The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
เรื่อง เศษส่วน โดยใช้วิธีการสอนแบบสมองเป็นฐาน
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Monruedee 130, 2023-01-28 21:58:03

วิจัยในชั้นเรียน

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
เรื่อง เศษส่วน โดยใช้วิธีการสอนแบบสมองเป็นฐาน
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

39 สรุปผลการวิจัย การศึกษาวิจัยครั้งนี้สามารถสรุปผลได้ ดังนี้ 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบ สมองเป็นฐานได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 6.30 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 31.50 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 15.90 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 79.50 และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 พบว่า ได้ คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบ สมองเป็นฐานพบว่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน อภิปรายผลการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีประเด็นที่จะอภิปรายผลการวิจัย ดังนี้ 1. การจัดกิจกรรมการเรียนด้วยวิธีการสอนแบบสมองเป็นฐานในรายวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยเห็นว่าวิธีการสอนแบบสมองเป็นฐานเป็นวิธีที่จะทำให้นักเรียน เรียนรู้อย่าง สนุก เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เรเนต นัมเมลา เคน และ จอฟฟรี่ เคน (Renate Nummela Caine and Geoffrey Caine) ได้ให้ความหมายการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ว่า เป็นการที่ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ ที่หลากหลาย ทั้งที่เป็นจริงและวาดฝัน และหาวิธีการต่าง ๆ ในการรับประสบการณ์เข้ามา ซึ่งหมายถึงการสะท้อน ความคิด การคิดวิจารณญาณและการแสดงออกในเชิงศิลปะซึ่งเป็นการสรุปความรู้ นักเรียนมีความรู้เข้าใจเกี่ยวกับ กฎ ทฤษฎี หลักเกณฑ์ ข้อเท็จจริง หรือข้อสรุปตามวัตถุประสงค์ในบทเรียน หรืออาจให้ผู้เรียนฝึกการนำทฤษฎี หลักการ หลักเกณฑ์ กฎหรือข้อสรุปไปใช้ในสถานการณ์ที่หลากหลาย หรืออาจเป็นลักษณะให้ผู้เรียนใช้สัมผัส ทั้ง 5 คือการมองเห็น การฟัง การสัมผัส การชิมรส การดมกลิ่น แสดงออกอย่างอิสระ การจัดการเรียนรู้แบบนี้จะช่วย ให้ผู้เรียนเป็นคนมีเหตุผล ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ การสอนแบบนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นการสอนที่ผู้เรียนจะได้ใช้ ประสบการณ์จากการลงมือทำ ใช้ความคิดเชื่องโยงจากความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ เลขา มากสังข์ (2556) กล่าวว่า การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน หมายถึง การนำองค์ความรู้เรื่องสมองและธรรมชาติของการทำงานของสมอง มา ใช้ในการจัดกระบวนการให้เกิดการ เรียนรู้ ซึ่งได้แก่ การมีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบระหว่างผู้สอนและผู้เรียน การจัด สิ่งแวดล้อม การออกแบบ และการใช้เครื่องมือ สื่อ เพื่อทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพของสมอง บน ความคิด พื้นฐาน 3 ด้าน คือ อารมณ์ การฝึกปฏิบัติจริง และความคิดสร้างสรรค์จากความหมายดังกล่าวสรุปได้ว่า การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน หมายถึง การนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสมองและการทำงานของสมองมา ใช้เป็นเครื่องมือในการออกแบบ การเรียนการสอน โดยการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียน การจัด สิ่งแวดล้อม การออกแบบ การใช้เครื่องมือ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับภาวะการพัฒนาของสมอง ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนมีความสามารถสูงสุดเต็มตามศักยภาพของแต่ละคน


40 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยวิธีการ สอนแบบสมองเป็นฐานมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน ผลการวิจัยเป็นเช่นนี้ เนื่องจากการออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสมองเป็นฐานที่ผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้เรียนรู้ เรื่อง เศษส่วน อย่างเป็น ขั้นตอนเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 : นำเข้าสู่บทเรียน เป็นการกระตุ้นสมอง ตามหลักการทำงานของสมอง เมื่อมีการ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีความสุข สมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งสารนี้มีความสำคัญ มาก ช่วยให้มีจิตใจที่สงบและเกิดสมาธิ ซึ่งจะแตกต่างจาก เอนดอร์ฟิน (Endorphin) และ โดพามีน (Dopamine) ที่จะช่วยให้มีความสุขและสนุกสนาน ซึ่งขั้นตอนนี้นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญ โดยใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ขั้นตอนที่ 2 : ขั้นนำเสนอความรู้ ในขั้นตอนนี้จะคำนึงถึงหลักการทำงานของสมองที่ว่า “เรียนรู้จากง่ายไปหา ยาก เรียนรู้จากของจริง และจากการสัมผัส” จากการศึกษาทางประสาทวิทยาศาสตร์พบว่า “มือ” เป็นอวัยวะที่มี ประสาทสัมผัสที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ได้ดีที่สุด รองลงมาคือ “ปาก” นั่นก็หมายถึง ต้องให้เด็กพูด หรือสื่อสาร การ สื่อสารจะช่วยให้เด็กสามารถเชื่อมโยงเรื่องได้ ดังนั้น การออกแบบรูปแบบการสอน สื่อการสอน ต้องคำนึงถึง หลักการทำงานของสมองอย่างมาก การเรียนการสอนจึงจะประสบความสำเร็จ ในขั้นตอนที่ 2 นี้ มีขั้นตอนย่อยที่ สำคัญหนึ่งคือ “การสรุปในแต่ละชั่วโมง” การสรุปที่ช่วยให้เด็กเกิดความสนุก เกิดการเรียนรู้ และจดจำได้ง่ายขึ้น ขั้นตอนที่ 3 : ขั้นลงมือการเรียนรู้ ขั้นนี้จะสอดคล้องกับหลักการทำงานของสมองคือ “สมองจะจดจำได้ดี นำไปสู่ความจำระยะยาว (Long-term Memory) ต้องผ่านกระบวนการฝึกซ้ำๆ” คำว่า “ซ้ำๆ” ในที่นี้ไม่ได้ หมายถึง การทำโจทย์เดิมซ้ำๆ แต่หมายถึงการใช้หลักการ เช่น หลักการบวก ก็นำไปใช้กับการบวกที่แตกต่างกัน ออกไปในโจทย์ คุณครูจึงจำเป็นต้องออกแบบใบงานที่แตกต่างออกไป เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกฝนเรื่อยๆ ขั้นตอนที่ 4 : ขั้นการสรุปความรู้ ขั้นนี้เป็นการสรุปเมื่อจบบทเรียนหรือหน่วย ซึ่งแตกต่างจากขั้นตอนที่ 2 ซึ่ง เป็นการสรุปในแต่ละชั่วโมง ในขั้นตอนนี้เป็นการเชื่อมโยงความรู้ทั้งหน่วย โดยใช้ Graphic Organizer ฝึกให้ นักเรียนเชื่อมโยงความรู้ภายในบทเรียน สอดคล้องกับหลักการทำงานของสมองที่ว่า “สมองเรียนรู้เป็นองค์รวม” ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญต่อเด็กมาก และเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างยาก ครูเองก็จำเป็นต้องฝึกฝนบ่อยๆ ขั้นตอนที่ 5 : ขั้นการประยุกต์ใช้ความรู้ การที่เด็กเรียนแล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้นั้น ทำให้เกิดการ เรียนรู้ได้ถึงร้อยละ 90 ดังนั้น เมื่อจบบทเรียน คุณครูต้องคิด ต้องออกแบบ เชื่อมโยงความรู้ทั้งหน่วย นำข้อสอบมา ให้เด็กทดลองทำ ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ วทันยา กฤตติกานนท์ (2562) ศึกษาเรื่อง เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนคณิตศาสตร์การจัดการเรียนรู้แบบการใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับเทคนิค STADของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบการใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับเทคนิค STAD กับเกณฑ์ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็มและ 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ของ


41 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบการใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับ เทคนิค STAD กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลวัดึรนางใน (ละเอียดอุปถัมภ์)สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทองซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2561 จำนวน 46 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ แผนการ จัดการเรียนรู้แบบการใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับเทคนิค STAD จำนวน 20 แผน มีความเหมาะสมหรือ สอดคล้องกันในระดับมากที่สุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คณิตศาสตร์ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.81 และแบบทดสอบวัดความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.85 สถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มเดียว และการ ทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระจากกัน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบการใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับเทคนิค STAD สูงกว่า เกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2. ความสามารถในการ สื่อสารทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบการใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับเทคนิค STAD สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะสำหรับการนำผลการวิจัยไปใช้ จากการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้วิธีการสอนแบบสมองเป็นฐานซึ่งผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะใน การนำไปใช้ ดังนี้ 1.1 การจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐาน เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้รับ ประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งที่เป็นจริงและวาดฝัน และหาวิธีการต่าง ๆ ในการรับประสบการณ์เข้ามา ซึ่ง หมายถึงการสะท้อนความคิด การคิดวิจารณญาณและการแสดงออกในเชิงศิลปะซึ่งเป็นการสรุปความรู้ ใช้ใน สถานการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ ให้เหตุผลถึงความสมเหตุสมผล ซึ่งใช้ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับศักยภาพนักเรียน ความรู้พื้นฐานนักเรียนจึงควรให้เวลานักเรียนในการทำกิจกรรม การแสดง แนวคิด เหตุผลทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม 1.2 ครูควรให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ สนับสนุนนักเรียนเมื่อเห็นว่านักเรียนไม่สามารถแสดง แนวคิดหรือแสดงการให้เหตุผลสนับสนุนคำตอบได้ เนื่องจากการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมาไม่เน้น และนักเรียนไม่ได้ ฝึกความสามารถในการให้เหตุผล 1.3 ควรกล่าวชื่นชมนักเรียนที่ให้ความร่วมมือกิจกรรม ให้รางวัลสำหรับนักเรียนที่ทำกิจกรรมได้ดีเด่น เพื่อเป็นการเสริมแรงและสร้างความมั่นใจในการเรียน


42 1.4 ควรนำการจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐานไปจัดการเรียนรู้กับเนื้อหาคณิตศาสตร์อื่นที่สามารถจัด ได้ เช่น การคูณ การวัด เป็นต้น 1.5 ควรนำการจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐานมาประยุกต์ในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งผลให้นักเรียนมี พัฒนาทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อื่น ๆ เช่น ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการเชื่อมโยงหรือทักษะการ สื่อสาร เป็นต้น 1.6 ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐานควรเตรียมสื่ออุปกรณ์ ใบงาน ให้พร้อมก่อนการทำ กิจกรรม แต่ละครั้ง และควรจดบันทึกหลังสอนเพื่อให้ทราบปัญหาสิ่งที่ต้องการแก้ไขเพื่อทำให้การจัดกิจกรรมการ เรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป ในการวิจัยครั้งต่อไป ผู้วิจัยขอเสนอแนะประเด็นที่ควรนำมาศึกษา ดังนี้ 2.1 ควรศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐาน เกี่ยวกับตัวแปรตามด้านอื่น ๆ เช่น ความรู้ พื้นฐานที่ผู้เรียนมี ความสามารถในการทำกิจกรรม ความคงทนในการเรียนรู้ความสามารถในการแก้ปัญหา ทักษะ กระบวนการทางคณิตศาสตร์เป็นต้น 2.2 ควรศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐาน ในกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ในระดับชั้นอื่น ๆ โดยปรับกิจกรรมการเรียนการสอน ให้เหมาะสมกับเนื้อหาในแต่ละระดับชั้นและวัยของนักเรียนเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดในการเรียนรู้ของนักเรียน 2.3 ควรศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐานกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ในระดับชั้น ต่าง ๆ 2.4 ควรทำการศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบสมองเป็นฐาน เปรียบเทียบกับการจัดการเรียนรู้แบบอื่น ๆ


43 เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. ความหมายของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. (ม.ป.ป.). สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2563, สืบค้นจาก เว็บไซต์http://www.nanabio.com/Research/Achievement/Achievement01.html จิตติรัตน์ แสงเลิศอุทัย. (2558).เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย Research Instrument. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร (ครุศาสตร), 7(1), 2-14 ทิศนา แขมมณี. (2558). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 19.กรุงเทพฯ: ด่วนสุนทธาการพิมพ์ ปราณี กองจินดา. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์และทักษะการคิดเลข ในใจ ของ นักเรียนที่ได้รับการสอนตามรูปแบบซิปปาโดยใช้แบบฝึกหัดที่เน้นทักษะการคิดเลข ในใจกับนักเรียนที่ ได้รับการสอนโดยใช้คู่มือครู. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา พิมพันธ์ เตชะคุปต์. (2548). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ป แบเนจ เม็นท์. พิษณุ ฟองศรี. (2551 ).วิจัยชั้นเรียน : หลักการและเทคนิคปฏิบัติ พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: บริษัทด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด. พรพิไล เลิศวิชา. (2558). การพลิกโฉมโรงเรียน ป. 1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปี. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชุมสหกรณ์การเกษตร์แห่งประเทศไทย ภัทราพร ทำคาม (2560). การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับแผนผังความคิด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6.(วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). สาขาวิชาหลักสูตรและ การศึกษา คณะศรุศาสตร จังหวัดปทุมธานี:มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยุทธ ไกยวรรณ์ และกุสุมา ผลาพรม. (2550). พื้นฐานการวิจัย.กรุงเทพฯ: ศูนย์สื่อเสริมกรุงเทพ. ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2539). เทคนิคการวัดผลการเรียนรู้. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. เลขา มากสังข์.(2556) ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการเขียน เชิงสร้างสรรค์ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2565, สืบค้นจาก https://sites.google.com/site/prapasara/2-12


44 วทันยา กฤตติกานนท์ (2562). เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์การจัดการเรียนรู้ แบบการใช้สมองเป็นฐาน (BBL) ร่วมกับเทคนิค STADของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการศึกษา คณะศรุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี. วารสารบัณฑิตศึกษา. ฉบับที่ 58 ปีที่ 12 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี [สสวท.], 2555 : 1) ซึ่ง มัทนา สีแสด (2552 : 15) เยาวพา เดชะคุปต์. 2548 : 36 ; อ้างอิงมาจาก Renate Nummela Caine and Geoffrey Caine. 1990 : 66-70) สุนทร โคตรบรรเทา. (2548) หลักการเรียนรู้โดยเน้นสมองเป็นฐาน(Principles of Brased Leaming. กรุงทพฯ:กระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานทดสอบทางการศึกษาแห่ชาติ.(2564). ประกาศผลสอบ NT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ. อัครภูมิ จารุภากร และพรพิไล เลิศวิชา. (2550). สมอง เรียน รู้. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้. Cain,R.,G (1990). 12 Principles for Brain Based Learning. New York: Prince Inc. Call, N. (2003). The thinking child brain-based learning for the foundation stage. PO Box 635 Stafford: Network Educational Press Ltd. Fatima, H. (2014). Effect of Brainbased Learning on Academic Achievement of VII Graders in Mathematics. Dissertation Abstracts Journal of Elementary Education. 27(2), 85. Duman, B. (2006). The effect of bran-based instruction to improve on students’ academic achievement in social studies instruction. Paper presented in 9th International Conference on Engineering Education. Hoge P. (2003). The integration of brain-based learning and literacy acquisition. New York: W.H Freeman. Jensen, E. (2000). Brain-based learning. San Diego, CA: The Brain Store Publishing. Ozden, M.; & Gultekin, M. (2008). The effects of Brain-Based Learning on Academic Achievement and Retention of Knowledge in Science Course. Electronic Journal of Science Education. 12(1): 1-19.


45 ภาคผนวก


46 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย


47 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ที่ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน มีรายชื่อดังต่อไปนี้ 1. นางสาวสุนีย์ ดอกดวง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนอนุบาลเพ็ญประชานุกูล อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี 2. นายอนุชิต บุญมาก ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนอนุบาลเพ็ญประชานุกูล อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี 3. นางสาวสาวิตรี ศรีบัวน้อย ครูสาขาวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนอนุบาลเพ็ญประชานุกูล อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี


48 ภาคผนวก ข แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน


49 แบบตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน โดยใสเครื่องหมายถูก (√) ลงในช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่ เป็นประโยชน์ในการนำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1.สามารถบอกเศษส่วน ที่ตัวเศษน้อยกว่า หรือเท่ากับตัวส่วนได้ 1.ดูรูปว่าส่วนที่ระบายสีตรงกับเศษส่วนข้อใดต่อไปนี้ ก. 6 8 ข. 3 3 ค. 6 2 ง. 6 9 2.ดูรูปที่ 1 และ2 ว่าส่วนที่ระบายสีตรงกับเศษส่วนข้อ ใด รูปที่ 1 รูปที่ 2 ก. 2 4 และ 4 9


50 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ข. 2 4 และ 4 10 ค. 3 4 และ 5 10 ง. 3 4 และ 5 9 2.สามารถอ่านและเขียน เศษส่วนที่ตัวเศษน้อยกว่า หรือเท่ากับตัวส่วนได้ 3.เศษส่วนข้อใดต่อไปนี้แสดงจำนวน เศษหนึ่งส่วน สาม ก. 3 1 ข. 1 3 ค. 1 4 ง. 1 6 4.รูปสี่เหลี่ยมรูปนี้ แบ่งเป็น 3 ส่วนเท่าๆกันสามารถ เขียนเศษส่วนแสดงจำนวนของแต่ละส่วนได้ตรงกับข้อ ใด ก. 1 3 ข. 1 4 ค. 1 5 ง. 1 6 3.สามารถอธิบายวิธีการ เปรียบเทียบเศษส่วนที่มี ตัวส่วน เท่ากัน โดยที่ตัว เศษน้อยกว่าหรือเท่ากับ ตัวส่วนได้ 5.ข้อใดต่อไปนี้เป็นเศษส่วนที่มีค่าน้อยกว่า เศษสาม ส่วนเจ็ด ก. 5 7 ข. 2 7 ค. 4 7 ง. 6 7 6.ข้อใดต่อไปนี้เป็นเศษส่วนที่มีค่ามากกว่า เศษเจ็ด ส่วนเก้า


51 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ก. 7 9 ข. 2 9 ค. 8 9 ง. 4 9 4.สามารถอธิบายวิธีการ เปรียบเทียบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนไม่เท่ากันโดยที่ตัว เศษน้อยกว่าหรือ เท่ากับตัวส่วนได้ 7.ข้อใดต่อไปนี้เปรียบเทียบเศษส่วนได้ถูกต้อง ก. 5 6 < 5 7 ข. 5 6 < 5 9 ค . 5 6 > 5 8 ง. 5 6 < 5 6 8.ดูภาพแล้วพิจารณาว่าข้อใดถูกต้อง ก. 5 8 > 4 6 ข. 4 8 < 4 6 ค. 5 8 < 4 6 ง. 4 8 > 4 6 5.สามารถเปรียบเทียบ เศษส่วนที่มีตัวส่วน เท่ากัน โดยที่ตัวเศษน้อย กว่าหรือเท่า กับตัวส่วนได้ 9.ตัวเลขที่หายไปคือจำนวนใด ก. 2 ข. 4 ค. 6 ง. 0 10.จากภาพข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง < 5 5 5


52 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ก. 5 6 < 3 6 ข. 5 6 < 4 6 ค. 5 6 = 5 6 ง. 5 6 > 3 6 6.สามารถเปรียบเทียบ เศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่ เท่ากัน โดยที่ตัวเศษน้อย กว่าหรือเท่ากับตัวส่วนได้ 11.ข้อใดต่อไปนี้เป็นเศษส่วนที่มีค่ามากกว่า เศษสอง ส่วนแปด ก. 2 5 ข. 2 9 ค. 2 13 ง. 2 10 12.ข้อใดต่อไปนี้เปรียบเทียบเศษส่วนได้ถูกต้อง ก. 2 3 > 2 2 ข. 5 12 > 5 6 ค. 4 8 < 4 9 ง . 3 3 > 3 4 7.สามารถอธิบายวิธีการ เรียง ลำดับเศษส่วนจากน้อย ไปมากและจากมากไป น้อยได้ จากข้อความที่กำหนดให้ใช้ตอบคำถามข้อ 13 และ ข้อ 14 13.วันไหนคือวันที่แดงวิ่งได้ไกลที่สุดของเส้นทาง ทั้งหมด ก.วันที่1 ข.วันที่ 2 ค.วันที่ 3 ง. วันที่ 4 14. ข้อใดเรียงลำดับวันที่แดงวิ่งได้จากมากไปน้อยได้ ถูกต้อง ก. วันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 ข.วันที่ 2 วันที่ 1 วันที่ 3 วันที่ 1 แดงวิ่งได้ 5 8 กิโลเมตร วันที่ 2 วิ่งได้ 4 8 และวันที่ 3 แดงวิ่งได้ 7 8


53 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 ค.วันที่ 1 วันที่ 3 วันที่ 2 ง. วันที่ 3 วันที่ 1 วันที่ 2 8.สามารถเขียนแสดงการ เรียงลำดับเศษส่วนจาก น้อยไปมากและจากมาก ไปน้อยได้ 15.ข้อใดต่อไปนี้เรียงลำดับเศษส่วนจากน้อยไปมากได้ ถูกต้อง ก. 5 10 3 10 8 10 6 10 ข. 3 10 5 10 8 10 6 10 ค. 3 10 5 10 6 10 8 10 ง. 8 10 6 10 5 10 3 10 16.ข้อใดต่อไปนี้เรียงลำดับเศษส่วนจากมากไปน้อยได้ ถูกต้อง ก. 5 7 5 16 5 9 5 10 ข. 5 16 5 10 5 9 5 7 ค. 5 7 5 9 5 10 5 16 ง. 5 7 5 9 5 16 5 10


54 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 9.สามารถบอกและ อธิบายวิธีการบวก เศษส่วนที่มีตัวส่วน เท่ากันได้ 17.ข้อใดต่อไปนี้เท่ากับผลบวกของ 7 10 + 2 10 ก. ข. ค. ง. 18. ดูข้อมูลที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ แล้ว - เท่ากับเท่าไร ก. 2 12 ข. 3 12 ค. 4 12 ง. 5 12 10.สามารถหาผลลัพธ์ จากการบวกเศษส่วนที่มี ตัวส่วนเท่ากัน ได้ 19. ผลบวกข้อใดเท่ากับผลบวกของเศษส่วนด้านล่าง ก. 4 9 + 5 9 ข. 2 9 + 5 9 ค. 1 9 + 7 9 ง. 3 9 + 3 9 ถ้า 7 12 + 3 12 = และ 4 12 + 2 12 = 4 9 + 3 9


55 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 20.หาผลบวกเศษส่วนที่กำหนดให้ต่อไปนี้ตรงกับข้อใด ก. 3 7 ข. 5 7 ค. 4 5 ง. 6 7 11.สามารถบอกและ อธิบายวิธีการลบเศษส่วน ที่มีตัวส่วนเท่ากันได้ 21.ผลลบข้อใดต่อไปนี้มีค่าน้อยกว่า 2 6 ก. 4 6 - 2 6 ข. 5 6 - 1 6 ค. 6 6 - 3 6 ง. 5 6 - 4 6 22.ภาพที่กำหนดให้ต่อไปนี้มีค่าตรงกับข้อใด ก. 6 6 - 3 6 ข. 6 6 - 4 6 ค. 6 6 - 2 6 ง. 6 6 - 5 6 3 7 + 2 7


56 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 12.สามารถหาผลลัพธ์ จากการลบเศษส่วนที่มี ตัวส่วนเท่ากันได้ 23.ผลลบข้อใดต่อไปนี้มีค่า เท่ากับ 3 8 ก. 4 8 - 2 8 ข. 5 8 - 1 8 ค. 6 8 - 3 8 ง. 7 8 - 2 8 24.ดูข้อมูลที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ แล้ว - เท่ากับข้อใด ก. 4 8 ข. 2 8 ค. 1 8 ง. 3 8 13. สามารถบอกส่วน ต่างๆ ของโจทย์ปัญหา การบวกเศษส่วนที่มีตัว ส่วนเท่ากันและผลบวกไม่ เกิน 1 ได้ ดูข้อมูลต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อ 25และ 26 25.จากข้อมูลข้อใดต่อไปนี้คือสิ่งที่โจทย์บอก ก. มีน้ำมันพืช 4 5 ขวด ใช้ทอดปลา 2 5 ขวด ข.มีน้ำมันพืช 4 5 ขวด ถ้า 7 8 - 2 8 = และ 4 8 - 2 8 = มีน้ำมันพืช 4 5 ขวด ใช้ทอดปลา 2 5 ขวด จะเหลือน้ำมันพืชเท่าไร


57 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 14. สามารถบอกส่วน ต่างๆ ของโจทย์ปัญหา การลบเศษส่วนที่มีตัว ส่วนเท่ากันได้ ค.มีน้ำมันพืช 4 5 ขวด ใช้ทอดปลา 2 5 ขวด จะเหลือ น้ำมันพืชเท่าไร ง.จะเหลือน้ำมันพืชเท่าไร 26. จากข้อมูลข้อใดคือสิ่งที่โจทย์ถาม ก.มีน้ำมันพืช 4 5 ขวด ใช้ทอดปลา 2 5 ขวด ข.มีน้ำมันพืช 4 5 ขวด ค.มีน้ำมันพืช 4 5 ขวด ใช้ทอดปลา 2 5 ขวด จะเหลือ น้ำมันพืชเท่าไร ง. จะเหลือน้ำมันพืชเท่าไร ดูข้อมูลต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 26 และ 27 27.จากข้อมูลข้อใดต่อไปนี้คือสิ่งที่โจทย์บอก ก. ป้านกมีผ้า 8 10 เมตร นำผ้ามาเย็บต่ออีก ข. ป้านกจะมีผ้าทั้งหมดกี่เมตร ค.ป้านกมีผ้า 8 10 เมตร นำผ้ามาเย็บต่ออีก 2 10 เมตร ง.ป้านกจะมีผ้าทั้งหมดกี่เมตร 28.จากข้อมูลข้อใดคือสิ่งที่โจทย์ถาม ก. ป้านกมีผ้า 8 10 เมตร นำผ้ามาเย็บต่ออีก ข. ป้านกจะมีผ้าทั้งหมดกี่เมตร ค.ป้านกมีผ้า 8 10 เมตร นำผ้ามาเย็บต่ออีก 2 10 เมตร ง. ป้านกจะมีผ้าทั้งหมดกี่เมตร ป้านกมีผ้า 8 10 เมตร นำผ้ามาเย็บต่ออีก 2 10 เมตร ป้านกจะมีผ้าทั้งหมดกี่เมตร


58 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 15.สามารถเขียนแสดงวิธี หาคำตอบของโจทย์ ปัญหาการบวกเศษส่วนที่ มีตัวส่วนเท่ากันและ ผลบวกไม่เกิน 1 และ โจทย์ปัญหาการลบ เศษส่วนที่มีตัวส่วน เท่ากันได้ 29.อ่านโจทย์ปัญหาแล้วตอบคำถามต่อไปนี้ ก. 5 10 + 4 10 = ข. 5 10 - 4 10 = ค. 4 10 + 7 10 = ง. 4 10 - 5 10 = วันแรกจ๊อบวิ่งได้ 5 10 กิโลเมตร วันที่สองวิ่งได้ มากกว่าวันแรก 4 10 กิโลเมตร วันที่สองวิ่งได้ กี่กิโลเมตร ประโยคสัญลักษณ์ 5 10 + 4 10 = วิธีทำ วันแรกจ๊อบวิ่งได้ 5 10 กิโลเมตร + วันที่สองวิ่งได้มากกว่าวันแรก 4 10 กิโลเมตร วันที่สองวิ่งได้ 9 10 กิโลเมตร ตอบ วันที่สองวิ่งได้ 9 10 กิโลเมตร


59 จุดประสงค์เชิง พฤติกรรม ข้อสอบ ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 อ่านข้อมูลต่อไปนี้แล้วเลือกคำตอบที่ถูกต้องเติมลง ในช่องว่าง ข้อ 30และและ 31 30. ก. 1 9 ข. 4 9 ค. 2 9 ง. 3 9 31. ก. 1 9 ข. 4 9 ค. 2 9 ง. 3 9 32. ก. 1 9 ข. 4 9 ค. 2 9 ง. 3 9 หมายเหตุ : +1 หมายถึง เหมาะสม, 0 หมายถึง ไม่แน่ใจ, -1 หมายถึง ไม่เหมาะสม ข้อเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ………………………………………ผู้เชี่ยวชาญ (……………………………………………..) ไลลาถักกระเป๋าโดยใช้เชือกสีขาว 4 9 ม้วน ใช้ เชือกสีฟ้าน้อยกว่าสีขาวอยู่ 1 9 ม้วนเชือกสีฟ้า ยาวเท่าไร วิธีทำ ไลลาถักกระเป๋าโดยใช้เชือกสีขาว 4 9 ม้วน ใช้เชือกสีฟ้าน้อยกว่าสีขาวอยู่ ข้อ30 ม้วน เชือกสีฟ้ายาว ข้อ31 ม้วน ตอบ เชือกสีฟ้ายาว ข้อ32 ม้วน


60 แบบตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence: IOC) เรื่อง เศษส่วน คำชี้แจง ขอให้ท่านผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน โดยทำเครื่องหมาย ✓ ลงใยช่องความคิดเห็นของท่านพร้อมเขียนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการ นำไปพิจารณาปรับปรุงต่อไป ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ เหมาะสม +1 ไม่แน่ใจ 0 ไม่เหมาะสม -1 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญ ครบถ้วนและสัมพันธ์กัน 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับเนื้อหาและ จุดประสงค์ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายและเหมาะสมกับ ความสามารถผู้เรียน 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะกระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติและสร้างความรู้ด้วยตนเอง 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่ายเหมาะสมกับ ระดับชั้น 7 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมและ จุดประสงค์ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับจุดประสงค์ วัย และ ความสามารถของผู้เรียน 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้องกับ จุดประสงค์และกิจกรรม 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้าน ความรู้ ทักษะ และเจตคติ


61 ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ .................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ลงชื่อ ..................................................... ผู้ประเมิน (...........................................................................)


62 ภาคผนวก ค ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of ltem Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of ltem Objective Congruence : IOC) เรื่อง เศษส่วน


63 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง ทศนิยม ข้อที่ ผลการประเมินผู้เชี่ยวชาญ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 รวม IOC แปลผล 1 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้ 2 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 3 +1 0 +1 2 0.67 ใช้ได้ 4 0 +1 +1 2 0.67 ใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 6 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 7 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 8 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 10 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 11 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 12 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 13 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 14 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 15 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 16 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 17 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 18 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 19 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 20 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 21 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 22 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 23 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้


64 24 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 25 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 26 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 27 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 28 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 29 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 30 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 31 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 32 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ หมายเหตุการแปลผลค่า IOC ใช้เกณฑ์ ดังนี้ IOC < 0.5 หมายถึง ข้อสอบไม่สอดคล้องกับเนื้อหา ควรตัดข้อสอบข้อนั้นทิ้งไป IOC > 0.5 หมายถึง ข้อสอบข้อนั้นสอดคล้องกับเนื้อหา สามารถใช้ข้อสอบข้อนั้นได้


65 ผลการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (Index of Item Objective Congruence : IOC) เรื่อง ทศนิยม ข้อ รายการพิจารณา ความคิดเห็น ผู้เชี่ยวชาญคนที่ ค่า IOC แปลผล 1 2 3 1 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบ สำคัญครบถ้วนและสัมพันธ์กัน +1 +1 +1 1 ใช้ได้ 2 เนื้อหา/สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับ จุดประสงค์ +1 +1 +1 1 ใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับ เนื้อหาและจุดประสงค์ +1 +1 +1 1 ใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลายและ เหมาะสมกับความสามารถผู้เรียน +1 +1 +1 1 ใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นทักษะ กระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติและ สร้างความรู้ด้วยตนเอง +1 +1 +1 1 ใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้มีความยากง่าย เหมาะสมกับระดับชั้น +1 +1 +1 1 ใช้ได้ 7 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้สอดคล้องกับ กิจกรรมและจุดประสงค์ +1 +1 +1 1 ใช้ได้ 8 สื่อหลากหลายสอดคล้องกับ จุดประสงค์ วัย และความสามารถของ ผู้เรียน +1 +1 +1 1 ใช้ได้ 9 วิธีการวัดผลและเครื่องมือสอดคล้อง กับจุดประสงค์และกิจกรรม +1 +1 +1 1 ใช้ได้ 10 เกณฑ์การประเมินผลชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และ เจตคติ +1 +1 +1 1 ใช้ได้


66 ภาคผนวก ง ค่าความยากง่าย (p)และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เศษส่วน ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ (t – test for One Sample and t-test for Dependent Sample)


67 ผลการหาค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทศนิยม ข้อที่ ประสิทธิภาพของแบบทดสอบ ผลการวิเคราะห์ ค่าความยาก (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) 1 0.50 0.40 ใช้ได้ 2 0.40 0.20 ใช้ได้ 3 0.55 0.90 ใช้ได้ 4 0.65 0.70 ใช้ได้ 5 0.75 0.70 ใช้ได้ 6 0.60 0.80 ใช้ได้ 7 0.75 0.50 ใช้ได้ 8 0.55 0.50 ใช้ได้ 9 0.65 0.70 ใช้ได้ 10 0.55 0.70 ใช้ได้ 11 0.55 0.50 ใช้ได้ 12 0.60 0.40 ใช้ได้ 13 0.75 0.50 ใช้ได้ 14 0.75 0.90 ใช้ได้ 15 0.65 0.70 ใช้ได้ 16 0.65 0.30 ใช้ได้ 17 0.75 0.50 ใช้ได้ 18 0.75 0.50 ใช้ได้ 19 0.75 0.50 ใช้ได้ 20 0.75 0.50 ใช้ได้ หมายเหตุการพิจารณาค่าความยาก (p) ที่พอเหมาะ ควรมีค่าตั้งแต่ 0.20 – 0.80 การพิจารณาค่าอำนาจจำแนก (r) ที่พอเหมาะ ควรมีค่าตั้งแต่ 0.20 ขึ้นไป


68 ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ (t – test for One Sample) ระหว่างคะแนนหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ผลการทดสอบค่าเฉลี่ยของสมมติฐานทางสถิติ (t-test for Dependent Sample) ระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS


69 ภาคผนวก จ ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง เศษส่วน โดยใช้การจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบสมองเป็นฐาน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน


70 แผนการจัดการเรียนรู้ที่22 1. มาตรฐาน มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ 2. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 ป.3/3 บอก อ่าน และเขียนเศษส่วนแสดงปริมาณสิ่งต่างๆ และแสดงสิ่งต่างๆ ตาม เศษส่วนที่กำหนด 3.สาระสำคัญ เมื่อแบ่งรูป 1 รูปออกเป็นส่วนเท่าๆ กัน สามารถเขียน เศษส่วน โดยใช้สัญลักษณ์“ − “ เป็นเส้นคั่นระหว่างจำนวนสองจำนวน จำนวนที่เขียนไว้บนเส้นคั่น เรียกว่า ตัวเศษ และจำนวนที่เขียนไว้ด้านล่างเส้นคั่น เรียกว่าตัวส่วน 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 4.1 สามารถบอกเศษส่วนที่ตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วนได้ 4.2 สามารถอ่านและเขียนเศษส่วนที่ตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วนได้ 4.3 แสดงพฤติกรรมมีระเบียบวินัย 5. สาระการเรียนรู้แกนกลาง เศษส่วนที่ตัวเศษน้อยกว่า หรือเท่ากับตัวส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านหนองบ่อ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค13101 ชั้นประถมศึกษาปีที่3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เศษส่วน เวลาเรียน 20 ชั่วโมง เรื่อง การอ่านและการเขียนเศษส่วน(1) เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวมลฤดีไชยจิตร วันที่21 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565


71 6.กระบวนการจัดการเรียนรู้ 6.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (ชั่วโมงที่1 ) 6.1.1 คุณครูให้นักเรียนจับคู่เล่นเกมโดยแจกใบงาน คู่ฉันอยู่ไหน” ตัดเตรียมไว้แล้ววาง คละไว้บนโต๊ะ 6.1.2 นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันจับคู่รูป โดยนำมาต่อกันให้เป็นรูปเรขาคณิตที่สมบูรณ์ เสร็จแล้วรีบ ยกมือขึ้น คู่ใดที่ต่อภาพเสร็จก่อนจะเป็นผู้ชนะ 6.2 ขั้นนำเสนอความรู้ 6.2.1 คุณครูใช้สื่อของจริง คือ ดินน้ำมันประกอบการสอนเรื่อง เศษส่วน (การแบ่งออกเป็นส่วน เท่าๆกัน) และการอ่านและการเขียนเศษส่วน (1) โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แล้วแจกดินน้ำมัน ให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 3 ก้อน จากนั้นคุณครูถามนักเรียนว่าหากคุณครูต้องการแบ่งดินน้ำมัน เป็นสองชิ้น (2 ส่วน) เท่าๆ กัน คุณครูสามารถแบ่งแบบไหนได้บ้าง 6.2.2 ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันแบ่งดินน้ำมันก้อนแรกออกเป็น 2 ชิ้น เท่าๆ กัน (ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน) เมื่อแบ่งเสร็จให้แต่ละกลุ่มนำเสนอว่ากลุ่มของตัวเองแบ่งแบบใด แต่ละกลุ่มร่วมกันตรวจสอบ แล้วสนทนากับ นักเรียนว่า เราสามารถแบ่งดินน้ำมัน 1 ก้อน ออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กันได้หลายแบบ แต่ละแบบมีส่วนที่ เท่ากันทุกส่วน 6.2.3 จากนั้นคุณครูแสดงดินน้ำมันที่แบ่งออกเป็น 2 ชิ้น บนจอ อธิบายเพิ่มว่า ดินน้ำมัน 1 ก้อน แบ่งเป็น 2 ชิ้น เท่า ๆ กัน ดินน้ำมันแต่ละชิ้นเป็น 1 ใน 2 ของดินน้ำมัน 1 ก้อน เขียนเศษส่วนแสดงจำนวนของดินน้ำมันแต่ละชิ้นเป็น 1 2 อ่านว่า เศษหนึ่งส่วนสอง พร้อมติดบัตรเศษส่วนและอธิบายอีกว่า 1 คือ ตัวเศษแสดงจำนวนชิ้นส่วนที่เราพูดถึงหรือแยกออกมา จะเขียนไว้ด้านบนของเส้นคั่น และ 2 คือ ตัวส่วนแสดงจำนวนของชิ้นส่วนที่เท่า ๆ กันทั้งหมด เขียนไว้ด้านล่างของเส้นคั่น 6.2.4 คุณครูกำหนดให้นักเรียนแบ่งดินน้ำมันที่เหลืออีก 2 ก้อน ให้เท่าๆ กัน สอนด้วยกระบวนการเดียวกับข้อที่ 3 จากนั้นให้นักเรียนเปิดหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 หน้า 157 และ 159-160 โดยพิจารณา รูปแล้วชี้อ่านพร้อมกัน จากนั้นครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 หน้า 161และ162 (ชั่วโมงที่2 ) 6.2.5 คุณครูสอน เรื่อง เศษส่วน (การอ่านและการเขียนเศษส่วน 2) ใช้บัตรภาพพิซซ่าที่แบ่งเป็น 8 แสดงภาพบนจอ ให้นักเรียนดูแล้วช่วยกันนับว่าพิซซ่าถาดนี้แบ่งออกเป็นกี่ส่วน แต่ละ ส่วนเท่ากันหรือไม่สนทนากับนักเรียนว่า พิซซ่า 1 ถาดนี้แบ่งเป็น 8 ส่วน เท่าๆ กัน ซึ่งถ้าคุณครูกิน


72 ไป 3 ชิ้น (หรือ 3 ส่วน) นักเรียนคิดว่าจะเขียนเศษส่วนแสดงจำนวนพิซซ่าชิ้นที่กินไป หรือส่วนที่ระบาย สีได้อย่างไร 6.2.6 อธิบายว่ามีส่วนที่ระบายสี3 ส่วนจากทั้งหมด 8 ส่วน เราสามารถเขียนเป็นเศษส่วนได้คือ 3 8 ให้นักเรียนอ่านพร้อมกันว่า เศษสามส่วนแปด ซึ่ง 3 เป็นตัวเศษ 8 เป็นตัวส่วน และถามนักเรียนว่าตัวเศษ และตัวส่วนคืออะไร (ตัวเศษ คือ จำนวนที่เราต้องการพูดถึง (ส่วนที่ระบายสี) ตัวส่วนคือ จำนวนส่วนทั้งหมด 6.2.7 เปลี่ยนโจทย์เพื่อยกตัวอย่างเพิ่มเติมโดยติดบัตรภาพต่างๆ ตามหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 หน้า 163-164 สอนด้วยกระบวนการเดียวกันกับข้อที่ 5-6 เพื่ออธิบายให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้น 6.2.8 เมื่อนักเรียนเริ่มเข้าใจการอ่านและการเขียนเศษส่วนแล้ว คุณครูติดบัตรภาพบนกระดาน แล้วสุ่มให้นักเรียนออกมาเขียนเศษส่วน หรือคุณครูติดบัตรเศษส่วน ให้นักเรียนออกมาระบายสีแสดงเศษส่วน พร้อมระบุตัวเศษและตัวส่วน 6.3 ขั้นลงมือเรียนรู้ (ชั่วโมงที่3 ) 6.3.1 ให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 1 แบ่งถาดพิซซ่า” ในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 หน้า 165 6.3.2 ทำแบบฝึกหัดในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 หน้า 166-168 6.4 ขั้นสรุปความรู้ ให้นักเรียนทำกิจกรรมที่ 2 ใช่เศษส่วนหรือไม่” ในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 หน้า 165 6.5 ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ 6.5.1 คุณครูให้นักเรียนจับคู่ แล้วแจก “ โดมิโนเศษส่วน” ให้คู่ละ 1 ชุด 6.5.2 นักเรียนตกลงกันว่าใครจะวางเป็นคนแรกและคนที่สองโดยคนแรกดูโดมิโนเศษส่วนที่วางก่อน หน้าแล้วเขียนเศษส่วนหรือวาดภาพพร้อมระบายสีแสดงเศษส่วน จากนั้นให้คนที่สองวาดต่อๆ กันจนเสร็จ 3. ใครตอบผิดน้อยที่สุดเป็นผู้ชนะ 7.เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู้ 7.1 สื่อของจริง ดินน้ำมัน 7.2 บัตรภาพ บัตรตัวเลข 7.3 ใบงาน คู่ฉันอยู่ไหน” 7.4 ใบงาน แบ่งถาดพิซซ่า” (ดาวน์โหลดใบงานจาก QR cod) 7.5 ใบงาน ใช่เศษส่วนหรือไม่” (ดาวน์โหลดใบงานจาก QR cod) 7.6 ชุดโดมิโน โดมิโนเศษส่วน” 7.7 หนังสือชุด เก่งคณิต คิดเลขเป็น ป.3 เล่ม 1


73 8.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัดผล เครื่องมือ เกณฑ์ประเมิน 1.สามารถบอกเศษส่วนที่ตัว เศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน ได้ ประเมินผลจากคะแนนการทำ แบบฝึกหัด /ใบงาน ของนักเรียน แบบฝึกหัดในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 -ใบงาน “ใช่เศษส่วนหรือไม่” -ชุดโดมิโน โดมิโนเศษส่วน” ทำใบงานถูกต้อง ร้อยละ 70 2.สามารถอ่านและเขียน เศษส่วนที่ตัวเศษน้อยกว่าหรือเ ท่ากับตัวส่วนได้ ประเมินผลจากคะแนนการทำ แบบฝึกหัด /ใบงาน ของนักเรียน แบบฝึกหัดในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 -ใบงาน “แบ่งถาดพิซซ่า” ทำใบงานถูกต้อง ร้อยละ 70 3. แสดงพฤติกรรมการมี ระเบียบวินัย สังเกตพฤติกรรมการมีระเบียบวินัย รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการมี ระเบียบวินัยรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพดี


74 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนรู้ - ด้านความรู้ (K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางการแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………..…………………………….. (นางสาวมลฤดี ไชยจิตร) ครูผู้สอน วันที่ ………….. เดือน………..…….…….. พ.ศ. 2565


75 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................................... (นางสาวทิพย์กมล แก้วแจ่มจันทร์) ครูพี่เลี้ยง วันที่ ………….. เดือน………..…….…….. พ.ศ. 2565 ความคิดเห็นของผู้บริหาร .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................................. (นายเฉลิม ดวงพัง) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองบ่อ วันที่ ………….. เดือน………..…….…….. พ.ศ. 2565


76 แบบสังเกตพฤติกรรมการกระตือรือร้นรายบุคคล คำชี้แจง ทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่สมาชิกในกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล มีส่วนร่วม ในกิจกรรม ปฏิบัติตาม คำสั่งตาม กิจกรรม ส่งงานตรง ตามเวลา รวม การ ประเมินผล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20


77 เกณฑ์การประเมิน คะแนนตั้งแต่ 8-9 ผ่าน คะแนน 7 ดี คะแนน 6 ปานกลาง คะแนน 5 พอใช้ คะแนนต่ำกว่า 4 ไม่ผ่าน ระดับคะแนน พฤติกรรมที่แสดงออก มีส่วนร่วมในกิจกรรม ปฏิบัติตามคำสั่งตามกิจกรรม ส่งงานตรงตามเวลา 3 (ดี) นักเรียนมีส่วนร่วมตลอดเวลา ระหว่างทำกิจกรรม นักเรียนปฏิบัติตามคำสั่งตาม กิจกรรมอย่างเคร่งครัด นักเรียนส่งงานตรงตามเวลา ทุกครั้ง 2 (พอใช้) นักเรียนมีส่วนร่วมบางเวลา ระหว่างทำกิจกรรม นักเรียนปฏิบัติตามคำสั่งตาม กิจกรรม นักเรียนส่งงานตรงตามเวลา บางครั้ง 1 (ปรับปรุง) นักเรียนไม่มีส่วนร่วมระหว่าง ทำกิจกรรม นักเรียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตามกิจกรรม นักเรียนส่งงานตรงตามเวลา น้อยครั้ง ลงชื่อ.....................................................ผู้บันทึก ( นางสาวมลฤดี ไชยจิตร) วันที่ ………….. เดือน………..…….…….. พ.ศ. 2565 เกณฑ์การให้คะแนนการมีระเบียบวินัยในการร่วมกิจกรรม


78


79


80


81


82 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 26 1.มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ 2. ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 ป.3/10 หาผลบวกของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน 1 และหาผลลบ ของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน 3.สาระสำคัญ การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน ให้นำตัวเศษมาลบกัน และตัวส่วนนั้นคงเดิม 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 4.1 สามารถบอกและอธิบายวิธีการลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันได้ 4.2 สามารถหาผลลัพธ์จากการลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันได้ 5.สาระการเรียนรู้แกนกลาง การบวกและการลบเศษส่วน 6.กระบวนการจัดการเรียนรู้ 6.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 6.1 ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน เพื่อเล่นเกม ขึ้นและลง” 6.2 กำมือทั้งสองข้าง แล้ววางต่อกัน เมื่อคุณครูพูดว่า บวก 1 มือของคนที่อยู่ล่างสุด ต้องเอาขึ้นมาไว้บนสุด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านหนองบ่อ วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค13101 ชั้นประถมศึกษาปีที่3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เศษส่วน เวลาเรียน 20 ชั่วโมง เรื่อง การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวมลฤดีไชยจิตร วันที่11 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2565


83 1 ครั้ง ถ้าพูดว่า ลบ 4 มือของคนที่อยู่บนสุด ต้องลงไปอยู่ล่างสุด 4 ครั้ง (ถ้าครูพูดบวกให้กำมือวางต่อ ด้านบน แต่ถ้าพูดลบให้ย้ายมาอยู่ด้านล่าง ให้ตรงกับจำนวนที่คุณครูกำหนด) 6.3 เริ่มจากการเล่นช้าๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มระดับความเร็ว 6.2. ขั้นนำเสนอความรู้ 6.2.1 คุณครูสอนเรื่อง การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน แสดงภาพบนจอโดยแบ่งเป็น 9 ส่วน เท่าๆ กัน แล้วถามนักเรียนว่า ขนมปังนี้แบ่งออกเป็นกี่ส่วนที่เท่าๆ กัน ดังนั้นคุณครูมีขนมปังเท่าใด (1 ชิ้นหรือ 9 9 ชิ้น) 6.2.2 สนทนากับนักเรียนว่าถ้าคุณครูกินขนมปังไป 3 ส่วน (ชิ้น) ใน 9 ส่วน (ชิ้น) จะเหลือขนมปังเท่าใด คุณครูติดบัตรประโยคสัญลักษณ์ 9 9 − 3 9 = บนกระดาน แล้วกากบาททับภาพขนมปัง และให้นักเรียนตอบพร้อมกันว่าเหลือเท่าใด จากนั้นแนะนำเพิ่มเติมว่า การเอาออกไป 3 ส่วน ใน 9 ส่วน นั้นทำได้หลายวิธีเช่น กากบาท ตัดออก เป็นต้น และสามารถกากบาทส่วนใดก็ได้ 6.2.3คุณครูนำบัตรภาพออกแล้วถามนักเรียนว่าหากเราไม่มีภาพมีแต่ประโยคสัญลักษณ์เราสามารถหา คำตอบได้ด้วยวิธีใด แล้วให้นักเรียนสังเกตว่า การลบเศษส่วนนี้มีตัวส่วนที่เท่ากัน คือ 9 ดังนั้นเมื่อตัวส่วน เท่ากัน เราสามารถนำตัวเศษมาลบกันได้เลย คือ นำตัวเศษมาลบกัน ครูแสดงขั้นตอนบนหน้ากระดาน 6.2.4 เปลี่ยนโจทย์และยกตัวอย่างเพิ่มเติม โดยสอนด้วยกระบวนการเดียวกัน (ข้อ 5) ใช้โจทย์ในหนังสือ เก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 หน้า 191 เพื่ออธิบายให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้น 6.2.5 เมื่อนักเรียนเริ่มเข้าใจการลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันแล้ว คุณครูตั้งโจทย์แล้วให้นักเรียนผลัด เปลี่ยนกันออกมาหาผลลบบนกระดาน 3-5 ข้อตามความเหมาะสม 6.3 ขั้นลงมือเรียนรู้ 6.3.1 นักเรียนจับคู่ทำกิจกรรม โดยคุณครูแจกใบงาน การลบเศษส่วน” ตัดใบงาน ทั้งหมดเตรียมไว้ 6.3.2 นักเรียนช่วยกันหาผลลบของเศษส่วนในใบงานแล้วนำใบงานรูปผลส้ม (วงกลม) ที่เป็นคำตอบตรงกันมาวางในวงกลมให้ถูกต้อง เมื่อวางครบทุกช่องแล้วตรวจสอบความถูกต้องร่วมกัน และทากาวส้มติดในช่องให้สามารถเปิด-ปิดได้ 6.3.3 ทำแบบฝึกหัดในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 หน้า 192-194 6.4 ขั้นสรุปความรู้ 6.4.1 คุณครูแจกใบงาน สรุปการลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน” ให้นักเรียนทุกคน 6.4.2 นักเรียนหาผลลบ เสร็จแล้วติดลงในสมุด


84 6.4.3 จากนั้นคุณครูให้นักเรียนทุกคนช่วยอภิปรายสรุปเรื่อง การลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันอีกครั้ง 6.5 ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ 6.5.1 คุณครูให้นักเรียนจับคู่ แล้วแจกใบงาน ถูกหรือผิด” ให้นักเรียนตัดเป็นการ์ดเตรียม ไว้ 6.5.2 นักเรียนช่วยกันดูประโยคสัญลักษณ์การบวกและการลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันบนการ์ด ว่าถูกต้องหรือไม่แล้วแยกวางให้ถูกกอง 6.5.3 เฉลยคำตอบร่วมกันทั้งห้อง แล้วให้นักเรียนช่วยกันคิดอีกว่าการ์ดที่ผิดนั้น เราสามารถแก้ให้มันถูกได้หรือไม่ พูดคุย ปรึกษากับคู่ของนักเรียน แล้วสุ่มแต่ละคู่ออกมานำเสนอ (ซึ่งสามารถเปลี่ยนเครื่องหมายจากลบเป็นบวก หรือเปลี่ยนคำตอบก็ได้แสดงความคิดเห็นได้หลากหลาย) 7.เครื่องมือ - สื่อการเรียนรู้ 7.1 บัตรภาพ บัตรเศษส่วน 7.2. แถบประโยคสัญลักษณ์ 7.3 ใบงาน การลบเศษส่วน” 7.4 ใบงาน สรุปการลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน” 7.5 ใบงาน ถูกหรือผิด” 7.6 หนังสือชุด เก่งคณิต คิดเลขเป็น ป.3 เล่ม 1 8.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ เครื่องมือ เกณฑ์ เมื่อเรียนจบบทเรียนนักเรียนสามารถ แบบฝึกหัดในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 -ใบงาน “การลบเศษส่วน” -ใบงาน “สรุปการลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน” ถูกต้องร้อยละ 70 1.สามารถบอกและอธิบายวิธีการลบเศษส่วน ที่มีตัวส่วนเท่ากันได้ 2.สามารถหาผลลัพธ์จากการลบเศษส่วน ที่มีตัวส่วนเท่ากันได้ แบบฝึกหัดในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น เล่ม 1 - ใบงาน “ถูกหรือผิด” ถูกต้องร้อยละ 70 3. แสดงพฤติกรรมการมีระเบียบวินัย แบบสังเกตพฤติกรรมการมีระเบียบวินัย รายบุคคล ผ่านเกณฑ์ ระดับคุณภาพ ดี


85 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการจัดการเรียนรู้ - ด้านความรู้ (K) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แนวทางการแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………..…………………………….. (นางสาวมลฤดี ไชยจิตร) ครูผู้สอน วันที่ ………….. เดือน………..…….…….. พ.ศ. 2565


86 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .................................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ...... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................................... (นางสาวทิพย์กมล แก้วแจ่มจันทร์) ครูพี่เลี้ยง วันที่ ………….. เดือน………..…….…….. พ.ศ. 2565 ความคิดเห็นของผู้บริหาร .................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................. ... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................................. (นายเฉลิม ดวงพัง) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองบ่อ วันที่ ………….. เดือน………..…….…….. พ.ศ. 2565


87 แบบสังเกตพฤติกรรมการกระตือรือร้นรายบุคคล คำชี้แจง ทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤติกรรมที่สมาชิกในกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล มีส่วนร่วม ในกิจกรรม ปฏิบัติตาม คำสั่งตาม กิจกรรม ส่งงานตรง ตามเวลา รวม การ ประเมินผล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20


88 เกณฑ์การประเมิน คะแนนตั้งแต่ 8-9 ผ่าน คะแนน 7 ดี คะแนน 6 ปานกลาง คะแนน 5 พอใช้ คะแนนต่ำกว่า 4 ไม่ผ่าน ระดับคะแนน พฤติกรรมที่แสดงออก มีส่วนร่วมในกิจกรรม ปฏิบัติตามคำสั่งตามกิจกรรม ส่งงานตรงตามเวลา 3 (ดี) นักเรียนมีส่วนร่วมตลอดเวลา ระหว่างทำกิจกรรม นักเรียนปฏิบัติตามคำสั่งตาม กิจกรรมอย่างเคร่งครัด นักเรียนส่งงานตรงตามเวลา ทุกครั้ง 2 (พอใช้) นักเรียนมีส่วนร่วมบางเวลา ระหว่างทำกิจกรรม นักเรียนปฏิบัติตามคำสั่งตาม กิจกรรม นักเรียนส่งงานตรงตามเวลา บางครั้ง 1 (ปรับปรุง) นักเรียนไม่มีส่วนร่วมระหว่าง ทำกิจกรรม นักเรียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตามกิจกรรม นักเรียนส่งงานตรงตามเวลา น้อยครั้ง ลงชื่อ.....................................................ผู้บันทึก ( นางสาวมลฤดี ไชยจิตร) วันที่ ………….. เดือน………..…….…….. พ.ศ. 2565 เกณฑ์การให้คะแนนการมีระเบียบวินัยในการร่วมกิจกรรม


Click to View FlipBook Version