The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นเกณการประเมินตามสภาพจริง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ngnkron, 2023-07-23 21:51:44

การประเมินตามสภาพจริง

เป็นเกณการประเมินตามสภาพจริง

การประเมินตามสภาพจริง


สมาชิกกลุ่มที่ 5 1.นางสาวธนพร นากร รหัส 65115217106 2.นางสาวชิดชนก ศิริมงคล รหัส 65115217122


พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ในมาตรา 26 ที่ได้กำ หนดให้ สถานศึกษาจัดการ ประเมินโดยพิจารณาพัฒนาการ ของผู้เรียน การเข้าร่วม กิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการ จัดการเรียนการสอนตามความ เหมาะสมของแต่ละระดับ และรูปแบบ การจัดการศึกษาแต่การประเมินผู้เรียน ยังไม่สอดคล้องกับข้อกำ หนด ข้างต้น ปัญหาประการหนึ่งของการจัดการเรียนรู้ ในปัจจุบันในปัจจุบัน คือผู้สอนมักแยกการจัดการเรียนการสอนกับการวัดและ ประเมินผล ออกจากกัน ซึ่งแท้ที่จริงแล้วการเรียนการสอนกับการวัดและ ประเมินผล ควรดำ เนินการไปด้วยกันและเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีความสัมพันธ์ ซึ่งกันและกัน รวมไปถึงเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน


ปัญหาที่ผู้สอนมักใช้แบบทดสอบแบบปรนัยวัดผลเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่า แบบ ทดสอบมีข้อจำ กัด หลายประการในการใช้ประเมินผู้เรียนเนื่องจากแบบทดสอบที่สร้างขึ้น มัก เป็นแบบทดสอบปรนัยวัดเพียงความรู้ ความจำ เป็นส่วนใหญ่ ไม่ครอบคลุมพฤติกรรมทุกด้าน ของผู้เรียน เช่น การพูดการเขียน การปฏิบัติ การสร้างสรรค์ และทักษะทางสังคมของผู้เรียน ได้ผลการประเมินผู้เรียนจึงไม่สามารถให้ภาพที่ครอบคลุมความสามารถทุกด้านได้ อย่าง ชัดเจน ดังนั้นการประเมินผู้เรียนตามสภาพจริง ผู้เรียนที่มี ความเที่ยงตรงและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ ที่ จะประเมินจะ สอดคล้องกับ ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน มากที่สุด(Authentic Assessment)จึงเป็นการประเมิน


ในการประเมินตามสภาพจริงที่มาใช้ ในการจัดการศึกษา ซึ่งนักวิชาการได้นำ เสนอ เหตุผล ในการนำ การประเมินผลตามสภาพจริงมาใช้ ดังนี้ 3.1 ครูผู้สอนมักจะจำ แนกการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล ออกจากกัน ซึ่งที่แท้จริงแล้ว ควรจะมีการดำ เนินการที่ควบคู่กันไปในเวลาเดียวกัน และ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ที่มีความสัมพันธ์ระหว่างกัน เหตุในการใช้การประเมินตามสภาพจริง เเบบที่ควาจะเป็น


3.2 ครูผู้สอนส่วนมากจะใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัด และ ประเมินผลเพียงอย่างเดียวที่นักวิชาการได้ยอมรับกันว่าเป็นเครื่องมือที่มี ข้อจา กัดในการประเมินเพื่อตัดสินผู้เรียน โดยเฉพาะแบบทดสอบแบบปรนัย ที่ โดยส่วนมากจะวัดความจำ ไม่ครอบคลุมการวัดความคิดในระดับสูง หรือวัด กระบวนการของผู้เรียนไม่ได้ อาทิ การพูด การปฏิบัติ การสร้างสรรค์ เป็นต้น จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการวัดและการประเมินให้มีความสอดคล้อง กับการวัด กระบวนการและความคิด ในระดับสูง เหตุผลในการประเมินตามสภาพจริง


การประเมิน ตามสภาพจริง มุ่งเน้นสืบสวน สอบสวน (inquiry) กล่าวคือเน้น การ พัฒนาทักษะการแก้ไข ปัญหาตามสภาพที่เป็นจริง ใน ชีวิตประจาวัน ซึ่งผู้เรียน จะต้อง สังเกตคิดถามและ ทดสอบความ คิดของตนเอง การประเมินตามสภาพจริงมีจุดหมายเพ่ือ กระตุ้น และอำ นวยความสะดวกต่อการเรียนรู้ของผู้ เรียน เม่ือผู้เรียนได้รับข้อมูลย้อนกลับ เกี่ยวกับการเรียน จะช่วยให้ ผู้เรียนได้รับ แนวทางใหม่ๆ และสามารถพัฒนาการ เรียนรู้ได้ กว้างขวางยิ่งข้ึน นอกจากนี้จุดมุ่ง หมายของการประเมินจึงไม่ได้ อยู่ที่มีการ จัดลาดับหรือจัดประเภทของผู้เรียนแต่ อย่างใด กระบวนการ (process) และ ผลผลิต (product) ท่ีเกิดขึ้น กระบวนการมีความสาคัญ เช่น เดียวกับผลผลิตจากการกระทำ มุ่ง เน้นการ พิจารณาว่าผู้เรียนได้ เรียนรู้อะไร เรียนรู้อย่างไร และ ทำ ไมจึงเรียนรู้เช่นนั้น 1 ปรัชญาพื้นฐานของการประเมินผลตามสภาพจริง 2 3


การประเมินตามสภาพจริง มี ความเชื่อว่าการตัดสินใจ ในสิ่งที่ จะสอน และสิ่งที่จะวัด เป็นเรื่อง อัตนัย (subjective) และเป็น เรื่องเกี่ยวกับคุณค่า (value) การประเมินตาม สภาพจริง เน้นการมี ส่วนร่วม ในการตัดสินใจ โดยผู้สอน ควร ร่วมมือกับผู้เรียนในการตัดสินใจ เกี่ยวกับสิ่งที่เรียนและร่วมกัน ตรวจ สอบว่าได้เรียนรู้มากน้อย เพียงใด ซึ่ง นับเป็นกระบวนการ ตัดเชิงประชาธิปไตย การประเมินตามสภาพจริง เชื่อการเรียนรู้ เป็นกระบวน การที่เกิดจากความร่วมมือ (coll aborative process) กล่าวคือ ผู้ เรียนและผู้สอนถือเป็นผู้เรียน ที่ต้องร่วม มือกัน มีอิสระที่จะ แสดงออกทางความคิด และ ทดสอบความคิดซึ่งกันและกัน ทั้งผู้ เรียนและผู้สอนต้องมี ความรับผิดชอบทาง ปัญญา ต่อกัน เพื่อสร้างหลักสูตรที่ใช้ ในชั้นเรียน 4 ปรัชญาพื้นฐานของการประเมินผลตามสภาพจริง 5 6


การประเมินตามสภาพจริง มีความ เชื่อว่าการตัดสินใจ ในสิ่งที่จะ สอน และสิ่งที่จะวัด เป็นเรื่อง อัตนัย (subjective) และเป็น เรื่องเกี่ยวกับคุณค่า (value) การเรียนรู้เป็นเรื่องของกระบวนการท่ี 3 เป็นธรรมชาติมีบูรณาการและเป็นส่วน หนึ่งของชีวิต มิใช่เป็นเร่ืองของการ หยิบย่ืนหรือยัด ให้เรียน ผู้เรียน ต้องการกระตือรือร้นที่จะค้นคว้า เพื่อ หาความหมายของส่ิงท่ีเรียน การเรียนรู้ จึงเป็น ผลจากการปฏิบัติจริงมากกว่าการ ซ้ำ หรือทำ ตาม คำ บอกกล่าวเท่าน้ัน การประเมินตามสภาพจริงมุงเน้น กระบวนการ (process) และผลผลิต (product) ท่ีเกิดขึ้น กระบวนการมี ความสาคัญ เช่นเดียวกับผลผลิตจาก การกระทำ มุ่งเน้นการ พิจารณาว่าผู้ เรียนได้เรียนรู้อะไร เรียนรู้อย่างไร และทาไมจึงเรียนรู้เช่นนั้น 7 ปรัชญาพื้นฐานของการประเมินผลตามสภาพจริง 8 9


จอน มูลเลอร์ (Jon Mueller, 2008) กล่าวว่าการประเมินตามสภาพจริง เป็นการประเมินสิ่งที่อยู่ ในตัวนักศึกษา จากการที่นักศึกษาทาจริง ซึ่งแสดงให้เห็นความสามารถในการประยุกต์ความรู้ และทักษะ สติกเกอร์ (stiggins, 1987) กล่าวว่า การประเมินการปฏิบัติของผู้ถูกสอบ เพื่อแสดงความ สามารถ และความชานาญเฉพาะด้าน จากการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะที่มีอยู่ของผู้ทดสอบ มีนักการศึกษาได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับการประเมินตามสภาพจริงไว้อย่างหลากหลาย สามารถ สังเคราะห์ความหมายของการประเมินตามสภาพจริงดังนี้ ความหมายของการประเมินผลตามสภาพจริง


การประเมินตามสภาพจริงและการประเมินจากการปฏิบัติมักใช้ร่วมกัน ได้จริงแล้วมีลักษณะต่าง กันการประเมินจากการปฏิบัติ ผู้เรียนปฏิบัติปฏิบัติให้สมบูรณ์ หรือ แสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ผู้ ประเมินต้องการให้แสดงออกให้ได้ หรือกล่าวได้ว่า พฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก เป็นพฤติกรรม เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ผู้ประเมินต้องการจะวัด ขณะที่การประเมินผลตามสภาพจริงนั้น ผู้เรียนไม่ เพียงแต่แสดงพฤติกรรมให้สมบูรณ์ ตามที่ผู้พันต้องการเท่านั้น แต่พฤติกรรมที่แสดงออกมานั้น ต้องทาในบริบทของ ความเป็นจริงในชีวิตประจาวัน กล่าวได้ว่า การประเมินผลตามสภาพจริงมีลักษณะร่วมกัน 2 ประการคือ 1) เป็นการประเมินที่เป็นทางเลือกใหม่แทนการใช้แบบทดสอบแบบเลือกตอบ 2) เป็นการประเมินที่เป็นการตรวจสอบการปฏิบัติของผู้เรียนในขณะทากิจกรรม บาง อย่างที่มีความสาคัญและ จำ เป็นต่อชีวิตประจาวัน


การเรียกชื่อการประเมินตามสภาพจริง การประเมินตามสภาพความเป็นจริงในชีวิตประจาวัน กล่าวได้ว่า การประเมินผลตามสภาพจริงมีลักษณะร่วมกัน 2 ประการคือ 1) เป็นการประเมินที่เป็นทางเลือกใหม่แทนการใช้แบบทดสอบแบบเลือกตอบ 2) เป็นการประเมินที่เป็นการตรวจสอบการปฏิบัติของผู้เรียนในขณะทากิจกรรม บางอย่างที่มีความสาคัญและ จำ เป็นต่อชีวิตประจำ วัน การประเมินตามสภาพจริงอาจเรียกชื่อหลายอย่าง ได้แก่ การประเมินภาคปฏิบัติ (Performance Assessment) เพราะนักเรียนจะถูกทดสอบโดยการให้ปฏิบัติจริงเป็นธรรมดา มีเยอร์ Meyer กล่าวว่า นักการศึกษาบางคนแยกการประเมินภาคปฏิบัติ (Performance Assessment) ออกจากการประเมิน ตามสภาพจริง (Authentic Assessment) โดยการ ประเมิน ภาคปฏิบัติ อยู่บนพื้นฐานของการปฏิบัติ แต่ไม่เน้นการทางานใน ชีวิตจริง การประเมินตรง (Direct Assessment) เป็นอีกชื่อหนึ่งเพราะการประเมินตามสภาพจริง ใช้หลักฐานในการประเมินเป็น จำ นวนมาก นำ ความรู้และทักษะไปใช้จริงในการทางาน ถ้า นักเรียนทาแบบทดสอบได้ เราอาจสรุปว่านักเรียนสามารถประยุกต์ ความรู้จากตาราได้ แต่ นักเรียนสามารถแสดงได้โดยตรงจากปฏิบัติจริง


ทำ ให้ไห้ ด้ผ ด้ ลการประเมิน มิ ที่มี ที่ ค มี วามตรง(Validity)และความเที่ย ที่ ง(Reliability)สูง สู ทำ ให้เ ห้ กิด กิ บุคบุ คลแห่ง ห่ การเรีย รี นรู้ ทำ ให้เ ห้ กิด กิ การพัฒ พั นาคุณ คุ ลัก ลั ษณะบุคบุ คลแบบองค์ร ค์ วม ผู้เผู้รีย รี นมีค มี วามสุข สุ ในการเรีย รี น สร้า ร้ งสัม สั พัน พั ธภาพที่ดี ที่ ร ดี ะหว่า ว่ งโรงเรีย รี นกลับ ลั บ้า บ้ นและชุม ชุ ชน การประเมินตามสภาพจริงมีความสาคัญต่อผู้เรียนที่ทาให้ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการ เรียนรู้ได้รับการ พัฒนาแบบองค์รวมทาให้คุณลักษณะของผู้เรียนได้พัฒนาทุกด้าน สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและเป็น สมาชิกที่ดีของครอบครัวจึงทาให้ครอบครัวและ ชุมชนเกิดความรู้สึกที่ดีต่อผู้เรียนและโรงเรียน ความสำ คัญของการประเมินตามสภาพจริง


การปฏิบัติในสภาพจริง (Performance in the Fileld) การประเมินตนเอง (Self-Assessment) การนำ เสนอผลงาน เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน (Criteria) ลักษณะของการประเเมินตามสภาพจริง


1) การประเมินจากทางเลือกใหม่นี้ผู้สอนต้องจัดโอกาสเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้แสดงออกใน ภาคปฏิบัติ คิด สร้างสรรค์ ผลิตผลงาน หรือกระทาบางสิ่งบางอย่างที่สัมพันธ์กับสิ่งที่เรียน 2) ต้องดึงและกระตุ้นให้ผู้เรียนได้ใช้ระดับการคิดขั้นสูงและใช้ทักษะในการแก้ปัญหา 3) งานหรือภารกิจหรือกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนทาต้องเป็นสิ่งที่มีความหมายสาหรับผู้เรียน 4) สิ่งที่เรียนต้องสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงในชีวิตประจาวันได้ 5) ต้องใช้คนเป็นผู้ตัดสินการประเมิน ไม่ใช่เครื่องจักรตัดสิน (People not machine) 6) ผู้สอนจะต้องเปลี่ยนบทบาทใหม่ทั้งในด้านการสอนและการประเมิน จากการจำ แนกคุณลักษณะของการประเมินตามสภาพจริงข้างต้น มีความ สอดคล้องกับ Herman, Aschbacher และ winter, 1992 ซึ่งได้จำ แนกคุณลักษณะของ การประเมินจากทางเลือกใหม่ไว้ 6 ประการหลักดังนี้


คุณลักษณะของการประเมินจากทางเลือกใหม่ดังกล่าวสรุปได้เป็นแผนผังดังนี้


1. การเรียนการ สอนและ การ ประเมินตามสภาพ จริงจะให้โอกาสแก่ผู้ เรียน ได้เกิดการ เรียนรู้ตาม ศักยภาพ ของตนเอง 3. การประเมินผล ตาม สภาพจริง จะให้ โอกาสใน การเตรี ยมผู้เรียนให้เกิด ทักษะใน การดารง ชีวิตใน สังคมอย่างมี ความสุข 2. การประเมินผล ตาม สภาพจริงให้ โอกาสต่อ กิจกรรม การเรียนการ สอนที่ เน้นผู้เรียนเป็น สำ คัญ 4. การประเมิน ตามสภาพ จริง ช่วยให้ผู้เรียนมี ความสุขในการ เรียน ประโยชน์ของการประเมินตามสภาพจริง


โดยปกติการประเมินตามสภาพจริง ประกอบด้วย ผลงานของผู้ถูกประเมิน และ เกณฑ์การประเมิน (rubric) ซึ่งจะประเมินจากผลงานที่นักเรียนผลิต จำ นวนหลายๆ ชิ้น ส่วนประกอบของการประเมินตามจริง


ระดับของการประเมินตามสภาพจริง งาน/กิจกรรมการปฏิบัติที่นำ ไปใช้ในการประเมินตามสภาพ จริงมีระดับ ของสภาพจริง ที่ต่อเนื่องแตกต่างกัน โดยพิจารณา จากเกณฑ์ต่าง ๆ ดังนี้


จงแก้โจทย์ปัญหา "ถ้านักเรียนซื้อของเล่นชิ้นหนึ่งราคา 65 บาท นักเรียนให้เงินพ่อค้า 100 บาท นักเรียนจะ ได้รับเงินทอนกี่บาท" ครูผู้สอนกาหนดสถานการณ์ปัญหาการซื้อขาย โดยใช้ธนบัตร จริงแล้วถามปัญหาให้นักเรียนแต่ละคนทอน เงินได้ถูกต้อง กำ หนดให้นักเรียนเป็นคู่และให้มีธนบัตรจริงจานวนหน่ึง แล้วกำ หนดให้นักเรียนให้เงินและทอนเงินตามที่ กำ หนด กำ หนดร้านค้าสมมุติ แล้วให้นักเรียนเป็นผู้ซื้อ/ผู้ขายสินค้าด้วยธนบัตรจริง นักเรียนจะต้องให้และทอนเงิน ได้ถูกต้องตามราคาสินค้าที่กาหนด พิจารณาจากสถานการณ์การทดสอบ ที่มีการกาหนดสถานการณ์การ ทดสอบจากสภาพจริงน้อยไปสู่สภาพจริงมาก


งานที่เขียนตอบสั้น ๆ ตามคาสั่ง และจำ กัดเวลาตอบ โดยใช้ แบบทดสอบแบบ ปรนัย หรือ แบบอัตนัยแบบจำ กัดคาตอบ ตามจุดประสงค์ที่เฉพาะเจาะจง งานที่มีความสัมพันธ์สลับซับซ้อน จะต้องให้คาตอบอย่างครอบคลุม ประเด็น โดยใช้ความ สามารถที่หลากหลาย และใช้เวลาในการ ดำ เนินงาน หรือใช้แฟ้มสะสมผลงาน สภาพจริงมาก งานโครงการ ต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับสภาพจริงในชีวิต พิจารณาจากรูปเเบบคำ ตอบ ที่มีการกาหนดรูปแบบคาตอบจากการให้ คาตอบแบบจากัด ค้าสอบการให้ตัวตอบที่ไม่จากัดขอบเขตคาตอบ


สภาพจริงน้อย การทดสอบจำ กัดเวลา และทดสอบน้อยครั้ง สภาพจริงมาก การเก็บรวบรวมข้อมูลจากงาน ที่ปฏิบัติในระหว่างการเรียนการสอน ราชณดำ เนินราชณดำ เนินมีแบบทดสอบปรนัยจำ กัดเวลา การใช้แฟ้มสะสมงาน พิจารณาจากลักษณะความถี่ของการทดสอบ มีระดับของสภาพจริงตามลักษณะของความถี่ในการทดสอบถ้าทดสอบ โดยใช้แบบทดสอบแบบปรนัยที่มีเวลาจำ กัด พิจารณาจากลักษณะความถี่ของการทดสอบมีระดับของสภาพจริง ตามลักษณะของความถี่ในการทดสอบถ้าทดสอบโดยใช้แบบทดสอบแบบปรนัยที่มีเวลาจำ กัดหรือทดสอบเพียง ครั้งเดียวจะมีสภาพจริงที่น้อยแต่ถ้ามีการเก็บรวบรวมข้อมูลในการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องในระหว่างการเรียนการ สอนจะมีระดับของสภาพจริงที่สอดคล้องกับชีวิตจริงมากกว่า


ลักษณะของการประเมินแบบดั้งเดิมและการประเมินตามสภาพจริง การประเมินแบบดั้งเดิม ดูคำ ตอบ ดูการวางแผน การระลึก/การจำ ครูเป็นศูนย์กลาง ใช้หลักฐานทางอ้อม การสอนเพื่อสอบ การประเมินตามสภาพจริง ดูการปฏิบัติ ดูการทำ งานจริง การสรุปองค์ความรู้/การประยุกต์ใช้ นักเรียนเป็นศูนย์กลาง ใช้หลักฐานของจริง การสอนเพื่อการเรียนรู้


ลักษณะของการประเมินแบบดั้งเดิมและการประเมินตามสภาพจริง กระทรวงศึกษาธิการ(2543)การประเมินตามสภาพที่แท้จริงนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการ ทราบว่านักเรียนมีความรู้ความสามารถทักษะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ซึ่งบูรณาการกัน ในตัวผู้เรียนแล้วแสดงออกมาให้ปรากฎในชีวิตประจำ วันความสภาพที่แท้จริง ตามสภาพที่แท้จริงของนักเรียนจะมีมากน้อยเพียงไร ก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมการเรียนการสอน และการเรียนรู้ตามสภาพที่แท้จริง (Authentic Instruction and Leaning) ซึ่งมีลักษณะที่ สำ คัญดังนี้ 1) ต้องฝึกให้นักเรียนเกิดความสามารถในกระบวนการวิเคราะห์และกระบวนการ คิดรวบยอดในเรื่องต่าง ๆได้ 2) ต้องฝึกให้นักเรียนหาคำ ตอบในสิ่งที่เรียนรู้ว่ามีประโยชน์อย่างไรในชีวิตประจำ วัน


ดังนั้น ก่อนที่ครูจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงจำ เป็นต้องวางแผนการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับลักษณะสำ คัญดังกล่าว ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้ วิเคราะห์หลักสูตร กำ หกำ หนดคุณภาพผลการเรียนรู้ การจัดทำ การจัดทำ กำ หนดการสอน การจัดทำ แผนกาสอน การจัดกิจกรรมมีจุดเด่นที่สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ ที่แท้จริงการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ที่แท้ จริงมากขึ้นหรือเปล่า มีความสอดคล้องกับธรรมชาติของผู้เรียน ลักษณะการจัดกิจกรรมก่อให้เกิดผลงานจากการปฏิบัติ


สิ่งที่จะทำ การประเมินในการประเมินตามสภาพจริง มีควบคุมคุณลักษณะหรือ พฤติกรรมผู้เรียนหลายด้านทำ ให้ผู้สอนต้องใช้วิธีการและเครื่องมือประเมินหลายประเภท แต่ละประเภทต้องเลือกใช้ให้สอดคล้องกับคุณลักษณะหรือพฤติกรรมผู้เรียนที่คาดหวังและ สามารถประเมินได้อย่างถูกต้อง อีกครั้งต้องใช้วิธีการและเครื่องมืออย่างหลากหลายใน การประเมินเพื่อให้สามารถสรุปสภาพที่แท้จริงของผู้เรียนได้ เครื่องมือแต่ละประเภทย่อมมี จุดมุ่งหมาย วิธีการใช้ และลักษณะของข้อมูลที่ได้รับแตกต่างกัน ดูทั่วไปวิธีการและ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลตามสภาพจริงมีดังนี้ ประเภทวิธีการและเครื่องมือประเมินผลตามสภาพจริง


การสังเกต การจัดนิทรรศการ แฟ้มสะสมงาน (Portfplio) การตรวจสอบผลงาน การทดสอบ การสอบถาม การสัมภาษณ์


เกณฑ์ของการประเมินผลที่ดี ต้องมีความเที่ยงตรง (Validity) คือต้องสามารถให้ข้อมูลที่ สอดคล้องกับเป้าหมายหรือจุดประสงค์ของการเรียนรู้ที่กำ หนด ต้องไม่ใช้เฉพาะการทดสอบด้วยข้อสอบเลือกตอบที่สอบ เป็นกลุ่มเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์และตัดสินผลการเรียนเท่านั้น การประเมินผลจะต้องสามารถวัดผู้เรียนได้หมดทั้งตัวโครงการประเมินจะต้องมี เป้าหมายและ กระบวนการประเมินพัฒนาการของผู้เรียน ทั้งทางด้านร่างกาย สังคมอารมณ์ สติปัญญา การประเมินผลจะต้องเกี่ยวข้องกับการสังเกตช้า ๆ หลายครั้งซึ่งจะช่วยให้ผู้สอนค้นพบพฤติกรรม ของผู้เรียนอย่างแท้จริง หลีกเลี่ยงการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เพื่อพบพฤติกรรมที่ไม่เป็นปกติ


เกณฑ์ของการประเมินผลที่ดี การประเมินผลจะต้องดำ เนินการต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งในการประเมินผู้เรียนแต่ ละคน จะเปรียบเทียบความก้าวหน้าของตนเองมากกว่าจะเปรียบเทียบกับกลุ่ม การประเมินผลจะต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย เพื่อรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ที่จะใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ข้อมูลจากการประเมินผล จะต้องนำ ไปใช้ในการปรับปรุง หลักสูตรเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน


สิ่งควรคำ นึงในการประเมินตามสภาพจริง การออกแบบการวัดและการประเมินตามสภาพจริง ควรวิเคราะห์ แปลความหมายของ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่จะใช้ว่า ถ้าผู้เรียนได้บรรลุจุดประสงค์นี้อย่างครบถ้วนแล้วผู้เรียน ควรจะมี พฤติกรรมการแสดงออกอย่างไรที่แตกต่างจากผู้เรียนที่ไม่บรรลุจุดประสงค์ การแปลงจุดประสงค์การเรียนรู้ให้เป็นภาระงานที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติ จะทำ ให้ลดภาระงาน ในการวัดและประเมินของครูผู้สอน เพียงแต่ครูผู้สอนมีการสังเกตพฤติกรรมการแสดงออก ของผู้เรียน ตรวจสอบผลงานการฝึกปฏิบัติ ก็จะสามารถนำ ผลดังกล่าวมาประเมินผลผู้เรียนได้ การกำ หนดผู้เรียนเป็นกลุ่มเล็กให้ดำ เนินงานกลุ่ม และกำ หนดเกณฑ์การประเมินในแต่ละ ชิ้นงานให้มีความชัดเจน หรือให้มีการวัดและประเมินกันเองภายในกลุ่ม โดยมีครูผู้สอนเป็น ผู้ดูแล ให้คำ ปรึกษาจะทำ ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนมากขึ้น


การประเมินผลตามสภาพจริงโดยการใช้รูบริค การประเมินสภาพจริง (Authentic Assessment) มักนิยมใช้รูบริคเพื่ออธิบาย ความสัมฤทธิ์ผลของผู้เรียน ต่อไปนี้เป็นการนำ เสนอสาระเกี่ยวกับรูบริคตามประเด็นสำ คัญดังนี้


ความหมายของรูบริค "รูบริค" (Rubric) มาจากภาษาละตินว่า " RUBRICATERRA " ซึ่งเป็นคำ โบราณที่ ใช้ในทางศาสนา หมายถึง การทำ เครื่องหมายสีแดงไว้บนสิ่งสำ คัญเพื่อใช้นำ ทาง ส่วนทางการศึกษานั้น รูบริค หมายถึง สมรรถภาพหรือรายการของคุณลักษณะที่บรรยายถึงความสามารถในการแสดงออกของ นักเรียนใน แต่ละ ระดับชั้น เพื่อใช้เป็นแนวทางที่ชัดเจนในการให้คะแนน ความหมายของรูบริค นักวิชาการสมัยใหม่อธิบายว่า คำ ว่า " Rubric " หมายถึง " กฎ" หรือ " กติกา " (Rule) ส่วนคำ ว่า " Rubric Assessment " นั้น หมายถึง แนวทางในการให้คะแนน (Scoring Guide)ซึ่ง สามารถที่จะแยกแยะ ระดับต่าง ๆ ของความสำ เร็จในการเรียน หรือการปฏิบัติของนักเรียนได้อย่างชัดเจนจาก ระดับดีมากไปจนถึง ระดับต้องปรับปรุงแก้ไข


ดังนั้น รูบริค จึงเป็นเครื่องมือในการให้คะแนน ซึ่งประกอบด้วย เกณฑ์ด้านต่าง ๆ ที่ใช้ พิจารณาชิ้นงานหรือการปฏิบัติงาน และระดับ คุณภาพของเกณฑ์แต่ละด้านซึ่งมีตั้งแต่ระดับดีเยี่ยมจนถึงระดับต้อง ปรับปรุงส่วนเกณฑ์การประเมิน (Scoring Rubrics)


ทำ ไมต้องใช้รูบิค รูบริค เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ได้กับทั้งการสอนและการประเมิน ครูสามารถใช้ รูบริคเพื่อพัฒนา หรือปรับปรุงการปฏิบัติงานของนักเรียนได้ และช่วยให้ครูสามารถตั้งความคาดหวังกับการ ปฏิบัติงานของนักเรียนได้อย่างชัดเจน รูบริค เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการช่วยเหลือนักเรียนให้เป็นผู้ที่สามารถตัดสิน คุณภาพชิ้นงานอย่างมี เหตุผล ทั้งงานของตนเองและผู้อื่น นักเรียนจะรู้ข้อผิดพลาดของตนเองและผู้อื่นการทำ เช่นนี้บ่อย ๆ ช่วย ให้ นักเรียนเกิดความรับผิดชอบในงานของตนเองมากยิ่งขึ้น รูบริค เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดจำ นวนเวลาที่ครูใช้ในการประเมินผลงานของนักเรียนลงได้ เพราะโดยปกติ ครูมักประเมินงานของนักเรียนที่ละชิ้น แต่ถ้าใช้รูบริคในการประเมินงานแล้วนักเรียนจะสามารถประเมิน งานของตนเองและของเพื่อน ๆ ได้


ช่วยให้การคาดหวังของครูที่มีต่อผลงานของนักเรียนบรรลุผลสำ เร็จได้ ช่วยให้ครูเกิดความกระจ่างชัดยิ่งขึ้นว่าต้องการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้หรือพัฒนาการอะไรบ้าง ช่วยให้นักเรียนสามารถระบุคุณลักษณะจากงานที่เป็นตัวอย่างได้โดยใช้รูบริคตรวจสอบ ช่วยให้นักเรียนสามารถควบคุมตนเองในการปฏิบัติงานเพื่อไปสู่ความสำ เร็จได้ เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของ นักเรียนได้เป็น อย่างดี ช่วยให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ปกครอง ผู้สนับสนุน ได้เกิดความเข้าใจ เกณฑ์ในการตัดสินผลงาน นักเรียนที่ครูใช้ ช่วยในการให้เหตุผลประกอบการให้ระดับผลการเรียนของนักเรียนได้ ช่วยเพิ่มคุณภาพผลงานของนักเรียน ประโยชน์ของรูบิค


เพื่อประเมินการปฏิบัติ (Performance) เช่น ประเมินการนำ เสนอปากเปล่า การอภิปราย การสาธิต เป็นต้น เพื่อประเมินกระบวนการ (Process) เช่น ประเมินการเรียนรู้เป็นทีม กลยุทธการ สัมภาษณ์ เป็นต้น จุดประสงค์ของการสร้างรูบริค เพื่อประเมินผลผลิต (Product) เช่น ประเมินแฟ้มสะสม ผลงาน ร้ายงานการวิจัย นิทรรศการ ผลงานศิลปะ เป็นต้น


เกณฑ์หรือประเด็นที่จะประเมิน (Criteria) เป็นการพิจารณาว่าภาระงาน หรือชิ้นงานนั้น ๆ ประกอบด้วยคุณภาพที่ด้าน อะไรบ้าง ระดับความสามารถหรือระดับคุณภาพ (Performance Level) เป็นการ กำ หนดจำ นวน ระดับของเกณฑ์ ส่วนมากจะประกอบด้วย 3 - 6 ระดับ การบรรยายคุณภาพของแต่ละระดับความสามารถ (Quality Description) เป็นการเขียน คำ อธิบายความสามารถให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนในแต่ละระดับ ซึ่งจะทำ ให้ง่าย ต่อการตรวจให้คะแนน องค์ประกอบของ รูบริค


รูบริคแบบองค์รวม(Holistic Rubrics) เป็นกณฑ์การให้คะแนนผลงานหรือ กระบวนการ รูบริคแบบวิเคราะห์(Analytic Rubrics) เป็นเกณฑ์การให้คะแนนที่แยกส่วน หรือ รูบริคแบบAnnotated Holistic Rubrics ผู้ประเมินจะประเมินแบบ holistic rubrics ที่ไม่ได้แยกส่วนหรือแยกองค์ประกอบการให้คะแนน คือจะประเมินในภาพรวมของ ผลงาน หรือกระบวนการนั้ องค์ประกอบคุณลักษณะของผลงานหรือกระบวนการ แล้วนำ แต่ละส่วนหรือ องค์ประกอบของ คุณลักษณะมารวมกันเป็นคะแนนรวม ก่อนแล้วจึงประเมินแยกส่วนอีกบางคุณลักษณะที่เด่น ๆ เพื่อใช้เป็นผลสะท้อนในบาง คุณลักษณะของ ผู้เรียน การให้คะแนนแบบ holistic rubrics ใช้ได้ง่ายและใช้เพียงไม่กี่ ครั้งต่อผู้เรียน 1 คน จะเป็นการประเมิน ในภาพรวมของทุกคุณลักษณะในการปฏิบัติงาน ชนิดของรูบิค


เกณฑ์การตัดสินคุณภาพรูบริค หลังจากที่ครูตรวจให้คะแนนแล้ว (ถือว่าเป็นการวัด) ครูควร กำ หนดการตัดสินขั้นสุดท้ายในรูป ของระดับคุณภาพ (ถือว่าเป็นการประเมิน) เช่น ดี พอใช้ หรือ ควรปรับปรุง โดยสามารถกำ หนดการตัดสิน ขั้น สุดท้ายของคุณภาพได้ตามสูตรดังนี้


ขั้นตอนในการออกแบบรูบริค (Rubrics) 1. กำ หนดเนื้อหา/ วัตถุประสงค์ของ การประเมิน 2. ระบุตัวบ่งชี้/ รายการพฤติกรรม/ คุณลักษณะ/มิติที่ ต้องการประเมิน 3. คัดเลือกตัวบ่งชี้/ รายการพฤติกรรม/ คุณลักษณะ/มิติที่ ต้องการประเมิน 4. จัดลำ ดับ ความสำ คัญ/กำ หนด ระดับคุณภาพ 43 จาก 54 5. บรรยายคุณภาพของ เกณฑ์การประเมินแต่ละ /ระดับให้ชัดเจน


ข้อดีของการประเมินด้วยรูบริค 1. เพิ่มความยุติธรรมในการให้คะแนนและการจัดอันดับ แสดงความ คาดหวังที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียน แสดงให้สาธารณชนทราบได้อย่างชัดเจน 2. รูบริคช่วยชี้ให้เห็นชัดเจนว่าตัวบ่งชี้สำ คัญที่ต้องการวัดคืออะไร สอดคล้องกับจุดประสงค์ของหลักสูตรหรือไม่ ช่วยขจัดสิ่งที่ไม่สำ คัญ และไม่ชัดเจนออกไป 3. รูบริคช่วยครูผู้สอนและผู้เรียนในการพัฒนาการเรียนการสอน


การประเมินผลตามสภาพจริงโดยใช้แฟ้มสะสมผลงาน -แฟ้มสะสมผลงานแสดงความต่อเนื่อง และพัฒนาในการเรียนรู้ของนักเรียนในการศึกษาเรื่องใด เรื่องหนึ่ง และสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน ผู้จัดทำ รวมถึงแสดงถึง จุดเด่น ความถนัด ความสนใจของแต่ละบุคคลสะท้อนถึงการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำ คัญ


วัตถุประสงค์ของแฟ้มสะสมงาน การจัดทำ แฟ้มสะสมงานมีวัตถุประสงค์ 2ประการ 46 จาก 54 1. เพื่อให้เจ้าของแฟ้มได้ ประเมินตนเองว่า ผลการเรียนรู้ หรืองาน ที่ทำ เป็นอย่างไร ประสบผลสำ เร็จในระดับใด มี ระบบหรือไม่ ควรจะปรับปรุแก้ไข อย่างไร 2. เพื่อให้ผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง ได้ประเมินเจ้าของแฟ้มว่า มี ความสามารถในการเรียนรู้หรือ การปฏิบัติงานเป็นอย่างไร ประสบ ผลสำ เร็จในระดับใด ควรจะได้รับ การช่วยเหลือหรือพัฒนาหรือไม่ อย่างไร


แฟ้มสะสมงานมีประโยชน์อย่างไร? แฟ้มสะสมผลงานทำ หน้าที่สะท้อนความสามารถออกมาเป็น ผลงานชิ้นสุดท้าย มีความแตกต่างจากแบบทดสอบอย่างชัดเจน ที่ไม่ใช่การสอบเพื่อหาข้อผิดพลาด และยังทำ ให้ครูผู้สอนสามารถหา จุดเด่นของนักเรียนได้


การกำ หนดเกณฑ์ (Criteria selection) การประเมินของครู (Teacher assessment) การประเมินตนเองของผู้เรียน (Student selfassessment) ปัญหาที่พบได้ในการประเมินด้วยแฟ้มสะสมผลงาน การกำ หนดเกณฑ์เป็นเรื่องที่ยาก ครูจำ เป็นต้องได้รับการอบรมให้เข้าใจถึงการ ประเมินด้วยแฟ้มสะสมผลงาน ผู้เรียนไม่คุ้นเคยการให้เป็นผู้ตัดสินผลงานที่ตนเองทำ


การประเมินตามสภาพจริง (Authentic assessment) เป็นการวัดและประเมินผล แนวใหม่ที่เน้นการวัดและประเมินกระบวนการและผลงานที่สอดคล้องกับชีวิตของนักเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ การประเมินแบบนี้จะเกิดประโยชน์กับผู้ เรียน มาก เพราะเป็นการประเมินที่ทำ ให้นักเรียนแสดงความรู้ความสามารถได้ชัดเจน ซึ่งจะทำ ให้ครู ทราบความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียนว่ามีจุดเด่นและข้อบกพร่องในเรื่องใด อันจะนำ ไปสู่การ แก้ไขที่ตรงประเด็นที่สุด


Click to View FlipBook Version