การกำหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ
ภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมหรือทุนนิยมกลไกราคาจะ
เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
กล่าวคือ ราคาของสินค้าและบริการ จะเป็นเครื่องชี้ให้หน่วย
ธุรกิจตัดสินใจว่าจะผลิตสินค้าและบริการอะไรบ้าง อย่างไร
และจำนวนมากน้อยเพียงใด ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์แล้วราคา
จะถูกกำหนดมาจากอุปสงค์และอุปทานของตลาด
กฎของอุปสงค์
ภายใต้ข้อสมมติว่าปัจจัยตัวอื่นๆ ที่มีผลต่อ
อุปสงค์มีค่าคงที่ other-things being
equal ปริมาณอุปสงค์ของสินค้าชนิดใด
ชนิดหนึ่งจะมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรง
กันข้าม (ผกผัน) กับระดับราคาของสินค้า
ชนิดนั้น inverse relation กล่าวคือ เมื่อ
ราคาลดลงปริมาณอุปสงค์จะเพิ่มขึ้น และ
เมื่อราคาสูงขึ้นปริมาณอุปสงค์จะลดลง
ลักษณะทั่วไปของเส้นอุปสงค์จึงเป็นเส้น
ทอดลงจากซ้ายไปขวา (สินค้าปกติ)
กฎของอุปทาน
ภายใต้ข้อสมมติว่าปัจจัยตัวอื่นๆที่มีผลต่อ
อุปทานมีค่าคงที่ ปริมาณอุปทานของสินค้า
ชนิดใดชนิดหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปใน
ทิศทางเดียวกันกับราคาของสินค้าชนิดนั้น
กล่าวคือเมื่อราคาสินค้าสูงขึ้นปริมาณอุปทาน
จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตมีความต้องการที่
จะเสนอขายมากขึ้น เพราะคาดการณ์ว่าจะ
ได้กำไรสูงขึ้น ในทางกลับกัน เมื่อราคา
สินค้าลดลงปริมาณอุปทานจะน้อยลง
เนื่องจากคาดการณ์ว่ากำไรที่ได้จะลดลง
ลักษณะทั่วไปของเส้นอุปทานจึงเป็นเส้นที่มี
ลักษณะที่ลากเฉียงขึ้นจากซ้ายไปขวา
การกำหนดราคา 1. ให้กลไกราคาเป็นเครื่องมือในการกำหนด
สินค้าและบริการ ราคาสินค้าและบริการ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไป
ในทางเศรษฐกิจ
ตามแรงผลักดันของอุปสงค์และอุปทาน
2. รัฐบาลกำหนดราคาสินค้าและบริการ
ด้วยการควบคุมและแทรกแซงราคาสินค้า
และบริการด้วยวิธีกำหนดราคาเมื่อสินค้าที่
จำเป็นขาดตลาด เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค
การประกันราคาขั้นต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิต
การพยุงราคาสินค้าไม่ให้ตกต่ำมากเกินไป
เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตหรือผู้ขายไม่ให้ขาดทุน
ราคาดุลยภาพ
ราคาดุลยภาพ หมายถึง ระดับราคา ณ จุดที่ปริมาณ
อุปสงค์เท่ากับปริมาณอุปทาน (ดุลยภาพ ของตลาด)
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเป็นราคาที่ความต้องการเสนอ
ซื้อเท่ากันพอดีกับความต้องการ เสนอขาย ถ้าพิจารณา
จากกราฟ ราคาดุลยภาพจะเป็นระดับราคา ณ จุดที่
เส้นอุปสงค์ตัดกับเส้นอุปทาน
ระดับราคาที่อยู่สูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาดุลยภาพจะเป็น
ระดับราคาที่ไม่มีเสถียรภาพ ราคาที่อยู่สูงกว่าราคา
ดุลยภาพจะมีแนวโน้มลดลงมา ส่วนราคาที่อยู่ต่ำกว่า
ราคาดุลยภาพ จะมีแนวโน้มสูงขึ้น จนในที่สุดเข้าสู่
ดุลยภาพของตลาด ซึ่งเป็นระดับราคาที่ค่อนข้างจะมี
เสถียรภาพเป็นระดับราคา ณ จุดที่อุปสงค์เท่ากับ
อุปทาน (เส้นอุปสงค์ตัดกับเส้นอุปทาน)
***ดุลยภาพของตลาดอาจเปลี่ยนได้ หากเส้นอุปสงค์เปลี่ยน
หรือเส้นอุปทานเปลี่ยน หรือ ทั้งสองเส้นเปลี่ยนพร้อมกัน
จัดทำโดย เลขที่33
นางสาวทิตยา จำปางาม เลขที่32
นางสาวดารารัตน์ สังข์นาค