The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Warisa Nakwang, 2024-01-13 09:21:20

My book my life

My book my life

1 รู้จักตัวตนของฉันที่ได้ที่นี่ ความฝันเป็นสิ่งที่ไม่มีขีดจ ากัด หรือกฎเกนฑ์ เราสามารถฝันว่าอยากเป็น อะไรก็ได้ ขอแค่เคารพตัวเองและเชื่อมั่นว่าเราท าได้... จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง Mindsetของคนเราแตกต่างกัน ขอให้เปิด ใจและคิดตาม -โดยนางสาว วริษา นาคหวัง (เต้าหู้) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.8 โรงเรียนจ่านกร้อง ไม่ตัดสินใครทั้งที่ยังไม่รู้จักตัวตนของเขา จงรู้จักเขาก่อนที่จะบอกว่าเขาเป็นคนยังไง


2 TAO HU TAO HU TAO HU TAO HU TAO HU TAO HU TAO HU TAO HU


3 ค ำน ำ หนังสือเล่มนี้สร้างขึ้นเพื่อบ่งบอกถึงตัวตนของผู้เขียน โดยการเล่า เรื่องราวตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ความคิดและการใช้ชีวิตต่างๆ จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้น การเจริญเติบโตของผู้เขียน มีทั้งสิ่งที่ประสบ ความส าเร็จและสิ่งที่ผิดพลาด ผู้เขียนจึงมีจุดประสงค์ที่จะให้ผู้อ่านได้รับรู้ ว่าผู้เขียนเป็นคนยังไง และหวังว่าจะสร้างความสนุกสนานให้กับผู้อ่าน ทุกคน


4 สำรบัญ


5 Past (อดีต)


6 วัน พฤหัสบดี ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ 2550 เด็กน้อยคนหนึ่งชื่อว่า วริษา นาคหวัง..น ้าเต้าหู้.. ลืมตาดูโลก เป็นวันที่แม่เจ็บที่สุดในชีวิต แต่ก็มี ความสุขมากเหมือนกัน เกิดมาด้วยน ้าหนัก 3.340 กรัม ปากสีชมพูแก้ม ย้อยๆ น่าบีบมาก ที่มาของชื่อ วริษา เนื่องด้วยวันที่เกิดตรงกับฤดูฝน และ วริษา แปลว่า ฝน ส่วนที่มาของชื่อเต้าหู้นั้น เพราะว่าพี่สาวชอบดื่มน ้าเต้าหู้ พอแม่ถามพี่ว่าน้องชื่ออะไรดีพี่ลองบอกว่า น ้าเต้าหู้ คิดว่าเป็นชื่อที่เข้ากับ พี่สาวพอดีพี่ชื่อน ้าหวาน น้องชื่อน ้าเต้าหู้ ตอนแรกแม่บอกว่าจะตั้งชื่อว่า แพนเค้ก พอฟังที่แม่เล่าก็รู้สึกรักพี่ขึ้นมาทันที คิดสภาพที่มีคนเรียกว่าแพน เค้กแต่หน้าคือโบราณมาก แม่เอาความคิดนี้มาจากไหนกันนะ


7 ตั้งแต่เด็ก เราก็ชื่นชอบในการร้องเพลงมาก เป็นเด็กที่กล้าแสดงออก เวลามีงานก็จะได้เต้นตลอด เพลงแรกที่แม่เปิดให้ฟังก็คือเพลง กอดฉัน ฉบับหญิงธิติกานต์ ตอนนั้นจ าได้เวลาขึ้นรถจะให้เปิดแต่เพลงนี้แล้วร้องตามจนจบเพลง ช่วงนั้นเป็นช่วงเทศกาล เพื่อนของแม่เขาชอบร้องคาราโอเกะ แค่เห็นก็วิ่ง เข้าหาแล้วจนทุกคนเปิดเพลงให้ เราร้องได้อยู่เพลงเดียวเพราะอ่านหนังสือไม่ออกแต่ไม่สามารถท าอะไร ได้เพราะในเมื่อไมค์อยู่ในมือเรา เราสามารถท าอะไรก็ได้ เพลงไหนเคยฟัง ก็ร้องแบบด าน ้าไป เต้นบ้างเล็กน้อย บวกกับทางบ้านของพ่อมีรถเครื่องเสียงที่จะช่วยงานวัดเสมอจึงท าให้ ยิ่งชื่นชอบในดนตรีมาก รถที่บรรทุกเครื่องเสียงคือรถอีแต๋น แถวบ้านจะเรียกว่ารถไทยแลนด์ พ่อ จะเป็นคนขับเราก็จะขอขึ้นไปนั่งข้างๆ ทุกครั้ง ถึงจะเสียงดังขนาดไหนก็ สามารถอยู่ได้ทั้งวัน


8 ตอนเด็กเคยคิดว่า อยากเป็นผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่ดูมีอิสระมาก แต่พอโตขึ้น อยากมีประตูโดราเอม่อน แล้วกลับไปบอกกับตัวเองว่า เด็กนี่แหละอิสระที่สุด ใช้ชีวิตให้มีความสุข


9 พอถึงประถมศึกษา แม่เลือกที่จะให้ในโรงเรียนในหมู่บ้าน ชื่อว่า โรงเรียนวัดท้องโพลง เป็นโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดในต าบลดงประค า มีนักเรียน ประมาณ 200 กว่าคน ประถมต้น ครูให้เราไปประกวดมารยาทงาม ตั้งแต่ ป.2 ถึง ป.3 ได้รางวัลรองชนะเลิศตลอด แต่มีหนึ่งกิจกรรมที่ได้ไปแข่งที่ชาติตระการ คือ ตอบปัญหาภาษาไทย ซึ่งตอนเราไปแข่งเรายังไม่รู้เลยว่าเรามาท าอะไร ครูบอกว่า เห็น ท่องอาขยานได้ก็เลยให้มาแข่ง แต่พอแข่งจริงคืออ่านอะไรก็ไม่รู้ยาวมาก เราเลยบอกกรรมการไปว่า หนูอ่านแบบน านองเสนาะไม่ได้ กรรมการเลย ให้อ่านแบบร้อยแก้ว เละเหมือนเดิม เพราะตื่นเต้นมาก ในใจคิดว่าจะได้มา ท่อง แมวเอ๋ยแมวเหมียว ยังดีที่เพื่อนท าข้อสอบแล้วได้คะแนนดีพอติด อันดับอยู่บ้าง ตอนนั้นเราดื้อมาก ตีกับเพื่อนที่เป็นสาวสองทุกวัน จนครูท าโทษ สารพัด จับนั่งด้วยกัน ตี มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งคือ เรานั่งกับเพื่อนที่ตีด้วยกัน ทุกวัน จนนึกอะไรสนุกๆออก เราให้เพื่อนหาเหาบนหัวให้ เพื่อนจับมาตัว


10 ใหญ่หนึ่งตัว เราอยากแกล้งเพื่อนผู้หญิงข้างหน้าเลยเอาเหาโยนใส่หัว เพื่อนข้างหน้า แล้วนั่งข ากันอยู่สองคน และมีอยู่เหตุการณ์นึงที่จ าขึ้นใจที่สุด ตอน ป.3 ครูให้เขียนตามค า บอกต้องเขียนให้ถูกทุกค าจึงจะได้กลับบ้าน เราขี้เกียจมาก เราลักไก่ โดย การเขียนค าลงในสมุดตัวบางๆ ท าอย่างนั้นมาตลอด จนวันนึงครูจับได้ เพราะตอนนั้นลบค าที่เขียนไม่สะอาด ครูเห็นแล้วครูก็บอกทุกคนว่า เต้าหู้ ลักไก่ ตอนนั้นเพื่อนล้อเราเกือบทุกคนเลย เราอายมาก อีกวันหนึ่งเราได้อยู่เย็นเพราะเขียนค าผิด แม่เรามารับที่ตึก ครูเลย บอกแม่ว่า เราลักไก่ จนท าให้ครูอีกคนที่เราเคารพมากได้เย็น ตอนนั้นเรา อายที่สุดคิดว่าทั้งโลกนี้เราคือคนที่เลวมาก เรากลับบ้านรีบวิ่งเข้าห้องและก็ล็อกประตู จนแม่มาเคาะประตู แต่ เราไม่ยอมเปิด เราร้องให้หนักมาก กลัวแม่ด่า กลัวแม่จะอายที่มีลูกแบบนี้ กลับกลายเป็นว่า แม่บอกให้เปิดประตู พอเราเปิดความคิดแรกคือแม่ต้องตี แน่ๆ แต่ตอนนั้น แม่เข้ามากอด แล้วบอกว่า ไม่ได้เสียใจ ขอแค่ครั้งหน้า อย่าท าอีก


11 ท าให้เราไม่อยากไปโรงเรียนเลย เรากลัวว่าครูจะคิดว่าเราเป็นคน ยังไงแต่พอไปโรงเรียนกลับกลายเป็นว่าไม่มีครูคนไหนพูดถึงเรื่องนี้เลย มี แค่แต่เพื่อนที่ล้อตามภาษาเด็กน้อยก็เท่านั้น จึงท าให้เราคิดที่จะเปลี่ยน นิสัย บวกกับตอนนั้นเกรดตกจนพ่อว่า ประถมปลาย พอขึ้นมาชั้น ป.4 ก็ยังอินกับการร้องเพลงอยู่ ครั้งแรกที่งาน ประจ าหมู่บ้าน ชื่องานว่านักร้องบ้านนอก เราต้องเพลง ต้องฮักให้สุดใจ ของป๊ อปปี้ ปรัชญาลักษณ์ ปีนี้สร้างต านานสุด คือผู้ใหญ่บอกว่าใครอยาก ร้องเพลงเพิ่มเติมสามารถขอได้ เราเห็นเพื่อนร้อง เพื่อนร้องเพราะมากเคย ออกรายการช่อง 8 เราก็อยากเป็นแนวโจ๊ะๆ เราเลือกเพลง ผัวทิ้ง บอกเลย ได้ติ๊บเยอะมาก มีแต่คนชอบ ยิ้มตามกันใหญ่เลย ตั้งแต่วันนั้นพ่อเราก็โดน เเซวมาตลอด มีแต่คนบอกว่าเราร้องเเทนใจแม่ พออยู่ที่โรงเรียนเลยไปหาครูคนนึง เราจ าได้เลยตอนนั้นครูเค้าดูดีใจมาก เพราะนานๆทีจะมีนักเรียนมาบอกครูว่าอยากร้องเพลง ปกติจะไม่มีคน กล้าเท่าไหร่ เราหาเพื่อนไปกัน 3 4 คน เราได้ร้องเพลงลูกทุ่ง ส่วนเพื่อนเรา ร้องเพลงลูกกรุงและเพลงพระราชนิพนธ์ นั่นคือเป็นการขึ้นเวลาที่ครั้งที่ 2 เป็นเวลาทีที่ตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยร้องเพลงแบบนี้มาก่อน กดดันมาก ทุกอย่างคือการแข่งขัน แต่ก็ท าเต็มที่แล้ว ซ้อมเพลงสาวเพชรบุรี แต่ร้อง เพลง รอที่พุมเรียง เพราะไม่มั่นใจในตัวเอง ผลการเเข็งขันคือได้ที่ 3


12 ต่อมาได้รับมอบหมายให้เป็นดรัมเมเยอร์ไม้แรก ไม่รู้ท าไมตอนนั้นถึงมี ความมั่นใจขนาดนี้แต่สนุกมาก ผ่านมา 1 ปี อยู่ชั้น ป.5 ชั้นนี้เป็นอะไรที่ สนุกที่สุดเพราะได้ท ากิจกรมมทุกอย่าง กีฬาสี กีฬากลุ่ม วอลเลย์ ฟุตบอล ตะกร้อ พอเข้าค่ายลูกเสือครั้งแรกมีการแสดงรอบกองไฟก็ได้เป็นตัวเอก เลย นั่นคือ สโนไวท์ ลิปซิงค์ 4 โพด า ตลกสุดๆ ต่อมาชั้น ป.6 เป็นที่โตในระดับประถม ได้ความอิสระมาก แต่กีฬาสีครั้ง นี้เราได้คัดตัวไปร ามวยไทยตอนแรกจะได้เป็นดรัมเมเยอร์แต่เราไม่รู้ว่าเค้า จัดการแสดงต่อจากขบวนพาเรด ตอนนั้นครูเค้าเหมือนจะโกรธเราเลยตัด เราออก เราร้องให้เลย ครูอีกคนเลยบอกว่าไม่เป็นไรมาร ามวยนี่แหละ เรา ว่าเป็นความคิดที่ดี ต่อมาก็งานลอยกระทงหมู่บ้านเรานั้นจัดกิจกรรม ยิ่งใหญ่ในทุกๆปี ทางวัดเลยขอให้โรงเรียนส่งการแสดงครูพละเลยส่งการ ร ามวยไทย ครั้งนี้เราภูมิใจในตัวเองมาก เป็นการเปิดประสบการณ์ที่ดีมาก ผู้ชมเยอะมาก มีแต่ญาติที่น้องทั้งนั้นเลย 2เดือนต่อมา เป็นการกีฬากลุ่มของต าบล ครั้งนี้เราได้เข้าร่วมอยู่ในวง ดุริยางค์ของโรงเรียน ไปเป่ าเมโลเดียน เอาจริงดิ.. เราเป่าได้แค่ โด โด มี ซอน ซอน ลา ที โด เร มี เร โด ลา ซอน ลา ที โด มี โด เร โด โด เป็นเพลง ชาติไทย แล้วเป่ าไม่จบเพลงด้วยเหมือนเพื่อแค่ให้แถวเต็ม และเราก็ได้เป็น


13 นักกีฬาของโรงเรียน ได้เป็นตัวจริง ฟุตบอล วอลเลย์ และตะกร้อเราแข่ง ฟุตบอล เป็นกองหน้า คือต้องเข้าใจว่าผู้หญิงแข่ง เล่นกันมั่วๆ รุมกันไปกัน มา เราต้องวิ่งทั่งสนามเพราะกองหลังไม่แข็ง ตัวที่เล่นเป็นไม่มา และแข่ง แบบนี้ 3 วัน สุดท้ายแล้วก็ได้ที่ 2 ของต าบล ส่วนวอลเลย์และตะกร้อนั้น อย่าพูดถึงเลย เน้นเข้าร่วมไม่เน้นเข้ารอบ มาถึงเวลาที่เคร่งเครียด มีทั้งo-net กับการสอบเข้าม.1ตอนนั้นคิดว่าเรา อยู่โรงเรียนบ้านนอกการที่จะเข้าไปในโรงเรียนใหญ่ๆในตัวเมืองนั้นเป็น อะไรที่ยากมากๆส าหรับเด็กคนนี้เพราะตอนประถมไม่ได้ตั้งใจเรียนเลย ท า แต่กิจกรรม แต่จบป.6 ด้วยยเกรด 4.00 ก็งงเหมือนกันว่าท าได้ยังไง เรา สมัครสอบห้องGiftedโรงเรียนจ่านกร้อง เป็นสนามสอบที่ตื่นเต้นที่สุด แล้วการมาสอบครั้งนี้คือมากับพ่อแม่เพื่อน ก็ยิ่งกดดันใหญ่ พอถึงเวลาประกาศผลสอบเราไม่ติด ตอนแรกเราไม่รู้สึก เสียใจเท่าไหร่ เพราะรู้อยู่แล้วว่าท าข้อสอบไม่ได้แต่พอไปคุยกับพ่อ พ่อ บอกว่า...ก็มัวแต่เล่นโทรศัพท์ ไม่อ่านหนังสือ ตอนนั้นเราร้องให้เลย คือ ความผิดหวังครั้งแรกกับการเรียน ท าให้เรากลัวกับการสอบห้องธรรมดาใน ครั้งต่อไป


14 และสิ่งที่ไม่คาดคิดคือ การเกิดโรคระบาดโควิด-19 เป็นการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่ทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัย และกักตัว ท าให้การสอบเข้า ม.1 ต้องเลื่อนออกไป ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่ผิดหวัง เราก็อ่านหนังสือตั้งแต่เดือน มีนาคม จนถึงเดือนพฤษภาคม อ่านทุกวันเลย เวลาเราอ่านพ่อก็ไม่เห็น แล้วก็ชอบบอกว่า มัวแต่เล่นโทรศัพท์แบบนี้ไง ไม่ติดหรอก เป็นสิ่งนึงที่ท า ให้เรามีแรงฮึดสู้มาถึงวันที่ผลสอบเข้าม.1 ออก พี่เราส่งมาให้ในแชทตอน เที่ยงคืน..เองงงง ติดแล้ว และใช่พอตื่นเช้ามาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดส าหรับตอน นั้น เรากระโดดอย่างดีใจ เข้าไปกอดยายแล้วบอกว่า หนูท าได้แล้ว สถานี ต่อไป มัธยมศึกษา โรงเรียนจ่านกร้อง


15 มัธยมศึกษาตอนต้น


16 สวัสดีเราเด็กม.1 ห้อง 1.11 แผนการเรียนวิทย์-คณิต วันนี้เป็นวันมอบตัวเข้า ม.1 มีเด็กจ านวน 40 มารวมอยู่ในห้องเดียวกัน โดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ทุกคนดูเงียบและนิ่ง มีความเขินกันอยู่ พอกลับ บ้านไป มีคนทักมาว่า แกๆ แกชื่ออะไร ซึ่งนั่นคือ ปพิชญา หรือ ต้นหลิว เราก็คุยแชทกับไปซักพักแล้วก็พี่งรู้ว่าบ้านเราไม่ได้ห่างกันมาก เราเลยบอก ว่าโทรกันมั้ย เราคุยกันเป็นชั่วโมง ตอนแรกๆ ก็ แก เค้า ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง กู มึง คนเราอะไรมันจะเริ่ดขนาดนี้ นี่คือเพื่อนคนแรก มาถึงวันเปิดเทอมวันแรก ปกติเราเป็นคนเมารถอยู่แล้ว แล้วเรากินหมี่เหลืองไป 1 ห่อ ตอนตี 5 ครึ่ง พอขึ้นรถ เราหัดไปทางไหนก็มีแต่หน้าจอโทรศัพท์ ท าให้เราปวดหัวมาก เราทนจนถึงในเมือง แต่อ้วกออกมาแถวๆ โรงเรียนหญิงล้วนที่หนึ่ง ตอนนั้น ทั้งอายทั้งเหม็น พอถึงโรงเรียนเรารีบไปเข้าห้องน ้า เราทักบอกเพื่อนใน กลุ่มที่คุยกันก่อนเปิดเทอม มึงกูอ้วก เราจ าได้เลยว่ามีหลิวคนเดียวที่สนใจ เรา และไม่รังเกียจ แต่เห็นเพื่อนคนอื่นกับไม่มองด้วยยซ ้า เราเข้าห้องน ้า หลังตึกหนึ่งห้องที่ 1 เราถอดเสื้อซักใหม่ทุกอย่าง ตัวเปียกทั้งตัว แล้วรีบมา เข้าแถว เป็นวันแรกที่ไม่ประทับใจที่สุด


17 ทุกอย่างคือการเริ่มต้นใหม่ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สังคม และ สภาพแวดล้อม เราบอกตัวเองว่า นี่แหละคือที่ส าหรับการเริ่มต้นใหม่ สู้!! แรกๆก็ปรับตัวเข้ากับคนอื่นแยกพอสมควรมีปัญหาบ้างเป็นเรื่องปกติ ส่วนการเรียนเราว่ามันไม่ได้ยากเหมือนที่เราคิดเลย ถ้าเราตั้งใจเรียนมันก็ ไม่มีอะไรยากแล้ว เราแอบหวังเกรดไว้อยู่บ้าง เพราะตอนประถมเราเป็นคนนึงที่ได้เกรดดู ดีพอสมควร พอวันที่เกรดออก เราได้ 3.67 เรากับร้องให้ เพราะกลัวพ่อว่า แต่เหมือนพี่เราเห็นว่าเรากลัวไม่กล้าบอกพ่อเรื่องเกรด พี่เลยไปคุยกับพ่อ ว่าอย่าไปว่าน้องนะ มันคือการเริ่มต้นใหม่ เราเลยมาเปลี่ยนความคิด เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตอนนี้ไม่ใช่ประถม การเรียนสูงเกรดก็ยิ่งยาก


18 คิดว่า รักแรก มันเป็นยังไง??


19 เราเชื่อว่าทุกคนก็น่าจะเคยผ่านการมีความรักกันมาบ้าง เรากับเค้าคบ กันก่อนขึ้นม.1 เราคบกันวันที่ 1 เมษายน 2563 เค้าเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่า เค้าตามจีบเราตั้งแต่เราอยู่ ป.5 เราปฏิเสธเค้ามาโดยตลอดเพราะตอนนั้น ยังเด็ก เรายังไม่รู้ด้วยซ ้าว่าความรักมันคืออะไร ที่เราตัดสินใจคบกับเค้า เอาจริงเรามีใจให้เค้าตั้งแต่เค้าจบ ป.6 ด้วยซ ้า แล้ววันนั้น เพื่อนในห้องก็ทักมาขอเราเป็นแฟน ตอนนั้นเราก็เรียกว่าเป็น คนคุยกับเค้าอยู่ เราก็แคปแชทที่เพื่อนเราส่งมาให้เค้า เค้าตอบมาว่า เป็นแฟนกันนะ


20 นั่นคือจุดเริ่มต้นของรักครั้งแรก เราก็คบกันตามประสาเด็กน้อย เรางอนเก่ง นิสัยไม่ดี เอาแต่ใจและมีอีกหลายอย่าง เรากลัวพ่อแม่เสียใจ เราฟังคนใน หมู่บ้านเม้าเรื่องเด็กมีแฟนแล้วเสียการเรียน เราไม่อยากให้ใครมาว่าแม่เรา ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี ท าให้เราตั้งยุติความสัมพันธ์ลง ในระยะเวลา 9 เดือน ตอนนี้อยากจะกลับไปแก้ไขแต่มันสายเกินไปแล้ว........


21 ตอน ม.2 เป็นช่วงที่โควิดระบาดหนักมาก โรงเรียนประกาศเรียน ออนไลน์ ไปโรงเรียนนับครั้งได้ ความชิวคือ เริ่มเรียน 08.30น. ตื่น 08.30น. เป็นช่วงเวลาที่เราได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวมากขึ้น ท าให้สนิทกับคนใน ครอบครัวมาก เรื่องการเรียน เราคิดว่าเรียนออนไลน์ท าให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น ต้องบริหารเวลา ต้องส่งงานกี่โมง ส่วนตอนเลิกเรียนก็ไปเล่นกับเพื่อนข้าง บ้าน เหมือนตอนเด็ก มีวันนึงโรงเรียนเปิดเรียนออนไซต์ เราก็นึกสนุกเห็นคอนเท้นในTikTok ตลกมาก เลยท าตาม โพสต์คริปไป 10 นาที คนดูหลายร้อยมาก เรากับ เพื่อนนั่งลุ้นกับมาก จนถึงพันแล้วยอดคนดูนิ่ง เราก็คิดว่าคงจะได้แค่นี้ ช่วง 2 ทุ่ม ยอดวิว 1หมื่น ตอนนั้นกรี๊ดค่ะ โทรหาเพื่อนว่า มึงงงงง กูจะ ดังแล้ว คริปแมสติ๊กต๊อกแตกมาก เดือนสองเดือนแรกยอดไปหยุดที่ 1แสน ตอนนี้ 7แสนวิวแล้ววว


22 เวลาผ่านไปตอนนี้เป็นพี่โตสุดของมัธยมต้น ทุกอย่างเปลี่ยนมีความ จริงจังมากขึ้น มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น การตัดสินใจแรกคือ ต่อม.4 สายวิทย์-คณิต เราโชคดีมากที่เจอครูคณิตศาสตร์ที่ดี ท าให้เรา ชอบเรียนคณิตศาสตร์มาก ครูเค้าให้ค าปรึกษาดีทุกอย่าง แนะน าเราใน หลายๆเรื่อง โรงเรียนแรกที่สมัครสอบคือ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ พิษณุโลก เราไม่ได้หวังมากเพราะคู่แข่งเยอะ เราท าตารางอ่านหนังสือ เตรียมตัว ตั้งแต่ปิดเทอมขึ้น ม.3 เราชอบเราตอนนั้นมาก เรามีระเบียบวินัยในตัวเอง สูง จนเปิดเทอม การบ้านเยอะขึ้น ไหนจะกีฬาสีที่ท าให้ร่างกายเราอ่อนแอ ตอนนั้นเราย้ายมาอยู่หอกับพี่สาว เวลาโรงเรียนเลิกเรารีบกลับหอตลอด เพราะเหนื่อยกับการมาใช้ชีวิต แบบนี้ แต่ยังไงเราก็คงยังมีหน้าที่ของเราคือเรียน กลับห้องมาเรานั่งท า การบ้านจนเสร็จแล้วก็พักสายตาเล็กน้อย จากนั้นก็ไปอาบน ้า พอถึงเวลา 2 ทุ่ม เราจะมาอ่านหนังสือสอบเข้าม.4 ทุกวัน เรากดดันตัวเองมาก การ อ่านแบบนี้ก็ได้ความรู้มากขึ้นนะ แต่ยังไม่ตรงจัดที่ต้องการ เราควรที่จะติว ข้อสอบแต่เรากลับอ่านหนัก และไม่ฝึกท าโจทย์ ซึ่งการอ่านมากนั้นก็ เหมือนไม่มีประสิทธิภาพ และใช่เราไม่ติด อย่างที่บอก ไม่คาดหวังมาก การผิดหวังก็น้อย


23 การไปอยู่หอเป็นการตัดสินใจที่แย่ที่สุด แต่ก็ได้ประสบการณ์การในใช้ ชีวิต เราเกิดอาการHomesick หรืออาการคิดถึงบ้าน เราเป็นคนติดแม่ มากแต่ด้วยความเด็กก็อยากมาอยู่หอเพราะคิดว่ามันสะดวก แต่มันไม่ใช่ เลย เราซึมจนเพื่อนทัก เวลากลับหอก็ร้องให้ตลอด เราอาจจะยังเด็กอยู่ เลยมีภาวะนี้มากพอสมควร จนจบ ม.3 เทอม 1 เราขอพ่อว่าหนูกลับมาอยู่ บ้านได้ไหม หนูไม่ไหวแล้ว มาเริ่มที่ ม.3 เทอม 2 เป็นช่วงที่เครียดมากคือการเรียนต่อม.4 เราจะไม่ ต่อโรงเรียนเดิมเพราะคิดว่าจะเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆให้กับตัวเอง แต่อีก ใจก็อยากอยู่กับเพื่อน ช่วงสมัครสอบของแต่ละโรงเรียน เราฝากเพื่อนบน รถซื้อใบสมัครของโรงเรียนที่อยากเข้ามา และอีกวันนึงเพื่อนก็บอกให้ไป เป็นเพื่อนซื้อใบสมัครสอบห้อง Gifted ครูที่ขายใบสมัครไม่ใช่ใคร คือครู คณิตศาสตร์ของเรานี่เอง เพื่อนทุกคนซื้อใบสมัครเรียบร้อยแล้ว ครูเลยถาม .....ว่า ไม่สมัครจริงจริง หรอ... เราใช้เวลาตัดสินใจนานมากเพื่อนทุกคนก็ ช่วงพูดให้เราอยู่ด้วยกัน สุดท้ายแล้ว เราก็สมัครสอบห้อง Gifted โรงเรียนจ่านกร้อง นั่นคือจุดเริ่มต้น ของ ม.ปลาย


24 ปัจจุบัน (Present)


25 มั่นใจในตัวเองหรือยัง มีความสุขแล้วหรือยัง ผ่อนคลายได้แล้วหรือยัง พักผ่อนแล้วหรือยัง กินข้าวแล้วหรือยัง เที่ยวบ้างแล้วหรือยัง กินของอร่อยๆแล้วหรือยัง มีเพื่อนรักแล้วหรือยัง


26 กาลเวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน ยิ่งโตยิ่งรู้ว่า มีคนที่ยังอยู่กับเราซักกี่คน ยิ่งโตยิ่งโตมีความรับผิดชอบ ใช่แล้วมันหนักด้วย... จะมีซักกี่คนที่ ยังคอยให้ค าปรึกษากัน แล้วไม่มองผ่านความรู้สึกของเรา สังคมใหม่ในสถานที่เดิม....


27 มัธยมศึกษาตอนปลาย


28 เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ตอนนี้อยู่ ม.4 แล้ว จากเด็กหญิงกลายเป็น นางสาว สู่รั้วชมพูขาวที่คุ้นเคย Hello Gifted วันแรกของการเปิดเทอมมาถึง เอาจริงคือไม่มีความตื่นเต้นเลย แอบมี กังวลเกี่ยวกับสังคมในห้องเรียนด้วยซ ้า แต่พอเจอจริงๆ ทุกคน เฟรน ลี่มาก นิสัยดีกันสุดๆ ตอนแรกก็มีกลัวว่าจะตามเพื่อนไม่ทัน เราเก่งไม่พอ แต่พอเรียนไปสักพักก็รู้ว่า ไม่มีใครเก่งไปกว่าใครหรอก นี่คือการเริ่มต้นใหม่ ของทุกคน และหลายวิชาก็จะมีปรับพื้นฐานกันอยู่แล้ว ตอนนี้อยู่ ม.4 พวกเราจะต้องเริ่มวางแผนว่าโตไปจะท าอาชีพอะไร และหา สิ่งที่ตัวเองถนัดให้ถูก


29 ในปี 2566 นี้ เป็นปีที่ได้ลองท าอะไรใหม่ๆ ตั้งแต่ต้นปี ในช่วงเทศกาล สงกรานต์ ได้ไปเล่นน ้าตอนกลางคืน ที่สถานีรถไฟ พ่อมารับเที่ยงคืนเลย ได้ไปดูหนังกับเพื่อน สิ่งที่ท าให้มีการเปลี่ยนมากที่สุด คือ ไปเรียนพิเศษ ต้องย้อนว่า เราเป็นคนที่เรียนไกลบ้านมาก จากบ้านมาในเมือง ประมาณ 55 กิโลเมตร ใช่เวลาการเดือนทาง 1 ชั่วโมง แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร เพราะการขนส่งมีการพัฒนามากขึ้น มีรถเมล์ประจ าทาง รถคันสีม่วง เซิงหวาย-พิษณุโลก เอาจริง ก็มีมานานแล้วแหละ แต่เราคิดว่า เราโชคดีที่ การเดินทางสะดวก บางอ าเภอยังไม่มีรถประจ าทางเลย เราไปเรียนพิเศษทุกวันอาทิตย์ เรียนตั้งแต่ 13.00-15.00 น. เราจะไป ถึงในตัวเมืองประมาณ 11.00 น. ส่วนมากเราจะให้พ่อไปส่งบ้านเพื่อนแล้ว ขึ้นรถสองแถว รอบ10.00 น. แปลว่าเราจะมีเวลา 2 ชั่วโมงในการไปเที่ยว สิ่งที่เราจะไปมากที่สุด คือ คาเฟ่


30 วิถีคาเฟ่ ตัวจริงได้ก าเนิดขึ้นแล้ว การไปคาเฟ่ เรามองว่าเป็นอะไรที่ดีนะ ได้ลองอะไรใหม่ ๆ พัฒนาใน เรื่องของการแต่งตัว การแต่งหน้า การถ่ายรูป เราชอบการที่ได้เจออะไร ใหม่ การตกแต่งร้านนั้นจะคนละแบบ คนละอารมณ์เลย ส่วนมากร้านแต่ ละร้านก็สามารถสื่ออารมณ์ได้ว่า เจ้าของร้านต้องการสื่ออะไร และอะไร คือสิ่งที่ดึงดูดว่า ต้องมา จนท าให้เราอยากเปิดคาเฟ่ เป็นของตัวเองในอนาคต “เปิดเพื่อท าตามความฝัน ไม่กลัวเจ๊ง เพราะตอนนั้นรวยแล้ว”


31 ทุกอย่างตอนนี้โดยรวมถือว่าโอเคมาก แรก ๆ ก็มีทะเลาะกับเพื่อนใน กลุ่มบ้างความเป็นผู้หญิงนั่นแหละ ถือว่าใช้เวลาพอสมควรจึงท าให้ทุก อย่างโอเค ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากัน ไม่โอเคก็บอกกัน และก็ยังสนิทกับเพื่อน ผู้ชายตอนม.ต้น มากขึ้นด้วย ทุกเย็นจะมานั่งคุยกันตลอด นอกจากว่า เพื่อนจะมีแฟน เราคิดว่า การมีเพื่อนชายมันดูจริงใจกันดี มีอะไรก็บอก คอยช่วยเหลือกันเสมอ แต่ไม่ใช่ว่าผู้หญิงจะไม่ดีนะ มันมีหลายด้านที่ดี ต่างกัน อีกอย่าง “การมีเพื่อนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” ค านี้มีอยู่จริงนะ แต่ทุกอย่างก็อยู่ที่ตัวเราทั้งนั้นนั่นแหละ เราสามารถเลือก สังคมที่ต้องการได้ สามารถเลือกคบเพื่อนได้


32 กิจกรรมแรกกับ ห้อง 4.8 ปี2566 โรงเรียนจ่านกร้อง ไหว้ครู ปี 2566 การที่คนที่พึ่งจะรู้จักกันมาท างานร่วมกันเราขอบอกเลย ว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก เพราะเราไม่รู้เลยว่าแต่ละคนนิสัยแบบไหน แต่พอ จบกิจกรรมนี้ กลับกายเป็นว่า


33


34


35


36


37


38


39


40


41


42


43


44


45


46


47


48


49


Click to View FlipBook Version