บทเรีรียรีรี นสำสำสำสำเร็ร็จ ร็ร็ รูรู รู ป รู ป โครโมโซม และ สารพัน พั ธุกรรม โครโมโซม และ สารพัน พั ธุกรรม นางเนาวรัต รั น์ พัน พั ธ์สาคร ตำ แหน่งครู วิท วิ ยฐานะครูชำ นาญการพิเศษ กลุ่ม ลุ่ สาระการเรียรี นรู้วิท วิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียรี นคุรุราษฎร์รัง รั สฤษฏ์ สำ นัก นั งานเขตพื้นที่การศึก ศึ ษามัธ มั ยมศึก ศึ ษา ราชบุรี นางเนาวรัต รั น์ พัน พั ธ์สาคร ตำ แหน่งครู วิท วิ ยฐานะครูชำ นาญการพิเศษ กลุ่ม ลุ่ สาระการเรียรี นรู้วิท วิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียรี นคุรุราษฎร์รัง รั สฤษฏ์ สำ นัก นั งานเขตพื้นที่การศึก ศึ ษามัธ มั ยมศึก ศึ ษา ราชบุรี เล่ล่ม ล่ล่ ที่ที่ ที่ที่ ที่ที่ 2 รายวิชวิ าวิท วิ ยาศาสตร์ 2 รหัสหั วิชวิ า ว31105 ชั้นมัธ มั ยมศึก ศึ ษาปีที่ 4 หน่วยที่ 4 เรื่อ รื่ ง พัน พั ธุกรรมและ การถ่ายทอดลัก ลั ษณะทางพัน พั ธุกรรม รายวิชวิ าวิท วิ ยาศาสตร์ 2 รหัสหั วิชวิ า ว31105 ชั้นมัธ มั ยมศึก ศึ ษาปีที่ 4 หน่วยที่ 4 เรื่อ รื่ ง พัน พั ธุกรรมและ การถ่ายทอดลัก ลั ษณะทางพัน พั ธุกรรม
คำ นำ บทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปวิชวิาวิทวิยาศาสตร์ 2 รหัสหัวิชวิาว31105 ระดับดั ชั้นชั้ มัธมัยมศึกศึษาปีที่4 เล่มล่ที่ 2 เรื่อรื่งโครโมโซม และสารพันพัธุกรรม ได้จัดจัทำ ขึ้นขึ้เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียรี นการสอนควบคู่กับกัแผนการจัดจัการ เรียรี นรู้ เนื่องจากเนื้อหาแต่ละเรื่อรื่งมีม มี าก เวลาในการสอนมีน้ มี น้อย ทำ ให้นัห้กนัเรียรี นได้เรียรี นรู้ไม่คม่รบทุกเนื้อหา ดังดันั้นนั้เพื่อสะดวกในการจัดจักิจกิกรรมการเรียรี นรู้ใรู้ห้ครบตามที่ หลักลัสูตรกำ หนด จึงจึได้จัดจั ให้นัห้กนัเรียรี นได้เรียรี นรู้เนื้อหาที่นำ เสนอเป็น บทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปและใช้เป็นคู่มือสำ หรับรัค้นค้คว้าด้วยตนเองเป็นการ สรุปเนื้อหาจากง่ายไปยาก นักนัเรียรี นสามารถค้นค้พบความรู้ด้รู้ ด้วยตนเอง โดยนักนัเรียรี นศึกศึษาทีล ที ะกรอบจากกรอบแรกไปถึงถึกรอบสุดท้ายเพื่อให้ นักนัเรียรี นได้เรียรี นรู้เนื้อหาในกรอบการเรียรี นรู้ที่รู้ ที่ เรียรี บเรียรี งไว้ตว้าม ลำ ดับดัขั้นขั้ตอนซึ่งจะมีเ มี นื้อหาที่กระชับชัเข้าใจง่าย มีภ มี าพประกอบที่ สวยงามอีก อี ทั้งทั้ยังยั ได้ฝึด้ ฝึกกระบวนการคิดคิวิเวิคราะห์ และทำ ความเข้าใจ เนื้อหาจากกรอบเนื้อหาโดยสอดคล้องกับกั ประสบการณ์ของผู้เรียรี น และบูรณาการความรู้ของตนเองกับกัแบบทดสอบเพื่อใช้ในการประเมิน ความรู้ของตนเองได้ โดยได้จัดจัทำ ขึ้นขึ้จำ นวน 4 เล่มล่ เล่มล่ที่ 1 เรื่อรื่ง ลักลัษณะทางพันพัธุกรรม เล่มล่ที่ 2 เรื่อรื่ง โครโมโซม และสารพันพัธุกรรม เล่มล่ที่ 3 เรื่อรื่ง ความผิดปกติทติางพันพัธุกรรม ผู้จัดจัทำ หวังวัเป็นอย่างยิ่งว่าบทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปเล่มล่นี้จะ สามารถทำ ให้นัห้กนัเรียรี นมีค มี วามเข้าใจในเนื้อหาบรรลุจุดประสงค์ การเรียรี นรู้ เป็นผู้ที่มีคุ มี คุ ณลักลัษณะอันอัพึงประสงค์ตามหลักลัสูตร และ สามารถนำ ไปใช้เป็นความรู้พื้รู้ พื้นฐานเพื่อศึกศึษาในระดับดั ชั้นชั้ที่สูงขึ้นขึ้ไป เนาวรัตรัน์ พันพัธ์สาคร ก
สารบับัญบับั หน้าคำ นำ กสารบัญบัขคำ ชี้แจงในการใช้บทเรียรีนสำ เร็จร็รูป คคำ แนะนำ สำ หรับรัครูผู้สอน งคําแนะนําสําหรับรันักนัเรียรีน จสาระสำ คัญคัฉจุดประสงค์การเรียรีนรู้ ชแบบทดสอบก่อนเรียรีน 1กรอบที่ 1 3กรอบที่ 2 7กรอบที่ 3 13แบบทดสอบหลังลัเรียรีน 17เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียรีน 20เฉลยแบบทดสอบหลังลัเรียรีน 21แบบประเมินความพึงพอใจ 22บรรณานุกรม 23 ข
คำ ชี้ คำ ชี้ ชี้ชี้ แจง บทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปเล่มล่นี้ได้จัดจัทำ ขึ้นขึ้เพื่อใช้ในการเรียรี นการสอน วิชวิาวิทวิยาศาสตร์ 2 ระดับดั ชั้นมัธมัยมศึก ศึ ษาปีที่ 4 เล่มล่ที่ 2 เรื่อ รื่ ง โครโมโซม และสารพันพัธุกรรมใช้เวลา 2 ชั่วชั่ โมง ซึ่งภายในบทเรียรี น สำ เร็จ ร็ รูป ประกอบด้วย 1. คำ แนะนำ สำ หรับรัครูผู้สอน 2. คำ แนะนำ สำ หรับรันักนัเรียรี น 3. สาระสำ คัญคั 4. จุดประสงค์การเรียรี นรู้ 5. แบบทดสอบก่อนเรียรี น (Pre-test) 6. กรอบเนื้อหา 7. แบบทดสอบหลังลัเรียรี น (Post-test) 8. เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียรี น-หลังลัเรียรี น 9. แบบประเมินความพึงพอใจ 10. บรรณานุกรม ค
คำคำคำคำแนะนำนำนำนำสำสำสำสำหรัรับ รัรั ครูรู รูรู 1. ใช้บทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปเล่มล่นี้ประกอบแผนการจัดจัการเรียรี นรู้ เรื่อ รื่ ง การสังสัเคราะห์ด้วยแสงของพืช วิชวิาวิทวิยาศาสตร์ 1 ระดับดั ชั้น มัธมัยมศึก ศึ ษาปีที่ 4 2. ใช้บทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปเล่มล่นี้เสริมรินักนัเรียรี นที่เรียรี นดีแดี ละช่วย นักนัเรียรี นที่เรียรี นช้าได้ทัด้นทัเพื่อนหรือ รื ใช้ทบทวนบทเรียรี น 3. ครูแจกบทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปให้นัห้กนัเรียรี นอ่านวิธีวิก ธี ารใช้บทเรียรี น สำ เร็จ ร็ รูป จนเข้าใจดีแดี ล้วให้นัห้กนัเรียรี นเริ่มริ่ ศึก ศึ ษาบทเรียรี นด้วยตนเอง 4. ให้นัห้กนัเรียรี นทำ แบบทดสอบก่อนเรียรี น 5. ให้นัห้กนัเรียรี นศึก ศึ ษาบทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปตั้งตั้แต่กรอบที่ 1 จนถึงถึ กรอบสุดท้าย ทั้งเนื้อหา คำ ถามประจำ กรอบ และแบบทดสอบหลังลั เรียรี น 6. เมื่อนักนัเรียรี นศึก ศึ ษาบทเรียรี นแต่ละเล่มล่แล้ว ให้นัห้กนัเรียรี นทำ แบบ ทดสอบหลังลัเรียรี นด้วยตนเอง 7. ใช้เวลา 2 ชั่วชั่ โมง ง
คำคำคำคำแนะนำนำนำนำสำสำสำสำหรัรับ รัรั นันัก นันั เรีรียรีรี น 1. ใช้บทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปเล่มล่นี้ประกอบแผนการจัดจัการเรียรี นรู้ เรื่อ รื่ ง โครโมโซม และสารพันพัธุกรรม วิชวิาวิทวิยาศาสตร์ 2 ระดับดั ชั้น มัธมัยมศึก ศึ ษาปีที่ 4 2. ใช้บทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปเล่มล่นี้เสริมรินักนัเรียรี นที่เรียรี นดีแดี ละช่วย นักนัเรียรี นที่เรียรี นช้าได้ทัด้นทัเพื่อนหรือ รื ใช้ทบทวนบทเรียรี น 3. ครูแจกบทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปให้นัห้กนัเรียรี นอ่านวิธีวิก ธี ารใช้บทเรียรี น สำ เร็จ ร็ รูป จนเข้าใจดีแดี ล้วให้นัห้กนัเรียรี นเริ่มริ่ ศึก ศึ ษาบทเรียรี นด้วยตนเอง 4. ให้นัห้กนัเรียรี นทำ แบบทดสอบก่อนเรียรี น 5. ให้นัห้กนัเรียรี นศึก ศึ ษาบทเรียรี นสำ เร็จ ร็ รูปตั้งตั้แต่กรอบที่ 1 จนถึงถึ กรอบสุดท้าย ทั้งเนื้อหา คำ ถามประจำ กรอบ และแบบทดสอบหลังลั เรียรี น 6. เมื่อนักนัเรียรี นศึก ศึ ษาบทเรียรี นแต่ละเล่มล่แล้ว ให้นัห้กนัเรียรี นทำ แบบ ทดสอบหลังลัเรียรี นด้วยตนเอง 7. ใช้เวลา 2 ชั่วชั่ โมง จ
สาระสำสำสำสำคัคัญ คัคั โครโมโซมประกอบด้วยสารพันพัธุกรรมหรือ รื DNA และโปรตีนตี โดย DNA เป็นสารพันพัธุกรรมที่ถ่ายทอดลักลัษณะต่างๆส่วนโปรตีนตี ทำ หน้าที่เป็นโครงสร้างDNA เป็นสารจำ พวกกรดนิวคลีอิ ลี กอิมีหน่วย ย่อย่ยเรียรี กว่านิวคลีโลี อไทด์ประกอบขึ้นขึ้จาก 3 ส่วน คือ คื 1) น้ำ ตาลดีอดี อกซีไรโบส 2) ไนโตรจีนั จี สนัเบส 4 ชนิด ได้แด้ก่ อะดีนีดี นี น (A) ไทมีน (T) ไซโทซีน (C) กวานีน (G) และ 3) หมู่ฟอสเฟต แต่ละโมเลกุลของ DNA ประกอบด้วยพอลินิลิ นิวคลีโลี อไทด์ 2 สาย พันพักันกับิดบิเป็นเกลียลี ววนขวา แต่ละนิวคลีโลี อไทด์จะเชื่อมต่อกันกัเป็น สายยาวของพอลินิลิ นิวคลีโลี อไทด์ ด้วยพันพัธะฟอสโฟไดเอสเทอร์พอลินิลิ นิว คลีโลี อไทด์สองสายยึดคู่กันกัด้วยพันพัธะไฮโดรเจนระหว่างเบส โดยมี เบส A จับจักับกั T และ G จับจักับกั C ลำ ดับดัเบสบนดีเดี อ็น อ็ เอที่สามารถ ถอดรหัสหัและแปลรหัสหัเป็นโปรตีนตี ได้ เรียรี กว่า ยีน ซึ่งจะถูกแปลออก มาเป็นลำ ดับดักรดอะมิโนของโปรตีนตี แต่ละชนิด ฉ
จุดประสงค์การเรียรี นรู้ จุดประสงค์การเรียรี นรู้ 1. อธิบธิายรูปร่างลักลัษณะของโครโมโซมได้ 2. อธิบธิายโครงสร้างพื้นฐานของ DNA และ RNAได้ 3. อธิบธิายบทบาทสำ คัญคัของ DNA และ RNAในการถ่ายทอด ลักลัษณะทางพันพัธุกรรมได้ 4. อภิปรายเกี่ยกี่วกับกับทบาทสำ คัญคัของ DNA และ RNA ในการ ถ่ายทอดลักลัษณะทางพันพัธุกรรมได้ 5. อภิปรายเกี่ยกี่วกับกัความสัมสัพันพัธ์ระหว่างโครโมโซม ยีน ยี และ สารพันพัธุกรรมได้ ช
1. หน่วยที่ควบคุมลักลัษณะทางพันพัธุกรรมเรียรี กว่าอะไร มีลั มี กลัษณะ อย่างไร ก. ยีน ยี มีลั มี กลัษณะเป็นคู่ ข. ยีน ยี มีลั มี กลัษณะเป็นแท่ง ค. โครโมโซม มีลั มี กลัษณะเป็นคู่ ง. โครโมโซม มีลั มี กลัษณะเป็นแท่ง 2. ลักลัษณะเฉพาะของสารพันพัธุกรรมที่สามารถถ่ายทอด และควบคุม ลักลัษณะกรรมพันพัธุ์ได้นั้ด้ นั้นั้อยู่ที่ยู่ ที่สิ่งใดเป็นสำ คัญคั ก. ชนิดของน้ำ ตาลในโมเลกุลของ DNA ข. จำ นวนหมู่ฟมู่อสเฟตในโมเลกุลของ DNA ค. ชนิดของเบสอินอิทรีย์รี ย์ในโมเลกุลของ DNA ง. จำ นวนและชนิดของกรดอะมิโนในโมเลกุลของโปรตีน ตี 3. ข้อใดไม่ใม่ช่พฤติกติรรมของโครโมโซมและสารพันพัธุกรรม ก. ทั้งทั้สองอย่างมีก มี ารแยกตัวตัออกจากคู่ของมันมั ในการสร้างเซลล์ สืบพันพัธุ์ ข. ทั้งทั้สองอย่างเกิดกิการรวมเข้าคู่กันกั ใหม่ใม่นไซโกต ค. ทั้งทั้สองอย่างไม่สม่ามารถถ่ายทอดลักลัษณะทางพันพัธุกรรมได้ ง. ทั้งทั้สองอย่างมีอ มี ยู่เป็นคู่ๆ อยู่ใยู่นสภาพดิพดิพลอยด์ (Diploid) 4. จากคำ กล่าวที่ว่า “คนต้องออกลูกเป็นคน ลิงลิต้องออกลูกเป็นลิงลิ ” นักนัเรียรี นคิดคิว่ามีค มี วามเกี่ยกี่วข้องกับกั สิ่งใดมากที่สุด ก. ยีน ยี ข. โครโมโซม ค. จำ นวนนิวเคลีย ลี ส ง. ลักลัษณะเซลล์สืบพันพัธ แบบทดสอบก่ แบบทดสอบก่อนเรีรียรีรี น คำ ชี้แจง ให้นัห้กนัเรียรี นเลือ ลื กคำ ตอบที่ถูกต้องเพียงคำ ตอบเดียดี วแล้วทำ เครื่อรื่งหมายกากบาท (X) ลงในกระดาษคำ ตอบ
5. จำ นวนโครโมโซมของคน มีจำ มี จำนวนออโตโซมและโครโมโซม เพศเท่าใด ก. 46 คู่ + 1 คู่ ข. 22 คู่ + 1 คู่ ค. 23 คู่ + 1 คู่ ง. 1 คู่ + 22 คู่ 6. คู่เบสในโมเลกุล DNA สาย 1 และสาย 2 ยึดยึกันกัด้วยพันพัธะอะไร ก. เปปไตด์ ข. อิออิอนิก ค. ไฮโดรเจน ง. ฟอสโฟไดเอสเตอร์ 7. การจัดจัลำ ดับดัจากหน่วยเล็ก ล็ ไปใหญ่ให้ถูกต้อง ควรเป็นข้อใด ก. DNA ยีน ยี โครโมโซม ข. ยีน ยี DNA โครโมโซม ค. โครโมโซม DNA ยีน ยี ง. DNA โครโมโซม ยีน ยี 8. โครโมโซมเซลล์ไข่ของเพศหญิงญิคือ คื ข้อใด ก. 22 + X ข. 22 + XYY ค. 22 + XXY ง. 22 + XX 9. ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง ก. โครโมโซมเพศชาย คือ คื XX ข. โครโมโซมเพศหญิงญิคือ คื XY ค. โครโมโซม X มีข มี นาดใหญ่กว่าโครโมโซม Y ง. โครโมโซม Y มีข มี นาดใหญ่กว่าโครโมโซม X 10. ลักลัษณะทางพันพัธุกรรมจะถ่ายทอดพันพัธุกรรมไปยังยัลูกเพศชายอยู่ บนโครโมโซมใด ก. โครโมโซม X ข. โครโมโซม Y ค. โครโมโซม XX ง. โครโมโซม XY
การศึกศึษาเกี่ยกี่วกับกัการถ่ายทอดลักลัษณะทางพันพัธุกรรมเรียรี กว่า พันพัธุศาสตร์ ซึ่งเป็นวิทวิยาศาสตร์สาขาหนึ่งที่กล่าวถึงถึลักลัษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีมี ชี วิตวิ ซึ่งถูกควบคุมโดยหน่วยควบคุมลักลัษณะเรียรี กว่ายีน(Gene) และจะถ่ายทอดลักลัษณะต่างๆจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีก อี รุ่นหนึ่งสิ่งมีชีมี ชี วิตวินั้นนั้มี โครงสร้าง รูปร่าง ส่วนประกอบและลักลัษณะอื่นอื่ๆ ที่สอดคล้องกับกัรุ่น พ่อแม่ บางคนเคยสงสัยสัว่า เหตุใดสิ่งมีชีมี ชี วิตวิจึงจึมีลั มี กลัษณะแตกต่างกันกั หรือ รื เพราะเหตุใดคนเราจึงจึสามารถระบุความแตกต่างของแต่ละคนใน ครอบครัวรั ได้ เหตุผลก็คื ก็ อ คื เป็นเพราะความแตกต่างของหน่วยพันพัธุกรรม ของสิ่งมีชีมี ชี วิตวิแต่ละชนิดซึ่งทำ หน้าที่ควบคุมลักลัษณะทางพันพัธุกรรมและ ถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีก อี รุ่นหนึ่ง พันพัธุกรรมที่ทำ หน้าที่ควบคุม ลักลัษณะทางพันพัธุกรรม คือ คื ยีน (gene) ซึ่งอยู่บยู่นโครโมโซม (chromosome) โดยสิ่งมีชีมี ชี วิตวิแต่ละชนิดหรือ รื แต่ละสายพันพัธุ์ จะมีลั มี กลัษณะหรือ รื จำ นวนของยีน ยี และโครโมโซมแตกต่างกันกัออกไป ภาพที่ 2.1 ลักลัษณะของยีนยีบนโครโมโซม (ที่มาของภาพ : https://www.healthlabclinic.com/mutated-genes กรอบที่ที่ ที่ที่ ที่ที่ 1 โครโมโซมและสารพัน พั ธุกรรม
โครโมโซม เป็นที่อยู่ขยู่องหน่วยพันพัธุกรรม ซึ่งทำ หน้าที่ควบคุม และถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยกี่วกับกัลักลัษณะทางพันพัธุกรรมต่าง ๆ ของสิ่งมี ชีวิตวิเช่น ลักลัษณะเส้นผม ลักลัษณะดวงตา เพศ สีผิว เป็นต้นต้ การศึกศึษาลักลัษณะโครโมโซม จะต้องอาศัยศักล้องจุลทรรศน์ที่มี กำ ลังลัขยายสูง จึงจึจะสามารถมองเห็นรายละเอียอี ดของโครโมโซมได้ โครโมโซม ภาพที่ 2.2 ลักลัษณะโครโมโซมเมื่อศึกศึษาด้วยกล้องจุลทรรศน์กำ ลังลัขยายสูง (ที่มาของภาพ : photo bank.ACT.) 1. ลักลัษณะของโครโมโซม เมื่อมองเซลล์ผ่านกล้องจุลทรรศน์ จะเห็นเส้นใยเล็ก ล็ ๆ พันพักันกัอยู่ใยู่นนิวเคลีย ลี ส เรียรี กว่า โครมาทิน (chromatin) ซึ่งเมื่อเริ่มริ่มีก มี ารแบ่งเซลล์ เส้นโครมาทินจะหดตัวตั สั้นสั้เข้า มีลั มี กลัษณะเป็นแท่ง จึงจึเรียรี กว่า โครโมโซม (chromosome) แต่ละ โครโมโซมประกอบด้วยแขน 2 ข้าง เรียรี กว่า โครมาทิด (chromatid) ซึ่งแขนทั้งทั้สองข้างนี้จะมีจุ มี จุ ดที่เชื่อมติดติกันกัเรียรี กว่า เซนโทรเมีย มี ร์ (centromere) ถ้าดูจากแบบจำ ลองโครโมโซม หลายๆ คน อาจ จินจิตนาการว่าคล้ายกับกั ปาท่องโก๋ที่เชื่อมติดติกันกั
ภาพที่ 2.3 การเชื่อมติดติกันกัของแขนทั้งทั้สองของโครโมโซมที่ ตำ แหน่งต่างๆทำ ให้โครโมโซมมีรูมีรูปร่างหลายแบบ (ที่มาของภาพ : Life) ภาพที่ 2.3 ลักลัษณะของโครมาทิน ที่มาของภาพ : https://www.thaischool1.in.th/_files_school
2. จำ นวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิต วิ สิ่งมีชีมี ชี วิตวิแต่ละชนิดจะมีจำ มี จำนวน โครโมโซมไม่เท่ากันกัด้วยเหตุนี้นักนัวิทวิยาศาสตร์จึงจึใช้จำ นวนโครโมโซม ของสิ่งมีชีมี ชี วิตวิมาจำ แนกความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีมี ชี วิตวิแต่ละชนิด ดังดัตารางที่ 2.1 ตารางที่ 2.1 แสดงจำ นวนโครโมโซมของสิ่งมีชีวิต วิ บางชนิด
3. การกำ หนดเพศในมนุษย์ การกำ หนดเพศของสิ่งมีชีมี ชี วิตวิ โดยทั่วทั่ไปจะพิจารณาจากลักลัษณะ ของโครโมโซม สำ หรับรั ในมนุษย์มีจำ มี จำนวนโครโมโซม 46 โครโมโซม หากนำ มาจัดจัเป็นคู่จะได้ 23 คู่ ซึ่งจะมี 22 คู่ ที่เหมือน กันกั ในเพศชายและเพศหญิงญิเรียรี กโครโมโซมเหล่านี้ว่า ออโตโซม (autosome) ซึ่งจะมีบ มี ทบาทสำ คัญคั ในการกำ หนดลักลัษณะทาง พันพัธุกรรมต่าง ๆ ในร่างกาย สำ หรับรั โครโมโซมที่เหลือ ลื อีก อี 1 คู่ จากจำ นวนทั้งทั้หมด 23 คู่ เป็นโครโมโซมที่แตกต่างกันกั ในเพศชายและเพศหญิงญิเรียรี กว่า โครโมโซมเพศ (sex chromosome) โดยโครโมโซมเพศจะเป็นการ จับจัคู่กันกัของโครโมโซม 2 ตัวตัที่มีลั มี กลัษณะต่างกันกัคือ คื โครโมโซม X และ โครโมโซม Y ซึ่งมีข มี นาดเล็ก ล็ กว่าโครโมโซม X โดยที่เพศ หญิงญิมีโมี ครโมโซมเพศ XX เพศชายมีโมี ครโมโซมเพศ XY
ภาพที่ 2.4 โครโมโซมในมนุษย์จะมีทั้มีงทั้หมด 46 โครโมโซม หรือรื23 คู่ โดยมี 22 คู่ เป็นออโตโซมและอีกอี 1 คู่เป็นโครโมโซมเพศ (ที่มาของภาพ : photo bank ACT.) ภาพที่ 2.7 การจับจัคู่ของโครโมโซมเพศหญิงญิจะเป็นแบบ XX ส่วนการจับจัคู่ ของโครโมโซมเพศชาย จะเป็นแบบ XY (ที่มาของภาพ : photo bank ACT.)
4. การเกิด กิ เพศหญิง ญิ เพศชาย เซลล์เพศที่ถูกสร้างขึ้นขึ้มาแต่ละเซลล์จะมีโมี ครโมโซมเพศเพียง ชุดเดียดี วโดยที่เซลล์สืบพันพัธุ์เพศชาย(สเปิร์ม)จะมีเ มี ซลล์สืบพันพัธุ์ซึ่งมี โครโมโซม 2 ชนิดคือ คื 22+X และ 22+Y ส่วนเซลล์สืบพันพัธุ์เพศ หญิงญิจะมีโมี ครโมโซมชนิดเดียดี ว คือ คื 22+X ดังดันั้นนั้ โอกาสในการเกิดกิทารกเพศหญิงญิหรือ รื เพศชายจึงจึเท่ากันกัขึ้นขึ้ อยู่กัยู่บกั สเปิร์มที่เข้าผสมกับกั ไข่ ภาพที่ 2.8 การเกิดกิเพศชายเพศหญิงญิมีโมีอกาสเท่ากันกัขึ้นขึ้อยู่กัยู่บกั สเปิร์ม ที่เข้าผสมกับกั ไข่จะเป็นสเปิร์มใด (ที่มาของภาพ : photo bank ACT.) คำ ถามที่ 1 องค์ประกอบในข้อใดต่อไปนี้ที่เป็นตัวตักําหนดเพศ ของทารกในครรภ์
ยีน ยี คือ คื หน่วยพันพัธุกรรมที่อยู่บยู่นดีเ ดี อ็น อ็ เอ จะมีลั มี กลัษณะเรียรี งกันกั เหมือนสร้อยลูกปัดปั ซึ่งทำ หน้าที่ควบคุมและถ่ายทอดลักลัษณะต่างๆทาง พันพัธุกรรมจากพ่อแม่ไปยังยัลูกหลานโดยผ่านเซลล์สืบพันพัธุ์ในมนุษย์จะ มียี มี น ยี อยู่ปยู่ระมาณ 50,000 ยีน ยี ซึ่งยีน ยี แต่ละตัวตัจะควบคุมลักลัษณะต่างๆ ทางพันพัธุกรรมเพียงลักลัษณะเดียดี ว ยีน (gene) กรอบที่ที่ ที่ที่ ที่ที่ 2 เฉลยคำ ถามที่ 1 23 คู่ เฉลยคำ ถามที่ 1 23 คู่ ภาพที่ 2.9 แสดงรูปร่างของยีนยี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครโมโซม (ที่มาของภาพ : photo bank ACT.)
เซลล์ร่างกายของสิ่งมีชีมี ชี วิตวิจะมีโมี ครโมโซมที่ทำ หน้าที่ถ่ายทอด ข้อมูลทางพันพัธุกรรมอยู่สยู่องชุดเข้าคู่กันกัเรียรี กว่า โครโมโซมคู่เหมือน และจากที่กล่าวมาแล้วว่า ยีน ยี ซึ่งเป็นตัวตัควบคุมลักลัษณะทางพันพัธุกรรม จะอยู่บยู่นโครโมโซม ด้วยเหตุนี้ ถ้าพิจารณาลักลัษณะทางพันพัธุกรรม ลักลัษณะใดลักลัษณะหนึ่ง เช่น ลักลัษณะสีตา จะพบว่าถ้ามียี มี น ยี ที่ควบคุม ลักลัษณะสีตาอยู่บยู่นโครโมโซมแท่งหนึ่ง โครโมโซมที่เป็นคู่เหมือน ก็จ ก็ ะมียี มี น ยี ที่ควบคุมลักลัษณะสีตาอยู่ด้ยู่ ด้วยเช่นกันกั 1. แอลลีล ลี (allele) คือ คื ยีน ยี ที่ควบคุมลักลัษณะเดียดี วกันกัแต่ต่างรูป แบบกันกัถึงถึแม้จม้ะอยู่บยู่นโครโมโซมคู่เหมือนตรงตำ แหน่งเดียดี วกันกั ก็ต ก็ าม เช่น ลักลัษณะของติ่งติ่หู จะมียี มี น ยี ควบคุมอยู่ 2 แอลลีล ลี หรือ รื 2 แบบ คือ คื แอลลีล ลี ที่ควบคุมการมีติ่ มี ติ่งติ่หู (ให้สัญสัลักลัษณ์เป็น B) และแอลลีล ลี ที่ควบคุมการไม่มีม่ติ่ มี ติ่งติ่หู (ให้สัญสัลักลัษณ์เป็น b) 2. จีโจี นไทป์ (genotype) คือ คื ลักลัษณะการจับจัคู่กันกัของแอลลีล ลี ของยีน ยี ที่ควบคุมลักลัษณะ ทางพันพัธุกรรม ซึ่งจะมี 2 ลักลัษณะ ได้แด้ก่ - ลักลัษณะพันพัธุ์แท้ (homozygous) เป็นการจับจัคู่กันกัของยีน ยี ที่ มีแ มี อลลีล ลี เหมือนกันกัเช่น แอลลีล ลี ควบคุมการมีติ่ มี ติ่งติ่หู 2 แอลลีล ลี จับจัคู่กันกั (BB) แอลลีล ลี ที่ควบคุม การไม่มีม่ติ่ มี ติ่งติ่หูจับจัคู่กันกั (bb) - ลักลัษณะพันพัธุ์ทาง (heterozygous) เป็นการจับจัคู่กันกัของยีน ยี ที่มีแ มี อลลีล ลี ต่างกันกัเช่น แอลลีล ลี ควบคุมการมีติ่ มี ติ่งติ่หูจับจัคู่กับกัแอลลีล ลี ที่ควบคุมการไม่มีม่ติ่ มี ติ่งติ่หู (Bb คู่ของยีน
3. ฟีโนไทป์ (phenotype) หมายถึงถึลักลัษณะทางพันพัธุกรรม ของสิ่งมีชีมี ชี วิตวิที่อยู่ภยู่ายใต้ การควบคุมของจีโจี นไทป์ซึ่งแสดงออกมาให้ เห็นหรือ รื ปรากฏแก่ภายนอก เช่นจำ นวนชั้นชั้ของหนังนัตา ลักลัษณะสีตา สีผิว ความสูง เป็นต้นต้ การแสดงออกของลักลัษณะทำ งพันพัธุกรรม จากการทดลองการถ่ายทอดลักลัษณะทางพันพัธุกรรมของเมน เดล กล่าวว่า “เมื่อมีแ มี อลลีล ลี ที่แตกต่างกันกั2 แอลลีล ลี แอลลีล ลี หนึ่ง จะแสดงออกมาได้ดีด้ก ดี ว่าอีก อี แอลลีล ลี หนึ่ง แอลลีล ลี ที่แสดงออกมา ได้ดีด้ก ดี ว่า เรียรี กว่า แอลลีล ลี เด่นด่ (dominant allele) จะบดบังบัแอลลีล ลี ที่ แสดงออกมาไม่ดีม่เ ดี ท่า เรียรี กว่า แอลลีล ลี ด้อย (Recessive allele)” หรือ รื กล่าวได้ว่า ลักลัษณะต่าง ๆ ทางพันพัธุกรรมที่เกิดกิจากการจับจัคู่ ของยีน ยี จากพ่อ แม่แม่ละถ่ายทอดมาสู่รุ่นลูกหลาน จะมีก มี ารแสดงออก ได้ 2 ลักลัษณะ ดังดันี้ - ลักลัษณะเด่นด่ (dominant) หมายถึงถึลักลัษณะที่ปรากฏออกมา ในทุก ๆ รุ่นอย่างเด่นด่ ชัดชั ซึ่งเกิดกิจากการจับจัคู่ของแอลลีล ลี ที่ควบคุม ลักลัษณะเด่นด่เหมือนกันกัจับจัคู่กันกัหรือ รื อาจเกิดกิจากการที่แอลลีล ลี ด้อยถูก ข่มด้วยแอลลีล ลี เด่นด่ที่จับจัคู่กันกั - ลักลัษณะด้อย (recessive) หมายถึงถึลักลัษณะที่แอบแฝงไม่ แสดงออกมาให้เห็นเมื่ออยู่คู่ยู่คู่กับกัลักลัษณะเด่นด่แต่จะแสดงออกเมื่อมี การเข้าคู่กับกัลักลัษณะด้อยเหมือนกันกั ซึ่งโอกาสแสดงออกให้เห็น จะมีน้ มี น้อยกว่าการแสดงออกของลักลัษณะเด่นด่ คำ ถามที่ 2 หน่วยพันพัธุกรรมที่ควบคุมการถ่ายทอดลักลัษณะต่างๆ อยู่ใยู่นส่วนใด
DNA ดีเดี อ็น อ็ เอคือ คื อะไร ดีเ ดี อ็น อ็ เอ (DNA; deoxy ribonucleic acid) เป็นสารพันพัธุกรรม ที่กำ หนดลักลัษณะทางพันพัธุกรรมของสิ่งมีชีมี ชี วิตวิมีลั มี กลัษณะเป็นเกลีย ลี ว คู่ (double helix) และเป็นสายยาว ประกอบด้วยพอลินิลิ นิวคลีโลี อไทด์ สองสาย จับจักันกัด้วยพันพัธะไฮโดรเจน ในแบคทีเ ที รียรี และออแกเนลล์บางชนิด เช่น ไมโทคอนเดรียรี และคลอโรพลาสต์ ดีเ ดี อ็น อ็ เอจะมีลั มี กลัษณะเป็นวงกลมและมีร มี หัสหัทาง พันพัธุกรรมน้อยกว่าดีเ ดี อ็น อ็ เอของเซลล์ทั่วทั่ไป เรียรี กว่า พลาสมิด (plasmid) กรอบที่ที่ ที่ที่ ที่ที่ 3 เฉลยคำ ถามที่ 2 ยีน เฉลยคำ ถามที่ 2 ยีน
ภาพที่ 6.3.3 ดีเดีอ็น อ็ เอของเซลล์ทั่วทั่ไป ที่มา : http://goo.gl/kJGi9X ภาพที่ 6.3.4 พลาสมิดของแบคทีเทีรียรี ที่มา : http://goo.gl/0Eqlp7
ดีเ ดี อ็น อ็ เอ (deoxyribonucleic acid : DNA) จะประกอบด้วยสายนิวคลี โอไทด์ (nucleotide) สองสายที่บิดบิตัวตัรวมกันกัเป็นเกลีย ลี วคู่ (double helix)โดยมีสมี ารเคมี ที่เรียรี กว่า เบส เป็นตัวตัยึดยึ สายทั้งทั้สองไว้ เบสที่ท าหน้าที่ยึดยึ สายนิวคลีโลี อไทด์นี้ ด์ นี้เปรียรี บเหมือนตัวตัอักอัษรที่เรียรี งต่อกันกัเป็น ข้อมูลทางพันพัธุกรรม และจะแปรผันผั ไปตามชนิดของสิ่งมีชีมี ชี วิตวิเบสใน สายดีเ ดี อ็น อ็ เอจะมีทั้ มี งทั้หมด 4 ชนิด ได้แด้ก่ อะดีนี ดี นี น (Adenine : A) ไทมีน มี (Thymine :T)ไซโทซีน(Cytosine : C)และกัวกันีน (Guanine : G) ซึ่งจะมีก มี ารจับจัคู่กันกัอย่างจำ เพาะเจาะจง ดังดันั้นนั้ถ้าเราทราบถึงถึการ เรียรี งลำ ดับดัเบสบนดีเ ดี อ็น อ็ เอเส้นหนึ่งก็จ ก็ ะสามารถบอกการเรียรี งลำ ดับดัของ เบสบนดีเ ดี อ็น อ็ เออีก อี เส้นหนึ่งได้ซึ่ด้ ซึ่งในปัจปัจุบันบัเราสามารถใช้หลักลัการนี้ ในการพิสูจน์สายสัมสัพันพัธ์ระหว่างพ่อแม่ลูม่ ลูกได้ ภาพที่ 2.10 การจำ ลองตัวตัเองของดีเดี อ็น อ็ เอ (ที่มาของภาพ : Life)
พอลินิ ลิ นิ วคลีโลี อไทด ดีเดี อ็น อ็ เอ ย่อย่มาจาก ดีอดี อกซีไรโบนิวคลีอิ ลี ค อิ เอซิด (Deoxy ribonucleic acid) เป็นสารพันพัธุกรรมในสิ่งมีชีวิต วิ ประกอบด้วย น้ำ ตาลเพนโตส (pentose) หรือ รื น้ำ ตาลที่มีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ 5 อะตอม ไนโตรจีนั จี สนัเบส (nitrogenous base) และหมู่ฟอสเฟต (phosphate group) จับจักันกัเรียรี กว่านิวคลีโลี อไทด์(nucleotide) ภาพที่ 6.3.5 นิวคลีโลีอไทด์ ที่มา : http://www.digitalschool.club/digitalschool
1. การจำ ลองตัวตัเอง (DNA replication) ดีเ ดี อ็น อ็ เอของสิ่งมีชีมี ชี วิตวิจะมี ความสามารถจำ ลองและสร้างตัวตัเองขึ้นขึ้ในขณะที่เกิดกิกระบวนการแบ่ง เซลล์เพื่อให้ได้สด้ายดีเ ดี อ็น อ็ เอเกิดกิขึ้นขึ้ใหม่ โดยมีร มี หัสหัพันพัธุกรรมเหมือน เดิมดิทุกประการ 2. การถ่ายทอดข้อมูลทางพันพัธุกรรม (transcription) ดีเ ดี อ็น อ็ เอจะ สามารถถูกถอดรหัสหัพันพัธุกรรมเพื่อสร้างเป็นอาร์เอ็น อ็ เอ (ribonucleic acid : RNA) ที่จะทำ หน้าที่กำ หนดการเรียรี งตัวตัของกรดอะมิโนใน กระบวนการสังสัเคราะห์โปรตีน ตี ซึ่งโปรตีน ตี ที่ถูกสร้างขึ้นขึ้จะถูกนำ มาเป็น ส่วนประกอบสำ คัญคัของโครงสร้างต่าง ๆ ภายในเซลล์ หรือ รื ทำ หน้าที่ เป็นสารเร่งปฏิกิฏิริกิยริาทางชีวเคมีห มี รือ รื เอ็น อ็ ไซม์ในสิ่งมีชีมี ชี วิตวิ ภาพที่ 2.11 ดีเดีอ็น อ็ เอประกอบด้วยนิวคลีโลีอไทด์สด์องสายบิดบิกันกัเป็นเกลียลีว (ที่มาของภาพ : photo bank ACT.) ดีเดี อ็น อ็ เอ มีหน้าที่สำ คัญ คั 2 ประการ ดัง ดั นี้ คำ ถามที่ 3 เบสชนิดใดที่ไม่พบในดีเดี อ็น อ็ เอ คำ ถามที่ 3 เบสชนิดใดที่ไม่พบในดีเดี อ็น อ็ เอ
เฉลยคำ ถามที่ 3 ยูราซิล เฉลยคำ ถามที่ 3 ยูราซิล ภาพที่ 2.11 สายดีเดีอ็น อ็ เอ (ที่มาของภาพ : https://www.facebook.com/forensic.rpca.ac.th
1. หน่วยที่ควบคุมลักลัษณะทางพันพัธุกรรมเรียรี กว่าอะไร มีลั มี กลัษณะ อย่างไร ก. ยีน ยี มีลั มี กลัษณะเป็นคู่ ข. ยีน ยี มีลั มี กลัษณะเป็นแท่ง ค. โครโมโซม มีลั มี กลัษณะเป็นคู่ ง. โครโมโซม มีลั มี กลัษณะเป็นแท่ง 2. ลักลัษณะเฉพาะของสารพันพัธุกรรมที่สามารถถ่ายทอด และควบคุม ลักลัษณะกรรมพันพัธุ์ได้นั้ด้ นั้นั้อยู่ที่ยู่ ที่สิ่งใดเป็นสำ คัญคั ก. ชนิดของน้ำ ตาลในโมเลกุลของ DNA ข. จำ นวนหมู่ฟมู่อสเฟตในโมเลกุลของ DNA ค. ชนิดของเบสอินอิทรีย์รี ย์ในโมเลกุลของ DNA ง. จำ นวนและชนิดของกรดอะมิโนในโมเลกุลของโปรตีน ตี 3. ข้อใดไม่ใม่ช่พฤติกติรรมของโครโมโซมและสารพันพัธุกรรม ก. ทั้งทั้สองอย่างมีก มี ารแยกตัวตัออกจากคู่ของมันมั ในการสร้างเซลล์ สืบพันพัธุ์ ข. ทั้งทั้สองอย่างเกิดกิการรวมเข้าคู่กันกั ใหม่ใม่นไซโกต ค. ทั้งทั้สองอย่างไม่สม่ามารถถ่ายทอดลักลัษณะทางพันพัธุกรรมได้ ง. ทั้งทั้สองอย่างมีอ มี ยู่เป็นคู่ๆ อยู่ใยู่นสภาพดิพดิพลอยด์ (Diploid) 4. จากคำ กล่าวที่ว่า “คนต้องออกลูกเป็นคน ลิงลิต้องออกลูกเป็นลิงลิ ” นักนัเรียรี นคิดคิว่ามีค มี วามเกี่ยกี่วข้องกับกั สิ่งใดมากที่สุด ก. ยีน ยี ข. โครโมโซม ค. จำ นวนนิวเคลีย ลี ส ง. ลักลัษณะเซลล์สืบพันพัธ แบบทดสอบหลัลัง ลัลั เรีรียรีรี น คำ ชี้แจง ให้นัห้กนัเรียรี นเลือ ลื กคำ ตอบที่ถูกต้องเพียงคำ ตอบเดียดี วแล้วทำ เครื่อรื่งหมายกากบาท (X) ลงในกระดาษคำ ตอบ
5. จำ นวนโครโมโซมของคน มีจำ มี จำนวนออโตโซมและโครโมโซม เพศเท่าใด ก. 46 คู่ + 1 คู่ ข. 22 คู่ + 1 คู่ ค. 23 คู่ + 1 คู่ ง. 1 คู่ + 22 คู่ 6. คู่เบสในโมเลกุล DNA สาย 1 และสาย 2 ยึดยึกันกัด้วยพันพัธะอะไร ก. เปปไตด์ ข. อิออิอนิก ค. ไฮโดรเจน ง. ฟอสโฟไดเอสเตอร์ 7. การจัดจัลำ ดับดัจากหน่วยเล็ก ล็ ไปใหญ่ให้ถูกต้อง ควรเป็นข้อใด ก. DNA ยีน ยี โครโมโซม ข. ยีน ยี DNA โครโมโซม ค. โครโมโซม DNA ยีน ยี ง. DNA โครโมโซม ยีน ยี 8. โครโมโซมเซลล์ไข่ของเพศหญิงญิคือ คื ข้อใด ก. 22 + X ข. 22 + XYY ค. 22 + XXY ง. 22 + XX
9. ข้อความใดต่อไปนี้ถูกต้อง ก. โครโมโซมเพศชาย คือ คื XX ข. โครโมโซมเพศหญิงญิคือ คื XY ค. โครโมโซม X มีข มี นาดใหญ่กว่าโครโมโซม Y ง. โครโมโซม Y มีข มี นาดใหญ่กว่าโครโมโซม X 10. ลักลัษณะทางพันพัธุกรรมจะถ่ายทอดพันพัธุกรรมไปยังยัลูกเพศชายอยู่ บนโครโมโซมใด ก. โครโมโซม X ข. โครโมโซม Y ค. โครโมโซม XX ง. โครโมโซม XY
เฉลยแบบทดสอบก่ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรีรียรีรี น
เฉลยแบบทดสอบหลัลัง ลัลั เรีรียรีรี น