The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระเบียบโรงเรียนวัดตะพงนอก
ว่าด้วยความประพฤติและการปฏิบัติตนของนักเรียน พุทธศักราช ๒๕๖๕

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ณัฏฐกมล สิงห์วงษ์, 2022-05-12 00:43:10

ระเบียบโรงเรียนวัดตะพงนอก

ระเบียบโรงเรียนวัดตะพงนอก
ว่าด้วยความประพฤติและการปฏิบัติตนของนักเรียน พุทธศักราช ๒๕๖๕

Keywords: ระเบียบโรงเรียนวัดตะพงนอก

สารผูอ ำนวยการโรงเรียนวัดตะพงนอก

เรียน ทา นผูปกครองท่ีเคารพ และนักเรียนทีร่ กั
กระผมนายสกุลศักดิ์ ทิพยไชย ผูอำนวยการโรงเรียนวัดตะพงนอก รูสึกภาคภูมิใจเปนอยางยิ่ง

ท่ีมีโอกาสไดมาเปนผูบริหารโรงเรียนวัดตะพงนอก ปจจุบันโรงเรียนวัดตะพงนอกไดรับการยอมรับ
จากผูปกครอง ชุมชน องคกร หนวยงานตาง ๆ ท้ังภาครัฐและเอกชน ในดานการสงเสริมสนับสนุน
ใหนกั เรียนเปนคนดี มีระเบียบวินัยควบคูกับการสงเสรมิ ใหนักเรียน มีความเปนเลิศทางวิชาการ บุคลากร
มีความสามารถ มีประสบการณ ทำใหไดร ับรางวลั ทั้งในระดบั ภาคและระดบั ประเทศ

กฎ ระเบียบตางๆ ท่ีโรงเรียนกำหนดข้ึน เพื่อตองการใหโรงเรียนมีคุณภาพและมาตรฐาน
นักเรียนมีระเบียบวินัย เปนการปลูกฝงใหเกิดข้ึนในตัวของนักเรียน มีคุณลักษณะอันพึงประสงคตามท่ี
หลักสูตรกำหนด ขอใหนักเรียน ผูปกครองรวมท้ังครู อานและศึกษากฎ ระเบียบตางๆ ของโรงเรียน
วดั ตะพงนอกใหเขา ใจ และถอื ปฏิบัตติ าม

สุดทายกระผมขอขอบคุณผูปกครองทุกทานท่ีไววางใจสงบุตรหลานมาเขาเรียน ณ โรงเรียน
แหงน้ี กระผมและบุคลากรทุกคนพรอ มท่ีจะรวมกันสง เสริม สนับสนนุ เพื่อปลูกฝงนกั เรยี นใหเ ปนเยาวชน
ที่มีความสมบูรณทั้งรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญา มีความรูคูคุณธรรม มีจริยธรรมท่ีดีงาม
ในการดำรงชีวิต สามารถอยูรวมกบั ผูอ ่นื อยา งมคี วามสขุ

(นายสกลุ ศักด์ิ ทิพยไ ชย)
ผอู ำนวยการโรงเรยี นวดั ตะพงนอก



ระเบยี บโรงเรียนวดั ตะพงนอก
วา ดว ยความประพฤติและการปฏบิ ตั ติ นของนักเรยี น พทุ ธศักราช ๒๕๖๕

ดว ยทางโรงเรียนวัดตะพงนอก อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง เห็นสมควรท่ีจะกำหนดระเบียบ
ของโรงเรียน วาดวยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน เพื่อใหสอดคลองกับโครงสรางการบริหารงานของโรงเรียน
และเพ่ือใหเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการสงเสริมใหนักเรียนประพฤติตนในทางท่ีพึงประสงค จึงไดกำหนด
ระเบยี บวา ดว ยการพัฒนาพฤตกิ รรมนกั เรยี น ไวด ังตอ ไปน้ี

หมวดท่ี ๑
บททั่วไป
ขอ ๑ ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบโรงเรียนวัดตะพงนอก วาดวยความประพฤติและการปฏิบัติตน
ของนกั เรียน พุทธศักราช ๒๕๖๕”
ขอ ๒ ระเบียบน้ีมผี ลบังคับใชตงั้ แตวนั ทปี่ ระกาศใช เปน ตน ไป
ขอ ๓ ในระเบยี บนี้
“โรงเรียน” หมายถึง โรงเรยี นวัดตะพงนอก อำเภอเมอื งระยอง จังหวัดระยอง
“นักเรยี น” หมายถงึ นกั เรียนทีก่ ำลังศึกษาอยใู นโรงเรยี นวดั ตะพงนอก
“คร”ู หมายถงึ ครทู ่ปี ฏิบัติหนาท่รี าชการในโรงเรยี นวดั ตะพงนอก
“ผูอำนวยการ” หมายถึง ผอู ำนวยการโรงเรยี นวดั ตะพงนอก
“รองผูอ ำนวยการ” หมายถงึ รองผูอำนวยการโรงเรียนวดั ตะพงนอก
“หัวหนา ระดับ” หมายถงึ ครูท่ีไดร บั การแตง ตัง้ หรือคัดเลอื กใหปฏบิ ัตหิ นา ที่
“ผูปกครอง” หมายถึง บิดา มารดา ผูอนุบาล ผูรับบุตรบุญธรรม และผูปกครองตาม
ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย และใหหมายความรวมถึง พอเล้ียง แมเล้ียง ผูปกครองสวัสดิภาพ นายจาง
ตลอดจนบคุ คลอนื่ ซ่งึ รับเด็กไวในความอุปการะเลยี้ งดหู รอื เด็กอาศยั อยดู วย
“การพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน” หมายถึง การปรับเปล่ียนพฤติกรรมของนักเรียน
ท่ีประพฤติผิด หรือฝาฝนระเบียบขอบังคับของโรงเรียน โดยใชกิจกรรม หรือการลงโทษตามระดับความผิด
ทก่ี ระทำ และการสนบั สนนุ สงเสริมใหนกั เรยี นเปน ผมู รี ะเบียบวินัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรมอันดงี าม
“พฤติกรรมท่ีไมพึงประสงค” หมายถึง พฤติกรรมท่ีนักเรียนแสดงออกในทางที่ผิด
ฝาฝนตอกฎระเบียบ ขอบังคับของโรงเรียน กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา
พ.ศ.๒๕๔๘ และพฤตกิ รรมท่ขี ัดตอศลี ธรรมอันดีงามของสังคม
“พฤติกรรมท่ีพึงประสงค” หมายถึง พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกในทางท่ีถูกที่ควร
กระทำความดีอันเกิดประโยชนตอตนเอง ผูอื่น และสวนรวม สมควรไดรับการยกยอง เชิดชู เปนแบบอยางท่ีดี
และควรไดร ับรางวัล


“การกระทำความผิด” หมายถึง การที่นักเรียนประพฤติผิด ฝาฝนระเบียบ คำส่ัง
แนวปฏบิ ตั ิ ขอบงั คบั ของโรงเรยี น หรือกฎกระทรวงกำหนดความประพฤตขิ องนกั เรียนและนักศกึ ษา พ.ศ.๒๕๔๘
“ทำกจิ กรรม” หมายถึง การใหน ักเรียนทก่ี ระทำผิด ทำกจิ กรรมบำเพญ็ ตนใหเปน ประโยชน
ตอตนเอง ผูอ่ืน สว นรวมหรอื สังคม
ขอ ๔ ใหผอู ำนวยการหรือรองผอู ำนวยการท่ผี ูอำนวยการมอบหมายเปนผูร กั ษาตามระเบียบน้ี

หมวดที่ ๒
วา ดว ยการปฏิบัตติ นของนกั เรยี นโรงเรียนวดั ตะพงนอก
ขอ ๕ แนวปฏิบัติท่ัวไปของนักเรยี นโรงเรยี นวัดตะพงนอก
(๑) ตอ งยึดมั่นในสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ  และระบอบประชาธปิ ไตยของไทย
(๒) ตองเปนผูตั้งใจเรียน เอาใจใสต อ การเรยี น
(๓) ตองปฏบิ ตั ติ นตามกฎระเบยี บ ขอ บังคบั ของโรงเรยี นอยา งเครงครดั
(๔) ตอ งรักษาศักด์ิศรี เกยี รติยศชือ่ เสียง ของโรงเรียนและตนเอง
(๕) ตอ งเคารพและมีความกตัญูกตเวทีตอพอแม ครู ผมู ีพระคณุ และโรงเรียน
(๖) ตอ งมคี วามสามัคคีกลมเกลยี ว ชวยเหลอื เอ้อื เฟอซงึ่ กันและกัน
(๗) ตองมีบุคลกิ ภาพสะอาด สุภาพเรยี บรอ ย สมกับเปนผูที่มีวัฒนธรรมอันดงี าม
(๘) ตอ งเปนผูอนุรกั ษไ วซ ่งึ ประเพณีอนั ดีงาม และรกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอม
(๙) ตองมคี วามเสียสละตอสว นรวม ไมเ ห็นแกประโยชนส ว นตวั
(๑๐) ตองไมเ กย่ี วขอ งกบั ส่ิงเสพตดิ และอบายมุขทั้งปวง
ขอ ๖ การปฏบิ ตั ิตนของนักเรียนเก่ียวกบั การมาโรงเรียน
(๑) แตงกายใหเ รยี บรอย ถกู ตองตามระเบียบโรงเรยี น
(๒) จดั เตรยี มสมดุ หนงั สือ และอุปกรณก ารเรยี นมาตามตารางเรียนประจำวนั
(๓) ทำความเคารพผปู กครองกอ นออกจากบาน
(๔) โดยสารหรอื ขับขี่ยานพาหนะดว ยความระมดั ระวัง ปฏิบัตติ ามกฎจราจร
(๕) มาโรงเรยี นกอนเวลา ๐๗.๔๐ น.
(๖) ทำความเคารพครู ไหวพระ และเดินเขาแถวอยา งเปนระเบียบเมื่อมาถงึ โรงเรียน
(๗) เร่มิ เขาแถวเพื่อทำกิจกรรมหนาเสาธงเวลา ๐๘.๐๐ น.
(๘) ออกจากโรงเรยี นเม่อื ถงึ เวลาเลิกเรยี นเทานั้น
ขอ ๗ การปฏบิ ัตติ นเมอื่ อยูในหอ งเรียน
(๑) ตอ งเขา เรียนตรงตอเวลา
(๒) ตองต้ังใจศึกษาเลา เรียน เคารพเชือ่ ฟง ครูผสู อน
(๓) รักษากิริยามารยาท ระเบียบวนิ ยั ใหเรียบรอ ย
(๔) ดูแลรกั ษาความสะอาด เรียบรอยของหอ งเรยี นและวัสดุครภุ ัณฑอ ยูเสมอ
(๕) การเขา และออกหองเรียนขณะเรยี นตอ งขออนญุ าตและทำความเคารพครูผสู อนกอน
(๖) ไมนำอาหาร เคร่ืองดื่มใดๆ เขามารับประทานในหองเรียน


(๗) ไมทำความสกปรก หรอื เคลื่อนยายครุภณั ฑห อ งเรียนโดยไมไดร ับอนญุ าต
(๘) ไมว ง่ิ เลน สง เสียงดงั รบกวนผูอ นื่ ทั้งในและนอกเวลาเรียน
(๙) ฟง คิด และซักถามครผู ูส อนเมื่อมีปญ หาไมเ ขา ใจ แลว จดบันทกึ ไวเ สมอ
(๑๐) เมอื่ เปลีย่ นหองหรอื สถานทเี่ รยี นตองเดินแถวเปนระเบยี บเรยี บรอยไมสงเสยี งดัง
ขอ ๘ สิ่งทีน่ กั เรยี นตอ งไมน ำเขา มาในโรงเรยี น
(๑) อาวธุ สิ่งเทยี มอาวุธ วัตถรุ ะเบิด วตั ถุอนั ตรายอนื่ ๆ
(๒) ส่อื ลามกอนาจาร
(๓) ส่งิ เสพติดใหโ ทษ
(๔) อุปกรณเกีย่ วกับการพนันทกุ ประเภท
(๕) อปุ กรณส ่ือสารอเิ ลคทรอนคิ ส ไดแ ก โทรศัพทมอื ถือ เปน ตน
(๖) เครือ่ งเลน เพื่อความบันเทิงตา งๆ ยกเวนสิง่ ทโี่ รงเรียนสง เสรมิ
(๗) สิง่ ของฟุมเฟอย เคร่ืองประดบั ของมีคา ซ่ึงไมม ีความจำเปน ตอการเรยี น
(๘) บคุ คลภายนอกที่ไมใชผปู กครอง หรอื คนในครอบครวั
(๙) สิง่ ทขี่ ัดตอกฎหมายบานเมือง ระเบียบ ประกาศ แนวปฏิบัตใิ ดๆ ของราชการ
ขอ ๙ การแสดงความเคารพ
ก.ในหองเรียน

(๑) ครูเขา สอน หรอื เลิกการสอน ใหหัวหนา หองบอกนักเรยี นทำความเคารพ
(๒) เม่ือมีผูมาเย่ียมเยือนหรือมาใหความรู ใหครูผูสอนแนะนำใหนักเรียนรูจัก
ใหห วั หนาหอ งบอกทำความเคารพเชน เดยี วกบั การเคารพครู
ข.นอกหองเรยี น
(๑) แสดงความเคารพครูและผูอาวุโส ดวยการหยุดเดิน ยืนตรง ทำความเคารพ
ดว ยการไหว หรอื โคง คำนับ พรอ มกลา วคำวา “สวัสดีครับ” “สวัสดีคะ”
(๒) กรณีท่ีนักเรียนไมสามารถยกมือไหวได เนื่องจากถือสัมภาระส่ิงของอยู ใหนักเรียน
หยุดยนื ตรง พรอ มกลาวคำวา “สวสั ดีครับ” “สวสั ดคี ะ ”
(๓) การเดินผานครูหรือผูใหญที่มีอาวุโสกวา นักเรียนตองขออนุญาตและนอมตัวลง
เลก็ นอ ย เม่อื เดินผา นไป
ขอ ๑๐ การปฏิบตั ติ นตอเพื่อนนกั เรยี น
(๑) มีความสามัคคี กลมเกลียวกัน
(๒) ชว ยเหลือ เอื้อเฟอ เผอ่ื แผ เพ่อื นนักเรยี นในทางท่ีถูกทค่ี วร
(๓) ยกยอง ใหเกียรติแกเพ่ือนนกั เรยี นดว ยกัน
(๔) พดู และแสดงกริ ิยามารยาทสภุ าพ ตอนักเรยี นทุกคน
(๕) เคารพนักเรียนรนุ พี่ หรอื ผอู าวุโสกวา
(๖) ไมช ักชวน ยุยงสงเสรมิ ใหผอู ่นื ประพฤตปิ ฏิบัตติ นในทางทไี่ มเหมาะสม
(๗) เคารพและปฏิบัติตาม มติ แนวปฏิบตั ขิ องสภานักเรียน


ขอ ๑๑ การปฏบิ ตั ิตนในการสอบ

(๑) แตงกายใหเรียบรอยตามระเบียบโรงเรยี น
(๒) ดูตารางสอบลวงหนาและเตรยี มอปุ กรณการทำขอสอบใหพ รอ มเสมอ
(๓) ไปถึงสถานทส่ี อบกอนเวลาพอสมควร
(๔) ไมเขา หอ งสอบกอ นไดร ับอนญุ าตจากผูควบคุมหองสอบ
(๕) ไมนำเอกสาร อุปกรณใดๆ ที่ไมไดรบั อนุญาตเขาในหองสอบ
(๖) น่งั ประจำทนี่ ่งั สอบตามที่กำหนด
(๗) กรอกขอมูลประจำตวั ผสู อบ วชิ าทสี่ อบ วันเวลาสอบ ใหค รบถวน
(๘) ปฏบิ ัตติ ามคำชแ้ี จงในการสอบอยางเครง ครัด
(๙) ไมทจุ รติ คดั ลอก หรอื ใหผอู ่ืนคัดลอกคำตอบ โดยเด็ดขาด
(๑๐) ปฏบิ ตั ติ นสภุ าพ ไมพดู คุยกับผูอ ื่นในขณะสอบ โดยไมไดร บั อนญุ าต
(๑๑) ไมออกจากหองสอบกอนเวลาทีก่ ำหนด
(๑๒) เม่อื สงขอ สอบและออกจากหอ งสอบแลวไมส ง เสียงหรือทำกริ ยิ ารบกวนผอู ่ืน
ขอ ๑๒ การรวมกิจกรรมของทางโรงเรยี น
ในการจัดการศึกษาของทางโรงเรียนน้ัน จำเปนตองจัดใหมีกิจกรรมตางๆ ท้ังในและนอก
หลักสูตร เพ่ือสงเสริมใหน ักเรียนไดรับความรูและประสบการณท ่ีเปนประโยชน ดังน้ันเม่ือโรงเรียนกำหนดหรือแจงให
นักเรียนเขารวมกิจกรรมใดๆ ก็ตาม นักเรียนตองเขารวมกิจกรรมอยางต้ังใจ ตามวัน เวลา และสถานท่ีท่ีจัดน้ัน
อยา งเครงครดั ยกเวนมเี หตจุ ำเปนใหนำผปู กครองมาขออนญุ าตกอนเสมอ
ขอ ๑๓ การรว มกิจกรรมนอกโรงเรยี น
นักเรียนมีความประสงคจะไปรวมกิจกรรมอ่ืนๆ กับหนวยงาน องคกร ชุมชนภายนอก
ในเวลาเรียนซ่ึงไมใชกิจกรรมท่ีโรงเรียนจัดข้ึน หรือเปนกิจกรรมที่ขัดตอระเบียบของโรงเรียน นักเรียนตองแจงใหผูท่ี
จะนำนักเรียนไปรวมกิจกรรมขออนุญาตมายังโรงเรียนเปนลายลักษณอักษร หรือมีผูปกครองมา ขออนุญาตกับ
ทางโรงเรยี น เมอ่ื ไดร บั อนญุ าตจึงสามารถไปรว มกจิ กรรมดังกลา วได
ขอ ๑๔ การขออนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรียน
เมื่อนักเรียนมีความจำเปนตองออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลาเรียน ใหนักเรียนถือปฏิบัติ
ตามระเบยี บ และขน้ั ตอนวธิ ีการ ทโี่ รงเรียนกำหนดไวอ ยางเครง ครัด และตองมีคุณสมบัติ ดังน้ี
(๑) มีผูปกครองมาเปน ผูขอรับออกจากบรเิ วณโรงเรียนโดยมเี หตผุ ลความจำเปน
(๒) มคี รเู ปนผูรบั รองวามีเหตุผลความจำเปนตอ งออกนอกบริเวณโรงเรยี น
(๓) เปน นกั เรียนทเี่ ขา มาเรยี นในวนั ทข่ี ออนุญาต
(๔) แตง กายดวยชดุ นักเรยี นโรงเรียนวดั ตะพงนอก
การขออนญุ าตออกนอกบริเวณโรงเรียนตอ งปฏิบตั ติ ามขนั้ ตอนดงั น้ี

(๑) ผูปกครองหรือครู นำนักเรียนมาแจงเหตุผลความจำเปนและชวงเวลา
ที่ตองขออนุญาตนำนักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน โดยบันทึกขออนุญาตตามแบบท่ีโรงเรียนกำหนด (หองธุรการ
โรงเรียน)



หรือครูประจำวชิ า (๒) ใหผ อู ำนวยการ หรอื รองผูอำนวยการเปนผลู งนามอนญุ าตในแบบบันทกึ
ครปู ระจำวชิ าทราบ (๓) นักเรียนรับบัตรอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน แลวนำไปแจงตอครูประจำช้ัน
(๔) เม่ือนักเรียนกลับเขามาในโรงเรียนตามเวลาที่กำหนด ใหแจงครูประจำชั้น หรือ

ขอ ๑๕ การใชพาหนะในโรงเรียน
(๑) หามนักเรียนขับข่ีจักรยานยนต จักรยาน หรือยานพาหนะใดๆ ในบริเวณโรงเรียน

โดยไมไดร บั อนุญาต ในวันและเวลาราชการ
(๒) ใหนักเรียนนำรถไปจอดไวในท่ีท่ีจัดใหจอดพรอมล็อคหรือใสกุญแจเพ่ือความปลอดภัย

ทกุ ครงั้
(๓) นักเรียนท่ีโดยสารมากับรถยนตรับสงนักเรียน หรือรถประจำทาง ใหลงที่หนาโรงเรียน

แลวเดินเปนแถวเขาโรงเรียน ทำความเคารพครูอยางเปนระเบียบเรียบรอย สำหรับการข้ึนรถกลับบานหลังเลิกเรียน
ใหนักเรยี นขนึ้ ตามจดุ ทโี่ รงเรยี นกำหนดเทา นั้น

ขอ ๑๖ การใชอาคารเรียน สถานที่ หอ งปฏิบตั ิการ และหองพิเศษ
(๑) หามเขาหองโดยไมไ ดรบั อนญุ าตจากครูประจำหองน้ันๆ
(๒) ปฏิบัติตามระเบียบการใชอาคาร หองปฏิบัติการ หองพิเศษตางๆ ตามระเบียบ

การใชหอง และควรมีครเู ปน ผดู แู ลอยา งเครง ครดั
(๓) ไมเ คลอื่ นยาย หรือเปลี่ยนแปลงวสั ดุ อุปกรณใดๆ ในหองโดยเดด็ ขาด

ขอ ๑๗ ประกาศน้ี ถือเปนแนวปฏิบัติเพ่ือใหนักเรียนไดอยูรวมกันในโรงเรียนอยางเปนสุข ไดรับ
ความสะดวกและปลอดภัย หากนักเรียนคนใดฝาฝนหรือจงใจไมปฏิบัติตาม ถือวากระทำผิดระเบียบ จะถูกลงโทษ
ตามระเบยี บโรงเรียนวดั ตะพงนอก วาดวยการพฒั นาพฤตกิ รรมนักเรียน ของโรงเรยี นวดั ตะพงนอก

หมวดที่ ๓
วาดว ยเคร่ืองแบบและการแตง กายของนักเรียน

ขอ ๑๘ เคร่ืองแบบและการแตง กายของนักเรียน
(๑) นักเรยี นชายช้นั ประถมศกึ ษา
๑. เสื้อเชิ้ตคอต้ัง ผาขาวเน้ือเรียบไมบางจนเกินไป ผาอกตลอด สาบกวาง ๓-๔ ซ.ม.

กระดุมขาว เสนผาศูนยกลาง ๑ ซ.ม. แขนส้ันเพียงขอศอกพองามมีกระเปาติดอกขางซายขนาดกวาง ๘-๑๒ ซ.ม.
ลกึ ๑๐-๑๕ ซ.ม. ดานหลงั ไมม จี บี เมอื่ ใสเ ขาในกางเกงใหเหน็ เขม็ ขัดรัดรอบตวั

๒. กางเกง ใชกางเกงผาสีกากีทรงแบบไทยขาส้ันเหนือเขาเมื่อวัดจากกลางลูกสะบา
ประมาณ ๑๐ ซ.ม. สวนกวางขอบขาเม่ือยืนตรงจะกวางจากขาประมาณ ๘-๑๐ ซ.ม. ปลายขาพับไวขางใน กวาง
๕ ซ.ม. ผาตรงสว นหนาใชซ ปิ มีกระเปาเล็กขางหนา หรอื กระเปา หลงั มหี สู ำหรับสอดเขม็ ขัด ๕-๗ หู

๓. เข็มขัด ใชเข็มขัดลูกเสือสีน้ำตาลไมมีลวดลาย กวาง ๓-๔ ซ.ม. เจาะรูเดียวมีปลอกหนัง
สีเดยี วกบั เข็มขัด

๔. ถุงเทา ใชถุงเทาสีน้ำตาล ไมมีลวดลายหรือสีอื่นปน ยาวคร่ึงหนาแขง เวลาสวม
ตองดึงข้ึนมาใหส ุดความยาวของถุงเทา หา มพบั


๕. รองเทา ใชรองเทาผาใบหรือหนัง ชนิดหุมสนสีน้ำตาล ไมมีลวดลาย มีสายเชือกผูก
สีเดยี วกับรองเทา หามใชร องเทา หัวตดั หัวแหลมสน สงู หรือมขี อบสีขาวโดยเด็ดขาด
๖. ทรงผม นักเรียนช้ันประถมศึกษาใหไวผมดานขางและดานหลังยาวไมเลยตีนผม เชน
แบบผมทรงนักเรียน หรือแบบทรงผมรองทรงสงู หามใสเ จล น้ำมันสเปรย ครีมแตง ผม หา มยอมหรอื กดั สีผมหรืออ่นื ๆ
ในลักษณะเปน การเสรมิ สวย
(๒) นักเรยี นชายชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน
๑. เสื้อ เปนแบบเช้ิต คอตั้ง ผาขาวเกล้ียง เนื้อหนา ผาอกตลอด มีสาบที่อกเส้ือกวาง
๓.๕–๔.๐ ซ.ม. กระดุมสีขาวแบบศูนยกลาง ๑ ซ.ม. จำนวน ๕ เม็ด แขนยาวเพียงขอศอก มีกระเปาติดแนวราวนม
เบื้องซาย ๑ กระเปา ขนาดกวางต้ังแต ๘–๑๒ ซ.ม. ลึก ๑๐ ซ.ม. พอเหมาะกับขนาดของเส้ือ เม่ือสวมใสใหชายเสื้อ
อยูภายในกางเกง มองเห็นเข็มขดั ชัดโดยรอบ
๒. กางเกง เปนกางเกงไทยใชผาสีกากี หามใชผาฝายหรือเวสปอยส มีจีบหนา ๒ จีบ
มีหูเข็มขัด ๖–๗ หู ขาส้ันเหนือสะบาหัวเขาไมเกิน ๕ ซ.ม. ความกวางของปลายขาพับเขาใน กวาง ๕ ซ.ม. ผากลาง
สวนหนาติดซิป มีกระเปาตามแนวตะเข็บขาง ขางละ ๑ กระเปา ไมมีกระเปาหลัง กางเกงตองสวมทับชายเสื้อ
ใหเรยี บรอ ย หามเปลยี่ นแปลงสขี องกางเกง
๓. เข็มขัด อนุญาตใหใชเข็มขัดหนังสีน้ำตาลขนาดกวางต้ังแต ๒.๕-๔ ซ.ม. ตามลักษณะ
รูปรางของนักเรียน หัวเข็มขัดเปนโลหะสีทอง รูปส่ีเหลียม ชนิดหัวกลัดรูเดียวมีปลอกสีน้ำตาล ๑ ปลอก สำหรับ
สอดปลายเขม็ ขัด หา มเสรมิ แตง เขม็ ขัดในลกั ษณะอื่นใด นกั เรียนทเี่ ปนลกู เสือใหใ ชเ ขม็ ขัดของลกู เสอื แทนได
๔. ถุงเทา ใหใชถุงเทาสั้นสีน้ำตาล ยาวเหนือตาตุมต้ังแต ๑๐ ซ.ม. ขึ้นไปแตไมเกินกลาง
หนาแขง ไมพ ับหรอื ไมมวนถุงเทา ถุงเทาไมมีลวดลายหรือสีอน่ื ปน
๕. รองเทา ใหใชรองเทาชนิดหุมสนชนิดผูกเชือก ผาใบสีน้ำตาล ไมมีลวดลายหรือสีอ่ืนปน
โดยสอดเชือกผูกรองเทาทุกรูของรองเทา
๖. ทรงผม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาใหไวผมดานขางและดานหลังยาวไมเลยตีนผม เชน
แบบผมทรงนักเรียน หรอื แบบทรงผมรองทรงสงู หา มใสเ จล น้ำมันสเปรย ครีมแตงผม หามยอ มหรือกัดสผี มหรืออน่ื ๆ
ในลกั ษณะเปน การเสรมิ สวย
(๓) นกั เรียนหญิงชั้นประถมศึกษา
๑. สำหรับนักเรียนหญิงช้ันประถมศึกษาปท่ี ๑–๔ เสื้อสีขาว เน้ือเกลี้ยงเรียบ แขนสั้น
คอบัว ผา หนา
๒. สำหรับนักเรียนหญิงระดับประถมศึกษาปท่ี ๕ – ๖ เส้ือทรงกะลาสี เส้ือผาสีขาว
เนื้อเกล้ียงเรียบไมบางเกินควร มีปกขนาด ๑๐ ซ.ม. รอยตอแขนพอดีไหล แขนยาวเหนือขอศอกเล็กนอย ปลายแขน
มีจีบ ๖ จีบ ปลายแขนประกอบดวยผาสองช้ัน กวาง ๓ ซ.ม. ความยาวของตัวเส้ือวัดจากขอมือเม่ือยืนตรงระยะ
๑๐–๑๕ ซ.ม.ชายขอบเส้ือดานลางมีรอยพับไมเกิน ๓ ซ.ม. ขนาดตัวเสื้อกวางพอเหมาะกับตัวไมเขารูป ริมขอบ
ดา นลางขวาติดกระเปา ขนาดพอดกี บั ตัวเส้อื ๑ กระเปา ผกู โบวสีกรมทา
๓. กระโปรง ใชผาสีกรมทาเน้ือผาไมหนามาก พ้ืนเรียบไมมีลวดลาย ขอบกระโปรง
กวาง ๓ ซ.ม. ตีเกล็ดดานซายขวาขางละ ๓ เกล็ด ดานหลังตีเกล็ดเชนเดียวกับดานหนา เกล็ดเย็บตะเข็บตาย
ตัวยาว ๒ ซ.ม. (จีบออกนอกตัวทั้งซายขวา) ความยาวของกระโปรงวัดจากเอว (แนวสะดือ) ลงมาขณะยืนตรงใหยาว
ใตเ ขา ประมาณ ๑๐ ซ.ม. ขอบพับเขาขา งในแลวใหม ีสวนกวาง ๒ นิว้
๔. ถุงเทา ใชถงุ เทาสีขาวเน้ือเรยี บหนาพอสมควร ไมมลี วดลาย และขอบไมม สี ีอนื่ เวลาสวม
พบั ขอบประมาณ ๓ ซ.ม. และสูงกวาขอบรองเทาขึ้นมาไมนอยกวา ๕ ซ.ม. (หา มมวนกลม)



๕. รองเทา ใชรองเทานักเรียนหนังสีดำ มีสายรัด หุมสน หัวมน ไมมีลวดลาย สนสูงไมเกิน
๓ ซ.ม. และ หา มพบั สายรดั ไปขางหลังสนเทา

๖. ทรงผม นักเรียนหญิงใหไวผมสั้นหรือยาวก็ได กรณีไวยาวใหถักเปยสองขาง ติดกิ๊บสีดำ
เก็บผมใหเ รียบรอย ผูกโบวสีน้ำเงินของโรงเรียน หามนักเรยี น ดัดผม ซอยผม ทำสีผม หรอื ทำการอื่นใดท่ีไมเ หมาะสม
กับสภาพการเปน นกั เรียน

(๔) นักเรยี นหญิงชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน
๑. เส้ือทรงกะลาสี เสื้อผาสีขาว เนื้อเกลี้ยงเรียบไมบางเกินควร มีปกขนาด ๑๐ ซ.ม.
รอยตอแขนพอดีไหล แขนยาวเหนือขอศอกเล็กนอย ปลายแขนมีจีบ ๖ จีบ ปลายแขนประกอบดวยผาสองช้ัน
กวาง ๓ ซ.ม. ความยาวของตัวเสื้อวัดจากขอ มือเม่ือยืนตรง ระยะ ๑๐–๑๕ ซ.ม.ชายขอบเส้ือดานลางมีรอยพับไมเกิน
๓ ซ.ม. ขนาดตัวเสื้อกวางพอเหมาะกับตัวไมเขารูป ริมขอบดานลางขวาติดกระเปาขนาดพอดีกับตัวเสื้อ ๑ กระเปา
ผูกโบวส กี รมทา
๒. กระโปรง ใชผาสีกรมทาเน้ือผาไมหนามาก พ้ืนเรียบไมมีลวดลาย ขอบกระโปรงกวาง
๓ ซ.ม. ตเี กล็ดดานซา ยขวาขางละ ๓ เกล็ด ดานหลังตีเกล็ดเชนเดยี วกับดานหนา เกล็ดเย็บตะเข็บตายตวั ยาว ๒ ซ.ม.
(จีบออกนอกตัวท้ังซายขวา) ความยาวของกระโปรงวัดจากเอว (แนวสะดือ) ลงมาขณะยืนตรงใหยาวใตเขา
ประมาณ ๑๐ ซ.ม. ขอบพบั เขา ขา งในแลว ใหม สี วนกวา ง ๒ นิว้
๓. ถงุ เทา ใชถงุ เทา สีขาวเนื้อเรยี บหนาพอสมควร ไมมีลวดลาย และขอบไมม สี ีอื่น เวลาสวม
พบั ขอบประมาณ ๓ ซ.ม. และสูงกวาขอบรองเทา ข้ึนมาไมน อ ยกวา ๕ ซ.ม. (หามมวนกลม)
๔. รองเทา ใชรองเทานักเรียนหนังสีดำ มีสายรัด หุมสน หัวมน ไมมีลวดลาย
สน สูงไมเ กนิ ๓ ซ.ม. และ หามพับสายรัดไปขา งหลงั สน เทา
๕. ทรงผม นักเรียนหญิงใหไวผมส้ันหรือยาวก็ได กรณีไวยาวใหมัดผมรวบดานหลัง
ติดกบ๊ิ สีดำได เก็บผมใหเรียบรอย ผูกโบวส ีน้ำเงินของโรงเรียน หามนักเรียน ดัดผม ซอยผม ทำสีผม หรือทำการอน่ื ใด
ที่ไมเ หมาะสมกับสภาพการเปนนักเรียน
๖. การตกแตงใบหนา หามใชเคร่ืองสำอางใดๆ ตกแตงบริเวณใบหนาหรือสวนอื่นใด
ของรางกายที่ไมเหมาะสมกับสภาพนักเรียน ใหใชสบู แปงฝุนทำความสะอาดสวนตางๆของรางกายไดในบางกรณี
เชนหลงั จากเรยี นพละศกึ ษาหรอื ทำกจิ กรรมของโรงเรียนและหา มตกแตงใบหนาโดยวิธกี ารตางๆ ทผี่ ิดธรรมชาติ

หมวดท่ี ๔
วาดว ยลักษณะความผิดและบทลงโทษนกั เรียน

ขอ ๑๙ นักเรียนทีป่ ระพฤตติ นขัดตอระเบียบตอไปนี้ถือวามีความผิด
(๑) การแตงกาย
(๒) การไวท รงผม
(๓) การมาโรงเรียนและเขา เรยี นสาย
(๔) การขาดเรียนในระหวา งช่วั โมง
(๕) การหนเี รยี น
(๖) การออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไมไ ดรับอนญุ าต
(๗) การหลีกเลี่ยงพิธกี ารหนา เสาธง
(๘) การขาดเรยี น



(๙) มีพฤตกิ รรมหรือการแสดงออกไมเ หมาะสมกับการเปนนักเรียน
(๑๐) การใชเ ครอื่ งประดบั โดยไมจำเปน
(๑๑) การนำยานพาหนะเขามาในบรเิ วณโรงเรียน โดยไมไ ดร บั อนุญาต
(๑๒) แตง กายไมเ หมาะสมเขามาในวนั หยุดราชการ
(๑๓) ไมร ว มกจิ กรรมของโรงเรียนโดยไมม ีเหตุผลสมควร
(๑๔) สงเสียงอกึ ทกึ กอความรำคาญ
(๑๕) การใชว าจาหยาบคาย
(๑๖) การม่ัวสุมในบริเวณโรงเรยี น
(๑๗) การทะเลาะวิวาท หรอื การกระทำอนั กอใหเ กดิ ความแตกแยกสามัคคี
(๑๘) การสบู บุหรี่ เสพของมนึ เมา และสงิ่ เสพติดใหโ ทษ
(๑๙) การเลน การพนนั
(๒๐) การพกอาวุธ หรอื นำอาวธุ มาโรงเรียนหรือพกตดิ ตัว
(๒๑) การกระทำอันนำมาซึง่ ความเส่ือมเสียของโรงเรยี น การกอ ความไมส งบท่ีทำใหเกิด
ความสับสน และวุน วายในโรงเรียน
(๒๒) ชูสาว
(๒๓) การบีบบังคับ หรือขูเข็ญเพื่อนนักเรียนดวยกัน เพ่ือประสงคทรัพย หรือเจตนาอ่ืนๆ
ท่ไี ดร บั การยินยอม
(๒๔) การปลอมตนเพ่ือแสวงหาประโยชนเ พือ่ ตนเองหรอื ผูอน่ื
(๒๕) การขดั ขวางปฏิบัตหิ นาท่ขี องครทู ปี่ ฏิบตั ิหนา ทโี่ ดยชอบ
(๒๖) ทำลายทรพั ยสินของเพือ่ นนักเรียน ครู บคุ คลอืน่ และของโรงเรียน
(๒๗) นำหนงั สอื หรอื สือ่ ลามกอนาจารเขามาในโรงเรียน
(๒๘) เท่ียวเรรอ นและมว่ั สมุ ในที่สาธารณะ หรอื สถานเริงรมย
(๒๙) การลกั ทรพั ย
(๓๐) การกา วรา ว ยยุ งใหเกิดความเสื่อมเสียตอ ครู โดยวาจาหรอื ขดี เขยี น
(๓๑) ประทุษรา ย ทำรา ยเพื่อนนักเรียน หรือครู

ขอ ๒๐ การลงโทษนักเรียนผูกระทำความผิด จะไดรับโทษในลักษณะตางๆ ตามระเบียบของ
กระทรวงศึกษาธิการวาดวยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ และกระทรวงกำหนดความประพฤติของ
นักเรยี นนกั ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ดังน้ี

(๑) วากลา วตักเตอื น
(๒) ทำทัณฑบน
(๓) ตัดคะแนนความประพฤติ
(๔) ทำกจิ กรรมเพ่ือใหปรับเปล่ียนพฤตกิ รรม



ขอ ๒๑ การวากลาวตกั เตอื น
ใชในกรณนี กั เรยี นกระทำความผดิ ไมรา ยแรง

ขอ ๒๒ การทำทัณฑบน
(๑) ใชในกรณีนักเรียนประพฤติตนไมเหมาะสมกับสภาพนักเรียน ตามกฎกระทรวง

วาดวยความประพฤตินักเรียน หรือกรณีทำใหเสื่อมเสียชื่อเสยี งและเกียรติศกั ดิ์ศรีของสถานศกึ ษา หรือฝาฝนระเบียบ
ของสถานศกึ ษา หรือไดรบั โทษวา กลา วตักเตือนแลว แตยังไมเขด็ หลาบ

(๒) การทำทัณฑบนใหทำเปนหนังสือและเชิญ บิดา มารดา หรือผูปกครองมาบันทึก
รบั ทราบความผิด และรับรองการทำทณั ฑบ นไวดว ย

ขอ ๒๓ การตดั คะแนน การตัดคะแนนความประพฤติ มี ๒ ประเภท
(๑) ความผิดไมรายแรง ตัดคะแนนความประพฤติ ความผิดไมรายแรง หมายถึง พฤติกรรม

ความผิดที่ฝาฝนกฎระเบียบของโรงเรียน ขาดระเบียบวินัย ขาดความรับผิดชอบ และไมรูจักหนาท่ีของตนเอง เชน
มาโรงเรยี นสาย ไมตัง้ ใจเรยี น แตง กายผิดระเบียบ ประกอบดวย

๑. แตง กายผิดระเบียบของโรงเรยี น
๒. สง เสียงดัง รบกวนในหองเรยี น บนอาคาร หรอื นอกอาคาร
๓. ไมรักษาความสะอาดหอ งเรียน และบริเวณที่รบั ผดิ ชอบ
๔. มาโรงเรยี นสาย โดยไมมเี หตผุ ล
๕. ปกปด ความลบั ของนักเรียนที่กระทำความผิด
๖. หนีเรียนไมเ ขาเรยี น
๗. หลีกเลยี่ ง หลบซอนไมเ ขาแถว
(๒) ความผิดรายแรง ตัดคะแนนความประพฤติ ความผิดรายแรง หมายถึง ความผิด
ที่นักเรียนประพฤติปฏิบัติอันเปนการเส่ือมเสียช่ือเสียงเกียรติศักดิ์ศรีของตนเองและโรงเรียน หรือประพฤติผิดตอ
ศลี ธรรมอนั ดี และ/หรอื เคยไดร ับโทษอยา งอื่นแลว แตย งั ไมเขด็ หลาบ ประกอบดวย
๑. ดัดแปลงรถ ขับข่ีรถเสียงดัง กอใหเกิดความรำคาญ จอดรถนอกบริเวณโรงเรียน
หรือนอกสถานท่ที ี่โรงเรียนกำหนด
๒. ไมไ ปตรวจเครอื่ งแตงกาย ทรงผมตามที่กำหนด
๓. แสดงกิริยา วาจาหยาบคาย ตอครูหรือผอู น่ื
๔. ขดั คำสง่ั ครูในเรอื่ งท่ีเกย่ี วกบั การเรียนการสอน
๕. สูบบุหร่ี มบี ุหรี่ พกพาอุปกรณห รอื ไมขดี ไฟไวใ นครอบครอง
๖. หนอี อกนอกบรเิ วณโรงเรยี น โดยไมป ฏบิ ตั ิตามระเบยี บทกี่ ำหนดไว
๗. ขีดเขยี นขอ ความท่ีไมส ุภาพ หรอื ขอความใดๆ ลงเส้ือ กางเกงและตามฝาผนังหองน้ำ
๘. พูดจาขูกรรโชกเพอ่ื นนักเรยี นดวยกนั
๙. ด่มื สรุ าตามสถานท่ตี าง ๆ ทงั้ ในและนอกโรงเรียน

๑๐

๑๐. ประพฤติตัวไมเหมาะสมในกรณีสอ ไปในทางชูสาว
๑๑. ทะเลาะวิวาทกับเพื่อนนักเรยี นดว ยกนั
๑๒. เลน การพนนั ทง้ั ในและนอกโรงเรียน
๑๓. เทีย่ วกลางคนื ดึกดืน่ และอยใู นสถานทที่ ไี่ มเ หมาะสม
๑๔. นักเรียนแจง ความเท็จตอ ครู
๑๕. หลีกเลี่ยง ขัดขืน ไมปฏิบัติตามคำสั่งของโรงเรียนเกี่ยวกับระเบียบขอบังคับ
หรอื คำสั่งของครู จนเกิดความเสียหายแกโรงเรยี น
๑๖. ทำลายทรพั ยสินของโรงเรยี น ของครู ของนกั เรียนดว ยกนั และของสาธารณะ
๑๗. แสดงกิริยา กาวรา ว หรือลบหลู ครแู ละบคุ ลากรในโรงเรยี น
๑๘. ทำรายรา งกายผอู นื่
๑๙. เจตนาขโมยทรพั ยสนิ หรือสง่ิ ของผูอน่ื
๒๐. เสพสรุ ามึนเมาหรอื เสพสงิ่ เสพตดิ ใหโ ทษตาง ๆ หรือมีไวใ นครอบครอง
๒๑. นำส่งิ เสพติดใหโทษตางๆ หรอื สงิ่ มึนเมาเขามาเผยแพรห รอื จำหนายในโรงเรียน
๒๒. กอ การทะเลาะวิวาทถงึ ข้ันทำรา ยรา งกายเปน กลุม จนทำใหผ อู ่ืนเกิดการบาดเจบ็
๒๓. ประพฤติตนในทางชูสาว
๒๔. นำอาวุธทีเ่ ปน อนั ตรายเขามาในโรงเรยี น
๒๕. การกระทำใดๆ อันเปนความผิดทางอาญาจนถูกเจาหนาที่ตำรวจดำเนินคดี
สงั่ ฟอ งศาลแลว มคี วามผิดตามกลา วหา
๒๖. นอกจากทกี่ ลา วมาทง้ั หมด ใหอ ยใู นดุลพนิ ิจของครูท่ีพบเห็น

ขอ ๒๔ ทำกิจกรรมเพื่อใหปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใชในกรณีท่ีนักเรียนกระทำความผิดท่ีสมควร
ตอ งปรับเปลย่ี นกิจกรรมทโี่ รงเรยี นจัดตามแนวทางท่กี ระทรวงศึกษาธิการกำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

(นายสกลุ ศกั ด์ิ ทิพยไชย)
ผูอำนวยการโรงเรยี นวัดตะพงนอก


Click to View FlipBook Version