1
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 3 ระดบั ชั้น ม.1
จานวน 5 คาบ
วชิ า ประวตั ิศาสตร์ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เวลา 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 ชื่อหนว่ ย เวลาและการแบง่ ยุคสมยั ทางประวตั ิศาสตร์
เรื่อง ตัวอยา่ งการใชเ้ วลา ชว่ งเวลา ยุคสมัยและศักราชในหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
ส 4.1 ม. 1/1 วเิ คราะหค์ วามสาคัญของเวลาในการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์
ม. 1/2 เทียบศักราชตามระบบตา่ งๆ ทใี่ ชศ้ กึ ษาประวตั ิศาสตร์
2. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1) ตัวอยา่ งการใชเ้ วลา ช่วงเวลา และยุคสมัยทปี่ รากฏในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย
2) ตวั อย่างการใช้ศักราชต่างๆ ทีป่ รากฏในเอกสารประวัตศิ าสตรไ์ ทย
สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1) ยกตวั อยา่ งการใชเ้ วลา ชว่ งเวลา และยุคสมยั ทีป่ รากฏในเอกสารประวตั ิศาสตรไ์ ทยได้
2) ยกตัวอย่างการใช้ศักราชต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตรไ์ ทยได้
4. พฤตกิ รรมการเรียนรู้ Knowledge Practice Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
1) ตัวอยา่ งการใชเ้ วลา ช่วงเวลา และยุคสมยั ทป่ี รากฏในเอกสารประวัติศาสตรไ์ ทย
2) ตวั อยา่ งการใช้ศักราชต่างๆ ที่ปรากฏในเอกสารประวัตศิ าสตร์ไทย
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P)
1) การฟงั : ระบรุ ายละเอยี ด
2) การพูด : ขอและใหข้ ้อมลู
3) การอา่ น : ระบรุ ายละเอียด
4) การเขียน : บรรยายให้ข้อมูล
5) กระบวนการกลุ่ม
6) กระบวนการคิดตดั สนิ ใจ
7) การคดิ ทีใช้ในการสอ่ื สาร
ด้านเจตคติ/คุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ (Attitude: A)
1) มีวนิ ยั
2
2) ใฝเ่ รียนรู้
3) ม่งุ มน่ั ในการทางาน
4) รกั ความเป็นไทย
5) มีจติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นหลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
6. ทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทักษะการเขยี น (Writing)
3. ทกั ษะดา้ นการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา (Critical thinking and problem solving)
4. ทักษะดา้ นความร่วมมอื การทางานเป็นทีมและภาวะผ้นู า (Collaboration, teamwork and leadership)
5. ทักษะดา้ นการสื่อสารสารสนเทศและรู้เทา่ ทนั สื่อ(Communication information and media Literacy)
6.มคี ุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวนิ ยั (compassion)
7. การบรู ณาการ
1. บรู ณาการกบั วิชาภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน
8. สาระการเรียนรู้
การใชเ้ วลา ชว่ งเวลา ยุคสมยั และศักราชทป่ี รากฏในหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ไทย จะทาใหเ้ ขา้ ใจเหตกุ ารณ์
หรอื เรือ่ งราวทางประวตั ิศาสตรไ์ ด้ถูกต้อง
9.การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
คาบท่ี 1 เรื่อง ตวั อยา่ งการใชเ้ วลา ช่วงเวลา และยุคสมยั ทปี่ รากฏในเอกสารประวัติศาสตร์ไทย
ขนั้ นา
1.ครนู านักเรยี นเข้าสู่กิจกรรมการทาความเคารพปฏิสนั ถารครู และนาเข้าสบู่ ทเรียน
2.ครถู ามคาถามกระตนุ้ ความคิดนักเรียน
-นกั เรยี นคิดวา่ การแบง่ ยุคสมัยในหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ของแต่ละประเทศเหมือนกันหรือไม่
อธบิ ายเหตผุ ล (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยให้อยใู่ น ดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
ขัน้ สอน
ครใู ห้นักเรยี น รว่ มกนั ศกึ ษาความรูเ้ รื่อง ตัวอยา่ งศักราชในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และตวั อย่างการ
ใชเ้ วลา ช่วงเวลา และยคุ สมัยทีป่ รากฏในหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ทย จากหนงั สอื เรยี น
ขัน้ สรปุ
-นกั เรียนตอบคาถามกระตุ้นความคดิ
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรไ์ ทยแตล่ ะสมัย มีการระบศุ ักราชเหมอื นกันหรือไม่ จงอธบิ ายเหตุผล
(ไมเ่ หมือนกนั เพราะในแตล่ ะสมัยมีการใช้ศักราช ท่แี ตกตา่ งกัน เช่น ในสมยั สุโขทัย นยิ มใช้ศักราช
แบบมหาศักราชในสมยั รตั นโกสินทร์ตอนต้นนยิ มใชศ้ กั ราชแบบรัตนโกสินทรศ์ ก เป็นตน้ )
คาบท่ี 2 ตวั อยา่ งการใชศ้ ักราชตา่ งๆ ที่ปรากฏในเอกสารประวตั ิศาสตร์ไทย
3
ข้นั นา
1.ครใู หน้ กั เรยี นกล่าวทักทายปฏิสนั ถารครู
2. นักเรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด
- ศกั ราชท่ีเก่าแกท่ ่สี ดุ ที่ปรากฏในหลักฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ทย คอื ศกั ราชใด
(มหาศักราช)
ขน้ั สอน
นักเรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันวเิ คราะหต์ ัวอย่างศักราชในหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ และตวั อย่างการใช้เวลา
ชว่ งเวลาและยุคสมัยท่ีปรากฏในหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ไทย
ขน้ั สรปุ
ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความร้เู รื่องตัวอยา่ งศักราชในหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์และตวั อย่างการใช้
เวลา ช่วงเวลา และยคุ สมัยท่ีปรากฏในหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ไทย
10. ชิน้ งาน/ภาระงาน
1. แผนผงั ความคดิ การใช้ศักราชในหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ไทย
2. การฝึกปฏบิ ตั ิความดสี ากล 5
11. สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี น ประวตั ิศาสตร์ ม.1
2) ใบงานที่ 1.3 เรื่อง การใช้ศักราชในหลกั ฐานทางประวัติศาสตรไ์ ทย
3) สมุดภาพขัน้ ตอนการทาความเคารพปฏิสันถารครู
12. การประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธีการวดั และประเมินผล
1.1 ประเมินสมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ได้แก่
1.) ความสามารถในการสื่อสาร
2.) ความสามารถในการคดิ
- การสังเกต
- การเปรียบเทยี บ
- การรวบรวมขอ้ มูล
1.2 ประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ไดแ้ ก่
1) มวี ินัย
2) ใฝเ่ รยี นรู้
3) มงุ่ ม่ันในการทางาน
4) ตั้งคาถามและตอบคาถามจากกิจกรรมทาความเคารพปฏสิ นั ถารครู
2. เครอื่ งมอื
2.1 ใบงานที่ 1.3 เรื่อง การใช้ศักราชในหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ไทย
2.2 แบบประเมินกิจกรรมการทาความเคารพปฏิสันถารครู
3.การประเมินผลตัวชีว้ ดั
เกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
4
เกณฑ์การประเมิน ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
1.ใบงานที่ 1.3 เรือ่ ง การใชศ้ ักราชในหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ไทย ดเี ยีย่ ม ดี พอใช้ ปรับปรงุ
2.แบบประเมนิ กจิ กรรมการทาความเคารพปฏิสนั ถารครู (4) (3) (2) (1)
เกณฑ์การประเมนิ
1. เกณฑ์การให้คะแนนตดั สนิ ระดับคุณภาพช้นิ งาน/ภาระงาน
ระดับ 4 หมายถงึ ดเี ยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถึง ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถึง พอใช้ =
ระดับ 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ =
การประเมนิ สมรรถนะสาคัญ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคแ์ ละทักษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ ประเมนิ แหลง่ วิธวี ัด เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสาคญั ชิน้ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/
1. ความสามารถในการสือ่ สาร อธิบายหรือการ การสังเกต แบบสังเกต - ความถูกต้องของ
2. ความสามารถในการคิด นาเสนอ ชน้ิ งาน
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ชิ้นงาน/การ การประเมนิ แบบประเมิน -ตรงกับความเปน็
1. มวี ินัย อธบิ าย/การ จรงิ
2. ใฝ่เรยี นรู้ นาเสนอ
3.มุ่งมน่ั ในการทางาน
4.รกั ความเปน็ ไทย
5. มจี ติ สาธารณะมวี ินัย
6.รกั ความเป็นไทย
7.มจี ิตสาธารณะ
5
ทักษะศตวรรษที่ 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ต้อง
ประเมนิ ประเมิน - ความเข้าใจ
1. Reading อธิบายหรอื การ ช้ินงาน/ ชิ้นงาน/ การ -ความเหมาะสม
การสงั เกต สังเกตการ
2. Writing นาเสนอ การอธบิ าย อธิบายหรือ
หรอื การ การนาเสนอ
3. Critical thinking and problem นาเสนอ
solving
4. Collaboration, teamwork and
leadership
5. Cross-cultural understanding
6.Communication information and
media Literacy
7.Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรุปผลการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจานวน........................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้...............คน คิดเป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผา่ นจดุ ประสงค.์ ...........................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................
2. นักเรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. นักเรยี นมคี วามรู้เกิดทักษะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. นกั เรียนเจตคติ/คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค /แนวทางแกไ้ ข
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………….………………………………
( นางสาวพริ ิยา ขาวผ่องอาไพ )
ตาแหน่ง ครู
6
ความเห็นของหัวหน้างานวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
. ลงช่อื …………………………………………………………
( นางจรรยา ทองนอ้ ย )
หัวหน้าฝ่ายวชิ าการ
ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา/ผูท้ ไ่ี ด้รับมอบหมาย
ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู้ อง ...................................แล้วมีความคิดเหน็ ดังนี้
1. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่
ดมี าก
ดี
พอใช้
ควรปรับปรุง
2. การจดั กิจกรรมได้นาเอากระบวนการเรียนรู้
เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญมาใชใ้ นการสอนได้อย่างเหมาะสม
ยังไมเ่ น้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป
3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
นาไปใช้ไดจ้ รงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้
4. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
(นางสาวสุพชาต ชมุ่ ชื่น )
ผ้อู านวยการโรงเรียนวดั กลางคลองสาม
7
โรงเรยี นวัดกลางคลองสาม
ใบงาน วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 พัฒนาการของอาณาจกั รสุโขทัย
ใบงานท่ี 3 เร่ือง ตัวอยา่ งการใชเ้ วลา ช่วงเวลา ยุคสมยั และศักราชในหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์
คาชีแ้ จง ให้นกั เรยี นศึกษากรณตี ัวอย่าง แล้วตอบคาถาม
กรณีตวั อย่างท่ี 1
“ครนั้ ศักราช ๘๙๑ ปฉี ลูศก ญ วันอาทติ ย์ ขึ้น ๕ คา่ เดือน ๘ ขนุ วรวงศาธริ าชเจ้าแผน่ ดิน คดิ กันกับแม่อยู่หวั
ศรสี ดุ าจนั ทรใ์ หเ้ อาพระยอดฟ้าไปประหารชวี ติ เสยี ณ วัดโคกพระยา แต่พระศรศี ลิ ป์นอ้ งชาย พระชนมไ์ ด้เจด็ พรรษานนั้
เล้ียงไว้ สมเดจ็ พระยอดฟา้ อยู่ในราชสมบตั ปิ กี ับสองเดือน”
ทมี่ า : พงศาวดารฉบบั พระราชหตั ถเลขา
1. จากกรณีตัวอย่างเป็นเหตุการณ์ทเี่ กดิ ข้นึ ในสมัยใด สมัยกรงุ ศรีอยุธยา
2. เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นศักราชใด จลุ ศกั ราช
3. เหตุการณด์ งั กล่าวเกดิ ข้นึ เมื่อใด วันอาทติ ย์ขึน้ ๕ ค่า เดือน ๘ ปีฉลเู อกศก จุลศักราช ๘๙๑
กรณีตวั อย่างที่ 2
“...ภายหลังมานบั ถอยหลงั ข้ึนไปในรตั นโกสินทร์ศก ๘๕ มีจนี คนหนง่ึ ช่ือเจ๊กฮง จัดตัง้ โรงรับจานาขึ้นโรงหน่ึงท่ี
รมิ ประตผู ีน้เี อง...”
ทีม่ า : วารสารวชริ ญาณวเิ ศษ เลม่ ๖ รัตนโกสินทร์ ๑๐๕
1. จากกรณตี วั อยา่ งเปน็ เหตุการณ์ทีเ่ กิดขึน้ ในสมัยใด สมัยกรุงรัตนโกสนิ ทร์
2. เหตุการณด์ ังกลา่ วเปน็ ศักราชใด รตั นโกสนิ ทร์ศก
3. เหตุการณด์ ังกล่าวเกดิ ขึ้นเมื่อใด รตั นโกสนิ ทร์ศก ๘๕
กรณตี วั อย่างท่ี 3
“เมื่อกอ่ นลายสือไทนี้ บ่มี ๑๒๐๕ ศก ปมี ะแม พ่อขุนรามคาแหงหาใครใ่ จในใจ แลใส่ลายสือไทนี้ ลายสือไทน้ี
จึง่ มเี พ่ือพ่อขนุ ผนู้ ัน้ ใส่ไว้”
ทมี่ า : ศิลาจารกึ พ่อขุนรามคาแหงมหาราช ดา้ นที่ ๔
1. จากกรณตี วั อย่างเปน็ เหตุการณท์ ีเ่ กดิ ขน้ึ ในสมัยใด สมัยสุโขทยั
2. เหตกุ ารณ์ดงั กลา่ วเป็นศักราชใด มหาศกั ราช
3. เหตุการณด์ ังกล่าวเกิดขนึ้ เม่ือใด ๑๒๐๕ ศก ปมี ะแม
เฉลย โรงเรียนวดั กลางคลองสาม
ใบงาน วิชาประวัตศิ าสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 พัฒนาการของอาณาจกั รสุโขทัย
ใบงานที่ 2 เร่ือง การแบง่ ยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์
8
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนศึกษากรณีตวั อย่าง แล้วตอบคาถาม
กรณีตัวอย่างที่ 1
“ครัน้ ศักราช ๘๙๑ ปฉี ลศู ก ญ วนั อาทิตย์ ขึ้น ๕ คา่ เดือน ๘ ขนุ วรวงศาธริ าชเจ้าแผ่นดนิ คิดกันกับแม่อยหู่ ัว
ศรสี ดุ าจันทร์ใหเ้ อาพระยอดฟ้าไปประหารชีวิตเสีย ณ วัดโคกพระยา แต่พระศรีศิลป์นอ้ งชาย พระชนมไ์ ด้เจ็ดพรรษานน้ั
เลยี้ งไว้ สมเด็จพระยอดฟ้าอยู่ในราชสมบัติปีกับสองเดอื น”
ทม่ี า : พงศาวดารฉบบั พระราชหัตถเลขา
1. จากกรณีตัวอย่างเปน็ เหตุการณท์ ่เี กดิ ขน้ึ ในสมยั ใด สมัยกรุงศรีอยธุ ยา
2. เหตกุ ารณด์ งั กลา่ วเป็นศักราชใด จลุ ศกั ราช
3. เหตกุ ารณ์ดงั กล่าวเกดิ ข้นึ เม่ือใด วันอาทติ ย์ขน้ึ ๕ ค่า เดือน ๘ ปฉี ลเู อกศก จลุ ศักราช ๘๙๑
กรณตี วั อย่างท่ี 2
“...ภายหลังมานบั ถอยหลงั ขึ้นไปในรัตนโกสนิ ทร์ศก ๘๕ มีจีนคนหนงึ่ ช่ือเจก๊ ฮง จดั ต้ังโรงรบั จานาขึน้ โรงหน่ึงที่
ริมประตผู ีนเ้ี อง...”
ท่ีมา : วารสารวชริ ญาณวิเศษ เล่ม ๖ รัตนโกสินทร์ ๑๐๕
1. จากกรณตี ัวอยา่ งเปน็ เหตุการณ์ที่เกดิ ขน้ึ ในสมัยใด สมัยกรุงรตั นโกสินทร์
2. เหตกุ ารณ์ดงั กล่าวเปน็ ศักราชใด รตั นโกสินทรศ์ ก
3. เหตกุ ารณ์ดงั กล่าวเกดิ ขึ้นเม่ือใด รัตนโกสนิ ทรศ์ ก ๘๕
กรณตี ัวอย่างท่ี 3
“เม่ือก่อนลายสือไทน้ี บ่มี ๑๒๐๕ ศก ปมี ะแม พ่อขุนรามคาแหงหาใคร่ใจในใจ แลใสล่ ายสอื ไทน้ี ลายสอื ไทนี้
จ่งึ มเี พื่อพ่อขนุ ผนู้ ั้นใส่ไว้”
ท่มี า : ศลิ าจารกึ พอ่ ขุนรามคาแหงมหาราช ดา้ นที่ ๔
1. จากกรณีตวั อย่างเปน็ เหตุการณ์ท่เี กิดขน้ึ ในสมยั ใด สมยั สุโขทยั
2. เหตกุ ารณ์ดงั กล่าวเปน็ ศักราชใด มหาศกั ราช
3. เหตุการณด์ งั กล่าวเกดิ ขน้ึ เม่ือใด ๑๒๐๕ ศก ปีมะแม