The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข้อมูลการจัดซุ้มให้ความรู้ เพื่อศึกษา และจัดเตรียมข้อมูลให้ความรู้กับนักเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wattana.cuthmusic, 2022-06-18 01:28:14

ข้อมูลการจัดซุ้มให้ความ

ข้อมูลการจัดซุ้มให้ความรู้ เพื่อศึกษา และจัดเตรียมข้อมูลให้ความรู้กับนักเรียน

ลำดับพิธีการ

กจิ กรรมกรรมวนั สุนทรภู่ และวันภาษาไทยแห่งชาติ พทุ ธศักราช 2565
โรงเรียนบา้ นไดปลาดุกราษฎรศ์ รัทธาทรงธรรม
วนั ที่ 30 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2565

08.45 น. คณะครู และนักเรียนระดับชั้นอนุบาล - ประถมศึกษาปีที่ 4 พร้อมกัน
09.00 น. - 09.30 น. ณ อาคารอเนกประสงค์
พิธีเปดิ

--------------------------

กิจกรรมภาคเชา้

09.30 น. - 09.45 น. มอบรางวลั ให้กบั นกั เรียน และถา่ ยภาพรวม
09.45 น. - 10.15 น. การแสดงละครเรือ่ ง “พระอภยั ณี” ตอน หนีนางผีเสือสมทุ ร มอบรางวัล
ใหน้ ักแสดง และถา่ ยภาพรวม
10.15 น. - 11.30 น. ครูประจำชั้นระดับชั้นอนุบาล - ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 นำนักเรียนร่วม
กจิ กรรมตามซ้มุ ใหค้ วามรู้

กจิ กรรมภาคบา่ ย

13.00 น. - 13.15 น. นักเรียน พร้อมกัน ณ อาคารอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมความทำกิจกรรม
13.15 น. - 14.55 น. ภาคบ่าย
15.00 น. ครูประจำชั้นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
นำนกั เรียนรว่ มกิจกรรมตามซ้มุ ให้ความรู้
พิธปี ดิ

--------------------------

หมายเหตุ

การเข้าซุ้มให้ความรู้ ภาคเช้าให้ใช้ระยะเวลาใหเ้ หมาะสมตามระดับชั้นของนักเรยี นทีต่ ้องรบั ประทาน
อาหารกลาง ภาคบ่ายใชเ้ วลาซมุ้ ละไม่เกิน 20 นาที

ตารางเวลาอาจเปล่ยี นแปลงได้ตามความเหมาะสม

ครูประจำซมุ้ ใหค้ วามรู้ และบริเวณจัดสถานที่

ซุ้มท่ี 1 กินส่ีถว้ ย (ไข่กบ นกปล่อย นางลอย อ้ายตื้อ)
บรเิ วณ : โรงครวั

1. นางสาลี่ จันทรคณา หัวหน้า
2. นางเนาวรัตน์ ดยี มิ้ ผู้ชว่ ย

ซุ้มท่ี 2 งงงวยผะหมี (การละเลน่ ผะหมี)
บริเวณ : โรงน้ำประปา

1. นางสาวจริ ดา วุน่ กรัด หัวหน้า
2. นางเอมอร ยมิ้ เขยี ว ผู้ช่วย

ซมุ้ ท่ี 3 มากมีอกั ษร (ปริศนาหลักศิลาจารึก)
บริเวณ : สนามเปตอง

1. นางสาวณันธยา แป้นเกิด หวั หน้า

2. นางบรุ ีรตั น์ ไชยวงศา ผู้ช่วย

ซุ้มที่ 4 พระสุนทรโวหาร (หุ่นกระบอก)
บรเิ วณ : หอ้ งประชมุ

1. นายคมเนตร จันทรคณา หัวหน้า
2. นายถิรวัฒน์ คมุ้ ทอง ผ้ชู ่วย
3. นางเกษร เพช็ ร์รัตน์ ผชู้ ่วย

ซุม้ ที่ 5 สนกุ สนานร้องเล่น (การร้องเลน่ อย่างไทย)
บริเวณ : สนามเปตอง (ฝัง่ สนามตะกรอ้ )

1. นางประภา ศรีโพธิ์ หวั หน้า

2. นายชนิ วฒั น์ วาสนาเรืองสุทธิ ผ้ชู ่วย

ซุ้มท่ี 1 กินสี่ถ้วย (ไข่กบ นกปล่อย นางลอย อ้ายต้ือ)
ประเพณกี ินส่ถี ว้ ย
ประเพณีการกิน “สี่ถ้วย” ของคนไทยปรากฏอย่างในงานมงคลสมรสในสมัยแต่เก่าก่อนซึ่งหากบอก
กันว่าไปกินสี่ถ้วย หมายถึง จะไปงานแต่งงาน ชื่อของขนมนี่มาจากวัตถุดิบหลักทั้ง 4 อย่างที่ประกอบเข้า
ด้วยกัน คือ ไข่กบ คือ เมล็ดแมงลัก นกปล่อย คือลอดช่อง นางลอย หรือบัวลอย คือข้าวตอก และอ้ายตื้อ
คือขา้ วเหนียว นำทั้ง 4 อย่างรวมกัน ราดดว้ ยน้ำกะทิ หรือน้ำลอยดอกไมเ้ ช่ือม
ความหมายของขนมสี่ถ้วย คือ อาหารทั้งสี่ถ้วย เป็นกุศโลบายให้บ่าวสาว สามีภรรยา อยู่เป็นเป็นสุข
ไม่มีปัญหาต่อกัน อยู่กันไปจนถึงไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร หรือมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง
จากวัตถดุ ิบท้ัง 4 อยา่ ง ได้แก่
1. ไข่กบ คือ เมล็ดแมงลัก ที่มีลักษณะเป็นเม็ดใสจับกันเป็นแพ คล้ายไข่กบมีความหมายว่าให้คู่
บ่าวสาว มีลูกมหี ลานเตม็ บ้าน สมบรู ณพ์ ร้อมหน้าครอบครวั อบอนุ่ เปรียบด่ังกบท่ีออกไขค่ รัง้ ละมาก ๆ
2. นกปล่อย คือ ลอดช่องที่มีลักษณะคล้ายกับมูลของนกที่ปล่อยออกมา มีความหมายว่าให้คู่
บ่าวสาวจะทำการใด ก็ขอให้ผ่านพ้นไปได้ตลอด ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ ดังลักษณะลื่นไหลของลอดช่อง

3. นางลอย คือ ข้าวตอก มีความหมายคว่า ให้คู่บ่าวสาวมีความรักที่เบ่งบานเฟื่องฟู เช่นเดียวกับ
ข้าวตอก ขอให้ความรักเบ่งบานสวยงามภายใต้กรอบประเพณีอันดีงามเช่นเดียวกับข้าวตอกที่ไม่กระเด็นออก
นอกทีค่ รอบเวลาค่ัวขา้ ว

4. อ้ายต้ือ คอื ข้าวเหนียว มีความหมายว่า ใหค้ บู่ า่ วสาวน้นั รกั กันแน่นเหนยี วเหมือนขา้ วเหนียว มีกิน
มใี ชอ้ ม่ิ ท้องดั่งการกนิ ข้าวเหนยี วจนอ่มิ ตื้อ

‘ขนมส่ีถ้วย’ คำอวยพรหวานลำ้ ปราศจากคำพดู

ซ้มุ ที่ 2 งงงวยผะหมี
การละเลน่ ปริศนาคำทาย
ผะหมี คือการเล่นปริศนาคำทายที่ไทยรับแบบอย่างมาจากประเทศจีน พระเจนจีนอักษรอธิบาย
ว่า ผะ แปลว่า ตี หมี แปลว่า ปริศนา ดังนั้นผะหมีก็คือการตีปัญหาหรือแก้ปัญหา ตีหรือแก้คำที่อำพรางให้
ชัดแจ้ง ซึ่งเป็นการเล่นของหมู่นักปราชญ์ราชบัณฑิต และกวีในประเทศจีนถือเป็นการประลองปัญญาและฝึก
สมอง
แต่เดิมเรียกการเล่นชนิดนี้ว่า มี่กื้อ แปลว่า คำพูดที่อำพราง ต่อมานิยมเรียกว่า เต็งหมี แปลว่า
ชวาลาส่องให้เห็นคำที่อำพราง ต่อมาการเล่นนี้ได้แพร่หลายทั่วไปนักปราชญ์ราชบัณฑิตและกวีโดยทั่วไป
มีการเล่นการละเล่นปริศนาคำทายในเทศกาลไหว้พระจันทร์ของชาวจีน ที่เจ้าของบ้านจะเขียนปริศนาไว้บน
โคมไฟหน้าบ้าน ให้แขกที่มาบ้านได้ทายปัญหา หรือ เพื่อให้ผู้สัญจรไปมาได้ทาย ผู้ใดทายถูกเจ้าของบ้านก็จะ
เชิญให้รว่ มรบั ประทานอาหาร ซงึ่ แสดงถึงการให้เกียรติในฐานะเปน็ ผมู้ คี วามรู้

การละเล่นผะหมี ทีก่ ำลังจะหายไป

ซ้มุ ที่ 3 มากมีอักษร
ปรศิ นาหลักศิลาจารกึ
ประวัติความเป็นมาของอักษรไทยและการวิวัฒนาการของอักษรไทย ตัวอักษรไทยในยุคแรก ๆ นั้น
ได้รับการสันนิฐานกันว่ามีอิทธิพลมาจากตัวอักษรอินเดียแต่ก็ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด และในระยะต่อมา
ก็คาดวา่ จะใชต้ วั อกั ษรขอมหวัดในยคุ ที่ขอมเรืองอำนาจ
ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 1826 พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้นมาใช้โดย
มีชื่อเรียกวา่ “ลายสือไทย” ซึ่งในยุคแรกนัน้ ทา่ นได้ดัดแปลงมาจากตวั อักษรขอม โดยพยายามให้ลักษณะของ
ตัวอักษรนั้นสามารถเขียนได้ง่ายขึ้น และทรงกำหนดให้วางรูปสระไว้ให้อยู่ในบรรทัดเดียวกับตัวอักษรแบบ
เดียวกับอักษรโรมัน และที่สำคัญทรงได้คิดค้นให้มีวรรณยุกต์กำกับเสียงด้วยทำให้เป็นเอกลักษณธอันโดดเดน่
ของภาษาไทยตราบจนถงึ ทกุ วนั น้ี
ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบภาษาครั้งใหญ่นับตั้งแต่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทรงประดิษฐ์
ลายสือไทยขึ้นมา ในยุคสมัยของพระเจา้ ฦๅไทย ประมาณปี พ.ศ. 1900 ได้มีการเปลีย่ นเอาสระ อิ อี อึ อื ขึ้น
ไปอยู่ข้างบนเปรียบเสมือนร่ม และนำเอาสระ อุ อู ลงไปอยู่ด้านล่างเปรียบเสมือนเป็นรองเท้าของพยัญชนะ
และการเปลี่ยนแปลง ใหญ่อีกครั้งคือ ในปี พ.ศ.2223 อันเป็นรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้
พัฒนารูปแบบตัวอักษรจากเส้นโค้งมาเป็นเส้นเหลี่ยมและเส้นตรงมากขึ้นทำให้สะดวกในการเขียนมากยิ่งข้ึน
ซึง่ การเขียนตวั หนังสือไทยในสมัยนั้นจะเป็นตวั เอนมเี ส้นท่ขี นานกันและมีหางที่ออ่ นช้อย

ภาษาศาสตร์ : พฒั นาการอกั ษรไทย จากเร่มิ ต้นส่วู ิบตั ิ

ซุ้มท่ี 4 พระสนุ ทรโวหาร

หุ่นกระบอก

หุ่นกระบอก เป็นหุ่นที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยเลียนแบบมาจากหุ่นจีนไหหลำ แต่เดิมเรียกว่า
หุ่นเมืองเหนือ และได้แสดงจนเป็นที่นิยม ต่อมาภายหลังจึงเรียก หุ่นกระบอก ตามลักษณะที่ใช้กระบอกไม้ไผ่
เป็นแกนตวั หนุ่

ลักษณะของหุ่นกระบอก เปน็ หุน่ ครึ่งตวั มีส่วนประกอบสำคัญ คอื ศรี ษะหุ่น ซงึ่ ทำเป็นตวั ละครต่าง ๆ
เช่น พระ นาง ยกั ษ์ ลงิ ตลก สตั ว์ มือห่นุ เปน็ ลกั ษณะของมือที่ตั้งวงรำเหมือนมือละครรำ ถ้าเปน็ ตัวพระ ยักษ์
ตลก มกั ทำมอื ขวาในลกั ษณะกำสำหรบั ถืออาวุธ มือซ้ายตง้ั วงรำ

วิธีการแสดงหุ่นกระบอก ปรับปรุงมาจากการแสดงละครรำแต่ดัดแปลงท่าทางให้หุ่นร่ายรำเพื่อเลียนแบบคน
และเป็นท่ารา่ ยรำทางหนุ่ โดยเฉพาะ ซง่ึ ผู้เชิดหุ่นให้งดงามตอ้ งฝึกทา่ พื้นฐานเหลา่ น้ีให้เชี่ยวชาญ

ดนตรีประกอบการแสดง มักใช้วงปี่พาทย์ มีเครื่องดนตรีสำคัญคือ ซออู้ สีประกอบการร้องดำเนินเรื่องที่
เรียกว่า เพลงสังขารา และเพลงหุ่นกระบอก ที่ปรับปรุงมาจากเพลงขอทาน เรื่องที่นิยมเล่นหุ่นกระบอกคือ
เรื่องที่นำมาจากบทละครนอก เช่น ลักษณวงศ์ สังข์ทอง ไกรทอง แก้วหน้าม้า สุวรรณหงส์ เป็นต้น แต่ที่นิยม
ท่สี ุดคือเรื่อง พระอภยั มณี

ประวตั ิพระสุนทรโวหาร (ภ)ู่ การแสดงหุ่นกระบอกเรือ่ งพระอภัยมณี

ซ้มุ ที่ 5 สนุกสนานร้องเล่น
เพลงพื้นบา้ น
เพลงพืน้ บา้ น คือ เพลงท่ีชาวบา้ นในท้องถนิ่ ตา่ ง ๆ คิดรูปแบบการร้องและการเล่นข้นึ เพื่อความรื่นเริง
สนุกสนานในโอกาสที่หญิงชายได้มาพบกันในงานเทศกาลและงานนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ เช่น ตรุษสงกรานต์
ลอยกระทง ทอดกฐิน ทอดผา้ ป่า ไหวพ้ ระประจำปี และในโอกาสท่ีมาชว่ ยกนั ทำงานในนา ในไร่ เชน่ เกย่ี วข้าว
นวดข้าว สงฟาง เป็นต้น เพลงพื้นบ้านจึงเป็นเพลงที่ชาวบ้านร้องเล่นกันเพื่อความสนุกสนานในงานเทศกาล
และผอ่ นคลายความเหน็ดเหนื่อยในการทำงานร่วมกนั
เต้นกำรำเคียว เป็นเพลงพื้นเมืองของชาวบ้านจังหวัดนครสวรรค์ นิยมเล่นตามท้องนาในฤดูกาล
ลงแขกเก่ยี วข้าว รอ้ งเล่นกนั เพ่ือความรนื่ เริงสนุกสนาน ร้องเยา้ หยอกเก้ียวพาราสีกัน จะแบ่งผเู้ ล่นเป็น ๒ ฝ่าย
คือ ฝ่ายชาย เรียกว่า พ่อเพลง ฝ่ายหญิง เรียกว่า แม่เพลง เริ่มด้วยพ่อเพลงร้องชักชวนแม่เพลงให้ออกมาเต้น
กำรำเคียว โดยร้องเพลงและเต้นออกไปรำล่อ ฝ่ายหญิงและแม่เพลงกร็ ้องและรำแก้กันไป ซึ่งพ่อเพลงแม่เพลง
อาจจะเปลี่ยนไปหลาย ๆ คน ช่วยกัน ร้องจนกว่าจะจบเพลง ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นพ่อเพลงแม่เพลงก็ต้อง
เป็นลูกคู่

เพลงเต้นกำรำเคยี ว
ชาย : มากันเถดิ นางเอย เอ๋ยรา (ฉัดฉ่า) แมม่ า (ฉดั ฉา่ ) มารมึ า (ฉดั ฉ่า) แมม่ า มาเถิดนะแมม่ า มารึมา แม่มา
มาเถดิ แม่นุชนอ้ ง พจ่ี ะเปน็ ฆอ้ งให้นอ้ งเปน็ ปี่
ต้อยตะริดตด๊ิ ตอด น้ำแหง้ นำ้ หยอดที่ตรงลิน้ ปี่
มาเถิดนะแม่มา มารมึ าแม่มา มาเตน้ กำยำ่ หญา้ กนั ในนานี่เอย
รบั พร้อมกัน : เออ่ เอย๊ น่ีเอ๊ย มาเต้นกำยำ่ หญ้า กันในนานี่เอย
หญิง : มากนั เถดิ นายเอย เอย๋ รา (ฉัดฉา่ ) พอ่ มา (ฉดั ฉา่ ) มารมึ า (ฉัดฉ่า) พ่อมา ฝนกระจายปลายนา แล้วน้อง
จะมาอย่างไรเอย
รบั พรอ้ มกนั : เออ่ เอย๊ นายเอ๊ย ฝนกระจายปลายนา แลว้ นอ้ งจะมาอย่างไรเอย

การแสดงเตน้ กำรำเคยี ว


Click to View FlipBook Version