จนั ทรา ด่านคงรกั ษ์ : ศึกษานิเทศกเ์ ช่ยี วชาญ
กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมนิ ผล
สาํ นักงานศึกษาธิการจงั หวดั นครศรีฯ
ฉบบั ที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา 2563
วัตถปุ ระสงค : เพือ่ เผยแพร แลกเปลี่ยนเรียนรเู รอื่ งหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ในการพฒั นาการอาน การเขียน เปาหมาย
เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน ซ่ึงผลวิจัยของ ทรีลีส
(Trelease, 1989 : 14 – 17 อา งใน อารี สัณฉวี,
2550 : 20) ไดร ณรงคใหมกี ารอานหนังสือดัง ๆ ใหเ ด็ก
ฟงท้ังทบ่ี า นและโรงเรยี น พบวา นักเรียนทค่ี รอู านดัง ๆ
ใหฟ ง ทกุ เชา เวลา 10 - 12 นาที และตอนเย็นเลกิ
เรียนกอนกลบั บา นใหน กั เรยี นทุกคนอานหนงั สอื ที่
สนใจอยาง เงยี บ ๆ ทุกวนั วันละ 10 นาที พบวา
ผลสมั ฤทธ์ทิ าง การเรยี นสูงข้นึ ในปแรกและปลายปที่ 2
ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนของนกั เรยี นสงู สุดในเมือง
บอสตัน ประเทศสหรัฐอเมรกิ า นกั เรียนมีระเบียบวินัย
ดีข้ึน และงานวิจยั ของ ดัชเชน และ มเี ลย (Duchein & Mealey, 2000 : 2, 25 อางใน อารี สัณฉวี, 2550 : 21)
พบวา โรงเรียนมที ี่ครอู า นใหฟ ง ดัง ๆ ตั้งแตช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 1 – 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกวานักเรียนทีค่ รอู าน
ใหฟง ดงั ๆ เพยี งชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 1 - 3
การขับเคลื่อนการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนดว ยโดยอา นออกเสียงดงั ๆ ใหน กั เรยี นฟง ทุกเชาทั้งโรงเรยี น
มีแนวทางการสงเสริมการอาน ดังน้ี
1. ครูอานเร่อื งดี ๆ (นทิ าน เรอื่ งเลา เกย่ี วกับทอ งถิน่ เร่ืองสัน้ ๆ ขา ว เร่อื งราวจากกลุม สาระฯตาง ๆ) ใหฟง
ทุกชัน้ เรยี น โดยใชเวลาในชน้ั เรยี นชั่วโมงแรก เวลา 5-10 นาที ของทกุ วนั
2. ตง้ั คําถามใหน ักเรยี นตอบ 1- 2 ขอ โดยถามเพื่อวดั ความรู ความเขาใจคราว ๆ ใชเ วลาไมม าก เพ่ือให
ไมกระทบกิจกรรมการเรียนรูท่วี างแผนไว
3. คําถามทีเ่ ลอื กถาม 1-2 ขอ เกี่ยวกบั
3.1 ใคร อะไร ที่ไหน อยางไร เมอื่ ไร หรือ
3.2 นักเรียนชอบตอนใด เพราะอะไร หรือ
3.3 นักเรียนอยากใหตอนจบเปน อยางไร หรอื
3.4 นกั เรียนอยากเปนตัวละครตวั ใดในเร่อื ง เพราะอะไร หรือ
3.5 ถาเปนนักเรยี น นกั เรียนจะทําอยา งไร
2
จากการสัมภาษณค รูอานออกเสียงดัง ๆ
ปรากฏผล ดงั น้ี
แนวทางการพัฒนา การอา น การเขียน “พรงุ่ น้ี ครูจะอา่ นเรอ่ื งอะไรใหฟ้ ังคะ”
“ครูอา่ นเสยี งเบา ๆ กไ็ ดค้ ่ะ” (ครูเจบ็ คอ ไมม่ ี
บนั ทกึ ความดี ฝก ทกั ษะ เสยี ง เน่อื งจากเป็นไขห้ วดั )
การเขียนโดยบันทึกความดีทกุ วัน “หนูจบั ใจความได้ เวลาครเู ล่า แต่หนูอา่ นเอง
มีผปู กครองลงช่อื และนํามาสง แลว้ จบั ใจความไมค่ อ่ ยได”้
คณุ ครู วางอยา งเปนระเบยี บ “วนั น้ี ครูยงั ไมอ่ า่ นเรอ่ื งใหฟ้ ังเลยคะ่ ”
เรียบรอยเพอ่ื ใหค ุณครูตรวจ ทําให
นกั เรยี นเขียนถูกตอง เขียนเปน ผลท่ีได้รบั
ระเบยี บ ฝก คุณ1.ธ2รกรมารผพปู ฒั กนคารกอางรอาน 1. นกั เรยี น ป.3 ทกุ คนอา่ นออก
พงึ พอใจ 2. ไมข่ าดเรยี น เพราะอยากฟังเร่อื งทค่ี รเู ลา่
การซอ มเสริมนกั เรยี นทเี่ รยี นอา นไมอ อก โดยใชวิธีอยางหลากหลาย เชน
2.1 ใหม ีผชู ว ยคุณครู เชน นักเรียนเกง ชวยนักเรยี นออ น ซงึ่ เรยี กวา กิจกรรมเพ่ือนชวยเพอื่ น กิจกรรม
พี่สอนนอง (อาจใชเวลาพักกลางวนั )
2.2 คดั เลอื กเพลงคาราโอเกะท่ีมีมาตราตัวสะกดสอดคลองกบั ระดบั ช้ัน เปด ใหนกั เรียนฟง รองตาม
ในชวงแรก ๆ เมอ่ื รองไดแลว ปด เสยี งใหนกั เรยี นรอ งเอง ตอมากค็ ัดเลอื กคําในเพลงมาเขยี นตามคําบอก
2.3 ใชปายแมเหลก็ ฝก
ใหนกั เรยี นประสมคํา
เพราะการใชประสาทสัมผสั
ชว ยใหก ารเรียนรูม ี
ประสิทธิภาพ
3
2.4 จัดทาํ พยัญชนะ สระ วรรณยุกต ดวยแผนโฟมบอรด หรือฟวเจอรบอรด ไวใหนกั เรียนฝก
ประสมคาํ อาจเปนคาํ ใหมใ นบทเรยี น คําที่มกั เขยี นผดิ นกั เรยี นจะเกิดการเรยี นรูไดดี เพราะไดเคลือ่ นไหว
รับรูผา นประสาทสมั ผัสและสนกุ เชน รายการ Hollywood Game night Thailand เกมคาํ นมี้ ี 4 อกั ษร
สมาชกิ แบงทีมละ 4 คน ทกุ คนในทีมตองปดตา ผูจดั จะนาํ พยญั ชนะสง ใหผเู ขา แขงขัน เมอื่ พิธีกรอานคําใบ
สมาชกิ ท้งั 4 คน ตองเรียงพยญั ชนะใหเ ปน คาํ ตอบท่ถี ูกตอ ง ทมี ใดทําถกู ตองและไดจาํ นวนมากที่สุดเปน ผชู นะ
เกมคาํ นี้มี 4 อกั ษร
2.5 ใชแผน ปา ยไวทบอรด เปน ส่อื ในการฝกเขียน ฝกอา น เนือ่ งจากนักเรยี นลบไดง า ย เมอื่ เขยี นผิด
2.6 เขียนคาํ ใหมประจํา
บทเรยี นในกระดาษขาวเทา
หรือไวนิล เพอื่ ใหน กั เรียนฝก
อานคนเดียว อา นนาํ ใหเ พอ่ื น
อา นตาม ฯลฯ เปน การบันทกึ
คําใหมในบทเรียนซา้ํ ๆ
ไวใ นสมอง
4
2.7 ควรเก็บขอ มลู วานักเรียน 2.8 กระเปา ตารางแยกคาํ อา น
อานไมอ อกพยญั ชนะตวั ใด โดยใหน ักเรยี นมสี วนรวม แยกพยัญชนะ
สระอะไร แลวคดั เลอื กสื่อที่ สระ วรรณยุกตใสต ามชอ ง กเ็ ปนแนวทาง
จะนํามาใชฝก นกั เรยี น เชน ทจี่ ะชวยใหน กั เรียนสนุกกบั การอา น
ไมบ รรทดั การอาน ปฏิทนิ
คาํ อาน
2.9 ควรจัดทาํ รปู เลม
แบบทดสอบวดั ทักษะการอาน
ทใ่ี ชทดสอบในปท่ีผานมา
หลายๆ เลม เพ่ือใหนักเรยี นใช
ฝก อา นคนเดียว ฝก อานกับ
เพอ่ื น หรอื ใหยืมไปฝกอานกับ
ผูปกครอง
5
2.10 ฝก การอา น การเขยี นประจําวัน โดยใชก ิจกรรมที่สรา งสรรค เชน เตมิ พยญั ชนะตน
เปล่ยี นพยญั ชนะตน เปล่ยี นตวั สะกด ใสคาํ ที่ใชสระอา ในชอ งปฏทิ ิน วางใหถ กู นะ (วรรณยกุ ต สระ) ฯลฯ
เตมิ พยัญชนะตน เชน
คาํ เดมิ คาํ ใหมทีผ่ เู รียนสรางข้นึ คะแนน
วาง กวาง ฉวาง 2
วาย ควาย กราย 4
ลอด จอด ปลอด 2
เปล่ียนตวั สะกด เชน
คําเดิม คําใหม
ชวย ดวง ขวด
โหด โหน โหย โหง
กระตนุ สมอง ใหน กั เรยี นเขยี นโนต ท่สี ําคญั ติดไวทีต่ าง ๆ ใชก ระดาษโพสตอ ิท หรือจัดทาํ
ปา ยนิเทศท่เี หมาะสมกับระดบั ช้ัน ดังหนังสือ เรอ่ื ง ทอ งโลกสมอง (2552 : 40) กลาวไว ดงั นี้
สมองมลี ักษณะเดนประการหนง่ึ คือ มีความลาํ เอียงทจ่ี ะเลือกจํา เรยี นรูเฉพาะส่ิงที่
สมองใหค วามสนใจ ถาเราเห็นสนุ ัขยนื เรยี งกนั 20 ตัว แมต าจะมองเหน็ เรยี บรอ ยแลวท้ัง 20 ตัว
แตใ นทีส่ ุด เมื่อเวลาผานไปสมองจะบรรยายไดเ ฉพาะสุนขั ตวั ท่ีสมองใหความสนใจเทานนั้
นอกจากสมองจะสนใจขอมูลทม่ี ีลกั ษณะเดนแลว สมองยังสนใจขอมูลทีอ่ ยูบ นพ้นื ท่ีแปลกออกไป
อกี ดวย วิธีกระตนุ ใหสมองจาํ ไดอยา งหนึง่ กค็ อื ตอ งวางขอมูลไวในพน้ื ทต่ี าง ๆ ตรงโนน
ตรงน้ี ไมใชอยูบนกระดานดําเสมอไป ขอ มูลเหลาน้อี าจอยบู นบอรด ติดอยูหนาตเู ย็น
จดบนกระดาษสี ปดไวบ นหัวนอน ตดิ อยบู นฝาหอง เขียนอยูบนพื้นหอ ง หรืออาจจะอยูในสมุดจดงาน
ของเดก็ โดยใชปากกาเนนขอความจนขอมูลนั้นเดนออกมา ก็จะชว ยใหสมองจําไดด ีขน้ึ มาก
ใหอ อกซิเจนตอสมอง ดงั หนังสอื เรอ่ื ง ทองโลกสมอง (2552ก: 46) กลา วไววา กลโู คสสาํ คญั
ตอ การเรยี นรู ดังนั้น เมือ่ สมองตองเรียนหนงั สือหรือทําการบา นติดตอกันนานหลาย ๆ ชั่วโมง สมองจะ
เหนือ่ ยและออนลา สมองเริม่ ขาดออกซเิ จน อาการทแ่ี สดงออก เชน สมองตือ้ คิดอะไรไมออก หรอื หาวนอน
ถี่ ๆ เปน ตน ครตู องมีชวงพกั และผอ นคลายใหก ับผูเ รยี นตามความเหมาะสม หรอื ควรมีอาหารวา งและ
เคร่ืองดม่ื เพื่อเปน การเติมกลูโคสใหกับผเู รียนดว ย เดก็ ในประเทศฟน แลนดทกุ ช่ัวโมงจะมเี วลาพัก 15 นาที
เพ่ือใหรางกายไดเ คลื่อนไหว สง เสริมใหเด็กมีจนิ ตนาการและทกั ษะในการทาํ งาน (Walker. 2017)
6
การอา นหนังสือดัง ๆ ครูผูสอนอานหนงั สอื ดงั ๆ ใหนักเรยี นฟง ทกุ เชา กอ นการสอนใน
ช่ัวโมงแรก และมกี ิจกรรมซกั ถามเลก็ นอ ย ๆ และดาํ เนินกิจกรรมการเรียนการสอนตามตารางเรยี นทก่ี ําหนด
เพอ่ื เพิม่ ผลสมั ฤทธ์ขิ องนักเรียน
นาทีทองของสมอง จัดเวลาสอนในชั่วโมงใหสอดคลองกับการเรยี นรูของสมอง ความสามารถ
ในการเรยี นรูของสมองในชั่วโมงหนง่ึ ๆ ของผเู รียนจะมีชวงเวลานาทที องทจ่ี ะสามารถจําไดดีในชวงระยะเวลา
ตน ชั่วโมงและทา ยชั่วโมง ซึง่ ครคู วรดาํ เนนิ การ ดังน้ี
ท่ีมา : พรพไิ ล เลศิ วชิ า (2552ข: 122)
6.1) ชว งตน ชัว่ โมง สมองอยูใ นชวงนาทีทอง (prime-time) มคี วามสามารถในการรับรแู ละจดจําดี
ควรเปนชว งใหเ นือ้ หาใหมที่จะเรยี นรูด ว ยการกระตุนความสนใจและสามารถทําไดด วยเพลง เกม ภาพ บตั รคํา
แถบขอ ความ คลิปวีดโิ อ ฯลฯ ผสู อนไมควรปฏบิ ัติ ดังนี้
6.1.1) ไมควรเปน ชวงตรวจการบาน จดการบา นหรอื รวบรวมสมุดการบาน
6.1.2) ไมค วรใหทําความสะอาดหอ งเรยี น
6.1.3) ไมค วรตรวจความสะอาดรา งกาย
7
6.1.4) ไมควรดุ ดา หรอื ตําหนิผูเรยี น
6.1.5) ไมควรระดมสมองหรอื สอนความรูท ี่ไมเ คยรูมากอน สอนในเรื่องทย่ี ากเกนิ ไป
6.2) ชวงกลางชั่วโมงเปนชวงขาลง (downtime) เปนชวงเวลาท่ีเหมาะกับการทําแบบฝกหัดหรือ
แบบฝกตาง ๆ จากสิ่งที่เรียนรูมาแลว เรียงลําดับใบกิจกรรมจากงายไปยาก ไดแก กิจกรรมโยงเสน จับคู
ปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก อตั นยั ตอบสั้น และอัตนยั ตอบอสิ ระ หรอื สนทนาเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกับหัวขอ เรยี นรู
6.3) ชวงทา ยชวั่ โมง เปน ชว ง prime-time ครง้ั ท่ี 2 ควรเปนชวงสรุปสาระสาํ คัญของสิ่งทเี่ รียนรู
มาแลวและจัดระบบความคิดอีกคร้งั หนงึ่ หลกี เล่ียงการระดมความคดิ เหน็ (ผิด ๆ ถูก ๆ) ของนกั เรยี น
ในหัวขอ ใหมท ่ีนักเรียนไมเ คยเรียนมากอ น
กลา วโดยสรุป การพฒั นาการอา น การเขยี นเพื่อเพิม่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผูสอนตอ งดําเนินการ
ในขน้ั เตรยี มการ เชน หาหนังสอื ดี ๆ เพ่อื อา นใหนักเรยี นฟง พรอมตง้ั คาํ ถามวัดผลดานการรูเร่อื ง และทกั ษะ
การฟง จัดทาํ ส่อื ฝกอา น เขยี น เชน ปา ยแมเหลก็ ปายตัวอักษร แผนปายไวทบอรด ข้ันสอน ควรปฏบิ ตั ิตน
ใหสอดคลอ งกับการรบั รูของสมองท้งั ในชวงตนชวั่ โมง ชวงกลางช่ัวโมง และชวงทายช่ัวโมง การดาํ เนนิ การ
ขางตน อยางแขง็ ขนั เช่อื วานักเรียนจะอา นออก เขียนได ต้งั แตใ นระดบั ชั้นประถมปท่ี 3 ซ่งึ เปน จดุ เนนใน
การพฒั นาผูเรียนใหมคี วามสามารถในการอานคลอง เขียนคลอ งในระดบั สูงข้นึ ไป
เอกสารอางองิ
พรพิไล เลิศวชิ า. (2552ก). ทอ งโลกสมอง. สาํ นกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา, สํานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน.
------- . (2552ข). สอนคณิตศาสตรตามแนวคิด Brain-based Learning. สาํ นกั วชิ าการและ
มาตรฐานการศกึ ษา, สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน.
วอลกเกอร, ทโิ มธี ด.ี (2562). สอนฟน เรียนสนุก สไตลฟ นแลนด. [Teach Like Finland]
(ทพิ ยน ภา หวนสรุ ิยา, ผแู ปล). กรุงเทพฯ: บุคสเคป.
อจั ฉรา ชีวพนั ธ. (2560). กิจกรรมการเขียนเชิงสรา งสรรคใ นชัน้ ประถมศกึ ษา. กรงุ เทพฯ:
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
อารี สัณหฉว.ี (2550). สอนภาษาไทยแนวสมดุลภาษา. กรุงเทพฯ: สมาคมเพ่อื การศกึ ษาเดก็ .