The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาฏศิลป์นานาชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aying7928, 2022-02-06 07:53:11

นาฏศิลป์นานาชาติ

นาฏศิลป์นานาชาติ

สมุดเล่มเล็ก



เรื่อง...นาฏศิลป์นานาชาติ

จัดท
ำโดย


นางสาว นภัสวรรณ ดกเอียร์เลขที่ 19 6/9



คำนำ

สมุดเล่มเล็กเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่ อเป็ นส่วนหนึ่งของวิชา ศ33102

ศิลปะ6 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 เพื่ อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง

นาฎศิลป์นานาชาติ ได้แก่ นาฎศิลป์อินเดีย นาฎศิลป์จีน

นาฏศิลป์ญี่ปุ่ น นาฎศิลป์มาเลเซีย นาฎศิลป์อินโดนีเซียและได้

ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่ อเป็ นประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดทำหวังว่า

รายงานเล่มนี้จะเป็ นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือ นักเรียน นักศึกษา

ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำหรือข้อ ผิดพลาด

ประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
#EBE3C2

ผู้จัดทำ
นางสาว นภัสวรรณ ดกเอียร์



สารบัญ หน้า

เรื่อง 1
11
นาฏศิ ลป์ อินเดี ย 14
นาฏศิลป์ญี่ปุ่ น 19
นาฏศิ ลป์ จีน 22
นาฏศิ ลป์ มาเลเซีย
นาฏศิ ลป์ อินโดนี เซีย



1

นาฏศิลป์อินเดีย

นาฏศิ ลป์อินเดีย 2

ประวัติความเป็ นมา ของนาฏศิลป์อินเดียตามคัมภีร์นาฏยศาสตร์ พระภารตะมุนี เป็ น
ผู้รับพระราชทานนาฏลีลาจากพระพรหม และพระศิวะ ชาวฮิ นดูจึงยกย่องพระ ศิวะ
เป็ น “นาฏราชา” หมายถึง พระราชาแห่งการฟ้ อนรำ ยุคที่อินเดียตกเป็ นอาณานิคม
ของอังกฤษ อินเดียได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทางด้านนาฏศิลป์ การละคร
วัฒนธรรม ตะวันตกได้เข้ามาผสมผสานทำให้นาฏศิลป์ ที่เป็ นแบบฉบับในราชสำนัก
กลายเป็ นสิ่งไร้ค่า ขาดการดูแลรักษา จนเกือบจะสูญ ต่อมาเมื่ออินเดียเป็ นเอกราช
จึงฟื้ นฟู นาฏศิลป์ประจำชาติขึ้นมาใหม่ อันได้แก่ ภารตะนาฏยัม กถัก กถักกฬิ และ
มณีปุรี

ภารตะนาฏยัม 3

เป็ นนาฏศิลป์ที่เก่าแก่ที่สุดในอินเดีย มีส่วน สำคัญในพิ ธี
ของศาสนาฮินดูสมัยโบราณ โดย สตรีฮินดูจะถวายตัว
รับใช้ศาสนาเป็ น “เทวทาสี” ร่ายรำขับร้อง บูชาเทพใน
เทวาลัย ซึ่งจะเริ่มฝึ ก ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ศึกษาพระเวท
วรรณกรรม ดนตรี การขับร้องของเทวทาสีเปรียบ
ประดุจนาง อัปสรที่ทำหน้าที่ร่ายรำบนสวรรค์ ท่ารำมี
ทั้งหมด 108 ท่า

การแสดง ผู้แสดงต้องได้รับการฝึ กฝนอย่างมีแบบแผน ด้วยระยะเวลายาวนานจนมี
ฝี มือยอดเยี่ยม สามารถเครื่องไหวร่างกายได้สอดคล้องกับจังหวะดนตรี เนื้อหาสาระ
ของการแสดง สะท้อนสัจธรรมที่ปลูกฝังยึดมั่นในคำสอนของศาสนา แสดงได้ทุก
สถาน ที่ ไม่เน้นเวที ฉาก เพราะความโดดเด่นที่เป็ นเอกลักษณ์ของภารตะนาฏยัม คือ
ลีลาการ เต้น และการร่ายรำ

ภารตะนาฏยัม 4

เครื่องแต่งกาย ในสมัยโบราณ ไม่สวมเสื้อ สวมแต่ผ้านุ่งยาวแค่เข่า ใส่
เครื่องประดับ สร้อยคอ ต่างหู กำไล ข้อมือ ข้อเท้า ต้นแขน ปละเครื่อง
ประดับที่ศีรษะ ปัจจุบันสวมเสื้อ ยึดหลักการแต่งกายสตรีที่เป็ นชุดประจำ
ชาติของอินเดีย

กถัก 5

เป็ นที่นิยมทางภาคเหนือใช้ผู้แสดงทั้งหญิงและชาย แต่
นิยมแสดงเดี่ยว ลักษณะเด่น คือการเต้นหมุนตัวทั้งงดงาม
ลีลาการ ร่ายรำรวดเร็ว เป็ นการผสมผสานระหว่าง
วัฒนธรรมฮิ นดู กับมุสลิม

กถัก 6

ลักษณะการแต่งกายนาฏศิลป์อินเดีย กถัก ทั้งชายและหญิงสวมกางเกงขายาว
รัดรูป กระโปรงปล่อยชายย้วยกว้าง เน้นเนื้อผ้า บางเบา เพื่ อให้เห็นความงามของ
กระโปรง ระหว่างหมุนตัว หญิงสวมเสื้ อคอกว้าง แขนสั้ น เอวลอย ห่มส่าหรี เนื้อ
บางเกล้า ผมมวย ใช้ส่าหรีคลุมผม ชายแต่งกาย คล้ายกัน แต่ไม่ใช้ผ้าบางเบาโพก
ศีรษะ หรือสวม หมวก การแสดงบางชุดอาจ สวมเสื้ อกั๊กทับเสื้ อแขน ยาว

กถักฬิ 7

นาฏศิลป์ อินเดีย กถักฬิ (หรือกี่ถึกกาลิ) นิยมทางภาคใต้ ส่วนใหญ่เล่นี้
เป็ น เรื่องแบบละครที่นำมาจาก วรรณคดีอินเดียใช้ผู้ชายแสดงล้วน แม้
ตัวละคร จะเป็ นหญิง การแต่งหน้าใช้สีธรรมชาติเขียน บนใบหน้าสวยงาม
มาก

กถักฬิ 8

ลักษณะการแต่งกายนาฏศิลป์อินเดีย ก
ถักฬิเน้นการใช้สี ธรรมชาติเขียนหน้า
ตาม ลักษณะตัวละคร สวมเสื้ อ แขนยาว
กระโปรงสีขาวคาด ริ้วตามขวางที่ชาย
กระโปรงใส่ สุ่มไว้ข้างใน ลักษณะคล้าย
สุ่มไก่ เครื่องประดับศีรษะ จะเป็ นมงกุฎ
ใหญ่มีรัศมี วงกลมใหญ่อยู่ด้านหลัง

มณีปุรี 9

นาฏศิลป์อินเดียมณีปุรี เป็ นนาฏศิลป์ของชาวมณีุประ ลักษณะการร่าย
ราช้า นุ่มนวลผู้แสดง แสดงท่าทีด้วยตาและใบหน้า เรื่องที่แสดงส่วน
ใหญ่เป็ น นิยายพื้นเมืองนิยมแสดงหมู่มากกว่าแสดงเดี๋ยว ผู้แสดงมี
ทั้งชายและหญิง

มณีปุรี 10

ลักษณะการแต่งกายนาฏศิ ลป์ อินเดี ย
มณีปุรี หญิงสวม เสื้อคอกว้างแขนสั้น
เอวลอยกระโปรงมีโครงแข็งคล้ายสุ่ มไก่
อยู่ ภายในปั กลวดลายสวยงามที่ ชาย
กระโปรงมีกระโปรงชั้นนอกคลุมผมเกล้า
มวยสูง มีผ้าบางคลุมทิ้งชายยาวลงมา
ถึงกลางหลังชายนุ่งผ้าลักษณะเป็ น
กางเกงปล่อยชายจับจีบหน้านางด้าน
หน้ายาวกรอมเท้าหากเป็ นตัวเอกจะสวม
เครื่องประดับศี รษะ

11

นาฏศิลป์ญี่ปุ่น

ละครคาบูกิ 12

ต้นกำเนิดของคาบูกิมาจากหญิงชื่อ
โอคุนิ เกอิชาผู้แต่งกาย ด้วยชุด
หรูหราอลังการ บางครั้งก็แต่งเป็ น
ซามูไรเลียนแบบ ผู้ชายออกแสดงด้วย
ท่าทางการร่ายรำแปลกตา ในสมัยนั้น
เรียกการแสดงของโอคุนิด้วยภาษา
ญี่ปุ่ นว่า คาบุอิตะเอ็นชุสึ (การแสดง
แปลกใหม่น่าแปลกตา) จึงกลายเป็ น
ที่มาของคำว่า \"คาบูกิ\"

ละครคาบูกิ 13

ลักษณะการแต่งกายและการแต่งหน้า คาบูกินั้นจะเน้นความฉูดฉาดอลังการ มีเอกลักษณ์
ที่การแต่งหน้านักแสดง ที่เรียกว่า คุมาโดริ (Kumadori) โดยจะทาหน้าเป็ นสีขาวและวาด
ลวดลาย ซึ่งแบ่งสีออกเป็ น สีแดงคือฝ่ ายดี สีฟ้ าคือฝ่ ายร้าย สีน้ำตาลคือตัวละครที่ ไม่ใช่
มนุษย์ นอกจากนี้ยังใส่วิกผมและสวมชุดหรูหราสวยงาม การแสดง มีทั้งการร้องและกา
รพากษ์ ท่าทางการแสดงมีแบบแผนที่เคร่งครัด เรื่องที่แสดงเป็ นเรื่องประวัติศาสตร์ ศาสนา
และเทพนิยาย ใช้ผู้ชายแสดงล้วนแต่ง กายด้วยสีสันฉูดฉาด มีการเขียนหน้าคล้ายงิ้ว การ
แต่งหน้ามีแบบแผนตายตัว กำหนดว่าสีใดเป็ นของตัวละครใด เช่นผู้ร้ายหน้าสีน้ำเงิน
พระเอกหน้าสี ขาว

14

นาฏศิลป์จีน

การแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) 15

อุปรากรจีนที่เป็ นแบบมาตรฐาน และนับ
เป็ นศิลปะ ประจำชาติคือ อุปรากรปักกิ่ง
ซึ่งการแสดงจะเน้นศิลปะด้านดนตรี การ
ขับร้อง นาฎลีลา การแสดงอารมณ์ศิลปะ
การต่อสู้กายกรรม ผู้แสดงจะต้องมี
พรสวรรค์น้ำเสียงมีคุณภาพ นอกจากนี้
ยังต้องมี ความอดทนสูงอีกด้วย

การแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) 16

ประเภทและบทบาทตัวละคร ตัวละครชายกับหญิงแบ่งออกเป็ น \"บู๊และบุ๋น\"
โดย ประเภทที่แสดงบู๊จะต้องแสดงกายกรรม ส่วนประเภทที่แสดงบุ๋นจะเน้นที่
การขับร้อง และการแสดงอารณ์ แต่ถ้าแสดงบทบาทที่คาบเกี่ยวกัน จะเรียกตัว
ละครนั้นว่า \"บู๊บุ๋น\" 2. เทคนิคการแสดง แสดงตามทฤษฎีการเคลื่อนไหวทุก
ส่วนของร่างกาย มีจังหวะ สง่างาม การเคลื่อนไหวของมือ เท้า การเดิน การ
เคลื่อนไหวของหนวดเครา ชายเสื้อ ขนนกที่ประดับอยู่บนศีรษะจะคล้ายกับละคร
ใบ้ ใช้สัญลักษณ์แทนความหมาย เช่น การยกทัพใช้คนถือธงเพี ยงคนเดียว เดิน
นำหน้าแม่ทัพ กิริยาอายของสตรีจะแสดงโดย การยกแขนเสื้อมาบังใบหน้า และ
การแสดงว่ากำลังนอนก็แสดงโดยวางแขนไว้บนโต๊ะ แล้วนอนหนุนแขน เป็ นต้น

การแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) 17

เครื่องแต่งกาย แต่งตามชุดประจำชาติ มีชุดจักรพรรดิ ชุดขุนนาง เครื่องทรงเสื้อ
เกราะ มงกุฎจักรพรรดิ หมวกขุนนาง นักรบ รองเท้าเป็ นรองเท้าผ้าพื้นเรียบ ผู้แสดง
แต่งหน้าเองตามบทบาทที่แสดง

19

นาฏศิลป์มาเลเซีย

ซาปิน 20

การเต้นชาปิ น ที่เกิดขึ้นในคาบสมุทรมลายูโดยชุมชนชาวอาหรับที่ตั้งถิ่นฐานใน รัฐ
ยะโฮร์ก่อนครสต์ศตวรรษที่ ๑๔ ซึ่งเป็ นประเพณีเฉพาะของชาวอาหรับมา เลย์และได้
แพร่หลายไปทั่วคาบสมุทรมลายูจนเป็ นที่ยอมรับในรูปแบบศิลปะแห่ง ชาติของ
มาเลเซีย การเต้นชาปิ นจะมีทั้งรูปแบบอาหรับและมลายูซึ่งทั้ง 2 รูป แบบเป็ นที่ยอมรับ
ในรัฐยะโฮร์และมาจากประเพณีของชาวอาหรับบนคาบสมุทร ชายฝั่ งทางใต้ของ
เยเมน 1. ซาปิ นอาหรับ 2. ซาปิ นมลายู

ซาปิน 21

การแสดง ซาปิ นมีผู้แสดง 12 คน แบ่งเป็ นหญิงชายจำนวนเท่ากัน
ฝ่ ายละ 6 จับคู่เต้นกันเป็ นกลุ่ม ใช้การยกเท้ายกขาพร้อมกันเป็ น
จังหวะ เครื่องแต่งกาย เป็ นแบบเรียบๆ ชายใส่หมวกอิสลามหรือ
หมวกแขก ใส่เสื้อกั๊ก นุ่งโสร่ง หญิงนุ่งกระโปรง เสื้อรัดรูป มีผ้าแพร
คลุ มศี รษะ

22

นาฏศิลป์อินโดนีเซีย

วายัง 23

การแสดงเชิดหุ่นเงาของอินโดนีเซีย “วายัง” เป็ นชื่อเรียกการแสดงการ
เชิดหุ่นที่ทำจากหนังบนจอผ้า และมี ลักษณะเหมือนหุ่นเงา โดยการ
แสดงนี้ถือกำเนิดขึ้นที่เกาะชวา ส่วนคำ ว่า “วายัง” นี้ก็เป็ นภาษาชวาเช่น
เดียวกัน สำหรับความเป็ นมาของการ แสดงวายังนี้ ไม่สามารถระบุได้
แน่ชัดว่า มีที่มาอย่างไร แต่นักวิชาการ ต่างๆได้แสดงความเห็นที่แตก
ต่างกันออกไป เกี่ยวกับต้นกำเนิด

วายัง 24

การแสดง แต่เดิมหุ่นเชิดทำด้วยหนังสัตว์ เรียกว่า วายัง กุลิต เรื่องที่
ใช้แสดงในวายังคือ รามายณะ และมหาภารตะ โดยทำเป็ นบทละคร
เฉพาะของ วายัง มีการแทรกเรื่องปรัชญา ข้อคิดขบขัน ในชีวิต
ประจำวัน นำมาเชื่อมโยงร่วมสมัยใหม่


Click to View FlipBook Version