The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การดูแลเสนาสนะให้คงทนถาวร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by drmcuschool, 2020-07-03 03:00:37

วัฒนธรรมชาวพุทธ

การดูแลเสนาสนะให้คงทนถาวร

Keywords: เสนาสนะ,ชาวพุทธ

๔๔ วัฒนธรรมขาวทุทธ

หลัก ๘ ประการซองการฎนฟิสุขภาพ

0. 'เบประทานอาหาร อย่างถูกต้องIหมาะสม

ราหารเช้า

สำ คัญมากเพราะซํวงเช้าร่างกายขาดนํ้าตาล ถ้าไม่รับประทานอาหารเช้าจะเกิด
ภาวะขาดนํ้าตาล ชึ๋งจะมีผลทำให้ความคิดตื้อตันไม่ปลอดโปร่ง วิตกกังวลใจตัน อ่อน-

เพลีย หงุดหงิด โมโหง่าย มื้อเช้ารับประทานไต้เช้าที่สุดยิ่งดี (ระหว่างเวลา ๖.00-
๗.00 น.) เพราะห้องว่างมานาน หากยังไม่มีอาหารให้ดี่มนํ้าอุ่นหรีอนํ้าช้าวอุ่นๆก่อน

ควรทานช้าวต้มร้อนๆ จะช่วยให้ง่ายต่อการขับถ่ายอุจจาระ ถ้าจำเป็นต้องรับประทาน
(ลาย)ใกล้อาหารมื้อกลางวัน อย่ารับประทานมาก

อาหารเทล(อาหารมื้อกลางวัน)
ควรเป็นอาหารหนัก เช่น ช้าวสวย พร้อมกับข้าวครบ ๕ หมู่ เพราะร่างกาย

ต้องใช้พลังงานมาก และควรรับประทานให้เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย
๒. ขับถ่าย อุจจาระ ปัสสาวะ สมาเสมอทุกวัน

ฅ. ใสํเตื้อผาให้เหมาะสม กับฤดูกาล เช่น หน้าหนาวกิใส่เตื้อผาหนาๆ สวมหมวก ถุงมีอ

ถุงเทา ขณะนอนตอนกลางคินควรห่มผ้าป็ดท็งอก
๔. ออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายกลางแจ้งทุกวัน
๕. รักษาความสะอาดของสกานที่พักอาคัย เพี่อช่วยให้สิงแวดล้อมดี อากาศดี

๖. รักษาอารมถ่รให้ปลอดโปร่ง แจ่มใสตลอดทั้งวันและอย่าลีมนั่งสมารทุกวัน

๗. ฟักผ่อนให้เพียงพอ เหมาะสมกับเพศและวัยไม่ควรนอนดีกเกิน ๒๒.00 น. ติดต่อกัน

หลายวัน

๔. มีท่าทางและอรัยาบทที่ถูกต้องเหมาะสม ในการทำงานในชีวิตประจำวัน

www.kalyanamitra.org

วัฒนรรรมขาวพุทธ ๔๕

ท่าทางและอิริยาบทในการใช้ชีวิตประ^วัน

ท่านั่งขับรถยนต์ ท่านั่งเท่าอี้

ท่ารนท่างมีอ ท่างจาน ท่ายกของจากพน

ท่ายกของ ๒ คน

X
www.kalyanamitra.org

๔๖ วัฒนธรรมขาวพทธ

ท่าหิ้วของจากพื้น

ไX การนรบของในที่^ง
การเข็นของด้วยรถเข็น

hLjX,J o

X

การขดดินและการนั่งปปีกด้นไม้

•ษ

www.kalyanamitra.org

วัฒนซรรมขาวพทธ ๔๗

การออกกำลังกายท่าพื้นฐาน

ทาเตะขา la

(ข้างละ ๕๐ ครงขนไป) ท่าก้มแตะพื้น

ท่าก้นแตะสลับ (นับ 0-0๕ แลัวเงยขึ้น)

(ข้าย O0 ครั้ง ท่าแกว่งแขน
ขวา 00 ครั้ง)
(ควาและหงายมีอรอบละ ๕ นาที ๔ รอบ)

สะบัดข้อมีอข้อเท้า

ท่าหมุนไหล่ (สะบัดข้อมีอ ๒ ข้างพรอมกัน
(ข้างหน้าและหลัง ข้างละ 00 รอบขึ้นไป)
พข้อมกับหมุนข้อเท้าทีละข้าง
นับ 0-0๕ แล้วเปลี่ยนข้าง)

www.kalyanamitra.org

๔๔ วัฒนธรรมซาวทุทซ

การดูแลสุขภาพปากและฟืน

การแปรงฟืน

การเลือกไซ้อุปกรณ์

แปรงลืฟัน

0. ขนแปรงควรนิ่ม ปลายมนจะได้ไม่ระคายเคีองต่อเทงีอก

๒. แปรงสิฟ้นไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไป จะเกิดอันตรายต่อเหงีอกและฟ้น ทั้งยังทำความ

สะอาดได้ไม่ทั้วกิง
ท. ควรเปลี่ยนแปรงสิฟ้นหากขนแปรงหมดสภาพ หรีอใช้มาแล้ว ๓ เดีอน
๔. ด้ามแปรงควรดรงดลอด จะช่วยให้ทำความสะอาดได้อย่างทั้วกึง

ยาลืฟืน

ยาสิฟ้นทุกยี่ห้อช่วยในการหล่อลี่นขณะแปรงฟืน ทำ ให้แปรงได้สะดวกขื้น แม้
ยาลืฟืนบางยี่ห้อจะมีรสชาติถูกปาก แต่หากเกิดอาการแฟ้ยาฝ็ฟ้นนั้น ให้เลิกใช้ทันที

(ยาลิฟืนที่มีรสเย็นกลี่นหอม ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยลดกลี่นปากได้ ดังนั้นจึงควรเลือก
ยาลิฟืนให้เหมาะสม)

วิธีการแปรงฟืน (ดังรูป)

0. บีบยาลิฟืนจากส่วนท้ายของหลอดปริมาณพอเหมาะ

ไม่มากเกินไป (ประมาณครึ๋งหนิ่งของความยาวของแนวขนแปรง)

การแปรงฟืนบนและฟืนล่าง

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมชาวพทธ ๔๙

to. การแปรงฟ้นบน หงายแปรงเอียง ๔๕ องคา

ขยับแปรงไปมาเล็กน้อย แล้วปีดซนแปรงรงล่าง

ทั้งส์านนอกและด้านในของฟ้นทุกซี่

๓. การแปรงฟ้นล่างโน้ควรแปรงลงเอียง ๔๕ องศา การนปรงพนบดเคิยว
ขยับแปรงไปมาเล็กน้อย แล้วปิดขนแปรงฃื้นบน
ทั้งด้านนอกและด้านในของฟ้นล่างทกซี่

๔. แปรงฟ้นบดเคี้ยววางแปรงสิฟ้นให้หน้าตัดซน-

แปรงอยู่บนฟ้นด้านบดเคี้ยวและถูไปผาทั้งฟ้น

บนและฟ้นล่าง

๕, บ้วนปากด้วยนํ้าละอาด

0. การแปรงฟ้นทีพดวิร นอกจากปากและฟ้นจะไม่ละอาดแล้ว ยังเป็นอันตราย

ต่อเหงึอกและผิวเคลอบฟ้นด้วย

เอ, ควรแปรงลิ้นและเพดานปากทุกครั้งจะช่วยลดกลิ่นปาก

๓. ควรไปพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจลุขภาพปากและฟ้นทุก บ เดือน
๙. แปรงฟ้นอข้างน้อยวันละ to ครั้ง(เบ้าและคี้าหรีอหลังวับประทานอาหารเช่า)
๕. หลังแปรงฟ้นแล้วอ่างล้างหน้า(ห้องอาบนํ้า) ต้องไม่มึคราบยาสิฟ้นเลอะเทอะ

www.kalyanamitra.org

๕0 วัฒนธรรมซาวพทธ

กา^ๆยู้ tic.rjเ

คุณลักษณะของคนไซ้ที่หมอต้องการ

ในทางพระพุทรศาสนา พระส์^มมาส์มพุทธเ^าไส์ตรัสสอนไว้ใบ ปฐมอุปัฏฐากสูตร

อังคุตตรนกาย ปัญจกนิบาต สรุปความได้ว่า

ภิกษุไข้ที่เป็นผู้พยาบาลยาก มีลักษณะ (ะ ประการ ดังนี้

0. ไม่ทำความสบายแก่ตนเอง

๒. ไม่รู้จักประมาณใบสิงสบาย

P1. ไม่ฉันยา
๕. ไม่บอกอาการเจ็บป่วยใหหมอทราบตามความเป็นจริง

(ะ. ไม่อดทนต่อทุกขเวทนาทีเภิดขื้น

ภิกษุไข้ที่เป็นผู้พยาบาลง่าย มีลักษณะ (ะ ป่ระการ ดังนี้

0. ย่อมทำความสบายแก่ตนเอง

๒. รู้จักประมาณในส์งสบาย

ต. ฉันยาดามหมอลัง

๔. บอกอาการเจ็บป่วยให้หมอทราบตามความเป็นจริง

๔. เป็นผู้อดทนต่อทุกขเวทนาที่รุนแรงได้

www.kalyanamitra.org

•^ฒนรรรมชาวพุทธ £o

ศาสตราจารย์นายแพทย์เสนอ อินทรสุขศรี

ให้ความเห็นว่าผมอยากจะให้คนไข้ของผมมีคุณลักษณะ ดังนี้

0. ทำ ตัวเป็นกันเอง เสมีอนเพี่อนทรีอญาติพี่น้องที่มีความ

ศรัทราต่อกัน ให้ความเคารพนับถีอกัน เสมีอนเป็นเพี่อนทรีอ ๏:
ญาติสนิทและมีความเข้าใจกันและกันดี

๒.นัฏบ้ตตามทึ๋แพทย์สั่งและแนะนำ โดยเห็นความสำคัญใน

การสั่งและแนะนำว่า เพี่อความสุขและเพี่อพ้นจากทุกข์ทรมาน

ของคัวเองโดยตรง

๓. เห็นความสำคัญชองตนและรักตัว โดยเมี่อยามป่วยไข้แล้ว

รีบให้แพทย์ตรวจรักษาเสืย ผมไม่อยากไล้ยินคนไข้ที่มาทาแล้ว

พูดว่า "จะมาทานานแล้วแต่ไม่ว่าง เห็นว่าเป็นนิดทน่อย ไม่

อยากรบกวนหมอ" เพราะ...ล้าไม่ว่างให้แก่คัว ไม่ให้เวลาแก่คัว
แล้วจะว่างให้ใครไล้ และล้าโรคเป็นมานานแล้วจึงมาทาหมอกลายเป็นรบกวนทมอไป่

๔. เห็นทมอน!เนคนธรรมดาสามัญที่ให้การรักษาคนธรรมตา'7ไล้ ผมไม่อยากเห็นคนไข้
ที่คิดว่า เมี่อมาหาทมอแล้วหมอจะรักษาให้ทายโดยเร็ว และหายไล้อย่างทันที เพราะการ
รักษาโรคนั้นย่อมมีระยะเวลา ไม่ใช่ทายไล้ทันทีทรีอทันใจ

๔. รูเวลาที่หมอนัฎิบัติงาน ผมไม่อยากให้คนไข้มาหาทมอเมี่อทมอเลิกป่ฏิป่ติงานแล้ว

โดยเฉพาะเวลาคํ๋าดีน ที่งก่อให้เกิดความลำบากและมีป้ญหาทลายป่ระการ นอกจาก

เจึบป่วยกระทันทันเท่านั้น

๖. บอกผลการรักษาให้ทราบ แม้แต่ในรายที่ส่งคัวไปรักษากับแพทย์ผู้เที่ยวขาญอี่น ก็

อยากทราบผลการรักษาว่าเป็นอย่างไร

๗.มาพบแพทย์ตามเวลาที่กำหนด ผมคิดว่าในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ผลการรักษา

ขึ้นอผู่ภับปัจจัย ๓ อย่างคือ

0. แพทย์ดี

to. ยาและวิธีการรักษาดี

๓. คนไข้(และญาติคนไข้)ดี ล้าขาดอย่างใดอย่างหนี้งแล้ว การรักษาจะไม่ไล้ผล

สมบรณ์เลย

www.kalyanamitra.org

£1q วัฒนธรรมขาวพทธ

โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

อาการเป็นไข้ (ตัวร้อน)
วิซีการรักษาเบื้องฟ้น

0. นอนพัก เข็ดตัว ดื่มนํ้ามากๆ ห้ามอาบนาเย็น

๒. ห้าเบื่ออาหาร ให้กินนํ้าหวาน ข้าวต้ม
๓. กินยาลดไข้ (พาราเซดามอล)
๔. ห้าอาการไม่ดีขึ้นใน ๔ วัน ให้ไปพบแพทย์

อาการไข้หวัด

วิอีรักษาเบื้องต้น

0. นอนพัก เข็ดตัว ดื่มนํ้ามากๆ ห้ามอาบนํ้าเย็น

๒. ห้าเบื่ออาหาร ให้กินนํ้าหวาน ข้าวต้ม

๓. กินยาแห้ปวดลดไข้ พาราเซดามอล

๔. ห้ามีนํ้ามูกเล็กน้อย ให้คอยเข็ดออก ไม่
ต้องกินยาลดนํ้ามูก

๔. ห้านํ้ามูกมากให้กินยาเม็ดคลอเฟนิรามีน
ครั้งละ 0 เม็ด วันละ ๓ ครั้ง เพียง ๒-ค วัน เมื่อนํ้ามูกแห้ง ควรหยุดกิน

๖. ห้านํ้ามูกหรือเสมหะมีสิเหลีองเขียวอยู่ตลอดวันให้กินยาปฏิชีวนะ(อะมีอกข็ลลิน)๓วัน

ห้าดีขึ้น กินต่ออีก ๕-๗ วัน (คนที่มีประวัดิแพัยาควรไปพบแพทย์)

๗. ห้าไอเพียงเล็กน้อย จิบนํ้าอุ่นบ่อยๆ
๘ ห้าไอให้ดื่มนํ้าอุ่นมากๆ และจิบนํ้าผึ้งผสมมะนาว(มะนาว 0 ส่วนต่อนํ้าผึ้ง ๔ ส่วน)

ควรไปพบแพทย์เมื่อ
0. มีอาการกินไม่ไต้

๒. มีอาการแทรกซ้อน เซ่น ปวดหัว หูอื้อ หายใจหอบ หรือในรายทีเป็นไข้หวัดใหญ่

อาการไม่ทุเลาใน ๔ วัน

www.kalyanamitra.org

วัผนรรรมชาวพุทธ ๕ต

การป้องกัน (การดิดผื้อ)
0. ควรอยู่ท่างจากผู้อึ่น เวลาไอหรีอจาม ควรปิดปาก
๒. หมั่นฟ้างมีอบ่อยๆ เพื่อลดการแพร่เชื้อทางมือที่อาจไบ่แบ่ดเป็อนสิงของเครื่องใช้

หรีอมือมู้อืน

หวัดภูมแพ้
วิธีรักษาเบี้องต้น

0. หลีกเลี่ยงสิงที่แพ้ เช่น ฝุนละออง ซนสัตว์ ความเย็น

๒. หมั่นออกกาลังกาย
ค. ฟ้าอาการไม่มากหรีอเป็นชั่วคราว ไม่ต้องกินยา

๔. ฟ้ามือาการมาก กินยาแก้แพ้ (คลอร์เฟนิรามีน) เป็นครั้งคราว

๕. ควรไบ่พบแพทย์ ฟ้าอาการไม่ทุเลา

เมอเกิดบาดแผล

บาดแมล คีอ การซอกซํ้าฉีกขาดของผิวหนัง หรีอเนื้อเยี่อของร่างกาย

จุดมุ่งหมายซองการทำนมล

0. เพอฬัามเลีอด

๒. เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ค. ไม่ให้แผลลุกลาม

วิธีการทำแผล

ค.0 ฟ้างแผลให้สะอาดต้วยสบู่ และนาเกลือ

ค.๒ ฟ้าเลือดหยุดแฟ้ว ปิดแผลต้วยผ้าสะอาด
ค.ค ฟ้าเป็นแผลซํ้าบวม ให้บ่ระคบต้วยความเย็น

เพื่อให้ลดความเจ็บบ่วดและบวม
๔. ฟ้าเลือดออก ห้ามเลือดโดย

๔.©. ฟ้าเป็นไบ่ไต้ ให้ยกส่วนที่เลือดออกให้สูง

๔.๒. กดหรือบีบบนตำแหน่งที่เลือดออก
๕. นำ ส่งแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หนอง บาดทะยัก

www.kalyanamitra.org

£๔ วัฒนซรรมซาวพุทธ

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมชาวพฺทช £๕

บทที่

มารยาทซาวพุทธ

มารยาทหมายถึง ระฒียบแบบแผน หรีอขอบเขตอันเป็นข้อจำกัดที่บุคคลพึง
ประพฤติปฏิบัติ เพี่อความสงบสุขที่งแก่ตนเองและส่วนรวม

มารยาทนั้นบุ่งการประพฤติปฏิบัติ ให้เกิดขึ้นทางกายและทางวาจา ขึ้งเป็นฝ็งที่

มองเห็นได้ง่าย

มารยาทและการวางตัวที่เหมาะสม จึงเป็นปราการด่านแรกที่แสดงให้เห็นถึงความ

เป็นผู้ผ่านการอบรมติกฝนตนมาดี มีคุณสมบัติของผู้ดีมีวัฒนธรรมอันเจริญ สามารถยัง

จิตของผู้พบเห็นให้ยินดีเลื่อมใส นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงถึงความเป็นผู้มีความเคารพ

อ่อนน้อม ส่งผลให้เกิดความเคารพในพระรัตนตรัย และเคารพในการปฏิตันถารอีกด้วย

www.kalyanamitra.org

£๖ ^ฒนธรรมซาวพฺทร

■^1รยาทการยน การเดน การนง และการนอน ^

มารยาทในการยีน

การยีนตามลำพัง

ขาทั้งสองข้างซิดกัน หรีออยู่ใน

ท่าพักแขนปล่อยแนบลำตัว หรอจะ

ประสานไว้ข้างหน้าเล็กน้อย จะยีนเรยง

ข้างนิดหน่อยก็ไตั แต่ต้องให้อยู่ในท่วงที

ทีสง่างาม อย่ายีนขากาง แกว่งแขน หัน

หน้าไปมา ลุกลี้ลุกลนหรีอหลุกหลิก ลิวง

กระเปัา แคะ แกะ เกา เป็นต้น

ทารรนแ!พาะ■หนาผู้ใหญ่ การยีนเฉพาะหน้าผูใหญ่

ท้าไม่จำเป็นไม่ควรยีนตรงหน้าผู้ใหญ่

แต่ควรยีนเอยงไปทางใดทางหนง ตังนี้คอ ยีน
ตรง ขาชิด ปลายเห้าห่างกันเล็กน้อย มีอทั้ง

สองแนบชิดข้าง ท่าทางลำรวม

การประสานรอทำไต้ ๒ ว้ร

0. ความอข้อนกัน จะเป็นมีอไหนทับมอไหนก็ไต้

๒. หงายมีอทั้ง ๒ สอดนี้วเข้าระหว่างซ่องนี้วของ
แต่ละนี้ว

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมชาวพุทร ๕๗

มารยาทในการเดิน

วิธีเดินเช่า

0. นั่งคุกเข่าตัวตรง มือทั้งสองข้าง

ปล่อยตามสบายอยู่ข้างา ลำตัว

การเดินเข่า

๒. ยกเข่าขวา-ข้ายfiาวไปข้างหน้าสลับกันไปมา ปลายเท้าทั้งช่วงfiาวของเข่ามีระยะพอ

งาม ไม่กระทั้นเกินไป มือไม่แกว่ง หากผ่านผู้ใหtyใท้ก้มเล็กน้อย ขณะเดินเข่าระ-

มัดระวังอย่าไท้ปลายขาทั้งสองแกว่งไปมา''ข่ณะก้าวเข่าอย่าใท้ปลายเท้าลากพื้นจน

มืเล็ยงตัง

การเตรียมรน

๓. เมี่อจะลุกจากการเดินเข่า ไท้ขันเข่าข้างหนั่งข้างใดมาข้างหน้า อีกข้างหนั่งกดลงไป
กับพื้นแล้วยกตัวขึ้นข้าๆ

www.kalyanamitra.org

๕๘ วัฒนaรรมซาวพุทธ

การเดินตามลำพัง

ให้เดินอย่างสุภาพ หลังตรง

ช่วงก้าวไม่ยาวหรือลันจนเกินไป แกว่ง

แขนแด่พองาม สำ หรับผู้หเฐงขณะเดิน

ให้ระมัดระวังการแกว่งแขนและสะโพก

ให้อยู่ในอิริยาบทที่เป็นไปโดยธรรมซาดิ

การเดินกับผู้ใหญ่

ให้เดินไปทางซ้ายค่อนไปทางหลัง
เล็กน้อย เว่นแด่ต้องเดินในที่จำกัด จึง
เดินตามหลังเป็นแถว ท่าเดินต้องนอบน้อม
ช่วงก้าวพองาม อย่าเดินส่ายตัวหรือโคลง

ศรีษะ

ในกรณีที่ต้องเดินดามหลังระยะ

ใกต้า ต้องคอยลังเกดว่า ผู้ใหเยู่ที่เดินนำ
อยู่นั้นจะหยุด ณ ที่แห่งใด จะไต้ชลอป็-

เท้าลง ป้องกันมิให้เดินซนท่าน

การเดินตามผู้ใทญ่

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมซาวพฺทอ ๕๙

การเดินฝานผู้ใหญ่
0. อาวใสมากนระคุนเคยกัน ขผะนงพื้นหรอ

เกัาอ

0.0 ใหฺเดินเข่ามาโก๙พอสมควร

0.๒ นั่งพับเพียบเก็บปลายเท้า กราบตั้งมือ 0 ครั้ง
0.๓ เมี่อจะฝานใท้คลานลงมือ ปลายเท้าตั้งกับพื้น

0.๔ ท้าผู้ใหญ่ทักทายใท้นั่งพับเพียบ เก็บปลายเท้า

มือประสานบนตัก เมื่อจบการสนทนาใท้กราบ
0 ครั้งแท้วเดินเข่าผ่านไป

o.« หากอาๅโสมากแต่ไม่คุ้นเคยกัน ใท้ค้อมตัวลง

แท้วเดินเข่าผ่านไป ไม่ท้องคลานมือ และไม่

ท้องกราบ

การคลานลงมือ

๒ อาวุโสมากและคุ้นเคย ขณะยนอยู่

๒.0.ไท้เดินเข้าไปใกท้พอสมควร สำ หรับชายใท้ท้อมตัวลงไหวัแบบไหวับิดามารดา ครู

อาจารย์หรือผู้มือาวุโสมาก สำ หรับผู้หญิงให้ย่อตัวลงไหว้
๒.๒ ท้าผู้ใหญ่ทักทายใท้มือประสานกัน และเมื่อจบการสนทนาให้ไหว้อีกครั้งหนึ่ง แท้ว

จึงเดินค้อมตัวเล็กน้อยผ่านไป

๒.๓ หากอาวุโสมากแต่ไม่คุ้นเคย ขณะยีนให้ค้อมตัวลงขณะเดิน ไม่ท้องไหว้

ท. อาวุโสไม่มากนกแต่คุ้นเคยกัน ขผะนงเกัาอหรือยีน
๓.0 ให้เดินเข้าไปใกท้พอสมควร สำ หรับขายให้ค้อมตัวลงไหว้ แบบไหว้ผู้ที่เคารพนับถือ

ทั่วไป สำ หรับผู้หญิงให้ย่อตัวลงไหว้ เมื่อจะผ่านให้เดินค้อมตัวผ่าน ไม่แกว่งแขน

มืออยู่ข้างลำตัว หากท่านทักทายให้ยีนค้อมตัวรับพีง มือประสานกัน เมื่อจบการ
สนทนาแท้วไหว้อีกครั้ง แท้วค้อมตัวเดินผ่านไป

๓.๒ ท้าไม่คุ้นเคยกันขณะนั่งเก้าอี้หรือยีนอยู่ ให้ค้อมตัวเดินผ่านไปไม่ท้องไหว้ ท้าอาวุโส

ไม่มากนักหรือเท่าเทียมกันให้ค้อมตัวลงตั้าและกล่าวคำขอโทษก่อนเดินผ่ๆน

www.kalyanamitra.org

๖© วัฒบรรรมขาวทุทะ

การเดินผ่านหลังผู้อึ๋น

- ฟ้าอาวุโสกว่า ไม่ว่าผู้นั้นจะนั่งกับพื้น นั่งบนเฟ้าอี้หรึอยีนอยู่ให้ค้อมตัวลงขณะเดิน

ผ่าน ฝ็อทั้งสองข้างแนบลำตัว

- ฟ้าเป็นการ;ดินผ่านค้านหล้งอย่างใกล้ชิดจนทงต้องเบียดไป ฟ้าเป็นผู้อาวุโสมาก ให้

ค้อมตัวและไหวพร้อมกับกล่าวค้าขอโทษก่อนจะเดินผ่าน

- ฟ้าอาวุโสไม่มากนักหรีอเท่าเทยมกันให้ค้อมตัวลงดรและกล่าวค้าขอโทษก่อนเดินผ่าน

ไม่ค้องไหร้

การเดินฝานผู้ใหญ่

ชุ^fTF

0. เมีอเดินเข้าหาหรีอผ่านผู้ใหญ่ ให้อยู่ในอิร้ยาบถลำรวม ไม่พูดคุยกัน
เท. ขณะเดิน ต้องขำเสิองทางไร้เสมอ เพื้อป้องกันการสะดุด หรีอซนสิงของ
m. อย่าเดินชิดผู้ใหญ่จนเสัอฟ้า, กระเป๋าทอหริอลํวนของร่างกายไปถูกร่างกาย

ของผู้ใหญ่

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมซาวทุทธ ๖0

มารยาทการนั่ง

กๆรนงฟันเฟึยบ

เป็นการนั่งที่นิยมกันในหมู่ซาวพุทธ ทีอว่าสุภาพเรียบวัอย ศวยงามน่าดูน่าซม
ปฏิบัติกันมาแต่โบราณกาลจนถึงทุกวันนี้ นิยมปฏิบัติประจำทั้งทางโลกและทางธรรม
โดยเฉพาะขณะเข้าร่วมประชุม ณ สทานที่ซี่งต้องนั่งกับพื้น

วิรินังพบเพิยบ

0. การนั่งพ้บเพยบขวา ให้นั่งพับขาขวา

ปลายเท้าขวาหันไปทางต้านหลัง หงาย

ฟ้าเท้าข้ายขึ้นวาง ขาขวาหับฟ้าเท้าข้าย

หรีอเพียงแค่แตะจรดขาขวาบรีเวณหัวเข่า

ดั้งกายให้ตรง ระวังอย่าใท้นี้วเท้าข้ายเกิน
หัวเข่าขวาออกมาข้างหน้า (ดังรูป)

to. การนั่งพับเพียบท้าย ให้นั่งพับขาข้าย
ปลายเท้าข้ายหันไปต้านหลัง หงายฟ้าเท้า
ขวาขึ้นวาง ขาข้ายหับฟ้าเท้าขวา หรีอพียง
แต่แตะจรดขาขวาบริเวณหัวเข่า ดั้งกายให้
ตรง ระวังอย่าใท้นี้วเท้าขวาเกินหัวเข่าออก

มาข้างหน้า

www.kalyanamitra.org

๖๒ วัฒนBรรมซาวพุทธ

วํรการฝรึ๋ยนาท่านงพ้บIพยบ
ใซ้มีอาพั้สองยันที่าTวเข่าทั้งสอง หรีอ

ยันพื้นฟ้านข้างลำตัวหรีอด้านห'น้า แฟ้วกระ-
หย่งตัวขึ้น พร้อมกับพลิกเปลี่ยนเด้าพับไปอีก

ข้างห'นงโดยพลิกเด้าผลัดเปลี่ยนกันอยู่ด้านหลัง

ไม่นิยมยกมาผลัดเปลี่ยนทางด้านหน้า

การาฬั่ชัดสมาร
เอาขาขวาทับขาซ้าย มีอขวาทับมีอ

ซ้าย 'นิ้วทัวแม่มีอข้างขวาจรดนิ้วทัวแม่มีอข้าง
ซ้าย ทั้งกายใด้ตรงอย่างสบายๆ ไม่ยึด ไม่

เกร็ง

ท่าเทพyตร การน้งคุกเข่า
เป็นกิริยาอาการนั๋งเตรียมตัวเพี่อจะ

กราบพระ'รัตนตรัย แบบเบญจางดประด้ษฐ์

วรการนงคุกเข่า

ชาย (อุบาสก)

นิยมนิ'งคุกเข่า ทั้งปลายเด้าทั้งสอง
ยันพื้นไ'ร้ นิ้วเด้าพับลงราบกับพื้น เด้าทั้งคู่
แนบชิดสนิทกัน นั่งทับลงบนลันเด้าทั้งคู่ แยก

ทัวเข่าทั้งสองออกห่างกันประมาณ 0 คีบ

อวัยวะที่ยันพื้นจะได้ฉากเป็นรูปสามเลัา เพี่อ

นิองกันมิใด้ลัมได้ง่าย มือทั้งสองวางทอดราบ
ไ•ร้ที่เหนือทัวเข่าทั้งสอง ใด้นิ้วมือทั้งด้าแนบ
ชิดสนิทกัน วางมืออย่างสบายๆ ไม่มือาการ

เกร็ง

www.kalyanamitra.org

วัฒนทรรมซาวทุทธ ๖ท

ทญํง (อุบาสิกา) ทำ เทพธิดา

นิยมปังคุกเข่าราบ เทยียดหลังเท้า
ทั้งสองใท้ราบกับพื้นไปทางท้านหลัง ใท้ฟ้า-
เท้าทั้งสองแนบชิดสนิทกัน หรีอใท้ปลาย
เท้าทั้งสองทับกันเล็กปัอยก็ไท้ นั่งทับลงบน
ฝ่าเท้าทั้งสอง เข่าทั้งสองชิดกัน มือทั้งสอง
วางทอดราบไกัที่ทัวเข่าทั้งสอง ใท้นิ้วมือทั้ง
ท้าแนบชิดสนิทกัน วางมืออย่างสบายๆ

ไม่มือาการเกร็ง

มารยาทในการนอน

0.ไม่ทำเสิยงดังรบกวนผู้อี่นขณะอยู่ในท้องนอน (หากนอนร่วมกันกับผู้อื่น)
๒. เมื่อไฟป็ดแท้วไม่ควรทำโท้มืแสงใดๆ เกิดขึ้นในท้องนอน เข่น แสงไฟฉาย เป็นท้น
๓.ไม่วางสิงของใดๆ ขวางทางเดินในท้องนอน เพราะอาจเดินสะดุดไท้เวลากลางคีน

๔. นอนในที่นอนของดน.ไม่นอนบนที่นอนเดียวกัน ๒ คนขึ้นไป

๕. ทันเท้าไปในทางเดียวกันกับเพี่อนร่วมท้อง และไม่ทันไปในทางที่มืสิงลักการะบูขา

๖. นอนอย่างมืสดิ สำ รวมกิริยาอาการของร่างกาย

การนอนทงาย ^'- —^

การนอนตะแคงขวา

การนอนรผ้าทํมคลุมถึงอก X
การหนนทมอน

www.kalyanamitra.org

๖๔ วัฒน15รรมชาวทุทธ

0, ไฝนำมีอทั้ง !□ ข้างมาประสานกันวางบนอก ข้อง หน้าผาก เพราะระทำให้

ขัดขวางต่อการพสกตัวดามaรรมซาตํของร่างกายขณะหลับ อารเป็นเหตุนำมา

ชึ๋งการฝืนร้าย

๒. อย่านำเรีองกังวลหรีอเรื่องราวต่างๆเข้ามาสิดก่อนนอน อาจทำให้นอนไม่หลับ

ท. สวดมนต์ นั่งสมาธ แผ่เมตตา ระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย คุฌบดามารดา
คุณครูอุปีซฌาย์อาจารย์ก่อนนอน จะทำให้หลับง่ายและหลับเป็นสุข

การตื่นนอน
หลายคนมองข้ามความสำคัญในช่วงการดึ่นนอน โดยคาดไม่ถึงว่าคุณค่าของ

ช่วงเวลาของการลืมตาตนขึ้นครั้งแรกของวัน อาจจะหมายถึงความสำเร็จหร้อความ

ล้มเหลวของการสร้างบารมีในวันๆ นั้นได้เลยทีเดียว

หากวันใดเราด็่นขึ้นด้วยความร้สิกเป็กบานสดซน ความสุขจากความสดขึ้นจาก

ใจท็่เปิกบานจะทำให้เราทำอะไรได้สำเร็จอย่างง่ายดาย แต่หากวันใดเราตีนขึ้นด้วยความ

รู้ลึกหงอยเหงาเศร้าซึมอารมณ์ไฝสดใส จะทำให้เมึ๋อคิดจะทำอะไรๆ ก็ดูจะมีอุปสรรค

ดีดขัดไปเลึยหมด เพราะความล้มเหลวนั้นเรื่มจากใจที่ช่นมัวเป็นเบื้องด้นเลึยแล้ว

สิงที่ควรทำเมึ๋อตื่นนอน

0. ตีบดามเวลาทกำหนด ลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงทำอารมณ์ให้เป็กบาน สดขึ้นแจ่มใส
และมีสดิ โดยตะแคงด้านขวา ใข้มีอชวายันพี้นลุกขึ้นนั่งก่อนแล้วนั่งสมาธแผ่เมตตา
ลักครู่หนึ่ง โดยมีลำตับขั้นตอนในการตีนนอนตังบื้

0-0 นอนตะแคงขวา ล้านอนในท่าอื่น เช่น นอนหงาย ก็ด้องตะแคงตัวก่อนเหมีอนกัน
0.๒ ใช้ข้อศอกช่วยรับนั้าหนัก
o.n ใซ้มีฮยับกายขึ้น

0.๔ อยู่ในท่านั่งก่อน ค่อยยีนขึ้น (ตังรูป)

www.kalyanamitra.org

วัฒนซรรมขาวพุทธ ๖๕

I. เมี่อลุกนํ่'งแล้วควรบริหารร่างกาย ยีดเล้น ด้วยท่าคีมคู่ และ คีมฬี่ยว (ดังรูป)

ท่าคีมเดียว ท่าคีมค่

-(3ะะระ=^

www.kalyanamitra.org

๖๖ วัฒนธใรมขาวพุทซ

PI ดื่มนํ้าประมาณ 0 ลตร โดยดื่มช้า*! เฟ้อป้องกันการจุกเสิยด การดื่มนํ้าในตอนเช้า

ทำ ให้ร่างกายสดดื่นข่ายใฟ้เขลส์ในร่างกายดื่นตัว แสะข่ายในการเคส์อนไหวของลำไสื
ทำ ให้ขับถ่ายได้สะดวก

๔. พับจัดเก็บอุปกรถ!เครองนอนจัดเช้าด้ให้เรึยบร่อย

๔. ทำ ภาระก็จส่วนตัว (ก่อนออกจากห้องควรปิดไฟ ปิดพัดลมให้เรํยบร่อยก่อนทุกครั้ง)

0. การดื่นนอนครงเวลาทำให้^จักบริหารเวลาได้อย่างมประสิทรภาพ
to. ดื่นเช้าอากาศบริสุหธี้จดใจแจ่มใส หนาดาเป็กบานสดดื่นทั้งวัน
PI. เหตุแห่งการนอนดื่นสาย เข่น ร่างกายอ่อนเพสิย สาเหตุจากการเทั้ยวอาหาร

ไม่ละเอ็ยด. นอนฝ็ดท่า, อากาศไม่ถ่ายเท. เก็บเรี่องกังวลมาด้ด ไม่สบาย เข่น
เปินไช้ นอนด้ก หริอนอนไม่ดรงเวลา ขื้เก็ยจดื่น เป็นด้น

< มารยาทการกราบ และการ

การประนมมอ (อัญชลี)

บยมใช้แสดงความเคารพพระรัดนตรัย ในเวลาฟ้งพระเจริญพระพุทอมนต์ สวด

พระอภํธรรม ฟังพระธรรมเทศนา เป็นด้น
วัรการประนมมอ

ยกมีอทั้งสองชื้นประกบกัน ทั้ง

เป็นกระพุ่มมือ ประนมไร่ระหว่างอก ให้

ปลายมือทั้งชื้น ช้างบนนิ้วมือทั้งสองช้าง

ทุกนิ้วแนบช้ดสนิทกัน อย่าให้เหลึ๋อมลํ้ากัน

อย่าให้กางห่างออกจากกัน ช้อศอกทั้งสอง

แนบช้ดชายโครง (ตังรูป)

www.kalyanamitra.org

วัผนรรรมชาวพุทร ๖๗
การประนมมีอนี้เป็นกิริยาอาการที่แสดงความIคารพพระรัดนตรัย จึงนิยมทำ

ด้วยความเรียบร้อยตั้งใจไม่นิยมปล่อยใฟ้นิ้วมีองอทงิก นิยมตั้งกระพุ่มไว้ระหว่างอกเอียง

กับลำตัวประมาณ ๔๕ องศา ไม่ยกใทํสูงจรดคางหรีอจรดปาก ไม่ปล่อยปลายมีอให้
ตกตํ่าลงมาวางอยู่ที่ห้องหริอวางไว้ที่หฟ้าตักหริอหัวเข่า

การไหว้ (นมัสการ)

การไหว้พระรัตนตรัย

นิยมแสดงความเคารพพระรัตนตรัยด้วยการไหว้เมี่อนั่งเกัาอี้หริอยีนอยู่ มีวิธีการ

ทำ ตังนี้ คีอ

0. ประนมมีอไว้ระหว่างอก

๒. ยกมีอประนมชื้นพร้อมกับกัมศริบะลงเล็กฟ้อย ให้นี้วหัวแม่มีอตั้งสองอยู่ระหว่าง
คิ้ว ให้ปลายนี้วชื้จรดหฟ้าพาก ทำ เพียงครั้งเดียว แด้วลดมีอลงตามเดิม (ตังรูป)

www.kalyanamitra.org

๖๔ วัฒนซรรมขาวทุทธ

การไหว้บุคคล

การไห^ซึ๋งกันและกันนั้นนิยมปฎิป๋ดเพี่อความเหมาะสมแก่ซั้นและวัยของบุคคลนั้นา

มี ฅ แบบ คีอ

0. การไหบุคคลผู้มีอายุมากกว่า (เป็นผู้ใหญ่มากกว่า)
๒. การโหว่บุคคลผู้มีอายุเสมอกัน
๓. การโหว่บุคคลผู้มีอายุน้อยกว่า

0.การไหว้บุคคลที่มีอายุมากกว่า

สำ หร้บผู้น้อยปฎิฟ้ติต่อผู้ใหญ่ โดย

ถีอหลักมีขาติกำเน้ดสูงกว่า มีคุณ-
ธรรมความดีโติรับยกย่องให้เป็นผู้ -
ปกครอง บังคับบัญขา และมีอายุ

แก่กว่าตน

การโหว่นิยมยกกระพุ่มมีอ ขึ้นโหว่ให้ปลายนิ้วชี้อยู่ระหว่างคิ้ว นิ้วหัวแม่มีอทั้งสองอยู่
บนทั้งจมูกพว่อมกับกัมศรีษะ น้อมตัวลงพองาม สายตามองดูท่านคัวยความเคารพ

อ่อนน้อมถ่อมตน

๒. การไหว้บุคคลมู้มีอาวุโสเสมอกัน
นิยมยกมือกระพุ่มขึ้นโหว่ ให้ปลายนิ้ว
ขึ้อยู่ที่ทั้งจมูก นิ้วหัวแม่มือทั้งสองอยู่ที่

คาง กํมศรีษะเล็กน้อย สายตามองกัน
และกันคัวยความหวังดีปรารถนาดีต่อกัน

www.kalyanamitra.org

ท.การรับไหว้บุคคลผู้มีอาวุโสน้อยกว่า วัฒนธรรมขาวพทซ ๖๙

สำ หรับผู้ใหญ่รับไหว้ผู้น้อย นิยมยก /

กระทุ่มมือขึ้นประนมอยู่ระหว่างอก การรับให^
หรีอที่หน้า ให้ปลายนิ้วขึ้อยู่ที่ตั้งจมูก
ปลายนิ้วอยู่ที่ตั้งจมูกปลายนิ้วหัวแม่-

มืออยู่ที่คางสายตามองดูผู้ไหว้ ด้วย

ความปรารถนาดี

การกราบ (อภิวาท)

1ป็นการแสดงความเคารพอ่อนน้อมถ่อมตนสูงสุดกว่า กิริยาอาการแสดงความ
เคารพตั้งหลาย ตั้งในทางโลกและทางธรรม

การกราบพระรัคนตรัย

นิยมกราบแบบเบญจางคประดีษฐ์ ขึ้งประกอบด้วยองค์ & คีอ หัวเข่า ๒ ฝ่ามือ ๒

หน้าผาก ๑ ให้จรดลงแนบกับพื้น และกราบ ๓ ครั้ง

0. การเตรัยมกราบ โดยอุบาสกนั่งท่าเทพบุตรและอุบาสิกานั่งท่าเทพธิดา วางมือตั้งสอง

ไว้บนหน้าตัก

lo. กราบ ขึ้งมืจังหวะปฏิบัติ ๓ จังหวะ ดีอ
จังหวะที่ 0 "อัญชลี" คือ ยกมือขึ้นประนมระหว่างอก

จังหวะที่ to "ว้นทา" คือ ยกมือขึ้นประนม โดยให้นิ้วหัวแม่มือตั้งสองอยู่ระหว่างคิ้ว

ปลายนิ้วขึ้จรดหน้าผาก
จังหวะที่ ฅ "อภิวาท" คือ หมอบกราบลง ให้หน้าผากจรตพื้นในระหว่างฝ่ามือตั้งสอง

วางฝ่ามือแบราบลงแนบกับพื้นห่างกันหนั่งฝ่ามือสำหรับอุบาสกนิยมให้ข้อศอกตั้งสอง
ต่อกับเข่าตั้งสอง ส่วนอุบาสิกานิยมให้ข้อศอกตั้งสองขนาบเข่า
๓. เงยหน้าขึ้น อยู่ในท่านั่งคุกเข่า แล้วปฏิบัติตามจังหวะเติม 0 - to - ท จนครบ เท ครั้ง

๘. ยกขึ้นจบ เมื่อเงยหน้าขึ้นครั้งที่ เท จึงเสร็จพิธี

สำ หรับการกราบพระภิกษุสงฆ์ด้องคุกเข่าตั้ง to ข้างลง แล้วเดินเข่าเข้าไปได้ระยะใกล้
พอสมควร จึงนั่งคุกเข่าลงกราบ แล้วเดินเข่าทอยหลังออกมาเล็กน้อย จากนั่นยีนขึ้น

เดินถอยเฉียงออกไป

www.kalyanamitra.org

๗๐ วัฒนธรรมชาวพฺทซ

เตรียมกราบ อัญชลี

วันทา อภิวาท

ท่าจบ

www.kalyanamitra.org

วัฒนซรรมขาวพพธ ๗0

การกราบบุคคล

การกราบบุคคลจะกระทำเฉพาะผู้รอาวุโส
มาก เช่น บดา มารดา ครูบาอาจารย์ทีร์!อายุ

!f^ สูง โดยกราบไผ่แบมีอนยมกราบเพิยงครั้ง

_ เดียวมีวีธปฎํบ้ตบัติดังนี้

0. นั่งพ้บเฟ้ยบแบบเก็บเทาตะแคงตัวดัานข้าง

ไปทางบุคคลทจะกราบนั้น

ta, หมอบลงกับพื้น พร้อมกับวางแขนขวาลง
กราบกับพื้นตลอดครีงแขนจากข้อศอกถึง

มอตั้งสันมีอฃึ้น วางแขนข้ายลงคู่กับแขน

ขวา มอทั้งสองแนบข้ดแบบประนมรอให้
ศอกขวาอยู่ข้างลำตัวศอกข้ายด่อเข่าขวา

ค, กัม่ศรึษะลงให้หน้าผากจรดสันรอ ปลายนี้วขื้อยู่ระหว่างคิ้ว อย่ายกหัวแผ่รอขึ้นมา

ร้บหน้าผากเป็นอันขาด และให้กราบเพียง 0 ครั้ง เรียกการกราบแบบนี้ว่า กราบลง

ศอกแล้วเงยหน้าขึ้น อยู่ในท่านั่งพับเพียบหรืออยู่ในท่าหมอบแล้วแต่กรณี

๕. เมึ๋อลุกขึ้นจากการหมอบ ให้วางแขนทั้งสองข้างราบกับพื้น ยกส่วนสะโพกขึ้นก่อน

แล้วยกตัวขึ้นตาม คลานเข่าถอยหสังออกมาเล็กน้อย จงลุกขึ้นรนเฉียงออกมา อย่า

หันหลังให้แล้วเดินออกมา จะเป็นก็รียาที๋ขาดความเคารพ

0. การกราบพ่อแม่ ก่อนรันผ้าไตรเข้าขอบรรพขาอุปสมบvmu นํยมกราบแบบ

เบญจางคประดิษฐ์และกราบ ๓ ครั้ง เพราะถึอว่าพ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของฐก
to. การกราบพระรัดบดรัย ค ครั้ง รวุดมุ่งหมายว่า ครั้งทึ๋ 0 เป็นการระลึกถึง

คุณของพระพุทธ ครั้งที ๒ ระลึกถึงคุณของพระธรรม ครั้งที FI เป็นการระลึก

ทงคุณของพระสงฆ์

ด. รัตชุประสงค์ของการกราบ ต ลักษณะ คอ ฮ่งกราบยงเผึ๋อย เป็นการกราบตาม'?
กันไผ่ร้รัตลุประสงค์ชัดเจน, ยงกราบยงงมงาย เช่น กราบขอหวย. ยิ่งกราบ

ยิ่งมีปัญญา คึอ กราบเพื้อระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย

www.kalyanamitra.org

๗๒ วัฒนซรรมซาวทุทธ

การเคารพศพ

0. เดินเข่าเข้าไปในระยะพอสมควร เพื่อเตรียมกราบพระพุทรรูปก่อน
to. เมี่อถึงหน้าพระพุทธรูป นั่งคุกเข่าประนมมีอและกราบพระพุทธรูปแบบเบญจางค-

ประดิษฐ์ ฅ ครั้ง

๓. เดินเข่าไปกราบศพ

ก. ถ้าผู้ตายมีอายุมาก ให้นั่งพับเพียบเก็บปลายเท้าไข้กราบแบบตั้งมีอ 0 ครั้ง

ข. ถ้าพระภิกษุสงฆ์มรณภาพขณะทียังอุปสมบทอยู่ ให้กราบแบบเบญจางค-

ประดิษฐ์ ๓ ครั้ง
ค. ถ้าเป็นศพของผู้อายุตากว่า, วัยตากว่า ให้นั่งพับเพียบในลักษณะสำรวม มีอ

ประสานกัน

กราบตั้งมือyfรีอกราบลงศอก

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมขาวพุทร ฅ1«

การปฐบตตนต่อพระภกษุสงฆ

ระฒียบปฏบัสืการแสดงความเคารพพระสงฆ์

การรุกขึ้นรนพัพระสงฆ์

- ถ้านั่งเาอี้อยู่หากพระสงฆ์เดํนมานิยมรุกขึ้นรนรับ เมึ๋อท่านเดินผ่านผาตรง

หน้า นิยมน้อมตัวลงยกมีอไหว้ เมึ๋อท่านนั่งเรียบว้อยแล้วจึงนั่งลงตามเดิม

- ถ้าคฤหัสถ์(อุบาสก-อุบาสิกา)นั่งกับพื้นไม่นิยมลุกขึ้นรนรับเผึ๋อท่านเดินผ่านมา

เฉพาะหน้า นิยมยกมีอไหว้หรีอกราบตามความเหมาะสมแก่สถานที่นั่น

การให้ที่นั่งแก่พระสงฆ์

- นิยมจัดอาสนะสงฆ์หรีอเก้าอี้ไว้ด่างหากจากฆราวาส หรีออุบาสก-อุบาสิกา

- ถ้าสถานที่ซุมขนนั่นจัดให้นั่งเก้าอี้ที่ไม่ได้จัดเตรียมไว้เฉพาะพระสงฆ์หากท่าน
มาด้องลุกหล็กไป ให้โอกาสแก่พระสงฆ์นั่งเก้าอี้แถวหน้า

- หากขายจำเป็นต้องนั่งแถวเดิยวกับพระสงฆ์ นิยมนั่งด้านขายของพระสงฆ์

- สตรีเพศ(อุบาสิกา)ไม่นิยมนั่งแถวเดียวกันหรีออาสนะยาวเดียวกัน เว้นแด่กรณี

จำ เป็น ต้องมบุรุษคั่นอย่

X

การนั่งทับพระภิกษุสง!ร

www.kalyanamitra.org

๗๔ -^ฒนรรรมขาวพุทธ

การดามส่งพระฟิงท์

- ถ้านั่งเสืาอี้นิยมลุกฒึ้ยีนส่งท่าน ฌึ่อท่านเดินผ่านมาถึงเฉพาะหนิานิยมนิอม

ตัวลงยกมีอไหว้

- ถ้านั่งกับพื้น นิยมไม่ต้องยีนส่ง เมี่อท่านเดินผ่านมาถึงเฉพาะหนิานิยมกราบ

หรีอยกมือไหว้ตามควรแก่กรเร
- เจ้าภาพหรือประธานฟ็§ ต้องตามไปส่งท่านจนพ้นบรืเวณงานหรือจนกว่าท่าน

จะขึ้นรถพ้นออกไปจากบริเวณงานแถ้ว ก่อนที่ท่านจะจากไปนิยมนิอมตัวลงไหว้

เมื่อพระสงฆ์เดินดามหลังมา

- หลีกทางรดข้างทางต้านข้ายมือของพระสงฆ์

- ยีนตรง มือทั้งสองต้องประสานกันไว้ข้างหนิา หันหนิามามองท่าน
- เมื่อพระสงฆ์เดินมาถึงเฉพาะหนิา นิยมนิอมตัวลงยกมือไหว้

- ถ้าท่านพูดต้วยนิยมประนมมือพุดกับท่าน ถ้าไม่พูตต้วยถึอยู่ไนท่าปกดิ

วํรเดินดามหลังพระสงฆ์

- เดินตามไปเบื้องหลังโดยใพ้เยีองไปทางข้ายของท่านระยะท่ๆงชุๆทท่ๆม ta-p,ก่าา

- กิริยาเดินตามหลัง ต้องสำรวมเรืยบร้อย

- นิยมไม่แสดงความเคารพผู้อืนขณะเดินตามหลังท่าน
- นิยมไม่พูดคุยหักทายปราตัยกับต้อื่น

www.kalyanamitra.org

วัผนรรรมชาวพุทธ ๗๕

ระฒียบการใช้คำพูดกับพระสงฆ์

คำ ดูดกับ แทนกัวท่าน ขาย ห^

คำ แทนกัว§ดูด คำ รื'บ คำ แทนกัว^ดูด คำ รับ

0. สมแจพระกังชราข ฝ็าพระบาท เกรากระหม่อม พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกัน เพคะ
ทรือ ฝ่าบาท
หรือกระหม่อม หรือหม่อมกัน

Id. รม!เจพระรารททณะนระ พระเดขพระคุณ เกด้าหรือ ครืบกระรม ดิกัน เจ้าค่ะ
เกด้ากระรม หรือ หรือ
พระรารทคณะชั้นรารส์นไ!! ทรือได้เทั่า อกัน
(จะม็คำว่า ราข.เทพ.Dรรม. ขอรื'บกระรม
หรือครับรม
พรทมทริอรม!เจนาทนา

เป็น!ครืองกัง!กฅง่านๆ)

ฅ. - พระราขาคณะชั้น ท่านเกัาคุณหรือท่าน กระรม ครับ ดิกัน เจ้าค่ะ
รามัญรงมา ท่านพระครูหรือท่าน หรือ หรือ
หรือ อิกัน
- พระราขาคณะ ท่านมหาหรือ ท่าน ค่ะ
รม
- พระครูกัญญามัครนระ หระคุณเกัาหรือท่าน
ทรวงพ่อหรือทรวง^
พระครูฐานาไเกรม ไข้ตามฐานะเดิมทึ๋เป็น
- พระเปรยญ เซ่น ทรวงลุง ทรวงอา
- พระกันกับรรรมคา ทรวงน้า ทรวงพีฯรฯ

- พระ§เฒ่า
- พระรงช์ฟ้เป็นญาติ

๔. คำ ดูดกับพระทรรมทั่วไป หระคุณเจ้าทริอท่าน กระรมหรือรม ครับ ติกัน เจ้าค่ะ
หรือ หรือ
ไม่รืกักไม่ทราบรมณกัทด อกัน ค่ะ

ควรใขัคำดูดกรางๆ

www.kalyanamitra.org

อุบาสก

นิยมนั่งคุกเข่าทรีอนั่งพับเพียบ ประนมรอ เยื้องฟ้านใดฟ้านหนั่งพอประมาณ
สนทนากับพระภกษุ เพี่อแสดงทงความเคารพ หากกรณีจำเป็นเร่งด่วน เข่น ฟ้องการ

รายงานเรีองต่างๆ ทไม่ฟ้องใข่เวลามาก หรึอไม่สะดวกทจะนั่งอันอาจเนั่องมาจากพื้นที่
ไม่อานวยต่อการนั่งสนทนา ก็ใฟ้ยีนประนมรอค้อมตัวฟ้วยท่าทางสุภาพสำรวมห่วงท่า

กรยาสำรวม (ตังรูป)

อุบาสิกา
1

นิยมนั่งคุกเข่า หรีอนั่งพับเพียบ ประนมรอ เยื้องฟ้านใดฟ้านหนั่งพอประมาณ

สนทนากับพระภิกษุ ไม่นิยมยีนสนทนา ระยะในการนั่งควรเว้นช่วงห่างหอสมควร พอ
ให้ได้ยีนการสนทนาโต้ตอบอย่างซัดเจน (ตังรูป)

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมซาวพุทธ ๗๗

การร้บสิงของจากสงฆ์

ขผรพระยนอยู่ทรีอนงบนอๆรนะฐง

0. เดินเข้าไปด้วยกิริยาอาการสำรวม ไม่เร็วหริอข้าเกินไป ให้ใกด้พอยื่นมือเข้าไปรับ

สิงของได้พอดีอย่างสบายา
๒. ยีนตรงน้อมตัวลงยกมือไหวั และยื่นมือทั้งสองเข้าไปรับ พร้อมกับน้อมตัวลงเล็กน้อย

สำ หรับผู้ชายรับสิงของจากมือพระภิกษุได้เลย ส่วนผู้หญิงแบมือทั้งสองชิดกันคอย

รองรับสิงของที่พระภิกษุจะ(ปล่อยจากมือ)วางลงไป หรอรับของที่ท่านวางไว้บนผ้ารับ
ประเคนที่ท่านจับอยู่

๓. เมื่อรับสิงของแด้ว ด้าสิงของนั้นเล็ก นิยมน้อมตัวลงยกมือไหว้พร้อมกับสิงของใน

มือ ผ้าสิงของที่รับนั้นใหญ่หริอหนักไม่ด้องยกมือไหว้ ให้กาวเห้าข้ายถอยหลังออก

ไปหนึ๋งกัาวขักเห้าขวามาชิดแผ้วหันหลังเดินกลับไปได้

ขณะพระฟิงฆ์นงเก้าอื้

0. เดินเข้าไปด้วยกิริยาอาการสำรวม เมื่อเข้าใกผ้ประมาณ ๒ คอก แผ้วยีนตรง ก้าว

เห้าขวาออกไปหนึ๋งก้าว แผ้วนั่งคุกเข้าข้าย ชันเข่าขวาขึ้น น้อมตัวยกมือไหว้ แผ้ว

ยื่นมือทั้งสองออกไปรับสิงของ

๒. เมื่อรับสิงของแผ้ว ผ้าสิงของเล็ก นิยมน้อมตัวลงยกมือไหว้พร้อมกับสิงของที่อยู่ใน

มือ ผ้าสิงของใหญ่หรีอหนัก นิยมวางไว้ข้างตัวด้านข้ายมือ น้อมตัวลงไหว้แผ้วจึงยก
สิงของนั้นด้วยมือทั้งสอง ชักเท้าขวากลับมายีนตรง ก้าวเท้าข้ายถอยหลังไปหนึ๋ง

ก้าวแผ้วชักเท้าขวาชิดหันหลังกลับเดินไปได้

www.kalyanamitra.org

๗๔ วัฒนDใรมชาวพุทธ

รเณะพระสงฆ์นั่งกับพื้น

เดินเข้าไปด้วยกริยาอาการสำรวม เฟ้อถืงบริเวณปูอาสนะไว้ นั่งคุกเข่าลงเดินเข่า

ออกไปรับซรง

I. เฟ้อรับแสืวนิยมวางของไรัด้านขวา กราบ ฅ ครั้ง แด้วหรบสิงของนั้นถือด้วยมีอทั้ง

สอง ประคองเด้นเข่าถอยหลังออกไปจนสุดบริเวณทื่ปูอาสนะไว แล้วลุกฃ็้นรน

I. การเดินเข่านิยมทั้งตัวตรง ถ้าไม่ถือของมีอห้อยข้างตัว ถ้าถือของประคองไว้ระตับ
อกศอกทั้งสอง แนบข้ดขายโครง ร่างกายส่วนบนไม่โยกเอียงข้ายขวา เคลอนไหว
เฉพาะร่างกายส่วนล่าง เล้นทางเดินเข่านิยมไห้ตรงทั้งเข้าไปและตรงออกมา

I !๔;--- 'ifi- เณชเ

การรับประทานอาหารไม่เพียงแต่เพี่อให้อีมห้องเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเวลาพี่สมาซก

ในฟ้านโนครอบครัวหริอองค์กรเพี่อนสนิทมดรสหายได้อยู่พร้อมหน้ากัน จ็งควรมข้อควร

สนใจ ตังนื๊

0. ในการร่วมรันประทานอาหารกับผู้อี่น ควรรักษาจังหวะและความเร็วในการอมให้

พร้อมเพริยงหริอใกล้เดิยงกันกับเพี่อนๆ ร่วมโต๊ะ{หริอร่วมวง)
to. เวลารับประทานอาหารไม่ควรสร้างความรำคาญและรบกวนผ้อึ่น

ด. ด้องมีมารยาทขณะรับประทานอาหาร

www.kalyanamitra.org

วัฒนซรรมขาวพฺทร ๗๙

เสชิยวัดร

(ต้นบัญญ้ตมารยาทไทย)

พระสัมมาสัมพุทธเ^าทรงบัญญัติสิกฃาบท๓ยวกับการฉันภัตตาหารไว้ เพื่อไท้
พระภิกชุสงฆไต้ถีอปฏิบ้ดเป็นธรรมเนียมและแบบแผนอันเดียวกัน เพื่อยังศรัทธาของผู้

ศรัทธาอยู่ไท้เจริญยึ๋งๆ ขึ้น และปสูกศรัทธาของผู้ยังไม่ศรัทธาไท้งอกงามขึ้น ขึ้งสามารถ

นำมาประยุกต์ไซ้กับมารยาทการรับประทานอาหารไนปัจจุบันไต้เป็นอย่างดี ดังมีราย

ละเอียดจากพุทธบัญญัติดังต่อไปนี้

หมวดแฟงการร้บบัผทบาท {การรับอาหาร)

0. ภิกษุพงทำความดีกษาว่า เราจักริบบํณหบาตโดยเคารพ
ไม่ควรแสดงอาการรังเกียจไนอาหารที่ร้บมารับด้วย
การนำไปไข้
อาการที่ยินดีเต็มไจ ไม่ทิ้งๆ ชว่าง7

๒. ภิกพุพิงทำความดีกษาว่า เมึ๋อริบบิผ'ทบาด เราจักแลฎแต่ไนบาตร

การนำไปไข้ ไม่ควรเหลียวข้ายแลขวาขณะร้บอาหารหรีอขณะตัก
อาหารมารับประหาน

ท. ภิกษุพิงทำความดีกบาว่า เราจักริบแกงพอสมควรแก่ซ้าวสุก (ไม่ริบกับข้าว

การนำไปไข้ มากไป)

ไม่ควรตักแต่กับข้าวที่ตนเองชอบ โดยไม่เป็ดโอกาส
ไห้เพี่อนร่วมวงอาหารได้ตักเลย

๔. ภิกษุพิงทำความดีกบาว่า เราจักริบนีผหบาตพอเสมอขอบปากบาตร

การนำไปไข้ ไม่ควรตักอาหารไต่จานตนเองจนล้นหกเลอะเทอะ

ควรตักแต่พอประมาณ

หมวตแห่งการส้นบํผหบาต (การรับประทาน)

๔. ภิกษุพิงทำความดีกบาว่า เราจักส้นบณหบาตโดยเคารพ

การนำไปไข้ ไม่ควรหำอาการรังเกียจอาหารที่ไม่ขอบ ควรรับ-
ประทานด้วยหำหีสงบเพี่อรักษาศรัทธาของเล้าภาพ

www.kalyanamitra.org

๔0 วัฒนธรรมซาวพทซ

๖. ภกษุพึงใ(ทความสิกษาว่า เมื่รงันป็ผฑบาต เ'ราจักนคตูนด่ในบาตร

การนำไปใช้ ขณะรับประทานควรมีอาการนำรวม ไม่ควรมองคน

๗. ภิกษุพึง•ทำความสิกพาว่า โน้นคนนี้ทรีอมองทั่วบริเวณ

การนำไปใช้ เราจักไม่ตกซัาวรุกให้นทว่งตรงกราง(งันไปคามทำตับ)
๘. ภิกษุพึงทำความสิกษาว่า
ตักข้าวไม่ให้เลอะขอบจาน
การนำไปใช้
เราจักงันนกงพอสมควรแก่ข้าวรุก (ไม่งันกับข้าว
๙. ภิกษุพึงทำความสิกษาว่า
มากไป)
การนำไปใช้ ไม่ควรเลีอกรับประหานอาทารเฉพาะที่ตนเองชอบ

00. ภิกษุพึงทำความสิกษาว่า และตักกับข้าวมากเกินไปจนคนอนไม่ไตัรับประทาน

00. ภิกษุพึงทำความสิกษาว่า เราจักไม่ขยุ้มข้าวรุกแต่ยอดสงไป
การนำไปใช้
เมี่อริบประทานควรตะล่อมและเกลี่ยข้าวในจานของ
0๒. ภิกษุพึงทำความสิกษาว่า ตนเองให้เรียบร้อยตลอดเวลา ไม่เลอะเทอะทั่วจาน

การนำไปใช้ เราจักไม่เอาข้าวรุก!เดแกงแสะกับข้าวตัวยหวังไต้

มาก

เราไม่เจ็บไข้จักไม่ขอแกงหรอข้าวรุกเพึ๋อประโยชน

แก่ตนมางัน

ไม่ควรเลีอกรับประทานอาทารอร่อย'} ทริอราคา
แพงๆ เท่านั้นทริอร้องขออาทารที่ชอบใจจากเข้าภาพ

โดยขาดความเกรงใจ

เราจักไม่มองดูบาตรของตู้อนตัวยสิดสะยกโหน
ขณะรับประทานอาทารไมควรมองดูจานอาหารของ
ผู้ลี่น อาจเป็นเทตุนำมาขึงการอิจฉาริษยาไตั

www.kalyanamitra.org

วัฌนรรรมขาวพุทธ ๘๐

on. ภิกนพงทำความสกนาว่ๆ เราจักไม่ทำคำข้าวใพึใทญ่เกํนไป
การนำไปใ^ ไม่ควรตักอาหารจนพูนช้อนจะทำใช้ช้องช้าปากกช้าง

0๔. ภิกนุพึงทำความสกนาว่า เมื่อจะรับประทาน ทำ ใช้เคี้ยวไม่ละเอียด

การนำไปใช้ เราจักทำคำข้าวใท้กคมกล่อม
ควรตักอาหารแล้วตะล่อมใช้เรียบช้อย ไม่ใช้ล้นช้อน
e£. ภํกนุพึงทำความสกนาว่า จนหกเรี่ยราด
๑๖. ภํกนุพึงทำความสกนาว่า
เราจักไม่อ้าปากไว้รอท่าในเมึ๋อคำข้าวยังไม่กงปาก
การนำไปใช้
เราจักไม่เอานิ้วฬอคเข้าปากโนขผรอ้น
0๗. ภํกนุพึงทำความสกนาว่า ในกรณีที่ช้องแคะเศษอาหารmดช้น ควรใช้ไม้จิ้ม

การนำไปใช้ ช้น โดยมีช้าหรีอมีอป็ดบังช้วย

๑๔. ภิกนพึงทำความสกนาว่า เราจักไม่พูค ทั้งที่ยังมีคำข้าวอยู่ในปาก
การนำไปใช้ ไม่ควรพูดคุยเอียงตัง ขณะเคี้ยวอาหารอยู่ไม่ควรตัก

๑๙. ภํกนุพึงทำความสกนาว่า อาหารใส่ปากอีก ขณะยังมีคำช้าวในปากอยู่

การนำไปใช้ เราจักไม่โยนคำข้าวเข้าปาก

too. ภํกนพึงทำความสกนาว่า อาหารที่เป็นเม็ด'! ช้อนๆ เช่น ถัว่ ขนม ลูกอม ไม่
การนำไปใช้
ควรโยนเช้าปาก เพี่อรับประทาน

เราจักไม่อ้นกัดคำข้าว

อาหารที่เป็นช้นใหญ่เกนคำ ควรใช้ช้อนหรีอล้อมตัก

ใช้พอดีคำช้บประทาน หากเป็นอาหารประเภทป็ง
ช้วยไม้ ก่อนรับประทานควรนำอาหารออกจากไม้
ก่อน แล้วใช้ล้อมหรีอช้อนตักรับประทาน

เราจักไม่อ้นทำกระาทุ่[งนก้มใพึฅุ่ย
ไม่ควรทำคำช้าวใช้ใหญ่ หากเป็นผลไม้ขึ้นใหญ่ๆ

ควรตัดใช้พอดีคำ

www.kalyanamitra.org

๘๒ วัฒนaรรมซาวพุทร

too. ภิกษุพงทำความสืก!ราว่า เราจักไม่งันพรเางคะบ้คมอพราง

การนำไปใช้ ไม่ควรสะบัดมือหรีรช้อนสัอมที่นํเศษอาหารติดอยู่
เพราะจะทำใช้กระเด็นถูกผู้อี่นเลอะเหอะ
๒๒. ภิกนุพงทำความภิกนาว่า
การนำไปใช้ เราจักไม่งัน'^รยเมเคซ้าวใท้ทกรงโนนาคร ทรอใน

๒๓. ภิกษุพงทำความภิกษาว่า ที๋นั้น*!

การนำไปใช้ ไม่ควรพัประทานใช้เมด็ดช้าวหรีออาหารตกเรี่ยราด
ลงบนพื้น
๒๔. ภิกษุพงทำความภิกษาว่า
เราจักไม่งันแรมริ้น
การนำไปใช้ ไม่ควรแลบพื้นเลียอาหาร

๒๔. ภิกษุพงทำความภิกษาว่า เราจักไม่งันคังจับ*!

การนำไปใช้ ไม่ควรช้าปากกว้างขณะเคี้ยวอาหาร เพราะจะทำใช้
เกิดเลียงดังขณะเคี้ยว หากเป็นอาหารแช้งกรอบควร
๒๖. ภิกษุพงทำความภิกษาว่า
อมไว้ในปากสักคยู่ ใช้อ่อนนุ่มจึงค่อยเคี้ยว
การนำไปใช้
เราจักไม่งันดังชูค*!
๒๗. ภิกษุพงทำความภิกษาว่า
การรับประทานอาหารที่เป็นนาหรืออาหารประเภท
การนำไปใช้
เลีนไม่ควรซดเลียงดัง หากอาหารนั้นรัอนอยู่ควร

รับประทานทีละช้อย หรือรอใช้ความว้อนลดลงจึง

ค่อยรับประหาน

เราจักไม่งันเรยมอ
ไม่ควรเลียมือหรือเลียช้อนสัอม มืด ตะเกียบ ขณะ

รับประทาน หากเศษอาหารติดควรเช็ดดัวยกระดาษ

เราจักไม่งัน(ธอดบาดร)เรยนาคร

ไม่ควรขูดจานหรือชามที่ใลีอาหารพัประทาน จะ

ทำ ใช้เกิดเลียงดัง ก่อนรับประทานอาหาร ควรดัก

นํ้าแกงราดรอบ1 จาน เพื้อใช้เมลีดช้าวชุ่มดัวยนั้า

แกงจะไดัไม่ติดจานและช้อนสัอม

www.kalyanamitra.org

วัฒบธรรมขาวทุทซ ๘ท

๒๘. ภกษุฟ้งทำความสืกษาว่า เราจํภใม่ฉ้นเสิยรม'?เปาก

การนำไปใช้ ไม่ควรเลียรํมใ}ปาก คากม่เศษอาหารตด ควรใช้

totf.ภกชุฟ้งทำความสิกษาว่า กระดาษทิขขูเข็ดปากหรอผ้าเข็ดออก

เราจักไม่เอามอเรอนจับภาชนะใส่นา

การนำไปใช้ ไม่ควรใช้ม่อทเปิอนเศษอาหารจับแก้วนํ้า เพราะอา^

เกดควาบม่บแก้วนํ้า เป็นเหตุให้ล้างออกยากและ

แก้วนํ้าอา'>ลนหล่นตกแตกได้

หมวดการร้างบาตร (การล้างภาขนะใส่อาหาร)

P10. ภํกษุสิงทำความสิกบาว่า เราจักไม่เอานาร้างบาดรรเมร้ดขาวเทลงในละแวก

การนำไปใช้ บัาน

ควรรับประทานให้หมดอย่าให้เหลีอทิ้ง และเข็ดจาน

ให้เรียบรัอย ไม่มีคราบมันหรีอเศษอาหารติดอยู่ จะ

ทำ ให้สะดวกต่อการนำไปล้าง ส่วนเศษอาหารควร

ห่อด้วยกระดาษให้เรียบรัอย แล้วนำไปทิ้งถังขยะ

การปอกเปรอกสัม การรับประทานมังตุด

การรับประทานกล้วย การรับประทานไข่ล้ม การรับประทานรันเล้น
www.kalyanamitra.org

๔๔ วัฒนธรรมซาวพฺทซ

มารยาทในการดื่มนํ้า

มีระเบียบวอการทึ๋แทมาะสม ดังนี้
0. การรินนํ้า โม่ควรให้เกดเสืยงดัง โดยเอียงufiวให้นํ้าทึ๋รินจากเหรอกหริอภาซนะอน

โหรตามผนังแก้วลงสู่ก้นแก้วขณะรินป้า

tD. ไม่ควรยีนดมป้า

ฅ. ฉกดมป้าโม่ให้เกิดเสิยงดัง โดยดีมซ้าใ ค่อยา ส์มทีละน้อยา

1- •

มนุษย์เป็นสัตว์ดังคมอยู่กันเป็นกลุ่ม เป็นเผ่า เป็นซนขาด ฟ้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์

กันอยู่ดลอดเวลาทั้งทางกาย วาจา และใจ ก้าหากไม่สามารถจะบริหารความสัมพันธ์กัน
ไฟ้แสืว ความสงบสุขในการอยู่ร่วมกันก็โม่สามารถจะเกิดขี้บโฟ้ ถึงแมีว่าทุกคนต่างก็มี
ข้อบกพร่องอยู่ก็ตาม แต่ก้าหากรู้จักหลักการหริอสืลปะใบการอยู่ร่วมกัน พร้อมทั้งโฟ้
ปฎํบัฟ้ดามหลักการนั้นแล้วก็จะสามารถอยู่ร่วมกันโต้อย่างมีความสุข รักใคร่ปรองดอง

สามัคคีพร้อมเพริยงกัน โม่ผการกระทบกระทั่งหริอบาดหมางใจกัน ยังผลให้จิตใจสงบ

สบายโม่ขุ่นมัว สามารถรักษาใจให้อยู่กับความสงบสุขไต้อย่างต่อเนี้องตลอดทั้งวันอย่าง

แน่นอน

www.kalyanamitra.org

วัผนรรรมซาวพุทร ๔๕

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนสดงหลักนห่งการอยู่ร่วมกันไว้ดังน

0. หลักแห่งการอยู่ร่วมกัน (สาราณียธรรม)

0.0 เมตตากายกรรม ช่วยเหลือกิจธุระของผู้ร่วมหมู่คณะ ฟ้วยความเต็มใจ

เคารพนับลือกน ยิ้มแย้มแจ่มใส
0.๒. เมตตาวจกรรม ช่วยบอกแจ้งฝ็งที่เป็นประโยชน์ ส์งสอน แนะนา ตัก-

เตีอนฟ้วยความหวังดี ทักทายไก่กาม สาระทุกข์สุขดีบ

0.๓. เมตตามโนกรรม ตั้งจิตปรารทนาดี คิดทำสิงที่เป็นประโยชน์แกกัน มอง

กันในแง'ดีไม่เพ่งโทษกัน แผ่เมตตาจิตระลืกลืงกันยาม

ห่างไกล
©.๔. สาธารณโภค ไฟ้ฃองมาโดยชอบธรรมแบ่งปันให้ไดีใช้สอยบริโภคทั่วกัน

O.C. รสสามัญญตา มีสืลบริสุทฃิ้เสมอกัน มีความประพฤติสุจริตดีงาม ถูก

ต้องตามระเบียบ ไม่ทำตนให้เป็นที่น่ารงเกียจของหมู่

คณะ

©.๖. ทิฏฐสามัญญตา มีทิฏฐดีงามเสมอกัน มีความเห็นชอบร่วมกันในช้อที่
เป็นหลักการสำคัญที่จะชจัดปัญหา น่าไปส่ความหลุด

พ้นสินทุกข์

๒. หลักแห่งการสงเคราะห์กัน (ลังคหวัตถุ ๔)

๒.0.ทาน ดีอการให้ความรู้หริอให้สิงของ เป็นการแสดงนํ้าใจต้วย

การให้สิงของ

๒.๒.ป็ยวาจา คีอมีวาจาอันเป็นที่รัก เช่น แนะน่าประโยชน์ให้กำลังใจ

๒.๓. อัตถจริยา ให้เกิดความร่วมมีอร่วมใจกัน

คือ ช่วยเหลือกันในกิจกรรมต่างๆ ไม่นิ่งดูดาย ไม่หวัง

ค่าจ้าง แต่ทำต้วยใจสร้างความต้นเคยกัน เคืยงบ่าเคืยง

ไหล่ในการทำงานและกิจกรรมตางๆ

๒.๔. สมานัตตตา คือ เสมอต้นเสมอปลายทำตัวให้เช้ากับเขาไต้ ให้ความ

ปลอดภัยและความสบายใจ เคารพกติกากฎระเบียบ
ของหมู่คณะ วางตัวให้เหมาะสมกับภาวะของตนในบุค-

คลนั้นๆ ต้องรู้และเช้าใจบทบาทของตนเอง และปฎิไ]|ต

ถูกต้องตามบทบาทของตนเอง

www.kalyanamitra.org

๘๖ -Twนธรรมขาวทุทร

ประโยชน์ของมารยาท

มดังนื้
0. ป้องกันการกระทบกระทั่ง

๒. ป้ดปังความไม่งามของร่างกาย

PI. เป็นทั่จิาเรญตา จำเริญใจแก่บุคคลรอบขาง

๕. ลกการเป็นคนรู้จักประมาณและความพอดี

๕. ลกการสังเกต ทำให้เป็นคนละเอยดรอบคอบ

๖. ■ฝิกให้เป็นผู้มดีลปะและม่ความประเนต

ท|. ลกความปีนํ้าใจ รู้จักจับแง่คดบุมมองทั่ดี

๔. 'รกให้มสดีสัมปชัญญะในอํริยาบถด่างๆ

๙. สามารถรักษาใจไดีด่อเนึ๋อง เกื้อหนุนต่อการปฎิบ่พธรรมให้ก่าวหน้ายํ่งๆ

www.kalyanamitra.org

วัฒนทรรมขาวทุห!) ๘ทเ

บทท

ศาสนพธ

ศาสนพธติางิๆ ทางพระพุทธิศาสนา
ศาสนพิธีต่างใ ช่วยทำให้ความศรัทธาต่อพุทธศาสนาของพุทรศาสนิกขนม

ความแน่นแฟ้นยงฃื้น เป็นสิงดอกยํ้าใจให้ระลกทงคุณของพระรัตนตรัยไห้อย่างดิเยี่ยม

จงเป็นระเบียบแบบแผนอันดีงามทีควรรักษาไรัคู่กับพระพุทธศาสนาตลอดไป ในพระพุทธ-
ศาสนาแน่งศาสนาพิธีออกเป็น ๔ หมวดใหญ่ๆ ดังนี้

0. คุศลพิร เป็นพิธีทีเกี่ยวเนี้องกับการอบรมศวามดีงามทางพระพุทธศาสนา

เช่น การรักษาดีล เป็นห้น

to. บุญพิธี เป็นพิธีทำบุญเนี้องห้วยน่ระเพณีการดำเนินชีวิตของคนทั่วไน่ มบุญ

มงคลและอวมงคล เช่น บุญขึ้นบ้านใหม่ บุญหน้าศพ เป็นห้น

๓. ทานพิธี เป็นพิธีถวายทานต่างๆ เช่น ทวายสังฆทาน เครึ๋องนุ่งห่ม ยารักษาโรค

เป็นต้น

๔. น่กิณกะพิธี เป็นพิธีเป็ดเตล็ด ไห้แก่การอาราธนาสืล การน่ระเคนของพระ เป็นต้น

ในเล่มนี้จะน่ามาเฉพาะพิธีทีสำคัญๆ อันเกี่ยวซ้องกับชีวิตน่ระจำของซาวพุทธ

เสมอๆ ดังต่อไน่นี้

www.kalyanamitra.org

๔๔ วัฒนรรรมขาวทุทช

ฟึธืการตักบาตร
คีอการนำข้าวและอาหารคาวหวานใส่บาตรพระหรือสามเณร โดยอาจทำประจำ

วันโนท้องถิ๋นชุมซนที่มีพระสงฆ์และสามเณรออกบิณฑบาต จะทำโนวันเกิตของตนหรือ
วันสำคัญทางศาสนา รวมทั้งวัน ๘ คา และ ๐๔.๐๕ คํ่า เป็นตัน

เบื้องตันของการตักบาตร ตัองเตรืยมโจโท้ผ่องโสเป็นกุศล เป็ยมตัวยความเต็มโจ
บุญจะไตับิงเกิตขื้นทั้งแต่เริ่มคิด ขณะทำก็อย่านึกเสิยดาย โท้มีสุฃโจ หลังจากโท้ไปแตัว
ก็มีความปลื้มปีติยินดีโนทานนั้น อย่านึกเสิยดายเป็นอันขาด บุญกุศลจึงจะเกิดขึ้นอย่าง

ต่อเบื้อง โนการเตรืยมของตักบาตร เข่น ข้าวสารอาหารแท้งหรืออาหารคาว ท้า

ของสตฟ้งระวังอย่าโท้ข้าวและอาหารนั้นใ ร้อนหรือเย็นจนเกินไป เพราะอาจทำโท้เกิด

ความลำบากแก่พระสงฆ์หรือสามเณร ที่ตัองท้มบาตรต่อไปโนระยะทางไกล ของที่โส่

บาตรนั้นนิยมปฏิบัติเป็นธรรมเนึยมว่า โท้ยกขึ้นจบ (ยกขึ้นสูงระตับหน้าผาก ตัวยท่า

ประนมมีอโดยอนุโลม) แท้วนิมนต์พระภิกบุหรือสามเณรว่า นมนต์ครับ/นิมนต์ค่ะ เบื้อ

ท่านเตินผ่านมาโนระยะโกท้ แล้วโสํของลงไปโนบาตร กล่าวคำถวายทานว่า

สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสะวักชะยาวะหัง ใหตุฯ

แปลว่า ทานที่ข้าพเจ้าโท้แท้วตัวยดี ขอจึตฃองข้าพเจ้านจงลื้นอาสวะกิเลสเกิด

เบื้อโล่บาตรเสร็จแล้วนิยมทำการกรวดนํ้าเที่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญแก'ผู้อี่นอันเป็น
ที่รักตัวย ข่วยทำโท้เกิดความอมเอิบโจ เป็นสุขโท้แก่ผู้ปฏิบัติ

www.kalyanamitra.org

วัฒนรรรมชาวพฺทร ๔๙

พิธีถวายสังฆทาน

คีอการทวายวัตชุที่ควรเป็นทานแก่สงฆ์ มิได้เจาะจงแกภกชุรูปใดรูปหนึ๋ง หาก

ถวายเจาะจงเฉพาะรูปเรียกว่า ปาฏิบุคลิกทาน ไม่ด้องมิพิธีกรรมอะไรในการทวาย ส่วน
สังฆทานนั้นเป็นการทวายกลางๆ ให้สงฆ์เฉลี่ยกันใช้สอย จึงมิพิธีกรรมเช้ามาเกี่ยวช้อง
ด้วยโดยเฉพาะการทวายและการอนุโมทนาของสงฆ์

สังฆทานมิแบบแผนมาแต่ครั้งพุทธกาล ผูรับจะเป็นภิกษุหรีอสามเณรหรีอ พระ
สังฆเทระหรือพระอันดับชนิดไรๆ เมี่อสงฆ์จัดไปให้ ผู้ถวายต้องตั้งใจต่อพระอริยสงฆ์ คีอ

อุทิศทวายเป็นสงฆ์จริงๆ ผู้รับรับในนามของสงฆ์เป็นส่วนรวม จึงเป็นการทวายสังฆทาน

ด้วยใจที่เป็นกุศล อิมเอิบเบิกบานในการทวายทาน วัตถุที่ถวายจะมากนิอยอย่างไรตาม

แต่สมควร ประกอบด้วยภัตตาหารและบริวารของใช้ที่เหมาะแก่สมณะบริโภค ทวายกี่

รูปกี่ได้แลิวแต่ศรัทธา จะถวายที่วัดหรือสทานที่อื่นๆ เซ่น ที่บ้านหรือสทานที่ประกอบพิธีกี่ได้

การถวายสังฆทานนั้น เริ่มด้วยการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย(ห้ามิ) แห้ว
อาราธนาสืล และสมาทานสืล จากนั้นผู้ทวายทานประนมมอ ตั้งนะโม ๓ จบแห้วกล่าว

คำ ทวายสังฆทาน เสรืจแห้วประเคนทานวัตถุแต่พระภิกษุสงฆ์

หลังจากประเคนทวายพระสงฆ์แห้ว เมี่อพระสงฆ์ผู้นำสวดอนุโมทนาด้วยบท

"ยะทา วาริวทา " ผู้ทวายทานเริ่มกรวดนํ้า จนถึงบทที่พระสงฆ์ผู้นำสวดถึง "...มณโชติ
รโส ยะทา" กี่ให้หยุดกรวดนั้า แห้วประนมมีอรับพรพระต่อไปจนจบ

www.kalyanamitra.org

๙๐ วัฒนธรรมซาวพุทธ

การอารารนาฝ็ลและสมาทานสีล

เบื้องผันของการบำเพ็ญกุศลของพุทรศาฝินกซน ผัองมีพ็ธีรับฝิรณคมน์และผัล
ก่อนแล้ว?งค่อยอาราธนาพระปริตร ล้าบาเพญบุญเกี่ยวกับการเทศน์?งจะอาราธนาธรรม

การที่ขอเบญจฝ็ลก่อนเสมอไปทุกพิธีนั้น เพึ๋อขำระ?ตใฟ้บริสุทธิ้ ให้เป็นผู้มีสืล

สมควรแก่การรองรับพระธรรม สรณคมน์ หมายความว่า ขอถึงพระพุทธ พระธรรม

พระสงฆ์เป็นที่พึ๋ง ก่อนอาราธนาควรกราบพระพุทธรูปที่โต๊ะหมู่บุซาและบุขาพระก่อน

แล้ว?งกล่าวคำอาราธนาตามผัวยการสมาทานสืล

วิธีอาราธนานั้น บางแห่งให้มีผู้กล่าวอาราธนาแต่ผู้เดียว บางแห่งอาราธนา

พรัอมกันทั้งหมด

คำ อาราธนาสืล ๕

(คำกล่าวนา)บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า ดีลเป็นเบื้องผัน เป็นที่ตั้ง เป็นปอเกดแห่ง

คุณความดีทั้งหลาย และเป็นประธานแห่งธรรมทั้งปวง บุคคลใดขำระดีลให้บริสุทธิ้แล้ว
จะเป็นเหตุให้เว้นจากความทุจริด จิตจะร่าเริงแจ่มใส และเป็นท่าหยั่งลงมหาสมุทร คือ

นิพพาน

ดังนั้น ขอเรียนเซิญทุกท่าน พ็งตั้งใจกล่าวคำอาราธนาฝ็ล โดยพริอมเพรียงกัน

(นะครับ/นะค่ะ)

มะยัง กันเด วิสุง วิสุง รักฃะณัตถายะ. ติสะระเณนะ สะหะ. ปัญจะ สิลานิยาจามะ.
ทุติยัมป็ มะยัง ภนเต วิสุง วิสุง รักขะเนตถายะ. ติสะระเณนะ สะหะ. ปัญจะ สิลานิ

ยาจามะ.

ตะติยัมปี มะยัง กันเต วิสุง วิสุง รักขะณ้'ตถายะ. ติสะระเณนะ สะหะ.ปัญจะ สิลานิ

ยาจามะ.

คำ ถวายสังฆทาน

(บทกล่าวนำ) พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า สัปบุรุษย่อมให้ทาน เซ่น ข้าวและ
นํ้าที่สะอาดประณีต ตามกาลสมควรอยู่เป็นนิจ แก่ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ข้งเป็นบุญ-

เขตอันเยยม สำ หรับผู้ให้เครื่องบริโภคนั้น ไผัซี่อว่าให้ฐานะห้าประการแก่ปฏิคาหก ดัง
ต่อไปบื้คีอ ให้อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ ผู้ให้ย่อมไผัรับฐานะห้าประการนั้น

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมชาวทุทปิ ๙0

ด้วย ท่านรารุซนทั้งหลาย บุญเท่านั้นทีเป็นทั้พึ๋งของพวกเราทั้งหลาย ดังนั้นซอเรียนเซญ
ทุกท่านพงตั้งใจ กล่าวคำถวายภัตตาหารเป็นส์งฆทานโดยพร้อมเพรียงกัน(นะครับ/นะศะ)

(กล่าวนำ - หันทะ มะยัง พุหยัสระ ภะคะวะโต บุพพะภาคะนะมะการัง กะโรผะเส.)

นะโม ดัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทรัสสะ.(tn ครัง)

อมานิ มะยัง ภันเต.ภัตตานิ. สะปะรีวารานิ. ภิกขุสังฆสระ.โอโณชะยามะ.สาธุ
โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ.

อมานิ, ภัตตานิ, สะปะรีวารานิ. ปะฎิคดัณหาตุ, ยัมหากัง, ทีฆะรัตดัง. หํตายะ.
สุขายะ นิพพานายะจะ.

ข้าแต่พระภิกชุสงฆ์ผู้เจรีญ. ข้าพเจ้าทั้งหลาย. ขอน้อมทวาย, ภัตตาหาร. พร้อม
ด้วยบรีวารทั้งหลายเหล่านี้, แด่พระภิกษุสงฆ์. ขอพระภิกษุสงฆ์. จงรับ. ภัตตาหาร,

พร้อมด้วยบรีวารทั้งหลายเหล่านี้, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย, เพี่อประโยซน์. เพี่อความสุข,

เพี่อมรรคผลนิพพาน, แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ตลอดกาลนาน เทอญ,

การประเคนซอง

การประเคน หมายถึงการมอบให้ด้วยความเคารพ ใข้ปฎบตต่อพระสงฆ์ เพราะ

มีพระวนัยบัญญ้ตห้ามพระสงฆ์หรบสิงของมาขบฉันเองโดยไม่มีผู้ประเตบ ยกเร้นบํ้า

เปล่าทีไม่ผลมสิ เซ่น ป้าฝน ป้าปะปา เป็นด้น การประเคนของจึงเป็นการสน้บสบุนให้

พระสงฆ์ปฏินัตตามพระวินัยได้ถูกต้อง

หลักเบื้องด้นในการประเคน มีดังนี้

0, ซองนั้นไม่ใหญ่โตหรีอหนักเกนไป สามารถจับยกได้โดยคนเดียว
to, ผู้ประเคนควรเข้าไปอยู่ในหัตทบาส หมายถึง เอามีอประสานกัน แล้วยี่นไปข้างหน้า

ห่างจากพระสงฆ์ประมาณ 0 ศอก

๓.ล้าเป็นซาย ยกของทีจะประเคนทวายพระสงฆ์ได้เลยล้าเป็นหญิง ให้วางของทีจะประ

เคนลงบนผ้ารับประ เคน

๔. เมอประเคนเป็นทีเรียบร้อยแล้ว อย่าไปจับเลอนของทีประเคนแล้ว หากเผลอไปจับ
'เลึ๋อนถึอว่าขาดประเคน ด้องประเคนใหม่

www.kalyanamitra.org

๙ใท วัฒนธรรมขาวพทธ

การประเคนของพระ

อาหารที่ต้องห้ามสำหร้บพระภิกษุสงฆ์

เป็นอาหารfiไม่ควรแก่สมณะบริโภคได้แก่ เนื้อ 00 ชนิด และอาหารที่ปรุงด้วย

เนื้อ 00 ชนิด ดังนื้ ๖. เนื้อราชสิห์(สิงโต)

0. เนื้อมนุษย์รวมถึงเสิอดมนุษย์ด้วย

๒. เนื้อข้าง ๗. เนื้อเสิอโคร่ง

๓. เนื้อม้า ๘. เนื้อเสิอเหลือง
๙. เนื้อหมี
๔. เนื้อสุนัข

๕. .เนื้องุ 00. เนื้อเสิอดาว

ส่วนเนื้อฝ็ตว์นอกเหนีอจากนื้ถึาเป็นเนื้อที่ยังดิบ(ยังไม่สุกด้วยความร้อนจากไฟ)
ทรงห้ามฉัน ถึาสุกแล้วอนุญาดให้ฉันได้และเนื้อสิ'ตว์ที่ฆ่าเจาะจงทาถวายพระภิกษุสามเณร

ล้าพระภิกษุไม่ไดเห็นการฆ่านั้น ไม่ได้รนมาก่อนว่าฆ่าเจาะจง ไม่ได้สงสัยว่าเขาฆ่าเที่อ

เป็นของเฉพาะเจาะจงแก่ตนก็ชบฉันได้ไม่มีโทษ

ที่งของที่ประเคนพระภิกษุสงฆ์ใต้เวรๆก่อนเที่ยง

เครื่องไทยธรรม ประเภทอาหารคาวหวานทุกชนิด ได้แก่
0. อาหารสด เซ่น อาหารคาว หวาน รวมทั้งผลไม้ทุกชนิด

๒. อาหารแห้ง เซ่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม ข้าวสาร ฯลฯ

๓. อาหารเครื่องกระป๋องทุกประเภท เซ่น นม โอวัลดิน ปลากระป๋อง ล้าจะนำ
ไปทวายหลังเที่ยงวันไปแล้ว นิยมเพียงแต่แจ้งให้พระภิกษุรับทราบ แล้วมอบ
สิงของดังกล่าวให้ลูกดิษย์ชองท่านเก็บรักษาไว้ทวายท่านในวันต่อไป

www.kalyanamitra.org

วัฒนซรรมซาวพุท!! ๙รท

สิงที่ประเคนได้ดลอดเวสา

เครื่องดมทุกชนิด ประเภทเครื่องยาบำบัดป่วยไข้หรีอประเภทเภสัชที่พุระทุททองค์

ทรงบัญญ้ตไว้คีอ เนยใส เนยข้น นํ้ามัน นํ้าผื้ง นํ้าอ้อย

สิงของที่ทรงห้ามมิให้ภิกษจับด้อง

ทรงเรียกส์งชองด้งกล่าวว่า วัตเาอนามาส จึงไม่นิยมนำไปประเคนทวายพระภํกษุ

มึด้งต่อไปนื้

0. ผูหญํง รวมทั้งเครื่องแต่งกายหญิง รูปภาพหญิง รูปปันหญิงทุกชนิด

๒. รัตนะ 00ประการ คอเงินทอง แก้วมุกดา แก้วมณี แก้วประพาฬ ทับทิม บุบราด้ม
สังข์{ทีเสี่ยมทอง) สืลา เข่น หยก และโมรา เป็นด้น

tn. เครื่องด้ดราวุธทุกชนิดอันเป็นเครื่องทำลายซีวิด
๔. เครื่องด้กส์■ตวับก สัดว์นํ้าทุกชนิด

๕. เครื่องประโคมดนตรีทุกอย่าง
๖. ข้าวเปลอก และผลไม้ทีเกิดอยู่กับที

การกรวดน่า

มีมาก่อนพุทธกาล การกรวดนํ้าในงานบุญ เป็นการอุทิศแผ่ส่วนกุศลทีตนบำเพ็ญ
แสัวนั้นส่งไปให้แก่บุรพซนตลอดจนสรรพสัตว์ และตั้งจึดอธฐานเพึ๋อคุณงามความสิต่อ

ไป หรีออธิษฐานในส์งประสงค์ทีสิงามให้สำเร็จตามความปรารถนา

www.kalyanamitra.org


Click to View FlipBook Version
Previous Book
20161218-Eklipsis-AgGeorgios-Program
Next Book
เอกสารหน่วยที่ 4