The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การดูแลเสนาสนะให้คงทนถาวร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by drmcuschool, 2020-07-03 03:00:37

วัฒนธรรมชาวพุทธ

การดูแลเสนาสนะให้คงทนถาวร

Keywords: เสนาสนะ,ชาวพุทธ

๙๔ -^ฒนรรรมซาวพุทธ

เมี่อจะกรวดนํ้าเพื่ออุทิศส่วนบุญ

©.ควรเตรียมนํ้าสะอาดใส่ภาชนะที่ง่ายแก่การหลั่งรีน
๒. มีอขวาใช้จับ มีอช้ายประคองหลั่งนํ้า

๓. เมี่อพระสงฆ์เริ่มอนุโมทนาบท "ยะทา วารีวหา ปรา"ให้เริ่มกรวดนา^

๔.นํ้าที่กรวดควรให้ไหลติดต่อกันไม่ขาดสายไม่หลั่งนำลงบนฝ่ามีอหรีอโซ้นิ้ารองนํ้า
๕. ตั้งใจอุทิศส่วนบุญในใจไปจนจบหรีอกล่าวคำอุทิศส่วนบุญว่า

"อิทัง'เม ญาตินง ไหตุ" ขอบุญกุศลนี้ จงสำเร็จประโยชน์แก่ญาติทั้งหลาย

ชองช้าพเจัาด้วยเถิด

๖. เมื่อพระสวดถึงตอนที่ว่า "มะณิโชติระโส ยะถา"ควรหลั่งนํ้าที่มีอยู่ให้หมดแล้ว

ประนมมีอรับพรจากพระ

หากหลั่งบนพี้นดินควรเลือกที่สะอาดหมดจด ล้าอยู่ในอาคารสทานที่ควรมีภาชนฺะ

รองรับอันสมควร ไม่ใช้กระโถนหรีอภาชนะสกปรกรองรับ ควรหลั่งนี้ากรวดให้หมด เมื่อ
เสร็จพิธีแล้ว จึงนำนํ้าที่กรวดนั้นไปเทลงในตินที่สะอาด การกรวดนั้าเป็นหน์าที่ชอง

เจึาของงานโดยตรงเพราะถึอเป็นเจ้าของ่บุญกุศล เมื่อจะให้แก่ใคร เจ้าชองด้องให้เอง

บทสวดสำคัญที่ควรรู้และควรจดจำ เพราะเป็นบทที่ใช้สำหรีบอาราธนาก่อนพระ
ภิกษุเจริญพุทธมนต์ คอ บทอาราธนาพระปริดรและบทอาราธนาธรรม ขึ๋งใช้อาราธนา

ก่อนพระแสดงธรรมหรีอสวดอภิธรรม

คำ อาราธนาพระปริตร

วิปัตติปะฏิพาหายะ สํพพะลํโมปัตติลืทธียา

สํ'พพะ ทุกชะ วินาสายะ ปะรีดตัง พรูถะ มังคะลัง

วิปัตติปะฎิพาหายะ ลัพพะลัมปัตติสิทธิยา

ลัพพะ ภะยะ วินาสายะ ปะรีดตัง พรูถะ มังคะลัง

วิปัตติปะฎิพาหายะ ลัพพะลัมปัตติสิทธิยา
ลัพพะ โรคะ วินาสายะ ปะรีตตัง พรูถะ มังคะลัง

คำ อาราธนาธรรม

พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติ
กัดอัญชะลื อันธิวะรัง อะยวจะถะ
ลันตีธะ ลัดดาป ปะระซักชะชาติกา

เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะซัง

www.kalyanamitra.org

'ร'ฌนปีรานซาวพทร ๙๕

เตะหมบชา

การทำบุญบำ;พีญกุศลทอว่าเป็นงานมงคล อันมีองค์พระปฎํมากรหรํอพระพุทธ-

รูปองค์แทนซองพระ'พุทธเจ้'าเป็นประอาน พระพุทธรูปนั้นจิงควรดั้งประดํพฐานบ'นโต๊ะ
บูซา'ที่มีระดับสูงพอควร ให้อยู่เห'นอระดับอาสนะสงฆ์เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความ

เคารพสักการะ

โต๊ะหม่บชาที'นิยมใ'ซในพิธีกรรมทางศาลนาประกอบดวย โต๊ะหม่ ๕ หม่ ๗

และหม่ ๙

โต๊ะหมู่ ๕ |B|

0. พระพุทรรูป โต๊ะทม่ ๗
๒. รูป.เทยน
CI. ดอกไมของทอน

www.kalyanamitra.org

๙๖ วัฌนรรรมขาวพุทธ

snvm

0. ทากไม่มโต๊ะทยู่จะใซ้คั่งทรอโระส์นๆทีพอเทมาะ ๙■กษณะไม่สูงไม่ดานละไม่ใหcy

เกินไปทีสะอาด แทนก็ไฟ้

๖. อ้าชุบนํ้าฟ้'นยางทีใส่เทียนและทีปลายฐปสักเลกน้อยก่อนจุดไฟ จะช่วยใท้จุดง่ายชื้น
ท. การคั่งเครีองบูชานน ควรจัดไท้เรียบร้อยงามดา อย่าใท้มํสิงใดบังพระทุทBรูป

ไม่ควรเอาเครื่องบูชาคั่งเสมอพุระทุทซรูป
๔. การคั่งโต๊ะทผู่ ควรคั่งเบองขวาของพระสงข์เสมอ โดยเรียงเป็นแกวแนวเดียวสัน

อ้าทากพนทีม็จำกัด ก็ใท้พุระพุทธรูปผํนพุระพักดร้มาทางพระสงม โดยไม่ตรง

แถวเดียวสันกิไดี

เครึ๋องสักการะบูชาพระรัดนตรย

ในการประกอบฟ้ธกรรมทางศาสนา ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล มเครื่อง

สักการะ ๓ อย่างดีอ 0. ฐป to. เทียน ท. ดอกไม้

ธูปสัาหร้บบูชาพระพทธเจ้า

0. น้ยมจุด ท ดอกเป็นอย่างน้อย โดยทมายถํงพุระพุทธคุณ ท ประการสือ พระ
ปัญญาธิคุณ พระบรีสุทธิคุณ และพระมทากรุณาธิคุณ จึงใช้ธูป ท ดอก จุด

บูชาพระคุณทั้ง ท นี้
to.แต่บางท่านก็อธิบายว่า ธูปทดอกนั้นบูชาพระพุทธเจึา ท ประเภท ดีอ

พระพุทธเจ้าทั้งทลายในอดีต พระพุทธเจ้าทั้งทลายไนอนาคต พระพุทธเจ้า

ไนปัจจุบัน
ท.ธูปมิกลนทรม ทีแตกด่างจากกล็่นทอมไดๆ ไนทางโลก เมีอบุคคลสูดกลนแสัว

ท่าไท้กิเลสยุบตัวลงทำไท้จิตไจสงบไม่ฟ้งข่าน ธูปนั้นแม้ไฟไทม้ทมดแอ้ว กลน
ยังทอมอบอวลอยู่ไนบรีเวณนั้นเป็นเวลานาน คั่งพระคุณของพระพุทธเจ้าก็
เป็นทีขาบซึ้งกงจิตไจของบุคคลทั้งหลายสินกาลนาน

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมซาวทุทa ๙๗

เทียนสำทร้บบูชาพระธรรม

นิยมจุดยูซาครั้งละ ๒ เล่มเป็นอย่างนิอย โดยหมายถึง พระธรรมคำส์งสอน
ของพระสัมมาสัมพุทรเจ้าที่แยกออกเป็น ๒ ประเภท คือ

0. พระวินัย สำ หรับป็กหัดกาย วาจาให้เป็นระเบียบเรียบจ้อย

๒. พระธรรม สำ หรับอบรมจิตใจ ให้สงบระงับจากความซํ่วทุจริตทุกประการ

นำ แสงสว่างแห่งปัญญามาสํจิตใจเหมีอนแสงเทียนกำจัดความ

มีด นำ ความสว่างมาส่ที่นั้นๆ

ดอกไม้สำหรับบูชาพระสงฆ์

ดอกไมเมื่ออยู่ในที่เกิดของมัน ย่อมงดงามตามควรแก่สภาพของพัน^มันนๆ
ครั้นนำมากองรวมกันมีไห้จัดสรร กิหาความเป็นระเบียบมื่ไห้ ไม่น่าดู ไม่นำขม แต่หาก
ซ่างดอกไมัผู้ฉลาดมาจัดสรรใส่แจกันหรีอจัดใส่พานให้เป็นระเบียบ ย่อมเกิดความเรียบจ้อย

สวยงาม น่าดู น่าขม

สงฆ์สาวกของพระทุทธเจ้าทั้งหลายกิเซ่นกันเมื่อยังเป็นคฤหัสถ์ ย่อมมีกิริยา
มารยาททางกาย วาจา ใจ เรียบจ้อยตามสมควรแก่ภูมีขั้นแห่งตระกูลของตนๆ หยาบ
บ้าง ปานกลางบ้าง ละเอียดบ้าง ครั้นคฤหัสถ์เหล่านั้นมีศรัทธาเข้ามาบวขอยู่ร่วมกัน
พระทุทธเจ้าเปรียบดั่งซ่างทำดอกไมัยู้ขาญฉลาด ทรงวางพระธรรมวินัยไจ้เป็นแบบแผน
ประพฤติปฏิบัติ จัดให้สงฆ์สาวกเหล่านั้นอยู่ในระเบียบเดียวกัน จึงเกิดความเป็น

ระเบียบเรียบจ้อยน่าเคารพสักการยูขา

ดอกไมั นิยมให้เพรียบพจ้อมห้วยลักษณะ เท ประการ คือ สิสวย กลิ่นหอม กำ ลัง

สดขื่น จึงนิยมจัดเปลี่ยนให้สดอยู่เสมอ อันจะแสดงให้เห็นถึงความสดขื่นความเจริญรุ่ง
เรือง ไม่นิยมปล่อยให้เที่ยวแห้ง เพราะความเที่ยวแห้งเป็นนิมีตหมายของความหดยู่ใจ

ความเส์อมโทรม

www.kalyanamitra.org

๙๔ วัฒนfiรรมขาวพุทซ

ระเป็ยบปฏิบัด๊การมอบเทียนขนวนแท่ผู้ใหญ่

วธถอคัามเหยนชนวน {ดังรูป)

0. นิยมทีอด้วยมึอขวาหรีอสองผีอ โดยหงายมีอ นิ้วทั้ง ๔ ของมือทั้งสองรองรับ

ด้ามเหึยนชนวน หัวแม่มือจับอยู่เบื้องบนซองด้ามเทียน
ta. ไม่นิยมจับกี่งกลางด้ามเทียนชนวนจะทาใหัผู้ใหญ่รับไม่สะดวกหรํอทำใหัเสิยภูมื

เพราะจับภายโด้มือของฟ้รกร ฝัฝงนิยมจับค่อนลงมาโคนด้าม เพื่อผู้ใหญ่จะ

ได้จับตรงกลางด้ามพอดี

การ^บเทียนชนวนสัามสัน การพัเทียนชนวนด้านยาว

วํรมรบเทียนชนวน

0. สำ รวจตรวจสอบ เทียน ธูป ว่าพร้อมจดหรือยัง สือใส่เทียนหรือปลายธูป พัน
สำ ลี ชุบป้ามันยาง หรือป้ามันก๊าด เพื่อช่วยให้ไฟดีดได้เรืว

๒, เมีอถึงกำหนดการ หรือประธานมาถึงบริเวณพิธี พิธีกรพงจุดเทียนชนวนถึอ
เตรืยมไว้ เมื่อประธานมาถึงหน้าโต๊ะหมู่ พิธีกรยีนตรง โด้งคำนับ (หรือไหว้

ดามเพศภาวะของประธาน)

aI

โส่นํ้ามนทีปลายเทียนและธป พเทียนชนวน

www.kalyanamitra.org

ว้ฒนaรรมขาวพุทธ ๙๙

m. ประรานหยุดยืนทน้าโต๊ะหมู่ พิธีกรพึงนั่งขันเข่า ถ้าประอานนั่งคุกเข่า พิธีกร
พึงนั่งคุกเข่าทางฟ้านขัายมือฃองประธาน ยี่นมีอส่งเทียนซนวนให้ฟ้วยกิริยา

อาการสุภาพอ่อนน้อม
๔. เมื่อมอบแถ้วนิยมถอยหลังออกมาให้ห่างประธานพอสมควร เพี่อไม่ให้ขัดขวาง

การถ่ายรูปของช่างภาพ โดยถอยห่างออกมานั่งขันเข่า หรือคุกเข่าตามควร
แก่กรณีพริอมกับคอยลังเกดดู ถ้าเทียนฉนวนดับ พึงรืบเข้าไปจุดให้ทันที

ประธานรับเทียนชนวนจากมีอพิธีกร โ"

ลำ ดับการจดธปเทียน

ริรการรับฟ้ๆมเทียนชนวนคืน

0. เมื่อท่านจุดเสร็จแถ้ว พึงเข้าไปทางฟ้านข้ายมีอของห่านถ้าท่านยืนจุด พึงนั่ง
ขันเข่ารับ ถ้าห่านนั่งคุกเข่าจุด พึงคุกเข่ารับ

๒. นิยมรับฟ้วยมีอขวาหรือสองมอใฟ้มีอของท่าน แล้วนิยมถอยห่างออกไปเลกน้อย
แล้วดับเทียนขนวน เดินกลับไฟ้

พิธีกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

พิธีวิสาขบูชา
ตรงกับวันขึ้น 0๕ คา เดือน ๖ ตรงกับวันประสูติ ตรัสริ และปรินิพพานของ

พระลัมมาลัมพุทธเข้า ประซาขนจึงพากันทำบุญดักบาดร พิงพระธรรมเทศนาตอนเข้า

ครั้นตอนยาคา ต่างพากันนำดอกไม้ รูป เทียน เครี่องลักการะไปพริอมกันพี่วัด โดยยืน
เบื้องหน้าพระพุทธปฏิมา กล่าวคาบุซา และเดินเวียนเทียน ทำ วัตรสวดมนต์ และพิง

พระธรรมเทศนาต่อไปจึงเสร็จพิธี

www.kalyanamitra.org

ooo วัฒนธรรมขาวทุทร
พิธีเข้าพรรษา ออกพรรษา

ปฐมเหตุที่จะมีประเพณีเข้าพรรษาในพุทธศาสนานั้น ครั้งหนี่งพระพุทธองค์
ประทับ ณ กรุงราขคฤห์ในฤดูฝน ภิกษุพวกฉัพพัคคีย์{๖ รูป)เที่ยวส์โญจรไปมา ยํ่าเหยียบ

ข้าวกสัาในนาของซาวเมีองให้เสิยหาย เพราะไม่วัจักกาลเทศะ ประซาซนพากันติเตียน

พระพุทธองค์จีง่ทรงบัญณีติเป็นธรรมเนียมให้ภิกษุอยู่จำพรรษา ๓ เตีอน นับแต่แรม ฅ

คํ่า เดอน ๘ ถึงกลางเดือน 00 ห้ามมิให้ไปพักค์างตีน ณ ที่อี่น

วันเข้าพรรษา

ถึอกันว่าเป็นวันพิเศษในพุทธศาสนา พุทธศาสนิกซนขมักเขม้นในการบุญกุศล

ยึ๋งกว่าธรรมดา บางคนรักษาคีลอุโบสถถึง ๓ เดือน(ไตรมาส)บางคนไปวัดพิงเทศน์ทั้ง ๓

เดือนตั้งใจงดเวันบาปทั้งปวง

ส่วนพระภิกษุสงฟ้ เมื่อใกล้ถึงวันเข้าพรรษา กปัดกวาดเสนาสนะ ตั้งใจบำเพ็ญ
สมณธรรมยงๆฃึ้น ในวนเข้าพรรษา จะประชุมกันในพระอุโบสถ ไหรัพระ สวดมนค์ ทำ

พิธีเข้าพรรษา (อธิษฐานพรรษา)แล้วขอขมาต่อกันและกัน ครั้นในวันต่อไปก็เอาดอกไม้
ธูป เทียน ไปขอขมาพระเถรานุเถระต่างวัดซึ๋งเป็นที่เคารพนับทอ

วันออกพรรษา

พระสงฆ์จะทำปวารณาแทนการทำอุโบสถ คือ เปิดโอกาสให้ว่ากล่าวตักเดือนกัน
ไล้ และเมื่อออกพรรษาแล้วภิกษุจะไปล้างแรมที่ใดๆ ก็ไล้ตามพุทธานุญาต ส่าหรับ
พุทธคาสนิกซนเมื่อวันออกพรรษาต่างพากันไปทำบุญตักบาตร รักษาคีล เจริญภาวนา

พิงเทศน์ตามวัดวาอารามต่างๆ

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมชาวทุทซ 000

พิธีทอดกเน

คำ ว่ากฐน คือ กรอบไม้ฝาหรับขึงผ้าให้ตึง เพี่อสะดวกแก่การพ็บปีก ซึ๋งเรียกว่า

ผากฐน สะตึง

คือ ผ้าสำเร็จรูปโดยอาคํยไม้สะตึงขึงผ้าแล้วช่วยกันเย็บ เมื่อสำเร็จ

เป็นรูปแล้วก็ปลดออกจากสะดึง
การทmทฐน คือ ทอดผ้าซึ๋งเย็บจากไม้สะตึงนั่นเอง (แม้ปีจจุบันไม่ได้ไซ้สะตึงแล้ว

ก็ยังเรียกเหมีอนเดิม จึงเป็นความหมายสำหรับพิธีประจำปีไป)

เขตทอดกฐิน ตามวินัยบัญญ้ด คือ ตั้งแต่แรม 0 คำ เตึอน 00 ถึง

ขึ้น 0๕ คำ เตึอน 0๒ เป็นเวลา 0 เตึอน

พิรมาฆบูชา

ตรงกับวันขึ้น 0๕ คำ เดือน ๓ เป็นวันที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต แปลว่า
การประชุมที่ประกอบด้วยองค์ ๔ คือ

0. พระอรหันต์ 0,๒๕0 รูป มาประชุมกัน

๒.ท่านเหล่านั้นอุปสมบทจากพระสัมมาสัมทุทธเจึาทั้งสิน (เอห้ภิกชุอุปสัมปทา)
๓. ท่านเหล่านั้นมาประชุมโดยมื่ได้นัดหมาย

๔.วันนั้นเป็นวันเพ็ญเตึมดวงเสวยมาพฤกน และวันเพ็ญเดือนมาฆะนี้ เป็นวัน
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจึาทรงปลงอายุสังขาร(ตกลงพระหัยเพี่อจะปรีนิพพาน)

ในพรรษาสุดห้ายของพระพทธองค์

www.kalyanamitra.org

OOlD วัฒน!รรรมขาวทุทท

พร^ดมาฆประทํปรอบมหารรรมกายเจM

พุทธศารนิกซนนยมทำบุญตักบาตรไปวัดฟ้งพระธรรมเทศนา ส่วนทางวัดก็มการ
จัดประทีป ธูป เทียน เป็นเครี่องบูชา บางวัดก็เทศน์ตลอดรุ่ง บางวัดก็จุดมาฆประทีป

บูชาพระพุทธเจัาอย่างยํ่งใหเy และเมอทึงเวลาพระภิกษุและสามเณรตลอดทั้งพุทธคาส-

นิกซนต่างเตรียมดอกไม้ ธูป เทียนไปประชุมพร้อมกัน ในพระอุโบสถ พุทธศาสนิกซน

ยีนเบื้องหตังพระสงซ์สามเณรจุดธูปเทียนประนมมิอ กล่าวทำบูชา พระพุทธคุณ พระ-
ธรรมคุณ พระสังฆคุณ และกล่าวถึงกาลกำทนดวันมาฆบูชา ซีงพระพุทธองค์ทรงแสดง
โอวาทปาฎิโมกข์ในทีประชุมสงฆ์ฯลฯ ต่อจากนั้นก็เดินเรียนเทียนรอบพระสถูปหรีอพระ

เจดีย์ ต รอบ เดินด้วยอาการสงบเสงึ๋ยม จะระลกถึงพระพุทธคุณ ธรรมคุณ ตังฆคุณ

ด้วยการสวดบท รติปิโส ภควาฯ ก็ได้ จากนั้นพุทธศาสนิกชนก็จะมาประชุมพร้อมกัน
ในพระอุโบสถ หรีอศาลาฟ้งธรรม ทำ วัตรสวดมนต นั้งสมา! ฟ้งพระธรรมเทศนาต่อไป

การไปรดนํ้าศพ

0. แต่งกายไว้ทุกข์ตามความนิยมของตังคมท้องถึนนั้นๆ

๒, การรดนํ้าศพทอสิบกันมาว่า ไปขอขมาโทษ เพอจะได้ไม่ม้เวรกัยต่อกับ

๓. นิยมรดเฉพาะท่านผู้มีอายุสูงกว่า หรีอรุ่นราวคราวเดียวกันเท่านั้น
๔. ฟ้ม้อายุมากกว่าผู้ตาย ก็ไปร่วมงานให้กำตังใจเจ้าภาพ แต่ไม่นิยมรดนํ้าศพ

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมซาวพุทร 00๓

วธีปฏบัติการรดนํ้าศพคฤหัสถ์

0. ราอาวุโสมากกว่าตน ก่อนรดนาศพ นิยมนั่งคุกเข่าน้อมตัวลง ยกมือไหวั พร้อม

กับน็กขอขมาโทษต่อศพนั้นว่า "หากได้ล่วงเกนท่าน ทั้งทางกาย วาจา ใจ ก็ดี

ขอท่านโปรดอโหสิกรรมใฟ้แก่ข้าพเวัาด้วยเถิด"

๒. เมื่อยกมือไหร้ฃอขมาแด้ว ถือภาขนะล่าหรับรดนํ้าด้วยมือทั้งสอง เทนํ้าลง
ที่ฝ่ามือขวาของศพ พร้อมกับนึกในใจว่า "ร่างกายที่ดายแด้วนี้ ย่อมเป็น
อโหสิกรรมไม่มืโทษ เหมือนนั้าที่รดแล้วฉะนั้น"

๓. เมื่อรดนํ้าศพเสร็จแล้ว นิยมน้อมตัวลงไหว้พร้อมกับอธิษฐานว่า "ขอจงไปล่

สุดติเถิด"

วธี!เฏิบัติการรดนํ้าศพพระสงฆ์

0. นั่งคุกเข่าดามเพศกราบเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ศเง พร้อมกับนึกขอขมาโทษ

ว่า "หากได้ล่วงเกินท่าน ทั้งทางกาย วาจา ใจ กิดี ขอท่านโปรดอโหสิกรรม

ให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด"

๒. เมื่อขอขมาโทษเสร็จแล้ว ฟังถือภาชนะด้วยมือทั้งสองเทนั้ารดลงที่ฝ่ามือขวา
ของศพ พร้อมกับนึกในใจว่า "ร่างกายที่ดายแล้วนี้ ย่อมเป็นอโหสิกรรมไม่มี
โทษ เหมือนนั้าที่รดแล้วฉะนั้น"

๓. เมื่อรดเสร็จแล้ว กราบเบญจางคประดิษฐ์อีก ๓ ครั้ง พร้อมกับนึกอธิษฐานว่า
"ขอจงไปสู่สุคติเถิด"

การไปงานตั้งศพบำเพ็ญกุศล

0. นิยมแต่งกายไว้ทุกข์ดามความนึยมของล่งคมห้องถนนั้นๆ

๒. นิยมนำพวงหรีดหรือกระเข้าดอกไม้ แจกันดอกไม้ หรือพวงดอกไม้ อย่าง

ใดอย่างหนี้งดามควรแก่ฐานะตนไปแสดงความเคารพด้วย

การแสดงความเคารพศพชองคฤหัสถ์

0. ล้ามือาวุโสมากกว่าดน นิยมนำพวงหรีดไปด้วย เมื่อวางพวงหรีดแล้ว ล้า
แต่งเครี๋องแบบราชการ นิยมยืนดรงโค้งคำนับ ล้ามืได้แต่งเครื่องแบบ ยืน

ดรงน้อมตัวลงยกมือไหว้

www.kalyanamitra.org

00๔ วัฒน&รรซาวทุทร

๒. ทานำกระเช้าดอกไม้แจกันดอกไม้ หรีอพวงหรึดดอกไม้ไปเคารพศพ เมื่อวาง

กระเช้าดอกไม้แล้ว นิยมนั่งคุกเข่าราบ ทั้งเพศซายและหญง จุดธูป 0 ดอก
ประนมม้อยกธูปขึ้นจบ ใหปลายนิ้วซื้อยู่ระหว่างคิ้ว ดั้งจิตซอขมาโทษ

(เหรอนดังทีกล่าวไว้แล้ว)

P1. เมื่อขอขมาแล้ว พึงปีกธูป ณ ทีปัก นั่งพับเพียบหมอบกราบ กระทุ่มมือ (คอ

นั่งพับเพียบตะแคงตัวช้างขวาหันหน้าไปทางศพ วางมือชวาลงก่อน แล้ว

วางมือช้ายลงแนบกับมือขวา ประนมมือดั้งอยู่กับพื้น พว้อมกับหมอบให้
หน้าผากลงจรด ตันมือ) พรอมดั้งใจอรษฐานแล้วสุกขึ้น

หมายเหตุ:ทาเป็นผู้ทิ'ได้รับทระราชทานเครีธงประทอบเกียรติศพใhi ผู้ไปเดารพศพไม่

ดt้/อ_งจุด.ร.ปI.บ.ูชาศพ

การแสดงความเคารพศพพระลงม้

0- นิยมแฝงกายตามแบบเซ่นเดียวกับศพคสุหัสท

เอ. เมื่อวางเครี่องตักการะบูชาแล้วนิยมนั่งคุกเช่าตามเพศ จุดธูป0ดอก ประนม
มือยกธูปขึ้นดั้ง ให้ปลายนิ้วหัวแม่มืออยู่ระหว่างคิ้ว ปลายนิ้วซื้จรดหน้าผาก

พร้อมกับดั้งใจขอชมาโทษ

ต.เมื่อขอขมาโทษแล้ว พึงปักธูป ณ ทีปักธูป กราบแบบเบญจางคประดีษฐ์ ต
ครั้ง พร้อมกับนกอรษฐาน

ก่ๆรไ!]งานเผาศพ ๒:Ml

นิยมแต่งกายไว้ทุกข์ตามความนิยมของตังคมห้องทนบั้น'f

สำ ตับการขึ้นเมรุเผาศพ
0. ล้าเป็นงานพระราขทานเพลิงศพ นิยมขึ้นเมรุตามลาตับทางคุณรุฒ ดีอ ^มื
ยศถาบรรดาตักคิ้สูงกว่าขึ้นไปเผาก่อน ผู้มืคุณวุฒิน้อยกว่าขึ้นภายหลัง
๒. ล้าเป็นงานฌาปนกจศพ นิยมขึ้นเมรุเผาศพตามลำดับทางวัยวุฒิ คีอ อายุ
มากกว่าขึ้นไปเผาก่อน ผู้มือายุน้อยกว่าขึ้นภายหลัง

www.kalyanamitra.org

■ใ'ฒนธรรมขาวพุทธ eo£

วิธีปฎบัติในการเผาศพ

Q. เมีอขึ้นไปถึง๓รุแล้วนิยมยีนตรง ห่างจากศพประมาณ 0 ก้าว ล้าแต่งเครํ่อง-

แบบราชการนิยมยีนตรงโค้งคำนับ ล้าไม่ไค้แต่งเครึ๋องแบบ นิยมน้อมตัวลง

ยกมอไหว้พร้อมทั้งธูปเทียนดอกไม้จันทน์ในรอ (เฉพาะศพทรอายุมากกว่า
หรือรุ่นราวคราวเดียวกัน) แล้วทั้งจิตขอขมาโทษ
๒. เมอทั้งจิตขอขมาโทษแล้วน้อมตัวลง วางธูป เทียน ดอกไม้จันทน์ทึ๋เซงตะกอน

พร้อมกับพิจารณาถึงความดายว่า ■■ร่างกายของเราแม้นื้แล ย่อมถึงความ
ตายเรนธรรมดาอย่างนี้ รปกติเป็นอย่างนี้ ไม่ล่วงพ้นความตายอย่างนี้

ไปไค้" จากบั้นยีนตรงโค้งคำนับหรือยกรอไหว้อีกครั้ง แล้วนิกรรษฐานในโจ

ว่า-ขอจงไปล่สุคติเกด"

cn, การที่ท่านผู้ฝ็เกียรติทั้งหลายขึ้นไปทำพิธีเผาศพพร้อมกันบั้น เป็นพิธีการแลดง

ความเคารพต่อศพเท่าบั้น ยังไมไข่พิธีการเผาศพ แต่เมึ๋อเลรืจขั้นตอนแสดง

ความเคารพศพแล้ว นิยมให้วงศาคณาญาติ รดรสหาย ผู้ใกล้ชดกับผูตาย

ขึ้นไปท่าการเผาศพจริงอีกครั้ง จึงเสร็จพิธีเผาศพบริบูรกว์

0. การเดนขึ้นเมรุ เพีอวางดอกไม้จันทน์ ควรเตินเรืยงแกวขึ้นไป เพี่อความเป็น

ระเบยบเรียบร้อยและงดงาม หากเค้นขึ้น ๒ แถว จะสะดวกในการวาง

ดอกไม้จันทน์ และการลงจากเมรุทางบนไดทั้งสองขาง อีกทั้งยังจะเป็นแบบแผน

ที่ดีงามให้แก่อนุชนรุ่นหตังต่อไป
๒. การไปร่วมงานศพ นอกจากจะไปเพี่อขอขมาโทษแก่ผู้ตาย และไปให้กำตังใจ

แก่ญาติชองผู้ดายแล้ว ยังเป็นการไปเพี่อเจริญมรณานุสสติ ระลกถึงความตายว่า

ข่วิตนี้ตกอยู่ในกฎไตรตักษเน์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาไม่ควรประมาทใน
ข์วิต ตักวันหนี้งต้องเรียนมาถึงเราอย่างแน่นอน ควรเร่งตังสมบุญบารร โดย

การทำทาน รักษาสืล และเจริญภาวนา เพี่อให้ถึงพระธรรมกาย

www.kalyanamitra.org

www.kalyanamitra.org

วัฒนธรรมชาวพุทธที่ปรากฏหลักฐานในพระไตรป็ฎก

๐. วัฌนรรรมการใช้และการดูแรรักษาปัจจัย ๔

0.0 จัพพาสวส์โงวรสูตร เล่มที่ 0๒ หน้า 0๒-๒0 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่พระทุทซ-

องค์ตรัสสอนภิกษุให้ใช้ปัจจัย ๔ ต้องพิจารณาโดยแยบคายก่อนใช้

0.๒ พระวินัยป็ฎก เล่มที่ ๗ หน้า 0๔๔ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่พระพุทธองค์ตรัส
สอนภิกษุไม่ให้เหยียบเสนาสนะในขณะที่มีเท้าเรอน, เท้าเปียก หรือขณะใส่

รองเท้า

0.๓ พระวินัยป็ฎก จุลวรรค ทุติยภาค เล่มที่ ๗ หน้า ๓๕๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการ
ที่พระพุทธองค์ตรัสสอนภิกษุให้ทำความสะอาดเสนาสนะ.การปีด-เป็ดหน้าต่าง

ที่อย่อาค์ย, และการอยู่ร่วมกันกับภิกษุผ้แก่พรรษากว่า
V จน่

๒. วัผนธรรมการดูแลรักษาปัจจัย ๔

๒.0 พระวินัยป็ฎก เล่มที่ ๔ หน้า ๓๐๓-๓๒๕ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่พระพุทธ-

องค์ตรัสสอนภิกษุให้เก็บรักษาเสนาสนะหลังจากการใช้แล้ว

๒.๒ วัจจกุฎีวัตร (วัตรเกี่ยวกับสุขา) พระวินัยป็ฎก จุลวรรค ทุติยภาค เล่มที่ ๗
หน้า ๕๕๘ เป็นเรื่องเกี่ยวกบการที่พระพุทธองค์ตรัสสอนภิกษุให้ใช้และรักษา

ห้องสุขา

๓. วัผนธรรมการดูแลรักษาสุขภาพ

๓.๐ พระวินัยปีฎก มหาวิภังค์ ปฐมภาค ทุติยภาค และอรรถกถา เล่มที่ ค หน้า
๒๓๘ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ใช้เภลัซ เพราะหมอ

อนุญาต

๓.๒ พระวินัยปิฎก ปัญจกนิบาต อังคุดดรนิกาย เล่มที่ ๒๒ หน้า 0๖0 เป็นเรื่อง
เกี่ยวกับการที่พระพุทธองค์ตรัสสอนภิกษุ ให้ดูแลสุขภาพร่างกาย

๓.๓ พระวินัยปิฎก ปัญจกนิบาต อังคุตดรนิกาย เล่มท ๒ หน้า ๒๗๘ เป็นเรื่อง
เกี่ยวกับการที่พระพุทธองค์ตรัสสอนภิกษุในเรื่องการแปรงฟ้น

www.kalyanamitra.org

ฅ.๔ อังคุดดรนิกาย ปัญจกนิบาต เล่มที่ ฅ๖ หน้า ๒๖๖ เป็นเรี่องเกี่ยวกับการที่

พระพุทธองค์ตรัสสอนภิกชุถึงสาเหตุของการเกิดโรค และการระวังดูแลรักษา

สุขภาพของตนให้ยีนนาน

๘. มารยาทชาวพุทธ

๔.© พระวินัยปีฎก จุลวรรค ทุติยภาค เล่มที ๗ หน้า ฅ๔๕ เป็นเรี่องเกี่ยวกับการ
ที่พระพุทธองค์ตรัสสอนภิกษุถึงการแต่งกาย. การพูดจา. การเดิน และการ

รับประทานอาหาร เป็นต้น

๔.๒ พระวินัยป็ฎก จุลวรรค ส์งฆเภทขันธกะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่พระพุทธ-
องค์ตรัสสอนภิกษุถึงวิธีการปฏิบัติตน เมี่อต้องอยู่ร่วมกัน

www.kalyanamitra.org

หนังสีออ้างอิง

มหามกุฎราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์. พระไตรป็ฎกนละอรรถกถาแปล
กรมการศาสนา กระทรวงสืกษาธิการ.สาสนพิธี ส์าหรับครูสอนวิชาพระพุทซศาสนา

กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา. ๒๕๓๗.

พระธรรมวโรดม(บุญมา คุณลัมปันโน ป.ธ.๙).ระเปีย!ท]ฏิบ้ตของซาวพุทธ.กรุงเทพฯ
ธีรานันโท. มงคลพิธีไทย กรุงเทพฯ: สำ นักพิมพ์ดวงแก้ว

ยอดกมล. มารยาทงาม ความ!เกียวกับมารยาทไทย อันเป็นมรดกลํ้าด่าของไทย.

กรุงเทพฯ: สำ นักพิมพ์อำนวยสาลันการพิมพ์. ๒๕๓©.

สมทรง บุญญฤทธ. มารยาทซาวพุทธ. กรุงเทพฯ: ธรรมสภา. ๒๕๓๙.

สุทธิ ภิบาลแทน. มารยาทไทยและราซาศ้พท์. กรุงเทพฯ: บริษัทรวมสาสน์. ๒๕๓๖.

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. เอกสารคู่มีอและแผ่นพับการประหยัดนํ้าและ

ไฟฟ้า. กรุงเทพฯ: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. ๒๕๔©.
แพทย์หญิงเพิญนภา ทรัพย์เจริญ.การนวดไทยเพึ๋อสุขภาพ สำ หรับครูนวดไทย ตาม

โครงการสํงเสริมการนวดไทยเพื่อสุขภาพ. กรุงเทพฯ: บริษัท เลิฟ แอนด์ ลิพ

เพลส จำ กัด. ๒๕๔©.

www.kalyanamitra.org

www.kalyanamitra.org


Click to View FlipBook Version
Previous Book
20161218-Eklipsis-AgGeorgios-Program
Next Book
เอกสารหน่วยที่ 4