The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทความวิจัยในชั้นเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

บทความวิจัยในชั้นเรียน

บทความวิจัยในชั้นเรียน

1 การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 THE DEVELOPMENT OF ACHIEVEMENT OUTCOMES OF LEARNING THAI LANGUAGE SUBJECT IN THE HEART OF A YOUNG MAN USING 5 STEPS LEARNING PROCESS FOR MATHAYOM 4 STUDENTS ภูวเนตร จันทร์เต็ม1,* และ สุภัทร แก้วพัตร2 Bhuwanetra Jantem1,* and Suphat Kaewphat2 1 สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 1 Thai Major, Faculty of Education, Udon Thani Rajabhat University บทคัดย่อ งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อการพัฒ นาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน รวม 32 คน คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานีจังหวัดอุดรธานีได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 1 ฉบับ จำนวน 20 ข้อ 2) แบบประเมินความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และ การทดสอบค่าที * ผู้ประสานงาน: ภูวเนตร จันทร์เต็ม * Corresponding author: Bhuwanetra Jantem E-mail : [email protected]


2 ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ 90.78/86.88 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80/80 และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ การเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 55.63 คะแนน และ 86.88 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ที่มีการจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 และมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80/80 คำสำคัญ: ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, การจัดการเรียนรู้แบบ 5 ขั้น (5 STEPs), หัวใจชายหนุ่ม บทนำ การอ่านมีความสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวันเพราะนอกจากการอ่านจะก่อให้เกิด ความเพลิดเพลินแล้วการอ่านยังเป็นการแสวงหาความรู้เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ และยังเพิ่มพูนสติปัญญาของบุคคลให้มีความเข้าใจในเรื่องที่อ่านอย่างแท้จริง ซึ่งผู้อ่าน สามารถนำความรู้ความคิดจากเรื่องที่อ่านไปใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านตนเองและสังคมส่วนรวม การอ่านนอกจากจะมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ให้ดีขึ้นแล้ว ในทางด้านการศึกษาการพัฒนาผลการเรียนนั้นยังขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการอ่านด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีทักษะการอ่านได้เร็ว อ่านได้ถูกต้องและเข้าใจในสิ่งที่อ่านได้เป็นอย่างดี ดังที่ จิรวัฒน์ เพชรรัตน์ และอัมพร ทองใบ (2556: 2) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการอ่านว่า “การอ่านมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยทำให้ผู้อ่านเข้าใจถึงสภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวของผู้อ่านจะส่งเสริมให้ผู้อ่านมีการพัฒนาการเรียนรู้ พัฒนาความคิด และการสรุปข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกิดความเข้าใจในสังคม และรู้จักรูปแบบ ของสารประเภทต่างๆ” ดังนั้นทักษะการอ่านมีความสำคัญและเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในโลก ยุคปัจจุบันทำให้เราสามารถติดต่อสื่อสาร ติดตามความเคลื่อนไหวของข่าวสาร


3 และความก้าวหน้าต่างๆของโลกได้อย่างเท่าทัน นอกจากนี้การอ่านยังช่วยเพิ่มพูนความรู้ ความคิดและวิจารณญาณไม่ว่าจะติดต่อสื่อสาร การศึกษา การประกอบอาชีพ ตลอดจน ประกอบกิจกรรมต่างๆ เพื่อแสวงหาความรู้ความเพลิดเพลินก็ต้องอาศัยทักษะการอ่านทั้งสิ้น การอ่านจับใจความเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นของการอ่านทุกรูปแบบโดยอ่าน เพื่อทำความเข้าใจเนื้อเรื่อง เข้าใจจุดมุ่งหมาย สาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน และเนื้อหาที่ผู้เขียน ต้องการสื่อให้ถึงผู้อ่านดังที่ แววมยุรา เหมือนนิล (2556: 17) ได้กล่าวไว้ว่าการอ่าน จับใจความเป็นการเข้าใจเรื่องที่อ่านอันดับต้นและเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากสำหรับการอ่าน ระดับสูงต่อไป เช่น ถ้านักเรียนอ่านจับใจความเรื่องที่อ่านไม่ได้ ก็คงไม่สามารถอ่าน เพื่อพิจารณ์ว่าเรื่องนั้นดีหรือไม่ดีได้เลย สอดคล้องกับ จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ (2556: 7) ที่ได้กล่าวเกี่ยวกับความสำคัญของการอ่านจับใจความว่าเป็นการอ่านในระดับเบื้องต้น แล้วผู้อ่านสามารถสรุปสาระสำคัญและถ่ายถอดเรื่องราวที่อ่านต่อได้ ซึ่งการอ่านจับใจความ ต้องได้รับการฝึกฝนจากการอ่านสารประเภทต่างๆ จนเกิดเป็นความเข้าใจในสารที่อ่าน สิ่งนี้ล้วนเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ผู้อ่านจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝน จนเกิดเป็นนิสัยรักการอ่าน ถือได้ว่าเป็นการอ่านขั้นพื้นฐานที่สำคัญ โดยการอ่านจับใจความให้ได้นั้นต้องอาศัย กระบวนการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจนเกิดเป็นความสามารถทางด้านการอ่านจับใจความ และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการอ่านระดับที่สูงขึ้นได้ การปฏิรูปการศึกษาต้องคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในด้านประชากร ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่มีผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย จึงจำเป็นต้อง ปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนรู้และรูปแบบการเรียนการสอน มาเป็นการจัด กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะแบบผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Active Learning) ที่เน้นการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและสนับสนุนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้าง การเรียนรู้ ผ่านการพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS) โดยคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษา ได้วางกรอบนโยบายปฏิรูปการศึกษาเรื่องการพัฒนาการจัดการเรียน การสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ซึ่งประกอบด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ 5 ขั้น (GPAS 5 Steps) มีสาระสำคัญ ดังนี้


4 1. แสวงหาข้อมูลรอบด้านเพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ (Gathering) ผู้เรียนเกิด การสังเกตหรือตั้งข้อสงสัยในปัญหาจากการกระตุ้นของครูผู้สอนผ่านกิจกรรมการเรียน การสอน เช่น การสร้างสถานการณ์เพื่อฝึกให้ผู้เรียนตั้งคำถามกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นในชุมชน ทำให้ผู้เรียนต้องการหาคำตอบด้วยตัวเองด้วยการสืบค้นความรู้ จากแหล่งข้อมูลรอบตัว 2. คิด วิเคราะห์ สรุปความรู้เพื่อวางแผนเตรียมปฏิบัติ (Processing) ผู้เรียน นำข้อมูลหรือองค์ความรู้ที่รวบรวมได้มาร่วมกันวิเคราะห์ ว่าจะสามารถนำไปแก้ปัญหา หรือสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร จากนั้นจึงจัดจำแนกข้อมูลและนำไปวางแผน การปฏิบัติ เช่น การคิดสร้างนวัตกรรมเพื่อนำไปแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชน 3. ลงมือทำจริง แก้ปัญหาจริง เพื่อพัฒนาหาแนวทางที่ดีที่สุด (Applying 1) ผู้เรียน นำองค์ความรู้ที่ผ่านการวิเคราะห์และวางแผนแล้วไปปฏิบัติและลงมือทำ โดยจะเกิด การเรียนรู้จากการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการปฏิบัติจริง การสื่อสารและการ ทำงานเป็นทีม เพื่อพัฒนาให้เกิดผลสำเร็จที่ดียิ่งขึ้นต่อไป 4. สื่อสารและนำเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย (Applying 2) ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจในองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานและการแก้ปัญหา จนสามารถสรุป ออกมาเป็นหลักการสื่อสารผ่านการนำเสนอในรูปแบบแผนภาพความคิด นำเสนอเป็น รายงาน การอภิปราย การบรรยายหรือจัดทำเป็นสื่อต่างๆ 5. สร้างคุณค่าให้ผลงาน ต่อยอดประโยชน์สู่สังคม (Self-Regulating) ผู้เรียน มีจิตสาธารณะและเห็นคุณค่าในผลงาน สามารถขยายผลหรือต่อยอดองค์ความรู้นั้น เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม หรือแก้ไขปัญหาสังคมในด้านต่างๆ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เช่น การพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงกับบริบทของแต่ละชุมชน ในการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเพื่อให้เกิด ทักษะอย่างรอบด้าน ตามรูปแบบ Active Learning ครูผู้สอนที่ต้องมีความรู้ความเข้าใจใน การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้มีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้ รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะผ่านการทำกิจกรรม ที่หลากหลาย มีส่วนร่วมในทุกกระบวนการเรียนรู้ เกิดความกระตือรือร้นที่จะใฝ่รู้ สามารถใช้


5 องค์ความรู้ผลิตผลงานหรือสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต และสอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 กรองทิพย์ สุราตะโก (2559: 51) ได้เสนอเทคนิคในการอ่านปรับปรุงตามแนวคิดไคเซ็น (Kaizen) โดยใช้คำถาม 5W1H ซึ่งสอดคล้องกับคำถาม 6 ประเภท ตามความคิดของบลูม (Bloom) ได้แก่ 1. Who (ใคร) เช่น ใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง ใครน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้บ้าง 2. What (อะไร) เช่น เกิดอะไรขึ้นบ้าง มีอะไรเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ 3. Where (ที่ไหน) เช่น เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ไหน เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นที่ใดมากที่สุด 4. When (เมื่อไหร่) เช่น เหตุการณ์นั้นน่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร เวลา ใดบ้างที่ สถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ 5. Why (ทำไม) เช่น เหตุใดต้องเป็นคนนี้ เป็นเวลานี้ เป็นสถานที่นี้ เพราะเหตุใด เหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้น 6. How (อย่างไร) เช่น ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร จากเทคนิค 5W1H มีส่วนช่วยส่งเสริมในเรื่องการอ่านให้กับบุคคลได้เป็นอย่างดี ทั้งยังส่งเสริมกระบวนการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเนื่องด้วย กระบวนการ 5W1H เป็นกระบวนการที่ให้ผู้ที่ศึกษาหรือทำความเข้าใจกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ได้รู้จักวิธีคิดและปรับปรุงตามแนวคิดของตนเอง ตามการวิเคราะห์เป็นหลักการที่ช่วยให้ สามารถสรุปจับใจความสิ่งต่างๆ ที่ต้องการอ่านได้อย่างง่าย หาจุดสำคัญและประเด็นของเรื่อง ได้ง่าย รวมถึงทำให้ทราบถึงผลที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีดังนั้นหลักการ 5W1H จึงเป็นอีก หนึ่งทางเลือกที่ช่วยส่งเสริมการอ่านจับใจความสำคัญให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งต่อตัว ครูผู้สอนที่นำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ในแผนการจัดการเรียนรู้และต่อตัวผู้เรียนที่เป็นผู้ปฏิบัติ เพื่อที่จะได้มีทักษะในการอ่านจับใจความสำคัญเพิ่มขึ้น และสามารถประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด จากตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นได้ว่า เน้นให้ผู้อ่านได้รู้จักกระบวนการอ่าน เพื่อที่จะสามารถจับใจความสำคัญ และสามารถสรุปเนื้อหาต่างๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม การอ่านจับใจความสำคัญจึงเป็นส่วนที่สำคัญที่ช่วยให้บุคคลต่างๆ สามารถทำความเข้าใจกับ เนื้อเรื่องหรือเรื่องราวที่ให้ความสนใจและนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์สังเคราะห์


6 หาประโยชน์ที่ได้จากการอ่านและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ไม่จำเป็นที่เฉพาะ บทร้อยแก้วแต่ยังรวมไปถึงผลงานทางวรรณคดีและวรรณกรรมบทร้อยกรองปกติ เพื่อที่จะได้ทราบถึงเรื่องราวข้อเท็จจริง และสามารถนำเรื่องราวเหล่านั้นมาปรับใช้ ในการดำเนินชีวิตให้ได้มากที่สุด ให้เห็นคุณค่าความสำคัญของสิ่งที่ตนเองอ่านได้อย่างลึกซึ้ง และมีประโยชน์อย่างแท้จริง วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน บ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน บ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ก่อนเรียนและหลังเรียน สมมติฐานการวิจัย 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความ จากวรรณกรรมเรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานีจังหวัดอุดรธานี หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 2. ความสามารถในการแก้ปัญหารายวิชาภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความ จากวรรณกรรมเรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี หลังเรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80


7 กรอบแนวคิดการวิจัย ตัวแปรต้น การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้ กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม วิธีการดำเนินการวิจัย งาน วิจัยนี้ เป็ น ก ารพั ฒ น าผ ล สั ม ฤท ธิ์การเรีย น รู้รายวิช าภ าษ าไท ย เรื่อง หัวใจชายหนุ่มโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ผู้วิจัยดำเนินการวิจัย ตามขั้นตอนดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน บ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวนนักเรียน 136 คน การจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการ เรียนรู้ 5 ขั้นตอน ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4


8 1.2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม โดยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน 32 คน ได้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เป็นกลุ่มทดลอง โดยการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2.1 แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ร่วมกับเทคนิค 5W1H รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 6 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ละ 1 ชั่วโมง รวม 6 ชั่วโมง และกิจกรรม การเรียน รู้ใน ชุดกิจกรรมการเรียน รู้ที่ กำห น ดไว้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1) เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม จำนวน 1 ชั่วโมง 2) เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่าน จำนวน 1 ชั่วโมง 3) เรื่อง การอ่านจับใจความ จำนวน 1 ชั่วโมง 4) เรื่อง การอ่านแปลความ จำนวน 1 ชั่วโมง 5) เรื่อง การอ่านตีความ จำนวน 1 ชั่วโมง 6) เรื่อง การอ่านขยายความ จำนวน 1 ชั่วโมง 2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก 1 ฉบับ จำนวน 20 ข้อ 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม เพื่อนำมาสร้าง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยมีขั้นตอนการเก็บรวบรวม ข้อมูล ดังนี้ 3.1 ศึกษาหลักสูตร วิเคราะห์หลักสูตร กำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ และสาระการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามหลักสูตรแกนการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เกี่ยวกับ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม


9 3.2 ศึกษาวิธีสร้างแบบทดสอบประเภทเลือกตอบ 3.3 ติดต่อประสานงานกับผู้บริหารโรงเรียนเพื่อขอความร่วมมือในการศึกษา และทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม 3.4 คัดเลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 3.5 จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม และประเมินความ สอดคล้องเชิงเนื้อหา (IOC) 3.6 สร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม และเครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัยเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและประเมินความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ 3.7 สร้างและหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผ่านเกณฑ์คัดเลือกคุณภาพมีค่า IOC ค่าความยาก ค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่น ทั้งฉบับ 3.8 นำไปใช้จัดกรรมการเรียนรู้โดยการชี้แจงกระบวนการจัดการเรียนรู้ ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง 3.9 ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่องหัวใจชายหนุ่ม เพื่อนำคะแนนมาวิเคราะห์ เป็นคะแนนก่อนเรียน 3.10 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยออกแบบ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เวลา 6 ชั่วโมง ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนกลุ่ม ตัวอย่าง โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม และแผนการจัดการเรียนรู้ ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผู้วิจัยทำการสังเกต พฤติกรรมด้านทักษะ การอ่านจับใจความของนักเรียนไปด้วย 3.11 เมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทำการทดสอบหลังเรียน (Post-test) กับนักเรียนกลุ่มเดิม ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม และแบบประเมินทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้


10 ซึ่งแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม เป็นชุดเดียวกันกับ ที่ใช้ทดสอบก่อนเรียน แบบประเมินทักษะการอ่านจับใจความ ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วัดหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3.12 หาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม E1 /E2 3.13 นำคะแนนจากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินทักษะการอ่านจับใจความ มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีทางสถิติ เพื่อตรวจสอบสมมติฐาน 4. การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาชุดกิจกรรม เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 4.1 วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามเกณฑ์ 80/80 ด้วยค่าประสิทธิภาพของ กระบวนการ และประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1 /E2 ) 4.2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ก่อน เรียนและหลังเรียน มาคิดคะแนนเป็น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แล้ วน ำค ะแ น น ม าท ด ส อ บ ส ม ม ติ ฐาน โด ย ใช้ ส ถิ ติ t-test Dependent Sample (พวงรัตน์ทวีรัตน์, 2543: 165-167) 4.3 วิเคราะห์เปรียบเทียบทักษะการอ่านจับใจความ ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม หลังเรียน มาคิดคะแนนเป็น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) แล้วนำคะแนน มาทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติ t-test for One Sample (พวงรัตน์ ทวีรัตน์, 2543: 165) เทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด คือ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80


11 สรุปผลการวิจัย ผลการศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน บ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สรุปผลการวิจัยได้ดังต่อไปนี้ 1. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน บ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี มีประสิทธิภาพ 91.25/86.88 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ตามที่ตั้งไว้ดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงประสิทธิภาพของผลการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน บ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จำนวน 32 คน จำนวน นักเรียน (N) คะแนนแบบฝึกทักษะ (E1 ) คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนรู้หลังเรียน (E2 ) คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 32 60 54.47 90.78 20 17.38 86.88 จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่าผลการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์ ที่ตั้งไว้ E1 /E2 = 80/80 และสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน บ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ก่อนเรียนและหลังเรียน ได้คะแนนทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 11.13 คิดเป็นร้อยละ 55.63 โดยมีส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 1.72 และได้คะแนนทดสอบหลังเรียนเฉลี่ย 17.38 คิดเป็นร้อยละ 86.88 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.04 แสดงว่าผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน และมีคะแนนหลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้


12 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 2 แสดงคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที่แบบไม่อิสระ และระดับนัยสำคัญทางสถิติของการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (N=32) ผลการทดสอบ X S.D. t-test Sig. ก่อนเรียน 11.13 1.72 19.69 0.05 หลังเรียน 17.38 1.04 จากตารางที่ 2 แสดงให้เห็นว่าการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 11.13 คะแนน และ 17.38 คะแนน ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียน ของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้น การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน บ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยใช้กระบวนการ จัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เป็นวิธีการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในเนื้อหาอย่างละเอียด ทำให้ประสิทธิภาพในการเรียน และเข้าใจในเนื้อหาที่เป็นเนื้อเรื่องเพิ่มมากขึ้น อภิปรายผลการวิจัย การวิจัยทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวรรณ กรรม เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs) ยังไม่พบงานวิจัยที่ชัดเจน จากการสืบค้นข้อมูล ส่วนใหญ่พบการศึกษาตามแนววิธีทาง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ร่วมกับ


13 เนื้อหาอื่นๆ เช่น วยุรี วงศ์สมศรี (2560) ได้ศึกษาเกี่ยวกับ การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs) และญาธิป อุปถัมภ์ และยาใจ พงษ์บริบูรณ์ (2565) ได้ศึกษาเกี่ยวกับ การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ 5 ขั้น (5 STEPs) ร่วมกับ แผนผังความคิด จากข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นแนวทางในการจัด การเรียนการสอนวรรณกรรม เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในรายวิชาภาษาไทย ให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้และคุณภาพของผู้เรียนตาม ที่กระทรวง ศึกษาธิการกำหนด ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียนผ่านการเรียนรู้ วรรณกรรม เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เพื่อให้ผู้เรียน มีความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ และเกิดทักษะในการเรียนรู้ด้าน การอ่านวรรณกรรมมากยิ่งขึ้น ผู้วิจัยจึงทำการศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่มโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อนําผลการศึกษาวิจัยไปใช้พัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะการเรียนรู้ ด้านการอ่านวรรณกรรม เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม และเรื่องอื่นๆ มากยิ่งขึ้น ข้อเสนอแนะ จาก ก ารศึ ก ษ าก ารพั ฒ น าผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ก ารเรีย น รู้ ราย วิช าภ าษ าไท ย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี รวมถึงเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในการวิจัยในครั้งนี้ทำให้มีแนวทางในการวิจัยค้นคว้าเพิ่มเติม และข้อเสนอแนะ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ 1. ศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย ในสาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม หรือบทความเรื่องอื่นๆ ที่มีการใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน 2. ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5STEPs) ร่วมกับเทคนิค 5W1H รายวิชาภาษาไทย ในเนื้อหาอื่นๆ


14 3. ผู้สอนรายวิชาภาษาไทยสามารถนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ ในชั้นเรียนที่มีการเรียนรู้เกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เพื่อเสริมความรู้ให้กับผู้เรียนมากยิ่งขึ้น เอกสารอ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กรองทิพย์ สุราตะโก. (2559). ผลการใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ร่วมกับเทคนิค 5W1H และผังฟิกที่มีต่อ ความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยทักษิณ. จิรวัฒน์ เพชรรัตน์ และอัมพร ทองใบ. (2556). การอ่านและการเขียนทางวิชาการ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ และบาหยัน อิ่มสำราญ. (2547). การใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: พี.เพรส. ญาธิป อุปถัมภ์ และยาใจ พงษ์บริบูรณ์. (2565). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน เพื่อความเข้าใจกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ 5 ขั้น (5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด. ปริญญา การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วยุรี วงศ์สมศรี. (2560). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย สาระที่ 4 หลักการใช้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs). โรงเรียนขามแก่นนคร สำนักงานจังหวัดขอนแก่น. แววมยุรา เหมือนนิล. (2556). การอ่านจับใจความ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.


Click to View FlipBook Version