ความรู้ เกี่ย กี่ วกับ กั ยาเสพติด ติ สัมมนา เรื่องความตระหนักรู้ถึง การต่อต้านยา เสพติดและการป้องกัน จัดทำ โดย นาย พชร สุรีย์สิทธางกูร สำ หรับข้อมูลเพิ่มเติม คุณสามารถเยี่ยมชม www.talkaboutdrugs.co.th หรือติดต่อเราที่ [email protected]
คำ นำ หนังสือ สื เล่มนี้ (E-book) เป็นส่ว ส่ นหนึ่งของรายวิชวิา นวัต วั กรรมและการจัด จั การ จัด จั ทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ ให้ค ห้ วามรู้ใรู้ นเรื่อ รื่ ง ของยาเสพติดและได้ศึกษาอย่า ย่ งเข้า ข้ใจเพื่อ พื่ เป็นประโยชน์ กับการเรีย รี น ผู้จัผู้ ด จั ทำ หวัง วั ว่า ว่ หนังสือ สื เล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่ผู้ อ่ าน หรือ รื นักเรีย รี น นักศึกษา ที่กำ ลังหาข้อ ข้ มูลอยู่ มีข้ มี อ ข้ แนะนำ หรือ รื ข้อ ข้ ผิดผิพลาดประการใด ผู้จัผู้ ด จั ทำ ขอน้อมรับ รัไว้แ ว้ ละ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัผู้ ด จั ทำ
สารบัญ บั เรื่อ รื่ ง หน้า คำ นำ ก สารบัญ บั ข ประวัติ วั ติส่ว ส่ นตัว 1 ยาเสพติด คือ อะไร 2 ประวัติ วั ติยาเสพติด 3 ความหมายยาเสพติดให้โห้ ทษ 7 ประเภทยาเสพติด 8 ชนิดยาเสพติด 12 แหล่งข้อ ข้ มูล 26
ยยาาเเสสพพติติ ติ ดติ ด คืคื คื อคื อออะะไไรร ยาเสพติด หมายถึง สารใดก็ตามที่เกิดขึ้น ขึ้ ตามธรรมชาติ หรือ รื สารที่สัง สั เคราะห์ขึ้ ห์ ขึ้ น ขึ้ เมี่อ มี่ นำ เข้า ข้ สู้ร่สู้ า ร่ งกายไม่ว่ ม่ า ว่ จะโดยวิธีวิรั ธี บ รั ประทาน ดม สูบ สู ฉีด หรือ รื ด้ว ด้ ยวิธีวิก ธี ารใด ๆ แล้ว ทำ ให้เ ห้ กิดผล ต่อร่า ร่ งกายและจิตจิ ใจ นอกจากนี้ยั นี้ ง ยั จะทำ ให้เ ห้ กิดการเสพติดได้ หากใช้ส ช้ ารนั้น นั้ เป็นประจำ ทุก ทุ วัน วั หรือ รื วัน วั ละหลาย ๆ ครั้ง รั้ ลักษณะสำ คัญของสารเสพติด จะทำ ให้เ ห้ กิดอาการ และอาการ แสดงต่อผู้เผู้สพ
ยาหรือ รื สารที่ถูก ถู นำ มาใช้อ ช้ ย่า ย่ งผิดผิๆ หรือ รื เสพติดมีใมี ช้กั ช้ กั นมานาน ตั้ง ตั้ แต่มนุษย์เ ย์ ริ่มริ่ค้นพบพืช พื ซึ่ง ซึ่ เมื่อ มื่ เสพเข้า ข้ไปแล้วทำ ให้ ระดับความรู้สึ รู้ ก สึ ตัวเปลี่ยนแปลงไป ในสมัย มั โบราณยาหรือ รื สารเหล่านี้มัก มั จะใช้ใช้ นพิธีพิท ธี าง ศาสนา เช่น ช่ ผู้ทำผู้ ทำ พิธีพิท ธี างศาสนา ของชาวอินเดียแดงในอเมริกริากลาง ใช้ต้ ช้ ต้ นไม้จำ ม้ จำพวกกระบองเพชรซึ่ง ซึ่ มีส มี ารหลอนประสาท ทำ ให้เ ห้ กิดอาการ ประสาทหลอนเห็น ห็ ภาพต่าง ๆ และเข้า ข้ใจว่า ว่ ตนสามารถติดต่อกับวิญวิญาณหรือ รื เทพเจ้า จ้ได้ ชาว อินเดียนแดงเผ่า ผ่ อินคา (Incas) ในอเมริกริาใต้เคี้ยวใบโคคา (COCA) ซึ่ง ซึ่ มีโมี คเคน โดยถือว่า ว่ เป็นของขวัญ วั ที่พระเจ้า จ้ประทานให้ แต่แรกใบโค คานี้ใช้เ ช้ ฉพาะในหมู่พ มู่ วกกษัตริย์ริข ย์ องเผ่า ผ่ แต่ต่อมาเมื่อ มื่ประเทศสเปน เข้า ข้ ครอบครองชนเหล่านี้ ใบโคคาก็ถูก ถู นำ มาใช้ใช้ นหมู่ช มู่ าวอินเดียนแดง ทั่ว ทั่ ไปเพื่อ พื่ ช่ว ช่ ยให้พ ห้ วกเขามีกำ มี กำ ลังทำ งานหนักรับ รัใช้ช ช้ าวสเปนได้ เมื่อ มื่ วิทวิยาศาสตร์เ ร์ จริญริก้าวหน้าขึ้น ขึ้ ยาหรือ รื สารเสพติดก็เพิ่มพิ่ ปริมริาณและ ชนิดขึ้น ขึ้ และมีก มี ารนำ มาใช้อ ช้ ย่า ย่ งผิดผิๆ หรือ รื เสพติดกันมาก ตัวอย่า ย่ ง เช่น ช่ ฝิ่น เป็นที่รู้จั รู้ ก จั และจำ หน่ายมาตั้ง ตั้ แต่สมัย มั ก่อนคริสริตกาลโดยชาว เมโสโปเตเมีย มี (๕,๐๐๐ ปีก่อนคริสริตศักราช) และแพร่ห ร่ ลายและรัก รั ษาโรคบางอย่า ย่ ง เช่น ช่ โรคบิดบิ โรคติดสุร สุ า ฯลฯ ได้ นานทีเดียวกว่า ว่ อังกฤษจะรู้ฤ รู้ ทธิ์ใธิ์น การเสพติดของฝิ่น และเมื่อ มื่ นั้น นั้ ฝิ่นก็ถูก ถู นำ ไปใช้เ ช้ พื่อ พื่ การเสพติด โดย อังกฤษพยายามนำ เอาไปแพร่ ในเมือ มื งจีน จี เพื่อ พื่ ให้ช ห้ าวจีน จี ติดฝิ่น และ ตนเองผูก ผู การค้าฝิ่นแต่ผู้เผู้ดียว จนกระทั่ง ทั่ เกิดสงคราม ฝิ่นกับประเทศ จีน จี ในปี ค.ศ.๑๘๓๙ - ๑๘๔๒ ปปรระะวัวัติ วั ติ วั ติ ยติ ยาาเเสสพพติติ ติ ดติ ด
ประเทศไทยก็มีปมี ระวัติ วั ติการเสพฝิ่นมาตั้ง ตั้ แต่สมัย มั สมเด็จพระรามาธิบธิดี ที่ ๑ แห่ง ห่ กรุงศรีอ รี ยุธยา (พระเจ้า จ้ อู่ทอง) ประมาณ ๖๐๐ ปีเศษมาแล้ว ในสมัย มั นั้น นั้ ก็มีห มี ลักฐานว่า ว่ พระมหากษัตริย์ริท ย์ รงเล็งเห็น ห็ โทษของการ เสพฝิ่น และทรงลงโทษผู้เผู้สพติดเช่น ช่ กัน ระหว่า ว่ งสงครามกลางเมือ มื ง ของสหรัฐ รั อเมริกริา (American civil war) ค.ศ. ๑๘๖๑ - ๑๘๖๕ เริ่มริ่มี การนำ เข็ม ข็ ฉีดยาเข้า ข้ใต้ผิวผิหนังมาใช้ ทำ ให้มี ห้ ผู้ มี นำผู้ นำ มอร์ฟีร์ น ฟี มาใช้ใช้ น ลักษณะยาเสพติด ต่อมาเมื่อ มื่ คนรู้จั รู้ ก จั การฉีดยาเข้า ข้ หลอดเลือดดำ เฮโรอีนซึ่ง ซึ่ เป็น diethylated form ของมอร์ฟีร์ น ฟี ก็ถูก ถู นำ มาใช้แ ช้ ทน มอร์ฟีร์ น ฟี กลางคริสริต์ศตวรรษที่ ๑๙ มีก มี ารนำ เอาโบรไมด์ (Bromide) มาใช้เ ช้ป็น ยาสงบประสาทและรัก รั ษาโรคลมชัก ชั ซึ่ง ซึ่ได้รับ รั ความนิยมมากพอ ๆ กับ ยาวาเลียม (Valium) และยาริเริบรีย รี ม (Librium) ในปัจจุบัน บั แต่ โบรไมด์สำ สมในร่า ร่ งกาย ทำ ให้เ ห้ กิดอาการวิกวิลจริตริและลายสมอง อย่า ย่ งถาวรด้วย ในระยะใกล้เกียงกันก็มีผู้ มี ผผู้ ลิตยาบาร์บิ ร์ ทุบิเ ทุ รท (Barbiturate) และยาสงบประสาทตัวอื่น ๆ และได้รับ รั ความนิยมใช้ อย่า ย่ งแพร่ห ร่ ลายเช่น ช่ กัน โดยผู้ใผู้ช้ไช้ ม่ท ม่ ราบถึงฤทธิ์ใธิ์นการเสพติดของยา เหล่านี้ ปลายคริสริตศตวรรษที่ ๑๙ มีผู้ มี พผู้ บโคเคนและกัญชาซึ่ง ซึ่ มีฤ มี ทธิ์ทำธิ์ ทำ ให้ จิตจิ ใจสบายโคเคนพบว่า ว่ มีปมี ระโยชน์ทางการรัก รั ษาโรคด้วยโดยใช้เ ช้ป็น ยาชาเฉพาะที่ ดังนั้น นั้ โคเคนจึง จึ เป็ฯที่นิยมใช้เ ช้ป็นผลให้มี ห้ ก มี ารเสพติด โคเคน
ระหว่า ว่ งสงครามโลกครั้ง รั้ ที่ ๒ แอมเฟตามีน มี ถูก ถู นำ มาใช้ใช้ นกองทหาร ญี่ปุ่น ปุ่ เยอรมัน มั อเมริกัริ กั น และอังกฤษ เพื่อ พื่ ให้ร่ ห้ า ร่ งกายมีกำ มี กำ ลัง กระฉับกระเฉงอยู่ต ยู่ ลอดเวลา พอหลังสงครามยาซึ่ง ซึ่ กองทัพญี่ปุ่น ปุ่ กักตุน ตุ ไว้ม ว้ าก็ทะลักสู่ตสู่ ลาด ทำ ให้ปห้ ระชาชนชาวญี่ปุ่น ปุ่ ใช้ย ช้ ากันมาก ในปี ค.ศ.๑๙๕๕ คาดว่า ว่ มีช มี าวญี่ปุ่น ปุ่ ติดแอมเฟตามีน มี ราวร้อ ร้ ยละ ๑ ระหว่า ว่ ง ค.ศ.๑๙๖๐ - ๑๙๗๐ ในประเทศสวีเ วี ดนมีก มี ารใช้ย ช้ า Phenmetrazine (Preludin) ซึ่ง ซึ่ คล้ายแอมเฟตามีน มี ฉีดเข้า ข้ หลอดเลือดดำ ด้วย ใน สหรัฐ รั เมริกริาพวกฮิปปี้ซึ่ง ซึ่ เคยนิยมใช้ แอลเอสดี (LSD) หรือ รื Lysergic Acid Diethylamide) ก็ค่อย ๆ หัน หั มาใช้แ ช้ อมเฟตามีน มี ฉีด เข้า ข้ หลอดเลือดดำ เช่น ช่ กัน ระหว่า ว่ งปี ค.ศ. ๑๙๖๐ - ๑๙๗๐ ยาหลอนประสาทเริ่มริ่ถูก ถู นำ มาใช้แ ช้ ละใช้ มากหลัง ค.ศ. ๑๙๗๐ ผู้เผู้สพส่ว ส่ นใหญ่เป็นชาวอเมริกัริ กั นวัน วั รุ่น รุ่ ที่มีฐ มี านะ ทางเศรษฐกิจปานกลางโดยเริ่มริ่จาก แอลเอสดี ซึ่ง ซึ่ Hofmannเป็นผู้ ค้นพบในปี ค.ศ.๑๙๕๓ เนื่องจากแอลเอสดีทำ ให้เ ห้ กิดอาการล้าย วิกวิลจริตริจึง จึ มีนั มี นั กจิตจิวิเวิคราะห์บ ห์ างคนนำ มาใช้เ ช้ พื่อ พื่ การรัก รั ษาผู้ป่ผู้ ว ป่ นด้วย เพราะคิดว่า ว่ ยานี้จะช่ว ช่ ยกำ จัด จั "Repression" ให้ห ห้ มดไป ด้วยเหตุที่ ตุ ที่ ยา นี้ผลิตง่ายปัจจุบัน บั จึง จึ เป็นปัญหามากในเมริกริา
เนื่องจากกัญชาซึ่ง ซึ่ เป็นยาช่ว ช่ ยให้ผู้ ห้ เผู้สพรู้สึ รู้ ก สึ เป็นสุข สุ และความรู้สึ รู้ ก สึ ไวขึ้น ขึ้ เป็นยาที่หาได้ง่าย จึง จึ มีก มี ารลักลอบใช้อ ช้ ย่า ย่ งผิดผิกฎหมายกันมาในเม ริกริาตั้ง ตั้ แต่ปี ค.ศ.๑๙๖๐ เป็นต้นในยุโรปก็เช่น ช่ กัน เพิ่งพิ่จะมีก มี ารใช้กั ช้ กั ญชา ในเวลาไล่เลี่ยกันนี้ โดยทหารของกษัตรย์น ย์ โปเลียนเป็นผู้นำผู้ นำ มาจาก ประเทศอียิปยิต์ทั้ง ทั้ ๆ ที่กัญชาเป็นที่นิยมใช้กั ช้ กั นอย่า ย่ งกว้า ว้ งขวางใน ประเทศอินเดียและประเทศในเอเชีย ชี ตะวัน วั ออกกลางมาก่อนหลาน ศตวรรษ ในสหรัฐ รั นิยมใช้ใช้ นคนบางกลุ่ม ลุ่ เช่น ช่ พวกนักดนตรีแ รี จ๊ส จ๊ และ พวกเม็ก ม็ ซิกัซิ กั นอพยพมาอยู่ใยู่ นสหรัฐ รั ในฝรั่ง รั่ เศสเป็นที่นิยมใช้ใช้ นกลุ่ม ลุ่ นัก ประพัน พั ธ์ ถ้าจะนับตามจำ นวนผู้เผู้สพติดหรือ รื ผู้ใผู้ช้ย ช้ าอย่า ย่ ง ๆ ผิดผิๆ สุร สุ าและบุหรี่ น่าจะเป็นสารสำ คัญของปัญหานี้ แต่เนื่องจากราคาย่อ ย่ มเยา สามารถ หามาเสพได้ง่ายกว่า ว่ และไม่ผิ ม่ ดผิกฎหมาย ทำ ให้ส ห้ าร ๒ ชนิดนี้ ดูจ ดู ะไม่มี ม่ มี ความสำ คัญเท่าใดนัก แต่กัญชา ยาหลอนประสาท และเฮโรอีน จำ นวนผู้ใผู้ช้แ ช้ ละผู้เผู้สพติดน้อยกว่า ว่ กลับเป็นปัญหาสำ คัญทั่ว ทั่ โลก โดย เฉพาะอย่า ย่ งยิ่งยิ่เฮโรอีนกำ ลังเป็นปัญหามากในประเทศไทย และ ประเทศเพื่อ พื่ นบ้า บ้ นที่อยู่บ ยู่ นคาบสมุทรอินโดจีน จี ทั้ง ทั้ นี้เพราะเป็นสารซึ่ง ซึ่ มี ราคาแพงและผิดผิกฎหมาย ทั้ง ทั้ อำ นาจในการเสพติดก็สูง สู และวิธีวิบ ธี างวิธีวิ ธี ยัง ยั อาจทำ ให้เ ห้ กิดอันตรายร้า ร้ ยแรงต่อสุข สุ ภาพจึง จึ ก่อให้เ ห้ กิดปัญหาทั้ง ทั้ ทางเศรษฐกิจ สัง สั คม และการแพทย์ จนต้องจัด จั เป็นปัญหาเร่ง ร่ ด่วน ของประเทศอย่า ย่ งหนึ่งที่ต้องรีบ รี แก้ไข
คคววาามมหหมมาายยขขอองงยยาาเเสสพพติติ ติ ดติ ดใให้ห้ ห้โห้โททษษ ผู้ที่ผู้ ที่ เสพยา ต้องเพิ่มพิ่ขนาดการเสพติดมากขึ้น ขึ้ เป็นลำ ดับ ผู้ที่ผู้ ที่ เสพยา จะเกิดอาการถอนยา เมื่อ มื่ หยุดใช้ย ช้ า หรือ รื ขาดยา ผู้ที่ผู้ ที่ เสพยา จะเกิดความต้องการเสพทั้ง ทั้ ทางร่า ร่ งกายและจิตจิ ใจ อย่า ย่ งรุนแรงตลอดเวลา ผู้ที่ผู้ ที่ เสพยา จะมีสุ มี ข สุ ภาพร่า ร่ งกายที่ทรุดโทรมลง หรือ รื กล่าวได้ว่า ว่ เป็นยาหรือ รื สารที่ออกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อจิตจิ ประสาท ที่ผู้นั้ผู้ นั้ น นั้ ใช้อ ช้ ยู่ปยู่ ระจำ แล้วยาหรือ รื สารนั้น นั้ ทำ ให้มี ห้ ค มี วามผิดผิ ปกติที่ระบบ ประสาทกลางซึ่ง ซึ่ จะถือว่า ว่ ผู้นั้ผู้ นั้ น นั้ ติดยากเสพติด ถ้ามีอ มี าการต่อไปนี้ อย่า ย่ งน้อย ๓ ประการคือ หรือ รื กล่าวได้ว่า ว่ เป็นยาหรือ รื สารที่ออกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อจิตจิ ประสาท ที่ผู้นั้ผู้ นั้ น นั้ ใช้อ ช้ ยู่ปยู่ ระจำ แล้วยาหรือ รื สารนั้น นั้ ทำ ให้มี ห้ ค มี วามผิดผิ ปกติที่ระบบ ประสาทกลางซึ่ง ซึ่ จะถือว่า ว่ ผู้นั้ผู้ นั้ น นั้ ติดยากเสพติด ถ้ามีอ มี าการต่อไปนี้ อย่า ย่ งน้อย ๓ ประการคือ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยจะทำ ทุก ทุ อย่า ย่ งเพื่อ พื่ ให้ไห้ ด้ยาหรือ รื สารนั้น นั้ มาไว้ แม้เ ม้ป็นวิธีวิที่ ธี ที่ ผิดผิกฎหมาย เช่น ช่ ลักขโมยก็จะทำ ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยไม่ส ม่ ามารถปฏิบัติ บั ติงานตามปกติได้เนื่องจากมีอ มี าการพิษพิ หรือ รื อาการขาดยาหรือ รื สารนั้น นั้ พฤติกรรมของผู้ป่ผู้ ว ป่ ยเปลี่ยนไป เช่น ช่ หยุดงานบ่อ บ่ ย หรือ รืไม่เ ม่ อาใจ ใส่ค ส่ รอบครัว รั ผู้ป่ผู้ ว ป่ ยต้องเสพยาเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ เรื่อ รื่ ย ๆ (มี Tolerance) มี เมื่อ มื่ หยุดเสพหรือ รื ลดปริมริาณการเสพลงมา จะเกิดอาการขาดยา หรือ รื สารนั้น นั้ (Winthdrawal Symptom) พระราชบัญ บั ญัติยาเสพติดให้โห้ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒ กำ หนดความ หมายของคำ ว่า ว่ ยาเสพติดให้โห้ ทษ ไว้ดั ว้ ดั งนี้ คือ สารเคมีห มี รือ รื วัต วั ถุช ถุ นิด ใด ๆ ซึ่ง ซึ่ เมื่อ มื่ เสพเข้า ข้ สู่ร่สู่ า ร่ งกายไม่ว่ ม่ า ว่ จะโดยวิธีวิ ธี รับ รั ประทาน ดม สูบ สู หรือ รื ด้วยวิธีวิก ธี ารใด ๆ แล้วทำ ให้เ ห้ กิดผลต่อร่า ร่ งกายและจิตจิ ใจใน ลักษณะสำ คัญ เช่น ช่
ปปรระะเเภภททยยาาเเสสพพติติ ติ ดติ ด ตามพระราชบัญ บั ญัติยาเสพติดให้โห้ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒ แบ่ง บ่ ยาเสพ ติดให้โห้ ทษออกเป็น ป็ ๕ ประเภทดัง ดั นี้ คือ 1. - ประเภทที่ ๑ ได้แ ด้ ก่ เฮโรอีน อีทอร์ฟีร์ น ฟี อะซีท ซี อร์ฟีร์ น ฟี ฯลฯ (จัด จั เป็น ป็ ยาเสพติดให้โห้ ทรษชนิดนิร้า ร้ ยแรง) - ประเภทที่ ๒ ได้แ ด้ ก่ ฝิ่น มอร์ฟีร์ น ฟี โคเดอีน ไดฟีน๊ ฟี อ น๊ คซีเ ซี ลท เอธิลธิมอร์ฟีร์ น ฟี ฯลฯ (จัด จั เป็น ป็ ยาเสพติดให้ โทษทั่ว ทั่ ไป) - ประเภทที่ ๓ ได้แ ด้ ก่ ยาแก้ไอ แอแก้ท้องเสีย สี ที่มีฝิ่มีฝิ่ น โค เดอีน หรือ รืไดฟีน๊ ฟี อ น๊ คซีเ ซี ลทเป็น ป็ ส่ว ส่ นผสม ฯลฯ (จัด จั เป็น ป็ ยาเสพติดให้ โทษชนิดนิเป็น ป็ ตำ รับ รั ยา ที่มีย มี าเสพติดให้โห้ ทษประเภท ๒ ปรุง รุ ผสมอยู่ ด้ว ด้ ย) - ประเภทที่ ๔ ได้แ ด้ ก่ อะเซติคแอนไฮไดรด์ อะเซติลคลอไรด์ (จัด จั เป็น ป็ สารเคมีที่ มี ที่ใช้ใช้ นการผลิตยาเสพติดให้โห้ ทษประเภท ๑ หรือ รื ประเภท ๒) - ประเภทที่ ๕ ได้แ ด้ ก่ พืช พื กัญชา พืช พื กระท่อม เห็ด ห็ ขี้ ควาย (จัด จั เป็น ป็ ยาเสพติดให้โห้ ทษที่มิไมิด้เ ด้ ข้า ข้ ข่า ข่ ยอยู่ใยู่ นประเภท ๑ ถึง ประเภท ๔) 2. ตามวิถีวิ ถี การออกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อระบบประสาทส่ว ส่ นกลาง แบ่ง บ่ ออกเป็น ป็ ๔ ประเภท คือ ออกฤทธิ์กธิ์ดประสาท (Depressants) พวกนี้จ นี้ ะออกฤทธิ์กธิ์ดประสาทสมองศูนย์ค ย์ วบคุม คุ การหายใจในสมอง และประสาทที่ควบคุม คุ การทำ งานของอวัย วั วะ บางอย่า ย่ งของร่า ร่ งกาย ยาพวกนี้ไนี้ ด้แ ด้ ก่ ฝิ่น มอร์ฟีร์ น ฟี เฮโรอีน และเซ โคบาร์บิ ร์ ทบิาล (Secobarbital) ซึ่ง ซึ่ เรีย รี กกันในหมู่ใมู่ ช้ว่ ช้ า ว่ "ปีศ ปี าลแดง" หรือ รื "เหล้าแห้ง ห้ " ไดอะซีแ ซี พม ทินเนอร์ กาว ฯลฯ
1 ยาออกฤทธิ์ก ธิ์ ระตุ้น ตุ้ ประสาท จะออกฤทธิ์กธิ์ระตุ้น ตุ้ ประสาทสมองส่ว ส่ นกลางโดยตรง กระตุ้น ตุ้ การ เต้นของหัว หัใจ และอารมณ์ด้ว ด้ ย เช่น ช่ แอมเฟตามีน มี (Amphetamine) หรือ รื ที่เรีย รี กกันทั่ว ทั่ ไปว่า ว่ "ยาม้า ม้" หรือ รื "ยาขยัน ยั " อีเฟดรีน รี โคเคน ฯลฯ 2.ยาออกฤทธิ์ห ธิ์ ลอนประสาท จะออกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อประสาทสมอง ทำ ให้มี ห้ ก มี ารรับ รั รู้ค รู้ วามรู้สึ รู้ ก สึ (Perception) ผิดผิ ไป เกิดอาการประสาทหลอน หรือ รื แปลสิ่งสิ่เร้า ร้ ผิดผิ (illusion) ได้แ ด้ ก่ แอลเอสดี (Lysergicacid dietyhlamide) แกส โซลีน (Gasoline) เปลือกกล้วย ยางมะละกอ และ แฟนไซคลิดีน ดี (Phencylidine) ดีเ ดี อ็มที เห็ด ห็ ขี้ค ขี้ วาย ฯลฯ
3.ยาออกฤทธิ์ผ ธิ์ สมผสาน จะออกฤทธิ์กธิ์ระตุ้น ตุ้ ประสาทสมองส่ว ส่ นกลางโดยตรง กระตุ้น ตุ้ การ เต้นของหัว หัใจ และอารมณ์ด้ว ด้ ย เช่น ช่ แอมเฟตามีน มี (Amphetamine) หรือ รื ที่เรีย รี กกันทั่ว ทั่ ไปว่า ว่ "ยาม้า ม้" หรือ รื "ยาขยัน ยั " อีเฟดรีน รี โคเคน ฯลฯ องค์การอนามัย มั โลก (WHO) แบ่ง บ่ ยาหรือ รื สารเสพ ติด ออกเป็น ป็ -ประเภทฝิ่น หรือ รื มอร์ฟีร์ น ฟี รวมทั้ง ทั้ ยาที่มีฤ มี ทธิ์คธิ์ล้ายมอร์ฟีร์ น ฟี เช่น ช่ ฝิ่น มอร์ฟีร์ น ฟี เฮโรอีน เพทธีดี ธี น ดี - ประเภทบาร์บิ ร์ ตูบิเ ตู รต รวมทั้ง ทั้ ยาที่มี ฤทธิ์ทำธิ์ ทำ นองเดีย ดี วกัน เช่น ช่ เซโคบาร์บิ ร์ ตบิาล อะโมบาร์บิ ร์ ตบิาล พาราลดี โฮด์ เมโปรมาเมต ไดอะซีแ ซี พม คลอดไดอะซีป๊ซี อ ป๊ กไซด์ - ประเภท แอลกอฮอล์ เช่น ช่ เหล้า เบีย บี ร์ วิสวิกี้ - ประเภทแอมเฟตามีน มี เช่น ช่ แอ มเฟตามีน มี (ยาม้า ม้) เดซ์แ ซ์ อมเฟตามีน มี - ประเภทโคเคน เช่น ช่ โคเคน ใบโคคา - ประเภทกัญชา เช่น ช่ ยอดช่อ ช่ ดอกกัญชาตัวเมีย มี - ประเภท คัด (KHAT) เช่น ช่ ใบคัด ใบกระท่อม
ประเภทที่ ๑ เช่น ช่ อีอีที (DET) แอลเอสดี (LSD) ๓-๔ เมทิลลินได ออกซิเซิมท แอมเฟตามีน มี (๓,๔ - methylenedioxymethamphtamine, MDMA ประเภทที่ ๒ เช่น ช่ แอมเฟตามีน มี (Amphetamine) เซโคบาร์บิ ร์ บิ ตาล (Secobarbital) เลโวเมทแอมเฟตามีน มี (Levomethamphetamine) ประเภทที่ ๓ เช่น ช่ อะโมบาร์บิ ร์ ตบิาล (Amobarbital) ไซโคลบาร์บิ ร์ บิ ตาล (Cyclobarbital) คาทิน (Cathine) ประเภทที่ ๔ เช่น ช่ แอม ฟรีพ รี ราโมน (Amfepramone) บาร์บิ ร์ ตบิาล (Barbital) โพโรวาเล โรน (Pyroalerone - ประเภทหลอนประสาท เช่น ช่ แอลเอสดี ดีเอ็มที เมสคาลีน เมล็ดมอร์ นิ่งโกลลี่ ลำ โพง เห็น ห็ เมาบางชนิด - ประเภทอื่น ๆ เป็นพวกที่ไม่ สามารถจัด จั เข้า ข้ประเภทได้ เช่น ช่ ทินเนอร์ เบนซีน ซี น้ำ ยาล้างเล็บ ยาแก้ ปวด บุหรี นอกจากนั้น นั้ ทางกฎหมาย ยัง ยัได้กำ หนด "วัต วั ถุอ ถุ อกฤทธิ์" ธิ์ซึ่งต ซึ่ าม พ.ร.บ. วัต วั ถุที่ ถุ ที่ ออกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อที่เป็นวัต วั ถุสั ถุ ง สั เคราะห์ ทั้ง ทั้ นี้ตามที่รัฐ รั มนตรี ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แบ่ง บ่ วัต วั ถุอ ถุ อกฤทธิ์ ออกเป็น ๔ ประเภท ดังนี้
เป็นสารอัลคาลอยด์ที่สกัดได้จากฝิ่น มีลั มี ลั กษณะเป็นผงสีข สี าวนวล สีค สี รีม รี สีเ สี ทา ไม่มี ม่ ก มี ลิ่น รสขม ละลายน้ำ ง่าย (จัด จั เป็นยาเสพติดให้โห้ ทษ ประเภท ๒ ตามพระราชบัญ บั ญัติยาเสพติดให้โห้ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒) มีฤ มี ทธิ์ ในการกดประสาทและสมองรุนแรงกว่า ว่ ฝิ่น ประมาณ ๘-๑๐ เท่า เสพ ติดได้ง่าย มีลั มี ลั กษณะแตกต่างกัน เช่น ช่ อัดเป็นเม็ด ม็ เป็นผง เป็นแท่ง สี่เ สี่ หลี่ยมมีเ มี ครื่อ รื่ งหมาย 999 หรือ รื OK เป็นสัญ สั ลักษณ์ และชนิดน้ำ บรรจุหลอด ยยาาเเสสพพติติ ติ ดติ ดชชนินิดดต่ต่ ต่ าต่ างง ๆๆ มอร์ฟีร์ น ฟี (MORPHINE) ลักษณะ อาการผู้เผู้สพติดมอร์ฟีร์ น ฟี ผู้ที่ผู้ ที่ เสพมอร์ฟีร์ น ฟี ระยะแรก ฤทธิ์ขธิ์องมอร์ฟีร์ น ฟี จะช่ว ช่ ยลด ความวิตวิกกังวล คลายความ เจ็บ จ็ ปวดต่าง ๆ ตามร่า ร่ งกาย ทำ ให้มี ห้ อ มี าการง่วง นอนและหลับง่าย และหากเสพจนเกิดอาการติด ฤทธิ์ขธิ์องมอร์ฟีร์ น ฟี จะ ทำ ให้ผู้ ห้ เผู้สพมีอ มี าการเหม่อ ม่ ลอย เซื่อ ซื่ งซึม ซึ จิตจิ ใจเลื่อนลอย เกียจคร้า ร้ นไม่ สนใจต่อสิ่งสิ่แวดล้อมรอบกายสุข สุ ภาพร่า ร่ งกาย ผ่า ผ่ ยผอม ทรุดโทรม และเมื่อ มื่ ไม่ไม่ ด้เสพจะเกิดอาการกระวนกระวาย ความคิดสับ สั สนพฤติกรรมก้าวร้า ร้ ว หงุดหงิดง่าย วิตวิกกังวล หวาดระแวง หูอื้ หู อื้ อ นอนไม่ห ม่ ลับ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจีย จี น บางคนอาจ ชัก ชั และหมดสติในที่สุด สุ
เฮโรอีนเป็นยาเสพตดให้โห้ ทษชนิดร้า ร้ ยแรง ประเภท ๑ (ตามพระ ราชบัญ บั ญัติยาเสพติดให้โห้ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒) เฮโรอีนได้จากการ สัง สั เคราะห์ต ห์ ามกรรมวิธีวิท ธี างเคมี ฤทธิ์ขธิ์องเฮโรอีนมีค มี วามรุนแรงกว่า ว่ มอร์ฟีร์ น ฟี ประมาณ ๔-๘ เท่าและรุนแรงกว่า ว่ ฝิ่นประมาณ ๓๐-๘๐ เท่า เฮโรอีนที่แพร่ร ร่ ะบาดในปัจจุบัน บั มี ๒ ชนิด คือ 1. เฮโรอีนบริสุริท สุ ธิ์ หรือ รื เฮโรอีนเบอร์ ๔ มีลั มี ลั กษณะเป็นผงละเอียดสีข สี าว ชนิดนี้จะมีเ มี นื้อเฮโรอีนสูง สู ถึง ๙๐ - ๙๕ เปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ ไม่มี ม่ ก มี ลิ่น รสขมจัด จั (นิยมเรีย รี กว่า ว่ ผงขาว) มัก มั บรรจุอยู่ใยู่ นถุง ถุ ห่อ ห่ กระดาษ พลาสติก หรือ รื หลอด ฯลฯ นิยมเสพโดยวิธีวิ ธี ฉีด สูบ สู ฯลฯ 2. เฮโรอีนผสม หรือ รื เฮโรอีนเบอร์ ๓ นิยมเรีย รี นกันทั่ว ทั่ ไปว่า ว่ แค๊ป ไอ ระเหย ลักษณะเป็นเกล็ด ไม่มี ม่ ก มี ลิ่น มีห มี ลากสีต่ สี ต่ าง ๆ กัน เช่น ช่ สีม่ สี ว ม่ ง อ่อน สีช สี มพูอ่อน สีดิ สี ดินลูก ลู รัง รั ฯลฯ ชนิดนี้มีเ มี นื้อเฮโรอีนประมาณ ๕ - ๒๐ เปอร์เ ร์ ซ็น ซ็ ต์ เป็นเฮโรอีนไม่บ ม่ ริสุริท สุ ธิ์ เนื่องจากมีส มี ารพิษพิ ประเภท สารหนู สติ๊กนิน กรดประสานทอง ฯลฯ เป็นส่ว ส่ นผสมอยู่ด้ ยู่ ด้ วย มัก มั จะ พบบรรจุอยู่ใยู่ นซองพลาสติกหรือ รื ห่อ ห่ กระดาษ นิยมเสพโดยวิธีวิสู ธี ด สู ไอ ระเหย โฮโรอีน (HEROIN) ลักษณะ
เฮโรอีน เป็นยาเสพติดที่ร้า ร้ ยแรง เสพติดได้ง่ายเมื่อ มื่ ใช้เ ช้ พีย พี ง ๑ หรือ รื ๒ ครั้ง รั้ อาจทำ ให้เ ห้ กิดอาการมึน มึ งงเซื่อ ซื่ งซึม ซึ ง่วง เคลิ้มหลัดได้เป็นเวลา นาน ไม่ส ม่ นใจต่อสิ่งสิ่ต่าง ๆ รอบข้า ข้ ง บางรายเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจีย จี น ตาลาย สำ หรับ รั ผู้ที่ผู้ ที่ เสพจนติด เสพเป็นประจำ ร่า ร่ งกายจะทรุดโทรม ผอม ตัวซีด ซี เหลือง ของตาคล้ำ ดวงตาเหม่อ ม่ ลอย น้ำ หนักตัวลดอย่า ย่ ง รวดเร็ว ร็ สมองและประสาทเสื่อ สื่ ม ความคิดสับ สั สน ความจำ เสื่อ สื่ ม อ่อนเพลียไม่มี ม่ แ มี รง และหากใช้ย ช้ าเกิดขนาด ฤทธิ์ขธิ์องเฮโรอีนจะทำ ให้ หัว หัใจหยุดทำ งาน เกิดอาการ "ช็อ ช็ ค" ถึงแก่ความตายได้ทันที สำ หรับ รั อาการขาดยาหรือ รืไม่ไม่ ด้เสพยาเมื่อ มื่ ถึงเวลาเสพ ผู้เผู้สพติดเฮโรอีนจะเกิด อาการทุร ทุ นทุร ทุ าย ทุก ทุ ข์ท ข์ รมาน น้ำ มูก น้ำ ตาไหล ความคิดฟุ้ง ฟุ้ ซ่า ซ่ น สับ สั สน หงุดหงิด กระวนกระวาย ปวดเจ็บ จ็ ตามกล้ามเนื้อตามกระดูก ดู ปวดท้อง อย่า ย่ งรุนแรง หูอื้ หู อื้ อ ตาพร่า ร่ มัว มั อาเจีย จี นอย่า ย่ งรุนแรง ถ่ายอุจจาระเป็น เลือด นอนไม่ห ม่ ลับ บางรายมีอ มี าการเพ้อ พ้ คลั่ง ลั่ ชัก ชั และหมดสติอาจถึงขั้น ขั้ เสีย สี ชีวิ ชี ตวิ ได้ อาการผู้เผู้สพติดเฮโรอีน
โคเคนหรือ รืโคคาอีน เป็นสารเสพติดธรรมชาติที่ได้จากการ สัง สั เคราะห์ส่ ห์ ว ส่ นใบของต้นโคคา (จัด จั เป็นยาเสพติดให้โห้ ทษประเภท ๒ ตามพระราชบัญ บั ญัติยาเสพติดให้โห้ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒) นิยมปลูก ลู กันมาก ในประเทศแถบอเมริกริาใต้ และอเมริกริากลาง เช่น ช่ ประเทศโบลิเวีย วี เปรู โคลัมเบีย บี เอกวาดอร์ เป็นต้น สำ หรับ รั ขั้น ขั้ ตอนการผลิตโคเคน ประเทศเปรูและโบลิเวีย วี จะเป็นแหล่งแปรสภาพใบโคคาเป็น COCA PASTE และ COCA BASE ไปแปรสภาพเป็น COCAINE HYDROCHLORIDE อันเป็นโคเคนบริสุริท สุ ธิ์ มีฤ มี ทธิ์ใธิ์นการ กระตุ้น ตุ้ ประสาทส่ว ส่ นกลาง เช่น ช่ เดียวกับ แอมเฟตามีน มี (ยาม้า ม้) แต่ทำ ให้เ ห้ กิด อาการติดยาได้ง่ายกว่า ว่ โคเคนหรือ รืโคคาอีนนิยมเรีย รี กกันในกลุ่ม ลุ่ ผู้ เสพว่า ว่ COKE , SNOW , SPEED BALL , CRACK ฯลฯ มี ลักษณะเป็นผงละเอียดสีข สี าว รสขม ไม่มี ม่ ก มี ลิ่น มัก มั นิยมเสพโดยใช้วิ ช้ ธีวิ ธี สูบ สู ฉีด หรือ รื สูด สู พ่น พ่ เข้า ข้ไปในจมูก ฯลฯน โคเคน (COCAINE) ลักษณะ
ผู้เผู้สพติดโคเคนเข้า ข้ สู่ร่สู่ า ร่ งกาย ในระยะแรกฤทธิ์ขธิ์องโคเคนจะกระตุ้น ตุ้ ประสาททำ ให้เ ห้ กิดอาการไร้ค ร้ วามรู้สึ รู้ ก สึ ดูเ ดู หมือ มื นคล้ายมีกำ มี กำ ลังมากขึ้น ขึ้ มี ความกระปรี้ก รี้ ระเปร่า ร่ ไม่รู้ ม่ รู้ สึ รู้ ก สึ เหนื่อย แต่เมื่อ มื่ หมดฤทธิ์ยธิ์าร่า ร่ งกายและ ความรู้สึ รู้ ก สึ จะอ่อนเพลียเมื่อ มื่ ยล้าขึ้น ขึ้ มาทันที มีอ มี าการเซื่อ ซื่ งซึม ซึ และหากว่า ว่ เสพจนถึงขั้น ขั้ ติดยาจะเกิดผลต่อร่า ร่ งกายอย่า ย่ งมาก เช่น ช่ หัว หัใจเต้นแรง ความดันโลหิตหิสูง สู ตัวร้อ ร้ น มีไมี ขตลอดเวลา นอนไม่ห ม่ ลับ ฯลฯ และหาก เสพโคเคนเข้า ข้ สู่ร่สู่ า ร่ งกายเกิดขนาดจะเกิดพิษพิเฉียบพลัน ฤทธิ์ขธิ์องยาจะ ไปกดการทำ งานของหัว หัใจ ทำ ให้ห ห้ ายใจไม่อ ม่ อกอาจชัก ชั และเสีย สี ชีวิ ชี ตวิ ได้ อาการผู้เผู้สพติดโคเคน
กัญชาเป็นพืช พื ล้มลุก ลุ จำ พวกหญ้าชนิดหนึ่ง มีชื่ มี ชื่ อ ชื่ เรีย รี กต่าง ๆ กัน เช่น ช่ THAISTICKS,MARY - JANE หรือ รื ที่นิยมเรีย รี กกันในกลุ่ม ลุ่ ผู้ เสพว่า ว่ เนื้อ (จัด จั เป้น ป้ ยาเสพติดให้โห้ ทษประเภท ๕ ตามพระราชบัญ บั ญัติ ยาเสพติดให้โห้ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒) ลักษณะใบกัญชา จะเรีย รี วยาวแตกเป็น แฉกคล้ายใบละหุ่ง หุ่ หรือ รื มัน มั สำ ปะหลัง ส่ว ส่ นที่นำ มาใช้เ ช้ สพก็คือ ใบและ ยอดช่อ ช่ ดอกตัวเมีย มี โดยการนำ มาตากหรือ รื อบแห้ง ห้ แล้วบดหรือ รื หั่น หั่ เป็นผงหยาบ ๆ นำ มามวนบุหรี่สู รี่ บ สู หรือ รื อาจสูบ สู ด้วยกล้องหรือ รื บ้อ บ้ ง กัญชา บางรายใช้เ ช้ คี้ยว หรือ รื เจอืปนกับอาหารรับ รั ประทาน ในกรณีที่ เสพติดด้วยวิธีวิก ธี ารสูบ สู กลิ่นกัญชาจะเหมือ มื นกับเชือ ชื กหรือ รื หญ้าแห้ง ห้ ไหม้ไม้ฟ กัญชาจะออกฤทธิ์หธิ์ลายอย่า ย่ งผสมผสานกัน เริ่มริ่ตั้งแ ตั้ ต่ กระตุ้น ตุ้ กด และหลอนประสาททั้ง ทั้ นี้เนื่องจากในช่อ ช่ ดอกและใบกัญชามี สารพิษพิที่ร้า ร้ ยแรงชนิดหนึ่งเรีย รี กว่า ว่ TETRAHYDROCANNABINOL (THC) เป็นสารพิษพิที่ทำ ลาย สุข สุ ภาพร่า ร่ งกายและก่อให้เ ห้ กิดอาการติดยาผู้ที่ผู้ ที่ เสพกัญชาเข้า ข้ สู่ร่สู่ า ร่ งกาย แล้วประมาณ ๑๕ - ๓๐ นาที ฤทธิ์ขธิ์องสาร THC จะทำ ให้ร่ ห้ า ร่ งกาย อารมณ์และจิตจิ ใจผู้เผู้สพเปลี่ยนแปลงไป บางรายอาจถึงขั้น ขั้ ไม่ส ม่ ามารถ ควบคุม คุ สติตนเองได้ อาจเพ้อ พ้ คลั่ง ลั่ มีอ มี าการเป็นโรคจิใจินเวลาต่อมา กัญชา (CANNABIS) ลักษณะ
ผู้ที่ผู้ ที่ เสพกัญชาในระยะแรกของการเสพ ฤทธิ์ขธิ์องกัญชาจะกระตุ้น ตุ้ ประสาททำ ให้ผู้ ห้ เผู้สพมีอ มี าการร่า ร่ งเริงริช่า ช่ งพูด หัว หั เราะง่าย หัว หัใจเต้นเร็ว ร็ ตื่นเต้นง่าย ต่อมาจะมีอ มี าการคล้ายคนเมาเหล้าอย่า ย่ งอ่อนเนื่องจาก กัญชา ออกฤทธิ์กธิ์ดประสาทผู้เผู้สพจะมีอ มี าการง่วงนอน ซึม ซึ หายใจถี่เห็น ห็ ภาพลวงตา ภาพหลอนต่าง ๆ เกิดอาการ หู่แ หู่ ว่ว ว่ ตกใจง่าย วิตวิกกังวล หวาดระแวง บางรายคลื่นไส้อ ส้ าเจีย จี นความจำ เสื่อ สื่ มความคิดสับ สั สนเพ้อ พ้ คลั่ง ลั่ ไม่ส ม่ ามารถควบคุม คุ ตนเองได้มีอ มี าการทางจิตจินอกจากนี้สารพิษพิ ใน กัญชายัง ยั ทำ ลายระบบภูมิ ภู คุ้มิ คุ้ ม คุ้ กันของร่า ร่ งกาย ทำ ให้ร่ ห้ า ร่ งกายอ่อนแอ ติด โรคอื่น ๆ ได้ง่าย เช่น ช่ โรคหลอดลมอักเสบเรื้อ รื้ รัง รั โรคระบบทางเดิน หายใจ โรคมะเร็ง ร็ปอดทำ ให้ส ห้ มรรถภาพทางเพศลดลงเกิดความผิดผิ ปกติของฮอร์โร์ มนเพศและพัน พั ธุกรรม ยยาาเเสสพพติติ ติ ดติ ดชชนินิดดต่ต่ ต่ าต่ างง ๆๆ อาการผู้เผู้สพติดกัญชา
กระท่อมเป็นพืช พื ยืน ยื ต้นขนาดกลางชนิดหนึ่ง พบมากในแถบทวีปวี เอเชีย ชี เช่น ช่ ประเทศอินเดีย ไทย ฯลฯ (จัด จั เป็นยาเสพติดประเภท ๕ ตามพระราชบัญ บั ญัติยาเสพติดให้โห้ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒) ลักษณะใบคล้าย ใบกระดังงาหรือ รืใบฝรั่ง รั่ มีด มี อกกลมโตเท่าผลพุทรา มีชื่ มี ชื่ อ ชื่ เรีย รี กต่าง ๆ กัน เช่น ช่ กระทุ่ม ทุ่ โคก กระทุ่ม ทุ่ พาย การเสพจะใช้ส่ ช้ ว ส่ นที่เป็นใบเคี้ยวสด หรือ รื ตากแห้ง ห้ แล้วบดหรือ รื หั่น หั่ เป็นผงหยาบนำ ไปผสมกับน้ำ ร้อ ร้ นดื่ม แทนใบชาจีน จี พืช พื กระท่อมมีอ มี ยู่ ๒ ชนิด คือ กระท่อม 1.ชนิดก้านแดง มีลั มี ลั กษณะของก้านและเส้น ส้ ของใบเป็นสีแ สี ดงเรื่อ รื่ ๆ 2.ชนิดก้านเขีย ขี ว มีลั มี ลั กษณะของก้านและเส้น ส้ ของใบเป็นสีเ สี ขีย ขี วตลอด กระท่อม (KRATOM) ลักษณะ ในกระท่อมเป็นยาเสพติดที่มีฤ มี ทธิ์ใธิ์นการกระตุ้น ตุ้ ประสาท เนื่องจากใบ กระท่อมมีส มี ารอันตรายชนิดหนึ่งเรีย รี กว่า ว่ "ไมตราจัย จั นิน" ทำ ให้ผู้ ห้ เผู้สพใบ กระท่อมมีค มี วามรู้สึ รู้ ก สึ ไม่เ ม่ หน็ดเหนื่อยชณะทำ งาน ทำ งานได้นาน หายปวด เมื่อ มื่ ยไม่รู้ ม่ รู้ สึ รู้ ก สึ หิวหิทนแดดได้นานแต่ไม่ช ม่ อบถูก ถู ฝนในอดีตแพทย์แ ย์ ผน โบราณใช้ใช้ บกระท่อมเพื่อ พื่ รัก รั ษาโรคบิดบิท้องเดินและระงับประสาท
ผู้เผู้สพใบกระท่อม จะพบว่า ว่ ร่า ร่ งกายทรุดโทรมมาก เนื่องจากสุข สุ ภาพ ร่า ร่ งกายทำ งานเกินกำ ลังลักษณะที่เห็น ห็ ชัด ชั คือ ผิวผิหนังตามร่า ร่ งกาย แห้ง ห้ เกรีย รี มดำ ปากแห้ง ห้ แก้มเป็นจุดดำ ๆ และมีอ มี าการนอนไม่ห ม่ ลับ ท้องผูก ผู อุจจาระเป็นสีเ สี ขีย ขี วคล้ายมูลแพะ และหากเสพเข้า ข้ สู่ร่สู่ า ร่ งกาย ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ จะทำ ให้ส ห้ ภาพจิตจิ ใจสับ สั สนอาจมีอ มี าการทาง ประสาทและเมื่อ มื่ ไม่ไม่ ด้เสพจะมีอ มี าการขาดยา ร่า ร่ งกายจะอ่อนเพลียปวด เมื่อ มื่ ยตามข้อ ข้ ตามกล้ามเนื้อ อารมณ์หงุดหงิด กระวนกระวาย เบื่อ บื่ อาหารคลื่นไส้อ ส้ าเจีย จี น นอนไม่ห ม่ ลับ อาการผู้เผู้สพติดกระท่อม
เป็นเห็ด ห็ พิษพิที่มัก มั ขึ้น ขึ้ อยู่ต ยู่ ามมูลความแห้ง ห้ และมีขึ้ มี ขึ้ น ขึ้ อยู่ทั่ ยู่ ทั่ ว ทั่ ไปแทบ ทุก ทุ ภาคของประเทศไทย มีชื่ มี ชื่ อ ชื่ เรีย รี กกันในบรรดานักท่องเที่ยวว่า ว่ MAGIC MUSHROOM (จัด จั เป็นยาเสพติดให้โห้ ทษประเภท ๕ ตามพ ระราชบัญ บั ญัติยาเสพติดให้โห้ ทษ พ.ศ.๒๕๒๒) ลักษณะของเห็ด ห็ ขี้ค ขี้ วาย มีสี มี เ สี หลืองซีด ซี คล้ายสีฟสี างแห้ง ห้ บริเริวณส่ว ส่ นบนของหัว หั เห็ด ห็ ที่มีรู มี รู ปร่า ร่ ง คล้ายร่ม ร่ จะมีสี มี น้ำ สี น้ำ ตาลเข้ม ข้ จนถึงดำ บริเริวณก้านตอนบนใกล้ตัวร่ม ร่ มี แผ่น ผ่ เนื้อเยื่อ ยื่ บาง ๆ สีข สี าวคล้ายวงแหวนแผ่อ ผ่ ยู่ร ยู่ อบก้าน เห็ด ห็ ขี้ค ขี้ วาย พบได้ทั้ง ทั้ ในสภาพที่เป็นเห็ด ห็ สดและเห็ด ห็ ตากแห้ง ห้ ผู้ที่ผู้ ที่ เสพหรือ รื บริโริภค เห็ด ห็ ชนิดนี้เข้า ข้ไปร่า ร่ งกายจะได้รับ รั สารพิษพิเช่น ช่ ไซโลลีน และไซโลไซลีน ซึ่ง ซึ่ เป็นสารพิษพิที่มีฤ มี ทธิ์ใธิ์นการหลนประสาท ทำ ลายระบบประสาทอย่า ย่ ง รุนแรง ผู้เผู้สพติดจะมีอ มี าการมึน มึ เมา จนอาจถึงขั้น ขั้ เสีย สี ชีวิ ชี ตวิ เห็ดขี้ค ขี้ วาย (PSILOCYBE CUBENSIS MUSHROOM) ลักษณะ
ผู้ที่ผู้ ที่ เสพหรือ รื บริโริภคเห็ด ห็ พิษพิจะรู้สึ รู้ ก สึ ร้อ ร้ นวูบวาบ ตามเนื้อตัว แน่น หน้าอก ตาพร่า ร่ อึดอัดรู้สึ รู้ ก สึ ไม่ส ม่ บาย คลื่นไส้อ ส้ าเจีย จี น อาการดังกล่าวจะ มีม มี ากน้อยเพีย พี งใดขึ้น ขึ้ อยู่กั ยู่ กั บปริมริาณของการเสพ และสภาพร่า ร่ งกาย ของผู้เผู้สพเป็นสำ คัญ ในกรณีที่เสพหรือ รื บริโริภคเข้า ข้ สู่ร่สู่ า ร่ งกายในใน ปริมริาณมาก หรือ รื ร่า ร่ งกายมีภู มี มิ ภู ต้มิ ต้ านทานน้อยฤทธิ์ขธิ์องสารพิษพิอาจทำ ให้ ถึงแก่ชีวิ ชี ตวิ ได้ และบางรายก็อาจจะเดเพีย พี งอาการมึน มึ เมา เคลิ้ม ประสาทหลอน ตาพร่า ร่ ความคิดสับ สั สน มีอ มี าการแปรปรวนทางจิตจิ อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย เพ้อ พ้ อาจบ้า บ้ คลั่ง ลั่ ได้ อาการผู้เผู้สพติดเห็ดขี้ค ขี้ วาย
แอมเฟตามีน มี มีลั มี ลั กษณะเป็นผงผลึกมีข มี าว ไม่มี ม่ ก มี ลิ่น รสขม มีฤ มี ทธิ์ ในการกระตุ้น ตุ้ ระบบประสาทส่ว ส่ นกลาง (จัด จั เป็นวัต วั ถุที่ ถุ ที่ ออกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อจิตจิ และประสาทประเภท ๒ ตามพระราชบัญ บั ญัติวัต วั ถุอ ถุ อกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อจิตจิ ประสาท พ.ศ.๒๕๑๘) มีชื่ มี ชื่ อ ชื่ เรีย รี กทางการค้าต่าง ๆ กัน เช่น ช่ เบนซีด ซี รีน รี ฟีน ฟี ามีน มี ฯลฯ แต่ในกลุ่ม ลุ่ ผู้ใผู้ช้ห ช้ รือ รื เสพนิยมเรีย รี กกันว่า ว่ ยาม้า ม้ ยาขยัน ยั ยาแก้ง่วง ยาโด๊ป ยาเพิ่มพิ่พลัง ฯลฯ ผงแอมเฟตามีน มี ๑ กรัม รั ละลาย ได้ในน้ำ ๙ ซี.ซี ซี.(ซี มิลมิลิลิตร) และละลายได้ในแอลกอฮอล์ ๕๐๐ ซี.ซี ซี.ซี (มิลมิลิลิตร) แต่จะไม่ล ม่ ะลายในอีเทอร์ ผงแอมเฟตามีน มี (ยาม้า ม้) เมื่อ มื่ นำ มาผลิต-อัดเป็นเม็ด ม็ ยาแล้วจะมีลั มี ลั กษณะเม็ด ม็ ยาหายลักษณะ เช่น ช่ เมด กลมแบ รูปเหลี่จม รูปหัว หัใจ หรือ รื อาจเป็นแคบซูล มีสี มี ต่ สี ต่ างกัน เช่น ช่ สี ขาว สีน้ำ สี น้ำ ตาล สีเ สี หลือง สีก สี ระต้ำ ตาล แต่ที่พบส่ว ส่ นมากจะเป็นสีข สี าว เม็ด ม็ กลมแบน มีสั มี ญ สั ลักษณ์บนเม็ด ม็ ยา เช่น ช่ รูปหัว หั ม้า ม้, LONDON, 99, รูปดาว ฯลฯ แอมเฟตามีน มี (AMPHETAMINE) ลักษณะ
ฤทธิ์ขธิ์องแอมเฟตามีน มี (ยาม้า ม้) จะส่ง ส่ ผลกระทบต่อผู้เผู้สพ ก่อให้เ ห้ กิด อาการทั้ง ทั้ ทางร่า ร่ งกายและจิตจิ ใจ ดังต่อไปนี้ คือ อาการทางกาย ผู้เผู้สพแอมเฟตามีน มี (ยาม้า ม้) ประมาณ ๒๐ - ๓๐ กรัม รั ต่อ วัน วั จะมีอ มี าการเบื่อ บื่ อาหาร พูดมาก ตื่นเต้นง่าย มือ มื สั่น สั่ คลื่นไส้ ความดัน โลหิตหิสูง สู หัว หัใจเต้นเร็ว ร็ และแรง ไม่รู้ ม่ รู้ สึ รู้ ก สึ ง่วง เหงื่อออกมาก กลิ่นตัวแรง ปากและจมูกแห้ง ห้ หน้ามัน มั ทำ งานได้นานเกินกว่า ว่ ปกติ รูม่า ม่ นตาเบิกบิ กว้า ว้ ง สูบ สู บุหรี่จั รี่ ด จั ท้องเสีย สี มีอ มี ารมณ์หงุดหงิด ฉุน ฉุ เฉียวง่าย อาการทางจิตจิเนื่องจากแอมเฟตามีน มี (ยาม้า ม้) มีฤ มี ทธิ์ใธิ์นการกระตุ้ นระบบประสาท ส่ว ส่ นกลางและเป็นยาที่ถูก ถู ดูด ดู ซึม ซึ ได้ง่ายการเสพจึง จึ ต้อง เพิ่มพิ่ขนาดเสมอ ๆ ซึ่ง ซึ่ หากใช้ห ช้ รือ รื เสพยาม้า ม้ ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะ ทำ ให้เ ห้ กิดอาการทางจิตจิเป็นโรคหวาดระแวง วิตวิกกังวล มีอ มี าการ ประสาทหลอน บางราย เพ้อ พ้ คลุ้ม ลุ้ คลั่ง ลั่ เห็น ห็ ภาพหลอนต่าง ๆ นานา อาจเป็นบ้า บ้ไและในขณะที่เกิดอาการดังกล่าวอาจทำ ร้า ร้ ยตนเองและผู้อื่ผู้ อื่ น ให้บ ห้ าดเจ็บ จ็ หรือ รื เสีย สี ชีวิ ชี ตวิ ได้ เช่น ช่ ก่ออาชญากรรม ปล้นจี้ จับ จั ตัวประกัน หรือ รื ก่ออุบัติ บั ติเหตุท ตุ างรถยนต์ เป็นต้น และหากใช้ย ช้ าม้า ม้ มากเกิดขนาด หรือ รืใช้ใช้ นปริมริาณมาก จะทำ ให้ตั ห้ ตั วซีด ซี จนอาจเขีย ขี วมีไมี ข้ขึ้ ข้ ขึ้ น ขึ้ ใจสั่น สั่ ความ ดันโลหิตหิสูง สู หายใจไม่อ ม่ อก มือ มื สั่น สั่ มาก เดินโซเซ คลื่นไส้อ ส้ าเจีย จี น กล้าม เนื้อกระตุก ตุ ไม่ส ม่ ามารถควบคุม คุ ตนเองได้ อาจชัก ชั หมดสติ หรือ รื เสีย สี ชีวิ ชี ตวิ ด้วยอาการของโรคหัว หัใจวาย หรือ รื หลอดโลหิตหิ ในสมองแตก นอกจากนี้ ผู้เผู้สพแอมเฟตามีน มี (ยาม้า ม้) ยัง ยั มีโมี อกาสเสี่ย สี่ งสูง สู ต่อการเป็นโรคตับ อักเสบ ไตไม่ทำ ม่ ทำ งาน โรคเกี่ยวกับปอด และเป็นโรคติดเชื้อ ชื้ อื่น ๆ ได้ง่าย อาการของผู้เผู้สพติดแอมเฟตามีน มี (ยาม้า ม้)
เป็นผงละเอียดสีข สี าว เมื่อ มื่ นำ มาผลิตเป็นเม็ด ม็ ยาจะมีห มี ลายลักษณะ เช่น ช่ เป็นเม็ด ม็ กลมแบน ชนิดน้ำ บรรจุหลอด และชนิดแคปซูล มีฤ มี ทธิ์ใธิ์น การกระตุ้น ตุ้ ระบบประสาทส่ว ส่ นกลาง เช่น ช่ เดียวกับแอมเฟตามีน มี (ยาม้า ม้) จัด จั เป็นวัต วั ถุอ ถุ อกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อจิตจิและประสาทประเภท ๒ ตามพระราช บัญ บั ญัติวัต วั ถุอ ถุ อกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อจิตจิและประสาท พ.ศ.๒๕๑๘ ซึ่ง ซึ่ จากเดิม อี เฟดรีน รี จัด จั เปนวัต วั ถุที่ ถุ ที่ ออกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อจิตจิและประสาทประเภท ๓ แต่ เนื่องจาก ได้มีก มี ารนำ อีเฟดรีน รี มาใช้ใช้ นทางที่ผิดผิมีก มี ารนำ มาเสพแทน แอมเฟตามีน มี (ย้า ย้ ม้า ม้) ก่อให้เ ห้ กิดปัญหาต่อชีวิ ชี ตวิและทรัพ รั ย์สิ ย์ นสิส่ว ส่ นรวม อย่า ย่ งมากมาย จึง จึได้มีก มี ารแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อ ข้ งกับวัต วั ถุที่ ถุ ที่ ออก ฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อจิตจิและประสาท และจัด จั ให้อี ห้ อี เฟดรีน รี ทั้ง ทั้ ชนิดน้ำ และทุก ทุ ตำ รับ รั ยา ที่มีส่ มี ว ส่ นผสมของอีเฟดรีน รี เป็นวัต วั ถุที่ ถุ ที่ ออกฤทธิ์ต่ธิ์ ต่ อจิตจิและประสาท ประเภท ๒ กำ หนด ควบคุม คุ และมีม มี าตรการลงโทษ เช่น ช่ เดียวกับแอเฟ ตามีน มี (ยาม้า ม้) อีเฟดรีน รี นิยมเรีย รี กกันทั่ว ทั่ ไปว่า ว่ ยาอี ยาเอฟ หรือ รื ยาอี้ มัก มั จะแพร่ร ร่ ะบาดในกลุ่ม ลุ่ ผู้ใผู้ช้แ ช้ รงงาน การเสพจะให้ผ ห้ สมกับน้ำ ดื่ม หรือ รื กินพร้อ ร้ มกับดื่มน้ำ ตาม อีเฟดรีน รี (EPHEDINE) ลักษณะ
ผู้เผู้สพยาอีเฟดรีน รี จะมีอ มี าการคล้ายคลึงเช่น ช่ เดียวกับผุ้เผุ้สพแอมเฟ ตามีน มี (ยาม้า ม้) กล่าวคือฤทธิ์ขธิ์องอีเฟดรีน รี จะกระตุ้น ตุ้ ระบบประสาท ทำ ให้ผู้ ห้ เผู้สพสามารถทำ งานได้นานมีอ มี าการตื่นเต้นง่าย ใจสั่น สั่ ไม่รู้ ม่ รู้ สึ รู้ ก สึ ง่วง นอน เหงื่อออกมาก ความดันโลหิตหิสูง สู ฯลฯ หากเสพติดต่อกันเป็น เวลานานจะเกิดอาการประสาทหลอน เป็นโรคจิตจิบางรายที่เสพยาเข้า ข้ สู่ ร่า ร่ งกายเกิดขนาดจะเกิดอาการประสาทหลอน เป็น โรคจิตจิบางรายที่ เสพยาเข้า ข้ สู่ร่สู่ า ร่ งกายเกินขนาดจะเกิดอาการใจสั่น สั่ มือ มื เท้าเกร็งแ ร็ ละชา ความดันโลหิตหิสูง สู หัว หัใจเต้นเร็ว ร็ ผิดผิ ปกติ หายใจลำ บาก อาการของผู้เผู้สพติดอีเฟดรีน รี
แหล่งข้อ ข้ มูล Wikipedia. (2566) สารเสพติด. คืบค้น 30 ตุล ตุ าคม//////// ปี2566. จาก https://www.phichai.ac.th/. โรงพยาบาลธัญ ธั ญารัก รั ษ์สงขลา. (2548) ประวัติ วั ติยาเสพติด ความหมาย ความรู้ย รู้ าเสพติด. คืบค้น 30 ตุล ตุ าคม//////// ปี2566. จาก https://www.sdtc.go.th/paper/.