ไปดั่งเคย สมัครเข้าสมาคม ถอดความได้ว่ จะปรึกษาหารือกันประการใดก็ช่างเถิด จะเรียกเราไปประชุมมองไม่เห็น ประโยชน์ประการใด เลยรับสั่งให้พ้นตัวไป และทุกพระองค์ก็ทรงเพิกเฉยไม่ เสด็จไปเข้าร่วมการประชุมเหมือนเคย อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑ เห็นเชิงพิเคราะห์ช่อง ชนะคล่องประสบสม พราหมณ์เวทอุดม ธก็ลอบแถลงการณ์ ให้วัลลภชน คมดลประเทศฐาน กราบทูลนฤบาล ภิเผ้ามคธไกร ถอดความได้ว่า เมื่อพิจารณาเห็นช่องทางที่จะได้ชัยชนะอย่างง่ายดาย พราหมณ์ผู้รอบรู้พระเวทก็ ลอบส่งข่าว ให้คนสนิทเดินทางกลับไปยังบ้านเมือง กราบทูลกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ อันยิ่งใหญ่ แจ้งลักษณสา สนว่ากษัตริย์ใน วัชชีบุรไกร วลหล้าตลอดกัน บัดนี้สิก็แตก คณะแผกและแยกพรรค์ ไป่เป็นสหฉัน ทเสมือนเสมอมา ถอดความได้ว่า ยิ่งใหญ่ ในสาสน์แจ้งว่ากษัตริย์วัชชีทุกพระองค์ขณะนี้เกิดความแตกแยก แบ่ง พรรคแบ่งพวก ไม่สามัคคีกันเหมือนแต่เดิม


โอกาสเหมาะสมัย ขณะไหนประหนึ่งครา นี้หากผิจะหา ก็บได้สะดวกดี ขอเชิญวรบาท พยุห์ยาตรเสด็จกรี ธาทัพพลพี ริยยุทธโดยไว ถอดความได้ว่า จะหาโอกาสอันเหมาะสมครั้งใดเหมือนดังครั้งนี้คงจะไม่มีอีกแล้ว ขอทูลเชิญ พระองค์ยกกองทัพอันยิ่งใหญ่มาทำ สงครามโดยเร็วเถิด ข่าวเศิกเอิกอึง ทราบถึงบัดดล ในหมู่ผู้คน ชาวเวสาลี แทบทุกถิ่นหมด ชนบทบูรี อกสั่นขวัญหนี หวาดกลัวทั่วไป ฯ ถอดความได้ว่า ข่าวศึกแพร่ไปจนรู้ถึงชาวเมืองเวสาลี แทบทุกคนในเมืองต่างตกใจและหวาด กลัวกันไปทั่ว ตื่นตาหน้าเผือด หมดเลือดสั่นกาย หลบลี้หนีตาย วุ่นหวั่นพรั่นใจ ซุกครอกซอกครัว ซ่อนตัวแตกไภย เข้าดงพงไพร ทิ้งย่านบ้านตน ฯ ถอดความได้ว่า หน้าตาตื่น หน้าซีดไม่มีสีเลือด ตัวสั่น พากันหนีตายวุ่นวาย พากันอพยพ ครอบครัวหนีภัย ทิ้งบ้านเรือนไปซุ่มซ่อนตัวเสียในป่า


เหลือจักห้ามปราม ชาวคามล่าลาศน์ พันหัวหน้าราษฎร์ ขุนด่านดำ บล หาฤๅแก่กัน คิดผันผ่อนปรน จักไม่ให้พล มาคธข้ามมา ถอดคำ ประพันธ์ ไม่สามารถห้ามปรามชาวบ้านได้ หัวหน้าราษฎรและนายด่านตำ บลต่างๆ ปรึกษากันคิดจะยับยั้งไม่ให้กองทัพมคธข้ามมาได้ จึ่งให้ตีกลอง ป่าวร้องทันที แจ้งข่าวไพรี รุกเบียฬบีฑา เพื่อหมู่ภูมี วัชชีอาณา ชุมนุมบัญชา ป้องกันฉันใด ถอดคำ ประพันธ์ จึงตีกลองป่าวร้องแจ้งข่าวข้าศึกรุกราน เพื่อให้เหล่ากษัตริย์แห่งวัชชีเสด็จ มาประชุมหาหนทางป้องกันประการใด ราชาลิจฉวี ไป่มีสักองค์ ที่ทรงจำ นง เพื่อจักเสด็จไป ต่างองค์ดำ รัส เรียกนัดทำ ไม ใครเปนใหญ่ใคร กล้าหาญเห็นดี ถอดคำ ประพันธ์ ไม่มีกษัตริย์ลิจฉวีแม้แต่พระองค์เดียวคิดจะเสด็จไป แต่ละพระองค์ทรง ดำ รัสจะเรียกหระชุมด้วยเหตุใดผู้ใดเป็นใหญ่ ผู้ใดกล้าหาญ เชิญเทอญท่านต้อง ขัดข้องข้อไหน ปฤกษาปราไส ตามเรื่องตามที แต่ส่วนเราใช่ เปนใหญ่แลมี ใจอย่างผู้ภี รุกห่อนอาจหาญ ถอดคำ ประพันธ์ เห็นดีประการใดก็เชิญเถิด จะปรึกษาหารืออย่างไรก็ตามแต่ใจตัว ของเขานั้นไม่ได้มีอำ นาจยืิ่งใหญ่ จืตใจก็ขี้ขลาด ไม่องอาจกล้าหาญ


ต่างทรงสำ แดง ความแขงอำ นาจ สามัคคีขาด แก่งแย่งโดยมาน ภูมิศร์ลิจฉวี วัชชีรัฎฐบาล ไป่ชุมนุมสมาน แม้แต่สักองค์ ถอดคำ ประพันธ์ แต่ละพระองค์ต่างแสดงอาการเพิกเฉย ปราศจากความสามัคคีปรองดอง ในจิตใจ กษัตริย์ลิจฉวีแห่งวัชชีไม่เสด็จมาประชุมกันแม้แต่พระองค์เดียว อินทรวิเชียรฉันท์ 11 ปิ่นเขตร์มคธขัต ติยะรัชชธำ รง ยั้งทัพประทับตรง นคเรศวิสาลี ฯ ภูธรธสังเกต พิเคราะห์เหตุณธานี แห่งราชะวัชชี ขณะเศิกประชิดแดน ถอดคำ ประพันธ์ จอมกษัตริย์แห่งแคว้นมคธหยุดทัพตรงหน้าเมืองเวสาลีพระองค์ทรงสังเกต วิเคราะห์เหตุการณ์ทางการเมืองวัชชีในขณะที่ข้าศึกมาประชิดเมือง เฉยดู บ รู้สึก และมินึกจะเกรงแกลน ฤๅคิดจะตอบแทน รณะเพื่อระงับไภย ฯ นิ่งเงียบสงบงำ บมิทำ ประการใด ปรากฎประหนึ่งใน บุระว่างและร้างคน ถอดคำ ประพันธ์ ดูนิ่งเฉยไม่รู้สึกเกรงกลัว หรือคิดจะทำ สิ่งใดโต้ตอบระงับ เหตุร้าย กลับอยู่อย่าง สงบเงียบไม่ทำ การสิ่งใด มองดูราวกับเป็น เมืองร้างปราศจากผู้คน


แน่โดยมิพักสง สยดงกระทบกล ท่านวัสสการจน ลุกระนี้ถนัดตา ภินท์พัทธสามัค คิยพรรคพระราชา ชาวลิจฉวีวา รจะพ้องอนัตภ์ภัย ถอดคำ ประพันธ์ แน่นอนไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงจะถูกกลอุบายของวัสสการพราหมณ์จนเป็นเช่นนี้ ความสามัคคีผูกพันแห่งกษัตริย์ลิจฉวีถูกทำ ลายลงและจะประสบกับภัยพิบัติ ลูกข่างประดาทา รกกาลขว้างไป หมุนเล่นสนุกไฉน ดุจกันฉะนั้นหนอ ครูวัสสการแส่ กลแหย่ยุดีพอ ปั่นป่วน บ เหลือหลอ จะมิร้าวมิรานกัน ถอดคำ ประพันธ์ ลูกข่าง เด็กขว้างเล่นได้สนุกฉันใด วัสสการพราหมณ์ก็ สามารถยุแหย่ให้เหล่า กษัตริย์ลิจฉวีแตกความสามัคคีได้ตามใจ ชอบและคิดที่จะสนุกฉันนั้น ครั้นทรงพระปรารภ ธุระจบ ธ จึ่งบัญ ชานายนิกายสรร พทแกล้วทหารหาญ เร่งทำ อุฬมป์เว ฬุคะเนกะเกณฑ์การ เพื่อข้ามนทีธาร จรเข้านครบร ถอดคำ ประพันธ์ ครั้นทรงคิดได้ดังนั้นจึงมีพระราชบัญชาแก่เหล่าทหารหาญ ให้รีบสร้างแพ ไม้ไผ่เผื่อข้ามแม่น้ำ จะเข้าเมืองของฝ่ายศัตรู


ถอดคำ ประพันธ์ พวกทหารรับราชโองการแล้วก็ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับในตอนเช้า งานนั้นก็เสร็จ ทันที จอมกษัตริย์เคลื่อนกองทัพอีนมีกําลังพลมากมายลง ในแพที่ติดกัน นำ กำ ลังข้ามแม่น้ำ จน จนหมดพหลเนื่อง พิศเนืองขนัดคลา ขึ้นฝั่งลุเวสา ลิบุเรศสะดวกดายฯ เขารับพระบัณฑูร อดิศรบดีศร ภาโรปกรณ์ตอน ทิวรุ่งสฤษฏ์พลัน จอมนาถพระยาตรา พยุหาธิทัพขันธ์ โดยแพและพ่วงปัน พลข้าม ณ คงคา ถอดคำ ประพันธ์ กองทัพหมดสิ้น มองดูแน่น ขึ้นฝั่งเมืองเวสาลีอย่างสะดวกสบาย จิตรปทาฉันท์ ๘ นาครธา นิวิสาลี เห็นริปุมี พลมากมาย ข้ามติรชล ก็ลุพ้นหมาย มุ่งจะทลาย พระนครตน ถอดคำ ประพันธ์ ฝ่ายเมืองเวสาลีมองเห็นข้าศึกจำ นวนมากข้ามแม่น้ำ มา เพื่อจะทำ ลายล้างบ้าน เมืองของตน ต่างก็ตระหนก มนอกเต้น ตื่น บ มิเว้น ตะละผู้คน ทั่วบุรคา มจลาจล เสียงอลวน อลเวงไป ถอดคำ ประพันธ์ ต่างก็ตกใจกันถ้วนหน้า ในเมืองเกิดจลาจลวุ่นวายไปทั่วเมือง


สรรพสกล มุขมนตรี ตรอมมนภี รุกเภทภัย บางคณะอา ทรปราศรัย ยังมิกระไร ขณะนี้ หนอ ถอดคำ ประพันธ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต่างหวาดกลัวภัยบางพวกก็พูดว่าขณะนี้ ยังไม่เป็นไรหรอก ควรบริบาล พระทวารมั่น ต้านประทะกัน อริก่อนพอ ขัตติยรา ชสภารอ ดําริจะขอ วรโองการ ถอดคำ ประพันธ์ ควรจะป้องกันประตูเมืองเอาไว้ให้มั่นคงต้านทานข้าศึกเอาไว้ก่อน รอให้ที่ประชุมเหล่ากษัตริย์มีความเห็นว่าจะทรงทำ ประการใด ทรงตริไฉน ก็จะได้ทํา โดยนยดํา รัสภูบาล เสวกผอง ก็เคาะกลองขาน อาณัติปาน ดุจกลองพัง ถอดคำ ประพันธ์ ก็จะได้ดำ เนินการตามพระบัญชาของพระองค์เหล่าข้าราชการ ทั้งหลายก็ตีกลองสัญญาณขึ้นราวกับกลองจะพัง ศัพทอุโฆษ ประลุโสตท้าว ลิจฉวิด้าว ขณะทรงฟัง ต่าง ธ ก็เฉย และละเลยดัง ไท้มิอินัง ธุระกับใคร ถอดคำ ประพันธ์ เสียงดังกึกก้องไปถึงพระกรรณกษัตริย์ลิจฉวี ต่างองค์ทรงเพิกเฉย ราวกับไม่เอาใจใส่ ในเรื่องราวของผู้ใด


ต่างก็ บ คลา ณ สภาคาร แม้พระทวาร บุรทั่วไป รอบทิศด้าน และทวารใด เห็นนรไหน สิจะปิดมี ฯ ถอดคำ ประพันธ์ ต่างองค์ไม่เสด็จไปที่ประชุม แม้แต่ประตูเมืองรอบทิศทุกบานก็ไม่มีผู้ใดปิด สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙ จอมทัพมาคธราษฎร์ ธ ยาตรพยุหกรี ธาสู่วิสาลี นคร โดยทางอันพระทวารเปิดนรนิกร ฤๅรอจะต่อรอน อะไร ถอดคำ ประพันธ์ จอมทัพแห่งแคว้นมคธกรีธาทัพเข้าเมืองเวสาลีทางประตูเมืองที่เปิดอยู่โดยไม่มี ผู้คนหรือทหารต่อสู้ประการใด เบื้องนั้นท่านคุรุวัสสการทิชก็ไป นําทัพชเนนทร์ไท มคธ เข้าปราบลิจฉวิขัตติย์รัฐชนบท สู่เงื้อมพระหัตถ์หมด และโดย ถอดคำ ประพันธ์ ขณะนั้นวัสสการพราหมณ์ก็ไปนำ ทัพของกษัตริย์แห่งมคธเข้ามาปราบกษัตริย์ลิจฉวี อาณาจักรทั้งหมดก็ตกอยู่ในพระหัตถ์ ไป่พักต้องจะกะเกณฑ์นิกายพหลโรย แรงเปลืองระดมโปรย ประยุทธ์ ราบคาบเสร็จ ธ เสด็จลุราชคฤหอุต ดมเขตบุเรศดุจ ณ เดิม ถอดคำ ประพันธ์ โดยที่กองทัพไม่ต้องเปลืองแรงในการต่อสู้ปราบราบคาบแล้วเสด็จยังราชคฤห์ เมืองยิ่งใหญ่ดังเดิม


เรื่องต้นยุกติก็แต่จะต่อพจนเติม ภาษิตลิขิตเสริม ประสงค์ ปรุงโสตเป็นคติสุนทราภรณจง จับข้อประโยชน์ ตริดู ฯ ถอดคำ ประพันธ์ เนื้อเรื่องแต่เดิมจบลงเพียงนี้แต่ประสงค์จะแต่งสุภาษิตเพิ่มเติมให้ได้รับฟัง เพื่อเป็นคติอันทรงคุณค่านำ ไปคิดไตร่ตรอง อินทรวิเชียร์ฉัน ๑๑ อันภูบดีรา ชอชาตศัตรู ได้ลิจฉวีภู วประเทศสะดวกดี แลสรรพบรรดา วรราชวัชนี ถึงซึ่งพิบัติบี ฑอนันต์พินาศหนา ถอดคำ ประพันธ์ พระเจ้าอชาตศัตแผ่นได้ดินวัชชีอย่างสะดวก และกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลายก็ถึงซึ่ง ความพินาศล่มจม เหี้ยมนั้นเพราะผันแผก คณะแตกและต่างมา ถือทิฐิมานสา หสโทษพิโรธจอง แยกพรรคสมรรคภิน ทนสิน บ ปรองดอง ขาดญาณพิจารณ์ตรอง ตริมลักประจักษ์เจือ ถอดคำ ประพันธ์ เหตุเพราะความแตกแยกกันต่างก็มีความยึดมั่นในความคิดของตนผูกโกรธซึ่ง กันและกันแยกพรรคไม่มีความปรองดองกันขาดปัญญาที่จะพิจารณาไตร่ตรอง เชื่ออรรถยุบลเอา รสเล่าก็ง่ายเหลือ เหตุหาก ธ มากเมือ คติโมหเป็นมูล จึ่งดาลประการหา ยนภาวอาดูร เสียแดนไผทสูญ ยศศักดิเสื่อมนาม ถอดคำ ประพันธ์ เชื่อถ้อยความของบรรดาพระโอรสอย่างง่ายดายเป็นเช่นนั้นเพราะกษัตริย์แต่ละ พระองค์ทรงมากไปด้วยความหลง จึงทำ ให้ถึงซึ่งความฉิบหาย มีภาวะความเป็นอยู่อัน ทุกข์ระทมเสียทั้งแผ่นดินเกียรติยศและชื่อเสียงที่เคยมีอยู่


ควรชมนิยมจัด คุรุวัสสการพราหมณ์ เป็นเอกอุบายงาน กลงำ กระทำ มา พุทธาทิบัณฑิต พิเคราห์คิกพินิจปรา รภสรรเาริญสา ธุส ธุ มัครภาพผล ถอดคำ ประพันธ์ วัสสการพราหมณ์น่าชื่นชมในความเป็นเลิศในการกระทำ กลอุ บายผู็รู้ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็็นต้น ได้ใคร่ครวญพิจาราณากล่าว สรรเสริญว่าชอบแล้ว ในเรื่องผลแห่งความพร้อมเพรียงกัน ว่าอาจจะอวยผา สุกภาวมาดล ดีสู่ ณ หมู่ตน บ นิราศนิรันดร หมู่ใดผิสามัค คยพรรคสโมสร ไปปราศนิราศรอน คุณไร้ไฉนดล ถอดคำ ประพันธ์ ความสามัคคีอาจอำ นวยให้ถึงซึ่งสภาพแห่งความผาสุข ณ หมู่ ของตนไม่เาื่อมคลายตลอดไป หากหมู่ใดมีความสามัคคีร่วมชุมนุมกันไม่ ห่างเหินกัน สิ่งที่ไร้ประโยชน์จะมาสู่ได้อย่างไร พร้อมเพรียงประเสริฐครัน เพราะฉะนั้นแหละบุคคล ผู็หวังเจริญตน ธุระเกี่ยวกะหมู่เขา พึงหมายสมัครเป็น มุขเป็นประธานเอา ธูรทั่ว ณ ตัวเรา บ มิเห็น มิฝ่ายเดียว ถอดคำ ประพันธ์ ความพร้อมเพรียงนั้นประเสริฐยิ่งนัก เพราะฉะนั้นบุคคลที่จะ ได้รับความเจริญแห่งตนและมีกิจธุระอันเป็นส่วนรวม ก็ตั้งใจเป็นหัวหน้า เอาเป็นธุระด้วยตัวของเราเอง โดยไม่เป็นประโยชน์ตนแต่ฝ่ายเดียว


ควรยกประโยชน์ยื่น นรอื่นก็แลเหลียว ดูบ้างและกลมเกลียว มิตรภาพผดุงครอง ยั้งทิฐิม ฐิ านหย่อน ทมผ่อนผจงจอง อารีมิมีหมอง มนเมื่อจะทำ ใด ถอดคำ ประพันธ์ ควรยกประโยชน์ให้บุคคลอื่นบ้าง นึกถึงผู้อื่นบ้าง ต้อง กลมเกลียว มีความเป็นมิตรกันไว้ ต้องลดทิฐิมานะ รู้จักข่มใจ ทำ สิ่งใดก็ เอื้อเฟื้อเผื่อกัน ไม่มีความบาดหมางใจ ลาภผลสกลนรร ลุก็ปันก็แบ่งไป ตามน้อยและมากใจ สุจริตนิยมธรรม์ พึงมรรยาทยึด สุประพฤติสงวนพรรค์ รื้อริษยาอัน อุปเฉทไมตรี ถอดคำ ประพันธ์ ผลประโยชน์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นก็แบ่งปันกันไป มากบ้าง น้อยบ้างอย่างสุจริตและเป็นธรรม ควรยึดมั่นในมารยาทและความประพฤติ ที่ดีรักษาหมู่คณะโดยไม่มีความริษยากันอันจะตัดรอนไมตรี ดั่งนั้น ณ หมู่ใด ผิ บ ไร้สมัครมี พร้อมเพรียงนิพัทธ์นี ธ์ นี รวิวาทระแวงกัน หวังเทอญมิต้องสง สยคงประสบพลัน ซึ่งสุขเกษมสันต์ หิตะกอบทวีการ ถอดคำ ประพันธ์ ดังนั้นถ้าหมู่คณะใดไม่ขาดซึ่งความสามัคคี มีความพร้อม เพรียงกันอยู่เสมอ ไม่มีการวิวาทและระแวงกัน ก็หวังได้โดยไม่ต้องสงสัยว่า คงจะพบซึ่งความสุข ความสงบ และ ประกอบด้วยประโยชน์มากมาย


ใครเล่าจะสามารถ มนอาจระรานหาญ หักล้าง บ แหลกลาญ ก็เพราะพร้อมเพราะเพรียงกัน ป่วยกล่าวอะไรฝูง นรสูงประเสริฐครัน ฤาสรรพสัตว์อัน เฉพาะมีชีวีครอง ถอดคำ ประพันธ์ ใครเล่าจะมีใจกล้าคิดทำ สงครมด้วย หวังจะทำ ลายก็ไม่ได้ ทั้งนี้ เพราะความพร้อมเพรียงกันนั่นเอง กล่าวไปใยกับมนุษย์ผู้แระเสริฐหรือ สรรพสัตว์ที่มีชีวิต แม้มากผิกิ่งไม้ ผิวใครจะใคร่ลอง มัดกำ กระนั้นปอง พลหักก็เต็มทน เหล่าไหนผิไมตรี สละลี้ ณ หมู่ตน กิจใดจะขวายขวน บ มิพร้อมมิเพรียงกัน ถอดคำ ประพันธ์ แม้แต่กิ่งไม้หากใครจะใคร่ลองเอามามัดเป็นกำ ตั้งใจใช้กำ ลัง หักก็ยากเต็มทน หากหมู่คณะใดไม่มีความสามัคคีในหมู่คณะของตนกิจการ อันใดที่จะต้องขวนขวายทำ ก็ไม่พร้อมเพรียงกัน อย่าปราถนาหวัง สุขทั้งเจริญอัน มวลมาอุบัติบรร ลุไฉน บ ได้มี ปวงทุกข์พิบัติสรร พภยันตรายกลี แม้ปราศนิยมปรี ติประสงค์ก็คงสม ถอดคำ ประพันธ์ อย่าได้หวังเลยความสุขความเจริญจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ความทุกข์พิบัติอันตรายและความชั่วร้ายทั้งปวง ถึงแม้จะไม่ต้องการที่จะต้อง ได้รับเป็นแน่แท้


ควรประชุมเช่น คณะเป็นสมาคม สามัคคิปรารม ภนิพัทธรำ พึง ไป่มีก็ให้มี ผิวมีก็คำ นึง เนื่องเพื่อภิยโยจึง จะประสบสุขาลัย ฯ ถอดคำ ประพันธ์ ผู้ที่อยู่รวมกันเป็นหมู่คณะหรือสมาคม ควรคำ นึงถึงความสามัคคี อยู่เป็นนิจ ถ้ายังไม่มีก็ควรจะมีขึ้น ถ้ามีอยู่แล้วก็ควรทำ ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ขึ้นไปจึงจะถึงซึ่งความสุขสบาย


อธิบายคำ ศัพท์ยาก ศัพท์ ความหมาย กลา กลห์เหตุ กสิก ไกวล ขัตติย์ คดี คม ชเนนทร์ ทม ทลิทภาว ทั่วบุรคาม ทิช ทิน นครบร นย, นัย นยนาม นรนิกร นฤพัทธ, นิพัทธ์ นฤสาร นิวัต นีรผล ประเด ประศาสน์ ถ้อยคำ เหตุแห่งการทะเลาะ ชาวนา ทั่วไป กษัตริย์ เรื่อง ไป ผู้เป็นใหญ่ในชน (ชน+อินทร) การข่มใจ ยากจน ทั่วบ้านทั่วเมือง ผู้เกิดสองครั้ง คือ พราหมณ์ วัน เมืองของข้าศึก ความหมาย, เค้าความ ใจความ ฝูงชน เนือง ๆ, เนื่องกัน ไม่มีสาระ กลับ ไม่เป็นผล มอลให้หมด การสั่งสอน


อธิบายคำ ศัพท์ยาก ศัพท์ ความหมาย ปรากรม ปรุงโสต ปลาต ปวัตน์ พฤติ พิเฉท พิชากร พุทธาทิบัณฑิต ภัต ภาโรปกรณ์ ภินท์พัทธสามัคคิย ภิยโย ภีรุก ภูมิศ มน มนารมณ์ มาน ยุกติ รหุฐาน ลักษณสาสน เลา วัญจโนบาย วัลลภชน ความเพียร ในที่นี้หมายถึง แต่งให้ไพเราะน่าฟัง หายไป ความเป็นไป "ปวัตติ์" ก็ใช้ ผู้เฒ่า ตัดขาด, ทำ ลาย วิชาความรู้ ผู้รู้ มีพระพุทธเจ้าเป็นอาทิ ข้าว ในที่นี้หมายถึง สิ่งที่ได้รับมอบหมาย การแตกสามัคคี ยิ่ง ๆ ขึ้น ขลาด, กลัว กษัตริย์ ใจ สมดังที่ตั้งใจ ความถือตัว ยุติ, จบสิ้น ที่ลับ, ที่สงัด ในที่นี้หมายถึง จดหมาย เค้า อุบายหลอกลวง คนสนิท


อธิบายคำ ศัพท์ยาก ศัพท์ ความหมาย วิรุธ สมรรคภินทน สมัครภาพ สหกรณ ส่ำ สิกขสภา สุขาลัย เสาวน เสาวภาพ หายน์, หายน หิตะ เหี้ยมนั้น อนัตถ์ อนุกรม อภิเผ้า อาคม อุปเฉทไมตรี อุรส อุฬุมป์เวฬุ เอาธูร เอาภาร ผิดปกติ การแตกสามัคคี ความสามัคคี หมู่เหล่า พวก, หมู่ ห้องเรียน สถานที่ที่มีความสุข ฟัง สุภาพ ความเสื่อม ประโยชน์ เหตุนั้น ไม่เป็นประโยชน์ ตามลำ ดับ ผู้เป็นใหญ่ มา, มาถึง ตัดไมตรี โอรส, ลูกชาย แพไม้ไผ่ เอาเป็นธุระ รับภาระ, รับผิดชอบ


๑) การเมืองการปกครอง กษัตริย์แคว้นวัชชีทั้งหลายยึดมั่นในหลักอปริหานิยธรรมซึ่ง เน้นความสามัคคีเป็นหลัก ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการ ดังนี้ ๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ ๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันทำ กิจที่พึงทำ ๓. ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ (อันขัดต่อหลักการเดิม) ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ (ตามหลักการเดิม) ถือปฏิบัติมั่นตามวัชชีธรรม (หลักการ) ตามที่วางไว้เดิม ๔.ท่านเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ในชนชาววัชชี เคารพนับถือท่านเหล่านั้น เห็นถ้อยคำ ของ ท่านว่าเป็นสิ่งอันควรรับฟัง ๕. บรรดากุลสตรีกุลกุมารทั้งหลาย ให้อยู่ดีโดยมิถูกข่มเหง หรือ ฉุดคร่าขืนใจ ๖. เคารพสักการบูชาปูชนียสถานและปูชนียวัตถุ ตลอดถึงอนุสาวรีย์ของวัชชีทั้งหลาย ทั้งภายในและภานนอก ไม่ปล่อยให้ธรรมิกพลีที่เคยให้เคยทำ แก่เจดีย์ เหล่านั้น เสื่อมทรามไป ๗. ให้ความอารักขา คุ้มครอง ป้องกัน แกาพระอรหันต์ทั้งหลายในแคว้นวัชชี ๒) การศึกษา ราชกุมารได้ร่ำ เรียนวิชาจากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่าง ๆ อย่างในเนื้อ เรื่องก็มีวัสสการพราหมณ์เป็นผู้ที่ได้สอนวิชาราชกุมารโดยมีภารกิจลับทำ ให้กษัตริย์ แห่งแคว้นวัชชีแตกสามัคคีกัน ๓) การขยายอาณาเขต พระเจ้าอชาตศรัตรูซึ่งเป็นกษตริย์แห่งแคว้นมคธต้องการที่ จะครอบครองแคว้นวัชชีของเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี วิเคราะห์คุณค่าของสามัคคีเภทคำ ฉันท์ ด้านเนื้อหา ๑) ให้ความเพลิดเพลินจากเนื้อเรื่อง ๒) ข้อคิดจากเรื่อง สามัคคีเภทคำ ฉันท์ เช่น ความสามัคคีปรองดองเป็นสิ่งสำ คัญของ การอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ,คนในสังคมร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ จะอยู่รอดได้,ไม่ควรหลง เชื่ออะไรง่ายๆ คิดไตร่ตรองเหตุผลให้ดีก่อน,รู้จักการลดทิฐิของตนลงและช่วยเหลือผู้อื่น เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม,การวางแผนและวิเคราะห์ปัญหาเป็นสิ่งสำ คัญที่ทำ ให้ สามารถแก้ปัญหาได้,ควรใช้ปัญญามากกว่ากำ ลังในการแก้ปัญหา ด้านสังคม ด้านการนำ ไปใช้ ๑. วิเคราห์อุปสรรคและปัญหาอย่างถี่ถ้วนก่อนลงมือปฏิบัติ ๒. พิจารณาไตร่ตรองเหตุผลและหาความจริงก่อนเชื่อสิ่งใด ไม่ด่วนสรุปความ ๓. เลือกบุคคลให้เหมาะสมกับงานที่มอบหมายทำ ให้งานสำ เร็จได้ด้วยดี ๔. ไม่ถือความคิดของตนเป็นใหญ่ ไม่ทะนงตนว่าดีกว่าผู้อื่น อ่อนน้อมถ่อมตน


ด้านวรรณศิลป์ ๑. แต่งเป็นคำ ประพันธ์ประเภทฉันท์ โดยมีการใช้ฉันท์ทั้งหมด๑๘ ชนิด โดยลีลา ของฉันท์แต่ละชนิดที่นำ มาแต่งนั้นล้วนแต่เหมาะสมกับเนื้อเรื่องเป็นอย่างยิ่งส่วนฉันท์ อื่นๆ ที่นำ มาใช้สลับกันไปแต่ละฉันท์นั้น ล้วนไพเราะและเหมาะสมทั้งสิ้น ๒. การเล่นสัมผัส ทั้งสัมผัสพยัญชนะ สัมผัสสระ และการเล่นเสียงวรรญยุกต์ ที่มี ปรากฏอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ทำ ให้ฉันท์มีความไพเราะงดงาม ฟังแล้วรื่นหู เช่น พระราชบุตรลิจ ฉวิมิตรจิตเมิน ณ กันและกันเหิน คณะห่างก็ต่างถือ ทะนงชนกตน พลลันเถลิงลือ ก็หาญกระเหิมฮือ มนฮึก บ นึกขาม ฯ สัมผัสพยัญชนะ ( มิตร-เมิน, ทะ(นง)-ช(ยก), ล้น-เถลิง-ลือ, หาญ-เหิม-ฮือ ) สัมผัสสระ ( มิตร-จิต, ห่าง-ต่าง, ฮึก-นึก ) แม้มากผิกิ่งไม้ ผิวใครจะใคร่ลอง มัดกำ กระนั้นปอล พลหักก็เต็มทน เล่นเสียงวรรณยุกต์ ( ใคร-ใคร่ ) ๓. การพรรณนาที่สมจริง โดยใช้ถ้อยคำ ที่เรียบง่าย ฟังแล้วเข้าใจเรื่องได้ดียิ่งขึ้น เช่น ต่างก็ตระหนก มนอกเต้น ตื่น บ มิเว้น ตะละผู้คน ทั่วบุรคา มจลาจล เสียงอลวน อลเวงไป ๔. การเปรียบเทียบ มีบางตอนที่เปรียบคมคาย ทำ ให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องได้ดียิ่งขึ้น เช่น ลูกข่างปีะดาทา รกกาลขว้างไป หมุนเล่นสนุกไฉน ดุจกันฉะนั้นหนอ ( การปลุกปั่นยึยุง ) แม้มากผิกิ่งไม้ ผิวใครจะใคร่ลอง มัดกำ กระนั้นปอง พลหักก็เต็มทน ( ความสามัคคี )


บรรณานุกรม กัลยาณี ถนอมแก้ว. (๒๕๕๖). ศึกษาวรรณคดี สามัคคีเภทคำ ฉันท์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.gotoknow.org/posts/332031. (วันที่ค้นข้อมูล : ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕) จรรยวรรณ ศรีฉายา. (บรรณาธิการ). (๒๕๖๔). หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ๖. กรุงเทพฯ: บริษัท คุรุมีเดีย จำ กัด. ณัฐชยา เพ็ชรรัตน์. (๒๕๖๑). หน่วยที่ ๕ สามัคคีเภทคำ ฉันท์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://sites.google.com/a/watpa.ac.th/krunatchaya/ bi-khwam-ru-reuxng-samakhkhi-pheth-kha-chanth. (วันที่ค้นข้อมูล : ๔ มิถุนายน ๒๕๖๕) นิรนาม. (๒๕๕๖). วิเคราะห์เรื่องสามัคคีเภทคำ ฉันท์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : samakkeepeatchant.blogspot.com/2013/ (วันที่ค้นข้อมูล : ๔ มิถุนายน ๒๕๖๕) โบว์. (๒๕๖๒). 10 เรื่องน่ารู้จากสามัคคีเภทคำ ฉันท์ - เกร็ดความรู้จาก วรรณคดี. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://campus.campusstar.com variety/113938.html. (วันที่ค้นข้อมูล : ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕) พีระเสก บริสุทธิ์บัวทิพย์. (ม.ป.ป.). สามัคคีเภทคำ ฉันท์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.digitalschool.club/digitalschool/ thai2_4_1 /thai9_S/paper/all.pdf. (วันที่ค้นข้อมูล : ๒ มิถุนายน ๒๕๖๔) มหัทธโน. (๒๕๖๓). วัสสการพราหมณ์บ่างช่างยูกับโทษของการแตกสามัคคี เหตุใดพระพุทธองค์จึงทรงให้ธรรม จนวัสสการพราหมณ์ได้อุบาย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.trueplookpanya.com/ blog/content/86930/-dhart-. (วันที่ค้นข้อมูล : ๔ มิถุนายน ๒๕๖๔) สุภาวดี สาตะวัฑฒภ์และคณะ. (๒๕๖๔). สามัคคีเภทคำ ฉันท์ https://pubhtml5.com/zomb/avgf 42


Click to View FlipBook Version