The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือปริญญานิพนธ์ ป.ตรี 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanin, 2022-11-22 01:11:30

คู่มือปริญญานิพนธ์

คู่มือปริญญานิพนธ์ ป.ตรี 2565

Keywords: คู่มือปริญญานิพนธ์

-47-

๑๖. แผนกิจกรรมการแลกเปลี่ยนนักวิจัยระยะส้ันไทย – ญี่ปุ่น ให้แสดงแผนกิจกรรมการ
แลกเปลี่ยนนักวิจัยระยะสั้นไทย – ญี่ปุ่น ภายใต้ข้อเสนอการวิจัย ทุนอุดหนุนการวิจัยร่วม (Joint
Research Program)

๑๖.๑ การเดนิ ทางไปทาวจิ ัยระยะสัน้ ของนักวจิ ยั ไทย ณ ประเทศญีป่ นุ่

 องคป์ ระกอบคณะเดนิ ทาง ระบรุ ายละเอียดผ้เู ดนิ ทาง เช่น ชือ่ -สกุล, สังกดั , ขอ้ มลู กา
ติดตอ่ , จานวนผ้เู ดนิ ทาง (สนับสนุนเฉพาะนกั วิจัย/ผู้รว่ มวิจยั ภายใต้โครงการฯ)

 หน่วยงานเยือนและระยะเวลาการเดนิ ทาง ระบสุ ถานที่เดินทางเยือนและวัน/เดือน/ปี ที่
เร่มิ ตน้ และส้นิ สุด

 เป้าหมายการแลกเปลี่ยน (ตัวชีว้ ัด) ระบุองค์ความรู้/เทคโนโลยี/ความกา้ วหน้า/หรอื
ผลงานวิจยั จากการแลกเปลีย่ นการทาวิจยั รว่ มกบั ต่างประเทศท่สี ามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ได้

 ผลลัพธ์/ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะไดร้ บั
๑๖.๒ การเดนิ ทางมาทาวิจยั ระยะส้ัน ณ ประเทศไทยของนักวิจัยญ่ีปนุ่

 ขอ้ มูลนักวจิ ัยตา่ งประเทศท่เี ดนิ ทางมาทาวิจยั ในประเทศไทย ระบุรายละเอียดผูน้ ักวจิ ยั
ต่างประเทศ เชน่ ชื่อ-สกุล, สงั กดั ,ขอ้ มลู การตดิ ต่อ, จานวนนกั วิจัย

 ระยะเวลาการทาวจิ ยั ในประเทศไทย ระบุสถานท่ีทาวจิ ัยและ วนั /เดือน/ปี ทเี่ ร่ิมตน้ และ
ส้นิ สุด (ไม่เกิน ๓๐ วันตอ่ ป)ี

 งบประมาณการรับรองนกั วจิ ัยตา่ งประเทศ ได้แก่ คา่ ใชส้ อยต่างๆ ให้จ่ายตามความ
จาเป็นเหมาะสม และเป็นไปตามระเบยี บกระทรวงการคลัง (ในวงเงินไม่เกนิ ๖๐,๐๐๐ บาท)

1๗. งบประมาณค่าใชจ้ ่ายของโครงการวิจัย
1๗.1 แสดงรายละเอียดงบประมาณของโครงการวิจัย โดยแยกตามงบประเภท

ต่างๆ ให้ชัดเจน โดยแยกเป็นหมวดดังนี้ งบบุคคลากร งบดาเนินการ (ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ
ค่าธรรมเนียมอดุ หนนุ สถาบนั ฯลฯ) งบลงทนุ (ครภุ ัณฑต์ ้องชี้แจงเหตุผลความจาเป็นพรอ้ มใบเสนอราคา)

ตารางท่ี ๑ แสดงงบประมาณที่เสนอขอ

งบประมาณที่เสนอขอ

รายการ ปที ่ี ๑ ปีท่ี ๒ ปีท่ี ๓
(๒๕๖๑) (๒๕๖๒) (๒๕๖๓)
๑. งบบคุ ลากร
๑.๑ ค่าจ้างช่วั คราว
๑.๒ .........

๒. งบดาเนินการ
๒.๑ ค่าตอบแทน
๒.๒ คา่ ใชส้ อย
๒.๓ ...........

-48-

๓. งบลงทนุ
๓.๑ ค่าครุภณั ฑ์
๓.๒ ...........

๔. ค่าธรรมเนียมอดุ หนุนสถาบัน (ให้
หมายรวมถึงค่าสาธารณูปโภคดว้ ย)
รวมงบประมาณที่เสนอขอ
การต้ังงบประมาณทุกรายการควรประมาณการให้เหมาะสมกบั ระเบียบวธิ ีวิจัยโดยอ้างอิงตาม

ระเบียบกระทรวงการคลังและตามหลักเกณฑแ์ ละอัตราค่าใช้จา่ ยท่กี าหนด ดังนี้

รายการ อัตรา หลักเกณฑ์ (เงอ่ื นไข)

1. งบบุคลากร - ให้จ่ายตามความจาเป็น 1. พิจารณาให้ตามท่ีเสนอขอโดยไม่เกินที่
1.1 คา่ จา้ งชัว่ คราว
1.2 ค่าจา้ งผู้ช่วย เหมาะสม กา หน ด จ่า ยต า มอั ต รา เงิ น เดื อ น
นักวจิ ัย
ขา้ ราชการตามวฒุ ิการศึกษา คือ
2. งบดาเนนิ งาน
2.1 ค่าตอบแทน ป.เอก อัตราค่าจ้าง 2๑,000.- บาท
(1) คา่ ตอบแทน
ป.โท อัตราค่าจา้ ง 1๗,๕00.- บาท
คณะผู้วจิ ัย (ใหร้ ะบุ
ตาแหนง่ หรอื ตาแหน่งทาง ป.ตรี อตั ราจา้ ง 1๕,๐00.- บาท
วชิ าการเพื่อประกอบการ
พิจารณา) ปวส. อตั ราคา่ จา้ ง 1๑,๕00.- บาท

ปวช. อตั ราค่าจา้ ง ๙,๔00.- บาท

- ให้เบิกจา่ ยคา่ ตอบแทน กาหนดค่าตอบแทนคณะนักวิจัย (ไม่เกิน
ทั้งคณะ โดยใชร้ ะดับ ร้อยละ10 ของว งเงินงบประมาณ

ตาแหน่งของหัวหน้า โ ค ร ง ก า ร ไ ม่ ร ว ม ง บ ล ง ทุ น แ ล ะ

โครงการวจิ ัยเปน็ เกณฑ์ ค่าธรรมเนียมสถาบัน) หากคานวณแล้วไม่

ดังนี้ ถึง 30,000 บาท ให้ ขั้นต่า 30,000
บาท และต้องไม่เกิน อัตราตามระดับ
1. ศาสตราจารย์หรือ ตาแหนง่ หัวหน้าโครงการ
ขา้ ราชการระดับ 10 ไม่

เกินปลี ะ 200,000 บาท
ตอ่ โครงการตอ่ คณะ
นักวจิ ยั

2. รองศาสตราจารย์หรือ
ข้าราชการระดับ 8-9 ไม่
เกินปลี ะ 150,000 บาท

ต่อโครงการตอ่ คณะ
นักวิจัย

-49-

รายการ อัตรา หลกั เกณฑ์ (เง่ือนไข)

3. ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์
หรือขา้ ราชการระดับ 6-7
ลงมา ไม่เกนิ ปลี ะ
120,000 บาท ต่อ
โครงการตอ่ คณะนกั วจิ ยั
4. อาจารย์หรอื ข้าราชการ
ระดับ 5 ลงมาไมเ่ กินปีละ
80,000 บาท ตอ่
โครงการต่อนักวจิ ยั

(2) ค่าตอบแทนที่ พิจารณาให้ไม่เกินโครงการ 1. ต้องมหี นังสือยนื ยนั ตอบรบั จากที่
ปรกึ ษา ละ 2 คน และไม่เกินคน ปรกึ ษา โดยใหร้ ะบรุ ายละเอียดการให้
คาปรกึ ษา
ละ 100,000 บาท
2. ต้องเป็นผ้มู ีความเชย่ี วชาญในสาขาวิชา

การที่สาคัญของโครงการโดยพจิ ารณา

จาก

- ประสบการณ์การทางาน

- คุณวุฒิ

3. กาหนดจา่ ยคา่ ตอบแทนทป่ี รึกษาทา่ น

ละไม่เกิน 100,000 บาท และไม่เกนิ

๒ คนต่อโครงการ

(3) ค่าตอบแทนการ - ให้จ่ายตามความจาเป็น กาหนดจา่ ยตามระเบียบกระทรวงการคลงั

ปฏบิ ตั ิงานนอกเวลาราชการ เหมาะสม ดังน้ี

- วันทาการปกติ ชม.ละ 50 บาท ไม่

เกินวันละ 4 ชม.

- วนั หยุดราชการ ชม.ละ 60 บาท ไม่

เกินวนั ละ 7 ชม.

(4) ค่าตอบแทนผใู้ ห้ - ไมเ่ กนิ รายละ 100 บาท - ไม่เกนิ รายละ 100 บาท

ข้อมูล(ผู้ตอบแบบสอบถาม, - กรณีข้อมูลมีระดับความ - กรณีข้อมูลมีระดับความยากสูง ไม่

ผู้ให้สัมภาษณ์) ยากสูง ไม่เกินรายละ เกินรายละ ๓๐๐ บาท

๓๐๐ บาท

(5) ค่าตอบแทนกลุ่ม - ไมเ่ กนิ 2,000 บาท ตอ่ - ไมเ่ กนิ 2,000 บาท ตอ่ ครงั้

ตวั อยา่ ง ครั้ง

รายการ อตั รา -50-

(6) คา่ ตอบแทน - ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ (เงอ่ื นไข)
วทิ ยากรในการฝึกอบรม กระทรวงการคลัง
ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บกระทรงการคลงั
2.2 คา่ ใชส้ อย - ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บ ดงั น้ี

(1) คา่ ใชจ้ ่ายในการ กระทรวงการคลงั - วทิ ยากรท่ีเป็นบุคลากรของรฐั ใหจ้ ่าย
ไมเ่ กนิ 600 บาท/ช่ัวโมง
เดินทางไปราชการ
- วทิ ยากรท่ีมใิ ช่บุคลากรของรฐั ให้
(2) ค่าใช้จา่ ยในการ - ให้เปน็ ไปตามระเบียบ จา่ ย ไม่เกิน 1,200 บาท/ช่วั โมง

สมั มนา/ ฝึกอบรม กระทรวงการคลงั - ใหเ้ ป็นไปตามระเบียบ
กระทรวงการคลัง

- ใหร้ ะบรุ ายละเอียดของการเดินทาง
เช่นเดินทางจากสถานท่ใี ดไปสถานที่
ใด ระยะเวลาท่ีใช้ในการเดนิ ทาง
จานวนคร้งั ในการเดนิ ทาง และ
จานวนคน เป็นต้น

- ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บ
กระทรวงการคลัง

- จดั สัมมนาได้ในกรณีทีส่ ัมมนาเปน็
ส่วนหนึ่งของงานวิจยั

- ให้ระบุเหตุผลความจาเป็น และ
รายละเอียดการสัมมนา/ฝึกอบรม
เช่น สถานท่ีจัดสัมมนา/ฝึกอบรม
จานวนผ้เู ข้ารว่ ม เปน็ ตน้

(3) ค่าใชส้ อยอื่น - ให้จ่ายตามความจาเป็น - ให้จ่ายตามความจาเปน็ เหมาะสม
(ค่าจา้ งเหมาบริการ, ค่าแรง, เหมาะสม
เงินประกันสังคม)

2.3 ค่าวสั ดุ - ให้จ่ายตามความจาเป็น - ให้จ่ายได้ตามความจาเป็นเหมาะสม

เหมาะสม โดย แยกรายการวัสดุ เป็นประเภท เช่น

วัสดุสานักงาน, วัสดุคอมพิวเตอร์, วัสดุ

วิทยาศาสตร์ เป็นต้น ซ่ึงรายการวัสดุ

ต้องมีราคาต่อหน่วยต่ากว่า 5,000

บาท ยกเวน้ วัสดคุ อมพิวเตอร์ต้องมรี าคา

ต่อหนว่ ยต่า กว่า 20,000 บาท

-51-

รายการ อตั รา หลกั เกณฑ์ (เงอื่ นไข)

- ค่าวัสดุวิทยาศาสตร์/สารเคมี (ให้แจง

รายละเอียดส่ิงท่ีต้องการซ้ือ โดยให้ระบุ

จานวนทตี่ อ้ งการ และราคาต่อหน่วย

- สาหรบั ค่าวัสดเุ ชื้อเพลงิ (คา่ น้ามัน)

กาหนดให้ กม.ละ 4 บาท (โดยให้จัดทา

รายละเอียดระยะทางที่เดนิ ทาง)

๒.๔ คา่ ใชจ้ า่ ยเก่ียวกบั - ใหจ้ า่ ยตามความจาเปน็ - ไมเ่ กิน ๑๐% ของงบวจิ ัยทไ่ี ด้รับ

ต่างประเทศ เหมาะสม

(๑) ค่าเดนิ ทางระหวา่ ง

ประเทศของนักวจิ ัยไทย

- ระบสุ ถานที่เร่ิมตน้

– สถานท่ีปลายทาง, ชั้นที่

นั่ง, จานวน ผู้เดินทาง,

ราคาต๋วั โดยสารต่อคน

(๒) ค่ารับรองนักวิจัย - ให้จา่ ยตามความจาเปน็ - ไมเ่ กนิ ๖๐,๐๐๐ บาท และไม่เกิน ๓๐

ญปี่ ่นุ ในประเทศไทย (ค่ายัง เหมาะสม วัน ตอ่ ปี

ชีพ, คา่ พาหนะ,ค่าเดินทาง

ภายในประเทศไทย ฯลฯ)

๓. งบลงทนุ - ใหจ้ ่ายตามความจาเป็น - ให้จ่ายตามความจาเปน็ เหมาะสมโดย
(๓.๑) ค่าครุภณั ฑ์
เหมาะสม แยกรายการครุภัณฑ์ เปน็ ประเภท เช่น
(๓.๒) ค่าสง่ิ กอ่ สรา้ ง
ครุภณั ฑส์ านักงาน, ครภุ ณั ฑ์คอมพิวเตอร์

เป็นตน้ ซ่งึ รายการครุภัณฑ์ต้องมีราคาต่อ

หน่วยสงู กว่า ๕,๐๐๐ บาท ยกเว้น

ครภุ ัณฑค์ อมพิวเตอร์ต้องมีราคาตอ่ หน่วย

สงู กว่า ๒๐,๐๐๐ บาท

- ใหแ้ นบใบเสนอราคาครภุ ัณฑ์

- ให้มหี นงั สอื ชแ้ี จงเหตุผลความจาเป็น

ของครุภัณฑ์ดว้ ย เพ่ือประกอบการ

พจิ ารณา

- ให้จ่ายตามความ - ให้จา่ ยตามความจาเป็นเหมาะสม ซึ่ง

จาเปน็ ท่ีเหมาะสม เปน็ รายจ่ายเพื่อประกอบข้ึนใหม่ ดดั แปลง

ต่อเติมหรือปรบั ปรงุ สิ่งกอ่ สร้างมวี งเงนิ

เกินกวา่ ๕๐,๐๐๐ บาท

- ให้แนบใบเสนอราคาสงิ่ ก่อสร้าง

-52-5- 2-

รายการ อตั รา หลกั เกณฑ์ (เงือ่ นไข)

4. ค่าธรรมเนยี มอุดหนุน - ใหจ้ า่ ยตามความจาเป็น - กาหนดจ่ายไม่เกนิ ร้อยละ 10 ของ งบ

สถาบนั (ใหห้ มายรวมถึงค่า เหมาะสม วจิ ยั ไม่รวมค่าตอบแทนคณะผู้วิจัย

สาธารณปู โภคดว้ ย) ครุภัณฑแ์ ละสิง่ ก่อสร้าง

๑๘. เป้าหมายของผลผลิต (output) และตวั ชี้วดั ระบุผลผลติ ของงานวิจยั อย่างเปน็

รูปธรรมที่สามารถประยกุ ต์เพ่ือนาไปใชป้ ระโยชน์ได้ ทงั้ นี้ต้องระบุตัวชีว้ ดั ที่แสดงถึงการ

บรรลุเป้าหมายในระดับผลผลิตที่เกิดข้นึ ในด้านความประหยดั ประสิทธภิ าพ ประสิทธิผล

ทั้งเชิงปรมิ าณ และคุณภาพ เวลา และตน้ ทุน โดยให้จดั ทาข้อมูลในรูปแบบดงั ตารางท่ี ๒

ตารางท่ี ๒ แสดงผลผลิตและตัวช้วี ดั ของโครงการวิจัย

ผลผลติ เชิงปรมิ าณ ตวั ชี้วดั เวลา ต้นทุน
เชิงคณุ ภาพ

1๙. เป้าหมายของผลลัพธ์ (outcome) และตัวช้ีวัด ระบุปริมาณของผลทเ่ี กิดขน้ึ หรือผล
ต่อเนอ่ื งจากผลผลิตท่มี ีต่อผู้มีสว่ นได้สว่ นเสียและ/หรอื ผใู้ ช้ อาทิ ชมุ ชน องค์กร ประเทศ สภาพแวดล้อม ใน
เชิงปริมาณและคณุ ภาพ ทั้งนค้ี วรจัดทาแผนถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือผลการวจิ ัยสกู่ ลุ่มเป้าหมายดังกล่าว

และตอ้ งระบตุ วั ช้ีวัดทีแ่ สดงถงึ การบรรลเุ ปา้ หมายในระดบั ผลลพั ธ์ทเี่ กดิ ขน้ึ ในดา้ นความประหยดั
ประสิทธภิ าพประสิทธิผล ท้งั เชงิ ปริมาณและคุณภาพ เวลาและต้นทุน โดยให้จัดทาขอ้ มลู ในรปู แบบดงั
ตารางท่ี ๓ โดยระบุแยกเปน็ รายปี กรณีมีระยะเวลาดาเนนิ การวจิ ยั เกนิ ๑ ปี

ตารางท่ี ๓ แสดงผลลัพธ์ และตัวชี้วดั ของโครงการวิจยั

ผลลพั ธ์ ตวั ชว้ี ัด

เชิงปริมาณ เชงิ คณุ ภาพ เวลา ตน้ ทุน

๒๐. ปจั จยั ท่เี อ้ือต่อการวิจยั ทมี่ ีอยู่ (ระบุรายละเอยี ด)
๒๑. ผลสาเรจ็ และความคุ้มคา่ ของการวิจัย แสดงข้อมูลหรืออธิบายถึงผลผลิต (output) ที่ได้
จากงานวจิ ัยในแต่ละปตี ลอดการวจิ ยั โดยสอดคล้องกับวตั ถุประสงคห์ ลักของแผนงานวิจัยและนาไปสู่การ
ประยกุ ต์ใช้ความคุม้ ค่าของงบประมาณทีจ่ ะใช้ทาการวจิ ยั ซ่ึงจะนาไปสผู่ ลสาเร็จทเี่ ปน็ ผลลพั ธ์

-53-

(outcome) และผลกระทบ (impact) ทค่ี าดว่าจะไดร้ ับ โดยสอดคลอ้ งตามแผนบริหารงานและแผนการ
ดาเนนิ งานตลอดแผนงานวิจัย พร้อมทงั้ ระบุประเภทผลสาเรจ็ ของงานวจิ ยั เป็นอักษรย่อ ซึง่ จาแนกเปน็ 3
ประเภท ดงั นี้ (กรณีเปน็ โครงการย่อยในแผนงานวจิ ัยนัน้ จะต้องอธบิ ายผลกระทบทีม่ ตี ่อแผนงานวจิ ัยน้นั
เชน่ ผลสาเร็จท่ีมผี ลกระทบต่อแผนงาน/ผลกระทบท่ีมตี อ่ ประเทศ)

1. ระบุ P หมายถงึ ผลสาเร็จเบอ้ื งตน้ (Preliminary results) ซ่งึ มีลักษณะ ดงั นี้
1.1 ผลสาเรจ็ ท่เี ปน็ องค์ความรู้ หรอื รปู แบบ หรอื วธิ ีการท่ีจะนาไปสกู่ ารวจิ ัยในระยะตอ่ ไป
1.2 ผลสาเร็จท่ีเปน็ ของใหมแ่ ละมีความแตกตา่ งจากที่เคยมมี าแล้ว
1.3 ผลสาเร็จทอี่ าจจะถูกนาไปต่อยอดการวจิ ัยได้

2. ระบุ I หมายถึง ผลสาเรจ็ กง่ึ กลาง (Intermediate results) ซง่ึ มลี ักษณะ ดังนี้
2.1 เป็นผลสาเรจ็ ที่ตอ่ ยอดมาจากผลสาเรจ็ เบอื้ งตน้ ในระยะต่อมา
2.2 เป็นผลสาเร็จทม่ี ีความเชื่อมโยงอย่างใดอยา่ งหน่ึงกับผลสาเรจ็ เบือ้ งต้น
2.3 เปน็ ผลสาเร็จที่จะกา้ วไปสผู่ ลสาเร็จระยะสุดทา้ ยของงานวิจัย

3. ระบุ G หมายถึง ผลสาเร็จตามเปา้ ประสงค์ (Goal results) ซึง่ มลี กั ษณะ ดังนี้
3.1 เปน็ ผลสาเรจ็ ท่ีต่อยอดมาจากผลสาเร็จก่งึ กลางในระยะตอ่ มา
3.2 ผลสาเรจ็ ตามเป้าประสงคน์ ้จี ะตอ้ งแสดงศกั ยภาพทีจ่ ะก่อให้เกิดผลกระทบ
3.3 ผลสาเร็จตามเป้าประสงค์ที่มีศักยภาพ และมีแนวทางในการทาให้เกิดผลกระทบสูง

ย่อมมีนา้ หนกั การพิจารณาแผนงานวิจัยสูง
ตวั อย่ำง เช่น กรณวี ิจยั การปรับปรงุ พนั ธุ์มะม่วงเพอื่ การส่งออก เน่ืองจากมะม่วงทีส่ ่งออกมี

คุณภาพดี แต่เม่ือส่งออกไปต่างประเทศมีปัญหาเร่ืองมะม่วงเปลือกบางเน่าเสียง่าย ส่งผลกระทบต่อการ
ส่งออก ดังนั้น จึงต้องวิจัยเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยอาจจาแนกผลสาเร็จของงานวิจัยที่คาดว่าจะได้รับ
ดงั น้ี

1. การวิจัยระยะแรกได้ค้นพบยีน (gene) ท่ีควบคุมการแสดงออกลักษณะเปลือกแข็งของ
มะม่วง

- ให้ระบุผลผลิตที่ได้ คือ ยีน (gene) ที่ควบคุมการแสดงออกลักษณะเปลือกแข็งของ
มะมว่ ง ผลสาเรจ็ ของงานวิจัยระยะนีเ้ ป็นผลสาเรจ็ เบ้อื งตน้ (P)

2. กรณีมีการวจิ ยั และพัฒนาในระยะตอ่ มา โดยวจิ ัยในรายละเอียดตาแหน่งของยีน(gene)
ทคี่ วบคุมลักษณะเปลอื กแขง็ ของมะมว่ ง

- ใหร้ ะบผุ ลผลติ ทไ่ี ด้ คอื รายละเอยี ดตาแหนง่ ของยีน (gene) ท่ีควบคุมลักษณะเปลือก
แข็งของมะม่วง ผลสาเรจ็ ของงานวจิ ัยระยะนี้เป็นผลสาเรจ็ กึ่งกลาง (I)

3. กรณีมีการวิจยั และพฒั นาระยะต่อมาจนได้มะมว่ งพนั ธเุ์ ปลอื กแขง็ ซ่งึ แสดงผลกระทบที่
คาดว่าจะเกิดข้นึ คือ ทาใหเ้ กิดมลู ค่าเพ่ิมของมะม่วงเพ่อื การสง่ ออก

-54-

- ให้ระบุผลผลิตที่ได้ คือ มะม่วงพันธุ์เปลือกแข็งท่ีแสดงมูลค่าเพ่ิมเพื่อการส่งออก
ผลสาเรจ็ ของงานวจิ ัยนเี้ ปน็ ผลสาเรจ็ ตามเป้าประสงค์ (G)

2๒. ข้อเสนอการวิจัยหรือส่วนหนึง่ สว่ นใดของขอ้ เสนอการวจิ ยั น้ี (เลอื กไดเ้ พียง 1 ข้อ)
 1. ไมไ่ ดเ้ สนอต่อแหลง่ ทุนอน่ื
 2. เสนอต่อแหล่งทนุ อนื่ คอื (ระบุช่อื แหลง่ ทนุ )
2.1 ชอ่ื โครงการทเ่ี สนอ (ระบุขอ้ เสนอการวจิ ยั )
2.2 คาดว่าจะทราบผล (ระบุเดือน และ พ.ศ.ท่ีคาดวา่ จะทราบผลการ

พจิ ารณา)
2๓. คาชี้แจงอื่นๆ
2๓.1 คารับรองเพ่ือชี้แจงรายละเอียดแหล่งทุนของโครงการวิจัยที่เสนอขอหากมี

มากกว่า 1 แหล่งโปรดระบสุ ัดสว่ น
2๓.2 แสดงเอกสารหลักฐานคารับรองคายินยอมอาทิโครงการพระราชดาริ จริยธรรม

การวจิ ัยในมนษุ ย์ จรรยาบรรณการใช้สัตว์ การเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพ ฯลฯ หรอื รายละเอยี ดอ่ืนๆ ในอัน
ทจ่ี ะเปน็ ประโยชน์และชใี้ หเ้ หน็ ถงึ คุณคา่ ของโครงการวิจัยมากย่ิงขึ้น

2๓.๓ การดาเนินการเก่ียวกับบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ท่ี ปปช.
กาหนด

2๔. ลงลายมือช่ือหวั หน้าโครงการและนกั วิจัยร่วมเพื่อให้คารับรองในการจัดทาข้อเสนอ
การวิจัยและดาเนินการวิจัยตามประกาศสานักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เร่ือง การรับ
ข้อเสนอการวิจัยเพื่อขอรับการสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัย (Joint Research Program, NRCT –
JSPS) ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๑

(ลงช่ือ) .
()
หัวหนา้ โครงการวจิ ยั

วนั ที่………..เดอื น…………………พ.ศ. ………

(ลงชอื่ ) . (ลงช่อื )
() ()
ผ้รู ว่ มวิจัย ผรู้ ่วมวิจัย
วนั ท…่ี ……....เดอื น…………พ.ศ………
วันที่………..เดอื น…………………พ.ศ. ………

-55-

2๔. คาอนุมตั ขิ องผู้บังคบั บญั ชาระดับอธิบดี หรือเทียบเทา่ ของภาครัฐรวมท้ังใหใ้ ช้สถานที่
อปุ กรณ์ และสาธารณูปโภคในการดาเนินการวิจยั ผู้บังคับบัญชาต้องลงนามเพ่อื แสดงการยินยอมและ
อนุญาตให้ดาเนินการวิจัย กรณีการมอบอานาจต้องมีหนังสือมอบอานาจแสดงต่อ วช. และผู้รับมอบ
อานาจไม่สามารถมอบอานาจช่วงต่อให้ผู้อื่นได้ยกเว้นแต่ผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้มีอานาจ แสดงความ
ยินยอมให้มอบอานาจช่วงตอ่ ได้

(ลงชอ่ื ) .

(...................................................)

ตาแหน่ง .

วันท่ี..........เดอื น................................พ.ศ……………

-56-

รายละเอียดแนบท้าย

1. ประเภทของการวจิ ัย (Type of research) หมายถึง การวิจยั และพฒั นา (R&D) ประกอบด้วย
1.1 การวิจัยพ้ืนฐาน (Basic research หรอื Pure research หรอื Theoretical research)

เปน็ การศึกษาค้นควา้ ในทางทฤษฎี หรอื ในห้องทดลองเพอ่ื หาความรู้ใหม่ ๆ เกีย่ วกับสมมติฐานของ
ปรากฏการณ์ และความจริงท่ีสามารถสังเกตได้ หรอื เป็นการวเิ คราะห์หาคุณสมบัติโครงสรา้ งหรือ
ความสัมพันธต์ า่ ง ๆ เพื่อตง้ั และทดสอบสมมตฐิ าน (hypothesis) ทฤษฎี (theories) และกฎต่างๆ
(laws) โดยมิได้มุง่ หวังทีจ่ ะใช้ประโยชนโ์ ดยเฉพาะ

1.2 การวิจยั ประยกุ ต์ (Applied research) เป็นการศึกษาค้นคว้าเพื่อหาความรูใ้ หม่ๆ และ
มวี ัตถปุ ระสงค์เพ่ือนาความรู้นั้นไปใชป้ ระโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรอื เปน็ การนาเอาความร้แู ละวธิ ีการ
ต่างๆ ที่ไดจ้ ากการวิจยั ข้นั พน้ื ฐานมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ีกตอ่ หนง่ึ หรอื หาวิธใี หมๆ่ เพื่อบรรลเุ ปา้ หมายทีไ่ ด้ระบุ
ไว้แนช่ ดั ล่วงหน้า

1.3 การพัฒนาทดลอง (Experimental development) เป็นงานที่ทาอย่างเป็นระบบ
โดยใช้ความรู้ ท่ีได้รับจากการวิจัยและประสบการณ์ท่ีมีอยู่ เพื่อสร้างวัสดุ ผลิตภัณฑ์และเคร่ืองมือใหม่
เพ่ือการตดิ ตัง้ กระบวนการ ระบบและบรกิ ารใหม่ หรอื เพอ่ื การปรับปรุงส่งิ ต่าง ๆ เหลา่ นั้นใหด้ ขี ้ึน
2. สาขาวชิ าการ หมายถึง สาขาวิชาการ และกลุ่มวชิ าของสภาวจิ ัยแห่งชาติ ประกอบดว้ ย

2.1 สาขาวทิ ยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ ประกอบด้วยกลุม่ วิชา คณิตศาสตร์ และสถิติ
ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์เก่ียวกับโลกและอวกาศ ธรณีวิทยา อุทกวิทยา สมุทรศาสตร์
อุตุนยิ มวทิ ยา ฟสิ ิกสข์ องส่ิงแวดล้อม และอ่ืน ๆ ทเี่ กีย่ วขอ้ ง

2.2 สาขาวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ประกอบด้วยกลุ่มวิชา วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ แพทยศาสตร์
สาธารณสุข เทคนิคการแพทย์ พยาบาลศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สังคมศาสตร์การแพทย์ และอื่น ๆ
ท่ีเกี่ยวข้อง

2.3 สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช ประกอบด้วยกลุ่มวิชา อนินทรีย์เคมี อินทรีย์เคมีชีวเคมี
เคมีอุตสาหกรรม อาหารเคมี เคมีโพลิเมอร์ เคมีวิเคราะห์ ปิโตรเลียม เคมีส่ิงแวดล้อม เคมีเทคนิค
นิวเคลียร์เคมี เคมีเชิงฟิสิกส์ เคมีชีวภาพ เภสัชเคมีและเภสัชวิเคราะห์ เภสัชอุตสาหกรรม เภสัชกรรม
เภสัชวทิ ยาและพษิ วิทยา เคร่ืองสาอาง เภสัชเวช เภสชั ชวี ภาพ และอ่ืน ๆ ที่เก่ยี วขอ้ ง

2.4 สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ประกอบด้วยกลมุ่ วิชา ทรพั ยากรพชื การป้องกันกาจัด
ศัตรพู ืช ทรัพยากรสตั ว์ ทรพั ยากรประมง ทรพั ยากรปา่ ไม้ ทรัพยากรน้าเพอ่ื การเกษตร อตุ สาหกรรม
เกษตร ระบบเกษตร ทรพั ยากรดนิ ธรุ กจิ การเกษตร วศิ วกรรมและเคร่ืองจักรกลการเกษตร สิ่งแวดล้อม
ทางการเกษตร วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ และอืน่ ๆ ที่เกย่ี วข้อง

2.5 สาขาวศิ วกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย ประกอบดว้ ยกลุ่มวิชา วศิ วกรรมศาสตร์และ
เทคโนโลยพี นื้ ฐานทางวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมอุตสาหกรรมวจิ ยั และอ่ืน ๆ ท่เี กยี่ วขอ้ ง

-57-

2.6 สาขาปรัชญา ประกอบดว้ ยกลุม่ วชิ า ปรชั ญา ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วรรณคดี
ศลิ ปกรรม ภาษา สถาปตั ยกรรม ศาสนา และอนื่ ๆ ท่เี ก่ียวข้อง

2.7 สาขานติ ศิ าสตร์ ประกอบดว้ ยกล่มุ วชิ า กฎหมายมหาชน กฎหมายเอกชน กฎหมายอาญา
กฎหมายเศรษฐกจิ กฎหมายธุรกจิ กฎหมายระหวา่ งประเทศ กฎหมายวธิ พี จิ ารณาความ และอ่นื ๆ ท่ี
เกี่ยวข้อง

2.8 สาขารัฐศาสตรแ์ ละรัฐประศาสนศาสตร์ ประกอบด้วยกลมุ่ วชิ า ความสมั พันธ์ระหว่าง
ประเทศ นโยบายศาสตร์ อุดมการณ์ทางการเมือง สถาบนั ทางการเมอื ง ชวี ิตทางการเมือง สงั คมวิทยา
ทางการเมอื ง ระบบการเมือง ทฤษฎีการเมือง รัฐประศาสนศาสตร์ มติสาธารณะ ยทุ ธศาสตร์เพ่ือความ
ม่นั คง เศรษฐศาสตร์การเมือง และอื่น ๆ ท่ีเกีย่ วข้อง

2.9 สาขาเศรษฐศาสตร์ ประกอบด้วยกลมุ่ วิชา เศรษฐศาสตร์ พาณชิ ยศาสตร์ บรหิ ารธรุ กจิ
การบัญชี และอ่นื ๆ ท่ีเกีย่ วข้อง

2.10 สาขาสังคมวิทยา ประกอบดว้ ยกลุ่มวิชา สงั คมวิทยา ประชากรศาสตร์ มานุษยวิทยา
จิตวทิ ยาสังคม ปัญหาสังคม สงั คมศาสตร์ อาชญาวทิ ยา กระบวนการยุตธิ รรม มนุษยน์ ิเวศวทิ ยาและ
นิเวศวิทยาสงั คม พัฒนาสงั คม ภมู ิปัญญาท้องถิน่ ภูมศิ าสตรส์ งั คม การศกึ ษาความเสมอภาคระหวา่ งเพศ
คตชิ นวิทยา และอน่ื ๆ ท่เี ก่ียวขอ้ ง

2.11 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนเิ ทศศาสตร์ ประกอบด้วยกลุ่มวชิ า วิทยาการ
คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม การส่อื สารด้วยดาวเทยี ม การสื่อสารเครือขา่ ย การสารวจและรบั ร้จู าก
ระยะไกล ระบบสารสนเทศภูมศิ าสตร์ สารสนเทศศาสตร์ นิเทศศาสตร์ บรรณารักษ์ศาสตร์ เทคนิค
พพิ ธิ ภณั ฑ์และภัณฑาคาร และอนื่ ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง

2.12 สาขาการศกึ ษา ประกอบด้วยกลมุ่ วิชา พนื้ ฐานการศึกษา หลกั สตู รและการสอนการวดั
และประเมินผลการศึกษา เทคโนโลยกี ารศกึ ษา บรหิ ารการศกึ ษา จิตวิทยาและการแนะแนวการศกึ ษา
การศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาพิเศษ พลศึกษา และอ่ืน ๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง

สงู 2 นวิ้ -58-

ตวั อยา่ ง

โครงงาน อา่ งลา้ งจานรกั ษาส่งิ แวดล้อม

1. ความสาคญั และที่มา 1 นวิ้

น้ามีความสาคัญต่อการดาเนินชวี ติ ของสงิ่ มีชวี ติ ทัง้ ในด้านอุปโภคและบรโิ ภค แตใ่ น
ปัจ1จ.5ุบันนวิม้ นษุ ย์ใชน้ า้ อย่างไมค่ านงึ ถงึ ความสาคัญของนา้ ซึ่งมนุษย์สว่ นใหญ่นั้นเห็นแก่ตวั มกั งา่ ย เชน่ ใช้ใน
การชาระล้างร่างกาย และสงิ่ ของเคร่ืองใชแ้ ล้วก็ปล่อยนา้ เสียลงสู่แมน่ า้ ลาคลอง โดยไมม่ ี การกรองหรือ
การบาบัดก่อนปล่อยลงสแู่ ม่น้า ซ่งึ กอ่ ให้เกิดมลพษิ ทางนา้ จากขอ้ ความขา้ งต้นเปน็ การยกตวั อย่าง
บางส่วนของการกระทาของมนุษยใ์ นปจั จบุ นั เทา่ น้ัน จะเห็นไดว้ ่ามนุษย์นัน้ ปล่อยนา้ เสยี ลงสู่แม่น้า ลา
คลอง โดยตรงเป็นสว่ นใหญซ่ ่ึงถ้าไม่มกี ารกรองนา้ เสียหรอื การบาบัดนา้ เสียก่อนปลอ่ ยลงสแู่ มน่ า้ ลาคลอง
จะก่อใหเ้ กดิ มลพิษทางนา้ ซึ่งมผี ลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมและส่ิงมีชีวติ ทัง้ ที่อย่ใู นนา้ และบนบก ทาให้
ความหลากหลายของชนิดพนั ธุ์ของสง่ิ มีชวี ติ ท่ีอาศยั อยูใ่ นบริเวณนัน้ ลดลง สตั ว์นา้ ขาดออกซเิ จนตาย
แลว้ ทาให้น้าเนา่ เสีย มนษุ ย์ก็ตอ้ งรบั ประทานสัตว์น้าทมี่ สี ารเคมีเจือปนอยู่ในตัวสตั วน์ ้า เปน็ ต้น
เพราะฉะนน้ั มนษุ ยจ์ งึ ควรชว่ ยกันรักษาสง่ิ แวดลอ้ มทางนา้ โดยการบาบดั นา้ ใหม้ ีคุณภาพดีข้นึ ก่อนปล่อย
ลงสู่แม่น้า ลาคลอง ด้วยเหตุนคี้ ณะผจู้ ดั ทาโครงงานวิทยาศาสตร์จงึ ได้คิดประดิษฐ์อา่ งล้างจานรกั ษา
สงิ่ แวดลอ้ ม เพ่ือชว่ ยลดปัญหามลพษิ ทางนา้ ที่เกิดจากความมักงา่ ยและความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ในสังคม
ยคุ ปจั จุบัน และยังรักษาสิง่ แวดลอ้ มใหด้ ารงไว้

2. วตั ถุประสงคข์ องโครงการ

2.1 เพื่อประดิษฐ์อุปกรณ์ล้างจานบาบัดนา้ เสยี

2.2 เพอื่ บาบดั น้าเสยี ทเี่ หลือท้ิงจากการลา้ งจานกอ่ นปล่อยลงสู่แหลง่ น้า

2.3 เพื่อเป็นแนวทางในการประดิษฐอ์ า่ งลา้ งจานบาบดั น้าเสีย และผูอ้ ืน่ สามารถศึกษาและนาไป

พัฒนาให้ดียิ่งขน้ึ ต่อไป
2.4 เพื่อศึกษาทักษะกระบวนการแกป้ ญั หาด้วยวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสจตากรต์ วัคอือยา่ฝงกึ คกวารจรดัคบดิ รวริเทคดัรใาหะ้ห์
ครบหนา้ 1 หนา้
สังเคราะหแ์ ละสรา้ งสรรค์

2.5 เพื่อฝึกการทางานเป็นหมู่คณะ (1 หนา้ จะใช้ ประมาณ 24

บรรทดั และไมเ่ กิน 27 บรรทดั )

1 นวิ้

-59-

1 นวิ้

3. ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รับ

อา่ งลา้ งจานบาบัดน้าเสยี สามารถทาให้น้าทีเ่ หลือทิ้งจากการลา้ งจานมคี ุณภาพดีขึน้ ได้

4. ทฤษฎแี ละหลกั การ

น้าเสยี หมายถึง นา้ ทม่ี สี ารใด ๆ หรือส่งิ ปฏกิ ลู ท่ไี ม่พงึ ปรารถนาปนอยู่ การปนเปือ้ นของสงิ่

สกปรกเหลา่ นี้ จะทาใหค้ ุณสมบัติของน้าเปลีย่ นแปลงไปจนอยูใ่ นสภาพท่ีไม่สามารถนากลับมาใช้

ประโยชนไ์ ด้ ส่ิงปนเปอื้ นท่ีอยู่ในนา้ เสยี ไดแ้ ก่ นา้ มนั ไขมนั ผลซักฟอก สบู่ ยาฆ่าแมลง สารอินทรีย์ที่ทา

ใหเ้ กดิ การเน่าเหมน็ และเช้อื โรคต่าง ๆ สาหรับแหลง่ ทมี่ าของน้าเสียพอจะแบ่งได้เปน็ 2 แหล่งใหญ่ ๆ

ดงั นี้

4.1 ขัน้ ตอนในการบาบดั นา้ เสยี

เนื่องจากนา้ เสียมแี หล่งทีม่ าแตกต่างกันจึงทาใหม้ ีปรมิ าณและความสกปรกของน้าเสียแตกตา่ ง

กนั ไปดว้ ย ในการปรบั ปรงุ คุณภาพของน้าเสยี จาเป็นจะตอ้ งเลือกวธิ ีการท่เี หมาะสมสาหรบั

กรรมวิธีในการปรับปรงุ คุณภาพของน้าเสียนนั้ ก็มีหลายวิธีดว้ ยกัน โดยพอจะแบง่ ข้ันตอนในการบาบัดออก

ได้ดังน้ี 4.1.1 การบาบดั นา้ เสยี ขน้ั เตรยี มการ (Pretreatment ) 1 นวิ้

1.5 นวิ้

เป็นการกาจดั ของแขง็ ขนาดใหญ่ออกเสียกอ่ นทนี่ ้าเสยี จะถกู ปล่อยเข้าสูร่ ะบบบาบดั นา้ เสีย เพื่อ

ป้องกันการอุดตนั ท่อน้าเสียและเพ่ือไม่ทาความเสยี หายให้แกเ่ คร่ืองสบู น้า การบาบัดในข้นั นี้ ไดแ้ ก่ การ

ดกั ดว้ ยตะแกรง เป็นการกาจัดของแขง็ ขนาดใหญ่โดยใช้ตะแกรง ตะแกรงทใ่ี ช้โดยทัว่ ไปมี 2 ประเภทคือ

ตะแกรงหยาบและตะแกรงละเอียด การบดตัดเป็นการลดขนาดหรือปรมิ าตรของแขง็ ให้เล็กลง ถ้าสิ่ง

สกปรกท่ลี อยมากับนา้ เสยี เป็นส่งิ ทเ่ี น่าเปอื่ ยได้ต้องใชเ้ ครื่องบดตดั ให้ละเอียด ก่อนแยกออกด้วยการ

ตกตะกอน การดกั กรวดทรายเป็นการกาจดั พวกกรวดทรายทาให้ตกตะกอนในรางดักกรวดทราย โดย

การลดความเรว็ น้าลง การกาจัดไขมันและนา้ มันเป็นการกาจัดไขมันและนา้ มนั ซงึ่ มักอยู่ในน้าเสียท่ีมาจาก

ครัว โรงอาหาร ห้องน้า ป้ัมน้ามนั และโรงงานอตุ สาหกรรมบางชนดิ โดยการกักนา้ เสียไวใ้ นบ่อดกั ไขมันใน

ช่วงเวลาหนง่ึ เพื่อให้น้ามันและไขมนั ลอยตัวขึ้นสผู่ วิ น้าแลว้ ใช้เครอ่ื งตักหรือกวาดออกจากบอ่

4.1.2 การบาบัดนา้ เสยี ข้ันที่สอง (Secondary Treatment )

เป็นการกาจดั น้าเสียทเ่ี ปน็ พวกสารอินทรีย์อยู่ในรูปสารละลายหรืออนุภาคคอลลอยด์ โดยทั่วไป

มักจะเรยี กการบาบัด ข้นั ท่ีสองวา่ “ การบาบดั นา้ เสียด้วยขบวนการทางชีววิทยา ” เนื่องจากเปน็ ขัน้ ตอน

ทต่ี อ้ งอาศยั จลุ นิ ทรยี ใ์ นการย่อยสลายหรือทาลายความสกปรกในนา้ เสยี การบาบัดน้าเสียในปัจจบุ ันน้ี

อย่างน้อยจะต้องบาบัดถงึ ขนั้ ท่ีสองนี้ เพอ่ื ให้นา้ เสยี ทผ่ี า่ นการบาบัดแล้วมคี ุณภาพมาตรฐานน้าทิง้ ที่ทาง

1 นวิ้

-60-

ราชการกาหนดไว้ การบาบดั น้าเสียด้วยขบวนการทางชวี วทิ ยาแบง่ เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ขบวนการท่ีใช้
ออกซเิ จน เชน่ ระบบบ่อเตมิ อากาศ ระบบแคติเวคเตดสลดั จ์ ระบบแผน่ หมนุ ชวี ภาพ ฯลฯ และ
ขบวนการท่ีไมใ่ ช้ออกซเิ จน เชน่ ระบบถงั กรองไร้อากาศ ระบบถังหมกั ตะกอน ฯลฯ ท้ังนี้ขนึ้ อยู่กับชนิด
ของจุลนิ ทรยี ์ที่ทาหน้าท่ีย่อยสลาย

4.1.3 การบาบัดน้าเสียข้ันสูง ( Advanced Treatment )
เปน็ การบาบัดนา้ เสียทีผ่ ่านการบาบัดในข้นั ท่สี องมาแลว้ เพอื่ กาจัดสิง่ สกปรกบางอย่างทย่ี งั
เหลืออยู่ เชน่ โลหะหนัก หรอื เชื้อโรคบางชนิดก่อนจะระบายท้ิงลงสแู่ หล่งน้าสาธารณะ การบาบัดข้ันน้มี ัก
ไมน่ ยิ มปฏบิ ัติกัน เนอ่ื งจากมีขน้ั ตอนที่ยุ่งยากและเสยี คา่ ใชจ้ ่ายสูง นอกจากผู้บาบัดจะมวี ัตถุประสงคใ์ น
การนานา้ ทีบ่ าบัดแลว้ กลบั คนื มาใช้อีกคร้ัง ประมาณ75%

5. ขอบเขตของโครงงาน/โครงการ/งานวจิ ัย
เพือ่ ผลติ อา่ งล้างจานบาบัดน้าเสีย
ข้นั ตอนและวิธกี ารดาเนนิ งาน
ตอนท่ี 1 ผลิตอ่างล้างจานบาบัดนา้ เสีย
- ข้นั ทาตวั โครงงานสรา้ งของอุปกรณ์ลา้ งจานรกั ษาส่งิ แวดล้อม
- ข้ันทาชุดกรองนา้ ของอ่างล้างจานรักษาส่ิงแวดล้อม
1.1 ตัดเหล็กฉากให้มขี นาดยาว 53 เซนติเมตร จานวน 4 ทอ่ นตัดเหลก็

ฉากให้มีขนาดยาว 40 เซนติเมตร จานวน 4 ทอ่ นตัดเหล็กฉากให้มีขนาดย าว 110 เซนตเิ มตร
จานวน 4 ท่อน

1.2 นาเหล็กฉากท่ยี าว 40 เซนติเมตร มาต่อกบั เหล็กฉากที่ยาว 53 เซนติเมตร
จากน้นั นาเหลก็ ฉากขนาด 40 เซนตเิ มตร มาต่อเข้าอีก และนาเหลก็ ฉากขนาด 53 เซนตเิ มตร
มาต่อเขา้ อีก สลับความยาวไปมาเปน็ รปู สเ่ี หล่ยี ม ( โดยทั้งหมด ใช้น๊อตเป็นตัวเชอื่ มติด ) โดยเป็นที่
สาหรับวางอา่ งล้างจาน

รปู ที่ 1 ภาพสเกตกรอบทีใ่ ชส้ าหรับวางอ่างล้างจาน
1.3 นาเหล็กฉากยาว 110 เซนติเมตร 4 ทอ่ นแต่ละท่อนมาต่อเปน็ ขาของ

-61-

อุปกรณล์ ้างจานรักษาส่งิ แวดล้อม โดยนาเหลก็ ฉากท่ยี าว 110 เซนติเมตร แต่ละอนั ไปตอ่ เข้ากับมุม
ของโครงเหล็กทปี่ ระกอบเป็นรปู สเี่ หลย่ี มในขอ้ 1.2 ( โดยใชน้ อ๊ ตเป็นตัวเช่ือมติด )

รปู ที่ 2 ภาพสเกตขาต้ังวางอา่ งล้างจาน

1.4 เมอ่ื ไดเ้ ปน็ รูปรา่ งแลว้ จากนน้ั นาเหลก็ ฉากยาว 40 เซนตเิ มตร
และ 53 เซนติเมตร
อย่างละ 2 ทอ่ นแลว้ ต่อ เป็นรปู สี่เหลีย่ มสลับความยาวไปมาเหมือนกันดงั ข้อ 1.2 บรเิ วณตรงกลางของ
ขาตัวอปุ กรณโ์ ดยระยะหา่ งระหวา่ งสี่เหลี่ยมสาหรบั วางอ่างลา้ งจาน และสี่เหลี่ยมที่สาหรับวางเครื่องกรอง
นา้ จากเสน้ ใยพืช ห่างกันประมาณ 30 เซนตเิ มตร

รปู ที่ 3 การประกอบขาตั้งอ่างลา้ งจาน กรณีมเี นอื้ ทวี่ า่ ง
ควรบรรยายหรอื

เพ่ิมรูป/เพ่ิม
เนอื้ หาใหเ้ ตม็

-62-

1.5 จากนน้ั นาเหล็กฉากยาว 40 เซนตเิ มตร 2 ท่อน โดยนาแต่ละทอ่ นมา
ตอ่ ใหเ้ ข้ากับเหลก็ ฉาก 40 เซนติเมตร ที่ประกอบเปน็ ชั้นสาหรบั วางชุดกรองนา้ จากเสน้ ใยพืช โดย
ความห่างประมาณ 30 เซนตเิ มตร

รูปท่ี 4 ขนาดของขาต้ังอ่างลา้ งจาน
1.6 เม่อื ได้ชน้ั วางที่กรองนา้ จากเสน้ ใยพชื แลว้ ต่อมาก็ประกอบชัน้ วางสาหรบั ชุดกรอง
นา้ แบบงา่ ย โดยทาวธิ กี ารเดียวกันกบั ชัน้ วางชดุ เคร่อื งกรองน้าจากเสน้ ใยพืช แตร่ ะห่างระหว่างชัน้ วาง
ชดุ เครอื่ งกรองนา้ จากเสน้ ใยพืชกบั ช้ันว่างชดุ เครอื่ งกรองนา้ แบบง่ายในขัน้ ตอนที่ 1.4 และ 1.5 หา่ ง
กนั ประมาณ 30 เซนตเิ มตร

รูปที่ 5 การประกอบฐานใส่ขาต้ัง
1.7 เมอื่ ได้ตัวเคร่ืองกรองน้าแลว้ กน็ าอา่ งลา้ งจานเหลือใช้มาวางบนชนั้ สาหรับวางอ่าง
ลา้ งจาน (ชนั้ บนสดุ )

-63-

รูปที่ 6 ภาพจริงเม่ือประกอบเข้าด้วยกนั กบั ฐาน
ตอนที่ 2 การเก็บน้าทเ่ี หลอื ท้งิ จากการลา้ งจาน

ขั้นที่ 2 การทาชดุ เคร่อื งกรองนา้ แบบง่าย
1. นาทรายหยาบ ทรายละเอยี ด กรวดหยาบ กรวดละเอยี ด ถ่านกัมมนั ต์ มาลา้ งกับ

น้าสะอาดเพ่ือใหส้ งิ่ สกปรกที่ปนเป้ือนออกให้หมด
2. นาไปตากแดดรอให้แห้ง
3. นาถงั พลาสติกสใี สมาเจาะรูทีก่ ้นของถงั โดยวนเป็นรูปวงกลม โดยใชค้ อ้ นตอกตะปู

ลงไปให้เป็นรู
4. ตัดมุง้ ลวดและผ้าขาวบางให้มีขนาดพอดกี บั กน้ ของถัง นามาซ้อนกัน และนาไปรอง

ไว้ที่ก้นของท่กี รองนา้ เพ่อื สาหรบั ไมใ่ ห้พวกชั้นกรองหลุดตามนา้ มาโดยใชผ้ ้าขาวบางรองไว้กน้ สุดตาม
ดว้ ยม้งุ ลวด

5. นาทรายหยาบ ทรายละเอยี ด กรวดหยาบ กรวดละเอยี ด ถา่ นกัมมนั ตท์ ี่ตากแดดไว้
เมือ่ แหง้ แล้วใหน้ าแตล่ ะชนิดไปชงั่ กิโล เพอ่ื จะไดแ้ บ่งให้ได้อัตราส่วนทเ่ี ท่ากันแลว้ นามาใสใ่ นถัง

6. นาใยแก้ว นาทรายหยาบ ทรายละเอยี ด กรวดหยาบ กรวดละเอียด ถา่ นกมั มันต์ มา
จดั ใส่ลงในถงั ที่ได้เตรยี มไวแ้ ล้ว ซงึ่ จะนาวัสดุท่ีใช้ทาชุดกรองนา้ แบบงา่ ยใสล่ งในถังทีเ่ ตรยี มไว้ โดยใช้ใย
แกว้ กรวดหยาบ กรวดละเอยี ด ถา่ นกมั มันต์ ทรายหยาบ ทรายละเอียด และใยแก้ว โดยเรียงลาดับจาก
ดน้ ลา่ งสดู่ ้านบนของถัง โดยมอี ตั ราสว่ นของชดุ กรองคือ 1:100:90:80:90:90:1 ( ตามลาดบั )

7. นาชดุ กรองน้าอย่างงา่ ยไปวางไว้บนชั้นสาหรบั วางชดุ กรองน้าอย่างง่าย
ตอนที่ 3 การตรวจสอบคุณภาพน้า ( อยา่ งงา่ ย ) ก่อนผา่ นการกรองจากอา่ งลา้ งจานบาบัด
นา้ เสยี

1. นาผกั ตบชวาท่เี ก็บมา มาปอกเปลือกออกให้เหลอื แตเ่ สน้ ใย พร้อมนาไปลา้ งนา้ ในนา้
สะอาด แล้วสบั ใหเ้ ป็นท่อนเลก็ ๆ

-64-

2. นาถังพลาสติกสีใสมาเจาะรูทีก่ น้ ของถงั เป็นรูปวงกลม
3. นาผา้ ขาวบางปลู งไปในถังพลาสติกสีใสเป็นชนั้ ที่ 1
4. นาผักตบชวาทห่ี ่ันเป็นท่อน ๆ ใสล่ งในถงั พลาสติกใสเปน็ ชน้ั ที่ 2
5. นาใยแก้วใส่ลงไปในถังพลาสติกสใี ส โดยปิดเสน้ ใยผกั ตบชวาใหม้ ดิ เป็นชั้นที่ 3
6. นาหนิ สขี าวใสล่ งไปในถังพลาสติกสีใสเป็นชั้นท่ี 4
7. เม่อื ไดช้ ุดกรองน้าจากเส้นใยพืช แลว้ ก็นาชุดกรองนา้ จากเสน้ ใยพชื ไปวางไว้ในช้ัน
สาหรับวางไว้ในชน้ั สาหรับวางเครอ่ื งกรองนา้ จากเส้นใยพืช ( ช้ันท่ี 2 )

รูปท่ี 7 การใสว่ สั ดุท่ีใชใ้ นการกรอง
ตอนท่ี 4 การตรวจสอบคุณภาพน้า ( อยา่ งงา่ ย ) หลังผ่านการกรองจากอ่างลา้ งจานบาบัดนา้ เสีย

การเกบ็ นา้ ทเี่ หลือท้ิงจากการลา้ งจาน
ขั้นท่ี 1 เตรียมขวดสาหรบั ใส่น้าทีเ่ หลอื ท้งิ จาการลา้ งจาน 5 ขวด
ข้นั ที่ 2 เก็บจากรา้ นคา้ (ตามเป้าหมายที่กาหนด) ตักนา้ ในกะละมังท่ใี ช้ล้างจานใส่

ขวดใหเ้ ตม็ 5 ขวด

รปู ท่ี 8 สภาพนา้ ทีผ่ ่านจากการกรอง
ตอนที่ 5 การตรวจสอบคุณภาพของน้า ( อยา่ งง่าย ) ก่อนผ่านการกรองจากอ่างล้างจานบาบดั นา้

เสีย

-65-

1. โดยการใช้อวัยวะ

1.1 ตาเปล่า สงั เกตลักษณะของนา้ ท่เี หลือท้ิงจากการลา้ งจานแลว้ บนั ทกึ ผล

1.2 จมูก ใชด้ มกลนิ่ ของน้าท่ีเหลือทิง้ จากการลา้ งจานแล้วบนั ทกึ ผล

2. ใช้สารเคมี / กระบวนการทางเคมี

2.1 การตรวจสอบไขมันในนา้ ทีเ่ หลือทง้ิ จากการลา้ งจาน

- นาพกู่ ันทส่ี ะอาดมาจมุ่ ลงไปในนา้ ท่เี หลือทิง้ จากการลา้ งจานไปถูกบั

กระดาษสีขาวประมาณ 5 – 6 คร้ัง จากนัน้ ยกกระดาษไปท่ที ม่ี แี สงผ่าน สงั เกตวา่ โปรง่ แสงหรือไม่

บนั ทกึ ผล

2.2 การตรวจสอบโปรตนี ในน้าท่ีเหลอื ทิ้งจากการลา้ งจาน

- หยดนา้ ทีเ่ หลือทิ้งจากการล้างจานลงไปในหลอดทดลองขนาดกลางจานวน 2

ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร และหยดสารละลายคอปเปอร์ (2) ซัลเฟต จานวน 5 หยด และสารละลายโซเดยี ม

ไฮโดรออกไซด์ประมาณ 10 หยด สังเกตผลการทดลองและบนั ทึกผล

2.3 การตรวจสอบหาแป้งในน้าทเี่ หลือทง้ิ จากการล้างจาน

- หยดนา้ ทีเ่ หลอื ทง้ิ จากการล้างจานลงในหลอดทดลองขนาดกลางจานวน

2 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร และหยดสารละลายไอโอดนี จานวน 1 หยด สังเกตผลการทดลอง และบนั ทึกผล

2.4 การตรวจหานา้ ตาลโมเลกุลเด่ียว (กูลโคส ) ในน้าทีเ่ หลอื ทิ้งจากการล้างจาน

- หยดนา้ ที่เหลือท้ิงจากการล้างจานลงในหลอดทดลองขนาดกลาง จานวน

2 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร และหยดสารละลายเบเนดกิ ตจ์ านวน 5 หยด จากนนั้ นาไปต้มในนา้ เดือด 100

ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ประมาณ 2 นาที สังเกตผลการทดลองและบันทกึ ผล

2.5 การตรวจสอบหาแคลเซยี มในนา้ ที่เหลอื ทง้ิ จากการลา้ งจาน

- หยดนา้ ทเ่ี หลือท้งิ จากการล้างจานลงในหลอดทดลองขนาดกลางจานวน 2

ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร และหยดสารละลายซลั ฟิวริก จานวน 5 หยด สงั เกตผลการทดลองและบันทึกผล

3. ใชส้ ิ่งมชี ีวิต ไดแ้ ก่ ก้งุ ฝอยกับไรแดง

3.1 นาน้าที่เหลือทิ้งจากการล้างจานใส่ลงในบกี เกอร์ขนาดใหญ่
ชอ้ นคชวารเสวแงัน้ ลเวกะรตหรควลทา่งั สงั้ หิง่ มนาชี้ วี ติ
ประมาณ 100 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร จากน้นั ใชต้ ะแกรงตักไรแดงประมาณ 1
สามารถดารงชวี ิตไดน้ านเท่าไรและบันทกึ ผล

3.2 นานา้ ทีเ่ หลอื ทิ้งจากการลา้ งจานใสล่ งในบกี เกอร์ขนาดใหญ่

ประมาณ 100 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร จากนนั้ ใช้ตะแกรงตักกุ้งฝอยประมาณ 10 ตัวตกั ลงในบกี เกอร์

แลว้ สังเกตว่าสิ่งมชี ีวิตสามารถดารงชีวิตไดน้ านเท่าไรโดยใชน้ าฬิกาจับเวลา และบนั ทึกผล

-66-

4. ใช้เครื่องมือวดั คา่ pH
- นาน้าท่เี หลอื ท้ิงจาการล้างจานใสล่ งในบกี เกอร์ขนาดใหญ่ประมาณ 100 ลูกบาศก์

เซนติเมตร จากน้นั ใช้หวั ของเคร่อื งมอื วัดค่า pH จุ่มลงไปในน้าท่เี หลอื ท้งิ จากการล้างจาน และรอจนกวา่
ตัวเลขบนหนา้ ปัดของเครื่องจะคงทีแ่ ลว้ บนั ทกึ ผล

รูปท่ี 9 การวัดคา่ PH เลขหวั ขอ้ ควรให้
ตรงกนั ตลอดแนว

6. วิธกี ารดาเนินโครงการ/โครงงาน/งานวิจัย (Methodology)

จดบันทึกผลการทดลองเพ่ือเปรยี บเทยี บ

ตารางที่ 1 แสดงลกั ษณะทางกายภาพของนา้ ก่อนผา่ นการบาบัด และหลังผ่านการบาบัดจาก

อา่ งล้างจานบาบัดน้าเสีย

ลักษณะทางกายภาพของนา้ ที่เหลอื ท้งิ ก่อนการลา้ งจาน

กอ่ นผา่ นการบาบดั จากอา่ งลา้ งจาน หลังการผา่ นการบาบดั จากอา่ งลา้ งจาน

ลกั ษณะ กลนิ่ ลักษณะ กล่ิน

ตาราง 2 แสดงผลการทดสอบทางเคมีของน้ากอ่ นผ่าน และหลงั ผา่ นอ่างล้างจานบาบดั นา้ เสยี

-67-

ลักษณะทางกลิ่นและสีของนา้ ท่ีเหลอื ทง้ิ กอ่ นการลา้ งจาน

กอ่ นผ่านการบาบดั จากอ่างลา้ งจาน หลงั การผา่ นการบาบัดจากอา่ งล้างจาน

สารละลายท่ีใช้ในการบาบัด สารละลายที่ใช้ในการบาบัด

กระ กรด โซเดยี ม ไอโอ ไบดู ดา่ ง กระ กรดซลั โซเดียมไน ไอโอ ไบดเู รก็ ดา่ ง

ดาษ ซัลฟลู ิค ไนเตรด ดีน เร็ก ดาษ ฟลู ิค เตรด ดีน

ตารางท่ี 3 แสดงพฤติกรรม และความเป็นอยรู่ อดของสิ่งมีชีวติ ขนาดเลก็ ในน้าท่เี หลือทิ้งจากการ

ล้างจานก่อนผ่านการบาบัด และหลงั ผ่านการบาบัดจากอ่างล้างจานบาบัดนา้ เสีย

ตวั เลขคา่ PH เม่ือผ่านการบาบัด

กอ่ นผา่ นการบาบัดจากอา่ งลา้ งจาน หลงั การผ่านการบาบดั จากอ่างลา้ งจาน

สรปุ ผลการทดลอง
พบวา่ จากตารางการทดลองที่ 1 (บรรยาย)
ก. ข้นั ตอนและวธิ กี ารในการเก็บรวบรวมข้อมลู
ข. ขน้ั ตอนและวธิ กี ารในการวเิ คราะห์ข้อมลู

7. แผนการดาเนินงาน

กจิ กรรม ระยะเวลา
พค. มยิ . กค. สค. กย. ตค. พย. ธค. มค. กพ. มีค. เมย
1.ย่ืนแบบนาเสนอ
2.อนุมัตโิ ครงงาน
3.การดาเนนิ งาน
- จัดเตรยี มวสั ดุ
- สร้าง/ข้ึนรปู
- ประกอบวงจร/
ชิน้ ส่วน

-68-

กจิ กรรม ระยะเวลา
พค. มิย. กค. สค. กย. ตค. พย. ธค. มค. กพ. มีค. เมย

4. ทดลอง

5. ปรบั ปรงุ แก้ไข/

พฒั นา

6.สรปุ /สอบโครงงาน

ในกรณีมีการวจิ ยั

7. ดาเนินการวิจยั
-ออกแบบเครอ่ื งมือ
-ส่ง-เก็บรวบรวม
เครือ่ งมอื จากกลุ่ม
ตัวอยา่ ง
8.ดาเนินการวจิ ัย
9.สรปุ ผลวิจยั
10.แสดงผลงานวิจัย

8. งบประมาณ

ระบุงบประมาณทีใ่ ชใ้ นการดาเนินการ

- ควรระบุ รายชอ่ื วสั ดุ อปุ กรณ์ทสี่ าคัญ แหล่งที่จะหาได้ ราคาจาหน่ายในปัจจบุ ัน และรวม

ค่าใช้จ่ายทง้ั หมดใหด้ ูดว้ ย

รายการวสั ดุ-อุปกรณ์

ท่ี รายการ ราคาตอ่ หนว่ ย ราคารวม แหลง่ ท่ีซอื้

9. อุปกรณ์ และสถานท่ีทาโครงการ/โครงงาน/งานวจิ ัย
ระบุเคร่ืองมืออุปกรณ์ท่ีจะใชใ้ นการดาเนินโครงการ/โครงงาน/งานวิจยั พร้อมท้ังสถานที่ที่จะใช้

เป็นทท่ี าการทดลอง และ/หรือเกบ็ ขอ้ มลู ใหช้ ัดเจน

-69-

10. เอกสารอ้างองิ หรือบรรณานกุ รม
เขยี นอ้างองิ ให้ถกู ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ และมีรูปแบบเดยี วกนั ทั้งหมดระบชุ อ่ื เอกสารท่ี

ใชอ้ ้างอิงในการเขียนข้อเสนอโครงการวจิ ัยทกุ รายการ โดยเรยี งลาดับตามตวั อกั ษรให้ภาษาไทยกอ่ น
ภาษาอังกฤษ และแต่ละรายการให้มขี ้อมูลต่อไปนี้

- ชอ่ื ผู้เขยี นครบทกุ คน
- ปี พ.ศ. (ค.ศ.) ทต่ี พี มิ พ์
- ช่อื เรอ่ื ง
- ชอ่ื วารสาร (ระบชุ ่ือเต็ม) หรอื ถา้ เปน็ หนังสอื กใ็ ชช้ ่อื หนังสอื
- ถ้าเป็นหนังสือต้องมีสถานท่ีพมิ พ์ หรอื บรษิ ัทท่ีพมิ พ์ หรอื เมืองทีพ่ มิ พ์
- ถ้าเป็นวารสารต้องระบุ ปีที่ ฉบับที่ มหี น้าต้น และ หนา้ สดุ ท้ายของเร่ืองทีอ่ ้าง
- URL ทีส่ ามารถสืบคน้ ข้อมูลได้ (ถา้ มี)

ศูนยว์ ิจยั และพัฒนาอาชีวศกึ ษา
สถาบันการอาชวี ศึกษาภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื 4


Click to View FlipBook Version