The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่9การบริหารการสอบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ngnkron, 2023-10-01 02:18:41

บทที่9การบริหารการสอบ

บทที่9การบริหารการสอบ

บทที่ 9 การบริหารการสอบ บทที่ 9 การบริหารการสอบ


สมาชิชิ ชิ กชิ กกลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ 9 นางสาว ชนันั นั ญ นั ญญา จวงจัจั จั น จั นทร์ร์ ร์ร์ รหัหั หั สหั ส65115217119 นางสาว พิพิ พิ ชพิ ชญาภัภั ภั ค ภั ค ตะลาด รหัหั หั สหั ส65115217123 นางสาว วาลิลิ ลิ นีลิ นี นี ย์นี ย์ ย์ย์อุอุอุ ณ อุ ณวงษ์ษ์ ษ์ษ์ รหัหั หั สหั ส65115217128


1. ความสำ คัญของการบริหารการสอบ 2. หลักการและกระบวนการบริหารการสอบ 3. การวางแผนการสอบ 4. การดำ เนินการสอบ ก่อนเริ่มสอบ ขณะสอบ เมื่อหมดเวลาสอบ 5. การนำ ผลการสอบไปใช้ หัวข้อที่นำ เสนอมีดังนี้


1.1 ทําให้การดําเนินการสอบมีความเป็นระบบ 1.2 ช่วยให้ได้ผลการสอบที่มีความถูกต้องเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ 1.3 ทําให้บุคคลที่เกี่ยวข้องได้มีการเตรียมความพร้อมในการดําเนินการสอบ 1.4 ทําให้มีการนำ ผลการรสอบไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า 1.5 ช่วยสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้สอบได้แสดงความสามารถและพัฒนาตนเองเต็มศักยภาพ 1. ความสำ คัญของการบริหารการสอบ


การวางแผนการสอบ การนำ ผลการสอบไปใช้ การดำ เนินการสอบ 2. หลักการและกระบวนการ บริหารการสอบ 2.1กำ หนดจุดมุ่งหมายของการสอบให้ชัดเจน 2.2 มีแผนการดำ เนินงาน 2.3 มีแนวปฏิบัติ 2.4 มีการเตรียมความพร้อม 2.5 มีความสะดวก 2.6 มีความยุติธรรม 2.7 มีประสิทธิผล กระบวนการบริหารการสอบประกอบด้วยการดำ เนินงานที่สำ คัญ 3 ขั้นตอน ซึ่งมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันดังนี้


การแต่งตั้งคณะกรรมการดำ เนินการสร้างแบบทดสอบ กำ หนดจุดมุ่งหมายในการสร้างแบบทดสอบให้ชัดเจน วิเคราะห์หลักสูตร สร้างตารางวิเคราะห์หลักสูตรหรือตารางกำ หนดรายละเอียคของการสร้างแบบทดสอบ 3.1 การสร้างแบบทดสอบ หลักทั่วไปในการสร้างแบบทดสอบมีขั้นตอนที่สำ คัญ 4 ขั้นตอนดังนี้ 3.1.1 การวางแผนสร้างแบบทดสอบโดยดำ เนินการดังนี้ 3.1.2 การเตรียมงานเขียนข้อสอบและลงมือเขียนข้อสอบฉบับร่าง 3.1.3 การทดลองสอบ (tryout) เผื่อให้ได้ข้อมูลสำ หรับการประเมินและปรับปรุงแบบทดสอบ 3.1.4 การประเมินผลแบบทดสอบโดยการวิเคราะห์รายข้อเพื่อคัดเลือกปรับปรุงข้อสอบและการวิเคราะห์ทั้งฉบับเพื่อตรวจสอบ คุณภาพของแบบทดสอบในด้านความเชื่อมั่นและความเที่ยงตรง 3. การวางแผนการสอบ


3.2 การจัดชุดแบบทดสอบ กรอนสันด์ ได้แนวคิดว่าการจัดชุดแบบทดสอบให้เป็นระบบต้องพิจารณาจากองค์ประกอบต่อไปนี้คือ 1) ชนิดของข้อสอบที่ใช้ 2) พฤติกรรมที่จะวัด 3) ความแตกต่างของข้อสอบแต่ละชนิด 4) เนื้อหาที่จะวัดดังนั้นในการจัดชุดแบบทดสอบจึงควรเรียงลำ ดับข้อสอบตามการใช้ความสามารถของผู้สอบจากระดับที่ ง่ายไปถึงระดับที่ยากคือ ข้อสอบแบบถูก-ผิด แบบจับคู่ แบบคำ ตอบสั้น แบบเลือกตอบ และแบบความเรียงหรืออัตนัย


คูบิสไซน์และบอริช ได้เสนอแนวทางการจัดชุดแบบทดสอบไว้ดังนี้ 3.1.1 ควรจัดข้อสอบที่มีรูปแบบคล้ายคลึงไว้ในตอนเดียวกัน 3.1.2 การจัดเรียงข้อสอบจากชนิดที่ง่าย (แบบถูก-ผิด) ไปจนถึงชนิดที่ยาก(แบบความเรียง) 3.1.3 ควรจัดเรียงข้อสอบให้สามารถอ่านได้ง่าย 3.1.4 ต้องจัดให้ตัวคำ ถามและตัวเลือกอยู่ในหน้าเดียวกัน 3.1.5 ควรจัดให้แผนภาพรูปภาพหรือคำ อธิบายเกี่ยวกับภาพอยู่หน้าเดียวกัน 3.1.6 ควรจัดเรียงตัวเลือกที่ถูกหรือคำ ตอบแบบสุ่มหลีกเลี่ยงการจัดเรียงที่เป็นระบบอย่างใดอย่างหนึ่ง


คูบิสไซน์และบอริช ได้เสนอแนวทางการจัดชุดแบบทดสอบไว้ดังนี้ (ต่อ) 3.1.7ควรกำ หนดวิธีการตอบข้อสอบให้ชัดเจนว่าต้องการให้ตอบในแบบทดสอบหรือในกระดาษคำ ตอบ 3.1.8 เว้นที่ว่างให้เพียงพอกับการเขียนข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าสอบ 3.1.9 ตรวจสอบคำ ชี้แจงของแบบทดสอบ คำ ชี้แจงแนะนำ ควรประกอบด้วย จำ นวนข้อสอบ วิธีการตอบ ข้อสอบหลักการเลือกคำ ตอบและเกณฑ์การให้คะแนน


3.1.10 ตรวจทานแบบตรวจสอบให้มีความ ถูกต้องสมบูรณ์อาจใช้แบบตรวจสอบการ จัดชุดแบบทดสอบเป็นเครื่องมือดำ เนินการ


3.3 การเขียนคำ ชี้แจงของแบบทดสอบ แทรกซ์เลอร์ ได้ให้แนวทางในการเขียนคำ ชี้แจงของแบบทดสอบไว้ 7 ประการดังนี้ 1) ต้องเขียนคำ ชี้แจงให้ผู้สอบและผู้ดำ เนินการสอบเข้าใจในจุดประสงค์ของการสอบ 2) เขียนคำ ชี้แจงให้มีความสมบูรณ์ชัดเจน 3) สิ่งที่สำ คัญกิจกรรมใดที่ต้องการเน้นย้ำ ให้แสดงด้วยข้อความที่ขีดเส้นใต้อักษรตัวหนา ตัวเอน 4) เขียนคำ ชี้แจงแนะนำ ให้ผู้สอบและผู้ดำ เนินการสอบมีความเข้าใจ ทั้งก่อนการสอบ ระหว่างการสอบ และหลังการสอบ 5) ควรทดลองให้ผู้สอบและผู้ดำ เนินการสอบได้อ่านคำ ชี้แจงก่อนเพื่อความเข้าใจ 6) ควรรักษารูปแบบของคำ ชี้แจงในแบบทดสอบแต่ละชนิดให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน 7) ในบางกรณีอาจต้องอธิบายคำ ชี้แจงเพิ่มเติมสำ หรับผู้เรียนจากต่างชาติ


ตัวอย่างคำ ชี้แจง 1) แบบทดสอบนี้ต้องการวัดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานช่างพื้นฐานในบ้าน 2) ลักษณะข้อสอบแบบปรนัยแบบเลือกตอบชนิด 4 ตัวเลือก จำ นวน 60 ข้อ ให้เวลาทำ 40 นาที 3) ให้อ่านข้อสอบแต่ละข้อด้วยความละเอียดรอบคอบแล้วตัดสินใจเลือกตัวเลือกที่ถูกที่สุดเพียงคำ ตอบเดียวโดยทำ เครื่องหมาย × ทับตัวอักษร ก ข ค หรือ ง ในกระดาษคำ ตอบ 4) อย่าขีดเขียนหรือทำ เครื่องหมายใด ๆ ลงในแบบทดสอบ


3.4 การจัดพิมพ์ข้อสอบ 3.4.1 เว้นระยะระหว่างตัวข้อสอบแต่ละข้อและตัวเลือกให้พอเหมาะอย่าให้ชิดติดกันจนเกินไป 3.4.2 การพิมพ์ข้อสอบต้องให้มีความถูกต้องชัดเจน 3.4.3 การจัดทำ แบบทดสอบต้องให้มีจำ นวนเกินกว่าจำ นวนที่ต้องการอยู่เสมอ 5-10 ชุด 3.4.5 ข้อสอบแบบถูก-ผิด ใช้การกาเครื่องหมายหรือเขียนวงกลม ขีดเส้นใต้ไว้ด้านหน้า (ทางซ้าย) หรือด้านหลัง (ทางขวา) ของข้อสอบ 3.4.6 การพิมพ์ข้อสอบแบบจับคู่ควรพิมพ์คำ ถามและคำ ตอบอยู่ในหน้าเดียวกัน 3.4.7 ข้อสอบที่มีรูปภาพ ควรให้อยู่ในหน้าเดียวกันกับคำ ถาม 3.4.8 ข้อสอบแบบเติมคำ ควรเว้นที่ว่างให้เติมคำ ตอบ 3.4.9 ออกแบบกระดาษคำ ตอบให้เหมาะสมในการตอบ 3.4.10 ควรตรวจทานต้นฉบับของแบบทดสอบให้มีความถูกต้องชัดเจนก่อนการจัดพิมพ์


3.5 การกำ หนดแผนการสอบ 3.5.1 แผนการสอบต้องมีความครอบคลุมทุกรายวิชา 3.5.2 จำ นวนวันที่ใช้สอบแต่ละครั้งไม่ควรมากหรือน้อยเกินไป 3.5.3 ระยะเวลาในการสอบแต่ละรายวิชาควรกำ หนดให้เหมาะสม 3.5.4 ให้ผู้สอบและผู้ดำ เนินการสอบทุกคนได้ทราบเกี่ยวกับ แผนการสอบล่วงหน้า 3.5.5 แผนการสอบที่ดีต้องมีความเป็นไปได้และมีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติ


3.6 การจัดสถานที่สอบเเละห้องสอบ 3.6.1ความสะดวก 3.6.2ความเงียบสงบ 3.6.3ความปลอดโปร่ง 3.6.4ความพอเพียงของที่นั่งสอบ 3.6.5ความเหมาะสมของโต๊ะเเละเก้าอี้ 3.6.6 ความเป็นระบบ การจัดที่นั่งสอบ อาจจัดตามแผนผังดัง ตัวอย่างต่อไปนี้


3.7 การเตรียมอุปกรณ์การสอบ ผู้ดำ เนินการสอบ จะต้องเตรียมอุปกรณ์การสอบให้พร้อมอุปกรณ์ที่สำ คัญคือ แบบทดสอบ กระดาษ คำ ตอบ ใบรายงาน ใบรายชื่อสำ หรับผู้สอบลงชื่อเข้าสอบ ซองใส่กระดาษคำ ตอบ เครื่องมือหรือ อุปกรณ์สำ หรับเย็บกระดาษคำ ตอบ ผู้เข้าสอบ ต้องเตรียมอุปกรณ์สำ หรับตนเองมาให้พร้อม เช่น ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด และ เครื่องคำ นวณในกรณีที่จำ เป็นต้องใช้ สำ หรับอุปกรณ์การสอบที่จะแจกให้ผู้สอบเช่น แบบทดสอบและกระดาษคำ ตอบ ควรจัดเตรียมไว้ ให้มีจำ นวนมากกว่าจำ นวนผู้สอบประมาณ 5-10 เพื่อสำ รองไว้ใช้ในกรณีที่กระดาษคำ ตอบขาด แบบ ทดสอบพิมพ์ไม่ชัดหรือไม่สมบูรณ์


3.8 การเตรียมผู้ดำ เนินการสอบ การสอบจะดำ เนินการไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุตามจุดมุ่งหมายของการสอบหรือไม่ เพียงใดขึ้นอยู่กับผู้ดำ เนินการสอบหรือผู้กำ กับการสอบเป็นสำ คัญซึ่งจะต้องจัดเตรียมให้ครบถ้วนตาม จำ นวนที่ต้องการและควรมีการประชุมชี้แจงแนวปฏิบัติหรือจัดทำ คู่มือดำ เนินการสอบสำ หรับแจกให้ ผู้ดำ เนินการสอบทุกคนได้ศึกษาและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติให้ถูกต้อง


ในการดำ เนินการสอบมีหลักการสำ คัญที่ผู้ดำ เนินการสอบต้องคำ นึงถึงก็คือ จะต้องให้ผู้สอบ ทุกคนมีโอกาสแสดงความสามารถด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ต้องการจะวัดอย่างเท่าเทียมกัน โดยจะต้องจัดสภาพการสอบให้ผู้สอบมีความสะดวกสบายพอสมควร สร้างบรรยากาศและเจตคติที่ดี ต่อการสอบ ให้คำ ชี้แจงแนะนำ การตอบแบบทดสอบอย่างสมบูรณ์ครบถ้วนควบคุมดูแลการสอบ อย่างทั่วถึง และขจัดสิ่งต่างๆ ที่จะมารบกวนสมาธิในการสอบทำ ให้ผู้สอบมีความวิตกกังวล ซึ่งจะมี ผลต่อคะแนนการสอบ เพราะถ้าผู้สอบมีความวิตกกังวลในขณะสอบแล้ว ก็จะตอบข้อสอบได้คะแนน 1.การดำดำดำดำเนินิ นิ นนิ นการสอบ


1.ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนเริ่มสอบ 2.ให้ผู้สอบเข้าห้องสอบก่อนเวลาสอบ 15 นาที โดยให้นั่งตามเเผ่นหลังที่นั่งสอบ 3.สร้างบรรยากาศเเละเเรงจูงใจในการสอบ 4.เเจกบททดสอบ 5.ให้ผู้สอบเขียนชื่อลงในกระดาษคำ ตอบให้ครบถ้วน 6.ให้ผู้สอบอ่านคำ ชี้เเจงในการสอน ให้โอกาสผู้สอบได้ซักถามข้อสงสัย 2.การดำดำดำดำเนินิ นิ นนิ นการก่ก่ ก่ อ ก่ อนเริ่ริ่ ริ่ มริ่ มสอบ


ควบคุมป้องกันไม่ให้มีการส่งเสียงดัง ผู้ดำ เนินการสอบยืนกำ กับการสอบในที่สามารถมองเห็นผู้สอบได้อย่างทั่วถึง ต้องควบคุมเวลาสอบให้เป็นไปตามตารางเวลาที่กำ หนดไว้ 1. 2. 3. ควรเตือนเพียง 2 ครั้งคือเมื่อหมดครึ่งเวลาและก่อนจะหมดเวลาอีกประมาณ 3 หรือ 5 นาที 4. ต้องควบคุมดูแลไม่ให้เกิดการทุจริตในการสอบ 5. ถ้าผู้สอบยกมือถามระหว่างสอบผู้ดำ เนินการสอบควรเดินไปหา 6. การดำ เนินการสอบต้องมีความยุติธรรม บริสุทธิ์ใจ ไม่ลำ เอียง 3. การดำดำดำดำเนินิ นิ นนิ นการขณะสอบ


1. สั่งให้ผู้สอบวางดินสอหรือปากกาหยุดทําข้อสอบทันที 2. เก็บรวบรวมกระดาษคำ ตอบหรือแบบทดสอบคืนตรวจนับให้ ครบถ้วนและจัดเรียง กระดาษคำ ตอบตามลำ ดับเลขที่ของผู้สอบ 3. บรรจุกระดาษคําตอบและแบบทดสอบใส่ซองเก็บและนําส่งคืนผู้ที่รับผิดชอบ 4. การดำ เนินการเมื่อหมดเวลาสอบ


การทดสอบจะเกิดคุณประโยชน์อย่างมากต่อการ เรียนการสอน ถ้าหากว่าหลังจากนําเนินการสอบ และ ตรวจให้คะแนนแล้วได้มีการนำ ผลการสอบไปใช้ให้คุ้มค่า 5. การนําผลการสอบไปใช้


5.1 การใช้ผลการทดสอบพัฒนาผู้เรียน ครูผู้สอนสามารถนำ ผลการทดสอบไปใช้พัฒนาผู้เรียนใน 3 ลักษณะดังนี้ 5.1.1 การวินิจฉัยผู้เรียน เป็นการใช้ผลการทดสอบหรือการประเมินผลก่อนการเรียนการสอน เพื่อตรวจสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียนว่ายังมี ข้อบกพร่องในเรื่องใด ครูผู้สอนจะได้จัดการสอนซ่อมเสริมความรู้พื้นฐานให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ต่อไป 5.1.2 การปรับปรุงการเรียนรู้ เป็นการใช้ผลการทดสอบหรือการประเมินผลระหว่างเรียน เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตาม จุดประสงค์การเรียนรู้หรือไม่ หากพบว่าผู้เรียนยังไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้หรือยังมีข้อบกพร่องในเรื่องใด ครูผู้สอนก็จะได้ปรับปรุงแก้ไข โตยการจัดสอนซ่อมเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 5.1.3 การตัดสินผลการเรียน เป็นการใช้ผลการทตสอบ หรือการประเมินผลรวม หลังจากสิ้นสุดการเรียนการสอนของแต่ละรายวิชา เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถในรายวิชานั้นเพียงใด แล้วพิจารณาตัดสินผลการเรียนตามเกณฑ์ที่กำ หนดว่า ผู้เรียนแต่ละคน ควรจะได้ระดับผลการเรียนใด


5.2 การใช้ผลการทดสอบปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครู เมื่อครูจัดการเรียนการสอนแต่ละรายวิชา และได้มีการทดสอบแล้ว ผลการทดสอบก็คือตัวชี้ที่แสดงถึงผลการเรียนของ ผู้เรียนซึ่งเป็นผลอันเนื่องมาจากการสอนของครูนั่นเอง ถ้าผลการเรียนหรือผลการทดสอบอยู่ในเกณฑ์ดีก็อาจกล่าวได้ว่าเป็น เพราะครูใช้เทคนิควิธีการสอนที่ดีมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าผลการเรียนหรือผลการทตสอบอยู่ในกณฑ์ไม่ดี ก็อาจกล่าวได้ว่าเป็น เพราะครูใช้เทคนิควิธีการสอนที่ไม่เหมาะสม ตังนั้นผลการทตสอบจะเป็นข้อมูลย้อนหลัง Feedback ให้ครูพิจารณาทบทวน ปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังแสดงในภาพ


5.3 การใช้ผลการทดสอบรายงานผู้ปกครอง การรายงานผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบเป็นการแสตงถึงความรับผิตชอบ ต่อการจัดการ ศึกษาของโรงเรียนหรือการจัตการเรียนการสอนของครู ว่าได้จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนได้ผล เป็นอย่างไร และจะทำ ให้ผู้ปกครองได้ร่วมมือในการปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาผู้เรียนด้วย โดย ทั่วไปโรงเรียนจะรายงานผลให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ โดยใช้สมุดรายงานประจำ ตัวผู้เรียนเพื่อ ให้ผู้ปกครองได้ทราบถึงผลการประเมินการผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ ประเมินผลการสอบปลาย ภาคหรือปลายปี


5.4 การใช้ผลการทดสอบเป็นข้อมูลสารสนเทศสำ หรับผู้บริหาร ผู้บริหารโรงเรียนจำ เป็นต้องมีข้อมูลสารสนเทศ สำ หรับประกอบการตัดสินใจในการบริหารงานจึงจะทำ ให้ การบริหารงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผลการทดสอบของแต่ละรายวิชาหรือโดยภาพรวมทั้งโรงเรียน ถือว่าเป็นข้อมูลสารสนเทศที่สำ คัญเกี่ยวกับการเรียนการสอนที่ผู้บริหารสามารถจะนำ มาเป็นข้อมูลประกอบการ ตัดสินใจในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของแต่ละรายวิชา หรือปรับปรุงและพัฒนา คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนซึ่งอาจจะมีการจัดทำ แผนหรือโครงการพัฒนาการเรียนการสอนของรายวิชาต่างๆ ที่ปรากฎผลว่า ผลการทดสอบหรือผลการเรียนรู้ของผู้เรียนไม่ดีพอ


สรุป การบริหารการสอบเป็นกลไกที่ช่วยให้การดําเนินการสอบมีความเป็นระบบเรียบร้อยยุติธรรม และได้ผลการ สอบที่ถูกต้อง เที่ยงตรง ซึ่งจะต้องอาศัย หลักการบริหารการสอบที่สําคัญ คือกำ หนดจุดมุ่งหมายของการสอบ ให้ชัดเจน มีแผนดำ เนินงาน มีแนวปฏิบัติในการดำ เนินการสอบที่เหมาะสม มีการเตรียมความพร้อมในด้าน ต่างๆ ดำ เนินการให้ผู้สอบได้รับความสะดวกสูงสุด มีความยุติธรรม และมีประสิทธิผลในการดำ เนินงาน ดังนั้น ในการบริหารการสอบจึงต้องมีการวางแผนการสอบการดำ เนินการสอบและนำ ผลการสอบไปใช้ให้คุ้มค่า ครอบคลุมทั้งในการพัฒนาผู้เรียนปรับปรุง และพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูรายงานผลต่อ ผู้ปกครอง และใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศสำ หรับผู้บริหารสถานศีกษาในการตัดสินใจ แก้ปัญหาหรือพัฒนา คุณภาพการศึกษา


Thank You


Click to View FlipBook Version