The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Natta Ponth, 2023-02-16 02:14:54

ประชากร

Populayion Glide app

ประชากร (Population)


ค าจ ากัดความ สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัย อย ู่ในพื้ นที่เดียวกัน ในระยะเวลาใด เวลาหนึ่ง ประชากร (Population) Gajaseni, 2001


ประชากร (Population) Gajaseni, 2001 1. ข้อความข้อใดกล่าวถึงสิ่งมีชีวติ ในเชิง ประชากรได้ถูกต้อง ก บนต้นมะม่วงมีแมลงตอมว่อน ช่วยให้เกิดการผสมเกสร ข ช่วงฤดูฝนต้นหญ้าในสนามขึ้น เขียวชอุ่มหนาแน่นมาก ค ในฤดูหนาวปลาทูในอ่าวไทยโต ได้ขนาดเป็นจ านวนมาก ง คืนเดือนหงายแพลงตอนใน ทะเลจะลอยขึ้นมาเปน ็ แพอยู่ที่ผิวน ้า


ประชากร (Population) Gajaseni, 2001 1. ข้อความข้อใดกล่าวถึงสิ่งมีชีวติ ในเชิง ประชากรได้ถูกต้อง ก บนต้นมะม่วงมีแมลงตอมว่อน ช่วยให้เกิดการผสมเกสร ข ช่วงฤดูฝนต้นหญ้าในสนามขึ้น เขียวชอุ่มหนาแน่นมาก ค ในฤดูหนาวปลาทูในอ่าวไทยโต ได้ขนาดเป็นจ านวนมาก ง คืนเดือนหงายแพลงตอนใน ทะเลจะลอยขึ้นมาเปน ็ แพอยู่ที่ผิวน ้า


ประชากร (Population) Gajaseni, 2001 2. ข้อมูลในข้อใดที่ให้ความหมายของ ประชากรได้ถูกต้องที่สุด ก ในปี 2527 มีนักเรียนชายใน จังหวัด ก 25,000 คน ข มะพร้าวในสวนของนาย ข มีอยู่ 250 ต้น ค เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีรถจอดอยู่ ในถนนหน้าโรงเรียน ค 500 คัน ง ในเดือนมกราคมปที ี่แล้ว ใน บ้านของนางสาว ข มีแมลงสาบและหนู อย่างละ 20 ตัว


ประชากร (Population) Gajaseni, 2001 2. ข้อมูลในข้อใดที่ให้ความหมายของ ประชากรได้ถูกต้องที่สุด ก ในปี 2527 มีนักเรียนชายใน จังหวัด ก 25,000 คน ข มะพร้าวในสวนของนาย ข มีอยู่ 250 ต้น ค เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีรถจอดอยู่ ในถนนหน้าโรงเรียน ค 500 คัน ง ในเดือนมกราคมปที ี่แล้ว ใน บ้านของนางสาว ข มีแมลงสาบและหนู อย่างละ 20 ตัว


ประชากร (Population) Gajaseni, 2001 ประชากรนกปากห่างวัดไผ่ล้อม เดือน มีนาคม 2547


ประชากร (Population) จ านวนประชากรแดนปลาดิบเมอื่ปี 2012 ลดจ านวนลงกว่า 212,000 คน ถือเป็ นการลดลงของประชากรทมี่ากทสี่ด ุ เป็ นประวัตกิารณน ์ ับตงั้แตม่กีารเกบ ็ ขอ้มล ู เมื่อปีค.ศ. 1947


ประชากร (Population) คุณลักษณะของประชากร ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตแต่ละตัวกับ สิ่งแวดล้อมทั้งในมาตราของเวลาทางนิเวศวิทยา และมาตราเวลาทางวิวัฒนาการและการคัดเลือก พันธุ์ตามธรรมชาติ ปรากฏออกมาให้เห็นเป็น คุณลักษณะของประชากรนั้น ๆ ที่ส าคัญได้แก่ 1. ความหนาแน่นประชากร 2. การกระจายตัวของประชากร (dispersion)


ประชากร (Population) 20.1.1 ความหนาแน่นของประชากร ความหนาแน่นของประชากร (population density) หมายถึง จ านวนสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันต่อ หน่วยพื้นที่หรือปริมาตร สามารถประเมินหาความ หนาแน่นได้ 2 วิธีคือ การหาค่าความหนาแน่นอย่างหยาบ (crude density) เป็นการหาจ านวนประชากร ต่อ พื้นที่ทั้งหมด (total space) ที่ศึกษา การหาค่าความหนาแน่นเชิงนิเวศ (ecological density) เป็นการหาจ านวน หรือ มวลของประชากรต่อหน่วย พื้นที่ที่ประชากรนั้น อาศัยอยู่จริง (habitat space)


ประชากร (Population) การหาค่าความหนาแน่นอย่างหยาบ (crude density) เป็นการหา จ านวนประชากรต่อ พื้นที่ ทั้งหมด (total space) ที่ศึกษา สูตรที่ใช้ในการค านวณหาความหนาแน่น ของประชากรคือ ความหนาแน่นของประชากร = N = จ านวนของประชากร A = พื้นที่หรือปริมาตร


ประชากร (Population) ป่าแห่งหนึ่งมีพื้นที่ 20 ตารางกิโลเมตร มีประชากรช้าง 5,000 ตัว แต่จากการส ารวจ อย่างละเอียด พบว่าประชากรช้างอยู่กันเป็น กลุ่มในพื้นที่เพียง 10 ตารางกิโลเมตร ความหนาแน่นของประชากรอย่างหยาบ = จ านวนประชากรทั้งหมด พื้นที่ทั้งหมด = 5,000 ตัว 20 ตารางกิโลเมตร = 250 ตัว/ตารางกิโลเมตร


ประชากร (Population) ป่าแห่งหนึ่งมีพื้นที่ 20 ตารางกิโลเมตร มีประชากรช้าง 5,000 ตัว แต่จากการส ารวจ อย่างละเอียด พบว่าประชากรช้างอยู่กันเป็น กลุ่มในพื้นที่เพียง 10 ตารางกิโลเมตร ความหนาแน่นของประชากรอย่างหยาบ = จ านวนประชากรทั้งหมด พื้นที่ทั้งหมด = 5,000 ตัว 20 ตารางกิโลเมตร = 250 ตัว/ตารางกิโลเมตร


ประชากร (Population) ป่าแห่งหนึ่งมีพื้นที่ 20 ตารางกิโลเมตร มีประชากรช้าง 5,000 ตัว แต่จากการส ารวจ อย่างละเอียด พบว่าประชากรช้างอยู่กันเป็น กลุ่มในพื้นที่เพียง 10 ตารางกิโลเมตร ความหนาแน่นของประชากรเชิงนิเวศ = จ านวนประชากรทั้งหมด พื้นที่อาศัยจริง = 5,000 ตัว 10 ตารางกิโลเมตร = 500 ตัว/ตารางกิโลเมตร


ประชากร (Population) ในสภาพธรรมชาติ พบว่าการ หา ความหนาแน่นของประชากรที่ แท้จริง (true density) โดยการ ส ารวจหรือ การนับจ านวนสิ่งมีชีวิต ทั้งหมด (total count) ต่อหน่วยพื้นที่ นั้นท ำได้ค่อนข้ ำ งย ำก เนื่องจ าก สิ่ง มี ชี วิ ต โ ด ย ส่ ว น ใ ห ญ่ มั ก มี ก า ร เคลื่อนย้ายและไม่ค่อยอยู่กับที่ ดังนั้นจึงมีวิธีการประเมินค่าความ หนาแน่นของประชากร ซึ่งสามารถท า ได้ดังนี้


ประชากร (Population) สุ่มตัวอย่างแบบวางแปลง (quadrat sampling method) เป็นวิธีการ วางแปลงสุ่มตัวอย่างสิ่งมีชีวิตบางส่วนในบริเวณ ที่ต้องการศึกษา แล้วน ามาคิดค านวณเทียบ กับพื้นที่ทั้งหมดเพื่อหาความหนาแน่นซึ่งเหมาะ ส า ห รับ สิ่ ง มี ชี วิ ต ที่ ค่ อนข้ า ง อ ยู่ กับ ที่ เ ช่ น พืช เพรียงทะเล


ประชากร (Population) ท าเครื่องหมายและจับซ้ า (mark and recapture method) เป็นวิธีการท าเครื่องหมายสัตว์ที่จับแล้วปล่อย เมื่อจับใหม่จะได้ทั้งตัวที่มีเครื่องหมายและตัวที่ไม่ มีเครื่องหมาย ข้อควรค านึงก็คือว่าในขณะที่ใช้ วิธีนี้สัตว์ต้องไม่มีการอพยพเข้า อพยพออก หรือ มีการเกิด การตาย จึงจะได้จ านวนที่ใกล้เคียง ความจริงสามารถค านวณได้จากสูตร


ประชากร (Population) ท าเครื่องหมายและจับซ้ า (mark and recapture method) เมื่อ P = ประชากรที่ต้องการทราบ T2 = จ านวนสัตว์ทั้งหมดที่จับได้ครั้งหลังทั้งที่มีเครื่องหมาย และไม่มีเครื่องหมาย M1 = จ านวนสัตว์ที่จับได้ครั้งแรกและท าเครื่องหมายทั้งหมด แล้วปล่อย M2 = จ านวนสัตว์ที่มีเครื่องหมายที่จับได้ครั้งหลัง


ประชากร (Population) ในการจับครั้งที่หนึ่งนักเรียนจับกระต่ายได้7 ตัว และได้ท า เครื่องหมายบนตัว กระต่ายทั้ง 7 ตัว ก่อนที่จะปล่อยมันกลับไปใน ธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ นักเรียนจับกระต่าย ครั้งที่ สอง ได้กระต่ายทั้งหมด 8 ตัว ซึ่งเป็นกระต่ายที่มีเครื่องหมาย 2 ตัว นักเรียนจงค านวณจ านวน สมาชิกทั้งหมดของประชากร กระต่าย จากโจทย์จะได้ว่า T2 = 8, M1 = 7 และ M2 = 2 แทนค่าในสูตรจะได้ว่า P = 8 x 7 2 P = 28 ดังนั้นประชากรกระต่ายที่ศึกษามีสมาชิก 28 ตัว


ประชากร (Population) การกระจายตัวของประชากร (dispersion) ในแต่ละพื้นที่มีสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันหรือต่าง ชนิดกันอาศัยอยู่ร่วมกันในปริมาณที่แตกต่างกัน เนื่องจากมีปัจจัยจ ากัด (limiting factor) บางประการที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดที่ไม่ เหมือนกัน และเป็นสาเหตุที่ท าให้เกิดการ แพร่กระจายของประชากรเกิดขึ้น


ประชากร (Population) การกระจายตัวของประชากร (dispersion) การกระจายตัวของประชากรถูกก าหนดโดย ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่ประชากรนั้นปรากฏอยู่ ได้แก่ 1. ปัจจัยทางกายภาพ เช่น แสง น้ า อุณหภูมิ สารอาหาร 2. ปัจจัยทางชีวภาพ ได้แก่ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างชนิด สิ่งมีชีวิต เช่น การแก่งแย่ง การล่า หรือ สภาวะปรสิต 3. สถานะทางภูมิศาสตร์ ที่ส าคัญได้แก่สิ่งที่ขวางกั้น การแพร่กระจายของประชากรนั้น (Barrier) เช่น ภูเขา ทะเล ทะเลทราย เกาะ เป็นต้น


ประชากร (Population) การกระจายตัวของประชากร (dispersion) ปัจจัยทางกายภาพ ความสูงจากระดับน้ าทะเล มีผลต่อการแพร่กระจายของพืช บางชนิด อุณหภูมิในพื้นที่แถบทะเลทรายซึ่งมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงนั้น มักจะพบว่ามีพืชบางชนิดเท่านั้นที่สามารถขึ้นอยู่ได้ เช่น พืช จ าพวกกระบองเพชร เนื่องจากสามารถทนต่ออุณหภูมิที่สูงถึง 60 องศาเซลเซียสได้ดี ความเป็นกรด-เบส พืชบางชนิด เช่น ข้าวพบว่าสามารถ เจริญเติบโตและให้ผลผลผลิตดีที่สุดในสภาพดินเหนียวและในดิน ที่มีน้ าท่วมขังซึ่งมีค่าความเป็นกรด-เบส อยู่ในช่วง 6.5 - 7.0 แสง มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชบางชนิด เช่น เดือย ซึ่งเป็น พืชวันสั้น (short-day plant) ต้องการแสงแดดจัด ในช่วงสั้นๆ และอุณหภูมิสูงในการเจริญเติบโต


ประชากร (Population) การกระจายตัวของประชากร (dispersion) ปัจจัยทางชีวภาพ 1. ภาวะผู้ล่า 2. การแก่งแย่งแข่งขัน 3. สิ่งมีชีวิตต่างถิ่น


ประชากร (Population) รูปแบบการกระจายของประชากร 1. การรวมกลุ่ม (Clumped) - พบมากที่สุด - สิ่งแวดล้อมไม่สม่ าเสมอ 2. สม่ าเสมอ (Uniform) - พบไม่บ่อย - การแก่งแย่งรุนแรง 3. แบบสุ่ม (Random) - ค่อนข้างหายาก - สิ่งแวดล้อมสม่ าเสมอ - การต่อสู่ไม่รุนแรง


ประชากร (Population) รูปแบบการกระจายของประชากร


ประชากร (Population) รูปแบบการกระจายของประชากร 1. การรวมกลุ่ม (Clumped) - พบในธรรมชาติมากที่สุด ส่วนใหญ่มักพบอยู่ รวมกันด้วยเหตุผลหล ายป ร ะก าร เช่น สภาพแวดล้อมมีความแตกต่างท าให้เกิดแหล่ง ที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกัน เช่นไส้เดือนดินพบ ตามดินร่วนซุย และมีความชื้นสูง มีอินทรีวัตถุ มาก - การสืบพันธ์ที่ท าให้สมาชิกในประชากรมา อยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะตัวอ่อน ที่ยังอาศัยการ เลี้ย งดูจ ากพ่อแม่ เช่นสัตว์ที่อยู่ในกลุ่ม ครอบครัว เช่น ชะนี หรือรูปแบบพฤติกรรมที่ อยู่เป็นกลุ่ม เช่น ฝูงนก ฝูงวัวควาย ฝูงปลา โขลงช้าง


ประชากร (Population) รูปแบบการกระจายของประชากร 1. การรวมกลุ่ม (Clumped)


ประชากร (Population) รูปแบบการกระจายของประชากร 2. การแพร่กระจายแบบสุ่ม (random spatial pattern) พบมากในประชากรที่อาศัยในธรรมชาติ โดยเฉพาะประชากรที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ เหมือนกัน และไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงจึงไม่มีการ แก่งแย่งแข่งขันระหว่างสมาชิกและไม่มีการ รวมกลุ่มสมาชิก เช่น กำรแพร่กระจำยของพืชที่มี เมล็ด ปลิวไปกับลม หรือสัตว์ที่กินผลไม้แล้ว ขับถ่ำยทิ้งอุจจำระไว้ตำมที่ต่ำงๆ และในอุจจำระ นั้นมีเมล็ดพืชปะปนอยู่จึงงอกกระจำยทั่วๆไป


ประชากร (Population) รูปแบบการกระจายของประชากร 2. การแพร่กระจายแบบสุ่ม (random spatial pattern)


ประชากร (Population) รูปแบบการกระจายของประชากร 3. การแพร่กระจายแบบสม่ าเสมอ (clumped spatial pattern) การแพร่แบบนี้มักพบในบริเวณที่มีปัจจัยทาง กายภาพบางประการที่จ ากัดในการเจริญเติบโต เช่น ความชื้น อุณหภูมิ และลักษณะของดิน เป็นต้น เช่น - กระบองเพชรยักษ์ ที่ขึ้นในทะเลทรายรัฐ อริโซนา - การปลิวของผลยางไปตกห่างจากต้นแม่ - การที่ต้นไม้บางชนิดมีรากที่ผลิตสารพิษ


ประชากร (Population) รูปแบบการกระจายของประชากร 3. การแพร่กระจายแบบสม่ าเสมอ (clumped spatial pattern)


ประชากร (Population) รูปแบบการกระจายของประชากร 3. การแพร่กระจายแบบสม่ าเสมอ (clumped spatial pattern)


ประชากร (Population) ขนาดของประชากร ประชากรสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติมีขนาดคงที่ในช่วงระยะ เวลาใดระยะเวลาหนึ่งซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ เพราะโดยปกติแล้วขนาด ของประชากรสิ่งมีชีวิตการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรเกิดขึ้น เมื่อมีสมาชิกเข้ามาหรือออกจากกลุ่มประชากรนั้นๆ เช่น มีการเกิด หรือการอพยพเข้าหรือการตายและการอพยพออกเกิดขึ้น


ประชากร (Population) ขนาดของประชากร ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร 1. อัตราการเกิด การเกิดเป็นการเพิ่มจ านวนสมาชิกใหม่ในกลุ่ม ประชากรเป็นผลมาจากการสืบพันธุ์อัตราการ เกิด (birth rate) ค านวณได้จากจ านวนของสิ่งมีชีวิตที่เกิด ใหม่ต่อจ านวนสิ่งมีชีวิตนั้นจ านวน 1,000 ตัว 2. อัตราการตาย การตายเป็นการลดจ านวนสมาชิกในกลุ่มประชากร อัตราการตาย (death rate) ค านวณได้จากจ านวนสิ่งมีชีวิต ที่ตายต่อจ านวนสิ่งมีชีวิตนั้นจ านวน 1,000 ตัว


ประชากร (Population) ขนาดของประชากร ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากร 3. การอพยพ การอพยพ (migration) มีผลท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาด ของประชากรทั้งเนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายของสิ่งมีชีวิตจากแหล่งหนึ่งไป ยังอีกแหล่งหนึ่ง ท าให้จ านวนสมาชิกสิ่งมีชีวิตนั้นเพิ่มจ านวนขึ้นหรือลดจ านวนลงได้ซึ่งการ อพยพดังกล่าวนี้มี 2 ลักษณะ คือ 1. การอพยพเข้า (immigration) เป็นการเคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิต จากประชากรแหล่งอื่นเข้ามารวมกลุ่มกับประชากรที่มีอยู่เดิมท าให้ จ านวนประชากรในแหล่งนั้นเพิ่มจ านวนขึ้น 2. การอพยพออก (emigration) เป็นการเคลื่อนย้ายสิ่งมีชีวิต จากประชากรแหล่งเดิมออกไปสู่แหล่งใหม่มีผลท าให้จ านวนประชากรใน แหล่งนั้นลดจ านวนลง


ประชากร (Population) ขนาดของประชากร ปัจจัยที่มีผลต่อจ านวนประชากร Population density Natality Mortality Immigration Emigration + + - - -


ประชากร (Population) ขนาดของประชากร ปัจจัยที่มีผลต่อจ านวนประชากร


ประชากร (Population) รูปแบบการเพิ่มของประชากร 1. การสืบพันธุ์เพียงครั้งเดียวในช่วงชีวิต (single reproduction) สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ก็จะ ออกลูกออกหลาน จากนั้นก็ตาย ตัวอย่างเช่น แมลงต่างๆ เช่น แมลงชีปะขาว ผีเสื้อและตัวไหม เป็นต้น หรือไม้ล้มลุกบางชนิด เช่น คะน้า กวางตุ้ง ข้าว และถั่วเขียว เป็นต้น


ประชากร (Population) รูปแบบการเพิ่มของประชากร 2. การสืบพันธุ์ได้หลายครั้งในช่วงชีวิต (multiple reproduction) สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ได้แก่ สัตว์มี กระดูกสันหลัง เช่น สุนัข แมว มนุษย์ ไม้พุ่ม เช่น ชบา แก้ว เข็ม และไม้ยืนต้น เช่น มะม่วง ขนุน ส้ม ล าไย เป็นต้น


ประชากร (Population) รูปแบบการเพิ่มของประชากร 1. การเพิ่มของประชากรแบบเอ็กโพเนนเชียล พบได้ในสิ่งมีชีวิตที่มีการสืบพันธุ์เพียงครั้ง เดียวในช่วงชีวิตในแต่ละรุ่นดังเช่น พวกแมลงต่างๆ เมื่อ ตัวเมียวางไข่แล้วก็ตาย


ประชากร (Population) 2. การเพิ่มของประชากรแบบลอจิสติก เป็นการเพิ่มจ านวนประชากรที่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม หรือมีตัว ต้านทานในสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง ตัวอย่างของการเพิ่ม ประชากรการศึกษาการเพิ่มจ านวนของเซลล์ยีสต์ที่เพาะเลี้ยงใน ห้องปฏิบัติการ โดยมีการจ านวนเซลล์ยีสต์ทุก ๆ 2 ชั่วโมง


ประชากร (Population) จากกราฟจะเห็นได้ว่าการเพิ่มประชากรแบบลอจิสติกสามารถเขียนกราฟ ได้เป็น รูปตัวเอส (S- shape) หรือ กราฟแบบซิกมอยด์(singmoidal curve) ซึ่งแบ่งระยะต่างๆ ออกได้เป็น 4 ระยะด้วยกัน คือ ระยะที่ 1 : ชั่วโมงที่ 2-6 พบว่าอัตราการเพิ่มประชากรเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากประชากรเริ่มต้นยังมีจ านวนน้อย ระยะที่ 2 : ชั่วโมงที่ 6-10 พบว่าอัตราเพิ่มประชากรเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประชากรเริ่มต้น (ก่อนการแบ่งเซลล์เจริญเติบโต แพร่พันธุ์) มีจ านวนมาก ระยะที่ 3 : ชั่วโมงที่ 10-14 พบว่าอัตราการเพิ่มประชากรช้าลง เนื่องจากมีตัวต้านทานในสิ่งแวดล้อมเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ระยะที่ 4 : ชั่วโมงที่ 14-18 พบว่ามีอัตราเพิ่มประชากรค่อนข้าง คงที่ เนื่องจากประชากรสามารถปรับตัวต่อต้านทานในสิ่งแวดล้อมได้ จึงมีอัตราเกิด เท่ากับอัตราตาย


ประชากร (Population) การรอดชีวิตของประชากร สิ่งมีชี วิต แต่ล ะชนิดมีแบบแผนกา รรอดชี วิตขอ ง ประชากรซึ่งขึ้นอยู่กับ ช่วงอายุขัย (lifespan) ของ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด สิ่งมีชีวิตบางชนิด เช่น แมลงมีช่วง อายุขัยสั้น แต่ในสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น ช้างและคนมีช่วง อายุขัยยาวนานเฉลี่ย 70-120 ปี


ประชากร (Population) การรอดชีวิตของประชากร รูปแบบที่ 1 สิ่งมีชีวิตมีอัตราการรอดชีวิตสูงในวัยแรก เกิดและจะคงที่เมื่อโตขึ้น หลังจากนั้นอัตราการรอดชีวิตจะต่ าเมื่อ สูงวัยขึ้นสิ่งมีชีวิตดังกล่าว เช่น มนุษย์ ช้าง ม้า สุนัข เป็นต้น รูปแบบที่ 2 สิ่งมีชีวิตมีอัตราการรอดชีวิตที่เท่ากันในทุก วัย เช่น ไฮดรา นก เต่า เป็นต้น รูปแบบที่ 3 สิ่งมีชีวิตมีอัตราการรอดชีวิตต่ าในระยะแรก ของช่วงชีวิต หลังจากนั้นเมื่ออายุมากขึ้นอัตราการรอดชีวิตจะสูง เช่น ปลา หอย และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังส่วนใหญ่ เป็นต้น


ประชากร (Population) ประชากรมนุษย์


ประชากร (Population) จ านวนประชากรแดนปลาดิบเมื่อปี 2012 ลดจ านวนลง กว่า 212,000 คน ถือเป็นการลดลงของประชากรที่มาก ที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลเมื่อ ปีค.ศ. 1947


ประชากร (Population) การเติบโตของประชากรมนุษย์


ประชากร (Population) การเติบโตของประชากรมนุษย์ 1. ถ้าการเพิ่มประชากรมนุษย์เป็นแบบรูปตัวเจ นักเรียนคิด ว่าการเพิ่มประชากรในลักษณะนี้จะมีที่สิ้นสุดหรือไม่ อย่างไร 2. นักเรียนคิดว่ามีตัวต้านทานในสิ่งแวดล้อมอะไรบ้างที่มีผล ต่อการเพิ่มจ านวนประชากรมนุษย์


ประชากร (Population)


ประชากร (Population) การเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรสิ่งมีชีวิตขึ้นอยู่กับ อัตราการเกิด อัตราการตาย และอัตราการอพยพ ในประชากร มนุษย์ก็เช่นเดียวกันพบว่าใน การศึกษาเรื่องประชากรมนุษย์ (demography) นักประชากรศาสตร์จะใช้อัตราการเกิด หรือ อัตราการเกิดเชิงประเมิน (crude birth rate) และอัตราการ ตาย หรือ อัตราการตายเชิงประเมิน (crude death rate) ในการน าเสนอข้อมูลในภาพรวมอย่างคร่าวๆ ปัจจัยที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดประชากรของมนุษย์


Click to View FlipBook Version