The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบสังเกตพฤติกรรมเด็กสมาธิสั้นแบละแบบประเมินความพึงพอใจการเข้าร่วมโครงการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by fonfon24_, 2021-11-07 04:05:37

แบบสังเกตพฤติกรรมเด็กสมาธิสั้นแบละแบบประเมินความพึงพอใจการเข้าร่วมโครงการ

แบบสังเกตพฤติกรรมเด็กสมาธิสั้นแบละแบบประเมินความพึงพอใจการเข้าร่วมโครงการ

แบบสังเกตพฤตกิ รรมเด็กสมาธสิ ั้น

นางสาวพชั รพร ทองกรด
รหัสนักศึกษา 6211101014

คณะครศุ าสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวยั มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรธี รรมราช

โรคสมาธิสน้ั

โรคสมาธิสนั ้

โรคสมาธิสนั้ คือ กลมุ่ อาการทีป่ ระกอบด้วยการขาดสมาธิ ควบคมุ ตนเอง

โรคสมาธิส้ัน คือ กลุ่มอาการท่ีประกอบด้วยการขาดต่า และซกุ ซน อยไู่ มน่ ิ่ง อาการเหลา่ นเี้กิดขนึ้ กอ่ นอายุ 7 ขวบ สง่ ผล
กระทบตอ่ พฤตกิ รรม อารมณ์ การเรียน และการปรับตวั เข้าสงั คม อาการ
ของเดก็ แตล่ ะคนแตกตา่ งกนั บางรายมีอาการซน อยไู่ มน่ งิ่ และ ควบคมุ

สมาธิ ควบคุมตนเองต่า และซุกซน อยู่ไม่นิ่ง อาการตนเองตา่ เป็นอาการหลกั บางคนอาจจะมอี าการขาดสมาธิเป็นปัญหา
เหล่านี้เกิดขึ้นก่อนอายุ 7 ขวบหลกั พบทว่ั โลก ในประเทศไทยพบ 3-5% ของเด็กในวยั เรียน ส่งผลกระทบต่อ
พฤติกรรม อารมณ์ การเรียน และการปรับตัวเข้าสังคม
อาการของเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน บางรายมีอาการซน
อยู่ไม่นิ่ง และ ควบคุมตนเองต่าเป็นอาการหลัก บางคน
อาจจะมีอาการขาดสมาธิเป็นปัญหาหลัก พบทั่วโลก ใน
ประเทศไทยพบ 3-5% ของเดก็ ในวัยเรยี น

อาการ สมาธิสน้ั ในเด็ก

ก. การขาดสมาธิ พบวา่ เดก็ จะ

1. ไม่สามารถท่างานที่ครูหรอื พอ่ แมส่ ั่งจนสา่ เรจ็
2. ไมม่ ีสมาธิในขณะท่างานหรอื เล่น
3. ดเู หมือนไม่ค่อยฟัง เวลาพดู ดว้ ย
4. ไม่ตั้งใจฟังได้ไม่นาน และเก็บรายละเอียดได้น้อย ท่าให้ท่างานผิดพลาด

บ่อย
5. ไม่เป็นระเบยี บ
6. มกั หลกี เลย่ี งงานท่ีตอ้ งใช้ความคดิ หรือสมาธิ
7. วอกแวกบอ่ ย
8. ทา่ ของใชส้ ่วนตวั หรอื ของใชท้ จี่ า่ เป็นส่าหรบั งานหรอื การเรยี นหาย
9. ข้ลี ืม

อาการ สมาธสิ ้นั ในเด็ก

ข.อาการซกุ ซน อยู่ไม่น่ิง และควบคมุ ตนเองต่า จะมีลกั ษณะ ดงั นี้

1. ยกุ ยิกสอาเหยตู่ไขุ มอง่นโรคง่ิ สมาธิสนั้
2. น่งั ไมต่ เกดิ ิดจทากี่ คลวกุามเบดกินพรบ่อง่อขอยงสๆารเขคมณที ่ีสะาคอญั ยบทู่างตบี่ วั ใ้านนสมหองรอืโดใยนมกี หรรอ้มพงนั เธร์เุ ปีย็นน
3. ชอบวป่ิงัจจหยั ทรี่สอื าคปญั นี ปปัจจา่ ยั ยจาสก่ิงกาตรเ่าลยงี้ งๆดหู รือสง่ิ แวดล้อมเป็นเพียงปัจจยั ที่ทาให้อาการ

หรือความผิดปกตดิ ขี นึ ้ หรือแยล่ ง มารดาทขี่ าดสารอาหาร ดมื่ สรุ า สบู บหุ ร่ี หรือถกู

4. พูดมาสการพพษิ ดู บาไงมชนห่ ดิ ยเชุดน่ ตะกวั่ ในระหวา่ งตงั้ ครรภ์ จะมีโอกาสมลี กู เป็นโรคสมาธิสนั้
5. เลน่ เสียงดังสงู ขนึ้ 30-40% ของเด็ก สมาธิสนั้ จะพบความบกพร่องในทกั ษะการเรียน

(learning Disorders) ร่วมด้วย

6. ตื่นตวั ตลอดเวลา หรือดูตื่นเตน้ งา่ ย
7. ชองโพไมลพ่ ่งบควา่ า่กาตรบอริบโภคเวนา้ลตาาลคหรรือูหชอ็ รคโอื กแพลต่อมแากมเกถ่ ินไาปมกโารดขายดทวติ ่ียามังนิ ฟสงัผี สคมา่ ถามไม่จบ
8. รอคอยไมเ่ ป็นอาหาร โรคภมู ิแพ้ การดทู ีวีหรือเลน่ วีดีโอเกมมากเกินไป เป็นสาเหตทุ ที่ าให้เกิดโรค

สมาธิสนั ้

9. ชอบขดั จงั หวะหรือสอดแทรกเวลาผู้อ่นื กา่ ลงั พดู อยู่

หากเดก็ มลี ักษณะในข้อ ก หรอื ข รวมกันมากกว่า 6 อาการ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่
จะเปน็ โรคสมาธสิ ้ัน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมเดก็ สมาธิสน้ั

ชอ่ื /นามสกุล…………………………………………………..……………………………………………. ช้นั ……………อายุ…….
วันทสี่ ังเกต ……………………………….…….เดอื น………………………….. พ.ศ…………………………………

ภาวะสมาธิส้ัน

ข้อท่ี ลกั ษณะ/พฤตกิ รรม ใช่ (1 คะแนน) ไมใ่ ช่ (0 คะแนน)

1 ซนมาก อยูไ่ มน่ ่ิง ยุกยิกตลอดเวลา

2 พูดมาก

3 ชอบลกุ จากทนี่ ่ังเวลาอยูใ่ นห้องเรียน

4 ใจร้อน ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้

5 ท่างานช้า ทา่ งานไม่เสร็จ แต่ถา้ มคี นประกบจะทา่ ได้เร็วข้ึน

6 รอคอยไม่ได้

7 เหม่อบ่อยๆ ใจลอย ต้องคอยเรียก

8 ขลี้ ืมท่าของหายบ่อย ๆ เชน่ ของเลน่ สมดุ จดงาน เครือ่ งเขียน

9 ท่างานไม่เรยี บร้อย ไมร่ อบคอบ

10 ไม่มสี มาธใิ นการท่า งาน หรือทา่ ไดเ้ พยี งช่วงสั้นๆ

รวมคะแนนภาวะสมาธิสนั้

การแปลผล

ถ้าตอบว่าใชต่ ั้งแต่ 6 ข้อข้ึนไป หรือไดค้ ะแนนตงั้ แต่ 6 คะแนนขน้ึ ไป ในขอ้ ท่ี 1-10 แสดงถงึ แนวโน้มการมี
ภาวะสมาธิสนั้

แบบประเมนิ ความพึงพอใจโครงการ
สง่ เสรมิ การเรียนรขู้ องเดก็ ปฐมวัยในยคุ covid-19

ผ่านกิจกรรมการล้างมอื

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจโครงการส่งเสรมิ การเรยี นร้ขู องเดก็ ปฐมวยั
ในยคุ covid-19 ผา่ นกิจกรรมการล้างมือ

ระดบั ความพึงพอใจ

ประเดน็ ความคดิ เหน็ มากทส่ี ุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทส่ี ดุ
5 1
ด้านวิทยาการ 43 2
1.การเตรียมตวั และความพร้อมของวทิ ยากร
2.การถ่ายทอดเน้ือหาของวิทยากรมคี วามชัดเจน ตรงประเดน็
3.ใชภ้ าษาทเี่ หมาะสมเข้าใจงา่ ย
4.การตอบขอ้ ซักถามในการฝึกอบรม
5.การยกตัวอย่างประกอบการบรรยาย
ดา้ นสถานที่/ระยะเวลา
6. ระยะเวลาในการอบรมมคี วามเหมาะสม
7. ความพรอ้ มของอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์
ด้านความรู้ความเขา้ ใจ
8. ความเข้าใจในเรื่องนี้ก่อนการอบรม
9. ความเขา้ ใจหลังการอบรม
10. สามารถบอกประโยชน์ท่ีได้รบั จากการอบรม
ด้านการนา่ ความรไู้ ปใช้
11. สามารถน่าความรู้ที่ไดร้ บั ไปประยุกตใ์ ชใ้ นการปฏิบัตงิ านได้
12. สามารถนา่ ความรู้ไปเผยแพร่ /ถ่ายทอดได้

ขอ้ เสนอแนะในการอบรมคร้ังน้ี
………………………………………………………………………………………………………………
หวั ขอ้ การฝึกอบรมใดท่ีท่านประสงคใ์ หจ้ ดั ฝึกอบรมเพ่ิมเติม
………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version