The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ning.somakul, 2022-05-14 13:52:46

108 อาชีพแก้จน

108 อาชีพแก้จน

108 อาชีพแก้จน พัฒนาคนทุกช่วงวัย

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

"การปลูกผักอินทรีย์ในกระถาง" "การทำสลัดโรล"

"การทำผ้ามัดย้อม" "การทำไข่เค็มสมุนไพร"
"การทำกุยช่ายทอด" "การทำปลาส้ม"

"การทำกระเป๋าสานเส้นพลาสติก" "การทำกระถางต้นไม้จากเศษผ้า"

"การทำน้ำพริกกากหมู" "การปลูกผักอินทรีย์แบบยกแคร่"
"การทำกล้วยม้วนเคลือบ"
"การเลี้ยงไก่ไข่แบบลดต้นทุน"
"การทำน้ำพริกเผาเห็ด" "การทำขนมจีบ"

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์ศึกษาและพัฒ
นาชุมชนเพชรบุรี

"การปลูกผักอินทรีย์ในกระถาง"

วิทยากร : นายปราโมท คลังแก้ว

ขั้นที่ 1 ทำปุ๋ยหมักสูตรปรับโครงสร้างดิน

วัสดุ/อุปกรณ์ วิธีทำ
- จอบ/พลั่ว/กระบะผสม/ 1. ผสมวัตถุดิบทุกอย่างให้เข้ากัน
บัวรดน้ำ/กระสอบเปล่า
- แกลบดิบ 1 ส่วน 2. รดน้ำจุลินทรีย์ พร้อมผสม
- ปุ๋ยคอก 1 ส่วน วัตถุดิบอีกครั้ง ให้ได้ความชื้น
- รำละเอียด 10 กก.
- น้ำจุลินทรีย์ (กากน้ำตาล ประมาณ 60%
1 กก.+EM 1 ลิตร+น้ำ 3. เสร็จแล้วใช้พลั่วตักแบ่งใส่
สะอาด 200 ลิตร)
กระสอบให้เท่าๆกัน
4. นำไปวางไว้ในที่ร่ม ที่อากาศ
ถ่ายเทได้สะดวก อย่างน้อย 15 วัน

ขั้นที่ 2 วิธีปลูกในกระถาง

วัสดุ/อุปกรณ์ วิธีการทำ
1. นำดินปลูกและปุ๋ยหมักอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
- กระถางปลูก แล้วใส่ลงในกระถาง
- ดินปลูก 10 ถุง
- ปุ๋ยหมัก 10 กก. 2. นำเมล็ดผัก/ต้นกล้าลงปลูกในกระถางตามขนาดความเหมาะสมของกล้าผัก
- ต้นกล้า 3. จากนั้นให้รดน้ำ เช้า-เย็น เป็นระยะเวลา 30 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยวได้

4. ใช้น้ำหมักชีวภาพผสมน้ำรดทุก 3 วันในช่วงที่ต้องการเร่งการเจริญเติบโต
ในช่วงที่ต้องการเร่งดอกเร่งผล ก็ให้ใช้น้ำหมักชีวภาพชนิดบำรุงดอกผลและ
ฮอร์โมนชีวภาพผสมน้ำรดทุก 3 วันเช่นกัน หากมีโรคแมลงรบกวนก็ให้ใช้น้ำ
หมักสมุนไพรผสมน้ำฉีดพ่นทุก 3 วัน

ประโยชน์ - ไม่แพร่กระจายโรคเร็วเหมือนปลูกในแปลง
บนพื้นดิน
- ประหยัดพื้นที่ในการปลูก สะดวกในการ - การดูแลบำรุงรักษาทำได้ง่ายไม่สิ้นเปลือง
โยกย้าย เวลามาก
- ภาชนะปลูกสามารถดัดแปลงมาจากวัสดุ
เหลือใช้ได้ เช่น กระป๋องพลาสติก และขวด
แก้วรูปทรงต่างๆ

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

"การทำผ้ามัดย้อม"

วิทยากร : นายถิรายุทธ์ ทรัพย์สงวน

วัสดุ/อุปกรณ์ 5. เกลือ
6. กะละมัง
1. เสื้อ / ผ้าที่ต้องการ 7. ที่คีบผ้า
2. สีย้อมผ้า
3. ไม้หนีบผ้า/ไม้ไอติม/หนังยาง
4. พลาสติก

วิธีทำ

1.นำผ้ามามัดเพื่อสร้างลายต่าง ๆ ตามต้องการ
2. นำสีย้อมผ้า เกลือแกง และน้ำสะอาดไปตั้งไฟ
3. คนให้ส่วนผสมเข้ากัน รอจนน้ำเดือด แล้วค่อยใส่ผ้าที่เตรียมไว้ลง
ไปต้มประมาณ 3-5 นาที
4. ระหว่างนั้นควรใช้ไม้กดผ้าและพลิกผ้าเป็นระยะ เพื่อให้สีซึมเข้า
เนื้อผ้าอย่างสม่ำเสมอ
5. เมื่อครบตามเวลาที่กำหนด ยกผ้าขึ้นแล้วแช่ลงในน้ำสะอาดทันที
พร้อมกับแกะอุปกรณ์มัดผ้าออก
6. ซักด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด แล้วค่อยนำผ้าไปตากก่อนใช้

ประโยชน์ผ้ามัดย้อม

1. สามารถรู้วิธีการผลิตผ้ามัดย้อม
2. สามารถนำไปผลิตเองและประกอบอาชีพได้
3. สามารถนำความรู้ไปเผยแพร่ให้ประชาชนได้รู้เกี่ยวกับผ้ามัดย้อม
4. สามารถนำมาเป็นสินค้า OTOP ภายในหมูบ้านหรือภายใน
จังหวัดได้

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ศูนย์ศึกษาและพัฒ
นาชุมชนเพชรบุรี

"การทำกุยช่ายทอด"

วิทยากร : นางวรรณิภา ยินดี

วัตถุดิบกุยช่ายทอด วัตถุดิบน้ำจิ้มกุยช่าย
ใบกุยช่าย 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 60 กรัม
แป้งข้าวเจ้า 360 กรัม ซีอิ๊วดำหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งมัน 45 กรัม น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
น้ำเปล่า 500 กรัม พริกขี้หนูสดบด 1 ช้อนโต๊ะ
เบคกิ้งโซดา ½ ช้อนชา
กระเทียมสับหยาบ 2 ช้อนชา เกลือ 1 ช้อนชา
เกลือ 2 ช้อนชา
ขั้นที่ 2 : นึ่งและทอดกุยช่าย
วิธีทำกุยช่ายทอด ผสมแป้งมัน แป้งข้าวเจ้า และน้ำเปล่า ใส่ใบกุยช่ายที่
ผัด และปรุงรสให้เรียบร้อย ผสมให้ทุกอย่างเข้ากันดี
ขั้นที่ 1 : ผัดใบกุยช่าย
หั่นใบกุยช่ายเป็นท่อนเล็ก ๆ แล้วผึ่งให้ ตักใส่ถาดสี่เหลี่ยมแล้วนำไปนึ่งใช้ไฟแรงให้สุก
ประมาณ 20 นาที
สะเด็ดน้ำ
ตั้งกระทะเจียวกระเทียมให้หอม ใส่ใบ พอนึ่งเสร็จแล้วก็ตัดเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอดีคำ จะได้
กุยช่าย เบกกิงโซดาอีก ปรุงรสด้วยเกลือ ผัด ทอดสุกง่าย

จนกระทั่งใบกุยช่ายนิ่ม นำกุยช่ายลงทอดในน้ำมันที่ร้อนจัดให้เหลืองกรอบ

ขั้นที่ 3 : นำส่วนผสมน้ำจิ้มกุยช่ายทั้งหมดมา ประโยชน์
ผสมให้เข้ากัน แล้วนำขึ้นตั้งไฟ 1. รักษาอาการหวัด
2. ดีต่อหญิงตั้งครรภ์
คนให้น้ำตาลทรายละลายให้หมด แล้วพักไว้ 3. อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่สำคัญ
ให้เย็น ใส่ถ้วยเตรียมเสิร์ฟ 4. มีเส้นใยอาหารสูง
5. ช่วยลดและควบคุมความดัน
นำ “กุยช่ายทอด” ที่สะเด็ดน้ำมันแล้วมา
เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มกุยช่าย ก็เสร็จเป็นที่
เรียบร้อย

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

"การทำกระเป๋าสานจากเส้นพลาสติก"

วิทยากร : นางพยงค์ จันทร์คง

วัสดุอุปกรณ์ ขั้นตอนการสาน

1. เส้นพลาสติก 1. ตัดเส้นพลาสติก ตามจำนวนและความยาวที่คำนวณได้
2. สายยางใส 2. เริ่มจากการทำก้นกระเป๋า โดยการนำเส้นเหยียบ มาวางเรียงให้ชิดกัน แล้วหาหนังสือมาวางทับ
3. กรรไกร ปลายเส้นไว้เพื่อไม่ให้เส้นหลุดเวลาสาน โดยหันปลายอีกข้างไปด้านหน้าเรา
3. นำเส้นสานมาสาน โดยการสอดเส้นขึ้นหนึ่งช่องลงหนึ่งช่อง สานขึ้นไปเรื่อยๆจนหมด

4. จัดเส้นให้แน่นและดึงปลายทั้ง 4 ด้านให้เท่ากัน โดยจัดให้เส้นเหยียบชิดกันทุกเส้นส่วนเส้นสาน
ไม่ต้องชิดกันมากจัดแค่พอประมาณ เมื่อปลายเท่ากันแล้ว ทำการล็อคไว้โดยการสอดปลายเส้นย้อน
กลับมาขัดกับลายด้านบน โดยการล็อคแต่ละช่วงให้เว้นระยะห่างกันประมาณ 4 ช่อง
5. หลังจากนั้น นำเส้นรอบวงมาสาน ให้เริ่มสานจากด้านกว้าง โดยการสอดเส้นจากขอบขวาไปซ้าย
ไปสิ้นสุดที่กึ่งกลางกระเป๋าและให้เหลือปลายไว้ประมาณ 5ซม. สานขึ้นไปจนหมดเส้น แล้วล็อคด้าน
บนและปลายด้านซ้ายไว้กันหลุด

6. ยกกระเป๋าขึ้นมา โดยใช้มือข้างซ้ายถือด้านบน ส่วนมือขวาถือก้นกระเป๋า ให้ใช้มือขวาจับเส้นที่ก้นกระเป๋าสานขึ้นมาที่ปาก
กระเป๋าทีละเส้น สานไปประมาณ 4 เส้น ให้ทำการล็อคเส้นที่ปากกระเป๋าไว้ด้วย เมื่อสานจนจบ หนึ่งด้านแล้วให้หยุดเพื่อ
ทำการจัดเส้นรอบวง ด้วยการค่อยๆดึงเส้นรอบวงให้แน่น (อย่าดึงแรง เดี๋ยวจะหลุดมาทั้งเส้น) ดึงจนครบทุกเส้นแล้วก็
สานต่อไปเรื่อยๆ เมื่อสานครบรอบ ก็สอดเก็บงานโดยสอดทับกัน 2 ช่อง จนครบทุกเส้นแล้วก็จัดเส้นโดยการดึงปลายทั้ง
ด้านพร้อม ๆ กันทำให้ครบทุกเส้น หลังจากนั้นก็สอดเก็บไปอีก 2-3 ช่องและตัดปลายเส้นให้สวยงาม
7. จัดเส้นแนวตั้ง โดยดึงเส้นที่ปากกระเป๋า(ปลายของเส้นก้นกระเป๋า) ให้แน่นทีละเส้นและพับเส้นลงมาขัดลาย ช่องเว้นช่อง
เพื่อให้ก้นกระเป๋าแน่นและอยู่ทรง

8. เก็บปากกระเป๋า โดยการนำเส้นที่เตรียมไว้ หนึ่งเส้น ประโยชน์
มาสอดเข้าไปในช่องที่เราขัดลายไว้จนย้อนกลับมาบรรจบ
กัน หลังจากนั้นก็นำอีกหนึ่งเส้นมาวางทับแล้วพับเส้นที่ 1. แข็งแรงทนทาน น้ำหนักเบา มีอายุการใช้งานยาวนาน
เหลือลงมาขัดลาย เมื่อครบทุกเส้นแล้วสอดเส้นลงไปอีก 3. มีหลายรูปแบบ ทนต่ออุณหภูมิร้อน/เย็นจัด/กรด/ด่างและ
3-4 ช่องทุกเส้นและตัดปลายเส้นให้สวยงามพร้อมทั้งพับ สภาวะแวดล้อมได้
ตามขอบก้นกระเป๋าทั้ง 4 ด้าน 4. ทำความสะอาดง่ายไม่ดูดความชื้น ไม่เก็บความสกปรกหรือขัง
9. ประกอบสายกระเป๋าตามชอบ แค่นี้ก็เสร็จแล้ว น้ำจึงง่ายต่อการทำความสะอาดและบำรุงรักษา

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

"น้ำพริกกากหมู"

วิทยากร : นายพิสิษฐ์ กุลโพธิ์ศรี

วัตถุดิบ วิธีทำ

- มันหมูหั่นเต๋า 3 กิโลกรัม - นำมันหมูมาเจียวจนเป็นกากหมู
- กระเทียมซอย 400 กรัม - นำกระเทียมซอยมาเจียวให้
- หอมแดงซอย 500 กรัม เหลืองกรอบ แล้วตักขึ้นผึ่งให้จน
- พริกป่น 6 ช้อนโต๊ะ เย็น
- เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ - นำหอมแดงซอยมาเจียวให้
- น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ เหลืองกรอบ แล้วตักขึ้นผึ่งให้จน
- มะนาวผง 1 ช้อนโต๊ะ เย็น
- กุ้งแห้ง 200 กรัม - ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน ใส่น้ำมันหมู
- น้ำมันหมู 2 ช้อนโต๊ะ ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่พริกป่น
แล้วคั่วจนพริกหอมดี ใส่กากหมู
*** อัตราส่วน สามารถ ตามด้วยกระเทียมเจียว และ
ปรับได้ตามชอบเลยค่ะ หอมแดงเจียว คลุกเคล้าให้เข้ากัน
- เติมเครื่องปรุง เกลือป่น น้ำตาล
ประโยชน์ ทราย และมะนาวผง จากนั้นคลุก
เคล้าให้เข้ากันจนน้ำตาลทราย
"สามารถนำไปทำและประกอบเป็น ละลายดี ก็ปิดแก๊สได้
อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

และครอบครัวได้"

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

"กล้วยม้วนเคลือบ"

วิทยากร : นางสุขุมาษ เติมศักดิ์

วัตถุดิบ: วิธีทำ:

1. กล้วยน้ำว้า 5 หวี 1. นำกล้วยน้ำว้ามาปอกเปลือก
2. เนยสดเค็ม 150 กรัม แล้วแช่ลงในน้ำผสมเกลือป่น
3. งาขาว 3 ช้อนโต๊ะ (เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนสี) พักไว้
4. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำตาลทราย 240 กรัม 2. ฝานกล้วยเป็นชิ้นบาง ๆ แล้ว
6. น้ำตาลโตนด 100 กรัม ม้วนให้เป็นแท่งกลม วางเรียงใส่
7. โอวัลติน/โกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ ถาด พักไว้ให้กล้วยหมาด ๆ
8. น้ำเปล่า 300 ml
9. น้ำมันพืช (สำหรับทอด) 3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน
ใส่กล้วยลงทอดจนเหลืองกรอบ
ประโยชน์ : ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
แล้วนำกล้วยที่ทอดชั่ง 1 กิโลกรัม
1. สามารถนำมาเป็นอาหาร
ทานเล่นได้ 4. ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง ใส่น้ำเปล่า
น้ำตาลทราย น้ำตาลโตนด เนย
2. ได้เรียนรู้การถนอมอาหาร สด เกลือป่น งาขาว และผงโอวัล
3. สามารถนำมาเป็นสินค้าและ ติน/โกโก้ เคี่ยวจนส่วนผสมมี
ลักษณะข้นเป็นน้ำเชื่อม
จำหน่ายได้ เพื่อสร้างรายได้
เสริม หรือหลักได้ 5. ลดไฟลง นำกล้วยที่ทอดแล้วลง
ไป คลุกเคล้าเบา ๆ จนเข้ากันดี
และน้ำเชื่อมแห้ง ยกลง พักไว้ให้
เย็นสนิท บรรจุใส่ภาชนะ

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

"น้ำพริกเผาเห็ด"

วิทนากร : นางวรรณิภา ยินดี

วัตถุดิบ วิธีทำ
- น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ถ้วย - เตรียมเห็ดหอม ล้างน้ำให้สะอาด
- กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ พักไว้ให้แห้ง ตัดส่วนที่เป็นลำต้นออก
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ แล้วเอามาซอยเป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ นำ
- น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วย มาทอดให้สุกเหลือง ตักใส่ชามพักไว้
- น้ำมันพืช 1+1/2 ถ้วย - เห็ดนางฟ้าก็ล้างน้ำให้สะอาด พักไว้
- เห็ดหอม 200 g ให้แห้ง ฉีกเป็นเส้นบางๆ เล็กๆ นำมาท
- เห็ดนางฟ้า 100 g อดให้สุกเหลืองตักพักไว้
- หอมแดง 1/2 ถ้วย - กระเทียมกับหอมแดง นำมาหั่นเป็น
- กระเทียม 1/2 ถ้วย ชิ้นเล็กๆ นำไปทอดให้สุกเหลืองกรอบ
- พริกแห้งเม็ดใหญ่ 100 g ตักพักไว้
- นำพริกแห้งเม็ดใหญ่มาแกะเมล็ด
ประโยชน์ของเห็ด ออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปทอดให้
1. มีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็ง สุกกรอบ แล้วนำมาพักไว้
2. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน - เตรียมเครื่องปั่น หรือครก ปั่นพริก
3. เห็ดช่วยลดไขมันในเลือด หอม กระเทียม เห็ดทอด ปั่นให้
4. เห็ดเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามิน B ละเอียด
- ตั้งกระทะใส่พริกที่ปั่นรวมกันไว้ เท
และวิตามิน D สูง น้ำมันที่เหลือจากการทอดลงไป ใส่
5. เห็ดช่วยต่อต้านการอักเสบ น้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียก น้ำปลา
"สามารถนำไปทำและประกอบ คนพอให้เข้ากันดี เปิดไฟอ่อนๆ ผัดจน
เป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ น้ำตาลละลายดี ชิมรสปรุงให้ได้ตาม
กับตนเองและครอบครัวได้" ชอบ ให้ออก เผ็ด หวาน เปรี้ยว เค็ม
- พักไว้ให้เย็น ตักใส่กระปุกปิดฝา
เก็บไว้กินได้นาน

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

วิทยากร

"การทำสลัดโรล" นางสุขุมาษ เติมศักดิ์

วัสดุ/อุปกรณ์ ขั้นตอนการทำ

ส่วนผสมสลัดโรล 1.เตรียมน้ำสะอาดใส่ถ้วยใหญ่ ๆ หรือ
1. แผ่นเมี่ยง ชามใหญ่ ๆ เพื่อจุ่มแผ่นเมี่ยง
2. ผักสลัด
3. แตงกวา แครอท 2.นำแผ่นเมี่ยงจุ่มน้ำให้ลื่น ๆ หน่อย
4. เครื่องเคียงตามชอบ ประมาณ 15-20 วินาทีเท่านั่น ไม่ควร
เช่น ปูอัด หมูยอ นานเกินไปเพราะจะทำให้ม้วนยาก
ยำสาหร่าย ทูน่า
ไส้กรอก แฮม ฯลฯ 3.เมื่อแผ่นเมี่ยงได้ที่แล้ว นำมาวางไว้ใน
จานใหญ่ ๆ หรือเขียง จากนั้นวางผัด
ส่วนผสมน้ำสลัดซีฟู้ด สลัดก่อน ตามด้วย หมูยอ ปูอัด หรือ
1. มายองเนส 450 กรัม เครื่องเคียงที่ต้องการ จากนั้นม้วนไป
2. พริกเขียว 50 กรัม จนสุดแผ่นเมี่ยง
3. ผักชี 1 ต้น
4. กระเทียมจีน 50 กรัม 4.ใช้มีดคม ๆ ตัดครึ่ง โชว์ไส้ข้างใน
5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำสลัดซีฟู๊ด
6. น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ 1. ปอกเปลือกกระเทียม ใช้เฉพาะข้างใน
7. น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ 2. ล้างผักชีให้สะอาด ใช้ทั้งต้นและราก
8. น้ำเปล่า 250 กรัม 3. นำส่วนผสมทั้งหมด ใส่ลงในโถปั่น

จากนั้นก็ปั่นทุกอย่างให้เข้ากันเป็นเนื้อ
เดียวกัน ดูว่าน้ำตาลละลายหมดก็เป็น
อันว่าเสร็จเรียบร้อย

ประโยชน์

เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารสูง
ช่วยในเรื่องการคุมน้ำหนัก ป้องกันปัญหา
ท้องผูกและลดโอกาสในการเกิดโรคต่าง ๆ ช่วย
เรื่องระบบขับถ่าย ระบบการย่อยอาหาร บำรุง
สายตา บำรุงกล้ามเนื้อ บำรุงผิวพรรณ

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

"ไข่เค็มสมุนไพร" "ไข่เค็มใบเตยกะทิสด"

วัตถุดิบ วัตถุดิบ

- ไข่เป็ด 10 ฟอง - ไข่เป็ด 30 ฟอง
- เกลือป่น 300 กรัม - ดินสอพอง 1 กิโลกรัม
- น้ำเปล่า 1 ลิตร - เกลือป่น 300 กรัม
- ข่า/ตะไคร้/ใบมะกรูด 1 กำ - กะทิ 250 ml

- ใบเตย 1 กิโลกัม
วิธีทำ - ฟิล์มถนอมอาหาร 1 ม้วน

1. นำไข่เป็ดมาล้างน้ำให้สะอาดและผึ่ง
ไข่ให้แห้งแต่ไม่ต้องตากแดด
2. ใส่น้ำลงในหม้อ ตามด้วยเกลือ
วิธีทำ

ข่า/ตะไคร้/ใบมะกรูด ต้มจนเดือด 1. นำไข่เป็ดมาล้างน้ำให้สะอาดและ
ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นสนิท ผึ่งไข่ให้แห้งแต่ไม่ต้องตากแดด
3. นำไข่ใส่โหล แล้วเทน้ำสมุนไพรที่ 2. หั่นใบเตย แล้วนำไปปั่นหรือตำให้
เย็นแล้วลงในโหลจนท่วมไข่ จากนั้นใช้ ละเอียด
ถุงพลาสติกใส่น้ำวางทับลงไปให้ไข่ 3. นำดินสอพอง กะทิสด เกลือป่น
เป็ดจมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา ปิดฝาให้ และใบเตย มาผสมให้เข้ากัน
สนิท เก็บไว้ในที่ร่ม ประมาณ 7 วัน 4. นำไข่ที่แห้งแล้วมาพอกกับส่วน
สำหรับทำไข่ดาว และประมาณ 20 ผสมให้ทั่ว หนาประมาณ 1 ซม.
วัน สำหรับทำไข่ต้ม 5. นำไข่ที่พอกแล้วมาห่อด้วย

พลาสติกถนอมอาหาร
6. ประมาณ 5-7 วัน นำมาทอดไข่
ประโยชน์
1. ช่วยถนอมอาหารได้นานถึง 1 เดือน ดาวได้ และประมาณ 12-15 วัน นำ
สามารถอยู่ได้ในอุณหภูมิปกติ ไปต้มเป็นไข่เค็มได้

2. เพิ่มมูลค่าสินค้าในราคาที่สูงเกือบ
เท่าตัว
3. สามารถนำไปทำและประกอบเป็น วิทยากร : นายพิสิษฐ์ กุลโพธิ์ศรี

อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและ
ครอบครัวได้

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

หลักสูตร : การทำปลาส้ม

วิทยากร : นางสาวเยาวเรศ ทองเมือง

วัตถุดิบ/วัสดุอุปกรณ์ ประโยชน์

- ปลาตะเพียน 10 กก. - มีคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างสูง
- เกลือเม็ด 2 กก. โดยจะได้รับโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่
- ข้าวเหนียว 1 กก. แต่ปลาส้มไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ป่วยเป็น
- กระเทียม 1 กก. โรคไต เพราะมีปริมาณ
เกลือสูง

ขั้นตอนการทำ/วิธีการ - ถุงซีลสูญญากาศ - สามารถนำไปทำและประกอบเป็น
อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง

- ขอดเกล็ดปลา ควักไส้ออก ล้างน้ำให้สะอาด บั้งให้ถี่ๆ และครอบครัวได้
- นำปลาที่ทำแล้วหมักเกลือทิ้งไว้ 1 คืน

- นำข้าวเหนียวแช่น้ำ ประมาณ 6 ชม. หรือ 1 คืน

- นำปลาที่หมักแล้วมาล้างน้ำสะอาดจนหมดความเค็ม

- นำข้าวเหนียวที่แช่แล้วมานึ่งให้สุก โขลกกระเทียมพอหยาบๆ แล้วคลุกข้าวเหนียวกับกระ

ทียมให้เข้ากัน

- นำปลามาคลุกกับข้าวเหนียวและกระเทียมให้ทั่ว และใส่ข้าวให้เต็มท้องปลา

- นำไปบรรจุใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท หรือบรรจุใส่ถุงพลาสติก

คำนวณต้นทุน-กำไร

- ปลาตะเพียน 600 บาท - กระเทียม 100 บาท

- ข้าวเหนียว 40 บาท - ถุงสูญญากาศ 50 บาท

- เกลือเม็ด 80 บาท รวมทุน 870 บาท

ปลาส้ม 10 กก. ขายกิโลกรัมละ 150 บาท = 1,500 บาท

กำไร 630 บาท

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

หลักสูตร : กระถางต้นไม้จากเศษผ้า

วิทยากร : นางสาวรุจจิรา โยลัย

วัสดุอุปกรณ์ 5. ถุงมือยาง 1 คู่
6. แปรงทาสี 1 ด้าม
1. ปูนซีเมนต์ก่อ/ฉาบ 1 กระสอบ 7. สีฝุ่น/สีสเปร์/สีน้ำอะครีลิค
2. ทรายละเอียด 1 กระสอบ 8. กระถางพลาสติก/วัสดุอื่น
3. ผ้าขนหนูเก่า เสื้อผ้าเก่า เศษผ้า
4. ถังน้ำ/อ่างผสม ตามต้องการ สำหรับทำแบบ

ขั้นตอนการทำ ประโยชน์

1. ผสมปูน-ทราย-น้ำ อัตราส่วน 3-2-2 สามารถนำไปทำและประกอบเป็น
2. นำเศษผ้าที่เตรียมไว้ลงไปชุบน้ำปูน อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง
และครอบครัวได้
ที่ผสมแล้วให้เปียกชุ่ม
3. นำกระถางหรือแบบที่ต้องการคว่ำไว้ คำนวณต้นทุน - กำไร

จากนั้นนำผ้าที่ชุปน้ำปูนแล้วมาวางบน 1. ปูนซีเมนต์ 140 บาท
กระถางหรือแบบที่ต้องการ 2. ทรายละเอียด 100 บาท
4. นำไปตากแดดจนแห้งสนิท 3. ถุงมือยาง 25 บาท
5. นำออกจากแบบ ทาสีตามต้องการ 4. แปรงทาสี 40 บาท 5. สีฝุ่น(2สี) 200 บาท

รวม 505 บาท ทำได้ประมาณ 100 ชิ้น
ขายชิ้นละ 10 บาท = 1,000 บาท
กำไร = 495 บาท

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

การปลูกพืชระยะสั้น (ปลูกผักอินทรีย์)

ขั้นที่ 1 ทำปุ๋ยหมักสูตรปรับโครงสร้างดิน

วัสดุ/อุปกรณ์ วิธีทำ ขั้นที่ 2 เพาะเมล็ด วิธีทำ
- จอบ/พลั่ว/กระบะผสม/บัว 1. ผสมวัตถุดิบทุกอย่างให้ วัสดุ/อุปกรณ์ 1. วางกระดาษ A4 1 แผ่น
รดน้ำ/กระสอบเปล่า เข้ากัน - บัวรดน้ำ / กระดาษ A4 2 ที่ก้นตะกร้า เสร็จแล้วใส่ดิน
- แกลบดิบ 1 ส่วน 2. รดน้ำจุลินทรีย์ พร้อมผสม แผ่น เพาะตามลงไป ความหนา
- ขี้วัว 1 ส่วน วัตถุดิบอีกครั้ง ให้ได้ความชื้น - ตะกร้า 1 ใบ ประมาณ 2 ซม.
- รำละเอียด 10 กก. ประมาณ 60% - ดินเพาะ(พีทมอส) 1 กก. 2. รดน้ำให้ชุ่ม แล้วตามด้วย
- น้ำจุลินทรีย์ (กากน้ำตาล 1 3. เสร็จแล้วใช้พลั่วตักแบ่งใส่ - เมล็ดพันธุ์ผัก 4 ซอง โรยเมล็ดพันธุ์ผักลงไป
กระสอบให้เท่าๆกัน 3. ปิดหน้าตะกร้าด้วย
กก.+EM 1 ลิตร+น้ำ 4. นำไปวางไว้ในที่ร่ม ที่ กระดาษ A4 อีก 1 แผ่น
สะอาด 200 ลิตร) อากาศถ่ายเทได้สะดวก แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
อย่างน้อย 15 วัน 4. รดน้ำเช้า-เย็น เป็นเวลา
ประมาณ 4 วัน

ขั้นที่ 3 แยกกล้า วิธีทำ ขั้นที่ 4 ปลูกลงแปลง
วัสดุ/อุปกรณ์ 1. นำดินเพาะ (พีทมอส) ใ่ส่ถาด
- ถาดหลุม ขนาด 104 หลุม หลุมให้เต็มทุกหลุม วัสดุ/อุปกรณ์ วิธีทำ
1 ถาด 2. ใช้มือดึงต้นกล้าขึ้นมาจาก - แปลงปลูก 1. พรวนดิน ตีดิน ในแปลงให้ละเอียด
- ดินเพาะ(พีทมอส) 1 กก. ตะกร้าเพาะ แล้วใช้ไม้เสียบลูก แล้วเทปุ๋ยหมักใส่ลงไป ผสมคลุกเคล้า
- บัวรดน้ำ / ไม้เสียบลูกชิ้น ชิ้นกดที่รากลงในถาดหลุมจน พร้อมดิน ให้เข้ากัน
ครบ - ปุ๋ยหมัก 10 กก. 2. เกลี่ยดินให้เรียบ แล้วคลุมด้วยฟาง
3. รดน้ำเช้า-เย็น เป็นเวลา - ต้นกล้า 3. ทำหลุมปลูกเป็นแถวระยะห่างกัน 1
ประมาณ 11 วัน - ฟาง / จอบ คืบ (ประมาณ 20-25 ซม.)
4. นำต้นกล้าลงปลูกตามหลุมที่ทำไว้
ป ร ะ โ ย ช น์ 5. จากนั้นให้รดน้ำ เช้า-เย็น เป็นระยะ
เวลา 30 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยวได้

1. ทำให้ได้พืชผักที่มีคุณภาพ ไม่มีสารพิษตกค้าง เกิดความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค
2. ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกผักมีสุขภาพอนามัยดีขึ้น เนื่องจากไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน

และกาจัดศัตรูพืช ทำให้เกษตรกรปลอดภัยจากสารพิษเหล่านี้ด้วย
3. ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
4. ลดปริมาณสารป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ที่ปนเปื้อนในอากาศและน้ำ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์

ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง
5. ผักปลอดสารพิษ ให้ประโยชน์ตั้งแต่ผู้ปลูกเองไปจนถึงผู้บริโภค ช่วยให้สุขภาพดี ไม่เป็น

พิษต่อสิ่งแวดล้อม

นางขวัญตา พ่วงทอง ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สถาบันการพัฒนาชุมชน

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนเพชรบุรี

"เลี้ยงไก่ไข่แบบลดต้นทุน"

ขั้นที่ 1 การเลือกซื้อไก่ไข่ วิทยากร : นายปราโมท คลังแก้ว
เพื่อนำมาเลี้ยง ขั้นที่ 2 การเลี้ยงดูไก่สาว
(เริ่มไข่)
- ให้เลือกซื้อไก่ไข่ที่ยังไม่ได้ทำการ
ตัดปากบน (ส่าวนมาจะเป็นลูกไก่อายุ - เมื่อไก่ได้อายุ 3 เดือนขึ้นไปแล้ว
ประมาณ 3 สัปดาห์) เพื่อจะได้ไก่ที่ จะเริ่มเป็นไก่สาวและเริ่มไข่ แต่ไข่จะยัง
สมบูรณ์ เมื่อปล่อยให้หากินเองตาม ฟองเล็กมาก
ธรรมชาติ จะได้มีปากด้านบนช่วย - ในช่วงนี้จะเริ่มให้กินหัวอาหารไก่
ให้การคุ้ยหาอาหารกิน ผสมกับอาหารผสมเอง ดังนี้
- เมื่อได้ลูกไก่มาแล้ว ช่วงนี้ให้หัว
อาหารลูกไก่ไปก่อนประมาณ 3 เดือน 1. หัวอาหาร 1 ส่วน
และให้ความอบอุ่นกับลูกไก่โดยการ 2. ข้าวโพด 1 ส่วน
เปิดไฟแสงสีส้มให้ และให้น้ำสะอาด 3. ปลายข้าว 1 ส่วน
อย่างสม่ำเสมอไม่ให้ขาด ผสม 4. ข้าวเปลือก 1 ส่วน
จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงให้ลูกไก่กิน 5. รำละเอียด 1 ส่วน
ด้วย จะทำให้ลูกไก่โตเร็ว กินเก่ง ไม่
เกิดโรค หรือจะให้กินต้นฟ้าทลายโจร ขั้นที่ 4 การดูแล เสริมสร้าง
เป็นตัวเสริมด้วยจะยิ่งดี ความสุข ให้กับไก่

ขั้นที่ 3 การทำอาหารสูตรหมัก - ปล่อยให้ไก่ออกมาหากิน วิ่งเล่นบ้าง
เพื่อลดต้นทุน เพื่อให้เกิดความกระตือรือร้น ความสุข
- นำเศษพืชผักที่ตัดแต่งแล้ว แบ่งให้ไก่
- ให้นำวัตถุดิบดังต่อไปนี้ เทลงในถัง ได้ลิ้มลองบ้าง
หมักคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วปิดฝาวาง
ไว้ 7 วัน จะเริ่มใช้ได้ ประโยชน์

1. หยวกกล้วยหั่น 20 กก. - ได้ไข่ที่มีคุณภาพ ไก่มีสุขภาพจิตดี
2. กากน้ำตาล 1 กก. อารมณ์ดี ร่างกายแข็งแรง
3. เกลือเม็ด 0.5 กก. - สามารถลดต้นทุนค่าอาหาร
ได่้มากกว่า 30-50%

โครงการฝึกอาชีพประชาชนพัฒนาคนทุกช่วงวัย
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ศูนย์ศึกษาและพั ฒนาชุมชนเพชรบุรี

"การทำขนมจีบ"

วัตถุดิบ/วัสดุอุปกรณ์ วิทยากร : นางเพ็ญชฎา แสนสำราญ

- หมูบด 550 กรัม ขั้นตอนการทำ/วิธีการ
- ข้าวโพด 1 ถ้วย
- แครอท 1 ถ้วย - ใส่เนื้อหมูบดลงในชามผสม ใส่ไข่ไก่ กระเทียมสับ
- ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ รากผักชี พริกไทยป่น น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว
- รากผักชี 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย น้ำมันพืช คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้า
- พริกไทยป่น 1 ช้อนชา กันดี ใส่แครอทสับ ข้าวโพด ต้นหอมซอย ผสม
- ผงปรุงรส 1 ช้อนชา พอเข้ากัน
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ - นำแผ่นเกี๊ยวมาตัดมุมให้เป็นวงกลม
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ - นำเอาแผ่นเกี๊ยวมาวางบนมือ ตักหมูใส่แผ่นเกี๊ยว
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา จับจีบให้สวยงาม นำไปเรียงใส่ซึ้งเตรียมนึ่ง
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ - นึ่งขนมจีบประมาณ 10 นาที
- แผ่นเกี๊ยว - เสร็จแล้วเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มไก่ จิ๊กโฉ่ว
- น้ำจิ้มไก่/จิ๊กโฉ่ว
- ถ้วยน้ำจิ้ม คำนวณต้นทุน-กำไร
- กล่องใส่ขนมจีบ
- หมูบด = 80 บาท
ประโยชน์ - เครื่องปรุง-น้ำจิ้ม-กล่อง = 50 บาท
- รวมทุน = 130 บาท
- มีโปรตีน เบต้าแคโรทีน และ - ทำได้ประมาณ 80 ลูก ขายลูกละ 3 บาท
คาร์โบไฮเดรตที่สำคัญกับร่างกาย
- สามารถนำไปทำและประกอบเป็น = 240 บาท
อาชีพเสริมเพิ่ มรายได้ให้กับตนเอง - กำไร = 110 บาท
และครอบครัวได้


Click to View FlipBook Version