The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 2 เรื่อง เครื่องมือวัด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kridsada Tayoth, 2020-05-12 22:47:07

หน่วยที่ 2 วิชามาตรวิทยาอุตสาหกรรม

หน่วยที่ 2 เรื่อง เครื่องมือวัด

11

หน่วยท่ี 2
เคร่ืองมือวดั

ความหมายและความจาเป็ นของงานวดั ขนาด
การวดั ขนาดหรืองานวดั ขนาด เป็นวธิ กี ารเปรียบเทียบขนาดกบั ตวั วดั หรือเครื่องมือวดั ทกี่ าหนดเป็น

มาตรฐานในการบอกขนาด เพ่ือใหท้ ราบว่าขนาดของชิ้นงานน้นั มขี นาดจริงเท่าไหร่

การจาแนกประเภทของเครื่องมือวดั

จะมกี ารจาแนกตามลกั ษณะในการใชง้ าน เช่น
- เคร่ืองมอื วดั แบบถา่ ยทอดขนาด จะมปี ากเลือ่ นวดั แต่ไม่มขี ีดมาตราวดั ดงั น้นั เมือ่ วดั ขนาดแลว้ ให้
นามาเทียบกบั เคร่ืองมอื วดั ท่ีมขี ีดมาตราอกี ที เครื่องมอื วดั ประเภทน้ีไดแ้ ก่ คาลปิ เปอร์วดั นอกและวดั ใน
- เครื่องมอื วดั ที่มขี ดี มาตราจะไม่มปี ากกาเลื่อนวดั แต่มขี ีดมาตรา การวดั จะอา่ นไดท้ นั ที ไดแ้ ก่ บรรทดั
เหลก็ บรรทดั พบั สายวดั สายวดั มว้ น และตลบั เมตร
- เคร่ืองมือวดั แบบมีปากกาเล่อื นวดั และมขี ดี มาตรา นิยมใชม้ ากเพราะอ่านค่าวดั ไดโ้ ดยตรงและในการ
วดั จะไดค้ ่าวดั ที่มคี วามละเอียดมากกวา่ ไดแ้ ก่ เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ นาฬกิ าวดั ไมโครมเิ ตอร์
- เครื่องมือวดั แบบมีค่าคงท่ี มขี นาดจากดั ไมส่ ามารถจะปรับใหม้ ีขนาดต่างๆได้ บางคร้ังเรียกวา่
เคร่ืองมอื ตรวจสอบ ไดแ้ ก่ เกจวดั เกลยี ว เกจวดั รัสมี เกจกา้ มปู เกจตรงกระบอก เกจเหล่ียม หรือเกจแท่ง

ระบบหน่วยในงานวดั

หน่วยวดั ความยาวมี 2 ระดบั คือ ระดบั องั กฤษและระดบั เมตริก

1. ระดบั องั กฤษ หน่วยวดั ความยาวเป็นนิ้ว

- ทศนิยมของนิ้ว

0.000001 หน่ึงในลา้ นส่วน

0.001 หน่ึงในพนั ส่วน

1.0 หน่ึงนิ้ว

- เศษส่วนของนิ้ว = 0.007810
1/128 = 0.125000
1/8 = 0.500000
1/2

12

- การกระจายหน่วย = 1 ฟุต
12 นิ้ว = 1 หลา
36 นิ้ว = 1 หลา
3 ฟตุ = 1 ไมล์
= 1 ไมล์
5280 ฟตุ
1760 หลา

2. ระบบเมตริก หน่วยวดั ความยาวเป็นเมตร และกระจายเป็นหน่วยมลิ ลิเมตร

10 มลิ ลิเมตร = 1 เซนติเมตร

10 เซนติเมตร = 1 เดซิเมตร

10 เดซิเมตร = 1 เมตร

10 เมตร = 1 เดคาเมตร

10 เดคาเมตร = 1 เฮกโตเมตร

10 เฮกโตเมตร = 1 กิโลเมตร

ค่าเปรียบเทียบระหวา่ งหน่วยองั กฤษและเมตริก

1 มิลลเิ มตร = 1/25.4 = 0.03937 น้ิว

25.4 มิลลเิ มตร = 1 น้ิว

1 เมตร = 39.37 น้ิว

1 กิโลเมตร = 0.621 ไมล์

1 ไมล์ = 1.609 กิโลเมตร

ความคลาดเคลอ่ื นจากการวดั
สาเหตุมาจาก

1. ตาแหน่งวางของเคร่ืองมือวดั
2. ตาแหน่งในการมอง
3. แรงกดที่จุดสมั ผสั ตอ้ งพอเหมาะ
4. ความหลวมคลอนของเครื่องมือวดั
5. อุณหภูมิ
6. จุดหนุนหรือจุดรองรับ
7. บุคคลหรือตวั คนวดั

13

กฎการใช้เครื่องมือวดั
ผวู้ ดั จะตอ้ งคานึงถงึ กฎการใชเ้ คร่ืองมือวดั ดงั ต่อไปน้ี

1. ในการวดั ตอ้ งเลอื กใชเ้ คร่ืองมือที่สามารถวดั ไดล้ ะเอยี ดตามตอ้ งการ
2. การอา่ นค่าบนสเกลของเครื่องมอื วดั แนวสเกลตอ้ งต้งั ไดฉ้ ากกบั แนวสายตา
3. ก่อนวดั ตอ้ งทาความสะอาดเคร่ืองมอื และผวิ ของช้ินงานเสียก่อน เพอ่ื ผวิ งานจะไดส้ มั ผสั กบั เคร่ืองมอื

วดั โดยตรง
4. ลบคมชิ้นงานก่อนวดั
5. ในการวดั ละเอียดตอ้ งคานึงถึงอุณหภูมวิ ดั ท้งั ตวั ชน้ิ งานและเคร่ืองมือวดั เพอ่ื ใหไ้ ดค้ ่าวดั ท่ีถกู ตอ้ ง

ควรวดั ท่ีอณุ หภูมิหอ้ ง 20 องศา
6. เครื่องมอื วดั บางชนิด ตอ้ งใชแ้ รงกดในการวดั ท่ีพอเหมาะ อยา่ หกั โหม
7. อยา่ วดั ช้ินงานท่กี าลงั เคล่อื นท่ีเพราะจะทาใหป้ ากวกั สึกหรอไดง้ ่ายหรือเป็นอนั ตรายแก่ผวู้ ดั
8. ชิ้นงานที่ถกู เหน่ียวนาเป็นแมเ่ หลก็ (เช่น การจบั ช้ินงานดว้ ยแมเ่ หลก็ ) ก่อนวดั ใหล้ บลา้ งอานาจ

แมเ่ หลก็ ใหห้ มดเสียก่อน
9. เครื่องมือวดั ท่ีเลื่อนเขา้ ออกได้ ตอ้ งหมน่ั ตรวจตาแหน่งศูนยเ์ สมอ
10. ขณะวดั งานไมค่ วรขยบั ชิ้นงานไปมา เพราะจะทาใหเ้ คร่ืองมือวดั สึกหรอเร็ว
11. แนวแกนของเครื่องมอื วดั ตอ้ งอยใู่ นแนวเดียวกบั แกนของชิ้นงาน
12. ตอ้ งตรวจความเที่ยงตรงของเครื่องมอื วดั เป็นคร้ังคราวโดยมีการกาหนดเวลา
13. อยา่ วดั ชิ้นงานท่ีขณะยงั ร้อนทาใจใหเ้ ป็นกลางไม่ลาเอยี งเขา้ ขา้ งตนเองขณะวดั งาน
14. นง่ั หรือยนื วดั ในท่าที่เป็นธรรมชาติมากท่ีสุด
15. ขณะวดั งานตอ้ งมีแสงสวา่ งเพยี งพอ
16. อยา่ ใหผ้ อู้ ่ืนรบกวนหรือรบกวนผอู้ น่ื ขณะวดั งาน
17. ขณะวดั งานอยา่ ถือวสั ดุอนื่ ๆในมือร่วมกบั เครื่องมอื วดั เพราะจะทาใหว้ ดั งานไดไ้ ม่สะดวก
18. ควรวดั งานใหน้ อ้ ยคร้ังท่ีสุด ไม่ควรวดั หลายๆคร้ัง แลว้ นาค่าวดั มาบวกกนั เป็นค่าวดั จริง

การระวงั รักษาเครื่องมือวดั
เครื่องมอื วดั ที่ไดร้ ับดารระวงั รักษาอยา่ งดีเท่าน้นั จึงจะใหค้ ่าวดั ท่ีถกู ตอ้ ง

1. วางและเก็บเคร่ืองมอื วดั โดยแยกออกจากเคร่ืองมืออืน่ ๆ
2. ควรวางเครื่องมือวดั บนผา้ หรือไมท้ ่ีสะอาด เพือ่ ป้องกนั สิ่งสกปรก หรือผงโลหะเขา้ ปะปนได้
3. อยา่ ใหเ้ คร่ืองมอื ถกู ความเยน็ จดั หรือความร้อนจดั
4. ระวงั อยา่ ใหเ้ ครื่องมอื วดั ตก ถกู กระแทกหรือบุบสลาย
5. ทุกคร้ังที่ใชเ้ คร่ืองมอื วดั เมือ่ เลกิ ปฏบิ ตั ิงาน ควรเกบ็ รักษาเคร่ืองมอื ดว้ ยความระมดั ระวงั และทาความ

สะอาดตามควรแก่กรณี สาหรับเครื่องมือวดั ท่ีเป็นสนิมไดง้ ่ายตอ้ งชโลมดว้ ยน้ามนั ที่ปราศจากกรดไว้

14

6. อยา่ ซ่อมแซมหรือเปลีย่ นแปลงเครื่องมอื วดั ท่ีชารุด ดว้ ยตวั เองเป็นอนั ขาด
7. ซ่อมแซมเครื่องมอื วดั ในหอ้ งเคร่ืองมอื วดั เท่าน้นั
8. เคร่ืองมอื วดั ที่มีชิ้นส่วนสมั ผสั จะตอ้ งเล่ือนอยา่ ชา้ ๆในขณะใชง้ าน เพราะถา้ เลอ่ื นเร็วอาจจะทาให้

ผวิ สมั ผสั กนั สึกหรอได้
9. อยา่ ปลอ่ ยใหเ้ ครื่องมือวดั มีฝ่ นุ จบั หรือขาดการหล่อลนื่
10. อยา่ ลากหรือเลือ่ นเคร่ืองมอื วดั บนผวิ งาน
11. อยา่ วดั ชิ้นงานที่กาลงั หมนุ หรือเคล่ือนท่ี
12. อยา่ นาเคร่ืองมอื วดั ไปทาหนา้ ท่ีอยา่ งอน่ื ๆเช่น ใชบ้ ีบชิ้นงาน ขีดหมายงาน หรือใหแ้ ทนคอ้ น ฯลฯ
13. เคร่ืองมือวดั บางชนิด เช่น เวอร์เนียร์คาลิบเปอร์ ไมโครมเิ ตอร์ ฯลฯ ถา้ ไม่จาเป็นอยา่ ดึงหรือยก

ออกมาอ่านค่าวดั ขา้ งนอกเพราะจะทาใหผ้ วิ สมั ผสั สึกหรอ
14. เคร่ืองมือวดั ใชง้ านเสร็จแลว้ จะตอ้ งเก็บเขา้ สู่สภาพเดิมทนั ที เพราะถา้ ไมเ่ ก็บเขา้ สู่สภาพเดิม เมอ่ื หลน่

พ้ืนหรือมอี ะไรมาทบั เขา้ จะเกิดการชะรุดเสียหายไดง้ ่าย
15. หลงั จากเลิกใชง้ านเคร่ืองมือวดั แลว้ ใหร้ ีบใชผ้ า้ เชด็ ทาความสะอาด และทาดว้ ยน้ามนั กนั สนิมทนั ที
16. อยา่ วางไวร้ ิมโตะ๊
17. พ้ืนท่ีวางเครื่องมอื วดั จะราบเรียบเสมอกนั

ความสาคญั ของเครื่องมอื วดั
ในการตรวจและทดสอบจาเป็นตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์ต่างๆ อนั ไดแ้ ก่ เคร่ืองตรวจ เคร่ืองวดั และเครื่องทดสอบ

ความเที่ยงตรงและแม่นยา ของอุปกรณ์เหลา่ น้ีมผี ลอยา่ งยง่ิ ต่อการตดั สินคุณภาพ หากอปุ กรณ์ตรวจวดั เหลา่ น้ีมี
ความผดิ พลาดเกินกว่าคา่ ที่ยอมรับไดแ้ ลว้ ผลของการทดสอบหรือการวดั กเ็ ช่ือถอื ไม่ไดแ้ ละคาตดั สินเกี่ยวกบั
คุณภาพก็เช่ือถือไมไ่ ดเ้ ช่นกนั มาตรฐาน ISO-9001 จึงบงั คบั ใหอ้ งคก์ รตอ้ งควบคุม เครื่องตรวจ เครื่องวดั และ
เคร่ืองทดสอบเหลา่ น้ี โดยการควบคุมสอบเทียบ บารุงรักษาใชง้ าน และจดั เก็บไวใ้ นลกั ษณะท่ีสามารถทราบค่า
ความไม่แน่นอนของการวดั และค่าน้ีตอ้ งไมเ่ กินกว่าค่าท่ียอมรับได้

จาก ขอ้ บงั คบั 4.11 ของมาตรฐาน ISO-9001
เรื่อง การควบคุมเคร่ืองตรวจวดั และเคร่ืองทดสอบ

บทความขา้ งตน้ เป็นขอ้ บงั คบั สาหรับองคก์ รใดท่ีตอ้ งการบริหารคุณภาพใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐาน ISO-
9001 หากจะกล่าวเฉพาะในส่วนสาคญั ของเร่ืองเครื่องมอื วดั และการควบคุม อาจกลา่ วไดว้ ่า “องคก์ รตอ้ งทดสอบ
และสอบเทียบเคร่ืองมอื วดั ใหส้ ามารถทราบค่าความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดข้ึน หรือความไมแ่ น่นอนของการวดั ที่
เกิดจากการใชเ้ ครื่องมอื วดั น้นั ” และ “องคก์ รตอ้ งควบคุมดูแลใหเ้ คร่ืองมือวดั น้นั ๆ มคี ่าความไมแ่ น่นอนของการ
วดั ไม่เกนิ กว่าค่าที่ยอมรับได”้ ซ่ึงการควบคุมดูแล หมายถึง การบารุงรักษา การใช้ การจดั เกบ็ การทดสอบและ

15

สอบเทียบเคร่ืองมอื วดั เป็นประจา เพ่อื ใหม้ นั่ ใจไดว้ า่ เคร่ืองมอื วดั น้นั ๆมคี วามถกู ตอ้ งในระดบั ที่เหมาะสมกบั การ
ใชง้ านอยเู่ สมอ

จะเห็นไดว้ า่ ขอ้ บงั คบั 4.11 ของมาตรฐาน ISO-9001 น้ี มีเหตุผลและสอดคลอ้ งกบั สามญั สานึกเป็นอยา่ ง
ยงิ่ เพราะผใู้ ชเ้ คร่ืองมือทุกคน ตอ้ งการเคร่ืองมอื ท่ีถกู ตอ้ งและอยากใหถ้ ูกตอ้ งอยเู่ สมอตราบที่ยงั ใชเ้ ครื่องมอื น้นั
ปัญหาก็คือ เราจะทราบไดอ้ ยา่ งไรวา่ เคร่ืองมือวดั น้นั ถกู ตอ้ งหรือไม่ คาตอบคือ การนาเครื่องมอื วดั น้นั ไปวดั สิ่งที่
เรารู้อยแู่ ลว้ ว่ามคี ่าเท่าใด ถา้ ค่าที่เราอา่ นไดจ้ ากเคร่ืองมือวดั ตรงกบั ค่าของส่ิงน้นั แสดงวา่ เครื่องมือน้นั ถูกตอ้ ง
ในทางตรงกนั ขา้ มถา้ หากค่าท้งั สองไมต่ รงกนั แสดงวา่ เครื่องมอื วดั น้นั คลาดเคล่อื น การกระทาดงั น้ีเรียกวา่ การ
สอบเทียบ (Calibration) และเรียกสิ่งท่ีเราทราบค่าอยเู่ ดิมแลว้ ว่า มาตรฐานของการวดั (Measurement Standard)
อาจสรุปไดว้ ่า การสอบเทียบเคร่ืองมอื วดั ใด คือ การนาเครื่องมือวดั น้นั ไปวดั มาตรฐานของการวดั แลว้ หา
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างค่าท่ีอ่านไดข้ ากเคร่ืองวดั กบั ค่ามาตรฐานของการวดั แลว้ มีค่าความคลาดเคลอ่ื นท่ีสามารถ
ยอมรับไดห้ รือไม่ ถา้ ไมส่ ามารถยอมรับไดก้ ็ตอ้ งเลกิ ใชเ้ คร่ืองมือวดั น้นั จนกว่าจะมกี ารแกไ้ ขปรับปรุงใหค้ ่าความ
คลาดเคล่ือนอยใู่ นขอบเขตที่ยอมรับไดเ้ สียก่อน

เครื่องมือวดั ที่ไดร้ ับการสอบเทียบยนื ยนั แลว้ ว่าถกู ตอ้ งจะยงั คงความถกู ตอ้ งไดก้ ็ต่อเมือ่ มีการใชง้ าน การ
บารุงรักษา และการจดั เก็บอยา่ งถกู วธิ ี และจะตอ้ งมีการตรวจสอบและสอบเทียบเคร่ืองมือวดั เป็นประจา โดย
คานึงถงึ วิธีการตรวจสอบท่ีนามาใชน้ ้นั เป็นท่ียอมรับอยา่ งเป็นสากล

วตั ถุประสงค์ของการใช้เครื่องมือวดั
1. เพอื่ การผลติ ช้ินงานใหไ้ ดร้ ูปทรงตามท่ีตอ้ งการ โดยไมต่ อ้ งเสียเวลาและแรงงานในการปรับแต่งอีก
ซ่ึงจาเป็นจะตอ้ งใชเ้ ครื่องมอื วดั ในการปรับตวั เคร่ืองจกั ร หรือกาหนดตาแหน่งในการตดั แต่งข้ึนรูป
ชิ้นงานที่ถูกตอ้ งชดั เจน
2. เพอื่ ใชใ้ นการตรวจสอบงานท่ีผทู้ าวา่ จะเป็นไปตามทีต่ อ้ งการหรือไม่ โดยเฉพาะการผลติ ช้ินส่วนใน
ปริมาณท่ีมากและผลติ จากเครื่องจกั รท่ีต่างกนั การตรวจสอบเพอ่ื ควบคุมใหเ้ ครื่องจกั รผลติ เฉพาะ
ช้ินส่วนท่ีมีคณุ ลกั ษณะท่ีตอ้ งการ มนการผลติ ปริมาณมากน้นั หากเคร่ืองมือวดั ไดร้ ับการปรับต้งั ใหม้ ี
ความถูกตอ้ งเท่ียงตรงแลว้ จะไดผ้ ลผลิตท่ีมีคุณภาพจานวนมากในเวลาอนั ส้นั แต่ถา้ เครื่องมือวดั มี
ความคลาดเคลอ่ื นจะใหผ้ ลตรงกนั ขา้ มเกดิ ความเสียหายอยา่ งมหาศาลไดอ้ ยา่ งรวดเร็วเช่นกนั
3. เพอ่ื การศึกษา วิจยั และการพฒั นาดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คงเป็นไปไม่ไดท้ ี่มนุษยจ์ ะเขา้ ใจ และอธิบาย
ปรากฏการณ์ต่างๆโดยไม่อาศยั การวดั อาจพดู ไดว้ ่าความกา้ วหนา้ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ของมนุษยช์ าติข้ึนอยกู่ บั ขีดความสามารถของการวดั โดยแท้

การเลอื กใช้เครื่องมือวดั ให้เหมาะกบั รูปทรงของสิ่งท่จี ะวดั
เครื่องมือวดั ท่ีใชใ้ นการวดั ความยาวเชิงเสน้ แบ่งอยา่ งกวา้ งๆได้ 2 ลกั ษณะ คือ
1. ใชว้ ดั ความยาว เช่น ตลบั เมตร ไมบ้ รรทดั

16

2. ใชว้ ดั ความหนา เช่น เวอร์เนียร์คาลปิ เปอร์ ไมโครมเิ ตอร์ ไดอลั เกจ
เคร่ืองมือวดั แต่ละชนิดไดร้ ับการออกแบบใหเ้ หมาะสมกบั การวดั ท่ีแตกต่างออกไป การใชเ้ ครื่องมือวดั ไม่
เหมาะสมกบั รูปทรงของสิ่งท่ีจะวดั ไมเ่ พยี งแต่จะยงุ่ ยาก ผลการวดั ที่ไดม้ ากไ็ มน่ ่าเชื่อถอื มีโอกาสคลาดเคลอ่ื นได้
มาก ในปัจจุบนั มกี ารออกแบบผลิตภณั ฑแ์ ละเคร่ืองมือวดั ใหเ้ หมาะสมเป็นการเฉพาะกบั รูปทรงต่างๆ ของส่ิงที่จะ
วดั มากข้ึน เพื่อตอบสนองความตอ้ งการตรวจสอบผลิตภณั ฑท์ ่ีผลติ โดยขบวนการผลติ ปริมาณมาก

การเลอื กเคร่ืองมือวดั ให้มรี ะดบั ความถกู ต้องและเหมาะสมกบั งาน

ก่อนนาเครื่องมอื วดั ไปใชง้ านหรือก่อนซ้ือเคร่ืองมือวดั ผใู้ ชค้ วรทราบวตั ถปุ ระสงคแ์ ละขอบเขตของการ
ใชเ้ คร่ืองมือวดั เป็นตน้ ว่า ควรจะรู้ว่าจะวดั อะไร มขี นาดไมเ่ กินเท่าไร และที่สาคญั ที่สุดจะตอ้ งทราบว่า หากมี
คลาดเคลื่อนของเคร่ืองมือวดั น้นั คลาดเคลื่อนไดม้ ากท่ีสุดเท่าใด

เครื่องมอื วดั เชิงมติ ิ
เวอร์เนยี ร์คาลปิ เปอร์

ข้ันตอนในการใช้เวอร์เนียร์คาลปิ เปอร์ในการวดั ขนาดงาน
1. ตรวจสอบเครื่องมือวดั ดงั นี้

1.1ใชผ้ า้ เช็ดทาความสะอาด ทุกชิ้นส่วนของเวอร์เนียร์ก่อนใชง้ าน
1.2 คลายลอ็ คสกรู แลว้ ทดลองเล่ือนเวอร์เนียร์สเกลไป – มาเบา ๆ เพื่อตรวจสอบดูวา่ สามารถใชง้ านไดค้ ลอ่ งตวั
หรือไม่
1.3 ตรวจสอบปากวดั ของเวอร์เนียร์โดยเลื่อนเวอร์เนียร์สเกลใหป้ ากเวอร์เนียร์วดั นอกเล่ือนชิดติดกนั จากน้นั ยก
เวอร์เนียร์ข้ึนส่องดูวา่ บริเวณปากเวอร์เนียร์มแี สงสวา่ งผา่ นหรือไม่ ถา้ ไม่มแี สดงวา่ สามารถใชง้ านไดด้ ี กรณีท่ีแสง
สวา่ งสามารถลอดผา่ นได้ แสดงวา่ ปากวดั ชารุดไมค่ วรนามาใชว้ ดั ขนาด

17

2. การวดั ขนาดงาน ตามลาดบั ข้นั ดงั นี้
2.1 ทาความสะอาดบริเวณผวิ งานท่ตี อ้ งการวดั
2.2 เลือกใชป้ ากวดั งานใหเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะงานทีต่ อ้ งการ เช่น ถา้ ตอ้ งการวดั ขนาดภายนอกเลอื กใชป้ ากวดั

นอกวดั ขนาดดา้ นในช้ินงานเลอื กใชป้ ากวดั ใน ถา้ ตอ้ งการวดั ขนาดงานที่เป็นช่องเลก็ ๆ ใชบ้ ริเวณส่วนปลายของ
ปากวดั นอก ซ่ึงมีลกั ษณะเหมอื นคมมดี ท้งั 2 ดา้ น

2.3 เลอื่ นเวอร์เนียร์สเกลใหป้ ากเวอร์เนียร์สมั ผสั ช้ินงาน ควรใชแ้ รงกดใหพ้ อดี ถา้ ใชแ้ รงมากเกินไป จะทาให้
ขนาดงานท่ีอา่ นไมถ่ กู ตอ้ งและปากเวอร์เนียร์จะเสียรูปทรง
2.4 ขณะวดั งาน สายตาตอ้ งมองต้งั ฉากกบั ตาแหน่งที่อ่าน แลว้ จึงอา่ นค่า

3. เม่ือเลกิ ปฏิบตั งิ าน ควรทาความสะอาด ชโลมด้วยนา้ มนั และเกบ็ รักษาด้วยความระมดั ระวงั ในกรณที ีไ่ ม่ได้ใช้
งานนาน ๆ ควรใช้วาสลนี ทาส่วนทจี่ ะเป็ นสนิม

ไมโครมเิ ตอร์

การใช้ไมโครมเิ ตอร์
1. ขณะวดั ช้ินงานที่ผวิ ขนานกนั จะตอ้ งใหแ้ นวแกนวดั และแกนรับต้งั ฉากกบั ผวิ ของชิ้นงาน
2. ขณะวดั ช้ินงานจะตอ้ งใหแ้ นวแกนของ ไมโครมเิ ตอร์ อยใู่ นแนวเดียวกบั แนวแกนวดั มฉิ ะน้นั แลว้ ค่าวดั ทีไ่ ดจ้ ะ
มากกวา่ ขนาดจริงของช้ินงาน
3. งานกลมทรงกระบอกกลม ผวิ งานกลมไมส่ ามารถ บงั คบั ผวิ สมั ผสั ของแกนวดั และแกนรับใหต้ ้งั ฉากกบั ผวิ ของ
ช้ินงานได้ ดงั น้นั ผวู้ ดั จะตอ้ งปรับ แนวแกนของไมโครมเิ ตอร์เพือ่ ใหไ้ ดค้ ่าวดั ที่ถูกตอ้ ง
4. ในการวดั ช้ินงานทกุ คร้ัง ควรใชป้ ลอกหมนุ กระทบ-เลอื่ นวดั ช้ินงานแทนปลอกหมนุ วดั เพราะการ หมนุ ปลอก
วดั อาจทาใหผ้ วิ ของช้ินงานยบุ ทาใหค้ ่าวดั ท่ี ไดผ้ ดิ ไป
5. การอ่านตวั เลขบนสเกลจะตอ้ งถอื ไมโครมเิ ตอร์ ใหอ้ ยใู่ นแนวต้งั ฉากกบั แนวสายตาทางดา้ นหนา้ เพ่ือป้องกนั
ความคลาดเคล่ือนในการ อ่าน

18

ใบวดั มมุ
วธิ ีการใช้การวดั มุม

วธิ วี ดั มมุ องศาด้วยใบวดั มุม ก่อนวดั จะตอ้ งปรับแป้นเกลยี วใหแ้ ขนวดั มมุ หมนุ ดว้ ยความฝืดท่ี
พอเหมาะ กดฐานของใบบอกองศาใหแ้ นบกบั ผวิ งาน หมนุ แขนวดั มุมเขา้ หาผวิ งานจนสมั ผสั กบั ผวิ งาน อ่านค่าวดั
องศา ถา้ เป็นช้ินงานที่ไมส่ ามารถอา่ นค่าวดั องศาขณะวดั ได้ ใหข้ นั แป้นเกลียวยดึ แขนวดั มุมเสียก่อนจึงยกข้ึนอ่าน

ภาพ วิธีใช้ใบวดั มมุ วดั มมุ ของชิน้ งาน

คาลปิ เปอร์

19

วธิ ีใช้งานคาลปิ เปอร์
1 การปรับระยะห่างของเขยี้ วสัมผสั โดยการเคาะแขนวงเวยี นเพื่อปรับระยะห่างของเข้ียวสมั ผสั จะตอ้ งทาอยา่ งถกู
วิธีเพอื่ ไมใ่ หเ้ ข้ียวสมั ผสั เสียหาย
2 การสัมผสั ของเขยี้ วสัมผสั วดั ท้ังสองกบั ชนิ้ งาน โดยจะตอ้ งใชค้ วามรู้สึกสมั ผสั ในการฝึกทกั ษะการจบั ควรจบั ใน
แนวดิ่ง ดงั ภาพที่ 3-9 ก่อนเริ่มวดั หรือตรวจสอบขนาด จะตอ้ งทาใหร้ ะยะห่างของเข้ียวสมั ผสั มากกว่าความโตงาน
เลก็ นอ้ ยแลว้ ค่อย ๆ ปรับใหแ้ คบเขา้ จนสมั ผสั พอดีกบั ผวิ งานน้นั

3 แนวแกนวดั ชนิ้ งานของคาลปิ เปอร์ ตอ้ งคานึงว่าแนวแกนวดั ของคาลิปเปอร์ (Axis of Caliper) อยใู่ นเสน้ วดั
ช้ินงาน (Line of Measurement) น้นั จริงหรือไม่ โดยทดสอบขยบั เข้ียวสมั ผสั ดู หรือเปรียบเทียบค่าวดั ไดส้ ุดแต่ละ
ลกั ษณะงาน วธิ ีขยบั เข้ียวสมั ผสั วดั ควรขยบั เข้ียวใดเข้ียวหน่ึงเพยี งเข้ียวเดียว

เครื่องมือวดั เชิงกล
เคร่ืองชัง่

การช่ัง (Weighing)
การชง่ั ในความหมายทางคือการหาน้าหนกั ของสารที่แน่นอนเพ่อื นามาใชใ้ นการชงั่ วดั หรือตวงในรูปแบบ

ต่างๆ ซ่ึงอุปกรณ์ที่ใชใ้ นการชง่ั คือเครื่องชงั่ (Balance) สาหรับเครื่องมอื ที่ใชใ้ นการชง่ั แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
เครื่องชั่งแบบกล (Mechanical balance)

การทางานของเคร่ืองชงั่ ชนิดน้ีจะอาศยั คานและจุดหมุนไดแ้ ก่ เครื่องชง่ั แบบคานชงั่ ยาวเท่ากนั (equal
beam balance) มีความละเอยี ดในการชง่ั อยใู่ นช่วง 0.1ถงึ 0.0001 กรัม มอี ยู่ 2 แบบคือแบบจานเดี่ยว (Single pan
หรือ Triple-Beam Equal-Arm Balances ) และแบบจานคู่ (Double pan หรือ Single-Beam Equal-ArmBalances)
องค์ประกอบของเครื่องชั่ง

1. จานชง่ั (pan) มกั ทาดว้ ยเหลก็ กลา้ ไร้สนิมวางอยปู่ ลายคานชงั่ สาหรับรองรับวตั ถทุ ี่ตอ้ งการชง่ั
2. คานชง่ั (beam) จะมสี เกลอ่านค่าน้าหนกั ออกเป็นช่วงๆ ในเคร่ืองชงั่ จานเดียวจะมี 3 คาน (triple beam)
สาหรับเคร่ืองชงั่ จานคู่จะมี 1 คาน (singlebeam)
3. คมมดี (Kinife edge) เป็นที่รองรับคาน ซ่ึงแบ่งเป็น center knife - edgeสาหรับเคร่ืองชงั่ จานคู่ และ end
knife – egde สาหรับเคร่ืองชงั่ จานเดียว
4. เข็มช้ี (pointer) จะอยทู่ ี่ปลายคานถา้ เป็นเคร่ืองชงั่ จานเดียวและอยกู่ ่ึงกลางคานถา้ เป็นเคร่ืองชงั่ จานคู่
โดยถา้ คานอยใู่ นสมดุลและวางขนานกบั พ้นื โลกเขม็ ช้ีจะช้ที ่ีเลข 0
5. ตวั ตรึงจานชง่ั (balancing knob) ใชส้ าหรับยกจานชงั่ ข้ึน (คมมีดไม่ถกู กด)และใชห้ ยดุ การแกว่งของจาน
ชง่ั ซ่ึงจะอยใู่ ตจ้ านชง่ั
6. ตุม้ น้าหนกั มาตรฐาน จะมีท้งั ที่เคลื่อนท่ีได้ (movable weight) ซ่ึงจะอยบู่ นคานชง่ั และตุม้ น้าหนกั
มาตรฐานที่อยนู่ อกเคร่ือง

20

วธิ กี ารใช้เคร่ืองช่ัง
1. เครื่องชง่ั แบบจานเดยี ว (Triple- Beam Equal-Arm Balances )
1. วางเคร่ืองชง่ั ใหอ้ ยใู่ นแนวระดบั
2. หมนุ สกรูปรับสมดุลเพื่อใหค้ านชงั่ อยใู่ นสมดุลโดยเขม็ ช้ีช้ีที่เลข 0
3. วางขวดชงั่ สารลงบนจานชง่ั เลอื่ นตุ่มน้าหนกั มาตรฐานจนคานชงั่ อยใู่ นสมดุลจดน้าหนกั ขวดชง่ั สาร
4. เล่อื นตุม้ น้าหนกั ใหม้ คี ่าเท่ากบั ผลบวกของน้าหนกั วตั ถุท่ีตอ้ งการและน้าหนกั ขวดชง่ั สาร
3. เติมวตั ถุลงในขวดชง่ั สารจนคานอยใู่ นสมดุล จะไดว้ ตั ถหุ นกั เท่ากบั จานวนทีต่ อ้ งการ
4. หลงั จากใชง้ านเสร็จ ควรทาความสะอาดเครื่องชงั่ และเลือ่ นตุม้ น้าหนกั มาตรฐานบนแขนท้งั สามให้

อยใู่ นตาแหน่ง 0

2. เคร่ืองชง่ั แบบจานคู่ (Single-Beam Equal-Arm Balances)
1. วางเคร่ืองชงั่ ใหอ้ ยใู่ นแนวระดบั
2. หมนุ สกรูปรับสมดุลเพื่อใหค้ านชงั่ อยใู่ นสมดุลโดยเขม็ ช้ีช้ีท่ีเลข 0
3. วางภาชนะท่จี ะชง่ั สารลงบนจานชง่ั ขา้ งหน่ึงแลว้ วางตมุ้ น้าหนกั ลงบนจานอกี ขา้ งหน่ึงเท่ากบั น้าหนกั
ที่ตอ้ งการชงั่
4. ตกั สารที่ตอ้ งการชง่ั ลงในภาชนะท่ีตอ้ งการชง่ั จนเข็มช้ชี ้ีท่ีเลข 0 จะไดน้ ้าหนกั สารที่ตอ้ งการ
5. หลงั จากใชง้ านเสร็จ ควรทาความสะอาดเครื่องชง่ั และเล่อื นตุม้ น้าหนกั มาตรฐานบนแขนท้งั สองให้
อยใู่ นตาแหน่ง 0

3.เครื่องช่งั แบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Electronic balance)
การทางานอาศยั การเปลี่ยนแปลงของสนามแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า เป็นเครื่องชง่ั ท่ีชง่ั ไดล้ ะเอียดและความถกู ตอ้ ง
ในการชง่ั อยใู่ นช่วง 0.001ถึง 1 กรัม อาจพบอยใู่ นรูปของเคร่ืองชง่ั ชนิดจานชงั่ อยดู่ า้ นบน (Top pan balance หรือ
toploading balance) (แสดงดงั รูปท่ี 4 และ 5) โดยใชห้ ลกั การท่ีเรียกวา่ force rest – oration คือเมอื่ มนี ้าหนกั กดลง
บนจาน เครื่องชง่ั จะใชแ้ รงแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าตา้ นแรงกดน้ีไว้ และจะแสดงปริมาณไฟฟ้าที่ใชใ้ นการตา้ นแรงกด
ออกมาในรูปของตวั เลขแสดงน้าหนกั สาหรับเครื่องชง่ั ไฟฟ้าท่ีผลิตจากแต่ละบริษทั จะมวี ธิ ีการใชเ้ คร่ืองและ
ฟังกช์ นั่ ต่างๆ แตกต่างกนั ออกไป ซ่ึงจะศกึ ษาไดจ้ ากคู่มอื เครื่องชง่ั น้นั ๆ
ส่วนประกอบของเครื่องช่ังแบบ Top-loading balance
1. จานชง่ั (pan)
2. air bubble สาหรับตรวจสอบแนวระนาบของเครื่องชง่ั
3. ป่ ุมควบคุมฟังกช์ น่ั ต่างๆ เช่น

21

- ป่ ุมปรับศูนย์ ใชส้ าหรับปรับตวั เลขแสดงผลใหเ้ ป็นศนู ยเ์ ม่ือไม่มีน้าหนกั บนจานชงั่
- ป่ ุมหกั น้าหนกั ภาชนะ (tare knob) ใชส้ าหรับปรับค่าตวั เลขแสดงผลใหเ้ ป็นศนู ยห์ ลงั จากภาชนะชงั่ ลงบน
จานชงั่
วธิ กี ารใช้เครื่องชั่งแบบ Top-loading balance
1. ปรับเครื่องชง่ั ใหอ้ ยใู่ นแนวระดบั ขนานพน้ื โลกโดยปรับที่ air bubble
2. เปิ ดกระแสไฟฟ้าเพอื่ อุ่นเครื่องชงั่ นาน 5-10 นาที
3. กดป่ ุมปรับศนู ย์
4. วางภาชนะชง่ั บนจานชง่ั
5. กดป่ ุมหกั ภาชนะ
6. ใส่วตั ถุหรือสารท่ีตอ้ งการชงั่ จนไดน้ ้าหนกั ท่ีตอ้ งการ
7. ปิ ดกระแสไฟฟ้าและทาความสะอาดจานชง่ั และบริเวณใตจ้ านชง่ั

4. เคร่ืองชั่งแบบสปรงิ

เป็นที่ทราบกนั ดีว่าเคร่ืองชง่ั สปริงชนิดที่มสี องหนา้ เป็นท่ีนิยมใชก้ นั มากท้งั ในตลาดสด และตามแหล่งท่ีมี
การซ้ือขายสินคา้ ทางการเกษตร ประมง และอนื่ ๆ อยา่ งแพร่หลายทว่ั ทุกภูมภิ าคของประเทศไทย และในอกี หลายๆ
ประเทศ โดยเฉพาะประเทศกาลงั พฒั นา คาดว่าเคร่ืองชงั่ สปริงจะยงั เป็นท่ีนิยมใชง้ านต่อไปอกี หลายสิบปี ใน
อนาคต ท้งั น้ีเนื่องมาจากเครื่องชงั่ สปริงมีขอ้ ดีหลายประการคือ ใชง้ ่าย น้าหนกั เบาสามารถยกเคลื่อนยา้ ยไปมาได้
สะดวก ไมส่ ้ินเปลอื งพลงั งานไฟฟ้า ราคาไม่แพงเมอ่ื เทียบกบั เครื่องชงั่ แบบอเิ ลคทรอนิค และยงั บารุงรักษาง่ายอกี
ดว้ ย

อยา่ งไรกต็ ามเครื่องชง่ั สปริงกม็ ขี อ้ ดอ้ ยหลายประการดว้ ยเช่นกนั เช่น เป็นเคร่ืองชง่ั ท่ีไม่สามารถทาใหม้ ี
ความละเอยี ดมากนกั ดีที่สุด คืออ่านละเอยี ดได้ 10 กรัม ในเครื่องชง่ั พิกดั กาลงั 3 กิโลกรัม และจากการที่มีชิ้น
ส่วนประกอบกนั เป็นจานวนมากถึง 44 ชิ้น และตวั ถงั บอบบาง หากมกี ารกระแทก ตกหล่น จะมคี วามคลาดเคลอ่ื น
ง่าย ในผปู้ ระกอบการที่ลดตน้ ทนุ เพื่อแข่งขนั ทางดา้ นราคา หากเลอื กใชช้ ้ินส่วนท่ีราคาถูก และไมม่ กี ารควบคุม
คุณภาพท่ีดีพอ จะทาใหเ้ ครื่องชง่ั มคี ุณภาพต่า ไมส่ ามารถรักษาความเที่ยงตรงไวไ้ ดน้ าน ทาใหเ้ กิดการไดเ้ ปรียบ
เสียเปรียบในการซ้ือขาย ขอ้ เสียอกี ประการหน่ึงคือ การดดั แปลงแกไ้ ขเครื่องชง่ั สปริงเพือ่ เอารัดเอาเปรียบสามารถ
ทาไดง้ ่าย

ปัจจุบนั ในประเทศไทย มผี ผู้ ลติ เครื่องชง่ั สปริงที่ไดร้ ับหนงั สือรับรองการประกอบธุรกิจจากกรมการคา้
ภายใน 28 ราย มีกาลงั การผลิตรวมประมาณ 800.000 เครื่องต่อปี ผผู้ ลติ บางรายสามรถ

22

ผลิตและส่งออกไปยงั ต่างประเทศดว้ ย เช่น ส่งออกไปยงั ประเทศเพือ่ นบา้ นของไทยในอาเซียน ประเทศใน
ตะวนั ออกกลาง หรือแมแ้ ต่สหรัฐอเมริกา ประเทศจีนเป็นประเทศผผู้ ลิตเคร่ืองชงั่ สปริงที่ใหญ่ที่สุดของโลก
มากกวา่ 10 ลา้ นเครื่องต่อปี รองลงมาเป็นเวยี ตนาม ประมาณ 2 ลา้ นเครื่องต่อปี

องคก์ รชง่ั ตวงวดั ระหวา่ งประเทศ หรือ International Organization of Legal Metrology, OIML ซ่ึงมจี านวน
สมาชิกรวม 112 ประเทศ เร่ิมหนั มาใหค้ วามสาคญั มากข้ึนที่จะกากบั ดูแลคุณภาพการผลิตและควบคุมการใชเ้ ครื่อง
ชงั่ สปริงของประเทศสมาชิกใหม้ ีความเหมาะสมกบั การใชช้ ง่ั ซ้ือขายสินคา้ เน่ืองจากมีสมาชิกที่เป็นประเทศกาลงั
พฒั นามากกวา่ 70 ประเทศ มีความจาเป็นตอ้ งใชเ้ คร่ืองชง่ั สปริงในการซ้ือขายสินคา้ ตามสภาพเศรษฐกิจส่วนใหญ่
ของประเทศ โดยจะทาการปรับปรุงขอ้ กาหนดชง่ั ตวงวดั เพม่ิ เติมเครื่องชงั่ สปริงเขา้ ไวใ้ นขอ้ กาหนดมาตรฐานของ
เคร่ืองชง่ั แบบแมคคานิค
ประเทศไทยเป็นสมาชิกสมทบของ OIML และเป็นประเทศที่ผลิตเคร่ืองชง่ั สปริงเพ่ือใชใ้ นประเทศและยงั สามารถ
ส่งออกสร้างรายไดใ้ หก้ บั ประเทศ กรมการคา้ ภายในในฐานะผแู้ ทนประเทศไทยไดเ้ ขา้ ร่วมประชุมท่ีสาคญั อยา่ ง
สม่าเสมอ เพื่อติดตามความกา้ วหนา้ การดาเนินกิจกรรมต่างๆของ OIML เพ่ือรักษาประโยชน์ของประเทศ และนา
สิ่งท่ีเป็นประโยชน์มาปรับใชใ้ นการพฒั นามาตรฐานการชงั่ ตวงวดั ใหม้ ีความกา้ วหนา้ และเป็นที่ยอมรับตาม
มาตรฐานสากล

ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิ ค มอี งคก์ รชงั่ ตวงวดั ที่เรียกวา่ Asia Pacific of Legal Metrology Forum หรือ
APLMF เป็นเวทีความร่วมมอื ของหน่วยงานชงั่ ตวงวดั ของประเทศในภูมิภาค เพอื่ พฒั นาการกากบั ดูแลมาตรฐาน
การชงั่ ตวงวดั ของแต่ละประเทศใหส้ อดคลอ้ งกนั และลดอปุ สรรคทางการคา้ ดา้ นเทคนิค (technical Barrier to
Trade) ในการประชุม APLMF คร้ังท่ี 12 ณ ประเทศมาเลเซีย ไดใ้ หค้ วามสาคญั กบั การกากบั ดูแลเครื่องชง่ั สปริง
เช่นกนั โดยท่ีประชุมไดร้ ับขอ้ เสนอของผแู้ ทนประเทศไทย ซ่ึงมผี อู้ านวยการสานกั ชงั่ ตวงวดั (นายวรี ะศกั ด์ิ วสิ ุท
ธาธรรม) เป็นหวั หนา้ คณะผแู้ ทน จะพจิ ารณาต้งั คณะทางานศกึ ษาแนวทางการกาหนดมาตรฐานเคร่ืองชงั่ สปริง
และการตรวจสอบรับรอง (Verification) ที่เป็นมาตรฐานเดียวกนั และจะสนบั สนุนงบประมาณจดั หลกั สูตร
ฝึกอบรมการตรวจสอบตน้ แบบ (pattern approval) เครื่องชงั่ สปริงต่อไป
สาหรับการพฒั นาคุณภาพและมาตรฐานของเคร่ืองชงั่ สปริงในประเทศไทยน้นั กรมการคา้ ภายในซ่ึงกากบั ดูแล
สานกั ชง่ั ตวงวดั มแี นวทางการพฒั นาคุณภาพการผลติ และกากบั ดูแลการใช้ เครื่องชงั่ สปริง เพอ่ื ใหก้ ารคา้ ขายมี
ความเที่ยงตรงเป็นธรรมมากยงิ่ ข้ึน ดงั น้ี

การกากบั ดแู ลการผลติ

1. การอนุญาตใหเ้ ป็นผผู้ ลติ
ผทู้ ่ีประสงคจ์ ะผลิตเครื่องชงั่ สปริงจะตอ้ งมคี ุณสมบตั ิ และปฏบิ ตั ิตามหลกั เกณฑ์ ท่ีสานกั ชง่ั ตวงวดั
กรมการคา้ ภายในกาหนด และตอ้ งมหี นงั สือรับรองการประกอบธุรกจิ ผลิต เพื่อใหแ้ น่ใจว่าผผู้ ลิตทุกราย
จะผลติ เครื่องชง่ั ท่ีถูกตอ้ งตามกฎหมายและมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด

23

2. การตรวจสอบใหค้ ารับรอง
เคร่ืองชง่ั สปริงทุกเครื่องเมอ่ื ผลติ เสร็จเรียบร้อยแลว้ ก่อนนาไปจาหน่ายหรือใชง้ านจะตอ้ งไดร้ ับการ
ตรวจสอบใหค้ ารับรองจากสานกั ชง่ั ตวงวดั ก่อน เพ่อื ใหแ้ น่ใจวา่ ทุกเครื่องมคี วามเท่ียงตรง และมีลกั ษณะ
ถกู ตอ้ งตามกฎหมาย

การกากบั ดูแลการใช้และคุ้มครองผู้บริโภค
1. การสารวจตรวจสอบ

เมอ่ื เคร่ืองชง่ั สปริงถกู นาไปใชช้ งั่ ซ้ือขายสินคา้ ตามตลาดสด หรือสถานท่ีซ้ือขายสินคา้ ต่างๆ เจา้ หนา้ ท่ีชง่ั
ตวงวดั ซ่ึงปฏิบตั ิหนา้ ท่ีอยทู่ ว่ั ทุกจงั หวดั จะออกทาการสารวจตรวจสอบการใชง้ านเครื่องชงั่ ทุกชนิด โดยมี
ตุม้ น้าหนกั มาตรฐานทดสอบความเท่ียงตรง และใหค้ าแนะนาการใชง้ านท่ีถกู ตอ้ งแก่ผคู้ า้ ทกุ คน หากพบ
ผกู้ ระทาผดิ เช่น การดดั แปลงแกไ้ ขเพือ่ เอาเปรียบก็จะดาเนินการลงโทษทางกฎหมาย ท้งั น้ีเพอ่ื ป้องปราม
ไม่ใหม้ กี ารเอารัดเอาเปรียบจากการใชเ้ ครื่องชงั่

2. การใหบ้ ริการตรวจสอบ
ทุกๆ ปี สานกั ชง่ั ตวงวดั และสานกั งานสาขาชงั่ ตวงวดั ทว่ั ประเทศ จะออกทาการต้งั จุดบริการตรวจสอบ
ความเท่ียงตรงของเครื่องชง่ั สปริง ตามตลาดสด และแหลง่ ชุมชนที่สาคญั เพื่อใหป้ ระชาชน ผคู้ า้ เจา้ ของ
เครื่องชงั่ และผบู้ ริโภค สามารถนาเคร่ืองชง่ั สปริงมาทดสอบน้าหนกั โดยไมค่ ิดค่าใชจ้ ่าย ท้งั น้ีเพื่อ
ประชาสมั พนั ธแ์ ละรณรงคใ์ หม้ กี ารใชง้ านท่ีถกู ตอ้ ง

3. ส่งเสริมใหม้ จี ุดบริการทดสอบน้าหนกั ในตลาดสด
เพื่อส่งเสริมใหท้ ุกฝ่ ายมสี ่วนร่วมในการรักษาความเป็นธรรมในการซ้ือขายสินคา้ ในตลาดสด กรมการคา้
ภายในไดจ้ ดั ทาโครงการเคร่ืองชง่ั มาตรฐานในตลาดสด ร่วมกบั เจา้ ของตลาดท่ีเห็นความสาคญั กบั การคุม
ครองผบู้ ริโภค โดยการติดต้งั จุดบริการเครื่องชง่ั มาตรฐานไวอ้ ยา่ งถาวรในตลาด เพื่อใหผ้ บู้ ริโภคสามารถ

24

ทดสอบน้าหนกั สินคา้ ไดด้ ว้ ยตวั เอง ขณะเดียวกนั พ่อคา้ แม่คา้ ก็สามารถทดสอบความเที่ยงตรงของเคร่ือง
ชงั่ ของตนไดด้ ว้ ยตุม้ น้าหนกั มาตรฐาน ณ จุดบริการ น้นั ดว้ ยตนเอง ตลอดเวลา

การส่งเสริมและพฒั นาคุณภาพ
1. ทดสอบความคงทนถาวรเคร่ืองชง่ั สปริง

การผลิตเครื่องชง่ั สปริงส่วนใหญ่ใชฝ้ ีมอื แรงงานในการประกอบช้ินส่วน ดงั น้นั จึงเป็นตอ้ งมีการควบคุม
คุณภาพทีด่ ี เพ่อื ใหเ้ ครื่องชงั่ สปริงทุกเคร่ืองมคี ุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกนั กรมการคา้ ภายในไดใ้ ห้
ความสาคญั และถือเป็นนโยบายเร่งด่วนท่จี ะพฒั นามาตรฐานความเท่ียงตรงของเคร่ืองชง่ั สปริง จึงได้
จดั เตรียมหอ้ งปฏิบตั ิการและจดั สร้างเคร่ืองทดสอบความคงทนถาวรข้ึน เพ่อื ท่ีจะทดสอบมาตรฐานการ
ผลิตของผผู้ ลติ ทุกราย และพฒั นาใหส้ ูงข้ึนต่อไป

25

2. รับประกนั คุณภาพ
มผี ผู้ ลิตเคร่ืองชง่ั สปริงหลายรายท่ีมรี ะบบควบคุมคุณภาพท่ีดี และผลิตเคร่ืองชง่ั ที่มีคุณภาพดีมาก ควรท่จี ะ
ส่งเสริมใหผ้ ผู้ ลติ เหลา่ น้ีรักษามาตรฐานและคุณภาพใหด้ ียงิ่ ข้ึนต่อไป กรมการคา้ ภายในจึงจดั ทาโครงการ
รับประกนั คุณภาพเคร่ืองชง่ั สปริงข้ึน โดยผเู้ ขา้ ร่วมโครงการจะตอ้ งรับประกนั คณุ ภาพเครื่องชง่ั ของตน
ผบู้ ริโภคสามารถคืน หรือเปลีย่ นเคร่ืองชง่ั ไดภ้ ายใตเ้ ง่ือนไขการรับประกนั คาดว่าโครงการน้ีจะทาให้
ผผู้ ลติ มกี ารแข่งขนั ดา้ นคุณภาพและการรักษาชื่อเสียงของผผู้ ลติ เอง อนั เป็นผลใหก้ ารคา้ ขายสินคา้ ท่ตี อ้ ง
ใชเ้ คร่ืองชงั่ สปริงมคี วามเป็นธรรม และมีมาตรฐานความเท่ียงตรงสูงยงิ่ ข้ึนต่อไป

26

กรมการคา้ ภายใน มภี ารกิจสาคญั ท่ีตอ้ งพทิ กั ษค์ วามเป็นธรรมใหก้ บั ผบู้ ริโภคมากมายหลายดา้ น ไดใ้ ห้
ความสาคญั กบั การพฒั นางานดา้ นชงั่ ตวงวดั อยา่ งยงิ่ และถอื เป็นยทุ ธศาสตร์สาคญั การพฒั นาคุณภาพเคร่ืองชงั่
สปริงใหม้ ีคุณภาพสูงข้ึนเป็นภารกิจเร่งดว่ นท่ีตอ้ งดาเนินการ เนื่องจากมผี ลกระทบกบั ผบู้ ริโภคจานวนมาก คาดวา่
ทวั่ ประเทศมปี ริมาณการใชเ้ คร่ืองชงั่ สปริงไมน่ อ้ ยกวา่ 1 ลา้ นเคร่ือง หากเครื่องชงั่ มคี วามคลาดเคลือ่ นไม่เท่ียงตรงก็
จะทาใหเ้ กิดการไดเ้ ปรียบเสียเปรียบจานวนมากได้

เคร่ืองวดั แรงและทอกร์

การทดสอบแรงดงึ

วสั ดุแทบทุกชนิดที่ผลิตข้ึนมา เพ่ือนาไปใชง้ านต่างๆ น้นั จาเป็นอยา่ งยงิ่ ท่ีตอ้ งทราบสมบตั ขิ องมนั สมบตั ิต่างๆ
เหลา่ น้ี เป็นสิ่งสาคญั สาหรับนาไปแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง หรือพฒั นาใหม้ คี ุณภาพที่ดียงิ่ ข้ึน สมบตั ิเด่นท่ีมคี วามสาคญั
ขอ้ หน่ึงคือ สมบตั ิเชิงกล ซ่ึงบ่งบอกถงึ ความแข็งแรง และทนทานต่อการนาไปใชง้ าน ดงั น้นั การทดสอบแรงดึง
ของวสั ดุ ที่เป็นส่วนหน่ึงของสมบตั ิเชิงกล จึงไดถ้ กู จดั ทาเป็นมาตรฐานข้นึ มา เพ่ือเป็นแนวทาง สาหรับการ
ทดสอบ และเพ่ือเป็นแหล่งอา้ งองิ

การทดสอบแรงดึงของวสั ดุ โดยทวั่ ไปแลว้ เร่ิมจาก การนาวสั ดุมาเตรียมเป็นช้ิน

ตวั อยา่ ง ไม่วา่ จะเป็นวสั ดุท่ียงั ไม่ผา่ นการข้ึนรูปหรือข้ึนรูปแลว้ ก็ตาม การเตรียมเป็นไปตามมาตรฐาน ซ่ึงส่วนใหญ่

แลว้ จะเตรียมเป็นลกั ษณะรูปร่างคลา้ ยดรัมเบลล์ (drumbell) คือปลายท้งั สองดา้ น จะมขี นาดโตกว่าบริเวณ

ส่วนกลาง ของช้ินตวั อยา่ ง ท้งั น้ีเพ่ือใหก้ ารดึงเป็นไปอยา่ งสมบูรณ์แบบ และขาดบริเวณตรงกลาง

เครื่องมอื ที่ใชท้ ดสอบแรงดึง เรียกว่า เครื่องทดสอบยนู ิเวอร์แซล (universal testing machine) เครื่องมอื

ดงั กลา่ วน้ี จะมปี ากสาหรับจบั ช้ินตวั อยา่ งอยู่ 2 ส่วน ส่วนท่ี 1 ยดึ ติดกบั แท่นเคร่ือง ส่วนท่ี 2 ยดึ ติดกบั ตวั วดั แรง
(load cell) และสามารถเคล่อื นที่ได้ ในการทดสอบน้นั จะตอ้ งนาช้ินตวั อยา่ งที่เตรียม ใส่ระหวา่ งปากจบั ท้งั สองขา้ ง
โดยจบั ที่ส่วนปลายของชิ้นตวั อยา่ ง แลว้ ลอ็ คใหแ้ น่น หลงั จากน้นั จึงดึงใหป้ ากจบั ส่วนท่ี 2 เคลื่อนท่ีห่างออกไป
โดยปลายอีกขา้ งหน่ึงของชิ้นตวั อยา่ ง ยงั อยกู่ บั ที่ ช้ินตวั อยา่ งท่ีกาลงั ยดื ออกจะมแี รงตา้ น ซ่ึงแรงตา้ นของชิ้น
ตวั อยา่ งน้ี มผี ลทาใหต้ วั วดั แรงสามารถวดั แรงออกมา ไดแ้ รงท่ีวดั ออกมา มีหน่วยเป็นกิโลกรัม (kg) หรือนิวตนั
(N) การทดสอบจะตอ้ งดึงชิ้นตวั อยา่ ง จนขาดออกจากกนั แรงตา้ นสูงสุดของช้ินตวั อยา่ งไดเ้ ท่าไร ผลท่ีไดจ้ ากตวั
วดั แรงกจ็ ะไดเ้ ท่าน้นั นนั่ กห็ มายความว่าชนิ้ ตวั อยา่ ง ทนแรงดึงสูงสุดเท่ากบั แรงตา้ น ของตวั เองท่ีทนไดก้ ่อนขาด
จากกนั

ค่าที่วดั ไดด้ งั กลา่ วเป็นเพียง ค่าทวี่ สั ดุทนแรงดึงเท่าน้นั ซ่ึงไมใ่ ช่ค่าความแขง็ แรงหรือท่ีเรียกว่า Tensile
strength ดงั น้นั การคานวณค่าความแข็งแรงของวสั ดุ ทาไดโ้ ดยการนาค่าแรงดึงสูงสุดหารดว้ ยพ้นื ที่หนา้ ตดั ของช้ิน

27

ตวั อยา่ ง ผลท่ีไดอ้ อกมาเป็นค่าความแข็งแรง ซ่ึงมีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร หรือนิวตนั ต่อตาราง
มิลลิเมตร

การทดสอบแรงกระแทก
วิธีการพิจารณาสภาพของวสั ดุเพอื่ ถกู แรงกระแทกท้งั แบบบิดงอ แรงดึงหรือแรงบิดวน โดยปกติจะ

ตรวจวดั พลงั งานที่ดดู ซบั ในการทาใหต้ วั อยา่ งเสียหายจากการกระแทกเพียงคร้ังเดียว เช่นในการทดสอบ Charpy
Impact Text, Izod Impact Test และ Tension Impact Test การทดสอบแรงกระแทกยงั สามารถดาเนินการไดโ้ ดยให้
ตวั อยา่ งถูกกระแทกหลาย ๆ คร้ังโดยเพ่มิ ความรุนแรง เช่น การทดสอบแรงกระแทกโดยท้ิงลูกตุม้ หรือการทดสอบ
โดยการใชแ้ รงกระแทกซ้า ๆ กนั ค่าการดูดซบั แรงกระแทกและความแข็ง scleroscope จะถกู พจิ ารณาในการ
ทดสอบแรงกระแทกแบบไม่ส่งผลในการทาลาย

28

การ ทดสอบแรงบดิ
วิธีการตรวจสอบสภาพของวสั ดภุ ายใตแ้ รงบิดวน ขอ้ มลู จากการทดสอบแรงบิดใชเ้ พือ่ จดั ทาแผนผงั ความเครียด
ความเคน้ และเพอื่ ระบุโมดูลสั แรงบิดพิกดั ความยดื หยนุ่ โมดูลสั การแตกร้าวจากแรงบิด และกาลงั บิด มกั พจิ ารณา
คุณสมบตั ิดา้ นแรงเฉือนจากการทดสอบแรงบิด (ASTM D-143)

29

เครื่องวดั ความดนั
การวดั ความดนั (pressure measurement) ในวงจรไฮดรอลกิ น้นั มคี วามจาเป็นจากสาเหตุหลายประการ
นอกเหนือจากการใชเ้ พ่อื ทดสอบและซ่อมบารุงแลว้ ยงั จาเป็นตอ้ งใชเ้ พอื่ การปรับค่าของล้นิ ควบคุมความดนั และ
ใชใ้ นการหาแรงกระทาที่ไดจ้ ากกระบอกไฮดรอลกิ หรือแรงบิดท่ีไดจ้ ากมอเตอร์ไฮดรอลิก
มาตรเคร่ืองมือวดั ความดนั ท่ีนิยมใชก้ นั มากท่ีสุดคือ แบบเบอร์ดอน (Bourdon gage) ส่วนแบบรองลงมา
ไดแ้ ก่ แบบเชรดเดอร์ (Schrader gage)

รูปมาตรวดั ความดนั หลายขนาด [1]

รูป การทางานของมาตรวดั ความดนั แบบเบอร์ดอน [1]

30

รูปท่ีมาตรวดั ความดนั แบบเชรดเดอร์ [1]

รูปท่ีแผงแสดงอตั ราไหล อเิ ลก็ ทรอนิกส์ [1]
เป็นแผงแสดงค่าดว้ ยอิเลก็ ทรอนิกส์ ใชแ้ สดงอตั ราไหล แสดงค่าได้ 5 หลกั ดว้ ยความละเอียด 0.15%
หน่วยที่ใชแ้ สดงปรับต้งั มาจากโรงงาน
มาตรวดั ความดนั ออกซิเจนและอะเซทลิ นี

เป็ น
อุปกรณ์ที่
สาคญั ชิ้น

หน่ึงใน
งานเชื่อม
แกส๊ ถา้

ขาดตวั
ควบคุม

31

ความดนั น้ีจะไมส่ ามารถทางานได้ เพราะมาตรวดั ความดนั จะช่วยบอกใหท้ ราบถึงความดนั ท่ีมีอยภู่ ายในถงั และ
ควบคุมความดนั ที่จะนาออกไปใชง้ าน ทาใหค้ วามดนั ในการทางานน้นั สมา่ เสมอ ถงึ แมว้ ่าความดนั ภายในถงั จะ
เปล่ยี นไปกต็ าม สาหรับมาตรวดั ความดินมสี ่วนประกอบและลกั ษณะการทางาน

1. เกจวดั ความดนั สูง (High pressure Gage) จะทาหนา้ ท่ีวดั ความดนั สูงภายในถงั 1สามารถบ่งบอก
ปริมาณของแก๊สที่มีในถงั แก่ผปู้ ฏิบิตงานเช่ือม

(1) เกจวดั ความดนั สูงของแก๊สออกซิเจน mมารถวดั ความดนั ไดส้ งถึง 3,000 ปอนดต์ ่อตารางน้ิว
(2) เกจวดั ความดนั สูงของแกส๊ อะเซทิลีน จะวดั ความดนั ไดต้ ่ากว่าเกจวดั ความดนั ของแก๊สออกซิเจน
เน่ืองจากแกส๊ ในถงั มีความดนั ต่ากว่า ซ่ึงึ มารถวดั ความดนั ไดส้ ูงถึง 350 ปอนดต์ ่อตารางน้ิว

32

จากรูป จะบอกหน่วยความดนั เป็น 2 ระบบ คือ บอกหน่วยความดนั เป็นปอนดต์ ่อตารางนิ้ว (P.S.1) ซ่ึงอยู่
ดา้ นใน และบอกหน่วยความดนั เป็น บาร์ (Bar) หรือกิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (kg/cm ) ซ่ึงอยดู่ า้ นนอก
โดยทวั่ ไปความดนั ภายในถงั ออกซิเจน บริษทั จะอดั ความดนั มาใหป้ ระมาณ 2,000-2,200 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว
เท่าน้นั สาหรับเกจวดั ความดนั ต่าจะปรับใชง้ านประมาณ 25 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว

2. เกจวดั ความดันตา่ (Low pressure Gage) ใชว้ ดั ความดนั แก๊สต่อจากเกจวดั ความดนั สูงจะวดั ความดนั ใน
การใชง้ าน

(1) เกจวนั ความดนั ต่าของแกส๊ ออกซิเจน สามารถปรับความดนั ไดส้ ูงถงึ 0-400 ปอนดต์ ่อ
ตารางนิ้ว และจะปรับใชง้ านท่ีความดนั ประมาณ 25 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว

(2) เกจวดั ความดนั ต่าของแก๊สอะเซทิลีน สามารถปรับความดนั ไดส้ ูงถงึ 0-30 ปอนดต์ ่อ
ตารางนิ้ว และจะปรับใชง้ านท่ีความดนั ไมเ่ กิน 15 ปอนดต์ อ่ ตารางน้ิว

3. ส่วนประกอบของมาตรวดั ความดนั (Nssure Regulator)
(1) เกจวดั ความดนั (Pressure Gage) ในเกจวดั ความดนั จะมีท่อบูดง (Bourdon Tube) ทาดว้ ยโลหะ

ทองเหลืองมลี กั ษณะงอ รูปร่างเหมอื นตวั ซี (c) ขา้ งหน่ึงจะต่อเขา้ กบั ท่อแกส๊ ท่ีมาจากมาตรวดั ความดนั ส่วนอกี
ปลายขา้ งหน่ึงจะต่อเขา้ กบั กา้ นโลหะซ่ึงต่อเขา้ กบั เฟื อง และเฟื องน้ีจะไปขบั เฟื องของเขม็ ช้ีบอกความดนั

เม่ือความดนั เขา้ ไปภายในท่อบูดง ท่อกจ็ ะยดื ตรง แขนต่อกบั ปลายท่อบูดงกจ็ ะไปดึงแขนเฟื องให้
ดนั เข็มข้นึ ไป เขม็ จะช้ีบอกความดนั บนหนา้ ปัด ซ่ึงมที ้งั หน่วยเป็นปอนดต์ ่อตารางนิ้วในเกจวดั (psig) หรือ
กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตรในเกจวดั (K/ cm G)่่ เป็นท่รี ู้กนั อยแู่ ลว้ ว่าบนผวิ โลกของเราน้ีมคี วามดนั บรรยากาศ
14.7 ปอนดต์ ่อตารางน้ิว (psi) หรือ 1.05 กโิ ลกรัมต่อตารางเซนติเมตร (km/cm ) ฉะน้นั ความดนั ในการใชง้ านตอ้ ง
มากกวา่ ความดนั บรรยากาศ

33

ในงานเซื่อมความดนั ในเกจและความดนั นอกเกจ หน่วย psig md psi หรือ kg/cm G and Kg/cm สามารถเปล่ียน
ความดนั ในเกจเป็นความดนั นอกเกจไดด้ งั น้ี คือ สาหรับความดนั ในเกจ 1 psig (0.7 k/cm G) เปล่ยี นเป็นความดนั
นอกเกจได้ คือ 14.7 + 1 = 15.7 psi หรือ 1.05 + 0.7 =1.12 kg/cm

(2) สกรู ปรับความดนั (Pessure Adjustm1 g screw) เป็นสกรูท่ีใชห้ มนุ ปรับหรือลดความดนั แกส๊ ใน
การนาออกไปใชง้ าน เม่อื หมนุ ตามเขม็ นาฬิกา สกูรจะเคล่อื นเขา้ ไปดา้ นในและไปดนั สปริง ซ่ึงสปริงกจ็ ะไปดนั
แผน่ ไดอะแฟรมและแกนเปิ ดปิดแก๊ส แกนเปิ ดปิ ดน้ีจะเปิ ดใหแ้ ก๊สไหลเขา้ มาท่ีเกจวดั ความดนั ต่า และไหลออกไป
ตามเกยเชื่อม และเมอื่ คลายสปริงทวนเขม็ นาฬกิ าแกนเปิ ดปิ ดกจ็ ะปิดไม่ใหแ้ ก๊สไหลเขา้ มาในเกจวดั ความดนั ต่า

(3) ขอ้ ต่อแกส๊ เขา้ มาตรวดั ความดนั (Intel Connection) ดา้ นหน่ึงเป็นเกลียวนอกคอเขา้ กบั มาตรวดั
ความดนั อกี ดา้ นหน่ึงเป็นนตั รูปหกเหล่ียมมีเกลียวในื ใชส้ วมเขา้ กบั เกลยี วที่วาลว์ เปิดปิ ดหวั ถงั นตั รูปหกเหลี่ยมน้ี
ถา้ เป็นขอ้ ต่อของแก๊สออกซิเจนจะมผี วิ เรียบ แต่ถา้ เป็นขอ้ ตอ่ ของแกส๊ อะเซทิลนี จะบากร่องไวแ้ สดงใหูร้ ้ไวว้ ่าเป็น
ของแกส๊ อะเซทิลีน

(4) ขอ้ ต่อทางออกของมาตรวดั ความดนั (Outlet Connection) ลกั ษิณะเป็นเกลยี วนอกและเป็นทางออก
ใหง้ านของแก๊สใชต้ ่อเขา้ กบั ขอ้ ต่อของสายเช่ือม ขอ้ ต่อทางออกของเกจวดั ความดนั ออกซิเจนจะเป็นเกลยี วขวา แต่
ของเกจวดั ความดนั อะเซทิลีนจะเป็นเกลยี วซา้ ย

(5) วาลว์ ระบายแกส๊ ออกเมอื่ ความดนั ูสง (Pressure Release Valve) วาลว์ ตวั น้ีจะช่วบไมใ่ หม้ าตรวดั
ความดนั ชารุดเสียหาย เพราะเมื่อความดนั เกินวาลว์ ตวั น้ีจะเปิ ดทางใหแ้ ก๊สออก แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดงั น้ี

5.1 แบบลูกบอล (Sdety Release Valve) วาลว์ ระบายแกส๊ แบบน้ีจะมสี ปริงมาคน้ ลกู บอล
ขนาดเลก็ ถา้ มีความดนั สูงในมาตรวดั ความดนั ความดนั น้นั จะดนั ลูกบอลใหถ้ อยหลงั แก๊สที่มีความดนั สูงกจ็ ะ
ระบายออกมา

5.2 แบบแผน่ โลหะบาง (safety Disc valve) จะมีโลหะลกั ษณะเป็นจานแผน่ บางๆ เม่อื แกส๊
ภายในมาตรความดนั สูงโลหะแผน่ บางน้ีกจ็ ะเปิ ดทางใหแ้ กส๊ ผา่ นไป

34

4. มาตรวดั ความดนั แก๊ส แบ่งเป็น 2 แบบ ดงั น้ี
1. แบบปรับความดนั ช้นั เดียว (single-stage Type)
2. แบบปรับความดนั สองช้นั (Two-stage Type)
(1) มาตรวดั ความดนั แบบปรับความดนั ช้นั เดียว มีข้นั ตอนการลดความดนั ดงั น้ี คือ เมื่อเปิ ดวาลว์ หวั ถงั

แก๊สจะไหลเขา้ ไปอยใู่ นหอ้ งท่ีมเี กจวดั ความดนั ภายในถงั (ความดนั สูง) และเมอื่ หมุนสกรูปรับความดนั ลิ้นก็จะ
เปิ ดใหแ้ ก๊สออกมาและนาออกไปใชง้ านเลยดว้ ยความดนั ทป่ี รับไว้

(2) มาตรวดั ความดนั แบบปรับความดนั สองช้นั มีข้นั ตอนการลดความดนั สองช้นั ดงั น้ี คือ เมอื่ เปิ ดวาลว์ หวั
ถงั แก๊สจะไหลเขา้ สู่หอ้ งท่ีมเี กจวดั ความดนั ภายในถงั (ความดนั สูง) และในขณะเดียวกนั แกส๊ จะไหลฝานลนิ้ ท่ีต้งั
ระยะการเปิดไวแ้ ลว้ เขา้ สู่หอ้ งที่ 1 ซ่ึงความดนั ที่ไดจ้ ะมคี วามดนั ลดลง คือ มีความดนั ในระดบั ปานกลางและเมื่อ
หมนุ สกรู ปรับความดนั ลิ้นที่ 2 กจ็ ะเปิ ดออกเขา้ สู่มาตรวดั ความดนั ใชง้ านเพอื่ นาไปใชง้ านตามที่ไดป้ รับความดนั
ไว้

35

5. หลกั การทางานของแผ่นไดอะเฟรมและมาตรวดั ความดนั (FIexible Diaphram Regulator)
เมื่อเปิ ดลนิ้ ท่ีถงั แก๊ส แก๊สความดนั สูงจะเขา้ ไปในเกจวดั ความดนั สูง (High Gage) จากน้นั จึงปรับความดนั
ใหง้ านดว้ ยสกรูปรับความดนั (Adjusting screw) ถา้ ปรับความดนั ใหง้ าน 10 ปอนดต์ ่อตารางนิ้ว แผน่ ไดอะเฟรมก็
จะรับแรงดนั 10 ปอนดต์ ่อตารางน้ิวดว้ ย แผน่ ไดอะแฟรมเมื่อรับความดนั จะมลี กั ษณะสปริงตวั โคง้

เมอ่ื คลายสกรูปรับความดนั ลิ้นกจ็ ะปิดแก๊สไมส่ ามารถออกมาท่ีหอ้ งวดั ความดนั ใชง้ านแผน่ ไดอะแฟรม
ก็จะหยดุ และสปริงกลบั คืน

36

ในขณะปฏบิ ตั ิงานเช่ือม ช่างเชื่อมตอ้ งเปิ ดวาลว์ หวั ถงั แก๊สความดนั สูงจะเขา้ ไปในมาตรวดั ความดนั เกจวดั
ความดนั สูงจะแสดงความดนั ท่ีมีอยภู่ ายในถงั แลว้ ผเู้ ชื่อมทาการปรับความดนั ใชง้ านตามตอ้ งการ ถา้ ปรับความส้นั
ใชง้ าน 10 ปอนดด์ ่อตารางนิ้ว ในขณะท่ีปิดล้นิ ท่ีกระบอกเช่ือม (Torch) เมอื่ เปิ ดแกส๊ ใชง้ านความดนั ท่ีเกจวดั ความ
ดนั จะลดลงเหลือ 9 ปอนดต์ ่อตางน้ิว เน่ืองจากความดนั ถกู ระบายออกไปทาใหค้ วามดนั ใหง้ านลดไปจากท่ีดอ้ งการ
จริง

เมอ่ื เป็นเช่นน้ีขณะปรับความดนั ใหง้ าน ผเู้ ชื่อมดอ้ งเปิดล้ินท่ีกระบอกเชื่อม (Torch) ไวแ้ ละปรับใหไ้ ดค้ วามดนั
ตามตอ้ งการ เมอื่ ทาการเชื่อมจะไดค้ วามดนั ตามทกี่ าหนดและคงท่ีตลอดถึงแมว้ า่ ความดนั ภายในถงั จะลดลงก็
ตามแต่ความดนั ใหง้ านจะคงท่ีเสมอ ทาใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานเชื่อมสามารถควบคุมความร้อนและบ่อหลอมละลายไดเ้ ป็น
อยา่ งดี

จะเห็นว่า ถา้ ตอ้ งการความดนั ใหง้ านท่ีหวั ทิพ (Tip) 1 ปอนดต์ ่อตารางน้ิวในเกจ(psig) ตอ้ งปรับท่ีมาตรวดั
ความดนั 5 psig ซ่ึงในระยะความยาวของท่อยาง 10 ft (3 ม.) ความดนั ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถา้ ท่อยางยาว 25 h (7.6 ม.)
เพอ่ื ใหไ้ ดค้ วามดนั ท่ีหวั ทิพ (Tip) l ps1+g ตอ้ งปรับความดนั ที่มาตรวดั ความดนั 2.25 psig (0.15 k/cm G) หรือถา้
ตอ้ งการความดนั ท่ีปลายหวั ทิพ 5 psig โดยที่ท่อยางยาว 100 ft (30.5 m) ตอ้ งปรับความดนั ท่ีมาตรวดั ความดนั ที่ 10
ps

37

วศิ วกรรมความเที่ยง
ในปัจจุบนั การออกแบบช้ินส่วนเครื่องจกั รกลที่ทนั สมยั และมีเทคโนโลยใี นการควบคุมสูง จึงมีความ

จาเป็นอยา่ งยง่ิ ท่ีผผู้ ลิตออกแบบเคร่ืองจกั รเหล่าน้ี จะตอ้ งมคี วามรูค้ วามเขา้ ใจในสาขาวิชาวศิ วกรรมความเท่ียง ใน
การผลติ เป็นอยา่ งดี

ความเท่ียงคืออะไร
คาวา่ เที่ยง หมายถึง ตรง แน่นอน แม่นยา เท่ียงตรง จึงหมายถึง ความตรง ความแน่นอน ความแม่นยา แต่

สาหรับในทางวศิ วกรรมแลว้ ความเที่ยง หมายถงึ ความสามารถในการทาซ้าได้ เช่น การใชเ้ วอร์เนียร์คาร์ลิปเปอร์
วดั ชิ้นงาน 5 คร้ัง ค่าที่อา่ นไดเ้ ท่ากนั ทุกคร้ัง กลา่ วไดว้ า่ เวอร์เนียร์คาร์ลิปเปอร์ตวั น่ีมคี วามเที่ยงสูง ซ่ึงแตกต่างไป
จากคาว่า ความถูกตอ้ ง (Accuracy)

ความถกู ตอ้ ง(Accuracy) หมายถงึ ค่าท่ีวดั ไดเ้ ท่ากบั ค่าทแี่ ทจ้ ริงซ่ึงจะสมั พนั ธก์ บั ความผดิ พลาด (Error)
เพอ่ื ความเขา้ ใจระหวา่ งความเท่ียงกบั ความถูกตอ้ ง ให้พจิ ารณารูปต่อไปน้ี ซ่ึงแสดงผลการยงิ เป้าของคน 4 คน โดย
ยงิ คนละ 10 นดั

รูป ก. กระสุนท้งั หมดเขา้ เป้าในบริเวณแคบๆ แต่ห่างจากวงกลมใจกลางเป้า แสดงว่ามีความสามารถใน
การทาซ้าไดด้ ีหรือมคี วามเที่ยงสูง แต่มีความถูกตอ้ งต่า เพราะอยหู่ ่างจากเป้าหมาย

38

รูป ข. กระสุนท้งั หมดเขา้ วงกลมตรงใจกลางเป้า มกี ารกระจายของกระสุนเพียงเลก็ นอ้ ย แสดงว่ามีความ
เท่ียงและความถกู ตอ้ งสูง

รูป ค. กระสุนท้งั หมดเขา้ เป้าแต่กระจายอยรู่ อบๆวงกลมใจกลางเป้า แสดงวา่ มคี วามเท่ียงต่า ความถกู ตอ้ ง
ค่อนขา้ งดี เพราะค่าเฉลีย่ ของระยะห่างจากเป้ามคี ่าต่า

รูป ง. กระสุนเขา้ เป้า / นดั และกระสุนกระจดั กระจายแสดงว่าไม่มคี วามเท่ียงและไม่มคี วามถกู ตอ้ ง มีความ
ผดิ พลาดสูง
ทาไมต้องมคี วามเที่ยงสูง

ถึงแมจ้ ะมีความเชื่อโดยทวั่ ไปว่า ราคาของการตดั แต่งข้ึนรูปชิ้นส่วน (Machining Cost) จะผนั แปรกบั
ระดบั ความเท่ียงท่ีตอ้ งการกต็ าม แต่ถา้ เลือกใชว้ ธิ ีการเฉพาะท่ีเหมาะสมกบั งานความเท่ียงสูง ราคาของการตดั แต่ง
ข้ึนรูปช้ินส่วนก็สามารถลดลงได้

มีเหตุผลหลายประการสาหรับการตดั แต่งข้นึ รูปช้ินส่วนใหม้ คี วามเท่ียงสูง คือ
1. เพิ่มความเที่ยงในการเคล่อื นที่
2. เพ่ือลดความคลาดเคลื่อนในการทาหนา้ ท่ีของผลิตภณั ฑห์ รือช้ินส่วน

39

3. เพ่ือทาใหช้ ้ินส่วนสามารถสบั เปลย่ี นกนั ได้ ชิน้ ส่วนที่เหมอื นกนั ผลิตจากโรงงานที่ต่างกนั สามารถใช้
แทนกนั ได้

4. เพื่อขจดั ความตอ้ งการในการปรับแต่งกลไก และทาการประกอบและ/หรือการปรับชิ้นส่วน เพอื่ ให้
กระบวนการกลาดบั ถดั ไปง่ายข้ึน โดยเฉพาะความเป็นไปไดท้ ี่จะทาการประกอบแบบอตั โนมตั ิ

5. เพอ่ื ทาใหก้ ารทางานในแต่ละหนา้ ที่เป็นอิสระจากกนั
6. เพอ่ื รักษาระดบั ความเที่ยงสมั พทั ธใ์ หเ้ หมอื นกนั เมอื่ มีการยอ่ ส่วนเขา้ มาเก่ียวขอ้ ง
7. เพือ่ ลดจานวนช้ินส่วนท่ีตอ้ งการเพือ่ ลดความผดิ พลาดสะสมและปรับปรุงความเชื่อมนั่ ที่เป็นไปได้
8. เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจกั ร
9. เพือ่ ลดค่าใชจ้ ่ายเร่ิมตน้
10. เพื่อลดค่าใชจ้ ่ายในการเดินเร่ือง
11. เพ่อื ขยายช่วงอายกุ ารใชง้ านของเคร่ืองจกั ร
12. เพอื่ ลดขนาดของช้ินส่วนสาหรับการพกพาเคลือ่ นยา้ ย
13. เพอ่ื พสิ ูจนข์ ้นั ตน้ ในความสมบูรณ์ของการออกแบบใหม่
14. เพอ่ื สามารถทาใหต้ วั ประกอบความปลอดภยั ในการออกแบบ (Design Safety Factor) มขี นาดเลก็ ลง
ดงั ท่ีกล่าวน้ี จากความเชื่อท่ีวา่ การวดั ความเท่ียงสูงทาใหร้ าคาสินคา้ มรี าคาแพงเพ่ิมข้นึ จึงเป็นความเชื่อที่
ผดิ เพ่ือใหไ้ ดช้ ิ้นส่วนที่มคี วามเที่ยงสูงโดยเสียค่าใชจ้ ่ายนอ้ ยท่ีสุด ส่ิงสาคญั คือจะตอ้ งเลือกการออกแบบและ
กระบวนการข้ึนรูปท่ีเหมาะสม

การผลติ ชนิ้ ส่วนความเท่ียงสูง
เพือ่ ตอบสนองการผลติ ชิ้นส่วนท่ีมคี วามเที่ยงสูงและลงทุนนอ้ ยท่ีสุด จึงตอ้ งมีการสร้างเคร่ืองจกั รกล

ความเที่ยงสูง ดงั น้นั จุดประสงคข์ องวศิ วกรรมความเท่ียงคือ การสร้างและพฒั นาเคร่ืองจกั รกลความเที่ยงสูง ซ่ึง
ตอ้ งใชค้ วามรู้ในหลายสาขาวิชา แต่ในทางปฏิบตั จิ ะแบ่งออกเป็น 2 ดา้ น คือ การออกแบบและการสร้าง ความเที่ยง
สูงจะสมั ฤทธ์ิผลไดจ้ ะตอ้ งมีการวดั และประเมนิ ผลการสร้าง นนั่ หมายความว่า เครื่องจกั รกลความเที่ยงสูงจะตอ้ ง
ทางานร่วมกบั กลไกสาหรับการวดั

40

แบบฝึ กหดั หน่วยท่ี 2 เคร่ืองมือวดั

1. จงอธิบายความหมายและความจาเป็นของงานวดั ขนาด
2. การจาแนกเครื่องมือวดั มกี ่ีลกั ษณะอะไรบา้ ง
3. หน่วยวดั ความยาวมกี ่ีระบบอะไรบา้ ง
4. 1 น้ิวเท่ากบั ก่ีมลิ ลเิ มตร
5. สาเหตุความคลาดเคลือ่ นจากการวดั เกิดจากสาเหตุใดบา้ ง(ตอบมา 5 ขอ้ )
6. กฎการใชเ้ คร่ืองมือวดั มีอะไรบา้ ง(ตอบมา 5 ขอ้ )
7. จงบอกการระวงั รักษาเครื่องมือวดั (ตอบมา 5 ขอ้ )
8. เคร่ืองมอื วดั ท่ีใชใ้ นการวดั ความยาวเชิงเสน้ แบ่งอยา่ งกวา้ งๆไดก้ ่ีลกั ษณะอะไรบา้ ง
9. ความเท่ียงหมายถึงอะไร
10. คาวา่ เท่ียงหมายถงึ อะไร


Click to View FlipBook Version