The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เรื่อง ทักษะการใช้ชีวิตและสังคกมลชนก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by โสดดด, 2023-02-21 02:13:44

ทักษะการใช้ชีวิตและสังคม

เรื่อง ทักษะการใช้ชีวิตและสังคกมลชนก

เรื่อง ทักษะการใช้ชีวิตและสังคม จัดท าโดย นางสาว กมลชนก แก้วกนูนวล ปวช.2/3 เลขที่ 4 เสนอ อาจารย์ เก็จมณี ชุมแก่น รายงานนี้เป็ นส่วนหนึ่งของการเรียน วิชา ทักษะการใช้ชีวิตและสังคม ภาคเรียนที่ 1ปี การศึกษา 2566 วทิยาลยัเทคโนโลยพีทัลุงบริหารธุรกจิพทัลุง


ค าน า การเตรียมผเู้รียนใหพ้ร้อมในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยา่งพลวตัจะตอ้งส่งเสริมและพฒันาใหม้ีทกัษะใน ศตวรรษที่ 21 ทักษะการท างาน ทักษะการด ารงชีวิต และที่ส าคัญจะต้องเป็ นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และ มีสุขภาวะ รัฐบาลจึงได้ก าหนดนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ใหเ้ป็นแนวทางการปฏิรูปการศึกษาอยา่งเป็ นรูปธรรม เพื่อเตรียม ผู้เรียนใหม้ีคุณสมบตัิดงักล่าวโดยกาหนดเป้ าหมายการพัฒนา 4H ไดแ้ก่Head (พัฒนาสมอง) Heart (พัฒนาจิตใจ) Hand (พัฒนาทักษะการปฏิบัติ) และ Health (พัฒนาสุขภาพ) ใหเ้ชื่อมโยงกบัหลกัสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พทุธศกัราช 2551 นโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” มุ่งหวงัใหม้ีการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนท้งัในและนอก ห้องเรียน โดยครู ปรับบทบาทการสอนเพื่อเอ้ือใหผ้เู้รียนไดม้ีโอกาสมากข้ึนในการเรียนรู้ผา่นการปฏิบตัิเชื่อมโยงกบัสิ่งแวดลอ้มรอบตวัมี ปฏิสมัพนัธ์และรู้จกัการท างานเป็นทีม ไดฝ้ึกคิดวเิคราะห์วางแผน แกป้ ัญหาและสร้างสรรคส์ ิ่งใหม่ๆ รวมท้งัมีโอกาสได้ พัฒนาจิตใจให้เห็นคุณค่าของการเป็นคนดีทาความดี ท าประโยชน์เพื่อผอู้ื่น และสงัคมส่วนรวม สถานศึกษาจาเป็นตอ้ง ปรับโครงสร้างเวลาเรียนใหส้อดคลอ้งกบันโยบายจดัตารางเรียนใหเ้หมาะสมและเอ้ือกบัการส่งเสริมการเรียนรู้ของผเู้รียน สร้างความเข้าใจและเปิ ดโอกาสให้ผปู้กครอง ชุมชน องคก์รต่างๆ ไดม้ีส่วนร่วมในการจดัการศึกษา ซ่ึงหนงัสือคู่มือการ บริหารจัดการเวลาเรียน ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ฉบบัน้ีจะเป็นกรอบแนวทางให้สถานศึกษาและครูผู้สอน ได้นัาไปใช้ด าเนินงานใหบ้รรลคุวามมุ่งหมายของโครงการ ตลอดจนผู้ที่ท าหนา้ที่ส่งเสริมสนบัสนุน และผเู้กี่ยวขอ้งได้ เข้าใจแนวปฏิบัติของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน และดา เนินงานไปในทิศทางเดียวกนัขอขอบคุณ ผบู้ริหารสถานศึกษาครูผสู้อน ศึกษานิเทศก์นกัวชิาการและผเู้กี่ยวขอ้งทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือในการระดมความคิด และ จัดท าเอกสารฉบบัน้ี (กมลชนกแกว้หนูนวล)


สารบัญ หน้า ทกัษะชีวติสิ่งสา คญัสา หรับวยัรุ่นศตวรรษที่21 1 10 ทกัษะชีวติที่วยัรุ่นควรฝึกฝน 2-4 ทกัษะทางสังคมสา คญัอยา่งไร 5 ทักษะชีวิต 6 การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต 7-9 ทักษะการใช้ชีวิต 10-13 องค์ประกอบของทักษะชีวิต 14-18 แนวคิดเกี่ยวกบัทกัษะชีวิต 19-21 ก า ร พัฒนา ทัก ษะ ชี วิตเ พื่อ สุ ข ภาพแ ละ สัง คม 22-24 ประโยชน์ของทักษะชีวิต 25 การสร้างทักษะชีวิต 26-28 หลกัธรรมส่งเสริมทกัษะชีวติ 7 ประการ 29 กิจกรรมส่งเสริมทกัษะชีวติ 30


ทักษะช ี วติสิ่งส าคญัส าหรับวยัรุ่นศตวรรษท ี่21 ทกัษะชีวติช่วยให้วยัรุ่นอยู่ในสังคมได้อย่างมคีวามสุข ทักษะชีวิต เป็นทกัษะภายในที่จะช่วยใหว้ยัรุ่นสามารถเผชิญสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้ึนในชีวติประจา วนั ไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมสา หรับการปรับตวัในอนาคต ไม่วา่จะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพ ความปลอดภยัสิ่งแวดลอ้ม คุณธรรมจริยธรรม ฯลฯ เพื่อใหส้ามารถมีชีวติอยใู่นสังคมไดอ้ยา่งมีความสุข หรืออาจกล่าวไดว้า่ทกัษะชีวิต คือความสามารถในการแกป้ ัญหาที่ตอ้งเผชิญในชีวิตประจา วนัเพื่อให้ สามารถดูแลตนเองไดอ้ยา่งปลอดภยั ทักษะชีวติเผยแพร่โดยองคก์ารอนามยัโลก โดยมีวตัถุประสงคเ์พื่อใหบุ้คคลรู้จกัดูแลตนเองท้งัทางดา้น ร่างกายอารมณ์และจิตใจ ซ่ึงจะส่งผลใหส้ามารถดา รงตนอยใู่นสังคมโดยไม่เป็นภาระของสังคม เนน้ ความส าคัญของบุคคลให้รู้จักการปรับตัว พร้อมการเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ดงัน้นัองคก์ารอนามยั โลก จึงให้ความหมายทกัษะชีวติเป็นความสามารถอนั ประกอบด้วย ความรู้เจตคติ(ทศันคติ)และทกัษะ ซึ่งสามารถจัดการกบัปัญหารอบๆ ตัวให้บุคคลอยู่รอดในสภาพสังคมและวฒันธรรมยุคปัจจุบันได้อย่างมี ความสุขและเตรียมพร้อมส าหรับการปรับตัวในอนาคต ทกัษะชีวติไดน้า ไปใชเ้พื่อการพฒันาทรัพยากรมนุษยใ์นสังคมโลกเพื่อใหค้นเกิดการพฒันาตนเองโดยการ ใช้ความคิด การปรับตัว การตัดสินใจ การสื่อสารการจดัการกบัอารมณ์และความเครียดในการแกไ้ขปัญหา ใหก้บัตนเองอยา่งเหมาะสม ทกัษะชีวติจึงประกอบดว้ยทกัษะต่างๆ ที่ส่งผลใหค้นรู้จกัเลือกปฏิบตัิสิ่งที่ ถูกตอ้งรวมท้งัการรู้จกัยบัย้งัชงั่ใจวยัรุ่นที่มีทกัษะชีวติจะเป็นผทู้ี่มีเหตุผลและเลือกดา รงชีวติในทางที่ เหมาะสม ทกัษะชีวติส าคัญส าหรับวยัรุ่นอย่างไร วยัรุ่นเป็นช่วงวยัของการเจริญเติบโตและมีการพฒันาในหลายๆ ดา้น เป็นช่วงระยะเวลาในการเปลี่ยนจากวยั เด็กไปสู่วยัผใู้หญ่มีการเปลี่ยนแปลงทางดา้นร่างกายและการเติบโตทางดา้นจิตใจอยา่งรวดเร็วและเป็นที่ ได้รับอิทธิพลจากภายนอกมากกวา่พอ่แม่หรือครอบครัว มีความคิดเป็นอิสระ มีความคิดสร้างสรรค์เตม็ไป ดว้ยจินตนาการและกลา้ทา้ทายตนเองใหล้องทา สิ่งใหม่เป็นวยัของการลองผดิลองถูก วยัรุ่นจึงเป็นวยัจุด


เปลี่ยนของชีวติและเป็นช่วงเวลาในการพฒันาศกัยภาพดา้นดีของตนเอง เป็นช่วงวยัที่ใหค้วามสา คญักบั ภาพลกัษณ์การสร้างสัมพนัธภาพระหวา่งเพื่อน และการเสริมสร้างทกัษะทางดา้นสังคม 10 ทักษะช ี วติท ี่วยัรุ่นควรฝึ กฝน องคก ์ ารอนามยัโลกไดก ้ า หนดทกัษะชีวติไว ้10 ทกัษะไดแ ้ ก่ 1.ทักษะการตัดสินใจ เป็นความสามารถในการตดัสินใจเกี่ยวกบัเรื่องราวต่างๆ ในชีวติไดอ้ยา่งมีระบบ เช่น ถา้บุคคลสามารถตดัสินใจเกี่ยวกบัการกระทา ของตนเองที่เกี่ยวกบัพฤติกรรมดา้นสุขภาพหรือความปลอดภยั ในชีวติ โดยประเมินทางเลือกและผลที่ไดจ้ากการตดัสินใจเลือกไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม ก็จะมีผลต่อการมี สุขภาพที่ดีท้งัร่างกายและจิตใจ 2.ทกัษะการแกป้ ัญหา เป็ นความสามารถในการจดัการกบั ปัญหาที่เกิดข้ึนในชีวิตไดอ้ยา่งมีระบบ ไม่เกิด ความเครียดท้งัทางร่างกายและจิตใจจนอาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่โตเกินแกไ้ขได้ 3.ทักษะการคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในทางความคิด ซ่ึงจะเป็นส่วนช่วยในการตดัสินใจและแกไ้ข ปัญหา โดยใช้วิธีการคิดแบบสร้างสรรค์เพื่อคน้หาทางเลือกต่างๆรวมท้งัผลที่จะเกิดข้ึนในแต่ละทางเลือก และสามารถนา ประสบการณ์มาปรับใชใ้นชีวติประจา วนัไดอ้ยา่งเหมาะสม 4.ทกัษะการคิดอยา่งมีวจิารณญาณ เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ขอ้มูลต่างๆ และประเมินปัญหาหรือ สถานการณ์ที่อยรู่อบตวัที่มีผลต่อการดา เนินชีวติทกัษะการคิดอยา่งมีวจิารณญาณสามารถช่วยใหว้ยัรุ่น ตระหนกัและประเมินผลสิ่งที่จะมีผลกระทบต่อทศันคติและพฤติกรรมของตนเอง เช่น การรู้จกัคุณค่าใน ตนเองการจดัการกบัความกดดนัจากเพื่อนๆ หรือการรับขอ้มูลจากสื่อต่างๆ 5.ทกัษะการสื่อสารอยา่งมีประสิทธิภาพ เป็ นความสามารถในการใชค้า พดูและท่าทางเพื่อแสดงออกถึง ความรู้สึกนึกคิดของตนเองไดอ้ยา่งเหมาะสมกบัวฒันธรรมและสถานการณ์ต่างๆ ไม่วา่จะเป็นการแสดง ความคิดเห็น การแสดงความตอ้งการการแสดงความชื่นชม การขอร้องการเจรจาต่อรองการตกัเตือน การ ช่วยเหลือการปฏิเสธ 6.ทักษะการสร้างสัมพันธภาพระหวา่งบุคคล เป็นความสามารถในการสร้างความสัมพนัธ์ที่ดีระหวา่งกนั และกนัสามารถรักษาสัมพนัธภาพไวไ้ดย้นืยาว 7.ทักษะการตระหนักรู้ในตน เป็นความสามารถในการคน้หารู้จกัและเขา้ใจตนเอง เช่น รู้ขอ้ดีขอ้ดอ้ยของ ตนเองรู้ความตอ้งการและสิ่งที่ไม่ตอ้งการของตนเอง ซ่ึงจะช่วยใหว้ยัรุ่นเขา้ใจตวัเองเวลาเผชิญกบั ความเครียดหรือสถานการณ์ต่างๆ และทกัษะน้ียงัเป็นพ้ืนฐานของการพฒันาทกัษะอื่นๆ เช่นการสื่อสารการ สร้างสัมพันธภาพ การตัดสินใจ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น


8.ทักษะการเข้าใจผู้อื่น เป็นความสามารถในการเขา้ใจความเหมือนหรือความแตกต่างระหวา่งบุคคลในดา้น ความสามารถเพศวยัระดบัการศึกษาศาสนาความเชื่อ สีผวิอาชีพฯลฯ ซ่ึงจะช่วยให้สามารถยอมรับบุคคล ที่ต่างจากเรา เกิดการช่วยเหลือบุคคลที่ดอ้ยกวา่หรือไดร้ับความเดือดร้อน 9.ทกัษะการจดัการกบัอารมณ์เป็นความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของตนเองและผอู้ื่น รู้วา่อารมณ์มีผลต่อ การแสดงพฤติกรรมอยา่งไรรู้วธิีการจดัการกบัอารมณ์โกรธและความโศกเศร้า ที่ส่งผลทางลบต่อร่างกาย และจิตใจไดอ้ยา่งเหมาะสม 10.ทกัษะการจดัการกบัความเครียด เป็ นความสามารถในการรับรู้ถึงสาเหตุของความเครียด รู้วธิีผอ่นคลาย ความเครียด และแนวทางในการควบคุมระดบัความเครียดเพื่อให้เกิดพฤติกรรมในทางที่ถูกตอ้งเหมาะสม และไม่เกิดปัญหาดา้นสุขภาพ วยัรุ่นจะฝึ กทักษะช ี วติได ้ อย่างไร ฝึ กทักษะการตัดสินใจ สรุปประเด็นปัญหา > จดัการกบัความรู้สึกของตนเอง (ใชเ้หตุผลไม่ใชอ้ารมณ์) > ไม่ควรรับขอ้มูลมาก เกินไป (พิจารณารับขอ้มูลที่สา คญั ) > พิจารณาทางเลือกหลายๆ ทาง > ค านึงถึงผลดี ผลเสีย > ตดัสินใจเลือกวา่จะเลือกแบบใด ฝึ กทักษะการแก้ปัญหา กา หนดปัญหาที่ชดัเจน (ปัญหาที่แทจ้ริงคืออะไร) > กาหนดเป้ าหมาย (ต้องการท าอะไรให้ส าเร็จ ต้องการ ค้นพบอะไร) > รวบรวมขอ้มูลขอ้เทจ็จริงเกี่ยวกบั ปัญหาใหไ้ดม้ากที่สุด > วิเคราะห์ข้อมูล > หา วธิีแกไ้ขที่เป็นไปได้> ประเมินวธิีแกป้ ัญหาและเลือกวา่จะใชว้ธิีใด > ท าตามแผนที่วางไว้> ประเมิน ผลลัพธ์> ปรับวธิีการแกป้ ัญหา (ถา้ปัญหายงัไม่คลี่คลาย) ฝึ กทักษะการคิดสร้างสรรค์ อ่านใหเ้ยอะ > ร่วมมือกบัผอู้ื่นที่เขา้ใจปัญหาหรือสิ่งที่เราอยากทา > คุยกบัผคู้นที่แตกต่างจากเรา > ยอมรับและเรียนรู้จากความล้มเหลว > รู้จักท าแผนที่ความคิด (Mind map) > พาตัวเองออกไป “นอกกรอบความคิดเดิมๆ” เริ่ม ลงมือทาสิ่งใหม่ๆ ฝึ กทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ


รู้จกัต้งัคา ถาม > ไม่ควรเชื่อขอ้มูลจนกวา่จะไดว้ิเคราะห์ดว้ยตนเอง > รู้จกัคิดคาดการณ์ล่วงหนา้ > เอา ตวัเองเขา้ไปอยใู่นบทบาทของผอู้ื่น (เอาใจเขามาใส่ใจเรา) > แบ่งเวลาอยา่งนอ้ยวนัละ 30 นาที เพื่อทา กิจกรรมที่ช่วยพฒันาสมอง ฝึ กทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เขา้ใจวา่การสื่อสารคืออะไร(คือกระบวนการถ่ายทอดสัญญาณ/ขอ้ความ ระหวา่งผสู้่งสารกบัผรู้ับสารผา่น วธิีการต่างๆ) > กลา้พดูในสิ่งที่ตวัเองคิด > สบตาผู้รับสาร > แสดงทัศนคติหรือมุมมองที่เป็ นประโยชน์ > รู้จกัที่จะต้งัใจฟัง > พูดชัดถ้อยชัดค าและใช้ภาษาถูกต้อง ฝึกทกัษะการสร้างสัมพนัธภาพระหว่างบุคคล ใส่ใจเอาใจใส่ผอู้ื่น > นับถือผู้อื่น นับถือตนเอง > มีความไวว้างใจซ่ึงกนัและกนั > มีความยดืหยนุ่ > ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ความคิด ความรู้สึก ฝึกทกัษะการตระหนักรู้ในตน รู้เท่าทนัอารมณ์ของตนเอง > ไม่บิดเบือนความรู้สึกของตนเอง (โกรธไม่ชอบ อิจฉา) > ให้เวลากบั ตัวเองในการพัฒนาอารมณ์> รู้ข้อดี ข้อด้อยของตนเอง ยอมรับข้อด้อยและพร้อมจะพัฒนา > เรียนรู้ที่จะ รู้จักตนเองตามความเป็ นจริงที่เป็ น ฝึกทกัษะการเข้าใจผู้อน ื่ หยดุคิดวา่เราเขา้ใจทุกคนเป็นอยา่งดี> นิ่งเพื่อรู้จกัที่จะฟังผอู้ื่นอยา่งต้งัใจ > ถามเพื่อต้องการที่จะท าความ เขา้ใจเพิ่มเติม > จบัใจความเพื่อใหเ้ขา้ใจตรงกนั > แบ่งเวลา พดูคุยเปิดประสบการณ์กบัคนวยัต่างๆ หรือ คนที่แตกต่างจากเรา ฝึ กทักษะการจัดการกับอารมณ์ เมื่อกา ลงัมีความรู้สึกในทางลบใหห้ยดุสิ่งที่กา ลงัทา อยแู่ละอยกู่บั ปัจจุบนั > หายใจลึกๆ > ยมิ้ > หยุดคิด วา่ “ไม่มีอะไรจะแยไ่ ปกวา่น้ีอีกแลว้” เพราะจะยงิ่ทา ใหค้วามคิดในทางลบยากเกินกวา่จะควบคุม > หยุด คิดแบบเหมารวมวา่ “มนัจะตอ้งเป็นแบบน้นัแน่นอน” > ฝึกที่จะรักตวัเองใหม้ากๆ หยุดคิดวา่ความสาเร็จ คือคา วา่ชนะ > มีเมตตาต่อตวัเอง เขา้ใจวา่ความเจบ็ ปวดและความทรมานเป็นสิ่งที่ทุกคนตอ้งเผชิญ > ฝึ ก


มีสติอยกู่บั ปัจจุบนั > จินตนาการถึงอนาคตที่เราจะสามารถทา มนั ใหด้ีที่สุด เพื่อเพิ่มความรู้สึกทางบวก ใหก้บัตวัเอง ทักษะทางสังคมส าคัญอย่างไร ทกัษะทางสังคมเป็นทกัษะสา คญั ในการอยรู่ ่วมกนั ในสังคม เป็นกฎกติกาแผนที่หรือทิศทางในการมี ปฏิสัมพนัธ์ทางสังคมกบัผอู้ื่น ทกัษะทางสังคมเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกผา่นคา พดูสีหนา้ท่าทาง ซ่ึง สามารถทา นายผลทางสังคมได้เช่น เรายมิ้เพื่อนก็จะยมตอบ ทักษะทางสังคมเป็ นทักษะที่จ าเป็ นในการ ิ้ สร้างและรักษาสัมพนัธภาพกบัเพื่อน เด็กส่วนมากมกัจะเรียนรู้ทกัษะทางสังคมผา่นการสังเกตและการมีปฏิสัมพนัธ์กบัผอู้ื่น โดยเฉพาะการ เล่นกบัเพื่อน แต่ในสังคมปัจจุบนัเด็กอยกู่บัการเรียนมากข้ึน ไม่วา่จะเป็นในโรงเรียน หรือสถาบันเรียน พิเศษต่างๆ จึงมีโอกาสเล่นกบัเพื่อนนอ้ยลง ประกอบกบัโลกดิจิทลัที่เอ้ือให้เด็กสามารถหาความบนัเทิงผา่น การเล่นเกมออนไลน์หรือเกมคอมพิวเตอร์ดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์ใน YouTube ดงัน้นัเด็กจึงมีโอกาสใน การเรียนรู้ทักษะทางสังคมตามธรรมชาติได้น้อยลง สา หรับเด็กที่มีความตอ้งการเป็นพิเศษ ทกัษะทางสังคมอาจเป็นเรื่องที่ทา้ทายอยา่งมากเด็กในกลุ่มน้ี มกัถูกกล่าวถึงวา่ “ไม่รู้กาลเทศะ” “ยึดตัวเองเป็ นศูนย์กลาง” “อยใู่นโลกของตวัเอง” “ไม่สนใจผอู้ื่น” “ไม่มี เพื่อน” “แพไ้ม่ได” ้ หรือ “แปลก” ความบกพร่องทางทักษะทางสังคมในเด็กพิเศษ อาจแบ่งเป็ น 5 1) ทกัษะการสื่อสารเบ้ืองตน้รวมถึงทกัษะการฟังและการใส่ใจการสนทนาการทา ตามคา สั่งการ แสดงออกทางสีหนา้ท่าทางและน้า เสียง (nonverbal) และการทา ความเขา้ใจสีหนา้ท่าทางและน้า เสียงของ ผู้อื่น 2) ทักษะการสร้างสัมพันธภาพและการเข้าใจผู้อื่น (Empathy)รวมถึงการเข้าหาพื่อน การเชื่อมโยง กบัเพื่อน และการไม่จดจ่อกบัตนเองหรือผอู้ื่นที่มากหรือนอ้ยเกินไป 3) ทกัษะเกี่ยวกบัความสัมพนัธ์ระหวา่งบุคคลรวมถึงการแบ่งปัน การเขา้ร่วมกิจกรรม การขอ อนุญาต การรอคิวหรือการสลบักนัเล่น การควบคุมตนเองการจดัการกบัอารมณ์และมารยาททางสังคม


4) ทกัษะการแกไ้ขปัญหา รวมถึงการขอความช่วยเหลือการขอโทษ การตดัสินใจและการยอมรับผล ของการตดัสินใจของตนเองการรับมือกบัการลอ้เลียนของเพื่อน การยอมรับความพา่ยแพ้และการแกไ้ขขอ้ ขัดแย้ง 5) ทกัษะเกี่ยวกบัการยอมรับภาระและความรับผิดชอบ (Accountability รวมถึงการยอมรับความ ผดิพลาดของตนเองไม่โทษผอู้ื่น และการยอมรับขอ้คิดเห็น คา แนะนา หรือคา วพิากษว์จิารณ์ของผอู้ื่น ทักษะชีวิต ทักษะชีวิต คือ การจดักระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถของบุคคลเพื่อใหส้ามารถจดัการกบั ตนเองและสิ่งแวดลอ้มเพื่อใหม้ีความสุขตามสภาพ และความสุขความปลอดภยัในสังคม ซ่ึงเป็นการพฒันา ทกัษะพ้ืนฐานของบุคคลโดยบูรณาการองคค์วามรู้และกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ ในชีวิตประจา วนัเขา้ ด้วยกนั ความหมายของทักษะชีวิต คา วา่ ทักษะ (Skill) หมายถึง ความชัดเจน และความช านิช านาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งบุคคล สามารถสร้างข้ึนได้จากการเรียนรู้ไดแ้ก่ทกัษะการอาชีพ การกีฬาการทา งานร่วมกบัผอู้ื่น การอ่าน การ สอน การจัดการ ทักษะทางคณิตศาสตร์ ทักษะทางภาษา ทักษะทางการใช้เทคโนโลยี ฯลฯ ซึ่งเป็ นทักษะ ภายนอกที่สามารถมองเห็นไดช้ดัเจน จากการกระทา หรือจากการปฏิบตัิซ่ึงทกัษะดงักล่าวน้นัเป็นทกัษะที่ จา เป็นต่อการดา รงชีวติที่จะทา ใหผ้มู้ีทกัษะเหล่าน้นัมีชีวติที่ดีสามารถดา รงชีวิตอยใู่นสังคมได้โดยมีโอกาส ที่ดีกวา่ผไู้ม่มีทกัษะดงักล่าว ซ่ึงทกัษะประเภทน้ีเรียกวา่ Livelihood skill หรือ Skill for living ซึ่งเป็ นคนละ อยา่งกบัทกัษะชีวติที่เรียกวา่ Life skill (ประเสริฐ ตันสกุล) ดงัน้นัทกัษะชีวติหรือ Life skill จึงหมายถึง คุณลักษณะ หรือความสามารถเชิงสังคม ที่เป็ นทักษะ ภายในที่จะช่วยใหบุ้คคลสามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจา วนั ไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมสา หรับการปรับตวัในอนาคต ไม่วา่จะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพ เอดส์ยาเสพติด ความปลอดภยัสิ่งแวดลอ้ม คุณธรรมจริยธรรม ฯลฯ เพื่อใหส้ามารถมีชีวติอยใู่นสังคมไดอ้ยา่งมีความสุข หรือจะกล่าวง่าย ๆ ทกัษะชีวติก็คือความสามารถในการแกป้ ัญหาที่ตอ้งเผชิญในชีวิตประจา วนัเพื่อให้อยู่ รอดปลอดภยัและสามารถอยรู่ ่วมกบัผอู้ื่นไดอ้ยา่งมีความสุข


การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต สา นกับริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนไดก้า หนดนโยบายในเรื่องการจดัการศึกษา เพื่อพฒันาทกัษะ ชีวติ โดยเนน้ ส่งเสริมสนบัสนุนใหจ้ดักิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใหป้ระชาชนมีทกัษะชีวติที่ จา เป็น และสามารถดา รงชีวิตในสังคมไดอ้ยา่งมีความสุข ดงัน้นัเพื่อใหม้ีแนวทางการจดักิจกรรม เพื่อพฒันา ทักษะชีวิตที่ชัดเจน ส านักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนจึงขอสรุปแนวคิด เรื่องทักษะชีวิตและแนว ทางการจดักิจกรรมในรายละเอียดดงัน้ี 1. ความหมายของทักษะชีวิต คา วา่ ทักษะ หมายถึง ความชัดเจน และความช านิช านาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งบุคคลสามารถ สร้างข้ึนไดจ้ากการเรียนรู้ไดแ้ก่ทกัษะการอาชีพ การกีฬาการทา งานร่วมกบัผอู้ื่น การอ่าน การสอน การ จัดการ ทักษะทางคณิตศาสตร์ ทักษะทางภาษา ทักษะทางการใช้เทคโนโลยี ฯลฯ ซึ่งเป็ นทักษะภายนอกที่ สามารถมองเห็นได้ชัดเจน จากการกระท า หรือจากการปฏิบัติ ซึ่งทกัษะดงักล่าว น้นัเป็นทกัษะที่จา เป็นต่อ การดา รงชีวติที่จะทา ใหผ้มู้ีทกัษะเหล่าน้นัมีชีวติที่ดีสามารถดา รงชีพอยใู่นสังคมได้โดยมีโอกาสที่ดีกวา่ผู้ ไม่มีทกัษะดงักล่าว ซ่ึงทกัษะประเภทน้ีเรียกวา่ หรือ ซ่ึงเป็น คนละอยา่งกบัทกัษะชีวติที่เรียน วา่ (ประเสริฐ ตันสกุล) ดงัน้นั ทักษะชีวิต หรือ จึงหมายถึง คุณลักษณะ หรือความสามารถเชิงสังคม จิตวิทยา ที่เป็ นทักษะ ภายในที่จะช่วยใหบุ้คคลสามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนในชีวิตประจา วนัไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมสา หรับการปรับตวัในอนาคต ไม่วา่จะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพ เอดส์ ยาเสพติด ความ ปลอดภยัสิ่งแวดลอ้ม คุณธรรมจริยธรรม ฯลฯ เพื่อใหส้ามารถมีชีวติอยใู่นสังคมไดอ้ยา่งมีความสุข หรือจะ กล่าวง่าย ๆ ทกัษะชีวติก็คือความสามารถในการแกป้ ัญหาที่ตอ้งเผชิญในชีวิตประจา วนัเพื่อให้อยรู่อด ปลอดภยัและสามารถอยรู่ ่วมกบัผอู้ื่นไดอ้ยา่งมีความสุข 2.องค์ประกอบของทักษะชีวิต องคป์ระกอบของทกัษะชีวติจะมีความแตกต่างกนัตามวฒันธรรมและสถานที่แต่ทกัษะชีวติที่จา เป็น ที่สุดที่ทุกคนควรมี ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้สรุปไว้ และถือเป็ นหัวใจส าคัญในการด ารงชีวิต คือ


1.ทักษะการตัดสินใจ เป็นความสามารถในการตดัสินใจเกี่ยวกบัเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวติไดอ้ยา่งมีระบบ เช่น ถา้บุคคลสามารถตดัสินใจเกี่ยวกบัการกระทา ของ ตนเองที่เกี่ยวกบัพฤติกรรมดา้นสุขภาพ หรือความปลอดภยัในชีวติ โดยประเมินทางเลือกและผลที่ไดจ้าก การตัดสินใจเลือกทางที่ถูกต้องเหมาะสม ก็จะมีผลต่อการมีสุขภาพที่ดีท้งัร่างกายและจิตใจ 2.ทักษะการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการจดัการกบั ปัญหาที่เกิดข้ึนในชีวติไดอ้ยา่งมีระบบ ไม่เกิด ความเครียดทางกายและจิตใจจนอาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่โตเกินแกไ้ข 3. ทักษะการคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการคิดที่จะเป็นส่วนช่วยในการตดัสินใจและแกไ้ข ปัญหาโดยการคิดสร้างสรรค์เพื่อคน้หาทางเลือกต่าง ๆ รวมท้งัผลที่จะเกิดข้ึนในแต่ละทางเลือกและ สามารถนา ประสบการณ์มาปรับใชใ้นชีวติประจา วนัไดอ้ยา่ง เหมาะสม 4. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เป็นความสามารถในการคิดวเิคราะห์ขอ้มูลต่าง ๆ และประเมิน ปัญหา หรือสถานการณ์ที่อยรู่อบตวัเราที่มีผลต่อการดา เนินชีวติ 5. ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นความสามารถในการใชค้า พดูและท่าทางเพื่อแสดงออกถึง ความรู้สึกนึกคิดของตนเองไดอ้ยา่งเหมาะสมกบัวฒันธรรม และสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่วา่จะเป็นการแสดง ความคิดเห็น การแสดงความตอ้งการการแสดงความชื่นชม การขอร้องการเจรจาต่อรองการตกัเตือน การ ช่วยเหลือการปฏิเสธ ฯลฯ 6. ทกัษะการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลเป็ นความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหวา่ง กนัและกนัและสามารถรักษาสัมพนัธภาพไวไ้ดย้นืยาว 7. ทกัษะการตระหนักรู้ในตน เป็นความสามารถในการคน้หารู้จกัและเขา้ใจตนเอง เช่น รู้ขอ้ดีขอ้เสีย ของตนเอง รู้ความตอ้งการและสิ่งที่ไม่ตอ้งการของตนเอง ซ่ึงจะช่วยใหเ้รารู้ตวัเองเวลาเผชิญกบัความเครียด หรือสถานการณ์ต่าง ๆ และทกัษะน้ียงัเป็นพ้ืนฐานของการพฒันาทกัษะอื่น ๆ เช่น การสื่อสารการสร้าง สัมพันธภาพ การตัดสินใจ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 8. ทกัษะการเข้าใจผู้อนื่เป็นความสามารถในการเขา้ใจความเหมือนหรือความแตกต่างระหวา่งบุคคล ในด้านความสามารถ เพศ วัย ระดบัการศึกษาศาสนาความเชื่อ สีผวิอาชีพ ฯลฯ ช่วยใหส้ามารถยอมรับ บุคคลอื่นที่ต่างจากเรา เกิดการช่วยเหลือบุคคลอื่นที่ดอ้ยกวา่หรือไดร้ับความเดือดร้อน เช่น ผตู้ิดยาเสพติด ผู้ ติดเช้ือเอดส์ 9. ทักษะการจัดการกับอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของตนเองและผอู้ื่น รู้วา่อารมณ์มี ผลต่อการแสดงพฤติกรรมอยา่งไรรู้วธิีการจดัการกบัอารมณ์โกรธและความเศร้าโศก ที่ส่งผลทางลบต่อ


ร่างกายและจิตใจไดอ้ยา่งเหมาะสม 10. ทักษะการจัดการกับความเครียด เป็ นความสามารถในการรับรู้ถึงสาเหตุของความเครียด รู้วธิีผอ่น คลายความเครียด และแนวทางในการควบคุมระดบัความเครียด เพื่อใหเ้กิดการเบี่ยงเบนพฤติกรรมไปในทาง ที่ถูกตอ้งเหมาะสมและไม่เกิดปัญหาดา้น สุขภาพ 3.กลวิธีในการสร้างทักษะชีวิต จากองค์ประกอบของทักษะชีวิต 10 ประการ เมื่อจะนา ไปจดักิจกรรมพฒันาทกัษะชีวติใหก้บั กลุ่มเป้าหมาย สามารถแบ่งไดเ้ป็น 2 ส่วน ดงัน้ี 1. ทักษะชีวิตทั่วไป คือความสามารถพ้ืนฐานที่ใชเ้ผชิญปัญหาปกติในชีวิตประจา วนัเช่น ความเครียด สุขภาพ การคบเพื่อน การปรับตัว ครอบครัวแตกแยก การบริโภคอาหาร ฯลฯ 2. ทักษะชีวิตเฉพาะคือความสามารถที่จา เป็นในการเผชิญปัญหาเฉพาะเช่น ยาเสพติด โรคเอดส์ ไฟ ไหม้น้า ท่วม การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ฯลฯ 4. เน ื อ้หาทเี่ป็นจุดเน้นในการพฒันาทกัษะชีวติ จากองค์ประกอบของทักษะชีวิต 10 ประการกรมการศึกษานอกโรงเรียนไดก้า หนดเน้ือหาที่เป็นจุดเน้น ในการพัฒนาทักษะชีวิต4 ดา้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการส่งเสริม การป้องกนัและการแกไ้ขที่สอดคลอ้งกบั สภาพปัญหาและความตอ้งการของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพ้ืนที่คือ 1. ด้านสุขภาพอนามัย มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมใหม้ีความรู้ความเขา้ใจและตระหนกัในการดูแลตนเอง ใหม้ีสุขภาพอนามยัที่ดีท้งัร่างกายและจิตใจ มีบุคลิกภาพที่เหมาะสม รู้วธิีป้องกนัไม่ใหเ้กิดโรคภยัไขเ้จบ็ และสามารถแกไ้ขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงคท์ ี่จะนา ไปสู่โรคภยั ไขเ้จบ็ ไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม 2. ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมใหม้ีความรู้ ความเขา้ใจและตระหนกัในภยัอนัตรายที่อาจจะเกิดข้ึนในชีวติประจา วนัรู้วธิีป้องกนัภยัอนัตรายที่จะ เกิดข้ึน และสามารถแกไ้ขปัญหาที่เกิดข้ึนจากภยัอนัตรายไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม 3. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมใหม้ีความรู้ความเขา้ใจและ ตระหนกัในคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ม มีจิตสา นึกในการร่วมอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ม รู้วธิีใชท้รัพยากรอยา่งประหยดัและคุม้ค่ารู้วธิีป้องกนัไม่ใหเ้กิด สภาพแวดลอ้มเป็นพิษ และสามารถแกไ้ขปัญหาสภาพแวดลอ้มเป็นพิษในชุมชนไดอ้ยา่งถูกตอ้ง เหมาะสม


4. ด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกัษณะที่พงึประสงค์มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมใหม้ีความรู้ ความเขา้ใจและตระหนกัถึงความสา คญัของการมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ถูกตอ้งและคุณลกัษณะที่พึง ประสงคข์องคนในสังคมไทยรู้วธิีป้องกนัไม่ใหต้นเองครอบครัว ชุมชนเขา้ไปเกี่ยวขอ้งกบัอบายมุข สามารถปฏิบตัิตวัเป็นแบบอยา่งที่ดีของครอบครัว ชุมชน และสามารถแกไ้ขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึง ประสงคไ์ดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม ทักษะชีวิต ในชีวิตการท างานของคนเราจะต้องมีความสามารถประกอบกนัอยู่ 2 ส่วน คือ ความสามารถที่จะใช้กับการ ท างาน (work ability) และความสามารถทางสังคม (social ability) ซ่ึงตอ้งใชค้วบคู่กนัจึงจะทา ใหช้ีวติการ ทา งานประสบความสา เร็จและมีความสุข เพราะถา้เราใชค้วามสามารถเพียงอนัหน่ึงอนั ใด การทา งานก็จะ ประสบปัญหา เช่น คนที่เอาแต่งานไม่สนใจชีวิตสังคมรอบขา้ง ก็จะทา ใหก้ารทา งานเป็นไปในระดบัหน่ึง โดยจะขาดความร่วมมือช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานทา ให้การทา งานเป็นไปดว้ยความยากลา บาก แต่ในทาง ตรงขา้มถา้เราเอาแต่สังคม โดยไม่สนใจฝึกปรือในเรื่องของความสามารถในการทา งานก็จะทา ใหก้ารทา งาน มีปัญหาเช่นกนัดงัน้นัความสามารถท้งั 2 อยา่งจึงจา เป็นตอ้งใชค้วบคู่กนัไปเพื่อให้ชีวติของบุคคลเป็นไป อยา่งมีประสิทธิภาพ ในเรื่องของทักษะชีวิตโดยเฉพาะทักษะในการใช้ชีวิตโดยทั่วไปที่เป็ นทักษะที่ใช้ประกอบคู่ไปกับการท างาน หรือใช้ในชีวิตประจ าเพื่อให้บุคคลสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข มักจะถูกละเลย เพราะบุคคลคิด ว่าเป็ นเรื่องที่ใคร ๆ ต้องรู้กันทั ้งนั ้น หรือที่เรียกว่า Common sense หากแท้จริงแล้วเราไม่รู้หรือไม่ มีทักษะเหล่านี้ ก็ท าให้การใช้ชีวิตเกิดปัญหาได้ทักษะเหล่านี ้ ได้แก่ ทักษะของการแก้ปัญหาทักษะใน การระงับอารมณ์โกรธ ทักษะในการสร้างสัมพันธ์ และทักษะของการพูดและการฟัง ทักษะในการแก้ปัญหา ปัญหาเป็นสิ่งที่ตอ้งเกิดข้ึนกบัมนุษยท์ุกคนเพราะตราบใดที่มนุษยย์งัแสวงหาวธิีการที่จะทา ใหช้ีวติดีข้ึน กวา่เดิม มนุษยจ์ะตอ้งผา่นการแกป้ ัญหามาก่อนท้งัสิ้น โดยปัญหาจะเกิดข้ึนตลอดเวลา และจะเกิดข้ึนเมื่อมี ความแตกต่างระหวา่งสิ่งที่เกิดข้ึนจริงกบัสิ่งที่บุคคลคาดวา่จะเกิดข้ึนดังน้นัการแกป้ ัญหาจะเป็นวธิีการ กระทา เพื่อใหส้ิ่งที่เกิดข้ึนเป็นไปตามที่ตนคาดไวใ้หไ้ดม้ากที่สุด นกัจิตวทิยาไดเ้สนอวธิีการแกป้ ัญหาที่ดีวา่ตอ้งมีการคิดผา่นข้นัตอนต่าง ๆ ตามลา ดบัดงัน้ี


ข้นัที่ 1 คือ เมื่อเกิดปัญหาใหพ้ยายามมองใหถ้ว้นถี่วา่ ปัญหาน้นัคืออะไร อะไรเป็นสาเหตุใหเ้กิดปัญหา ซึ่ง ควรมองในแง่แห่งความเป็นจริงเพื่อจะดูจุดปัญหาที่ถูกตอ้งในการวเิคราะห์ปัญหา ซ่ึงเทคนิคที่มกัใชก้็คือ พยายามเขียนสาเหตุต่าง ๆ ที่คาดวา่จะทา ใหเ้กิดปัญหาท้งัหมดใส่กระดาษแลว้ค่อย ๆ ตดัสาเหตุที่ไม่ใช่ ออกไปทีละข้อจนเหลือโอกาสที่จะเป็ นไปไดไ้ม่กี่ขอ้และเมื่อไดส้าเหตุที่แน่ชดัแลว้ให้กา้วไปสู่ข้นัที่2 ข้นัที่ 2 คือ เมื่อเราทราบสาเหตุใหข้จดัสาเหตุที่ทา ใหเ้กิดปัญหาโดยการหาหนทางที่เป็ นไปได้ในการ แกป้ ัญหา ซ่ึงการจะหาหนทางใดควรพิจารณาควบคู่ไปกบัการลงทุนลงแรงและความสามารถในการกระทา ของตวัเองในการแกป้ ัญหาน้นัๆ และเมื่อไดว้ธิีการแกป้ ัญหาแลว้ ข้นัที่3คือใหล้งมือทา ซ่ึงในข้นัน้ีมีสิ่งสา คญัก็คือการวางแผนเพื่อใหเ้กิดการกระทา ตามตารางที่จะทา ให้เกิด ความเป็ นไปได้จริง ๆ ตลอดจนมีการควบคุมเพื่อบอกใหรู้้วา่เราแกป้ ัญหาไดถู้กตอ้งหรือยงัถา้ไม่เป็นไป ตามแผนที่วางไว้ควรจะตอ้งแกไ้ขใหม่และไม่ควรยดึวา่ตอ้งแกป้ ัญหาแบบเดิม ถา้ไม่ไดผ้ลก็ควรตอ้งยอมรับ และหาวธิีการแกป้ ัญหาใหม่ โดยกลบัไปต้งัแต่ข้นัตอนแรกใหม่ถา้เราคิดแกป้ ัญหาเป็นข้นัตอนดงัที่กล่าวมา การแกป้ ัญหาก็จะประสบความสา เร็จ หากสิ่งสา คญัคือเมื่อการแกป้ ัญหาเดิมลม้เหลวจงอยา่เสียความต้งัใจ ทกัษะชีวติเร ื่องการพูดและฟังทดี่ี ทกัษะที่สา คญัทกัษะหน่ึงในชีวติของคนเราน้นัก็คือทกัษะของการพดูและการฟัง การพูดและการฟังเป็ น ทกัษะที่ตอ้งใชค้วบคู่กนั โดยจะใชอ้ยา่งหน่ึงอยา่งใดมากหรือนอ้ยข้ึนอยกู่บัโอกาส ซ่ึงเราควรจะรู้วา่เมื่อไร เราต้องพูด และเมื่อไรเราควรฟังโดยทวั่ ไป หากไม่นบัเรื่องการพดูคุยในชีวติประจา วนัแลว้เราควรจะพดูเมื่อ มีอะไรมากระทบต่อสิทธิหรือความตอ้งการของเรา ซ่ึงการพดูน้ีเป็นสิ่งที่จา เป็นมาก เพราะถา้เราไม่พดูจะ รู้สึกอึดอดัหรือยอมในสิ่งที่เราไม่อยากทา ซ่ึงจะมีผลต่อสุขภาพจิตของเราอีกต่อหน่ึง โดยสิ่งที่สา คญัคือจะ พดูอยา่งไรใหเ้ป็นการยนืยนัสิทธิของเราโดยไม่มีการขดัแยง้ นกัจิตวทิยาไดเ้สนอวธิีการพูดแบบน้ีไว้หลายวิธี เช่น พดูในทิศทางบวกสา หรับคนที่เราพดูคุยดว้ยไปก่อน แลว้จึงตามสิ่งที่เราตอ้งการ เช่น ยกยอ่งในความสามารถหรือความดีของผทู้ี่เราพดูดว้ยก่อนแลว้จึงพดูวา่เรา ตอ้งการอะไร เป็นตน้ซ่ึงการพดูแบบน้ีจะนุ่มนวล ผฟู้ ังฟังโดยไม่รู้สึกขดัแยง้นอกจากน้ีการพูดที่จะสื่อถึง ความตอ้งการของเราส่วนใหญ่ ใหใ้ชค้า วา่ “ฉัน” เช่น “ฉนัรู้สึกวา่ทา งานไม่ไดเ้ลย ถา้เราเงียบเสียงลงกวา่น้ี ฉนัคงทา งานไดเ้สร็จในวนัน้ี” เป็นตน้การใชค้วามรู้สึกของเราบอกกบัคนอื่นโดยใชค้า วา่ “ฉัน” จะนุ่มนวล กวา่คา วา่ “เธอ” เช่น “เธอเงียบหน่อย ฉนัทา งานไม่ได้” เป็นตน้ซ่ึงจะมีความนุ่มนวลที่แตกต่างกนั ใน ประโยคแรก ดงัน้นัการพดูที่ดีจา เป็นตอ้งมีการฝึกและมีเทคนิคที่ดีเพื่อใหม้ีการพดูอยา่งมีประสิทธิภาพได้


นอกจากน้ีทกัษะหน่ึงที่จา เป็นก็คือทกัษะของการฟัง การฟังเป็นทกัษะที่ง่ายกวา่การพดู การเป็ นผู้ฟังที่ดี สามารถท าไดง้่าย ๆ คือต้งัใจฟังจบั ประเด็นเขา้ใจและพดูยอ้นกลบั ในความหมายของผพู้ดูแค่ใส่ใจคา พดูของ เราลกัษณะเช่นน้ีจะทา ใหผ้พู้ดูรู้สึกวา่เราเขา้ใจเขาและเขาจะพดูต่อและจะมีทศันคติที่ดีต่อเราอีกดว้ย การรู้จกัพดูและฟังที่ดีเป็นสิ่งสา คญัรู้วา่อะไรควรพดูอะไรไม่ควรพดู เมื่อไรควรพูด หรือเมื่อไรควรฟัง ใน เรื่องของการพดูใหย้ดึวา่ “ถา้เราพดูไปแลว้เราเป็นคนฟัง เราจะรู้สึกอยา่งไร” ซ่ึงถา้คิดไดใ้นลกัษณะเช่นน้ีจะ ท าให้ความขัดแย้งลดน้อยลง นอกจากเป็ นผู้พูดที่ดีแล้ว เราควรเป็ นผู้ฟังที่ดีอีกด้วย ทกัษะท้งัการพดูและการฟังเป็นทกัษะที่สา คญั ในชีวติเพราะมนุษยเ์ราจา เป็นตอ้งมีการสื่อสารกนัตลอดเวลา ถา้เรามีการพดูหรือการฟังที่ดีก็เปรียบเหมือนเป็นกา ไรชีวิต และเพื่อใหเ้กิดชีวิตการทา งานที่มีประสิทธิภาพ ทักษะชีวิตเรื่องการระงับอารมณ์โกรธ การโกรธเป็นสิ่งที่เกิดข้ึนกบัทุกคนอยา่งหนีไม่พน้ โดยการโกรธมีผลเสียต่อบุคคลมากมาย เช่น สุขภาพของ ตนเองและส่งผลต่อบุคคลใกลเ้คียงหรือคนอื่น เป็นตน้ซ่ึงบางคร้ังเมื่อมีอารมณ์โกรธแล้วเราแสดงการโกรธ ออกไปยงัเป้าหมายโดยขาดความย้งัคิด อาจเป็นการทา ลายสายสัมพนัธ์ระหวา่งเรากบัคนน้นัไปอยา่งน่า เสียดาย หลาย ๆ คนมักจะคิดวา่ “ฉนั ไม่น่าทา อยา่งน้นัเลย ทา ใหเ้รามองหนา้กนัไม่ติดจนถึงทุกวนัน้ี” หรือ “ถา้ฉนัคิดสักนิดก่อนทา อะไร ๆ มนัคงจะดีกวา่น้ี” ดงัน้นัเราจึงสามารถจะสรุปไดว้า่การโกรธไม่ไดม้ีผลดี แต่อยา่งใด ดงัน้นัเราควรมาพฒันาทกัษะที่ทา ใหเ้ราสามารถรับกบัอารมณ์โกรธ การโกรธเป็นผลมาจากการรับรู้ซ่ึงเกิดจากความคิดของเราเอง เช่น ถา้เรารับรู้วา่ “คนอื่นแกล้งเรา” เราจะ โกรธในขณะเดียวกนัถา้คนอื่นทา พฤติกรรมแบบเดียวกนัแต่เรารับรู้วา่สิ่งที่เราทา เป็นสิ่งที่ไม่ไดต้้งัใจ เราก็ จะไม่โกรธ ดงัน้นัเราสรุปไดว้า่การโกรธข้ึนอยกู่บัการคิดของตวัเราเอง เพราะฉะน้นั เทคนิคที่ดีของการท า ใหเ้ราไม่โกรธก็คือใหเ้ราหดัคิดในทางบวกกบัสิ่งต่าง ๆ รอบตวัก็จะทา ให้เราโกรธนอ้ยลง นอกจากน้นัการโกรธมกัจะเกิดจากความไม่เขา้ใจ เช่น ความไม่เขา้ใจในธรรมชาติของมนุษย์ความไม่เขา้ใจ ในสิ่งที่แตกต่างวา่ทุกคนมีความต่างจะใหใ้ครคิดเหมือนเราคงเป็นไปไม่ได้เป็นตน้ดงัน้นัถา้เราเขา้ใจใน ความแตกต่างระหวา่งบุคคลความแตกต่างทางดา้นความคิด ก็จะทา ใหเ้ราโกรธคนอื่นนอ้ยลง หากเราพยายามหาทางออกในการระงบัความโกรธ แต่ความโกรธก็ไม่เบาบางลง สิ่งที่เป็นไปไดค้ือ เราก็ควร จะหาทางออกเพื่อที่จะระบายความโกรธน้นั โดยไม่ควรให้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อใคร เช่น การไปเล่น


กีฬา หรือแมแ้ต่การทา สมาธิทา จิตใจใหส้งบ ซ่ึงก็เป็นวธิีที่ดีในการทา ใหเ้ราหายโกรธไดบ้า้ง และเมื่อเราหาย โกรธ สติของเราก็จะกลบัคืนมา ทา ใหเ้ราคิดแกป้ ัญหาต่าง ๆ ที่มาจากสาเหตุที่ทา ใหเ้ราโกรธไดอ้ยา่งมี ประสิทธิภาพ เหนือสิ่งใด เมื่อโกรธขอใหเ้ราคิดใหไ้ดว้า่ถา้แสดงความโกรธออกไป ผลที่เกิดข้ึนจะเป็นอยา่งไรบา้ง สิ่งที่ ตามมาหลงัจากเราแสดงความโกรธออกไปจะสะทอ้นกลบัมาที่ตวัเราอยา่งไร ซ่ึงหากตนเองตระหนกัได้เรา จะสามารถควบคุมความโกรธได้อีกท้งัสิ่งต่าง ๆ ในดา้นลบที่ตามมากบัการโกรธก็จะไม่เกิดข้ึน ทักษะชีวิตเรื่องการสร้างมิตรภาพ 1. จงใหค้วามสา คญักบัคนอื่น กล่าวคือ ทุกคนตอ้งการเป็นคนที่มีความสา คญัท้งัน้นัดงัจะเห็นไดจ้ากความ พยายามจะประสบความสา เร็จเพื่อใหค้นอื่นไดช้ื่นชม ยอมรับ และยกยอ่งในดา้นหน่ึงดา้นใด และในทาง กลบักนัเพื่อใหค้นอื่นไดช้ื่นชม ยอมรับ และยกยอ่งในดา้นหน่ึงดา้นใด และในทางกลบักนัถา้เราให้ ความสา คญักบัคนอื่น ยกยอ่งคนอื่นก็ยอ่มนา มาซ่ึงการสร้างมิตรภาพที่ดีได้ 2. จงสนใจในสิ่งที่คนอื่นสนใจ กล่าวคือ การใหค้วามสนใจไปยงัสิ่งที่ผอู้ื่นสนใจจะทา ใหผ้อู้ื่นรู้สึกดีๆ กบัเรา เพราะการที่เราสนใจแต่กบัเรื่องของตวัเอง จะทา ใหค้นที่เราปฎิสัมพนัธ์ดว้ยเกิดความเบื่อหน่าย นอกจากน้นั การที่เราสนใจในเรื่องที่ผอู้ื่นสนใจยงัทา ใหเ้ราสามารถมีเรื่องที่สามารถพดูคุยกนัไดซ้่ึงจะนา มาซ่ึงการสร้าง มิตรภาพที่ดีอีกวิธีหนึ่ง 3. สนใจในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนอื่น ดงัเช่น การจา ชื่อ จา วนัเกิดจา อาหารที่ชอบหรือไม่ชอบ เป็นตน้ โดย เหล่าน้ีจะสร้างความประทบั ใจใหก้บัผทู้ี่เราปฏิสัมพนัธ์ดว้ยและสามารถสร้างมิตรภาพที่ดีไว้


องค์ประกอบของทักษะชีวิต ทกัษะชีวติเป็นเรื่องที่เกี่ยวขอ้งท้งัความรู้และทกัษะของแต่ละบุคคลและเป็นสิ่งที่จา เป็นอยา่งยงิ่ต่อการ ด าเนินชีวติอยา่งอิสระในวยัผใู้หญ่ (1989, อ้างถึงใน มัณฑราธรรมบุศย์, 2553) ได้แบ่งองคป์ระกอบของ ทักษะชีวิตออกเป็ น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1. ทักษะการด ารงชีวิตประจ าวัน เป็ นทักษะที่จ าเป็ นต้องใช้ในการด าเนินชีวิตประจ าวัน ผู้ที่มี ทกัษะดา้นน้ีจะแสดงความสามารถออกมาใหป้รากฏจนเป็นนิสัยที่เห็นไดอ้ยา่ง ชดัเจน ไดแ้ก่ 1.1 ความสามารถในการบริหารจดัการระบบการเงิน เช่น นบัและทอนเงินไดถู้กตอ้งรู้จักออมทรัพย์ และตรวจสอบบญัชีเงินฝากของตน รู้จกัควบคุมงบประมาณ การใชจ้่ายใหค้งที่รู้วธิีบนัทึกค่าใชจ้่ายใชจ้่าย โดยใชเ้งินสด และบตัรเครดิตดว้ยความรับผดิชอบ สามารถคา นวณภาษีเงินได้ไม่หลีกเลี่ยงการเสียภาษี ชา ระเงินตามใบเรียกเก็บเงินตรงตามกา หนดเวลา 1.2 ความสามารถในการเลือกและจดัการงานบา้นเช่น รู้จกัดูแลรักษาบา้นใหส้ะอาดน่าอยู่ทา งาน บา้นได้รู้จกัวางแผนและเตรียมอาหารการกินของ ตนเอง 1.3 ความสามารถในการดูแลตนเอง เช่น รู้จกัเอาใจใส่สุขภาพ ของตนเอง มีจิตใจเบิกบาน แต่งกาย ได้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการใชส้ารเสพติด มีความรู้เกี่ยวกบัโรคภยั ไขเ้จบ็และสามารถดูแลป้องกนัตนเอง รู้จกัออกกา ลงักายรู้หลกัโภชนาการและการควบคุมน้า หนกั 1.4 การตระหนกัถึงความปลอดภยัเช่น มีความรู้เกี่ยวกบัเครื่องหมาย หรือสัญลกัษณ์ที่แสดงถึง ความปลอดภัย มีความไวต่อการรับรู้เสียงหรือกลิ่นที่ผดิแผกไปจากเดิม สามารถถอนตวัออกจากเหตุการณ์ ที่คับขัน 1.5 ความสามารถในการจดัหาจดัเตรียม และการบริโภคอาหารเช่น รู้จกัเลือกซ้ือและวางแผน รายการอาหารรู้จกัทา ความ สะอาดบริเวณประกอบ อาหารรู้วธิีเก็บถนอมอาหารและวธิีเตรียมอาหารอ่าน ป้ายฉลากและปฏิบตัิตามคา แนะนา บนฉลากได้แสดงนิสัยการกินที่ดีวางแผนรับประทานอาหารแต่ละม้ือ ในสัดส่วนที่สมดุล 1.6 ความสามารถในการซ้ือและถนอมเครื่องแต่งกายเช่น รู้วธิีซกัรีดเส้ือผา้ชนิดต่าง ๆ สามารถ ซ่อมแซมเส้ือผา้และเก็บรักษาเส้ือผา้ตลอดจนต่อรองราคาเส้ือผา้ได้


1.7 การแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีเช่น แสดงความรับผดิชอบและมีความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน รายงานเรื่องอาชญากรรมได้มีความรู้เกี่ยวกบักฎหมายและการปกครองระดบัทอ้งถิ่นหรือระดบั ประเทศ และปฏิบตัิตาม กฎหมายไดอ้ยา่งถูกต้อง 1.8 ความสามารถในการใชเ้ครื่องนนัทนาการและการใชเ้วลาวา่งเช่น รู้จกัหาแหล่งพกัผอ่นหยอ่นใจ เท่าที่มีอยใู่นชุมชน รู้จกัเลือกและวางแผนทา กิจกรรมกบับุคคลและกลุ่ม ฯลฯ 1.9 ความสามารถในการอยรู่ ่วมกบัชุมชน เช่น สามารถแยกแยะบริเวณต่าง ๆ ในชุมชนและระบุ สถานที่ต้งัของชุมชนได้รู้กฎจราจรและวธิีรักษาความ ปลอดภยัในชุมชน เขา้ใจและรู้จกัใชแ้ผนที่ของ ชุมชน ฯลฯ 2. ทกัษะเฉพาะบุคคลและทกัษะทางเป็ นทักษะ ที่จา เป็นต่อการทา งานและการสร้างมิตรภาพ ไดแ้ก่ 2.1 ความสามารถในการรู้จกัตนเองเช่น สามารถบอกความตอ้งการดา้น ร่างกายและจิตใจของ ตนเอง ระบุความสนใจ ความสามารถ และลักษณะอารมณ์ของตนได้ รู้วิธีดูแลบ ารุงรักษาสุขภาพ ฯลฯ 2.2 การสร้างความมนั่ใจในตนเอง เช่น สามารถทา ใหผ้อู้ื่นเห็นถึงคุณค่าของตน บอกไดว้า่ ผู้อื่นมีการ รับรู้ในตนเองอยา่งไรยอมรับผอู้ื่น กล่าวคา ชมและวจิารณ์ผอู้ื่นได้ฯลฯ 2.3 การแสดงพฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อสังคมเช่น ยอมรับในสิทธิและทรัพยส์ินของผอู้ื่น ตระหนัก ในอา นาจหนา้ที่และรู้จกัปฏิบตัิตาม คา แนะนา ต่าง ๆ แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมในที่สาธารณะมี มารยาททางสังคมและมารยาทในการรับประทานอาหาร ฯลฯ 2.4 ความสามารถดา้นมนุษยสัมพนัธ์รู้จกัฟังและโตต้อบผอู้ื่นมีสัมพนัธภาพที่ดีกบัผอู้ื่นและ สามารถดา รงความสัมพนัธ์น้นั ใหย้นืยาวเป็นตน้ 2.5 ความสามารถในการพ่ึงพาตนเองเช่น สามารถทา สิ่งต่างๆ ไดโ้ดยไม่ร้องขอความ ช่วยเหลือจากผอู้ื่น สามารถท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ ในชุมชนไดต้ามล าพัง รู้จักเปลี่ยนแปลงตารางกา เดินทางเมื่อเผชิญกบั ปัญหารู้วธิีเลือกคบหาเพื่อน ฯลฯ 2.6 ความสามารถในการแกไ้ขปัญหา ช่น รู้จกัขอความช่วยเหลือจากผอู้ื่นในยามจา เป็นรู้จกัพฒันา และประเมินทางเลือกในการแกป้ ัญหา สามารถหาทางแกป้ ัญหาและวางแผนแกป้ ัญหาไดอ้ยา่งถูกตอ้ง 2.7 ความสามารถในการติดต่อสื่อสารกบัผอู้ื่น เช่น สามารถรับรู้และโตต้อบกบัผอู้ื่นไดทุ้ก สถานการณ์ ติดต่อสื่อสารกบัผอู้ื่นดว้ยความในยามจา เป็น รู้จกัพฒันาและประเมินทางเลือกในการแกป้ ัญหา สามารถหาทางแกป้ ัญหาและวางแผนแกป้ ัญหาไดอ้ยา่งถูกตอ้ง 3. ทักษะการประกอบอาชีพ เป็นทกัษะที่จาเป็นต่อความสา เร็จในการประกอบอาชีพ ไดแ้ก่ 3.1 ความรอบรู้และความสามารถในการสา รวจทางเลือกอาชีพ เช่น รู้วธิีสา รวจความเป็นไปไดข้อง อาชีพบอกผลตอบแทนที่เกิดจากการทา งานแต่ละอาชีพได้สามารถจดักลุ่มงานออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้


3.2 ความสามารถในการคดัเลือกและวางแผนทางเลือกอาชีพเช่น บอกความถนดัในงานแต่ละ ประเภทไดร้ะบุความ ตอ้งการที่จา เป็นของงานแต่ละชนิดได้ 3.3 การแสดงนิสัยและพฤติกรรมที่เหมาะสมในการทา งาน เช่น รู้จกัปฏิบตัิตามกฎ/ระเบียบของ สา นกังานได้เห็นความสสา คญัของการไป ทา งานและการตรงต่อเวลา ทา งานร่วมกบัผอู้ื่นได้ต้งัใจทา งาน และทา งานไดอ้ยางมีประสิทธิภาพ ่ 3.4 ความสามารถในการแสวงหางาน /การรักษาความปลอดภยัและการรักษางาน เช่น รู้วธิีหางาน วิธีสมัครงาน วิธีการตอบสัมภาษณ์ และ รู้จักปรับตัวหลังจากเข้าไปท างานแล้ว 3.5 ความสามารถในการดูแลเช่น มีความแขง็แรงอดทน ทนทาน ร่างกายมีการทา งานประสานกนั เป็นอยา่งดี 3.6 ความสามารถในการประกอบอาชีพ เช่น รู้จกันา ประสบการณ์ที่ไดจ้ากการฝึกงานในโรงเรียน หรือจากการทดลองปฏิบตัิงานไปใชใ้หเ้กิดประโยชน์ในการทา งาน 1. ด้านพุทธิพสิัย ประกอบด้วย - ทักษะด้านความคิดวิเคราะห์วิจารณ์ (Critical Thinking) - ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 2. ด้านจิตพิสัย ประกอบด้วย - ทักษะด้านความตระหนักรู้ในตน (Self-awareness) - ทักษะด้านความเห็นใจผู้อื่น (Empathy) 3. ด้านทักษะพิสัย มี 3 คู่ไดแ้ก่ - ทักษะด้านการสร้างสัมพันธภาพและการสื่อสาร - ทกัษะการตดัสินใจและการแกไ้ขปัญหา - ทกัษะการจดัการกบัอารมณ์และการจดัการกบัความเครียด ในประเทศไทยได้มีการปรับปรุงโดยจัดความคิดสร้างสรรค์และความคิดวิเคราะห์วิจารณ์เป็ น องคป์ระกอบร่วม พร้อมท้งัเพิ่มดา้นจิตพิสัยอีก1 คู่คือ - ทักษะด้านความภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) คือความรู้สึกวา่ตนเองมีคุณค่า - ทักษะด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (Social-responsibility) ท้งัน้ีเพื่อให้เหมาะสมกบัสภาพการณ์ที่มีความรุนแรงของกระแสเจตคติและค่านิยมที่ผดิๆ ตลอดจน การละเลยหรือขาดความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนในสังคมดงัปรากฏในแผนภาพ ต่อไปน้ี ด ้ านพทุธพสิัย


1.ความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking) มีความสามารถในการคิดออกไปอยา่งกวา้งขวางโดยไม่ ยดึติดอยใู่นกรมช่วยใหบุ้คคลสามารถนา ประสบการณ์ที่ผา่นมาใชใ้นการปรับตวัให้เขา้กบัสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนในชีวติประจา วนัไดอ้ยา่งเหมาะสม 2.ความคิดวิเคราะห์วิจารณ์ (Critical thinking) เป็นความสามารถที่จะวเิคราะห์ขอ้มูลข่าวสารและ ประเมินปัจจยัต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อเจตคติและพฤติกรรม เช่น ค่านิยม แรงกดดนัจากกลุ่มเพื่อนอิทธิพลจาก สื่อต่าง ๆ ที่มีผลต่อการดา เนินชีวติ ด้านจิตพิสัย 3.ความตระหนักในตนเอง (Self-awareness) เป็ นความสามารถในการค้นหาและเข้าใจในจุดดี จุด ดอ้ยของตนเองอะไรที่ตนเองปรารถนาและไม่พึงปรารถนาและเขา้ใจในความแตกต่างจากบุคคลอื่น ๆ 4.ความเห็นใจผู้อนื่(Empathy) เป็ นความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกและความเห็นใจบุคคลที่ แตกต่างจากเราถึงแมว้า่เราจะไม่คุน้เคย ซ่ึงจะช่วยใหเ้ราเขา้ใจและยอมรับความแตกต่างของบุคคลอื่น ทา ใหเ้กิดความสัมพนัธ์อนัดีทางสังคม เช่น ความแตกต่างทางเช้ือชาติวฒันธรรม โดยเฉพาะบุคคลที่ตอ้งการ ได้รับการช่วยเหลือและดูแลเช่น ผปู้่วยโรคเอดส์ผมู้ีภาวะบกพร่องทางจิตใจหรือบุคคลที่ไม่เป็นที่ยอมรับ จากสังคม 5.ความภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) มีความรู้สึกวา่ตนเองมีคุณค่าคน้พบและภูมิใจในความสามารถ ดา้นต่างๆ ของตนโดยไม่มุ่งสนใจแต่เรื่องความโกเ้ก๋รูปร่าง หนา้ตา เสน่ห์หรือความสามารถทางเพศ 6.ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social responsibility) มีความรู้สึกวา่ตนเองเป็นส่วนหน่ึงของ สังคม และมีส่วนร่วมรับผิดชอบในความเจริญหรือความเสื่อมของสังคม ด้านทักษะพิสัย 7.ทักษะการสร้างสัมพันธภาพ (Interpersonal relationship skills) สามารถช่วยใหบุ้คคลมี ความสัมพนัธ์ซ่ึงกนัและกนัและสามารถที่จะรักษาและดา รงไวซ้่ึงความสัมพนัธ์อนัดีซ่ึงเป็นสิ่งสา คญัต่อ การอยรู่ ่วมกนั ในสังคมไดอ้ยา่งปกติสุขและรวมถึงการรักษาสัมพนัธภาพที่ดีของสมาชิกใน ครอบครัวที่ เป็นแหล่งสา คญของแรงสนับสนุนทางสังคม ั 8.การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective communication) หมายถึง ความสามารถในการใช้ คา พดูและภาษาท่าทาง เพื่อแสดงความรู้สึกนึกคิดของตนอยา่งเหมาะสมกบัสภาพวฒันธรรม และ สถานการณ์ต่าง ๆ โดยสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นความปรารถนา ความต้องการ การขอร้อง การเตือน และการขอความช่วยเหลือ


9.การตัดสินใจ (Decision making) เป็นสิ่งที่นา ไปสู่การตดัสินใจเกี่ยวกบัเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวติซ่ึง ถา้บุคคลมีการตดัสินใจอยา่งมีประสิทธิภาพในการกระทา ต่าง ๆ ที่เกี่ยวขอ้งกบัสุขภาพ โดยมีการประเมิน ทางเลือกและผลจากการตดัสินใจเลือกทางเลือกน้นัๆ จะมีผลต่อสุขภาพอนามยัของบุคคลน้นัๆ 10.การแก้ปัญหา (Problem solving) เมื่อบุคคลมีปัญหาต่าง ๆ ที่ไม่สามารถแกไ้ขได้ทา ใหเ้กิดภาวะ ความตึงเครียดท้งัดา้นร่างกายและจิตใจ ทกัษะการแกป้ ัญหาจะช่วยใหบุ้คคลสามารถแกป้ ัญหาต่าง ๆ ในชีวิต ของเขาไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม 11.การจัดการกับอารมณ์ (Coping with emotions) เป็ นการรู้จักและเข้าใจอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น วา่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม ซ่ึงจะทา ใหส้ามารถตอบสนองและแสดงออกไดอ้ยา่งเหมาะสม เช่น อารมณ์ รุนแรงต่าง ๆ หรือความเศร้าโศกที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพ 12.การจัดการกับความเครียด (Coping with stress) เป็ นความสามารถในการรู้ถึงสาเหตุของ ความเครียดและรู้ถึงหนทางในการควบคุมระดบัความเครียดเป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอ้มต่าง ๆ ในวิถี ชีวติการเรียนรู้วธิีผอ่นคลายเมื่ออยใู่นภาวะความตึงเครียดไดอ้ยา่งเหมาะสมเพื่อที่จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพ


แนวคิดเกี่ยวกับทักษะชีวิต ปัจจุบนัโลกยคุขอ้มูลข่าวสารและการแข่งขนัระดบัโลก(Age of information and global competition) ความเจริญกา้วหนา้อยา่งรวดเร็วที่เกิดจากเทคโนโลยแีละสิ่งประดิษฐใ์หม่ๆ ส่งผลให้เกิดการแข่งขนัอยา่ง รุนแรงใน ทุกวงการซ่ึงนบัวนัก็ยงิ่จะรุนแรงมากข้ึน จะเห็นไดว้า่ทุกวนัน้ีคนทา งานส่วนหน่ึงไม่ตอ้งการ เป็ นลูกจ้างใคร พนกังานจา นวนมากยงัตอ้งการทา งานล่วงเวลาผหู้ญิง เกือบทุกคนตอ้งออกไปทา งานนอก บา้น บณัฑิตที่สา เร็จการศึกษาไปแลว้ ไม่สามารถนา ความรู้ไปใช้ปฏิบตัิงานไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพหากขาด คุณลกัษณะนิสัยและทกัษะที่จา เป็นต่อการทา งานและการดา เนินชีวติที่เรียกกนัวา่ทกัษะชีวตินนั่เอง สา หรับความหมายของทกัษะชีวติมีนกัวชิาการไดอ้ธิบายไวด้งัตวัอยา่งต่อไปน้ี ทกัษะชีวติ ในความหมายของ สา นกังานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติหมายถึงคุณลกัษณะ หรือ ความสามารถเชิงสังคมจิตวทิยา เป็นทกัษะที่ช่วยใหบุ้คคลสามารถเผชิญสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้ึนใน ชีวติประจา วนัไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ เช่น ทกัษะในการคิด วเิคราะห์อยา่งมีเหตุผล ทกัษะการตดัสินใจ ทกัษะดา้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทกัษะในการประมาณตน และการควบคุม สถานการณ์ทกัษะในการ สื่อสารต่อรองปฏิเสธและโนม้นา้วจิตใจ ทกัษะในการปรับตวัเป็นตน้ มัณฑรา ธรรมบุศย์ (2553) ไดอ้ธิบายวา่ทกัษะชีวติหมายถึง ทกัษะที่มนุษยท์ุกคนจา เป็นตอ้งมีและ ต้องใช้ในชีวิตประจ าวัน เพื่อช่วยใหต้นเองมีความสุข สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และประสบความส าเร็จ ทกัษะที่จา ป็นต่อการดา รงชีวิตของมนุษยม์ีอยู่2 อยา่งคือ ทกัษะทวั่ ไป (Generic Skills) กบัทกัษะวชิาชีพ (Profession Skills) ทกัษะทวั่ ไปเป็นทกัษะที่มนุษยต์อ้งใชทุ้กวนัเพื่อการมีชีวติอยู่แต่ทกัษะวชิาชีพเป็น ทกัษะที่มนุษยจ์า เป็นตอ้งมีเพื่อใชใ้นการหาเล้ียงชีพ ในอดีตมนุษยย์งัไม่เห็น ความสา คญัของทกัษะวชิาชีพ เท่าใดนกัเนื่องจากประชากรยังมีน้อย การแข่งขนั ในการทา งานก็ไม่มากนกัแต่ในระยะ20 ปีที่ผา่นมาโลก ของการท างานและโครงสร้างของงานได้เปลี่ยนแปลงไป ที่เห็นไดอ้ยา่งชดัเจนก็คือเกิดโลกาภิวตัน์ทางดา้น


การค้าและอุตสาหกรรม (Globalization of commerce and industry) และมีการน าเทคโนโลยีเข้าไปใช้ใน การทา งานมากข้ึน การเปลี่ยนแปลงดงักล่าวส่งผลใหค้นงานที่ไม่มีความรู้ทางดา้นภาษาต่างประเทศและ ด้านเทคโนโลยีประสบปัญหาในการท างาน บางคนตอ้งออกจากงาน เพราะเหตุน้ีจึงทา ใหส้ถานศึกษาต่าง ๆ ตอ้งปรับปรุงหลกัสูตรและรายวชิาใน โปรแกรมต่าง ๆ เพื่อใหผ้เู้รียนมีทกัษะและความเชี่ยวชาญในสาขาที่ จะออกไปประกอบอาชีพ การเรียนรู้ทักษะชีวิตเพื่อความส าเร็จในอาชีพ มีประเด็น ที่ควรเรียนรู้ 1. ทักษะทางสังคม ซ่ึงไดแ้ก่ 1.1 ทกัษะในการติดต่อสื่อสาร 1.2 การจดัการกบัความโกรธ 1.3 การจดัการกบัความขดัแยง้ 1.4 การผูกมิตร 1.5 การสร้างความสัมพนัธ์กบัเพื่อนร่วมงาน 1.6 ทกัษะในการใชเ้วลาวา่ง 2. ทักษะในการตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหา 3. ความสามารถในการท างาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องต่อไปนี้ 3.1 การจัดการเรื่องเวลา 3.2 การเริ่มตน้งานในวนัแรกของการทา งาน 3.3 การแต่งกายไดเ้หมาะสม 3.4 ทักษะทางสังคมในสถานที่ท างาน 3.5 การวางตัวในการปฏิบตัิงานไดอ้ยา่งเหมาะสม 3.6 พฤติกรรมทางเพศในสถานที่ท างาน 3.7 ผลงานและคุณภาพในการท างาน 3.8 การมีเจตคติที่ดี 3.9 การปรับตัวให้พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง 3.10 ความปลอดภัยในการท างาน 3.11 การปฏิบัติงานตามสายงาน 4. การบริหารการเงิน 4.1 การขอความช่วยเหลือดา้นการเงิน 4.2 สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการท างาน 4.3 การใช้บริการของธนาคาร 4.4 ความเชื่อถือทางด้านการเงิน


4.5 การท างบประมาณ 4.6 วธิีเก็บรักษาเงินของตนเอง 4.7 ปัญหาหน้ีสิน 4.8 เปรียบเทียบการไปซ้ือของ 4.9 การจ่ายใบเสร็จ 5. การเดินทางไปท างาน 5.1 การเดินทางโดยรถประจ าทาง 5.2 การใหค้วามไวใ้จแก่คนที่รู้จกัเพื่อการเดินทาง 5.3 การเป็นเจา้ของรถยนตส์ ่วนตวั 6. สุขภาพ 6.1 การออกกา ลงักาย 6.2 โภชนาการ 6.3 การจดัการกบัความเครียด 6.4 การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ท าลายตนเอง 6.5 การไปพบแพทย์และปฏิบัติตามค าแนะน าของแพทย์ได้ถูกต้อง 6.6 การสร้างสุขนิสัยที่ดี 6.7 การหลีกเลี่ยงโรคที่เกิดจากเพศสัมพนัธ์ 6.8 การใชว้นัลาป่วยอยา่งฉลาด 7. ความรับผิดชอบต่อครอบครัว 7.1 การต้งัครรภ์ 7.2 การเล้ียงดูเด็ก 7.3 เรื่องอื่น ๆ ในครอบครัว 8. ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย 8.1 การกระท าผิดด้านอาชญากรรม 8.2 กฎระเบียบที่เกี่ยวขอ้งกบัการทา งาน 8.3 การเล่าประวตัิดา้นอาชญากรรมใหน้ายจา้งทราบ 8.4 การจ้างนิติกร 9. ทักษะการใช้โทรศัพท์ 9.1 การค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ 9.2 การสอบถามข้อมูล 9.3 งานที่ต้องอาศัยทักษะการใช้โทรศัพท์


9.4 การใช้โทรศัพท์ทางไกล การพัฒนาทักษะช ี วิตเพ ื่อสุขภาพและสังคม ทักษะชีวิต หมายถึงความสามารถข้นัพ้ืนฐานของบุคคลในการปรับตวัและเลือกทางเดินชีวติที่เหมาะสม เพื่อที่จะสามารถเผชิญปัญหาต่าง ๆที่อยรู่อบตวัในสภาพสังคมปัจจุบนัและเตรียมพร้อมสา หรับอนาคต ได้ อยา่งมีประสิทธิภาพ โดยอาศยัการถ่ายทอดประสบการณ์ด้วยการฝึ กฝนอบรม ความส าคัญของทักษะชีวิต องคก์ารอนามยัโลกไดก้ล่าววา่ทกัษะชีวติเป็นสเที่ควรส่งเสริมใหเ้กิดเพือพฒันามนุษยแ์ละ ช่วยแกป้ ัญหา ที่เกิดข้ึนในสังคม ซ่ึงมีความสา คญัดงัน้ี 1.ความสา คญัต่อเด็กและเยาวชน วยัร่นมีแนวโนม้ทีจะมีปัญหาดา้นสุขภาพจิต สาเหตุเกิดจากการสูบ บุหรี่ใช้สารเสW.ติด การตงัครรภใ์นวยัร่น การกระท าความผิด ฯลฯ ดงันนการจดักิจกรรม สามารถช้ีแนวทาง ที่จะส่งเสริมเด็กและวยัรุนให้จดัการกบัความเครียดและความกดดนัต่าง ๆ ด ารงชีวิต ไดอ้ยา่งเขม้แขง็และ ปรับเปลี่ยนตนเองให้มีพฤติกรรมทีเหมาะสมได้จะนา ไปสู่การแกไ้ขปัญหา 2.ความสาคญัต่อสังคม ทุกคนมีส่วนร่วมรับผดิชอบต่อความเจริญกา้วหนา้ทางสังคม โดยเฉพาะในเด็ก และวยัรุ่นจา เป็นตอ้งมีความสามารถในการดา เนินชีวติท้งัภายนอกและภายใน ารสร้างรัว ซึ่งถามความ สัมพนธ์ในครอบครัวดีส่งผลใหเด็กและวยัร่นมองเห็น ครอบครัวอยา่งเหมาะสม เช่น การสื่อสารการแกไ้ข ความขัดแย้ง สัมพนัธภาพโดยเฉพาะความสัมพนัธ์ภายในครอบคุณค่าในตนเอง มีความเชือมัน รับผิดชอบ ต่อตนเองและสังคม ใชช้ีวติร่วมกบั ผู้อื่นได้ 3.ความสา คญัต่อการศึกษาผเู้รียนที่อยใู่นวยัรุ่น ไม่ชอบใหผ้ใู้หญ่ออกคา สั่งในจญักบัเพื่อน ดงัน้นัการ


เรียนการสอนควรกระตุนให้ผเู้รียนมีส่วนร่วมแบบคิดเองแกไ้ขปัญหาเองและไดแ้บบอยา่งเจตคติและต้งั นานขณะเดียวกนัก็ใหค้วามสา คญั นการเรียนท าให้ผู้เรียน ทา้ษะต่างๆ ที่ส าคัญ องค์ประกอบของทักษะชีวิต โดยธรรมชาติแล้วทักษะชีวิตจะมีความแตกต่างในแต่ละวัฒนธรรม แต่ทักษะ ชีวิตหลัก มีอยู่10 ประการ ดังนี้ 1.การตัดสินใจ หมายถึงสิงทีนาไปส่การตดัสินใจเกี่ยวกบัเรื่องราว ต่างๆ ในชีวิต ซ่ึงถา้เด็กวยัรุ่นมีการ ตดัสินใจอยา่งมีประสิทธิภาพในการกระทา ต่างๆ ทีเกียวของกบัสุขภาพ โดยมีการประเมินทางเลือกและการ ตดัสินใจเลือกทางเลือกน้นัๆ จะมีผลต่อสุขภาพ อนามยัของวยัร่น 2.การแกไ้ขปัญหาเป็นความสามารถในการจดัการกบั ปัญหาที่เกิดข้ึน 3.ความคิดสร้างสรรค์การมีความคิดสร้างสรรค์เป็ นกระบวน โดยการคิดสร้างสรรค์เพื่อค้นหาทางเลือก ต่างๆ รวมท้งัผลที่เกิดข้ึนในแต่ละทางเลือก สามารถในชีวติไดอ้ยา่งมีระบบ ไม่เกิดความเครียดจนอาจ ลุกลามเเ นปัญหาใหญ่ที่เกินกวา่จะแกไ้ขได้การสร้างจินตนาการเป็นความสามารถในการคิดที่จะเป็นส่วน ช่วยในการตดัสินใจและแกไ้ขปัญหา น้า ประสบการณ์มาปราใชใ้นชีวติประจา วนัไดอ้ยา่งเหมาะสม 4.ความคิดอยา่งมีวจิารณญาณ เป็ นความสามารถในการคิด วเิคราะห์ขอมูลต่างๆ และประเมินปัญหาหรือ สถานการเนทีอยรู่อบตวัเราทีมีผลต่อการดา เนินชีวติ 5.การสอสารอยา่งมีประสิทธิภาพ เป็ นความรู้ความสามารถในการใชค้าพดและท่าทางเพื่อแสดงออกถึง ความรสกนึกคิดของตนเองไดอ้ยา่งเหมาะสมกบัวฒันธรและสถานการณ์ต่างๆ ไม่วา่จะเป็นการแสดงความ คิดเห็น การแสดงความต้องการการแสดงรม ความชื่นชม การขอร้องการเจรจาต่อรองการตักเตือน การ ช่วยเหลือและการปฏิเสธ 6.การสรางสมพนัธภาพระหวา่งบุคคลความสามารถในการสร้างความสัมพนัธ์ที่ดีระหวา่งกนัและกนั และสามารถรักษาสัมพันธภาพไว้ได้นาน 7.ความตระหนักในตนเองเป็ นความสามารถในการค้นหารักและเข้าใจตนเองเช่น ข้อดีข้อเสียของ ตนเองรู้ความต้องการและสิงที่ไม่ตอ้งการของตนเองซ่ึงจะช่วยให้เรารัตัวเองเวลาพบปัญหาความเครียด


หรือสถานการณ์ต่างๆ และทกัษะน้ียงัเป็นพ้ืนฐานของการพัฒนาทักษะอื่นๆ เช่น การสื่อสารการสร้าง สัมพันธภาพ การตัดสินใจความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 8.ความเห็นอกเห็นใจผู้อน เป็ นความสามารถในการเข้าใจควอความแตกต่างระหวา่งบุคคลในด้าน ความสามารถเพิศวัยระดับการศึกษาศาสนา8ความเชื่อ สีผิวและอาชีพ ช่วยใหส้ามารถยอมรับบุคคลอื่นที่ ต่างจากเราเกิดการช่วยเหลือบุคคลอื่นไดอ้ยกวา่ 9.การจัดการอารมณ์เป็ นความสามารถในการรับรอารมณ์ของตนเองและผู้อน รวา่อารมณ์มีผลต่อการ แสดงพฤติกรรมอยา่งไรรูวิธีการจดัการกบัอารมณ์โกรธ 10.การจดัการกบัความเครียด เป็ นความสามารถในการรับรถึง หรือได้รับความเดือดร้อน เช่น ผู้ติดเชือ เอดส์ผู้ติดยาเสพติด และความเศร้าโศก ที่ส่งผลทางลบต่อร่างกายและจิตใจไดอ้ยา่งเหมาะสม สาเหตุของ ความเครียด รูวธิีผอ่นคลายความเครียด แนวทางในการควบคุมระดับความเครียดเพื่ให้เกิดการเบียงเบน พฤติกรรมไปในทางที่ถูกตอ้งเหมาะสมและไม่เกิดปัญหาดา้นสุขภาพ ได้ก าหนดองค์ประกอบทักษะชีวิตที่ส าคัญ ที่จะสร้างส าหรับอนาคตไว้ 4 องค์ประกอบ 1. การตระหนกัรและเห็นคนัค่าในตนเองและผอู้ื่น ตระหนกัรและเห็นคุณค่าในตนเองและผอู้ืน หมายถึงการรู้จกัความถนดัความสามารถค่าและการตร จุดเด่น จุดดอ้ยของตนเอง เขา้ใจความแตกต่างของแต่ละบุคคลรูจกัตนเองยอมรับ เห็นคุณ ความภาคภูมิใจ ในตนเองและผอู้ื่น มีเป้าหมายในชีวติและมีความรับผิดชอบต่อสังคม 2.การคิดวเิคราะห์ตดัสินใจและแกป้ ัญหาอยา่งสร้างสรรค์ การคิดวเิคราะห ตดัสินใจและแกปัญหาอยา่งสร้างสรรค์หมายถึงการแยกแยะขอ้มูลข่าวสาร ษว์จิารเนและ ประเมินสิถานการณ์อบตวัดว้ยหลกัเหตุแล: เจแกปญหาในสถานการณ์ต่าง ปัญหาและสถานการณ์อบตวัวิ พาก ข้อมูลที่ถูกต้อง รบาปีญหา สาเหตุของปัญหา หาทางเลือกและตดัสิน อยา่งสร้างสรรค 3. การจดัการกบัอารมณ์และความเครียด การจดัการกบัอารมโนและความเครียด หมายถึงความเขา้ใจและรู้เท่าทนัภาวะอารของบคคลรัสาเหตุของ ความเครยด รูวธการควบคุมอารมณ์และความเครียด รวธิีผอ่น หลีกเลียงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะท า ใหเ้กิดอารมณ์ไม่พงประสงคไ์ปในทางที่


ประโยชน์ของทักษะชีวิต 1. เกิดความสุข ที่ไดอ้ยกู่บัครอบครัวเห็นคุณค่าของคุณภาพชีวติของครอบครัวที่อบอุ่น แสดงออก ซึ่งความ รักความอบอุ่น ความผกูพนัความเสียสละระหวา่งกนั ในครอบครัวเห็นอกเห็นใจกนัช่วยเหลือแบ่งปัน 2. มีความรู้ทักษะและกระบวนการเรียนรู้เกิดความรู้จากการฟังการอ่าน การเขียน เกิดทกัษะคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินค่า นา มาใชใ้น ชีวติประจา วนัไดแ้กป้ ัญหาในการดา เนินชีวติ ภาพที่ 3. การท างานเป็ นทีม อยรู่ ่วมกนั ในสังคมอยา่งมีความสุข สามารถใชช้ีวติอยรู่ ่วมกบัผอู้ื่น ท างาน เป็ นทีมได้ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผอู้ื่น แสดงความคิดเห็นดว้ยเหตุผลแสดงกิริยาวาจา สุภาพ สามารถขจัดความ ขัดแย้ง ปรับเปลี่ยนตัวเองได้ตามสถานการณ์4. รู้จกัป้องกนัตนเอง หลีกเลี่ยง พฤติกรรมอนัไม่พึงประสงค์ ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น สามารถดูแลตนเองตามหลักสุขบัญญัติมีสุขภาพจิตดีคิดเชิงบวก ควบคุม อารมณ์จัดการกบัความเครียด ทา กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได ้


การสร้างทักษะชีวิต ความมีวินัยคา วา่วนิยัหรือตรงกบัศพัทภ์าษาองักฤษวา่ มีผู้ให้ค านิยามไว้หลายลักษณะ พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายของวินัย ไวด้งัน้ีวนิยัหมายความวา่ระเบียบสา หรับกา กบัความ ประพฤติใหเ้ป็นแบบแผนอนัหน่ึงอนัเดียวกนัเป็นกฎระเบียบแบบแผน ขอ้ตกลงที่สังคมกา หนดให้บุคคล ประพฤติปฏิบตัิตาม เพื่อใหอ้ยรู่ ่วมกนั ในสังคม เยาวชน ไดอ้ยา่งสันติสุข นอกจากน้ีการใหน้ ิยามของวนิยัยงั มีลกัษณะที่แตกต่างกนัตามเงื่อนไขของการใช้คา วา่วนิยัมีความมุ่งหมายเพื่ออะไรเช่น ในดา้นการศึกษา การให้ค านิยามของวินัยจะมีความหมายถึง พฤติกรรมของครูซึ่งจะมีเจตนาที่จะสร้างสรรค์และด ารงไว้ซึ่ง เงื่อนไขที่มีความจ าเป็ นที่สุดในความ เป็ นระเบียบเรียบร้อยในการเรียนการสอน และพัฒนาความสามารถใน การควบคุมตนเองของผู้เรียน ซ่ึงระเบียบขอ้บงัคบัต่าง ๆ ที่สถาบนัการศึกษาไดก้า หนดข้ึนใหผ้เู้รียนตอ้ง ปฏิบัติตาม ถ้าฝ่ าฝื นจะต้อง มีการทา โทษตามกฎระเบียบขอ้บงัคบัที่กา หนดไวท้้งัน้ีจากเอกสารการสอน วิชาการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้สรุปความหมายของวินัยได้เป็ น 2 แนวทางคือ 1.1 ความหมายในทางรูปธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติหรือแบบส าหรับคนในองค์กร ในหมู่ในเหล่า ในวงการ แต่ละแห่งโดยขอ้ปฏิบตัิหรือแบบที่กา หนดไวส้า หรับสมาชิกในองคก์รน้นัๆ จะเรียกวา่วนิยัเช่น วินยัทหาร วินัยข้าราชการพลเรือน ความหมายของวินัยในทางรูปธรรม สามารถ น าไปใช้เป็ นหลักในทางปฏิบัติ


1.2 ความหมายในทางนามธรรม หมายถึง ลักษณะเชิงพฤติกรรม (Behavior) ที่แสดงออกมาเป็นการ ควบคุมตนเองการยอมรับหรือปฏิบัติตาม การน าหรือการบังคับบัญชาการมีระเบียบและการอยใู่นแบบแผน จากความหมายของวินยัในทางนามธรรม จะพบวา่ โดยแทจ้ริงแลว้วนิยัที่ตอ้งการหาใช่ตวัขอ้ปฏิบตัิหรือตวั แบบแผนไม่หากแต่วนิยัที่ตอ้งการใหม้ีคือการควบคุมตน การปฏิบัติตามข้อบงัคบัการอยใู่นแบบแผน หลัก สา คญัของวนิยัมีไวเ้พื่อควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกในสังคมน้นัๆ ใหอ้ยู่ในกรอบปฏิบตัิเดียวกนัดว้ยเหตุ ที่ทุกคนต่างมีภูมิหลงัที่แตกต่างกนั ไม่วา่จะเป็นสภาวะแวดลอ้ม ลกัษณะการอบรมเล้ียงดูตลอดจนความเชื่อ ค่านิยมต่าง ๆ จึงเป็นสาเหตุหลกัที่ส่งผลใหส้มาชิกในสังคม แต่ละบุคคลมีความแตกต่างกนัดงัน้นัการมาอยู่ รวมกนัจึงอาจจะทา ให้เกิดการกระทา ตาม ความพึงพอใจของตนเอง ฉะน้นัการมีแนวทางปฏิบตัิเดียวกนัจึง เป็ นปัจจัยที่ส าคัญในการรักษาไว้ ซึ่งความสงบเรียบร้อยภายในสังคม จึงได้มีการแบ่งประเภทของวินัยเป็ น 4 ประเภท ส าหรับ นักเรียน นักศึกษา 1. วินัยในตนเอง 2. วินัยในห้องเรียน 3. วินัยในโรงเรียน 4. วินัยทางสังคม 2. ความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบ หมายถึง จิตส านึกและความรับผิดชอบ ในหนา้ที่โดยเอาใจใส่มุ่งมนั่ใหง้านที่รับผดิชอบ ส าเร็จตามจุดประสงค์ ความรับผิดชอบ หมายถึง ภาระหรือพันธะผูกพันในการปฏิบัติหน้าที่ การงานของผรู้่วมงานใหเ้ป็นไปตาม เป้ าหมายขององค์กร ได้อธิบาย “ความรับผิดชอบ” ตรงกบัภาษาองักฤษวา่ “Responsibility”ซึ่งมาจากค า 2ค า คือ“Response”แล ะคา วา่ “Ability”ซึ่งหมายถึงความสามารถในการกระท าและการแสดงออกให้เหมาะสมตามหน้าที่ และการ งานที่ได้รับมอบหมายในสังคม อันเป็ นไปตามหลักเกณฑ์กฎ ระเบียบ วินัย ฯลฯ ความรับผดิชอบ หมายถึงลกัษณะของบุคคลที่แสดงออกดว้ยความต้งัใจที่จะปฏิบตัิหนา้ที่ตรงต่อเวลา มีกา รวางแผนการท างาน ตรวจทานงาน และยอมรับผลของการกระท าในการปฏิบัติหน้าที่ ท้งัผลดีและผลเสีย เพื่อใหบ้รรลุผลสา เร็จตามความมุ่งหมาย ท้งัพยายามปรับปรุงการปฏิบตัิหนา้ที่เพื่อให้ผลดียงิ่ข้ึนโดยเฉพาะ แบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 2 ประเภท คือความรับผดิชอบต่อตนเองและความรับผิดชอบต่อสังคม


2.1 ความรับผิดชอบต่อตนเอง ให้ความหมายความรับผิดชอบต่อตนเองว่าหมายถึง หน้าที่ของนักเรียนที่จะ ปฏิบัติต่อตนเอง 1. ต้งัใจศึกษาเล่าเรียน 2. ดูแลรักษาเครื่องใชส้ ่วนตวัใหเ้ป็น ระเบียบเรียบร้อยและอยใู่นสภาพที่ดี 3. ประพฤติตนเป็ นคนดีมีระเบียบวินัยและคุณธรรม ความรับผดิชอบต่อสังคม 4. เอาใจใส่สุขภาพอนามยัของตนเอง 2.2 ความรับผิดชอบต่อสังคม กล่าวถึงความรับผดิชอบต่อสังคมวา่ทุกคนเป็นส่วนหน่ึงของสังคม เริ่มต้งัแต่ครอบครัว ช้นัเรียน โรงเรียน ชุมชน ประเทศชาติจึงมีหน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องกระท า ต่อผอู้ื่นที่อยรู่ ่วมในสังคมเดียวกนัเพื่อความสงบ สุขความเจริญกา้วหนา้และความมนั่คงของสังคม นกัเรียน มีหนา้ที่ที่จะตอ้งปฏิบตัิต่อสังคม 1) หน้าที่ต่อครอบครัว 1.1) เคารพเชื่อฟังคา สั่งสอนของผปู้กครองและบิดามารดา 1.2) ช่วยเหลือการงานตามความสามารถและโอกาส 1.3) ประพฤติตนเป็ นคนดี 1.4) ต้งัใจศึกษาเล่าเรียน 2) หน้าที่ต่อประเทศชาติ 2.1) ปฏิบัติตามกฎหมาย 2.2) ไม่หลีกเลี่ยงการเสียภาษี 2.3) ร่วมมือกบัเจา้หนา้ที่ในการรักษาความมนั่คงแห่งชาติ 2.4) จงรักภกัดีและป้องกนัชาติศาสนา พระมหากษตัริยจ์นสุดชีวติ 2.5) รักษาซึ่งความเป็ นไทย ศิลปวัฒนธรรม และความสามัคคีของคนในชาต 3. ความภูมใิจในตนเอง ความภูมิใจในตนเอง หมายถึงความรู้สึกวา่ตนเองมีคุณค่า เช่น ความรู้จกัการให้รู้จักการรับ ความภาคภูมิใจในตนเองคือความรู้สึกที่บุคคลมีต่อตนเองในทางที่ดีมีความเคารพ และยอมรับตนเองวา่มี ความส าคัญ มีความสามารถและใชค้วามสามารถที่มีอยกู่ระทา สิ่งต่างๆใหป้ระสบ ความส าเร็จได้ตาม เป้ าหมาย ยอมรับนับถือตนเอง มีความเชื่อมนั่ในตนเอง เคารพในตนเองและผอู้ื่น และมีชีวติอยอู่ยา่งมี เป้ าหมาย


ความภาคภูมิใจ หรือความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง เป็ นความรู้สึกยอมรับตัวเอง มองตนในทางบวก หรือการ ใหภ้าพพจน์ต่อตนเองวา่เป็นบุคคลที่มีคุณค่าการรับรู้น้ีนา มาซ่ึงความรู้สึกมนั่คงและเป็นสุขทางใจ“ความ ภาคภูมิใจในตนเองหรือไม่จึงเป็ นกุญแจดอกส าคัญ ให้บุคคลพบกับความส าเร็จหรือล้มเหลว” คนที่มีความ ภาคภูมิใจในตนเอง จะยอมรับธรรมชาติความรู้สึกของตนเอง พร้อมที่จะอยรู่ ่วมกบัผอู้ื่น สามารถใหค้วาม รักเอ้ืออาทรกบับุคคลอื่น มีความมนั่ใจในตนเองและมีความมานะความพยายาม ความอดทนในการทา สิ่ง ต่าง ๆ จึงมกัประสบความสา เร็จในการเรียนการงาน ตรงกนัขา้มกบัคนที่มีความภาคภูมิใจในตนเองต่า มอง ตนเองในแง่ลบ ดูถูกความสามารถของตนเองแมจ้ะอยใู่นสภาพครอบครัวที่มีความพร้อมทางเศรษฐกิจ หรือ ความเป็นอยทู่ ี่ด หลักธรรมส่งเสริมทักษะชีวิต 7 ประการ คนสมบูรณ์แบบประกอบด้วยคุณธรรม 7 ประการที่เรียกวา่สัปปุริสธรรม 7 ดงัน้ี 1. รู้หลกัและรู้จักเหตุคือรู้หลกัการและกฎเกณฑข์องสิ่งท้งัหลาย มีการดา เนินชีวติ ปฏิบตัิกิจหนา้ที่ต่าง ๆ อยา่งรู้เขา้ใจสิ่งที่จะตอ้งประพฤติปฏิบตัิตามเหตุผลรู้วา่ตนมีหนา้ที่ความรับผดิชอบ อยา่งไรจะตอ้งทา อะไร อยา่งไรจึงจะบรรลุผลสา เร็จน้นั 2. รู้ความมุ่งหมายและรู้จักผลคือรู้ความหมายและความมุ่งหมายของหลกัการที่ตอ้งปฏิบตัิรู้วา่ดา เนินชีวติ อยา่งน้นัเพื่อวตัถุประสงคอ์ะไร ทา แลว้จะเกิดผลดีหรือผลเสียอยา่งไร 3. รู้ตน คือรู้ตามความเป็นจริงวา่ตวัเรามีกา ลงัความรู้ความถนัด ความสามารถ และมีคุณธรรมอยา่งไร เท่าไรแลว้ประพฤติปฏิบตัิใหเ้หมาะสม ตลอดจนแกไ้ขปรับปรุงตนใหเ้จริญงอกงาม ถึงความสมบูรณ์ ยงิ่ข้ึนไป 4. รู้ประมาณ คือรู้จกัพอดีในการบริโภคการใชจ้่ายการพดูจาการปฏิบตัิกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการ พกัผอ่นนอนหลบัและความสนุกสนานรื่นเริงท้งัหลาย 5. รู้กาลคือรู้เวลาอนัเหมาะสม และระยะเวลาที่พึงใชใ้นการประกอบกิจ ทา หนา้ที่การงาน ปฏิบตัิการต่างๆ และเกี่ยวขอ้งกบัผอู้ื่น รู้วา่เวลาไหน ควรทา อะไรอยา่งไรและทา ใหต้รงเวลา ใหเ้ป็นเวลา ให้ทันเวลา ให้พอ เวลา ให้เหมาะเวลา ให้ถูกเวลา รู้จักกะเวลาและวางแผนการใชเ้วลาอยา่งไดผ้ล


6. รู้ชุมชน คือรู้จกัถิ่น รู้การอนัควรประพฤติปฏิบตัิต่อชุมชนน้นัรู้วา่ควรปฏิบตัิพดูทา เกี่ยวขอ้งรักษา ระเบียบวนิยัเมื่อเขา้ไปอยใู่นชุมชนน้นั 7. รู้บุคคลคือรู้จกัและเขา้ใจความแตกต่างแห่งบุคคลวา่ท้งันิสัยความสามารถและคุณธรรม เป็ นต้น และ รู้จกัที่จะปฏิบตัิต่อบุคคลอื่น ๆดว้ยดีวา่ควรจะคบหาจะสัมพนัธ์เกี่ยวขอ้งอยา่งไรจึงจะได้ผลดี กิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิต 1. พ่อแม่เป็ นแบบอย่างที่ดีในการประพฤติปฏิบตัิและชกันา ใหลู้กเกิดการประพฤติปฏิบตัิตามพอ่แม่แสดง ความรักและยอมรับลูกครอบครัวมีความอบอุ่น เป็นมิตร ทา ใหลู้กมีความปลอดภยัท้งัทางร่างกายและ อารมณ์ลูกมีความเขา้ใจในการพฒันาทกัษะตนเองที่จะช่วยใหต้นเองประสบ ความส าเร็จ และสามารถสร้าง ประโยชน์ใหก้บัตนเองและผอู้ื่นไดต้่อไป 2. ปลูกฝังให้ลูกเกดิศรัทธาต่อตนเอง เสริมสร้างให้ลูกมีวินัยในตนเองและมีความรับผิดชอบ รักษากฎกติกา มารยาทในการอยรู่ ่วมกบัผอู้ื่น เห็นขอ้ดีของตวัเองที่น่าภาคภูมิใจ มีความสุขความพอใจในการปฏิบัติ กิจวตัรประจา วนัต่าง ๆ มีพฤติกรรมความเคยชินที่ดีในการปฏิบตัิกิจกรรมอยา่งประณีต ละเอียดรอบคอบ ท้งัการกิน การอยกู่ารดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายการจดัเก็บของใชส้ ่วนตวัและส่วนรวม การ รับประทานอาหาร เป็ นต้น 3. สร้างทักษะการเข้าใจตนเองและเข้าใจคนอื่น ใหลู้กไดต้ระหนกัรู้วา่ตนเองมีลกัษณะเป็นอยางไร มี ่ ความสามารถในดา้นใดบา้ง ไดรู้้วา่อะไรเป็นสิ่งที่ตนเองชอบหรือไม่ชอบ และไดเ้รียนรู้วา่อะไรเป็นสิ่งที่ เพื่อนชอบและไม่ชอบ เพื่อเป็นการเรียนรู้ในการอยรู่ ่วมกนักบัผอู้ื่น เริ่มรู้จกัการมีเหตุผล และรับฟังความ คิดเห็นของผอู้ื่นที่ต่างไปจากตน รู้จกัเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ด้วยการฝึ กให้ลูก ท างานบ้าน ให้ลูกเป็ นผู้บริการ ผใู้หญ่ในบา้น เช่น เสิร์ฟน้า จดัโตะ๊อาหาร ทา อาหารเล้ียงนอ้ง รดน้า ตน้ ไมก้รอกน้า ใส่ตูเ้ยน็เป็นตน้


4. เสริมทักษะทางสังคม ท้งัการพดูสื่อสารการรู้จกัฟังรู้จกัขอบคุณขอโทษ ใหลู้กสามารถ สื่อสารกบัคนอื่น ให้เขา้ใจ มีปฏิสัมพนัธ์ที่ดีกบัผอู้ื่น สามารถรู้วา่เมื่อไรอยา่งไรกบั ใครควรจะ สื่อสารอยา่งไรจึงจะเป็นการ สื่อสารที่ถูกกาลเทศะ สอนใหลู้กรู้จกัฉลาดในสิ่งที่มากระทบ ฝึกใหลู้กรู้จกัวเิคราะห์โฆษณาที่มีอยรู่อบตวั วา่สิ่งเหล่าน้ีมีคุณค่าแทห้รือคุณค่าเทียม ทา อยา่งไรลูกจึงจะรู้เท่าทนัรู้จกัสา รวม ระวงัไม่ลุ่มหลงมวัเมาไม่ ทา ใหเ้กิดความทุกขเ์ดือดร้อนกบั ใคร นอกจากน้ีพอ่แม่ควรใหค้วามสา คญักบัคุณธรรมและการรู้เท่าทนั อารมณ์แนะนา วธิีบริหารจดัการอารมณ์ต่าง ๆ รู้จกัผอ่นคลายอารมณ์พยายามฝึกละสิ่งที่ไม่ดีเพิ่มสิ่งที่ดี ปลูกฝังใหลู้กมีความเป็นห่วงเพื่อนมนุษย์เป็นห่วงสิ่งแวดลอ้ม ประเทศชาติและมีอุดมการณ์ในการ ช่วยเหลือคนอื่น


Click to View FlipBook Version