ทฤษฎีพัฒนาการ
ทางสติปัญญาของ
เพียเจต์
ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์
ฌอง เพียเจต์ (Jean Piaget) เกิดในประ-เทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี
ค.ศ. 1896 การศึกษาในระดับปริญญาเอกทางวิทยาศาสตร์ สาขา
สัตววิทยา หลัจากได้รับปัญญาเอกใน ค.ศ. 1918 เพียเจต์ ได้ร่วมงานกับ
อัลเฟรด บีเนต์ (Alfred Binet) และไซมอน (Simon) สร้างแบบทดสอบ
เชาว์ปัญญาขึ้นเป็นครั้งแรก การทำงานกับบีเนต์ เป็นจุดเริ่มต้นความ
สนใจที่ว่า เด็กแต่ละวัย เรียนรู้และเข้าใจโลกรอบตัวอย่างไร เขาสังเกต
พัฒนาการทางสมองของบุตรทั้งสามอย่างละเอียด นอกจากนี้เขายัง
ทำการศึกษา วิจัย สอนหนังสือ เขียนบทความเผยแพร่รวมถึงทฤษฎี
พัฒนาการทางสติปัญญาที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก และเป็นที่
รู้จักในฐานะนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการทางสติปัญญา
1.1 เพียเจต์อธิบายพัฒนาการทางสติปัญญาของมนุษย์ว่า ประกอบด้วยโครงสร้างของความคิด (schemes) แบ่งเป็น 2
ชนิด ได้แก่ โครงสร้างของความคิดในรูปแบบการกระทำ (actions) และโครงสร้างของความคิดในรูปแบบความคิด (though)
ขณะที่กระบวนการคิดของบุคคลพัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นระบบมากขึ้นพฤติกรรมของบุคคลก็สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมมาก
ขึ้นด้วย เนื่องจากมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมโดยอาศัยกระบวนการต่อไปนี้
1.1.1 กระบวนการซึมซับประสบการณ์ (assimilation) 1.1.2 กระบวนการปรับขยายโครงสร้าง (accommodation)
หมายถึง การที่บุคคลใช้โครงสร้างของความคิดที่มีอยู่ช่วยให้ หมายถึง กระบวนการที่บุคคลปรับโครงสร้างของความคิดที่มี
เข้าใจประสบการณ์ใหม่ หรือจัดสิ่งที่รับรู้ใหม่ให้เข้ากับโครงส อยู่เดิมเพื่อให้สอดรับกับข้อมูลใหม่หากไม่สามารถจัดให้เข้ากับ
รา้งความรู้ที่มีอยู่ก่อนแล้ว โครงสร้างของความคิด (schemes) คือ บุคคลต้องปรับความคิด
ให้เหมาะสมกับข้อมูลไม่ใช่ปรับข้อมูลให้เหมาะสมกับความคิด
1.1.3 สภาวะสมดุล (equilibration) หมาย สรุปได้ว่า กระบวนการการซึมซับประสบการณ์เป็นการขยายโครงสร้าง
ถึง สภาวะที่โครงสร้างทางความคิดมีความสมดุล ของความคิดที่มีอยู่ให้กว้างขึ้น ส่วนการปรับขยายโครงสร้างเป็นการปรับเปลี่ยน
กับข้อมูลที่ได้รับจากสิ่งแวดล้อม ความคิดที่มีอยู่บางครั้งบุคคลอาจไม่ใช้ทั้งการซึมซับประสบการณ์และการปรับ
ขยายโครงสร้าง กรณีที่ข้อมูลใหม่ไม่ตรงกับโครงสร้างทางความคิดเดิมเลย เช่น
การได้ยิน การพูดคุยภาษาต่างประเทศที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาอาจไม่ให้
ความสนใจกับข้อมูลนั้นเลย
1.2 ขั้นพัฒนาการสติปัญญา เพียเจต์ได้แบ่งขั้นพัฒนาการของสติปัญญาออกเป็น 4 ขั้น ตามช่วงอายุของบุคคล ดังนี้
1.2.1 ขั้นการสัมผัสและการเคลื่อนไหว (sensorimotor stage) อายุแรกเกิดถึง 2 ปี เพียเจต์ได้แบ่งขั้นการสัมผัสและ
การเคลื่อนไหวเป็น 6 ขั้นย่อย ดังนี้
1.) ขั้นปฏิกิริยาสะท้อน (reflex 2.) ขั้นปฏิกิริยาหมุนเวียนขั้นปฐม 3.) ขั้นปฏิกิริยาหมุนเวียนขั้นสอง
actvities) อายุแรกเกิดถึง 1 เดือน เป็นวันที่ (primary circular reactions) อายุระหว่าง (secondary circular reactions) อายุ
เด็กทารกใช้ประสาทอัตโนมัติที่ติดตัวมา 1 เดือนถึง 3 เดือน เป็นขั้นพัฒนาอวัยวะ ระหว่าง 4 เดือนถึง 6 เดือน เป็นขั้นพัฒนา
ตั้งแต่เกิด เช่น การดูดนม เคลื่อนไหวด้านประสบการณ์เบื้องต้น เช่น เคลื่อนไหวโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะเห็นการ
กำมือเข้าแล้วเปิดออกซ้ำ ๆ เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมรอบตัวเขา
4.) ขั้นพัฒนาการประสานของอวัยวะ 5.) ขั้นปฏิกิริยาหมุนเวียนขั้นสาม 6.) ขั้นการเริ่มต้นการคิด (beginning
ในขั้นสอง (coordination of secondary (tertiary circular reactions) อายุระหว่าง of though) อายุระหว่าง 18 เดือนถึง 2 ขวบ
reactions) อายุระหว่าง 7 เดือนถึง 10 11 เดือนถึง 18 เดือน ขั้นนี้เด็กเริ่มที่จะ เป็นขั้นพัฒนาโครงสร้างสติปัญญาเบื้องต้น
เดือน ในขั้นนี้เด็กเริ่มที่จะแก้ปัญหาอย่าง ทดลองพฤติกรรมแบบลองผิดลองถูก ความ โดยใช้ความคิดในการแก้ปัญหา แต่เป็นวิธี
ง่าย ๆ เช่น หาของที่ซ่อนไว้ได้ คิดริเริ่มเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของสติปัญญา แบบลองผิดลองถูก ซึ่งแสดงถึงการเริ่มใช้
ความคิด
สรุป ขั้นการสัมผัสและการเคลื่อนไหวนี้เป็นขั้นของการพัฒนาทางสติปัญญาด้านความคิดก่อนเด็กจะพูดและใช้ภาษาได้ เด็กวัยนี้แสดงออก
ทางการกระทำ เด็กสามารถแก้ปัญหาได้แม้จะไม่สามารถที่จะอธิบายได้
1.2.2 ขั้นการคิดแบบมีเหตุผล (preoperational stage) ขั้นนี้เด็กจะมีอายุระหว่าง 2 ปีถึง 7 ปี พัฒนาการขั้นนี้จะอยู่ใน
เด็กระดับก่อนเข้าโรงเรียนและวัยอนุบาล แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้
1.) ขั้นก่อนการเข้าใจความคิดรวบยอด 2.) ขั้นเข้าใจเหตุผล (intuitive stage) ขั้นนี้เด็กอายุ
(preconceptual stage) ขั้นนี้เด็กอายุ 2 ปีถึง 4 ปี เด็กวัย 4 ปีถึง 7 ปี เป็นระยะที่ความคิดของเด็กเริ่มมีเหตุผลมาก
นี้จะเข้าใจภาษาและรู้ว่าของต่าง ๆ มีชื่อและใช้ภาษาเพื่อ ขึ้น อยู่ในความเป็นจริงมากขึ้น มีความตั้งใจทีละอย่าง
ช่วยในการแก้ปัญหาได้ เด็กจะเลียนแบบได้
1.2.3 ขั้นการคิดแบบเหตุผลเชิงรูปธรรม (concrete operational stage) ขั้นนี้เด็กอายุ 7 ปีถึง 11 ปี ลักษณะการเรียนรู้
ต้องอาศัยการสัมผัสแบบรูปธรรม เช่น จากภาพ ของจำลอง ของจริง ซึ่งเด็กวัยนี้สามารถคิดอย่างมีเหตุผลมากขึ้น โดยมี
ลักษณะการคิดที่สำคัญ ดังนี้
1.) การสร้างภาพในใจ (mental representation)
2.) การเข้าใจเรื่องการคงตัว หรือการอนุรักษ์ (conservation)
3.) การเรียงลำดับสิ่งของต่าง ๆ (seriation)
4.) การคิดย้อนกลับได้ (reversibility)
1.2.4 ขั้นการคิดแบบเหตุผลเชิงนามธรรม (formal operational) อายุ 12 ปีขึ้นไป ในขั้นนี้ลักษณะของการคิดเป็น
นามธรรม สามารถรู้และเข้าใจเรื่องต่าง ๆที่ไม่สามารถแสดงให้เห็นด้สยวิ่งของ อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ ในลักษณะการคิด
จินตนาการและใช้กระบวนการคิดเชิงวิทยาศสตร์ในการเรียนรู้
1.2 การนำทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ ประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ดำเนินการได้ดังนี้
1.) ทฤษฎีของเพียเจต์ทำให้เข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของ 2.) ในระดับอนุบาล เด็กวัยนี้เริ่มเรียนรู้การพูดและการเข้าใจ
เด็กว่า เด็กมีความอยากรู้อยากเห็น สร้างความเข้าใจสิ่งรอบตัว ความหมาย จะรับรู้ส่วนรวมมากกว่าจะรับรู้ส่วนย่อย การจัดการ
ด้วยตนเอง การสอนของครูควรเป็นวิธีการให้เด็กแก้ปัญหาเป็น เรียนการสอนจึงควรสอนแยกทีละส่วน เช่น สอนเป็นคำ ๆ แล้วจัง
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนควรให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก ค่อยสอนพยัญชนะหรือสระ จัดกิจกรรมมีวัสดุอุปกรณ์ให้เด็กได้
เรียนรู้ด้วยตนเองจะได้ช่วยให้เกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งนั่น
3.) ในระดับประถมศึกษา เด็กวัยนี้สามารถเข้าใจกฎเกณฑ์ 4.) ในระดับมัธยมศึกษา พัฒนาการทางเชาวน์ปัญญาของเด็ก
ต่าง ๆ เข้าใจหลักการพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ ครูควรจัดเนื้อหา วัยนี้อยู่ในขั้นการคิดเหตุผลเชิงนามธรรม หลักสูตรจึงควรมี
หลักสูตร และกิจกรรมการเรียนการสอนให้ปฏิบัติจริง ลักษณะซับซ้อน ท้าทายให้เด็กคิดวิเคราะห์ใช้วิจารณญาณ และ
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หรือคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งใช้ได้กับทุก
กลุ่มสาระวิชา
สมาชิก
1.นางสาววันวิสา ชูหนู (แอม) 6411136002 2.นางสาวศศิกานต์ พรหมแก้ว (อิงค์) 6411136013
สาขาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา กลุ่มเรียน 14 สาขาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา กลุ่มเรียน 14
3.นางสาวอนัญพร ชุมสุวรรณ (ไฟว์) 6411136020 4.นายดาวุด ยีสมัน (วุด) 6411136025
สาขาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา กลุ่มเรียน 14 สาขาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา กลุ่มเรียน 14
THANK YOU!